แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ An-178 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ An-178 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เครื่องบินลำเลียง An-178 ยูเครนเข้าร่วมการจัดแสดงในงาน Farnborough 2016

Farnborough 2016: An-178 makes Farnborough debut
The An-178 made its first Farnborough appearance in 2016, as the company looks to increase international customers for the aircraft. Source: IHS/Charles Forrester
http://www.janes.com/article/62137/farnborough-2016-an-178-makes-farnborough-debut


เครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ไอพ่น Antonov An-178 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire สหราชอาณาจักร
โดยทาง Antonov ยูเครนหวังที่จะเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องบินลำเลียงของตนสู่ตลาดนานาประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ซึ่งเครื่องบินลำเลียง An-178 ยูเครนได้เปิดตัวในงานแสดงอากาศยานของตะวันตกครั้งแรกในงาน Paris Air Show 2015 ที่ฝรั่งเศส และล่าสุดในงาน ILA 2016 ที่ Berlin เยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

จากการเปิดเผยครั้งแรกเมื่อปี 2010 เครื่องบินลำเลียง An-178 พัฒนามาจากเครื่องบินโดยสาร Antonov An-158 โดยพัฒนาเพิ่มส่วนประตูท้ายเครื่อง(rear loading ramp)สำหรับการเปิดปิดเพื่อบรรทุกสัมภาระ
ตามข้อมูลของ Jane's All The World's Aircraft: Development & Production ห้องบรรทุกของ An-178 มีความยาว 16.65m เมื่อรวมประตูท้าย และยาว 12.85m เมื่อไม่รวมประตูท้าย กว้าง 2.745m และสูง 2.75m
ห้องบรรทุกมีขนาดพื้นที่ 40ตารางเมตร และมีปริมาตร 125ลูกบาศก์เมตร(รวมประตูท้ายเครื่อง) ตัวเครื่องมีปีกกว้าง 28.84m ลำตัวยาว 32.95m และสูง 10.14m
สมรรถนะเมื่อบรรทุกหนักสุด 18tons มีพิสัยการบินไกลสุด 1,000km ความเร็วเดินทาง 445knots และต้องการทางวิ่งยาว 2,500m สำหรับการบินขึ้นลง

An-178 มีลูกค้ารายแรกคือสายการบิน Silkway อาเซอร์ไบจานสำหรับใช้เป็นเครื่องบินลำเลียงสินค้า รัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้รายงานว่าได้จ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับการจัดซื้อ 2เครื่องเมื่อเดือนกรกฎาคม คาดว่าการส่งมอบเริ่มในปี 2018 โดยมีจำนวนการจัดหาเพิ่มเติมรวม 8เครื่อง
ทั้งนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมารัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประการว่าตั้งใจที่จะมีการดำเนินงานประกอบ An-178 บางส่วนภายในประเทศ
ลูกค้าอีกรายคือซาอุดิอาระเบียซึ่งได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Antonov ในการจัดหา An-178 จำนวน 30เครื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียและยูเครน
นอกจากนี้ Antonov ยูเครนและ Taqnia ซาอุดิอาระเบียได้ได้ร่วมือกันพัฒนาเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ใบพัด An-132D ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องบินลำเลียง An-32 (NATO กำหนดรหัส Curl)
โดยเครื่องบินลำเลียง An-132D มีการนำระบบของตะวันตกมาติดตั้งหลายอย่างทั้งเครื่องยนต์ของ Pratt & Whitney ระบบ Avionic และใบพัดครับ

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ยูเครนปฏิรูปกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานของตนโดยรวม Antonov เข้าเป็นเครือเดียวกันกับภาคส่วนต่างๆ

Antonov An-178 at ILA Berlin Air Show 2016 1-4 June
https://www.facebook.com/ukroboronprom

UKROBORONPROM AIRCRAFT CLUSTER: REFORM OF THE AVIATION INDUSTRY OF UKRAINE
http://ukroboronprom.com.ua/en/en-litakobudivnyj-klaster-ukroboronpromu-reforma-aviatsijnoyi-promyslovosti-ukrayiny.html

Ukroboronprom รัฐวิสาหกิจกลุ่มเครืออุตสาหกรรมความมั่นคงของรัฐบาลยูเครนได้ประกาศแผนปฏิรูปกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานของยูเครน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงระบบอุตสาหกรรมความมั่นคงในประเทศ
โดยได้มีการจัดตั้ง Ukrainian Aircraft Corporation เครือบรรษัทอากาศยานยูเครนเป็นหน่วยงานใหม่ที่รวมบริษัทและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอากาศยานของยูเครนเข้าไว้ด้วยกัน

Ukrainian Aircraft Corporation(UAC) มีบริษัท Antonov ผู้พัฒนาและผลิตอากาศยานรายหลักของยูเครนเป็นหน่วยงานหลัก และประกอบกับภาคส่วนอื่นๆ อาทิเช่น
UKRNIIAT(Ukrainian Scientific-Research Institute of Aviation Technology) สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์เทคโลยีอากาศยานยูเครน, รัฐวิสาหกิจ Novator, โรงงานสร้างเครื่องจักร Kharkiv, สำนักออกแบบรวม Kharkiv และ โรงงาน Mayak
หลังจากกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานกลุ่มแรกเหล่านี้(หน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ) จะมีการขยายเพื่อเปิดให้ผู้ประกอบอื่นๆทุกประเภท(เช่นบริษัทเอกชน)เข้าร่วมเครือบรรษัทได้

