แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ KF-21 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ KF-21 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้นำเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตเข้าประจำการ

South Korea inducts first production KF-21 fighter







The first production Korea Aerospace Industries (KAI) KF-21 Boramae Block I 4.5-generation fighter ahead of its delivery to Yecheon Air Base in South Korea in September 2026. (Republic of Korea Air Force/bemil.chosun.com)





เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 แบบ Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae(보라매, "Young Hawk" นกเหยี่ยวหนุ่ม) Block I เครื่องแรกในสายการผลิตได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) แล้ว
เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae รุ่นสองที่นั่งหมายเลขแพนหาง 26-001 ภายใต้การจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่อง ได้ทำการบินมายังฐานทัพอากาศ Yecheon ในจังหวัด Gyeongsangbuk-do เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026

ซึ่งเครื่องบินขับไล่ KF-21 รุ่นสองที่นั่งเครื่องแรกในสายการผลิตนี้จะเข้าประจำการในฝูงบินขับไล่ที่156(156th Fighter Squadron) กองบินขับไล่ที่16(16th Fighter Wing) ที่กลับมาเปิดฝูงบินขึ้นใหม่ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว
ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี นาวาอากาศตรี Han Jae-seok หนึ่งในนักบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 ชุดแรกที่ผ่านการรับรองคุณลักษณะเพื่อทำการบินปฏิบัติการกับเครื่องบินแบบนี้

ได้ลงลายมือของตนใน 'เอกสารการตรวจรับและรับมอบเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องที่1'(KF-21 Series Production No 1 Acceptance and Handover Document) ในวันเดียวกัน
เป็นเครื่องหมายถึงการนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องแรกเข้าสู่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีที่มีกำหนดที่จะส่งมอบต่อเนื่องจนถึงปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/kf-21.html)

ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 1988 มีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ McDonnell Douglas F-4E Phantom(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/f-4-phantom-ii-2024.html) จนกระทั่งถูกยุบฝูงบินในปี 2012 
ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ในฐานะฝูงบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยได้รับมอบให้บรรจุตำแหน่งศิษย์การบินและช่างอากาศชุดแรกสำหรับการฝึก ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าตนมีแผนที่จะทยอยจัดตั้งระบบการปฏิบัติการต่างๆสำหรับการบินและการซ่อมบำรุง ขณะที่เดินหน้าการฝึกนักบินเปลี่ยนแบบและเจ้าหน้าที่ช่างอากาศซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง
"หลังจากนั้น เครื่องบินขับไล่ KF-21 จะถูกประกาศความพร้อมปฏิบัติการในครึ่งหลังของปี 2027 และถูกวางกำลังปฏิบัติการ" กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21.html)

ตามข้อมูลจากหัวหน้านักบินทดสอบของบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี Jin Tae-beom เครื่องบินขับไล่ KF-21 มีคุณลักษณะคันเร่งอัตโนมัติ(auto-throttle) ที่สามารถปรับความเร็วระหว่างการบินขึ้น, ลงจอด, และทำการบินหมู่ได้
ตามข้อมูลจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี เครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้เสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วในเดือนมกราคม 2026 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้เริ่มต้นการศึกษาแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคที่6

South Korea launches concept study for next-generation fighter





A KAI KF-21 fighter. South Korea has launched a concept study to define requirements for a potential next-generation combat aircraft that could enter service from the 2040s. (Korea Aerospace Industries (KAI))

สาธารณรัฐเกาหลีได้ออกการแข่งขันเพื่อที่จะคัดกรองมุมมองเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตที่สามารถจะเสริมระบบเครื่องบินขับไล่ Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae ของตน
และปักหมุดขีดความสามารถการครองอากาศและการโจมตีความแม่นยำสูงของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) ตั้งแต่ปี 2040s(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/kf-21.html)

สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีได้เชิญชวนการเข้าแข่งขันก่อนหน้าในเดือนสิงหาคม 2026 สำหรับ
'การศึกษาแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตของเกาหลี'(Korean Next-Generation Fighter Concept Study) เป็นระยะเวลา 14เดือน(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21.html) 

