วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567

Leonardo อิตาลีเปิดตัวเฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 Fenice ใหม่

Eurosatory 2024: Leonardo debuts AW249 heavy attack helicopter







Leonardo debuts the AW249 attack helicopter at Eurosatory 2024. Pictured is one of the four prototypes built by the company to test the platform's systems. (Janes/Olivia Savage)





บริษัท Leonardo อิตาลีเปิดตัวเฮลิคอปเตอร์โจมตีหนัก AW249 Fenice("Phoenix" ในภาษาอิตาลี) ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2024 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2024 ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศส
เฮลิคอปเตอร์โจมตีสองที่นั่งเรียงกัน AW249 ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Leonardo มีวัตถุประสงค์สำหรับการใช้งานโดยกองทัพอิตาลี(Italian Armed Forces, Forze armate italiane)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 Fenice จำนวนทั้งหมด 48เครื่องกำลังได้รับการจัดหาเพื่อมอบให้กับกองทัพอิตาลี โดยการส่งมอบคาดว่าจะเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2017/01/leonardo-a129-mangusta-m345-het.html)
ผู้จัดการโครงการเฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 ของกองทัพบกอิตาลี(Italian Army, EI: Esercito Italiano) พลตรี Matteo Bergamo ให้รายละเอียดแก่ Janes และตัวแทนสื่ออื่นๆ ณ งาน Eurosatory 2024

การอธิบายถึงเฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 Fenice พลตรี Bergamo กล่าวว่าการออกแบบของเฮลิคอปเตอร์ให้ลำดับความสำคัญการต่อต้านภัยคุกคามต่างๆที่ทัดเทียมกันที่สามารถจะวางกำลัง "ฟองอากาศ"(bubbles) การต่อต้านการเข้าถึง/การปฏิเสธพื้นที่(A2/AD: Anti-Access/Area Denial)
บนพื้นฐานนี้ ฮ.โจมตี AW249 ได้ถูกออกโดยรอบการเข้าถึงหลายมิติที่สนับสนุนโดยหกแกนหลักสำคัญ การทำงานร่วมกัน การเชื่อมต่อ และการบูรณาการหลายมิติ, ความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่และความเร็วในทุกสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการ,

อำนาจการสังหารและความแม่นยำทั้งระยะใกล้และทางลึก, 'การทำการเป็นทีมแบบมีนักบินบังคับและไร้คนขับ'(crewed-uncrewed teaming), ความอยู่รอด, และการดำรงภาพและการสนับสนุน
ความต้องการใหม่และวิทยาการที่อุบัติขึ้นใหม่ต่างๆได้ถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนหกแกนหลักเหล่านี้ รวมถึงตัวทำลายยิงทางอากาศ(air-launched effect) และอากาศยานไร้คนขับพลีชีพ(airborne loitering munition),

ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System), อาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยไกลมาก, และปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) สำหรับการบินและการส่งกำลังบำรุง
ระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battlespace Management System) digital ใหม่ยังกำลังอยู่ภายใต้การพัฒนา โดยมุ่งเป้าที่การลดภาระของผู้ปฏิบัติงาน ขณะที่มอบการหยั่งรู้สถานการณ์แก่นักบินและนักบินผู้ช่วย(co-pilot)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 Fenice ที่ Leonardo อิตาลีนำมาจัดแสดงในงาน Eurosatory 2024 เป็นหนึ่งในเครื่องต้นแบบจากจำนวน 4เครื่องที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการทดสอบระบบต่างๆของเฮลิคอปเตอร์
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 Fenice เครื่องต้นแบบได้ทำการบินครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2022 มีจุดประสงค์เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี AgustaWestland A129 Mangusta ที่เข้าประจำการในกองทัพบกอิตาลีตั้งแต่ปี 1990 ครับ

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567

เกาหลีใต้รับมอบเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon ชุดแรก

South Korea receives three P-8A Poseidons











South Korea will handover six Boeing P-8A Poseidons to the RoKN at the end of June 2024. The aircraft pictured has the insignia of the RoKN's 611th Squadron, which is based at Pohang. (Republic of Korea Navy)



