แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Saudi Arabia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Saudi Arabia แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ซาอุดีอาระเบียเลือกจัดหาเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล C-27J MPA อิตาลี 4เครื่อง

Saudi Arabia selects C-27J for maritime patrol requirement





An artistʼs impression of the Leonardo C-27J MPA as it will feature in Saudi service fitted with an ASW and ASuW weapons package. (Leonardo, Xavier Vavasseur)

ซาอุดีอาระเบียได้เลือกเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Leonardo C-27J MPA(Maritime Patrol Aircraft) เพื่อเติมเต็มความต้องการการลาดตระเวนทางทะเลทางอากาศของตน บริษัท Leonardo อิตาลีประกาศเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026
ซาอุดีอาระเบียจะได้รับมอบเครื่องบินลำเลียง C-27J จำนวน 4เครื่องในรูปแบบสำหรับภารกิจลาดตระเวนทางทะเล ซึ่งจะรวมชุดระบบอาวุธสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti‑Submarine Warfare) และสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare) ต่างๆ

"บริษัท Leonardo จะส่งมอบเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล C-27J MPA จำนวน 4เครื่องแก่กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นการมอบขีดความต่างๆที่จำเป็นที่จะรับมือกับภัยคุกคามเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำในทะเลสมัยใหม่ต่างๆ 
ที่จะรับประกันการปฏิบัติงานภารกิจค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search-and-Rescue) ต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อจะดำเนินการปฏิบัติการภารกิจลำเลียงและส่งทางอากาศต่างๆ" Leonardo อิตาลีกล่าว

บริษัท Leonardo เสริมว่าการส่งมอบเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล C-27J MPA แก่กองทัพเรือซาอุดีอาระเบีย(RSNF: Royal Saudi Naval Forces) คาดว่าจะเริ่มต้นขึ้นในปี 2029
ขณะที่ซาอุดีอาระเบียจะกลายเป็นผู้ใช้งานนานาชาติทั่วโลกรายที่21 ของเครื่องบินลำเลียง C-27J Spartan(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-27j-spartan.html) ซาอุดีอาระเบียจะเป็นลูกค้าเปิดตัวสำหรับ C-27J MPA รุ่นติดอาวุธทางทะเล

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัท WASS Submarine Systems อิตาลี ในเครือบริษัท Fincantieri อิตาลีได้ประกาศระหว่างงานแสดงการป้องกันประเทศ World Defense Show(WDS) 2026 
ที่จัดขึ้นในกรุง Riyadh ซาอุดีอาระเบียระหว่างวันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2026 ว่าตนได้รับสัญญาจากซาอุดีอาระเบียสำหรับการจัดหา torpedo เบาปราบเรือดำน้ำแบบ MU90 LWT(Lightweight Torpedo)

WASS Submarine Systems อิตาลีและกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียได้ลงนามสัญญาจัดหา torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ MU90 เป็นวงเงินรวมมากกว่า 200 million Euros ทำให้นี่เป็นคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ที่สุดของ WASS อิตาลีในประวัติศาสตร์รอบ 150ปี 
ต่อจากกองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) ที่สั่งจัดหา Torpedo หนักแบบ Black Shark จำนวน 48ลูกสำหรับเรือดำน้ำชั้น Kalvari(Scorpene) ของตนในเดือนมกราคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/kalvari-3.html)

torpedo เบา MU90 คาดว่าจะส่งมอบแก่ซาอุดีอาระเบียได้ในระหว่างปี 2029-2030 บริษัท Fincantieri กล่าว MU90 สามารถติดตั้งได้กับระบบยิงหลายแบบตั้งแต่เรือผิวน้ำ, เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินปีกนิ่งที่รวมถึง C-27J MPA
เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล C-27J MPA ยังคาดว่าจะได้รับการติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ MBDA Marte ER(Extended Range) ด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/h215m-marte-er.html)

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568

สหรัฐฯประกาศการปล่อยเรือลงน้ำเรือฟริเกต MMSC ลำแรกของซาอุดีอาระเบีย HMS Saud

Launch of first Saudi MMSC announced





HMS Saud on the ship lift at Fincantieri Marinette Marine shipyard in Wisconsin. (Saudi Ministry of Defence, Skip Heckel)