โครงการวงเงิน 900 million Korean Won($650,000) มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยการตัดสินใจความต้องการการปฏิบัติการต่างๆและรูปแบบของเครื่องบินขับไล่ในอนาคตที่เป็นไปได้สำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี
ตามรายงานต่างๆของสื่อของสาธารณรัฐเกาหลีอ้างอิงถึงเอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposal) ของผู้เข้าแข่งขัน การศึกษาจะตรวจสอบแนวคิดการปฏิบัติการและขีดความสามารถการปฏิบัติการที่ต้องการต่างๆ

รวมถึงทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming), การตรวจจับได้ยาก stealth, และปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) เพื่อจะระบุรูปแบบอากาศยานที่เหมาะสมและพัฒนาแนวทางวิทยาการในอนาคต
ตามข้อมูลจากผู้เข้าแข่งขัน การแข่งขันสำหรับการศึกษาแนวคิดจะถูกดำเนินการผ่านการแข่งขันโดยทั่วไป โดยผู้รับสัญญาที่ถูกเลือกจะมีขึ้นตามการเจรจาต่างๆการเข้าแข่งขันร่วมที่มีส่วนร่วมจากสององค์กรขึ้นไปหรือมากกว่าได้รับอนุญาตให้กระทำได้ 

การลงทะเบียนผู้เข้าแข่งขันโครงการศึกษาแนวคิดมีกำหนดจะปิดรับในวันที่ 30 กันยายน 2026 การศึกษาไม่ได้ให้ข้อผูกพันต่อสาธารณรัฐเกาหลีที่จะพัฒนาหรือจัดหาเครื่องบินใหม่ อย่างไรก็ตามการค้นหาต่างๆของการศึกษา
รวมถึงแนวคิดการปฏิบัติการต่างๆ, ความต้องการสมรรถนะต่างๆ, และการเสนอรูปแบบต่างๆ น่าจะตามมาภายหลังด้วยการนำเสนอขีดความสามารถต่างๆ, การศึกษาเบื้องต้นต่างๆ และการประเมินความเป็นไปได้ต่างๆ 

สำนักงานโครงการจัดหากลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี DAPA ไม่ได้เปิดเผยว่าเมื่อไรที่ตนคาดว่าจะตัดสินใจว่าจะริ่เริ่มโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตหรือไม่(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21-block-2-16.html) 
ซึ่งเข้าใจว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก(6th Generation Fighter) ต่อจากเครื่องบินขับไล่ KF-21 Block 3(KF-21EX) ที่ตั้งเป้าจะเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า(5th Generation Fighter) อย่างเต็มรูปแบบครับ

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตเพื่อเข้าประจำการ

First production KF-21 rolled out







The first production KF-21 is a two-seat variant. The aircraft will almost certainly be used to train additional RoKAF personnel to operate the platform. (DAPA/Office of the President of the Republic of Korea)













บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ยุคที่4.5 แบบ KF-21 Boramae เครื่องแรกในสายการผลิต ซึ่งจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) ภายหลังในปี 2026
เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae ในสายการผลิตเครื่องแรกได้ถูกแสดง ณ โรงงานอากาศยานการผลิตของบริษัท KAI ที่ Sacheon จังหวัด South Gyeongsang ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐเกาหลีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026

เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae เครื่องแรกในสายการผลิต ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่สองที่นั่งเรียงกันได้ทำหมายเลขแพนหาง "26-001" ในประจำการกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการ
เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae มีขีดความสามารถทำความเร็วได้สูงสุดที่  Mach 1.8 และบรรทุกอาวุธต่างๆได้หนักถึง 7.7tons(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21.html)

ตามหลังการส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี เครื่องบินขับไล่ KF-21 จะถูกส่งมอบเพื่อนำเข้าประจำการในครึ่งหลังปี 2026 กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีได้กล่าวก่อนหน้า
Janes ได้รายงานก่อนหน้าว่าการผลิตของเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตได้เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/kf-21-20.html)

เครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตได้เข้าสู่ขั้นระยะการประกอบขั้นสุดท้ายในเดือนพฤษภาคม 2025 ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/kai-hanwha-kf-21-f414.html)
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี Lee Jae-myung ซึ่งถูกเชิญเข้าร่วมพิธีเปิดตัวกล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้รับความสนใจจากประเทศอื่นๆทั่วโลกแม้กระทั่งก่อนที่เครื่องบินเครื่องแรก(จากสายการผลิต)จะถูกเปิดตัว

ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี Lee ให้เหตุผลถึงความสนใจจากภายนอกต่อ "สมรรถนะ, ค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาต่างๆที่ต่ำ และระบบโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ที่ปรับขนาดได้สูง" ของเครื่องบินขับไล่ KF-21
รายงานจากสื่อท้องถิ่นสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าอินโดนีเซียจะลงนามสัญญาสำหรับเครื่องบินขับไล่ KF-21 จำนวน 16เครื่องระหว่างการเยือนนครหลวง Seoul โดยประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Prabowo Subianto ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2026

อินโดนีเซียได้แก้ไขสัญญาการมีส่วนร่วมในโครงการของตนโดยมองที่จะได้รับการอำนวยความสะดวกสินเชื่อการส่งออกผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งเกาหลี(Exim Bank of Korea) เพื่อการสนับสนุนทางการเงินของอินโดนีเซีย
ในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ KF-21 Block 2 จำนวน 16เครื่องสำหรับกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21-block-2-16.html)

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates) ยังได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) ที่ครอบคลุมความสนใจในเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/kf-21.html)
รายงานจากสื่อของสาธารณรัฐเกาหลีระหว่างการเยี่ยมชมโรงงานอากาศยาน Sacheon ของบริษัท KAI โดยประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี Lee ยังได้เห็นเครื่องบินขับไล่ KF-21 จำนวนหลายสิบเครื่องที่กำลังได้รับการผลิตในหลายหลายสถานะ

ตามข้อมูลจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี เครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้เสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วในเดือนมกราคม 2026
เครื่องบินขับไล่ KF-21 ในการจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่องมีกำหนดที่จะส่งมอบต่อเนื่องจนถึงปี 2028 การที่เครื่องแรกเป็นรุ่นสองที่นั่งแทบจะแน่นอนจะถูกใช้เพื่อการฝึกปฏิบัติเพิ่มเติมของกำลังพลกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีครับ

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

โครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ KF-21 เกาหลีใต้เสร็จสิ้นการบินทดสอบแล้ว

KF-21 development programme completes flight tests





The Korea Aerospace Industries KF-21 ‘Boramae' development programme conducted about 1,600 sorties over a 42-month period, while employing six prototypes. (Korea Aerospace Industries)



โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคที่4.5 Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae ได้ประสบความสำเร็จการเสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วหลังจากการทดสอบเป็นเวลา 42เดือน
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/kai-hanwha-kf-21-f414.html)

การทดสอบทางการบินที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาขั้นสุดท้ายได้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 และมีส่วนร่วมของภารกิจการรับรองสมรรถนะการบินสำหรับเครื่องบินขับไล่ KF-21 004 เครื่องบินต้นแบบเครื่องที่สี่
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี DAPA กล่าวโดยเสริมว่า เที่ยวบินทดสอบสุดท้ายได้รับการดำเนินการเหนือเกาะ Namhae ใกล้เมือง Sacheon ในจังหวัด South Gyeongsang ทางตอนใต้ของประเทศ

บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีได้ทำการสร้างเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องต้นแบบจำนวน 6เครื่องสำหรับโครงการการพัฒนา รวมถึงเครื่องบินขับไล่สองที่นั่งจำนวน 2เครื่อง
"ด้วยการพัฒนาระบบของเครื่องบินขับไล่ KF-21 มีกำหนดที่จะเสร็จสิ้นในครึ่งแรกของปี 2026 การส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) จะมีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2026" DAPA กล่าว

ตามข้อมูลจาก DAPA เครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องต้นแบบทั้ง 6เครื่อง(เครื่องที่นั่งเดียวหมายเลข "001" "002" "003" และ "005" และเครื่องสองที่นั่งหมายเลข "004" และ "006") ได้ทำการบินรวมเกิน 1,600เที่ยวบิน
"โดยปราศจากอุบัติเหตุ" ตั้งแต่ที่เครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องต้นแบบเครื่องแรกทำการบินครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/kf-21.html)

มากกว่า 13,000 สถานการณ์การทดสอบต่างๆได้ถูกดำเนินการปฏิบัติระหว่างโครงการการบินทดสอบเพื่อประเมินเสถียรภาพและสมรรถนะของระบบอากาศยาน DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าว การบินได้ประเมินขีดความสามารถการรบต่างๆที่หลากหลาย
รวมถึงการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/dapa-offset.html), การเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/kf-21.html),