Ukroboronprom กล่าวว่าประสบการณ์ความสำเร็จในการบริหารจัดการดังกล่าวเห็นได้ในทางปฏิบัติจากบริษัทอุตสาหกรรมอากาศยานนานาชาติรายใหญ่ เช่น Boeing และ Airbus
กลุ่มเครืออุตสาหกรรมอากาศยานที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้จะเป็นกลไกที่ทรงพลังในการประสานงานการพัฒนา, การบูรณาการเข้าสู่ตลาดสากล, การเข้าสู่มาตรฐานนานาชาติ,
ที่จะร่วมกับหุ้นส่วนจากภาคส่วนเอกชนและโรงงานที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นของรัฐ ที่จะเร่งความเร็วกระบวนการทดแทนการนำเข้า ผลักดันการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ของเศรษฐกิจของชาติในภาพรวม

ข้อได้เปรียบหลักของการร่วมกลุ่มเครือคือ เมื่อร่วมกลุ่มกัน ผู้ประกอบการจะสามารถวางแผนสายการผลิต, การจัดซื้อ และแผนการตลาดร่วมได้
"เราจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเชิงบวกโดยการรวมโรงงานการผลิตของผู้ประกอบการเข้ารวมกับเครือบรรษัท และลดระดับจำนวนของการบริการและบริหารจัดการที่ซ้ำซ้อนกัน" Roman Romanov ผู้อำนวยการทั่วไปของ Ukroboronprom กล่าว โดยเขากล่าวเพิ่มเติมว่าจะมีการเพิ่มกลุ่มรัฐวิสากิจและหน่วยงานรัฐประเภทอื่นๆเข้าเป็นกลุ่มผู้ประประกอบในเครือใหม่ต่างๆอีกครับ

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ยูเครนจะปรับปรุงรถรบทหารราบ BMP-2 Sarath กองทัพบกอินเดีย

Ukraine will modernized BMP-2 Sarath IFV Infantry Fighting Vehicle of Indian army
Indian Army Sarath BMP-2 tracked armoured IFV (Infantry Fighting Vehicle) source wikipedia.
http://www.armyrecognition.com/may_2016_global_defense_security_news_industry/ukraine_will_modernized_bmp-2_sarath_ifv_infantry_fighting_vehicle_of_indian_army_10805162.html

UKROBORONPROM รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์รัฐบาลยูเครนโดยบริษัทในกลุ่มคือ SE SpetsTehnoEksport ยูเครน และบริษัท Reliance Defence Limited อินเดีย
ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการมีส่วนร่วมกันในโครงการปรับปรุงรถรบทหารราบสายพาน BMP-2 Sarath IFV(Infantry Fighting Vehicle) ของกองทัพบกอินเดีย
ความร่วมมือในขั้่นต้นเกี่ยวข้องกับการผลิตและส่งมอบชิ้นส่วนประกอบและระบบสำหรับปรับปรุงการเคลื่อนที่ของรถรบทหารราบ BMP-2 ให้ดีขึ้น, ปรับปรุงกล้องเล็งและระบบควบคุมการยิงเป็นรุ่นใหม่
กองทัพบกอินเดียมีรถรบทหารราบสายพาน BMP-2 หลายรุ่นประจำการอยู่ราว 2,000คัน ซึ่งส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการรบเพิ่มเติม

"UKROBORONPROM กำลังจะพิชิตตลาดโลก,ได้ตั้งตนเองในฐานะหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ และตอบสนองต่อเงื่อนไขทุกสัญญาอย่างทันเวลา การเสริมสร้างความร่วมมือกับอินเดียจะช่วยให้เรามุ่งไปสู่ระดับใหม่ นำเข้าเงินตราต่างประเทศอย่างมีเสถียรภาพ เงินทุนเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในสายการผลิตเพื่อปรับปรุงและผลิตยุทโธปกรณ์สมัยใหม่สำหรับกองทัพยูเครน" Denis Gurak รองผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายกิจการเศรษฐกิจต่างประเทศของ UKROBORONPROM กล่าว
Reliance Defence Limited อินเดียได้มองไปยังเครื่องบินลำเลียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก An-124-100 Russian และ An-225 Mriya, เครื่องบินลำเลียงทางทหารขึ้นลงระยะสั้น An-70
รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ของเครื่องบินโดยสาร An-158 และเครื่องบินลำเลียง An-178 ที่กำลังบินทดสอบ ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นผลิตภัณฑ์อากาศยานของบริษัท Antonov ยูเครนด้วย
เอกสารที่ลงนามครั้งนี้เป็นความสำเร็จของ UKROBORONPROM ที่เข้าร่วมจัดแสดงในงานแลสงยุทโธปกรณ์ DefExpo 2016 ที่อินเดียเมื่อ 28-31 มีนาคมที่ผ่านมา และการริเริ่มการเจรจาของ SE SpetsTehnoEksport ยูเครน

BMP-2 Sarath เป็นรถรบทหารราบสายพานที่อินเดียได้รับสิทธิบัตรการผลิตจากรัสเซียในการผลิตภายในอินเดีย
โดย BMP-2 Sarath ติดตั้งป้อมปืนที่ใช้กำลังพลประจำสองนายเช่นเดียวกับ BMP-2 ของรัสเซีย ซึ่งติดตั้งปืนใหญ่กลแบบป้องกระสุนสองทาง 2A42 30mm, ปืนกลร่วมแกน PKT 7.62mm
และบนหลังคาป้อมติดแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง 9M113 Konkurs (NATO กำหนดรหัส AT-5 Spandrel) นำวิถีด้วยเส้นลวด SACLOS(Semi Automatic Command Line of Sight) ระยยิงไกลสุด 4,000km
ซึ่ง BDL (Bharat Dynamics Limited) อินเดียได้สิทธิบัตรในการผลิตอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังนี้ภายในอินเดียครับ