เรือฟริเกตลำแรกจากจำนวน 4ลำที่ได้รับการสร้างสำหรับกองทัพเรือซาอุดีอาระเบีย(RSNF: Royal Saudi Naval Forces) ภายใต้โครงการ Tuwaiq ได้ถูกปล่อยเรือลงน้ำแล้ว กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียประกาศเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2025
กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียได้เผยแพร่วีดิทัศน์แสดงถึงเรือฟริเกตลำแรก HMS Saud หมายเลขเรือ 820 ได้ถูกเปิดตัวออกจากโรงประกอบสร้าง ณ อู่เรือบริษัท Fincantieri Marinette Marine(FMM) สหรัฐฯ-อิตาลีในมลรัฐ Wisconsin

และเรือฟริเกต HMS Saud (820) ได้ถูกบรรทุกขึ้นวางบน lift ยกเรือโดยปราศจากการติดตั้งเสากระโดงเรือ แต่ไม่ได้ถูกนำเข้าสู่ผิวน้ำ วีดิทัศน์ได้แสดงถึงเรือฟริเกต Saud ได้รับการติดตั้งด้วยเสากระโดงเรือของตน
ในเวลาที่ผู้บัญชาการกองทัพเรือซาอุดีอาระเบีย พลเรือโท Mohammed Abdulrahman al-Gharibi ได้ถูกเชิญเข้าร่วมพิธีตั้งชื่อเรือและอำนวยพรของเรือ ณ อู่เรือ FMM เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2025

บริษัท Fincantieri Marine Group(FMG) สหรัฐฯ-อิตาลีได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2025 ว่าเรือฟริเกตในโครงการ Tuwaiq ที่ตนเรียกว่าแบบเรือรบผิวน้ำพหุภารกิจ(MMSC: Multi-Mission Surface Combatant)
เรือลำแรกรหัส MMSC-1 ได้ถูกนำออกจากโรงประกอบสร้างสองวันก่อนหน้า สำนักงานโครงการนานาชาติกองทัพเรือ(NIPO: Navy International Programs Office) กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) เผยแพร่ชุดภาพถ่ายเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025

แสดงถึงเรือฟริเกต HMS Saud MMSC-1 อยู่บน lift ยกเรือโดยได้รับการติดตั้งเสากระโดงเรือแล้ว สำนักงานโครงการนานาชาติกองทัพเรือสหรัฐฯ NIPO ได้ประกาศตามมาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2025 ว่า
พิธีปล่อยเรือลงน้ำได้ถูกจัดขึ้นสำหรับเรือฟริเกต Saud MMSC-1 ชุดภาพถ่ายที่บันทึกได้จากช่างภาพเรือในพื้นที่ภายหลังได้แสดงให้เห็นว่าเรือฟริเกต Saud ถูก lift ยกเรือนำเรือลงสู่ผิวน้ำจริงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2025

เหตุการณ์เหล่านี้มีขึ้นเกือบ 6ปีให้หลังจากที่พิธีตัดเหล็กสำหรับเรือฟริเกตลำแรก MMSC-1 ได้ถูกประกาศในเดือนพฤศจิกายน 2019 แบบเรือรบผิวน้ำพหุภารกิจ MMSC ของบริษัท FMM และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ
มีพื้นฐานจากเรือโจมตีชายฝั่ง(LCS: Littoral Combat Ship) ชั้น Freedom ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/lcs-freedom-lcs-1-uss-freedom.html) ซึ่งซาอุดีอาระเบียได้ลงนามจัดหาในเดือนพฤษภาคม 2017

โดยเรือฟริเกตชั้น Saud จำนวน 4ลำสำหรับซาอุดีอาระเบียได้รับการเพิ่มขยายระยะปฏิบัติการที่ 5,000nmi และได้รับการติดตั้งเพิ่มเติมด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Boeing RGM-84L Harpoon Block II สี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด
และแท่นยิงแนวดิ่ง Lockheed Martin Mk 41 VLS(Vertical Launch System) 16-cell สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Raytheon RIM-162 ESSM(Evolved SeaSparrow Missile) ในชุดบรรจุสี่นัดต่อหนึ่งท่อยิงได้ถึง 64นัด

ยังรวมถึงระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) แท่นยิง SeaRAM สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ RIM-116 RAM(Rolling Airframe Missile) จำนวน 11นัด, ปืนเรือ Leonardo 76mm และปืนกล remote แบบ Nexter Narwhal 20 ขนาด 20mm สองแท่นยิง 
ในปี 2023 กองทัพเรือซาอุดีอาระเบียได้เลือกอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA CAMM(Common Anti-air Modular Missile) แทน ESSM สำหรับเรือฟริเกต MMSC ของตนครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/saab-visby-sea-ceptor.html)