การดำเนินกลยุทธ์ความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ที่มุมปะทะสูง(HAOA: High-Angle-of-Attack), การการกู้คืนการควบคุมที่ระดับความสูงสุดขีดเพื่อสาธิตขีดความสามารถการรบของอากาศยานในฐานะเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ตามข้อมูลจาก DAPA
"นอกเหนือจากนี้ การบินทดสอบได้ยืนยันสมรรถนะการปฏิบัติการของระบบ Avionic หลักต่างๆของระบบอากาศยาน เช่น Active Electronically Scanned Array(AESA) radar และอุปกรณ์ระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare)" DAPA กล่าว

นอกจากนี้ DAPA กล่าวว่ามี "การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและของเขตของการทดสอบอย่างมีนัยสำคัญโดยการขยายสนามบินทดสอบจาก Sacheon ไปยัง Seosan และนำการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศเข้ามาในการบินทดสอบเป็นครั้งแรกในเกาหลี"
สายการผลิตเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในการจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่องได้เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/kf-21-20.html) มีกำหนดที่จะส่งมอบเครื่องแรกแก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีภายในปลายปี 2026 และต่อเนื่องจนถึงปี 2028 ครับ

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียมองที่จะรื้อฟื้นสัญญาเพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ KF-21 Block 2 เกาหลีใต้รุ่นใหม่กว่า 16เครื่อง

Indonesia looks to revive KF-21 contract with Block 2 acquisition





A model of the KF-21 on display at Indo Defence 2025. (DEFENSE STUDIES)

การมีส่วนร่วมของอินโดนีเซียในโครงการเครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae ของสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/kai-hanwha-kf-21-f414.html) มองที่จะมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยข้อบ่งชี้ใหม่ล่าสุดต่างๆว่า
รัฐบาลอินโดนีเซียในนครหลวง Jakarta อาจจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ KF-21 Block 2 รุ่นใหม่ในฐานะส่วนหนึ่งของชุดที่จะรื้อฟื้นสัญญาที่หยุดชะงักมานาน(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/kai-kf-21.html)

ความคืบหน้านี้อุบัติขึ้นจากการประชุมแบบปิดประตู ณ กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในนครหลวง Jakarta เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งได้จัดขึ้นตามข้อเสนอที่มีการเสนอโดยประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Prabowo Subianto
แก่คู่เจรจาของเขาประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี Lee Jae-myung ระหว่างประชุมเป็นการส่วนตัว ณ การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก Asia-Pacific Economic Cooperation(APEC) Summit 2025 ในเดือนตุลาคม 2025

ตามข้อมูลจากเอกสารต่างๆที่มอบให้แก่ Janes การประชุมเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026 ได้รับการนำโดยประธานฝ่ายโครงการและการประเมินค่า(Programme and Evaluation) สำนักงานการส่งกำลังบำรุงกลาโหม(Defence Logistics Agency) กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย
พลอากาศจัตวา Jon Ginting และยังได้เชิญตัวแทนจากบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี และ PT Dirgantara Indonesia(PTDI) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการบินอินโดนีเซียเข้าร่วมการประชุม

ตามที่ถูกเน้นในการหารือ การประชุมมีศูนย์กลางที่การคาดการณ์ว่ารัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีควรจะขยายการอำนวยความสะดวกสินเชื่อการส่งออกผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งเกาหลี(Exim Bank of Korea)
เพื่อการสนับสนุนทางการเงินของอินโดนีเซียต่อข้อผูกผันเครื่องบินขับไล่ KF-21 สำหรับกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)

ส่วนหนึ่งของการอำนวยความสะดวกจะยังถูกใช้เพื่อเป็นเงินทุนการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ KF-21 Block 2 จำนวน 16เครื่อง ด้วยจำนวนเครื่องเท่านี้จะทำให้ฝูงบินขับไล่ถูกเติมเต็มฝูงบินภายใต้อัตราจัดกำลังของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย
ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ถูกมอบให้ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกสินเชื่อการส่งออกที่อาจจะถูกเพิ่มขยายได้(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/kf-21.html)

เช่นเดียวกัน ยังไม่มีรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับข้อตกลงก่อนหน้าสำหรับอินโดนีเซียที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ KF-21 Block 1 จำนวน 48เครื่องว่าจะถูกแก้ไขเพื่อสะท้อนต่อการพิจารณาสำหรับเครื่องบินขับไล่ KF-21 Block 2 จำนวน 16เครื่องนี้หรือไม่
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีประกาศว่าอินโดนีเซียได้ลงนามการแก้ไขข้อตกลงการมีส่วนร่วมของตนในโครงการ KF-21 ระหว่างงาน Indo Defence 2025 ที่ Jakatar อินโดนีเซียในเดือนมิถุนายน 2025 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568