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Antonov ยูเครนได้รับสัญญาจัดหาเครื่องบินลำเลียง An-178 ให้ซาอุดิอาระเบีย 30เครื่อง

18-12-2015 / ANTONOV and TAQNIA AERONAUTICS signed a Memorandum on delivery of 30 AN-178s to Royal Saudi Air Force 
http://www.antonov.com/news/435

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมาบริษัท Antonov ยูเครน และ Taqnia Aeronautics ซาอุดิอาระเบียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการเป็นหุ้นส่วนเพื่อส่งมอบเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางแบบ An-178 จำนวน 30เครื่องให้กองทัพอากาศซาอุดิอาระเบีย

ตามการให้ข้อมูลของ พลตรี Ali Mohammed Al-Ghamdi (เกษียณแล้ว) ประธาน Taqnia Aeronautics กล่าวว่า
"การลงนามในบันทึกนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันของเรา เรายังได้ลงนามเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันในโครงการเครื่องบินลำเลียงใหม่ An-132 และการสนับสนุนเพิ่มเติมของ An-148 รุ่นวัตถุประสงค์พิเศษด้วย
เราเลือก An-178 โดยคำนึงถึงคุณสมบัติที่ดีของอากาศยานแบบนี้ มันมีราคาและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่ำซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของเครื่องเมื่อเปรียบเทียบกับอากาศยานแบบอื่นๆในชั้นเดียวกันนี้
นอกจากนี้เราจะดำเนินนโยบายการตลาดร่วมกันในการส่งเสริมการขาย An-178 สู่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งในอนาคตเรามีแผนความร่วมมือที่จะทำการผลิตเครื่องรุ่นนี้"

ด้านนาย Oleksandr Kotsiuba รองประธานอันดับหนึ่งบริษัท Antonov ก็ได้กล่าวว่า
"เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของยูเครนและซาอุดิอาระเบียในความร่วมมือด้านหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมอากาศยาน
การลงนามบันทึกนี้ยืนยันว่า An-178 เป็นอากาศยานที่ทันสมัย น่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพตามความต้องการของลูกค้า เรามีหน้าที่ผูกพันต่อหุ้นส่วนของเราและพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อผูกพันตามข้อตกลงที่ลงนามไว้"

An-178 เป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ไอพ่น ทำความเร็วเดินทางได้ 800 km/h บรรทุกได้หนักสุด 18tons พิสัยการบิน 1,000km
ซึ่งออกแบบมาสำหรับทดแทนเครื่องบินลำเลียงรุ่นเก่าของ Antonov ที่ใช้งานมานานในหลายประเทศทั่วโลกเช่น An-12, An-26 และ An-32
นับตั้งแต่ทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2015 นอกจากกองทัพอากาศซาอุดิอาระเบียที่สั่งจัดหา 30เครื่องแล้ว ยังมีสายการบิน Silk Way อาเซอร์ไบจานเป็นลูกค้ารายแรกที่สั่งจัดหา An-178 จำนวน 10เครื่องครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Antonov ยูเครนเปิดเผยแผนการพัฒนาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์ An-188 และ An-178 รุ่นมาตรฐานตะวันตก

Paris Air Show 2015: Antonov reveals An-188 strategic transport aircraft
Antonov An-188 jet powered medium transport aircraft Source: Antonov/Nick de Larrinaga
http://www.janes.com/article/52287/paris-air-show-2015-antonov-reveals-an-188-strategic-transport-aircraft

Dmytro Kiva ประธานและนักออกแบบของ Antonov ยูเครน ได้ประกาศข้อมูลอย่างเป็นทางการในงานแสดงการบิน Paris Air Show 2015 ที่ฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า
Antonov มีแผนที่จะพัฒนาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์เครื่องยนต์ไอพ่นแบบใหม่คือ An-188 โดยมีพื้นฐานพัฒนามาจากเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์เครื่องยนต์ใบพัด An-70 ที่มีการสร้างและเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้
An-188 เป็นเครื่องบินลำเลียงหนักสี่เครื่องยนต์ไอพ่น มีน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 140tons และสามารถบรรทุกได้หนักสุด 40tons ซึ่งมีความใกล้เคียงกับ Airbus A400M Atlas เช่นเดียวกับ An-70
คือเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะระหว่างเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง Lockheed Martin C-130J(น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 79tons บรรทุกได้หนักสุด 20tons) และเครื่องบินลำเลียงหนัก Boeing C-17(น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 255tons บรรทุกได้หนักสุด 75tons)
ทางนาย Kiva ได้กล่าวว่า An-188 นั้นสามารถปฏิบัติการได้สนามบินที่ทางวิ่งไม่ได้รับการเตรียมการพร้อม และใช้ทางวิ่งสั้นเพียง 915m อีกทั้งเครื่องยนต์ไอพ่นที่ใช้ก็มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 4,600kg ต่อชั่วโมง
และจากที่ยูเครนได้ตัดความสัมพันธ์ทางทหารกับรัสเซีย ทาง Antonov จะมีการพัฒนา An-188 มุ่งสู่ตลาดตะวันตกโดยติดตั้งเครื่องยนต์และระบบอุปกรณ์ Avionic ของตะวันตกด้วย