สาธารณรัฐเกาหลีได้รับมอบเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล(MPA: Maritime Patrol Aircraft) และเครื่องบินปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) แบบ Boeing P-8A Poseidon ชุดแรกของตน
หลังจากเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon จำนวน 3เครื่องได้ถูกส่งมอบแล้วเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2024 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/boeing-p-8a-poseidon.html)

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon ได้เดินทางมาถึงที่ตั้งกองบัญชาการอากาศนาวี(Naval Air Command) ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ใน Pohang แล้ว
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2020/03/boeing-p-8a-poseidon.html)

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon สามเครื่องเป็นส่วนหนึ่งจากทั้งหมดจำนวน 6เครื่องที่ได้รับการสั่งจัดหาจากสาธารณรัฐเกาหลีในปี 2018 สำหรับโครงการเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล MPA-II(Maritime Patrol Aircraft-II)
เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon ที่เหลืออีก 3เครื่องจะถูกส่งมอบในวันที่ 30 มิถุนายน 2024 ที่จะถึงนี้ DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2018/06/p-8a.html)

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon จะเพิ่มขยายขีดความสามารถของสาธารณรัฐเกาหลีที่จะตรวจจับและต่อต้านขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ(SLBM: Submarine-Launched Ballistic Missile)
จากเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าตามแบบติดขีปนาวุธ(SSB) ของกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

DAPA สาธารณรัฐเกาหลีเสริมว่า "เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A สร้างความเป็นไปได้สำหรับกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีที่จะไม่เพียงแต่เพิ่มขยายขีดความสามารถการปราบเรือดำน้ำของตนต่อเรือดำน้ำของเกาหลีเหนือ
แต่ยังที่จะดำเนินการเสริมสร้างความแข็งแกร่งการปฏิบัติการการบินทางทะเลต่างๆผ่านการตอบสนองที่รวดเร็ว และขีดความสามารถการตรวจการณ์ต่างๆที่ถูกเพิ่มขยาย"

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A จำนวน 6เครื่องจะถูกส่งมอบให้แก่กองบัญชาการอากาศนาวี กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2024 เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A จะใช้เวลาหนึ่งปีต่อจากนี้ในการประเมินค่าการปฏิบัติการ
รวมถึงการฝึกนักบินเพิ่มเติม และการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงทางทะเลเพื่อจะตรวจวัดขีดความสามารถการปฏิบัติการต่างๆ ก่อนการนำเข้าประจำการในกลางปี 2025 ตามข้อมูลจาก DAPA สาธารณรัฐเกาหลี

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A จะเสริมต่อฝูงบินเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Lockheed P-3 Orion จำนวน 8เครื่องที่กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีมีอยู่ ซึ่งถูกจัดหามาตั้งแต่ปี 1995 และปรับปรุงเป็นมาตรฐานเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-3CK ในปี 2010
ในปี 2018 สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) กล่าวว่าการจัดหา P-8A จะทำให้สาธารณรัฐเกาหลีจะ "ปรับปรุงความทันสมัยและดำรง" ขีดความสามารถเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล(MSA: Maritime Surveillance Aircraft) ของตน "เป็นเวลาอีก 30ปีข้างหน้า" ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สวีเดนปลดประจำการเครื่องบินฝึกไอพ่น Saab 105 SK 60 หลังใช้งานมาเกือบ 60ปี

Sweden retires SK 60 jet trainer after nearly 60 years







Sweden has formally retired the SK 60 from service after 57 years. (Saab/jn-photo.se)





สวีเดนได้ปลดประจำการเครื่องบินฝึกไอพ่น Saab 105 (กำหนดแบบเป็นเครื่องบินฝึก SK 60 ในประจำการกองทัพสวีเดน) หลังจากประจำการมาเป็นเวลาเกือบ 60ปีแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/saab-105.html)
เครื่องบินฝึกไอพ่นสองที่นั่งเคียงกันสองเครื่องยนต์ Saab 105 ที่ทำการบินครั้งแรกในปี 1963 และเข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) ในปี 1967 ได้ถูกปลดประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2024