KAI และ Hanwha เกาหลีใต้ได้รับสัญญาสร้างเครื่องบินขับไล่ KF-21 และเครื่องยนต์ไอพ่น F414 เพิ่ม

Update: KAI, Hanwha win deals to build more KF-21 fighters and engines







An initial batch of KF-21 fighter aircraft is scheduled to be delivered to the RoKAF by late 2026. (Korea Aerospace Industries)
https://www.janes.com/osint-insights/defence-news/air/update-kai-hanwha-win-deals-to-build-more-kf-21-fighters-and-engines





บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี และบริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีได้ชนะสัญญามูลค่าวงเงินมากกว่า 3 trillion Korean Won($2.2 billion)
เพื่อที่จะผลิตเครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae และเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ General Electric F414 ของเครื่องบินสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force)

บริษัท KAI กล่าวในการยื่นเอกสารต่อตลาดหลักทรัพย์(stock exchange filing) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2025 ว่าข้อตกลงใหม่ของตนที่ได้รับการประกาศโดยสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี
มีมูลค่าที่วงเงิน 2.39 trillion Korean Won และดำเนินไปจนถึงเดือนธันวาคม 2028(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/kai-kf-21.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/04/kf-21.html)

บริษัท Hanwha Aerospace กล่าวว่าสัญญาของตนมีมูลค่าที่วงเงิน 623.2 billion Korean Won และครอบคลุมสิทธิบัตรการผลิตของเครื่องยนต์ไอพ่น F414 สหรัฐฯเพิ่มเติมจำนวน 40เครื่องและชิ้นส่วนอะไหล่ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท KAI ไม่ได้เปิดเผยว่ามีเครื่องบินขับไล่ KF-21 กี่เครื่องที่จะถูกสร้างภายใต้สัญญาใหม่ แต่น่าจะเป็นที่จำนวน 20เครื่อง ตามที่เครื่องบินขับไล่ KF-21 แต่ละเครื่องติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ไอพ่น F414 สองเครื่อง

ทั้งสองสัญญาแสดงถึงข้อตกลงที่มีต่อเนื่องตามมา ในเดือนมิถุนายน 2024 บริษัท KAI ได้รับการประกาศสัญญาวงเงิน 1.96 trillion Korean Won เพื่อผลิตเครื่องบินขับไล่ KF-21 จำนวน 20เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/kf-21-20.html)
และบริษัท Hanwha Aerospace ขณะข้อตกลงวงเงิน 556 billion Korean Won เพื่อสร้างเครื่องยนต์ไอพ่น F414 ชุดแรกจำนวน 40เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/hanwha-f414.html)

การผลิตเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตเครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีได้เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม 2024 ณ โรงงานอากาศยาน Sacheon ของบริษัท KAI ใน Gyeongsangnam-do(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/kf-21.html) 
เครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกได้เข้าสู่ขั้นระยะการประกอบขั้นสุดท้ายของตน ซึ่งเครื่องได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น F414 และระบบไฟฟ้าต่างๆของตนในเดือนพฤษภาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/kf-21-40.html)

Active Electronically Scanned Array(AESA) radar ของเครื่องบินขับไล่ KF-21 ยังได้รับการพัฒนาและสร้างภายในประเทศโดยบริษัท Hanwha Systems สาธารณรัฐเกาหลีด้วย
ภายใต้อีกข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2025 บริษัท Hanwha Systems กล่าวว่าตนจะผลิต AESA radar ที่ไม่ระบุจำนวนสำหรับเครื่องบินขับไล่ KF-21(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/kf-21.html) 

บริษัท Hanwha Systems กล่าวว่าสัญญาการผลิต AESA radar สำหรับเครื่องบินขับไล่ KF-21มีมูลค่าที่วงเงิน 2.8 trillion Korean Won แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติม
ตามหลังการประกอบขั้นสุดท้ายเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกจะได้รับการทดสอบภาคพื้นดินและการบินทดสอบต่างๆ เครื่องบินขับไล่ KF-21 ระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่องมีกำหนดที่จะส่งมอบเครื่องแรกแก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีภายในปลายปี 2026 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568