เมื่อทาง Jane's ถามว่าจะมีการสร้างเครื่องต้นแบบของ An-188 เมื่อไร นาย Kiva ตอบว่าขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทำงานและการเจรจาซึ่งยังไม่สามารถที่จะระบุได้ในขณะนี้
เพราะการปรับแบบจาก An-70 มาเป็น An-188 นั้นไม่ได้มีเฉพาะในส่วนของเครื่องยนต์แต่ยังรวมถึงส่วนอื่นๆของตัวเครื่องเช่นปีกที่ต้องขยายขนาดขึ้นด้วย
ซึ่งตามแผนเดิมนั้น An-188 จะใช้เครื่องยนต์ไอพ่นจาก Motor Sich ของยูเครนเอง แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการออกแบบให้ติดตั้งเครื่องยนต์ของบริษัทตะวันตก
โดยในส่วนของเครื่องยนต์ไอพ่นของยูเครนเองนั้นมีการพิจารณาอยู่สองแบบคือ Ivchenko-Progress D-436-FM ซึ่งเป็นเครืองยนต์ Turbofan รุ่นใหม่ในตระกูล D-436 ที่จะติดตั้งกับเครื่องบินโดยสาร An-158 ที่จะเสร็จพร้อมในปีหน้า
และเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ I-28 ซึ่งไม่มีการระบุข้อมูลที่ชัดเจนของเครื่องยนต์แบบใหม่นี้ในขณะนี้

Antonov An-178 Cockpit

ทั้งนี้ Antonov เองยังได้เปิดเผยข้อมูลการพัฒนาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดกลาง An-178 ที่ได้นำเครื่องต้นแบบมาเปิดตัวในงาน Paris Air Show 2015 นี้ด้วยว่า
An-178-111 ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่นั้นได้รับการออกแบบให้ติดตั้งระบบเครื่องยนต์และระบบ Avionic ของตะวันตกแทนที่ระบบรัสเซีย-ยูเครนเดิมที่ใช้ในเครื่องต้นแบบปัจจุบัน
เช่นการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเครื่องยนต์ไอพ่น D-346 สองเครื่องมาเป็น General Electric CF34-10 หรือ Pratt & Whitney PW1500
หลังจากงาน Paris Air Show 2015 จบลง Antonov คาดว่า An-178 จะได้รับการรับรองมาตรฐานการบินพลเรือน และสามารถส่งมอบเครื่องแรกให้ลูกค้าที่ลงนามสัญญาจัดหาไปเช่นสายการบิน Silk Airways อาเซอร์ไบจันจำนวน 10เครื่องในปี 2016
รวมถึงแผนการพัฒนา An-178 ในรุ่นอื่นๆ เช่น รุ่นเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ ที่สามารถติดตั้งถังบรรทุกเชื้อเพลิงขนาด 15,000kg แบบถอดออกจากห้องบรรทุกภายในตัวเครื่องได้ด้วยครับ

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Antonov ยูเครนเปิดตัวเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี An-178 ในงาน Paris Air Show 2015







งาน Paris Air Show 2015 ที่สนามบิน Le Bourget ฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-21 มิถุนายนนี้ Antonov ยูเครนได้ทำการเปิดตัวการแสดงเครื่องบินลำเลียงแบบใหม่สุดของตนคือ An-178 ที่เพิ่งจะทำการบินครั้งแรกในวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา
โดย An-178 เป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่พัฒนามาจากเครื่องบินโดยสาร An-158 สามารถบรรทุกได้หนักสุด 18tons พิสัยการบินไกลสุดเมื่อบรรทุกเต็มอัตรา 1,000km ความเร็วเดินทาง 445knots และต้องการทางวิ่งยาว 2,500m
Antonov ตั้งเป้าที่จะให้ An-178 นำมาทดแทนเครื่องบินลำเลียงรุ่นเก่าของตน เช่น An-12, An-26 และ An-32 ที่มีใช้งานในกองทัพอากาศยูเคน รวมถึงกองทัพอากาศและสายการบินหลายประเทศ และแข่งขันกับตลาดเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางแบบอื่นๆ
ทั้ง Lockheed Martin C-130J-30 Hercules(บรรทุกได้หนัก 22tons), Embraer KC-390(บรรทุกได้หนัก 23tons) และ UAC-HAL IL-214 MTA(บรรทุกได้หนัก 15-20tons) ครับ

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Antonov ยูเครนจะร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานโปแลนด์ในการปรับระบบของตนสู่มาตรฐานตะวันตก

Ukraine, Poland to Develop New Generation Patrol Plane
http://sputniknews.com/europe/20150606/1023031164.html

Oleh Bogdanov รองผู้อำนวยการสำนักออกแบบอากาศยาน Antonov ยูเครนได้แถลงเปิดเผยข้อมูลในการประชุมที่ Bydgoszcz โปแลนด์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา
ถึงการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศของโปแลนด์ ในการพัฒนาปรับปรุงระบบอากาศยานของ Antonov ให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานตะวันตก ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ของโปแลนด์และบริษัทตะวันตก
โดยกลุ่มอากาศยานที่ Antonov จะมีความร่วมมือกับโปแลนด์นั้นคือเครื่องบินโดยสาร An-148, An-158 และเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี An-178 ที่เพิ่งทำการบินเครื่องต้นแบบไปเมื่อเร็วๆนี้
ซึ่ง Antonov หวังให้กลุ่มอากาศยานลำเลียงดังกล่าวสามารถผลิตส่งออกขายให้กับกองทัพอากาศ หน่วยงานรัฐบาล และสายการบินเอกชน ในหลายประเทศทั่วโลกได้เป็นจำนวนมาก

