แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Strategic Transport Aircraft แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Strategic Transport Aircraft แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียนำเครื่องบินขับไล่ Rafale พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor เข้าประจำการ

Indonesian Air Force inducts new aircraft, weapons







Indonesia displayed Meteor and AASM Hammer air-launched weapons alongside its newly acquired Rafale combat aircraft at Halim Perdanakusuma Air Base in Jakarta on 18 May 2026. (Indonesia MoD)



กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้ส่งมอบอากาศยาน, อาวุธยิงทางอากาศแบบต่างๆ, และระบบ radar ภาคพื้นดินที่ได้รับการจัดหาใหม่แก่กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)
ในการสนับสนุนการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพอากาศอินโดนีเซียที่กำลังดำเนินอยู่ อากาศยานใหม่รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสจำนวน 6เครื่อง(aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-3-42.html)

เครื่องบินลำเลียงไอพ่น Dassault Falcon 8X จำนวน 4เครื่อง, และเครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas จำนวน 2เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/airbus-a400m-atlas-2.html) ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย
กองทัพอากาศอินโดนีเซียยังได้รับมอบอาวุธยิงทางอากาศที่จัดหาใหม่อย่างเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor, 

และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นความแม่นยำสูง Sagem AASM(Armement Air-Sol Modulaire) Hammer(Highly Agile Modular Munition Extended Range) และ radar แบบ Thales Ground Master 403(GM403) จำนวน 1ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2022/09/defense-security-2022-thales-radar.html)
กองทัพอากาศอินโดนีเซียได้ทำพิธีตรวจรับอากาศยานและระบบอาวุธใหม่ต่างๆอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 ณ ฐานทัพอากาศ Halim Perdanakusuma ในนครหลวง Jakarta กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียกล่าว

ระหว่างพิธีส่งมอบรัฐบาลอินโดนีเซียยืนยันว่าเครื่องบินขับไล่ Rafale จะถูกวางกำลังประจำการในฝูงบินที่12(Air Squadron 12, Skadron Udara 12) ซึ่งมีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Roesmin Nurjadin บนเกาะ Sumatra
พิธีรับมอบอย่างเป็นทางการซึ่งเชิญประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Prabowo Subianto เป็นประธาน เป็นการเสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Rafale ระยะที่1 จำนวน 6เครื่องเป็นชุดแรก(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/dassault-rafale-2025.html)

การวางกำลังอากาศยานและระบบอาวุธต่างๆหลากหลายแบบเหล่านี้สนับสนุนการเสริมสร้าง "กองทัพอากาศแบบบูรณาการและปรับตัวได้" กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียกล่าว ตามข้อมูลจากรัฐบาลอินโดนีเซีย "เครื่องบินขับไล่ Rafale จะเสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถการรบอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้น
ผ่านการสนับสนุนจากอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AASM Hammer" ภาพถ่ายพิธีการรับมอบเข้าประจำการของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียแสดงเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 6เครื่องที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Rafale C จำนวน 4เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Rafale B จำนวน 2เครื่อง

กองทัพอากาศอินโดนีเซียได้มองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ทั้งหมดจำนวน 42เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/rafale-42-18.html) โดยสัญญาระยะที่1 จำนวน 6เครื่องได้มีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/rafale-6-2026.html
ในเดือนสิงหาคม 2023 อินโดนีเซียได้ประกาศว่าสัญญาการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ระยะที่2 จำนวน 18เครื่องได้มีผลบังคับใช้แล้วครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/rafale-18.html)

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

เยอรมนีรับมอบเครื่องบินลำเลียง A400M เครื่องสุดท้ายครบ 53เครื่อง

Germany receives final A400M airlifter





As the last of 53 A400Ms for Germany, 54+63 was delivered to the Luftwaffe on 18 April 2026. (Luftwaffe)

เยอรมนีได้รับมอบเครื่องบินลำเลียง Airbus Defence and Space(DS) A400M เครื่องที่53 และเครื่องสุดท้ายของตนเข้าประจำการในกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) แล้ว
เครื่องบินลำเลียง A400M หมายเลข 54+63 ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศเยอรมนีเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 เสร็จสิ้นการส่งมอบที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2014

กองทัพอากาศเยอรมนีได้จัดหาเครื่องบินลำเลียง A400M เพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียง Transall C-160 ที่ขณะนี้ปลดประจำการไปแล้วของตน เช่นเดียวกับการใช้สำหรับการลำเลียงด้านการส่งกำลังบำรุง
กองทัพอากาศเยอรมนีกำลังใช้งานเครื่องบินลำเลียง A400M สำหรับภารกิจทางยุทธวิธีต่างๆในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/airbus-a400m.html)

ด้วยวัตถุประสงค์นี้กองทัพอากาศเยอรมนีได้เครื่องบินลำเลียง A400M ของตนด้วยระบบมาตรการต่อต้านการเล็งด้วย infrared แบบ Elbit Systems J-MUSIC(MUlti-Spectral Infrared Countermeasure) อิสราเอล
เช่นเดียวกับระบบการพรางตัวไปกับภูมิประเทศด้วยการบินระดับเพดานบินต่ำ ฝูงบินเครื่องบินลำเลียง A400M ของกองทัพอากาศเยอรมนียังถูกนำไปใช้งานในฐานเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศด้วย