"มันได้รับใช้เรามาเป็นอย่างดี เราได้มีเครื่องบินฝึกไอพ่น SK 60 ในรายการยุทโธกรณ์ของสวีเดนตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเกิด มันรับใช้กองทัพมาอย่างดี แต่ตอนนี้มันเก่าแล้ว" รองผู้บัญชาการกองทัพอากาศสวีเดน พลอากาศจัตวา Tommy Petersson กล่าวกับ Janes และสื่อความมั่นคงอื่นๆในเดือนพฤษภาคม 2024
พลอากาศจัตวา Petersson กล่าวว่าเครื่องบินฝึกไอพ่น SK 60 น่าจะยังคงทำการบินต่อไปเป็นช่วงระยะหนึ่งหลังวันปลดประจำการอย่างเป็นทางการของมัน(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/typhoon-saab-105.html) 

กองทัพอากาศสวีเดนจะดำเนินการฝึกการบินขั้นแรกโดยการใช้เครื่องบินฝึกใบพัด Grob G120TP (กำหนดแบบเป็นเครื่องบินฝึก SK 14 ในประจำการกองทัพอากาศสวีเดน)
ที่ปัจจุบันเครื่องบินฝึกใบพัดสองที่นั่งเคียงกันเครื่องยนต์ turboprop แบบ Grob G120TP ได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดน ณ ฐานทัพอากาศ Malmen ใน Linköping สวีเดน

หลังจากนั้น ศิษย์การบินนักบินพร้อมรบกองทัพอากาศสวีเดนจะถูกโอนย้ายไปที่โรงเรียนการบินนานาชาติ(IFTS: International Flight Training School) ของกองทัพอากาศอิตาลี(Italian Air Force, AMI: Aeronautica Militare Italiana) 
ณ ฐานทัพอากาศ Decimomannu ใน Sardinia อิตาลี ภายใต้ข้อตกลงระยะเวลา 10ปีที่ลงนามในเดือนธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/leonardo-airbus-m-346.html)

ศิษย์การบินนักบินลำเลียงกองทัพอากาศสวีเดนจะถูกโอนย้ายไปฝึกกับกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) โดยศิษย์การบินนักบินเฮลิคอปเตอร์กองทัพอากาศสวีเดนจะไปยังเยอรมนีสำหรับการฝึกเพิ่มเติม(ตามที่ได้ดำเนินการเช่นนี้มาแล้ว 15ปี)
เครื่องบินฝึกไอพ่น SK 60 เป็นอากาศยานในการปฏิบัติการที่ประจำการมาเป็นเวลายาวนานที่สุดที่เคยถูกสร้างมาโดยบริษัท Saab สวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/saab-105-typhoon.html)

โดยที่เครื่องบินฝึกไอพ่น SK 60 ถูกปลดประจำการจากกองทัพอากาศสวีเดนแล้ว เครื่องบินฝึกไอพ่น Saab 105 ยังคงมีผู้ใช้งานอีกรายคือกองทัพอากาศออสเตรีย(AAF: Austrian Air Force, Österreichische Luftstreitkräfte)
ซึ่งกองทัพอากาศออสเตรียก็ได้ปลดประจำการเครื่องบินฝึกไอพ่น Saab 105Ö ของตนไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 แล้วหลังประจำการมา 50ปี ทำให้เป็นสวีเดนผู้ใช้งานรายสุดท้ายสำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่น Saab 105 ที่เลิกใช้หลังประจำการมา 57ปีครับ

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567

Airbus ทำการบินทดสอบเฮลิคอปเตอร์ NH90 รุ่นใหม่สำหรับหน่วยรบพิเศษฝรั่งเศส

Eurosatory 2024: Airbus flies special forces NH90 for France





Finished in ‘special forces black', the NH90 FS/Standard 2 for the French Army is now in a flight-test campaign that will run through to the end of 2024. (Airbus)

บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปได้ดำเนินการณรงค์การบินทดสอบของเฮลิคอปเตอร์ NHIndustries(NHI) NH90 สำหรับหน่วยรบพิเศษฝรั่งเศสแล้ว ผู้บริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(chief stakeholder) บริษัท NHI ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2024 ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์กลาโหมนานาชาติ Eurosatory 2024 ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/nhi-nh90.html)