A concept model of the Antonov An-148 300 MPA aircraft, which Antonov is now looking to develop with Polish industry. Source: Paul Jackson
http://www.janes.com/article/52050/antonov-looks-to-poland-for-aircraft-westernisation-mpas

ทั้งนี้ Antonov ยังมีแผนที่จะพัฒนาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล An-148-300 MPA(Maritime Patrol Aircraft) ซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องบินโดยสาร An-148
ที่จะเสนอให้ทั้งกองทัพยูเครนและกองทัพโปแลนด์เข้าประจำการในอนาคต อาจรวมถึงประเทศอื่นๆที่สนใจ เช่นกลุ่มประเทศแถบเอเชียที่ต้องการเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบใหม่ด้วย

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ประเมินว่าอุตสาหกรรมทางทหารของยูเครนนั้นได้รับผลกระทบจากสงครามในภาค Donbass ที่มีต่อเนื่องมากว่าหนึ่งปีค่อนข้างมาก
ทำให้บริษัทผลิตอาวุธของยูเครนต้องเพิ่มสายการผลิตยุทโธปกรณ์สำหรับส่งมอบให้กองกำลังความมั่นคงของยูเครนเป็นสำคัญ
(โดยเฉพาะรถรบภาคพื้นดินที่สูญเสียไปในการรบค่อนข้างมาก ซึ่งมีการผลิตใหม่และซ่อมคืนสภาพปรับปรุงใหม่อยู่หลายแบบ เช่น รถเกราะ Dozor, รถรบทหารราบ BTR-3 และรถถังหลัก T-64 เป็นต้น)
แต่ทางยูเครนเองก็ยืนยันว่าอุตสาหกรรมด้านอากาศยานของยูเครนยังมีขีดความสามารถในการผลิตและส่งมอบอากาศยานตามคำสั่งซื้อที่ลูกค้าต้องการได้อยู่ครับ

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เครื่องบินลำเลียง An-178 ยูเครนทำการขึ้นบินเป็นครั้งแรก

An-178 transport makes 1h debut flight
David Cherkasov
http://www.flightglobal.com/news/articles/an-178-transport-makes-1h-debut-flight-412082/


Antonov ยูเครนได้ทำการทดสอบการบินขึ้นครั้งแรกของเครื่องบินลำเลียงแบบ An-178 รหัสจดทะเบียน UR-EXP โดยนักบินทดสอบสองนายและวิศวกรการบินทดสอบหนึ่งนายทำการบินเป็นเวลา1ชั่วโมง
"ลูกเรือรายงานความสำเร็จในการทดสอบการบินที่เริ่มตามรายการที่กำหนด" ตัวแทนของบริษัท Antonov กล่าวในการแถลงอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน
An-178 เป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีสองเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ Progress D-436-148FM กำลัง 7,880kgf(17,372lbf) แบบมี Ramp เปิดท้าย สามารถบรรทุกได้หนัก 18tons มีพิสัยการบินไกล 1,000km(540nmi)
ออกแบบมาเพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียงรุ่นเก่าอย่าง An-12, An-26 และ An-32 ของ Antonov เองซึ่งมีใช้งานแพร่หลายในกองทัพอากาศและสายการบินพลเรือนทั่วโลก
ทาง Antonov ได้เปิดเผยว่ามีลูกค้าที่สั่งซื้อ An-178 แล้ว เช่น Silkway Airlines อาเซอร์ไบจันซึ่งเป็นลูกค้ารายแรกที่ลงนามสัญญาจัดหาจำนวน 10เครื่อง เพื่อเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า
และ A-Star Airspace and Technology จากปักกิ่ง จีน ซึ่งลงนามสั่งซื้อ 2เครื่อง ในการจัดตั้งระบบขนส่งสินค้าทางอากาศของจีน เป็นต้น
โดย Antonov ตั้งเป้าที่จะขาย An-178 ให้ได้ถึง 200เครื่องภายในปี 2032 ครับ

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โอกาสของเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีรัสเซียในกองทัพอากาศไทย

A model of the IL-112 concept at the MAKS in 2009.

A model of the UAC/HAL IL-214 Multi-role Transport Aircraft (MTA) at the Aero India exhibition in 2009.

อย่างที่ทราบว่า บ.ล.๘ C-130H และ C-130H-30 ซึ่งประจำการในฝูงบิน๖๐๑ กองทัพอากาศไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๓ นั้นแม้จะได้รับการปรับปรุงระบบ Avionic และยืดอายุการใช้งานแล้วก็ตาม
แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะต้องฉลองครบรอบการเข้าประจำการเป็นปีที่ ๔๐แล้ว ซึ่งถือว่านานทีเดียวสำหรับเครื่องบินลำเลียงที่เป็นม้าใช้ของกองทัพแบบหนึ่ง
ถ้าดูจากผลปฏิบัติการล่าสุดในการขนส่งเจ้าหน้าที่และสิ่งของไปช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวในเนปาลปี ๒๕๕๘ นี้ล่าสุด แม้ว่า C-130H ของกองทัพอากาศไทยจะยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่
แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆที่นำเครื่องบินลำเลียงทางทหารที่มีขนาดใหญ่บรรทุกได้มากและพิสัยบินไกลกว่าเข้าปฏิบัติการแล้ว กองทัพอากาศไทยก็คงทราบข้อจำกัดของ C-130H อยู่
และน่าจะมีความต้องการเครื่องบินลำเลียงที่มีพิสัยบินไกลกว่าและมีน้ำหนักบรรทุกมากกว่า ถ้าจะมีการจัดตั้งโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงแบบใหม่ทดแทน บ.ล.๘ ในอนาคตอันใกล้
ประกอบกับโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดกลางที่จะมาแทน บ.ล.๑๔ G222 ที่ปลดประจำการไปหลายปีแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้านักในขณะนี้