KAI เกาหลีใต้มองการเริ่มต้นโครงการเครื่องบินขับไล่ KF-21 กับอินโดนีเซียใหม่

Indo Defence 2025: KAI looks for KF-21 restart with Indonesia





A model of the KF-21 with Indonesian livery on display at Indo Defence 2025. (Tayfun Ozberk/Ministry of Defence of Indonesia)



สาธารณรัฐเกาหลีได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอินโดนีเซียในนครหลวง Jakatar เพื่อจะ "ปรับเปลี่ยน" ภายหลังขององค์ประกอบการแบ่งปันงานในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae
และบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีคาดการณ์การเริ่มต้นที่สดใหม่สำหรับอินโดนีเซียในโครงการเครื่องบินขับไล่ KF-21 ตามผลลัพธ์ของเรื่องนี้(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/kf-21.html)

การพูดคุยกับ Janes ณ นิทรรศการและการประชุมการป้องกันประเทศ Indo Defence Expo and Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี ที่ศูนย์จัดแสดง Jakarta International Expo ใน Jakarta  ระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายน 2025
ตัวแทนจากบริษัท KAI สาธารณรัฐเกาหลียืนยันว่าอินโดนีเซียได้ร้องขอมายาวนานสำหรับสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น "การปรับแก้" ของการแบ่งปันงานของตนในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ KF-21(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/kf-21.html)

ต่อเนื่องตามมาในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2025 สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีประกาศว่า
อินโดนีเซียและสาธารณรัฐเกาหลีขณะนี้ได้ลงนาม "การแก้ไขข้อตกลงโครงการเพื่อการพัฒนาร่วม"(Revision of the Project Agreement for Joint Development) สำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ KF-21 แล้ว

แถลงการณ์ได้ถูกเผยแพร่ควบคู่ไปกับงาน Indo Defence 2025 ที่ซึ่งข้อตกลงได้ถูกลงนามระหว่างทางการจากทั้งอินโดนีเซียและสาธารณรัฐเกาหลีสองประเทศ ในแถลงการณ์ DAPA สาธารณรัฐเกาหลีเน้นว่า
อัตราส่วนการมีส่วนร่วมต่อโครงการของอินโดนีเซียขณะนี้จะถูกปรับลดลงในการสะท้อนของการตัดสินใจที่มีขึ้นโดยคณะกรรมาธิการส่งเสริมโครงการกลาโหม(Defense Project Promotion Committee) สาธารณรัฐเกาหลีในเดือนสิงหาคม 2024

DAPA สาธารณรัฐเกาหลีได้ประกาศในเดือนสิงหาคม 2024 ว่ารัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีในนครหลวง Seoul ได้อนุมัติการร้องขอของอินโดนีเซียที่จะลดขนาดการมีส่วนร่วมทางการเงินของรัฐบาลอินโดนีเซียในโครงการ KF-21
จาก 1.6 trillion Korean Won($1.2 billion) เป็น 600 billion Korean Won($438 million) ด้วยการปรับแก้ที่ขณะนี้ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการและได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองประเทศแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/kf-21-20.html)

การเจรจาต่างๆสำหรับการจัดการรูปแบบการแบ่งปันงานต่างๆเกี่ยวการผลิตของเครื่องบินขับไล่ KF-21 ขณะนี้สามารถที่จะดำเนินต่อได้แล้ว ตัวแทน KAI สาธารณรัฐเกาหลีกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/kf-21-40.html)
นี่เป็นการปูทางอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับเหล่าวิศวกรอินโดนีเซียที่จะกลับมาดำเนินการมีส่วนร่วมของพวกตนในโครงการเครื่องบินขับไล่ KF-21 เมื่อเงื่อนไขของการจัดการการผลิตได้รับความเห็นชอบแล้ว ตัวแทนบริษัท KAI เสริม

อินโดนีเซียได้ชำระค่าใช้จ่ายในโครงการของตนไปแล้วประมาณ 400 billion Korean Won จนถึงเดือนเมษายน 2024 การปรับการมีส่วนร่วมทางการเงินในโครงการลงเหลือ 600 billion Korean Won จะทำให้อินโดนีเซียมีข้อผูกพันจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอีกราว 200 billion Korean Won 
สำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ KF-21 จำนวน 48เครื่องของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) ที่จะมีส่วนการผลิตในประเทศโดย PT Dirgantara Indonesia(PTDI, Indonesian-aircraft Industries) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการบินอินโดนีเซียครับ

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

RV Connex ไทยและ Diehl Defence เยอรมนีลงนามสัญญาส่งมอบเป้าบินไอพ่น JRV-01 สำหรับทดสอบยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T

Diehl Defence and RV Connex sign contract for the delivery of target drones for IRIS-T live firings
Martin Walzer‚ Senior Manager Integration Programs, Diehl Defence‘ (left) and Manfred Karge‚ Senior Advisor, RV Connex‘ (right) (Diehl Defence)



JRV-01 jet engine target drone (RV Connex)
Diehl Defence, a leading system house for ground-based air defence, guided missiles and ammunition, has intensified its partnership with Thailand-based defence and security business RV Connex. 
Both companies signed a contract for the first delivery of target drones and services for live firing tests with Diehl Defence’s IRIS-T air-to-air-missile.


Korea Aerospace Industries (KAI) T-50TH Golden Eagle "40114" of 401st Squadron, Wing 4 Takhli; Royal Thai Air Force (RTAF), and graphic shown TA-50/FA-50 and KF-21 aircrafts with Diehl Defence IRIS-T were displayed at Wing 6 Don Muang RTAF base, Bangkok, Thailand during Royal Thai Air Force 88th Anniversary Air Show on 7-8 March 2025. (My Own Photos)

บริษัท Diehl Defence เยอรมนีผู้นำด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน, อาวุธปล่อยนำวิถี และเครื่องกระสุน ได้ทวีความเข้มข้นในความเป็นหุ้นส่วนของตนกับบริษัท RV Connex ไทยด้านกิจการป้องกันประเทศและความมั่นคง
ทั้งสองบริษัทได้ลงนามสัญญาสำหรับการส่งมอบเป้าบินไอพ่นแบบ JRV-01 ของ RV Connex ไทยชุดแรกและการบริการต่างๆสำหรับการทดสอบยิงด้วยอาวุธจริงกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T ของ Diehl Defence เยอรมนี

ในสัญญาได้รวมการบริการเพิ่มเติมต่างสำหรับโครงการการรับรองความสมควรเดินอากาศอาวุธต่าง การส่งมอบชุดแรกของเป้าบินไอพ่น JRV-01 มีขึ้นตามการการลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) 
โดยทั้งสองบริษัทในเดือนพฤศจิกายน 2023 ที่ปูทางไปสู่ความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งบริษัท Diehl Defence และบริษัท RV Connex ขณะนี้ดำเนินการการประมินค่าร่วมของระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/diehl-iris-t-block-ii.html)

RV Connex ไทยเสนอระบบที่แสดงถึงระบบเป้าบินสมัยใหม่อย่างเช่นระบบเป้าบินไอพ่น JRV-01 เช่นเดียวกับการบริการต่างๆที่จำเป็นสำหรับการใช้งานระบบ เป้าบินไอพ่น JRV-01 เช่นเดียวกับการบริการต่างๆ
จะถูกใช้สำหรับการเพิ่มขยายความสมจริงของการทดสอบยิงจริงของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T และสำหรับการเตรียมการสถานะการณ์การฝึกของลูกค้าเพื่อให้ตรงความต้องการความมั่นคงทีมีวิวัฒนาการ

Diehl Defence เยอรมนีจะได้รับประโยชน์จากขีดความสามารถต่างๆของเป้าบินไอพ่น JRV-01 ไทยที่มอบการจำลองภัยคุกคามที่สมจริงระดับสูง และทำให้มั่นใจว่าบรรลุผลมาตรการทดสอบต่างของบริษัท Diehl Defence ที่มีมาตรฐานความน่าเชื่อถือและสมรรถนะสูงที่สุด
ร่วมไปกับ RV Connex ไทย บริษัท Diehl Defence ขณะนี้สามารถเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีราคาเหมาะสมที่สมบูรณ์สำหรับการยิงจริงโดยปราศจากความจำเป็นของสิ่งอำนวยความสะดวกการทดสอบที่ซับซ้อน และจะสามารถจะมอบการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบสำหรับการยิงจริงสำหรับลูกค้าต่างๆของ IRIS-T ได้