"Airbus Helicopters ได้เริ่มการรณรงค์การบินทดสอบสำหรับต้นแบบของเฮลิคอปเตอร์ NH90 Standard 2 มาตรฐานี้เป็นหนึ่งในรูปแบบล่าสุดของเฮลิคอปเตอร์ NH90 ที่ได้รับการการพัฒนาเป็นพิเศษโดยเฉพาะ
สำหรับกองบินเบากองทัพบกฝรั่งเศส(French Army Light Aviation, ALAT: Aviation légère de l'Armée de terre) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการต่างๆของหน่วยรบพิเศษ" บริษัท Airbus Helicopters ซึ่งถือหุ้นร้อยละ62.5 ในบริษัท NHI กล่าว

Airbus Helicopters เสริมว่าการการทดสอบการบินจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2024 ตามความสอดคล้องกับกำหนดการที่เห็นชอบร่วมกับสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction Générale de l’Armement)
"การทดสอบจะรับรองการออกแบบของแบบแผนรูปแบบใหม่" บริษัท Airbus กล่าว รูปแบบมาตรฐาน เฮลิคอปเตอร์ NH90 Standard 2 รวมถึงระบบกล้อง electro-optical แบบ Euroflir จากบริษัท Safran ฝรั่งเศส,

มาตรการชุดช่วยเหลือทางการป้องกันอนาคตจากบริษัท Safran และหมวกนักบินติดจอแสดงผลสีแบบ TopOwl (HMSD-DD: Helmet Mounted Sight Digital Display) ใหม่จากบริษัท Thales ยุโรป, 
แผนที่ digital ใหม่, ประตูห้องบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อทำให้หน่วยรบพิเศษจะออกจากเครื่องได้เร็วขึ้น และหน้าต่างด้านข้างส่วนหลังที่ขยายขนาดและเลื่อนได้ในแต่ละด้านของเครื่องเพื่อรองรับการติดตั้งปืน

ได้มีการระบุก่อนหน้านี้ว่า ฝรั่งเศสจะทำการเปลี่ยนแบบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปทางยุทธวิธี NH90 TTH(Tactical Transport Helicopter) "อย่างน้อย 10เครื่อง" จาก 74เครื่องของตน
เป็นมาตรฐานรูปแบบเฮลิคอปเตอร์หน่วยปฏิบัติการพิเศษ(SOF: Special Operations Forces) แบบ NH90 FS(Forces Spéciales)/Standard 2 ใหม่(จะมีเครื่องที่สร้างใหม่ได้รับการสั่งจัดหา 8เครื่อง)

บริษัท Airbus ยืนยัน ณ งานแสดง Eurosatory 2024 ว่าด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปทางยุทธวิธี NH90 TTH จำนวน 81 ที่ขณะนี้อยู่ในการส่งจัดหาแล้ว(ซึ่งจำนวน 63เครื่องได้ถูกส่งมอบแล้วจนถึงปัจจุบัน)
กระทรวงกองทัพฝรั่งเศส(Ministry of Armed Forces, Ministère des Armées) มีกำหนดที่จะได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนหน่วยรบพิเศษ NH90 FS/Standard 2 จำนวน 18เครื่องครับ

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567

เรือดำน้ำ U212CD นอร์เวย์และเยอรมนีจะใช้ฐานทัพเรือร่วมกันในนอร์เวย์

Norwegian and German U212CD submarines to be based together in Norway





Norwegian and German U212CD submarines will be based together in Haakonsvern, Southern Norway. (tkMS)