ก็เคยมีการแสดงความเห็นอยู่ว่าทำไมกองทัพอากาศไทยจึงไม่สนใจที่จะจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีจากรัสเซียมีราคาไม่แพงนักถ้าเทียบกับเครื่องบินลำเลียงจากค่ายตะวันตกและมีสมรรถนะดี
ซึ่งทางรัฐบาลรัสเซียเองก็ให้ความสนใจและพร้อมที่จะเสนอขายยุทโธปกรณ์แบบต่างๆที่ตนพัฒนาและผลิตเองในประเทศให้กองทัพไทย
แต่ทั้งนี้ก็มีผู้ให้ความเห็นว่าอากาศยานของรัสเซียมีโอกาสที่จะถูกจัดหาโดยกองทัพอากาศไทยได้ยาก เนื่องจากนักบินและช่างอากาศยานของกองทัพอากาศไทยฝึกและศึกษาการใช้งานระบบอากาศยานมาตรฐานตะวันตกในกลุ่ม NATO มาตลอด
การเปลี่ยนไปใช้งานระบบอากาศยานรัสเซียซึ่งมีเครื่องยนต์ ระบบเครื่องวัด Avionic อุปกรณ์สนับสนุนใหญ่เล็ก จนถึงระบบอาวุธที่เป็นคนละแบบโดยสิ้นเชิงกับระบบพื้นฐานที่กองทัพอากาศใช้งานอยู่เดิมนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากไม่ค่อยคุ้มค่าในทางปฏิบัติ
ซึ่งในกลุ่ม ASEAN เองก็มีตัวอย่างกองทัพอากาศมิตรประเทศหลายประเทศที่มีปัญหาความพร้อมรบเมื่อต้องใช้อากาศยานต่างค่ายร่วมกันในกองทัพอากาศตนจนความพร้อมรบต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
ดังนั้นสำหรับประเทศที่มีงบประมาณด้านความมั่นคงที่จำกัดเช่นไทยแล้ว การจัดหาอากาศยานที่ใช้ระบบต่างค่ายกันโดยสิ้นเชิงจึงไม่น่าจะใช้แนวคิดที่ดีนักในด้านการจัดการบริหารทรัพยากรของกองทัพอากาศ


อย่างไรก็ตามจากข่าวที่ออกมาเมื่อปีที่แล้วว่ากองทัพอากาศมีแผนจะจัดหาเครื่องบินโดยสาร Sukhoi Superjets 100 จำนวน ๓เครื่องจากรัสเซีย สำหรับภารกิจรับส่งบุคคลสำคัญ
ซึ่ง SSJ-100 เป็นเครื่องบินโดยสารที่รัสเซียออกแบบตามมาตรฐานการบินตะวันตก และเริ่มกระแสข่าวการที่กองทัพอากาศไทยอาจพิจารณาการให้ความสนใจเครื่องบินลำเลียงจากรัสเซียด้วยแล้ว
ทำให้มีคำถามเกิดตามมาว่าจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่กองทัพอากาศไทยสนใจจะจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีจากรัสเซีย?
คำตอบที่ได้จากการหาข้อมูลคือเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีของรัสเซียส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการในอนาคตครับ

กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานหลักของรัสเซียคือเครือ United Aircraft Corporation(UAC) ที่ประกอบด้วยบริษัทหลายๆย่อย เช่น Ilyushin และ Tupolev ซึ่งเป็นผู้ออกแบบพัฒนาและสร้างเครื่องบินลำเลียงและเครื่องบินโดยสารหลักของรัสเซียนั้น
ปัจจุบันกองทัพอากาศรัสเซียกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีหลายขนาดเพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียงรุ่นเก่าที่ใช้งานมาตั้งแต่สมัยอดีตสหภาพโซเวียต
โดยเฉพาะเครื่องของ Antonov ที่ปัจจุบันเป็นของยูเครน ซึ่งกองทัพรัสเซียตัดสินใจที่จะไม่ดำเนินโครงการทางทหารใดๆร่วมกับยูเครนแล้ว
เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองที่เลวร้ายลงจากวิกฤตการณ์ใน Crimea และ Donbass ตั้งแต่ปี 2014


ตัวอย่างเช่นเครื่องบินลำเลียง IL-112 นั้นกองทัพอากาศรัสเซียตั้งใจจะพัฒนาขึ้นเพื่อนำมาทดแทนเครื่องบินลำเลียง An-26 ที่มีใช้งานเป็นจำนวนมากในรัสเซียและหลายประเทศทั่วโลกตั้งแต่ช่วงปี 1970s
IL-112 นั้นเป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดเบาใช้เครื่องยนต์ turboprops แบบ  Klimov TV7-117ST กำลังเครื่องละ 2,800hp สองเครื่อง
สามารถบรรทุกสิ่งของได้หนักสุด 6tons ทำความเร็วได้สูงสุด 550-580km/h(297-313knots) มีพิสัยทำการไกลสุด 1,000km(540nmi) เมื่อบรรทุกเต็มอัตรา และ 5,000km(2,700nmi) เมื่อบรรทุกหนัก 2tons
ซึ่งกองทัพอากาศรัสเซียเคยสั่งยกเลิกโครงการ IL-112 ในปี 2011 เพื่อจัดหา An-140 จากยูเครน ๗เครื่องสำหรับเป็นเครื่องบินลำเลียงสินค้า
แต่กองทัพอากาศรัสเซียได้อนุมัติให้ Ilyushin ดำเนินการพัฒนาต่อในปี 2013 และยกเลิกการจัดหา An-140
คาดว่าเครื่องต้นแบบจะมีกำหนดบินขึ้นได้ในราวปี 2017 โดยแผนการดังเดิมรัสเซียต้องการจัดหา IL-112 รุ่นเครื่องบินลำเลียงทางทหารราว ๗๐เครื่อง