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Rafale ฝรั่งเศส Typhoon อังกฤษ และ F-15EX สหรัฐฯจะแข่งขันในโครงการเครื่องบินขับไล่ใหม่ของซาอุดีอาระเบีย

France, UK, US to compete Saudi fighter requirement







Having previously signalled its intent to acquire 48 new Eurofighter Typhoons in addition to the 72 already received (pictured), Saudi Arabia is now looking at the Boeing F-15EX Eagle II and the Dassault Rafale for its future requirements also. (Saudi Press Agency)

ฝรั่งเศส, สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯกำลังจะแข่งขันในความต้องการเครื่องบินขับไล่ใหม่ที่ยังรอการดำเนินการมานานอยู่ของซาอุดีอาระเบีย โดยซาอุดีอาระเบียได้จัดการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบและเปิดเผยเช่นนี้เป็นครั้งแรก
เจ้าหน้าที่อาวุโสในภาคอุตสาหกรรมที่มีองค์ความรู้ในความต้องการโครงการกล่าวกับ Janes และสื่อกลาโหมอื่นในปลายเดือนเมษายน 2024 ของการตัดสินใจของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียใน Riyadh

ที่จะจัดการแข่งขันระหว่างเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศส, เครื่องบินขับไล่ Boeing F-15EX Eagle II สหรัฐฯ และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สหราชอาณาจักรตามลำดับ
เมื่อก่อนหน้านั้น การพิจารณาทางการเมืองระหว่างประเทศจะเป็นจะเป็นส่วนบนสุดในการตัดสินใจของซาอุดีอาระเบียสำหรับยุทโธปกรณ์ทางทหารระดับสูงดังกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/eurofighter-typhoon.html)

กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย(RSAF: Royal Saudi Air Force) มีความต้องการที่โดดเด่นของเครื่องบินขับไล่ใหม่จำนวนราว 50เครื่องเพื่อเสริมต่อเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15SA Advanced Eagle จำนวน 83เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ F-15S Eagle จำนวน 63เครื่อง, 
เครื่องบินขับไล่ F-15C Eagle จำนวน 66เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ F-15D Eagle จำนวน 20เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 72เครื่อง และเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado จำนวน 79เครื่องที่ตนประจำการในปัจจุบัน

บริษัท Boeing Middle East สหรัฐฯสาขาตะวันออกกลางกล่าวจากบัญชี X(Twitter เดิม) ทางการของตนเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2024 ว่าทูตสหรัฐฯประจำราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย H E Michael Ratney
ได้มีประสบการณ์ในเครื่องจำลองการบิน F-15EX simulator ของตนระหว่างการฉลองวันชาติสหรัฐฯที่จัดขึ้นในสถานทูตสหรัฐฯในกรุง Riyadh(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/f-15ex-eagle-ii-2.html)

สื่อฝรั่งเศสรายงานในปลายปี 2023 ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสในนครหลวง Paris ได้เจรจาการจัดซื้อจัดจ้างของเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 54เครื่องกับซาอุดีอาระเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/rafale-6-12.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/04/rafale-12.html)
ขณะที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ใช้เวลาหลายปีก่อนหน้าที่มองจะบรรลุผลการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ชุดที่สองของซาอุดีอาระเบีย หลังเครื่องชุดแรกจำนวน 72เครื่องได้เสร็จสิ้นการส่งมอบในปี 2017

ซาอุดีอาระเบียได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 72เครื่องในปี 2007 และมีมูลค่าที่วงเงิน 20 billion British pound sterling($41 billion ตามค่าเงินในขณะนั้น) โดยเป็นหนึ่งในการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมที่มีขนาดโครงการใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการลงนามมา
สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำหุ้นส่วนกลุ่มกิจการค้าร่วม Eurofighter ของบริษัท Airbus ยุโรป(สาขาเยอรมนีและสเปน), บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร, และบริษัท Leonardo อิตาลี สำหรับการขายเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon แก่ซาอุดีอาระเบียครับ

วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567

เยอรมนีเลิกคัดค้านการขายเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon เพิ่มเติมแก่ซาอุดีอาระเบีย