เรือดำน้ำชั้น U212CD(Common Design) ของนอร์เวย์และเยอรมนีจะมีที่ตั้งฐานทัพเรือร่วมกันในตอนใต้ของนอร์เวย์ กระทรวงกลาโหมนอร์เวย์กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2024 ว่า
ฐานทัพเรือใหม่สำหรับเรือดำน้ำชั้น U212CD รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก จะถูกสร้างขึ้น ณ Haakonsvern ที่ซึ่งปัจจุบันเป็นฐานที่ตั้งของเรือดำน้ำชั้น Ula ของกองทัพเรือนอร์เวย์(Royal Norwegian Navy, Sjøforsvaret) อยู่แล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ที่ฐานทัพเรือ Haakonsvern จะรวมถึง ท่าเทียบเรือ, สถานที่ซ่อมบำรุง และทดสอบสำหรับเรือดำน้ำชั้น U212CD(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/u212cd-nsm.html)
เยอรมนีและนอร์เวย์วางแผนการปฏิบัติการร่วมของเรือดำน้ำชั้น U212CD ในแนวกระนาบทางตอนเหนือของ NATO ท่ามกลางภัยคุกคามจากเรือดำน้ำของรัสเซียที่มีอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานยุทโธปกรณ์กลาโหมนอร์เวย์(NDMA: Norwegian Defence Materiel Agency, FMA: Forsvarsmateriell) และ สำนักงานยุทโธปกรณ์, สารสนเทศ, วิทยาการ และการสนับสนุนระหว่างประจำการกองทัพสหพันธรัฐเยอรมนี(BAAINBw: Bundesamt für Ausrüstung, Informationstechnik und Nutzung der Bundeswehr)
ได้สั่งจัดหาเรือดำน้ำชั้น U212CD จำนวน 6ลำจากบริษัท thyssenkrupp Marine Systems(tkMS) เยอรมนี และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) Block 1A จากบริษัท Kongsberg Defence & Aerospace นอร์เวย์ในเดือนกรกฎาคม 2021 

ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือเยอรมนี-นอร์เวย์ ณ เวลานั้นนอร์เวย์สั่งจัดหาเรือดำน้ำชั้น U212CD จำนวน 4ลำ และเยอรมนีสั่งจัดหาจำนวน 2ลำ แต่รัฐบาลนอร์เวย์ได้ร้องขอที่จะจัดหาเรือดำน้ำ U212CD เพิ่มเติมอย่างน้อยอีก 1ลำ
คณะกรรมาธิการการต่างประเทศและกลาโหมของรัฐสภานอร์เวย์(Storting) ได้เพิ่มเติมเรือดำน้ำชั้น U212CD อีกสำหรับทั้งหมดรวม 6ลำในแผนกลาโหมระยะยาวที่รัฐบาลนอร์เวย์ประกาศเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2024 ได้รับการอนุมัติแล้ว

การส่งมอบเรือดำน้ำชั้น U212CD ของนอร์เวย์มีแผนจะมีขึ้นในช่วงปี 2029-2035 ในระหว่างนี้นอร์เวย์วางแผนที่จะปรับปรุงควาทันสมัยเรือดำน้ำชั้น Ula ของตนเพื่อยืดอายุการใช้งานของเรือจนกว่าที่ U212CD จะเข้ามาทดแทน
บริษัท tkMS เยอรมนีคาดว่าเรือดำน้ำชั้น U212CD สำหรับกองทัพเรือเยอรมนี(German Navy, Deutsche Marine) จะถูกส่งมอบในปี 2032-2034

ในเดือนกรกฎาคม 2021 tkMS เยอรมนีได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ Kongsberg นอร์เวย์ซึ่งยังได้ลงนามสัญญากับนอร์เวย์และเยอรมนีที่จะส่งมอบระบบการรบ ORCCA สำหรับเรือดำน้ำชั้น U212CD
เรือดำน้ำชั้น U212CD ทั้ง 6ลำของนอร์เวย์จะถูกนำมาทดแทนเรือดำน้ำชั้น Ula(U210) จำนวน 6ลำที่สร้างเยอรมนี ซึ่งเข้าประจำการในช่วงปี 1989-1990 ขณะที่เยอรมนีมีเรือดำน้ำชั้น U212A(Type 212A) ประจำการอยู่แล้ว 6ลำ ซึ่งเข้าประจำการในช่วงปี 2005-2016 ครับ

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สภาเนเธอร์แลนด์ให้การสนับสนุนทางการเมืองต่อโครงการเรือดำน้ำชั้น Orka ที่ Naval Group ฝรั่งเศสเป็นผู้ชนะ

Dutch House of Representatives gives political support to Naval Group's Netherlands submarine replacement bid





Naval Group's bid to replace the RNLN's Walrus-class submarines is based on the shipyard's Black Sword Barracuda design. (Naval Group)

สภาผู้แทนราษฎรเนเธอร์แลนด์(Tweede Kamer) ได้ให้การสนับสนุนต่อบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสสำหรับการแข่งขันโครงการเรือดำน้ำชั้น Orka ทดแทนเรือดำชั้น Walrus ของกองทัพเรือเนเธอร์แลนด์(RNLN: Royal Netherlands Navy, Koninklijke Marine)
ระหว่างการอภิปรายเกี่ยวกับแผนการจัดซื้อจัดจ้างในสภาผู้แทนราษฎรเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/naval-group-walrus.html)