การทดสอบการยิงจริงครั้งแรกของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T ต่อเป้าบินไอพ่น JRV-01 ได้มีการวางแผนยืนยันชัดเจนแล้ว ทั้งสองบริษัทจะขยายความร่วมมือของพวกตนและขอบเขตการให้บริการต่างๆในอนาคต ความเป็นหุ้นส่วนระหว่าง Diehl Defence เยอรมนีและ RV Connex ไทยไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นในตลาดเอเชีย แต่ได้มีความเป็นไปได้ที่จะขยายไปตลาดอื่นๆทั่วโลกด้วย
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T ของ Diehl Defence เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ยุคที่ห้า ที่ได้รับการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบเข้ากับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ยุโรป, เครื่องบินขับไล่ Saab Gripen สวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/saab-gripen.html), 

เครื่องบินขับไล่ Lockhhed Martin F-16 Fighting Falcon สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/rtaf2025.html), เครื่องบินขับไล่ Boeing EF-18AM/BM Hornet สเปน(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/airbus-a330-mrtt-3.html), เครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F TH และเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado
ปัจจุบันการบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T เข้ากับเครื่องบินขับไล่ Korean Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae กำลังอยู่ในการดำเนินการ(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/kf-21.html) ตามการบูรณาการนี้สาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามสัญญาแรกกับ Diehl Defence ในปี 2024 สำหรับการจัดหาของ IRIS-T

Helmut Rauch ผู้อำนวยการบริหารบริษัท Diehl Defence กล่าวว่า "ผมภูมิใจที่จะขยายการแสดงตนของเราในเอเชียในความเป็นหุ้นส่วนกับ RV Connex ไทย เรากำลังมองย้อนไปที่ 15ปีของความสำเร็จการปฏิบัติการในไทย และผมเชื่อมั่นว่าความสำเร็จที่มากขึ้นสำหรับเราในเอเชียจะตามมา"
Diehl Defence ได้แสดงตนในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการส่งมอบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T แก่กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๖(2013)

และโดยความร่วมมือกับบริษัท Korea Aerospace Industries, Ltd.(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับการบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T เข้ากับเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตี TA-50/เครื่องบินขับไล่และโจมตี FA-50 และเครื่องบินขับไล่ KF-21
ล่าสุดในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) บริษัท Diehl Defence เยอรมนีได้ประกาศสัญญาสนับสนุนกับกองทัพอากาศไทยสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/diehl-defence-iris-t.html)

ความเห็นวิเคราะห์
บริษัท RV Connex ไทยได้เปิดตัวเป้าบินไอพ่น JRV-01 เป็นครั้งแรก ณ งานนิทรรศการระบบไร้คนขับ Dronetech Asia 2024 ที่ไทย ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๗ ซึ่งเป้าบินไอพ่น JRV-01 ถูกระบุว่าเป็นเป้าบินไอพ่น Jet Target Drone แบบแรกที่ออกแบบและผลิตใน ASEAN
ตามข้อมูลจาก RV Connex มีขนาดความยาว 2.6m ทำความเร็วสูงสุดที่ 262knots ทำการบินต่อเนื่องได้นานหนึ่งชั่วโมง ควบคุมการบินด้วย datalink ที่ระยะ 70km ภายตัวอากาศยาน(airframe) สามารถติดตั้งเครื่องขยายสัญญาณ radar,พลุ flare ความร้อน หรือพลุควัน เพื่อสร้างสัญญาณเป้าจำลองสำหรับการฝึกใช้อาวุธปล่อยนำวิถีด้วยความร้อนเช่น IRIS-T

ปัจจุบันกองทัพอากาศไทยได้บูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T เข้ากับเครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐/ก บ.ข.๒๐/ก Saab Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี, เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก Lockheed Martin F-16AM/BM EMLU Fighting Falcon ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลี และเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๘ข/ค บ.ข.๑๘ข/ค Northrop F-5E/F TH Super Tigris ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑ อุบลราชธานี
ซึ่งทั้งหมดต่างได้เคยมีการทดสอบการยิงไปแล้วก่อนหน้า จึงเป็นที่เข้าใจว่าการทดสอบยิง IRIS-T กับเป้าบินไอพ่น JRV-01 ที่จะมีขึ้นในอนาคตจะเป็นการทดสอบการบูรณาการเข้ากับเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ T-50TH Golden Eagle ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ในความร่วมมือกับ KAI สาธารณรัฐเกาหลีผู้สร้างเครื่องบินครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/kai-tai-mro-t-50th.html)