Germany drops opposition to Saudi Eurofighter sale







With a German minister saying Saudi Arabian Eurofighter combat aircraft have been intercepting Houthi missiles bound for Israel, Berlin has dropped its previous opposition to a follow-on sale to the Kingdom. (BAE Systems)

เยอรมนีได้ละทิ้งการคัดค้านที่มีมายาวนานของตนที่จะขายเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon เพิ่มเติมแก่ซาอุดีอาระเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/fcas.html) ได้ถูกรายงานเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2024
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี Annalena Baerbock ประกาศการเปลี่ยนแปลงในนโยบายในความเห็นที่มีขึ้นต่อผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนอิสราเอล สำนักข่าว Agence France-Presse(AFP), Reuters และอื่นๆ รายงาน

"เราไม่เห็นรัฐบาลเยอรมนีคัดค้านการพิจารณาของสหราชอาณาจักรสำหรับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter เพิ่มเติมสำหรับซาอุดีอาระเบีย โลกโดยเฉพาะที่นี่ในตะวันออกกลาง
ได้กลายเป็นสถานที่ที่แตกต่างโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ที่(กองกำลังติดอาวุธก่อการร้าย Hamas โจมตีอิสราเอล) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม (2023)" คำกล่าวของ Baerbock ได้ถูกอ้างถึง

รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนียังเสริมอีกว่า "ข้อเท็จจริงที่ว่าซาอุดีอาระเบียขณะนี้กำลังสกัดกั้นอาวุธปล่อยนำวิถีที่ยิงโดยกองกำลังติดอาวุธ Houthi ที่มีเป้าหมายไปยังอิสราเอลได้เน้นย้ำเรื่องนี้ และเราขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับสิ่งนั้น
ข้อเท็จจริงที่ว่ากองทัพอากาศซาอุดีอาระเบียยังคงใช้เครื่องบินขับไล่ Eurofighter ในบริบทนี้เป็นความลับที่ถูกเปิดเผย ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้มีส่วนสำคัญในความมั่นคงของอิสราเอล แม้กระทั่งทุกวันนี้ และกำลังช่วยที่จะยับยั้งความเสี่ยงของความโกลาหลในภูมิภาค"

กลุ่มกิจการค้าร่วม Eurofighter ของบริษัท Airbus ยุโรป(สาขาเยอรมนีและสเปน), บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร, และบริษัท Leonardo อิตาลีกล่าวกับ Janes ว่าพวกตนไม่มีความเห็นเกี่ยวกับรายงานนี้
ซาอุดีอาระเบียได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 72เครื่องในปี 2007 และมีมูลค่าที่วงเงิน 20 billion British pound sterling($41 billion ตามค่าเงินในขณะนั้น) 

การจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมที่มีขนาดโครงการใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการลงนามมา(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/wahaj-eurofighter-typhoon.html)
สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำหุ้นส่วนสำหรับการขายเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon แก่ซาอุดีอาระเบีย โดยการส่งมอบแก่กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย(RSAF: Royal Saudi Air Force) ได้เสร็จสิ้นในปี 2017

กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบียได้วางกำลังเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของตน ณ ฝูงบินที่3(No. 3 Squadron), ฝูงบินที่10(No. 10 Squadron) และฝูงบินที่80(No. 80 Squadron) ของกองบินที่2(Wing 2) ณ ฐานทัพอากาศ King Fahad
ซาอุดีอาระเบียได้ลงนามบันทึกแสดงความจำนง(MOI: Memorandum of Intent) กับสหราชอาณาจักรที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon เพิ่มเติม 48เครื่องในเดือนมีนาคมปี 2018 แต่ได้ถูกเยอรมนีในฐานะชาติหุ้นส่วนกลุ่ม Eurofighter คัดค้านในเดือนพฤศจิกายน 2018 ครับ

วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ซาอุดีอาระเบียลงนามจัดหาอากาศยานไร้คนขับ Akinci UAV ตุรกี

Update: Saudi Arabia signs for Akinci UAVs in record deal with Turkey







The Akıncı will be operated by both the Saudi air force and navy. (Janes/Akshara Parakala)



ซาอุดีอาระเบียได้สั่งจัดหาอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ Baykar Bayraktar Akıncı UAV(Unmanned Aerial Vehicle) ตุรกีในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างกลาโหมครั้งประวัติการณ์กับตุรกี
การจัดหาได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2023 ระหว่างที่ประธานาธิบดีตุรกี Recep Tayyip Erdoğan เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

รัฐมนตรีกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เจ้าชาย Khalid bin Salman ทรงประกาศว่าสองสัญญาการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ UAV ได้รับการลงนามกับบริษัท Baykar ตุรกี เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางทหารและการผลิตทางกลาโหมของซาอุดีอาระเบีย
เจ้าชาย Khalid ทรงกล่าวว่าพระองค์ยังได้ทรงลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางทหารและการป้องกันประเทศกับรัฐมนตรีกลาโหมตุรกี Yaşar Güler ด้วย

ขณะที่เจ้าชาย Khalid ทรงไม่ได้ระบุว่าอากาศยานไร้คนขับ UAV แบบใดที่ได้รับการสั่งจัดหา บริษัท Baykar Tech ตุรกีกล่าวว่าพวกมันคืออากาศยานไร้คนขับ Akıncı UAV
โดย Haluk Bayraktar ผู้อำนวยการบริหาร Baykar ตุรกีอธิบายข้อตกลงว่าเป็น "สัญญาการส่งออกทางกลาโหมและการบินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐตุรกี" โดยปราศจากการกล่าวว่ามีมูลค่าเป็นวงเงินเท่าไร

สัญญาการส่งออกทางกลาโหมที่ใหญ่ที่สุดก่อนหน้านี้ของตุรกีที่ได้ถูกรายงานคือการสั่งจัดหาเรือคอร์เวตชั้น Ada จำนวน 4ลำของปากีสถานในปี 2018 ที่มูลค่าวงเงินประมาณ $1-1.5 billion(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/milgem-4.html)
ในแถลงการณ์ของตน Baykar ตุรกีกล่าวว่า Akıncı UAV จะถูกส่งมองให้กองบัญชาการทางอากาศและทางเรือของซาอุดีอาระเบีย ที่ตนจะมอบการฝึก, การสนับสนุนทางเทคนิค และบริการส่งกำลังบำรุง ไม่มีการเปิดเผยกำหนดระยะเวลา

"ด้วยข้อตกลงที่ครอบคลุม ความร่วมมือจะสร้างบนพื้นฐานการส่งมอบวิทยาการและการผลิตร่วม ในคำสั่งที่จะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถทางวิทยาการขั้นสูงของทั้งสองประเทศ" Baykar ตุรกีเสริม
อากาศยานไร้คนขับ Akıncı เข้าประจำการในกองบัญชาการกองทัพอากาศตุรกี(Turkish Air Force) ในปี 2021 และถูกส่งออกให้กับปากีสถาน(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/akinci-uav.html) และเป็นไปได้ว่ากับลิเบียด้วย

Baykar ตุรกีประกาศในเดือนมิถุนายน 2022 ว่า อากาศยานไร้คนขับ Akıncı UAV ได้ทำสถิติการทำเพดานบินของตุรกีใหม่โดยการทำการบินที่ความสูง 41,118ft(13,716m)
Akıncı UAV เป็นอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE: Medium-Altitude Long-Endurance) ตัวอากาศยานมีความยาว 12.2m และปีกกว้าง 20m มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดที่ 5,500kg และมีน้ำหนักบรรทุกที่ 1,350kg ครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2566

อังกฤษปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการระบบการรบทางอากาศยุคอนาคต FCAS ของซาอุดีอาระเบีย

UK denies Saudi Arabian announcement on joining Future Combat Air System



Saudi Arabia and the UK are to further the defence aviation co-operation that has seen the former operate a number of the latter's combat aircraft types, such as the Eurofighter Typhoon. 




However, while the Saudi defence minister said that this would see his country join the UK in its FCAS effort, the UK MoD has said this is not the case, and that the two are instead pursuing “a partnering feasibility study” to look at future co-operation. (BAE Systems)

สหราชอาณาจักรกล่าวว่าซาอุดีอาระเบียไม่ได้กำลังเข้าร่วมโครงการระบบการรบทางอากาศยุคอนาคต(FCAS: Future Combat Air System) ของตน แต่เป็นการแสวงหา "การศึกษาความเป็นไปได้ในการเป็นหุ้นส่วน" ที่จะมองยังความร่วมมือในอนาคต 
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์ของตนตามการประกาศที่มีขึ้นโดยรัฐมนตรีกลาโหมซาอุดีอาระเบีย Khalid bin Salman ซึ่งเขากล่าวว่า
การประกาศเจตจำนง(DOI: Declaration of Intent) ได้รับการลงนามกับรัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร Ben Wallace เพื่อที่ซาอุดิอาระเบียจะเข้าร่วมโครงการระบบการรบทางอากาศยุคอนาคต FCAS