ญัตติที่เสนอโดยพรรคปฏิรูปทางการเมือง(Reformed Political Party, SGP: Staatkundig Gereformeerde Partij) สำหรับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่จะถูกยกไปให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ชุดต่อไปได้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ในเดือนมีนาคม 2024 อู่เรือ Naval Group ฝรั่งเศสได้รับการประกาศสัญญาสำหรับเรือดำน้ำชั้น Orka จำนวน 4ลำเพื่อทดแทนเรือดำชั้น Walrus ของกองทัพเรือเนเธอร์แลนด์ที่มีอายุการใช้งานมานาน(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/walrus-s802-hnlms-walrus.html)

ใน post บนสื่อสังคม online X(Twitter เดิม) รัฐมนตรีกลาโหมเนเธอร์แลนด์ Christophe van der Maat กล่าวว่าเขา "มีความพึงพอใจอย่างมากกับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสภาผู้แทนราษฎรเนเธอร์แลนด์
สำหรับการตัดสินใจประกาศเลือกเรือดำน้ำของคณะรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ หลังจากหลายต่อหลายปี กระบวนการทางรัฐสภาขณะนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว" สัญญาสำหรับเรือดำน้ำชั้น Orka จำนวน 4ลำคาดว่าจะมีขึ้นภายหลังในปี 2024

อย่างไรก็ตามขณะที่การสนับสนุนทางการเมืองได้รับความเห็นชอบแล้ว การตัดสินใจขั้นต้นยังคงเป็นประเด็นต่อคดีทางกฏหมายที่ถูกยื่นโดยบริษัท thyssenkrupp Marine Systems(tkMS) เยอรมนีผู้สร้างเรือดำน้ำ
อู่เรือ tkMS เยอรมนีได้ยื่นฟ้องร้องทางคดีต่อศาลเนเธอร์แลนด์ในมหานคร The Hague ในเดือนมีนาคม 2024 บริษัท tkMS เยอรมนียืนยันกับสำนักข่าว Reuters โดยกล่าวว่า

"มาตรการนี้เป็นขั้นตอนทางธุรกิจอย่างมืออาชีพในโครงการหลักที่แข่งขันแบบสาธารณะดังกล่าวและเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้ความสนใจของหลายคำถามที่ยังคงไม่ได้รับคำตอบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประเมินค่าเฉพาะเจาะจง"
tkMS เยอรมนีเป็นหนึ่งสามผู้แข่งขันโครงการเรือดำน้ำใหม่ทดแทนเรือดำน้ำชั้น Walrus ที่เสนอเรือดำน้ำ Type 212CD รุ่นเรือดำน้ำโพ้นทะเลที่เพิ่มขยายขนาด กับบริษัท Saab สวีเดนที่เสนอเรือดำน้ำโพ้นทะเล C718 ที่มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น A26 Blekinge

Naval Group ฝรั่งเศสผู้ชนะโครงการได้เสนอแบบเรือดำน้ำโพ้นทะเล Blacksword Barracuda บนพื้นฐานเรือดำน้ำตระกูล Barracuda เพื่อทดแทนเรือดำน้ำชั้น Walrus ที่เข้าประจำการในช่วงระหว่างปี 1990-1994 เรือลำแรกของชั้นเรือดำน้ำ S802 HNLMS Walrus ได้ถูกปลดประจำการแล้วในเดือนตุลาคม 2023
เมื่อเข้าประจำการในราวกลางปี 2030s เรือดำน้ำชั้น Orka ทั้งสี่ลำจะได้รับการตั้งชื่อว่าเรือดำน้ำ HNLMS Orka, เรือดำน้ำ HNLMS Zwaardvis, เรือดำน้ำ HNLMS Barracuda และเรือดำน้ำ HNLMS Tijgerhaai ตามลำดับครับ

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567

Boeing สหรัฐฯส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-15EX พร้อมปฏิบัติการเครื่องแรกแก่กองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ Oregon