ถ้าอ้างอิงจากแผนพัฒนากองทัพของกระทรวงกลาโหมเก่าซึ่งกำหนดความต้องการโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดกลางที่มีรายละเอียดดังนี้แล้ว

บันทึก 14 โครงการจัดหา บ.ลำเลียง ทดแทน (ระยะที่ 1)
จัดหา บ.ลำเลียง (จำนวนผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 40 คน น้ำหนักบรรทุกไม่ต่ำกว่า 4,000 กก.
ความเร็วเดินทางไม่ต่ำกว่า 240 นอต และพิสัยบินไม่ต่ำกว่า 1,000 ไมล์ทะเล )
จำนวน 6 เครื่อง พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม และเอกสารเทคนิค

IL-112 อาจจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่น่าสนใจนักถ้าเทียบกับเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ของตะวันตกที่มีสมรรถนะสูงกว่า เช่น


C-27J Spartan ที่ใช้ ย.turboprops Rolls-Royce AE2100-D2A กำลังเครื่องละ 3,400hp ทำความเร็วได้สูงสุด 325knots บรรทุกได้หนักสุด 11.5tons มีพิสัยทำการไกลสุด 1,000nmi เมื่อบรรทุกหนัก 10tons


หรือ C-295M ที่ใช้ ย.turboprops Pratt & Whitney Canada PW127G กำลังเครื่องละ 2,645hp ทำความเร็วได้สูงสุด 311knots บรรทุกได้หนักสุด 9.25tons มีพิสัยทำการไกลสุด 1,000nmi เมื่อบรรทุกเต็มอัตรา
จะเห็นได้ว่าในกลุ่มเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่มีขนาดใกล้เคียงกันนั้น IL-112 ของรัสเซียมีสมรรถนะต่ำที่สุด ดังนั้นกองทัพอากาศจึงอาจจะไม่สนใจ IL-112 ซึ่งยังไม่เปิดสายการผลิตในขณะนี้ครับ


ส่วนเครื่องบินลำเลียงทดแทน C-130H นั้นโครงการหนึ่งของที่น่าสนใจคือ IL-214 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดกลางร่วมระหว่าง UAC รัสเซีย และ Hindustan Aeronautics Limited(HAL)
IL-214 เป็นเครื่องลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดกลางใช้เครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Aviadvigatel PD-14M สองเครื่อง กำลังเครื่องละ 34,392lbf
ทำความเร็วได้สูงสุด 470knots บรรทุกได้หนักสุด 20tons มีพิสัยทำการไกลสุด 1,755nmi เมื่อบรรทุกเต็มอัตรา
กองทัพอากาศอินเดียต้องการนำเครื่อง IL-214 เข้าประจำการแทน An-32 ราว ๖๐เครื่อง ซึ่งมีกำหนดเข้าประจำการในราวปี 2018 หลังจากที่เครื่องต้นแบบเริ่มทำการบินครั้งแรกในปี 2017 เช่นเดียวกับ IL-112

แต่ก็เช่นเดียวกับ IL-112 ว่ากลุ่มเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดกลางสองเครื่องยนต์ไอพ่นแบบอื่นๆที่เปิดสายการผลิตหรือมีเครื่องต้นแบบแล้ว เช่น


Embraer KC-390 ที่ใช้ ย.turbofan แบบ IAE V2500-E5 กำลัง 31,330lbf สองเครื่อง ทำความเร็วสูงสุด 0.8MACH บรรทุกได้หนักสุด 23.6tons มีพิสัยทำการไกลสุด 1,400nmi เมื่อบรรทุกเต็มอัตรา
ที่เพิ่งทำการบินครั้งแรกไปเมื่อ ๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ก็เป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีมาตรฐานตะวันตกที่มีหลายประเทศให้ความสนใจจัดหาไปประจำการเป็นจำนวนมาก
ตามที่เคยรายงานไปแล้วว่ามียอดสั่งจัดหารวมไม่ต่ำกว่า ๖๐เครื่องแล้วในขณะนี้จากประเทศในกลุ่มอเมริกาใต้และยุโรป





หรือ Antonov An-178 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีแบบล่าสุดของยูเครนซึ่งเพิ่งเปิดตัวจากโรงงานให้สาธาณชนชมเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ที่ผ่านมาและจะมีกำหนดทำการบินครั้งแรกในราวเดือนพฤษภาคมนี้
โดย An-178 ใช้ ย.turbofan แบบ Progress D-436-148FM กำลัง 7,880kgf(17,372lbf) สองเครื่อง มีพิสัยทำการไกลสุด 1,000km(540nmi) เมื่อบรรทุกหนัก 18tons
แม้ว่าจะมีสมรรถนะน้อยกว่า IL-214 แต่ An-178 ก็ดูจะมีข้อได้เปรียบกว่าที่มีเครื่องต้นแบบจริงแล้ว ซึ่งทาง Antonov ตั้งเป้าที่จะขาย An-178 ได้ ๒๐๐เครื่องทั่วโลก
(ความเห็นส่วนตัวอาจจะยากเพราะ KC-390 ดูจะมีข้อได้เปรียบด้านสมรรถนะถ้าเทียบกับ An-178 และ Embraer มีโอกาสในการทำการตลาดทั่วโลกที่ดีกว่า Antonov
ซึ่งอุตสาหกรรมทางทหารเพื่อส่งออกของยูเครนได้รับผลกระทบในภาพรวมจากสงครามกับกลุ่มติดอาวุธนิยมรัสเซีย)