"เราได้ลงนามการประกาศเจตจำนงของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย(KSA: Kingdom of Saudi Arabia) ที่จะมีส่วนร่วมในโครงการระบบการรบทางอากาศยุคอนาคต FCAS ซึ่งจะเสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถการป้องกันของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
ผ่านความเป็นหุ้นส่วนที่ครอบคลุมที่ร่วมถึงการผลิตและการวิจัยและพัฒนาโครงการร่วมต่างๆสำหรับระบบทางอากาศยุคอนาคต FCAS" รัฐมนตรีกลาโหมซาอุดีอาระเบีย bin Salman กล่าวในบัญชี Twiiter ทางการของตนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2023
จากการประกาศของรัฐมนตรีกลาโหมซาอุดีอาระเบีย Salman มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นถึงขอบเขตหรือขนาดของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหราชอาณาจักร

แม้ว่าจะมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นหุ้นส่วนเท่านั้่นในโครงการ FCAS เช่นเดียวกับสวีเดนที่ได้เสร็จสิ้นแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/gcap.html)
หรือแม้แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความพยายามโครงการเครื่องบินขับไล่ Tempest/การรบทางอากาศทั่วโลก (GCAP: Global Combat Air Programme) ควบคู่ไปกับอิตาลีและญี่ปุ่น(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/gcap.html)
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรไม่ได้แสดงความเห็นหรืออธิบายทันที แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาได้กล่าวว่านั่นไม่ใช่ในกรณีนี้ โดยมองความร่วมมือด้านการบินกลาโหมเพิ่มเติมที่เห็นได้จากอดีตที่ทั้งสองเป็นผู้ใช้งานเครื่องบินรบรุ่นล่าสุดร่วมกันหลายแบบเช่นเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ครับ

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564

สหรัฐระงับการขายเครื่องบินขับไล่ F-35A แก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และระเบิดนำวิถี SDB แก่ซาอุดีอาระเบีย

US freezes Saudi, UAE defence sales



The US’ new Biden administration has frozen defence sales to Saudi Arabia and the UAE pending a review, the US was approved the UAE’s procurement of 50 F-35A. (USAF)

คณะบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ Joe Biden ได้ระงับการขายอาวุธยุทโธปกรณ์กลาโหมแก่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates)
โดยยังคงรอการทบทวน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯคนใหม่ Antony Blinken ยืนยันเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/f-35a-mq-9b.html)

"การกล่าวโดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงการขายอาวุธมันเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่จะเริ่มต้นที่คณะบริหารของรัฐบาลที่จะทบทวนการขายใดๆที่กำลังรออยู่เพื่อให้มั่นใจว่า
สิ่งที่จะได้รับการพิจารณาเป็นบางสิ่งก้าวล่วงเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของเรา หรือก้าวล่วงนโยบายต่างประเทศของเรา ดังนั้นนี่เป็นสิ่งที่เรากำลังทำตอนนี้" Blinken กล่าวระหว่างการบรรยายสรุปต่อสื่อ

Blinken เน้นหนักว่าสหรัฐฯยังคงมุ่งมั่นต่อข้อตกลง Abraham ที่มีผลในการที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนมีความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอล นี่เป็นการนำทางสำหรับสหรัฐฯที่จะอนุมัติการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) 50เครื่อง 
,อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Air Vehicle) แบบ General Atomics Aeronautical Systems MQ-9B Reaper จำนวน 18ระบบ และอาวุธยิงทางอากาศชุดใหญ่รวมมูลค่าที่ประมาณ $23.4 billion แก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใน Washington ได้ยืนยันว่าจดหมายข้อตกลงสำหรับการขายอาวุธต่างๆเหล่านี้ได้รับการลงนามในระยะเวลาอันสั้นก่อนที่คณะบริหารของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump จะหมดวาระลงเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2021
มันยังเป็นที่ทราบว่าการทบทวนการขายอาวุธ กล่าวโดยที่ได้ถูกคาดการณ์ว่า "ชุดการขาย F-35 เป็นสิ่งที่มากกว่าการขายยุทโธปกรณ์ทางทหารแก่หุ้นส่วน"