Update: Boeing delivers first operational F-15EX to Oregon Air National Guard







The first operational F-15EX fighter aircraft lifts off from St Louis, Missouri, en route to Portland Air National Guard Base. (Oregon National Guard Public Affairs)



กองบินขับไล่ที่142(Fighter Wing) กองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ Oregon (ANG: Air National Guard) ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15EX Eagle II เครื่องแรกที่มีความตั้งใจสำหรับการนำเข้าประจำการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2024 
ตามการแถลงการณ์โดยบริษัท Boeing สหรัฐฯผู้ผลิตเครื่องบิน(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/f-15ex-eagle-ii-2.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/09/boeing-f-15ex-eagle-ii.html)

เครื่องบินขับไล่ F-15EX หมายเลขเครื่อง EX8 ทำการบินจากโรงงานอากาศยาน St Louis ของบริษัท Boeing ในมลรัฐ Missouri มาถึงฐานบินที่ตั้งของกองบินขับไล่ที่142 ณ ฐานทัพกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ Portland ANG base ในมลรัฐ Oregon
เครื่องบินขับไล่ F-15EX เครื่องที่สองหมายเลขเครื่อง EX7 มีกำหนดสำหรับการส่งมอบใน "อีกราวสองสัปดาห์ข้างหน้า" บริษัท Boeing กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2024 ที่ผ่านมา

กองบินขับไล่ที่142 ซึ่งทำหน้าที่ในฐานะหน่วยป้องกันภัยทางอากาศตอบโต้เร็วหลักในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ มีกำหนดการขั้นสุดท้ายที่จะรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-15EX เพิ่มเติมอีก 17เครื่อง ทดแทนฝูงเครื่องบินขับไล่ F-15C/D ในปัจจุบันของตน
กองบินขับไล่ที่142 คาดว่าจะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II เต็มอัตราภายในปี 2028 โฆษกของกองบินขับไล่ที่142 กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2024 กองบินขับไล่ที่142 ตั้งใจที่จะปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-15C/D เครื่องสุดท้ายของตนในปี 2025

บริษัท Boeing ขณะนี้ได้ส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-15EX จำนวน 7เครื่องแก่กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) แล้ว โดยเครื่องบินชุดก่อนหน้านี้ถูกวางกำลังในฐานะเครื่องบินทดสอบ ณ ฐานทัพอากาศ Edwards Air Force Base(AFB) และฐานทัพอากาศ Eglin AFB
บริษัท Boeing กำลังทำการผลิตเครื่องบินขับไล่ F-15EX ที่อัตรา 1.5เครื่องต่อเดือน Boeing สหรัฐฯกล่าว โดยมีความตั้งใจที่จะยกระดับสายการผลิตไปที่อัตรา 2เครื่องต่อเดือนโดยเริ่มต้นในปี 2025

กองทัพอากาศสหรัฐฯมีความตั้งใจที่จะสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II จำนวน 98เครื่อง ลดลงจากที่วางแผนไว้ 144เครื่องเมื่อเครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II ถูกเปิดตัว(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/f-15ex-aim-120d-amraam.html)
เครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II ทำการบินครั้งแรกของตนและเข้าสู่การทดสอบการปฏิบัติการและประเมินค่าขั้นต้น(IOT&E: Initial Operational Test and Evaluation) ในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/f-15ex.html) และเสร็จสิ้นกระบวนการในปี 2023 เป็นการรับรองความพร้อมสำหรับการวางกำลังปฏิบัติการ 

ความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operating Capability) ของเครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II มีกำหนดในปี 2025 เครื่องบินขับไล่ F-15EX มีวัตถุประสงค์ที่จะทดแทนฝูงเครื่องบินขับไล่ F-15C/D ที่มีอายุการใช้งานมานานของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเครื่องแรกเข้าสู่การผลิตในปี 1979
แม้ว่าจะมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกัน เครื่องบินขับไล่ F-15EX ถูกนำมาใช้ในฐานะเครื่องบินขับไล่อากาศสู่อากาศสองที่นั่งที่มีพื้นฐานจากเครื่องบินขับไล่ F-15QA รุ่นโจมตีภาคพื้นดินที่ส่งออกให้แก่กาตาร์ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/rafale-typhoon-f-15ex.html)