และคงไม่ต้องกล่าวถึงเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์อย่าง IL-76MD-90A หรือ IL-476 อันเป็นรุ่นปรับปรุงล่าสุดของ IL-76 ที่ออกแบบผลิตมาตั้งแต่ปี 1970s
โดยกองทัพอากาศรัสเซียสั่งจัดหาเครื่องใหม่ ๓๙เครื่อง และจะทำการปรับปรุง IL-76MD ที่มีอยู่เดิมโดยใช้เครื่องยนต์ใหม่แบบ PS-90A-76 ระบบ Avionic ระบบควบคุมการบินใหม่ และ glass cockpit อีกจำนวนหนึ่ง
เพราะก็เหมือนกับ Boeing C-17 Globemaster III ที่ใหญ่และแพงเกินความจำเป็นสำหรับกองทัพอากาศไทยไปหน่อย



ถ้ากองทัพอากาศไทยจะสนใจเครื่องบินลำเลียงขนาดหนักที่ใหญ่กว่า C-130 แล้ว Airbus A400M Atlas อย่างที่กองทัพอากาศมาเลเซียจัดหาไป ๔เครื่อง ซึ่งเพิ่งได้รับมอบชุดแรกไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
โดย A400M นั้นใช้ ย.turboprops สี่เครื่องแบบ Europrop TP400-D6 กำลังเครื่องละ 11,060hp ทำความเร็วสูงสุด 420knots บรรทุกได้หนักสุด 37tons มีพิสัยทำการไกลสุด 1,780nmi เมื่อบรรทุกเต็มอัตรา
และตามที่เคยรายงานไปว่ากองทัพอากาศเยอรมนีและกองทัพอากาศสเปนต้องการจะขายเครื่องส่วนเกินที่ลดจากจำนวนที่ตนต้องการจำนวนหนึ่ง
ถ้าลูกค้าหลักของเครื่องส่วนเกินนี้ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกในกลุ่ม NATO หรือสหภาพยุโรปก็น่าสนใจอยู่ถ้าไม่ติดขัดปัญหาอะไรกับไทย



หรือ An-70 ของยูเครน ซึ่งใช้เครื่องยนต์ propfans แบบ Progress D-27 สี่เครื่อง กำลังเครื่องละ 13,880hp ทำความเร็วได้สูงสุด 421knots บรรทุกได้หนักสุด 47tons มีพิสัยทำการ 5,000km(2,700nmi)เมื่อบรรทุกหนัก 35tons
ที่มีต้นแบบแล้ว ๒เครื่อง ซึ่งกองทัพอากาศรัสเซียได้ยกเลิกการจัดหา An-70 จำนวน ๖๐เครื่องเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านจากปัญหาความสัมพันธ์ทางทหารกับยูเครนที่ได้กล่าวในข้างต้น
ตามที่เคยรายงานไปเช่นกันว่า Antonov กำลังปรับปรุงระบบอากาศยานของตนให้เข้าสู่มาตรฐาน NATO เพื่อมองหาลูกค้ารายใหม่ๆในกลุ่มประเทศตะวันตกแทนรัสเซียที่ยกเลิกการจัดหาเครื่องบินลำเลียงของ Antonov หลายโครงการ
(ถ้าเทียบกันแล้ว An-70 มีสมรรถนะบางด้านที่สูงกว่า A400M แต่เช่นเดียวกับการเปรีบเทียบระหว่าง An-178 กับ KC-390 ที่ Airbus ที่มีโอกาสในการทำการตลาดมากกว่า Antonov)

สรุปได้ในภาพรวมครับว่า ณ ขณะนี้โครงการพัฒนาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีใหม่ๆของรัสเซียเองที่พอจะน่าสนใจสำหรับกองทัพอากาศไทยนั้น ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาไม่มีเครื่องต้นแบบทำการบินจริงเลย
ซึ่งตรงนี้เป็นผลมาจากการที่รัสเซียยกเลิกโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงของ Antonov กับยูเครนเป็นจำนวนมาก เช่น An-70 และ An-140 ทำให้การพัฒนาเครื่องใหม่ทดแทนเครื่องรุ่นเก่าที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีสหภาพโซเวียตเกิดความล่าช้า
ถ้ากองทัพอากาศไทยจะเริ่มตั้งโครงการจัดหาเครื่อบินลำเลียงขนาดกลางใหม่หรือทดแทน C-130H ในเร็วๆนี้แล้ว
จะเห็นว่ายังมีเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีแบบต่างๆมีมีสายการผลิตพร้อมแล้ว รวมถึงมีความเข้ากันได้กับระบบพื้นฐานของกองทัพอากาศไทยเป็นจำนวนมากให้สนใจเลือกพิจารณามากกว่าเครื่องบินลำเลียงของรัสเซีย
ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของท่านผู้บัญชาการทหารอากาศคนปัจจุบันคือ พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง ซึ่งเติบโตมาในสายนักบินเครื่องบินลำเลียงด้วยว่าจะเป็นไปในทิศทางใดครับ