การคาดการณ์กล่าวว่า "มันทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะดำรงการป้องปรามที่แข็งแกร่งที่จะทำการเชิงรุก(และ)รับภาระในระดับภูมิภาคมากขึ้น
สำหรับการรักษาความมั่นคงโดยรวม, ปลดปล่อยสินทรัพย์ของสหรัฐฯให้ว่างจากภาระสำหรับเผชิญความท้าทายอื่นๆทั่วโลก, จัดลำดับความสำคัญทั้งสองฝ่ายของสหรัฐฯที่ยาวนาน"

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม 2020 เอกสารความเป็นไปได้ในการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) ที่เผยแพร่โดยสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) 
ได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายระเบิดนำวิถีดาวเทียม Boeing GBU-39 Small Diameter Bomb I(SDB I) จำนวน 3,000นัด แก่ซาอุดีอาระเบีย เป็นวงเงินถึง $290 million ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/ah-64e-sdb-sniper-atp.html)

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

Wahaj ซาอุดีอาระเบียจะผลิตชิ้นส่วนของเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

Saudi Arabia's Wahaj to work on Typhoon components



Wahaj will now be able to work on a variety of components for the Eurofighter Typhoon, enabling greater in-country support for the RSAF’s fleet of aircraft. (BAE Systems)

บริษัท Wahaj ซาอุดีอาระเบียได้รับสิทธิบัตรรับรองคุณภาพจากบริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรที่จะผลิตชิ้นส่วนประกอบสิ้นเปลืองหลายแบบสำหรับฝูงเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของซาอุดีอาระเบีย
โฆษกของ BAE Systems อังกฤษยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2020 ว่ากระบวนการที่ครอบคลุมโดยสิทธิบัตรรวมถึงการตัดเฉือนด้วยเครื่องจักรชิ้นส่วนวัสดุโลหะและไม่ใช่โลหะตามแบบและการทดสอบ

ชิ้นส่วนประกอบสิ้นเปลืองที่ครอบคลุมโดยสิทธิบัตร "รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆอย่างเช่น ที่ค้ำ, สลักเกลียว และแหวนรอง จนถึงชิ้นส่วนประกอบแล้วที่มีรายละเอียดโครงสร้างที่ซับซ้อนมากขึ้น"
ผลจากการที่ได้รับการอนุมัติโดย BAE Systems ในฐานะส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานสำหรับเครื่องบินขับไล่ Typhoon มันจะเป็นความเป็นไปได้สำหรับ Wahaj ซาอุดีอาระเบียที่จะเข้าแข่งขันสำหรับงานที่จะจัดส่งผู้ใช้งาน Eurofighter รายอื่นๆด้วยชิ้นส่วนที่ตนผลิต

อย่างไรก็ตามข้อมูลจากโฆษก BAE Systems นี่จะเป็นประเด็นหัวข้อต่อข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ, ข้อตกลงด้านการค้า, และข้อตกลงด้านห่วงโซ่อุปทาน ประธาน Wahaj ซาอุดีอาระเบีย Ayman Al-Hazmi กล่าวในแถลงการณ์ว่า
"สิทธิบัตรจาก BAE Systems เป็นจุดสูงสุดของงานและความพยายามที่กินเวลานาน 12เดือนด้วยการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากทีมวิศวกรรมวัสดุศาสตร์, ผู้ตรวจสอบคุณภาพ, การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาธุรกิจในทั้งสองบริษัท"

Wahaj ซึ่งได้รับการก่อตั้งในปี 2014 เป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท SIPCHEM(Saudi International Petrochemical Company) ซาอุดีอาระเบีย และเป็นเจ้าของร่วมโดยบริษัท Hanwha Chemical Corporation สาธารณรัฐเกาหลี
บริษัท Wahaj ซาอุดีอาระเบียดำเนินงานด้านการผลิตและวิศวกรรมที่หลากหลายสำหรับอุตสาหกรรมการบิน, การป้องกันประเทศ, น้ำมัน และก๊าซ

กองทัพอากาศซาอุดิอาระเบีย(RSAF: Royal Saudi Air Force) ที่เป็นลูกค้าส่งออกนอกยุโรปประเทศแรกที่ได้จัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 72เครื่องจาก BAE Systems สหราชอาณาจักร
โดยเข้าประจำการในฝูงบินที่3(No. 3 Squadron), ฝูงบินที่10(No. 10 Squadron) และฝูงบินที่80(No. 80 Squadron) ของกองบินที่2(Wing 2) ณ ฐานทัพอากาศ King Fahad ครับ