ภารกิจต่างๆในอนาคตสำหรับเครื่องบินลำเลียง A400M ในประจำการกองทัพอากาศเยอรมนียังอาจจะรวมถึงการทำหน้าที่ยานแม่สำหรับฝูงอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) จำนวนมาก
และเครื่องบินบรรทุกระยะไกล(remote carriers) ของระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี'(loyal wingmen)(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/rheinmetall-boeing-mq-28-ghost-bat.html)

และความเป็นไปได้ในฐานะระบบก่อกวนสัญญาณระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม(standoff jammer) สำหรับภารกิจ luWES(Luftgestützte Wirkung im Elektromagnetischen Spektrum) สำหรับ NATO
เยอรมนีเดิมมีความตั้งใจที่จะจัดซื้อเครื่องบินลำเลียง A400M จำนวน 73เครื่อง แต่จำนวนเครื่องได้ถูกลดลงในปี 2011 เป็นจำนวน 53เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/airbus-a400m.html)

ขณะที่เยอรมนีมองที่จะขายเครื่องบินลำเลียง A400M เหล่านี้ออกไป 13เครื่องและยังปฏิบัติการเครื่องบินเหล่านี้ในฐานะฝูงบินานชาติ ขณะนี้เครื่องบินลำเลียง A400M ทุกเครื่องได้อยู่ในรายการยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศเยอรมนีแล้ว
เครื่องบินลำเลียง A400M ประจำการอยู่ในฝูงบิน1(1 Flying Squadron), ฝูงบิน2(2 Flying Squadron), และฝูงบิน3(3 Flying Squadron) กองบินลำเลียง62(Air Transport Wing 62) ณ ฐานทัพอากาศ Wunstorf โดยมีหน่วยฝึกที่ฝูงบิน4(4 Flying Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Bremen ครับ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

ญี่ปุ่นเริ่มการทดสอบเครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EC-2 ใหม่

Update: Japan begins testing of new electronic warfare aircraft






This computer graphics image, presenting an overhead view of the Kawasaki Heavy Industries (KHI) Stand-off Electronic Warfare Aircraft, shows the aircraft's enlarged dorsal fairings. (Janes)



ญี่ปุ่นได้เตรียมการเริ่มต้นการบินทดสอบสำหรับเครื่องบินสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) ใหม่ของตนที่ผลิตโดยบริษัท Kawasaki Heavy Industries(KHI) ญี่ปุ่น
ก่อนหน้าการนำเข้าประจำการในกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF: Japan Air Self-Defense Force) ในปีหน้าปี 2027 โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับ Janes ในเดือนมีนาคม 2026 

การพัฒนาของระบบเครื่องบินสงคราม electronic ได้เริ่มต้นในปีงบประมาณ 2020 ของญี่ปุ่น โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าว ตามแผนต่างๆในปัจจุบัน เครื่องบินสงคราม electronic ใหม่ได้ถูกผลิตแล้วจำนวน 1เครื่องจนถึงขณะนี้
จะ "เข้าประจำการ(ในกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น)ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027" โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวต่อ งบประมาณวงเงินทั้งหมด 52.3 billion Yen($328.7 million) ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการระหว่างปีงบประมาณ 2020-2023

โฆษกของสำนักงานจัดซื้อจัดจ้าง, วิทยาการ และการส่งกำลังบำรุง(ATLA: Acquisition, Technology & Logistics Agency) กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026
Janes เข้าใจว่ากระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นน่าจะจัดหาเครื่องบินสงคราม electronic ใหม่มากกว่า 1เครื่องในอนาคต "จำนวนเครื่องบินที่จะถูกจัดหาหลังจาก(เครื่องบินเครื่องแรก)กำลังอยู่ในการพิจารณา" โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าว

แม้ว่าโฆษกของ สำนักงานจัดซื้อจัดจ้าง, วิทยาการ และการส่งกำลังบำรุง ATLA ญี่ปุ่นและกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นได้อ้างอิงถึงระบบอากาศยานใหม่ในฐานะ "เครื่องบินสงคราม electronic ระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม"(Stand-off EW Aircraft)
ขีดความสามารถนี้น่าจะทำให้ถูกกำหนดแบบเป็นเครื่องบินสงคราม electronic แบบ EC-2 โดย ATLA ญี่ปุ่นกล่าวกับ Janes ในปี 2022 ว่าเครื่องบินจะมีพื้นฐานจากเครื่องบินลำเลียง KHI C-2(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/jassm-er.html)

มีรายละเอียดต่างๆเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการหลังการพัฒนาได้เริ่มต้นในปี 2020 ระบบเครื่องบิน EW แบบใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินสงคราม electronic แบบ KHI EC-1 ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1986 ดังกล่าวขณะนี้ได้เดินหน้าสู่ขั้นระยะการทดสอบแล้ว
ที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 เมื่อกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นได้เปิดเผยชุดภาพถ่ายอย่างเป็นทางการแรกของระบบเครื่องบินสงคราม electronic ใหม่บนสื่อสังคม online X(Twiiter เดิม)

ชุดภาพได้แสดงถึงเครื่องบินสงคราม electronic แบบ EC-2 ที่มีพื้นฐานจากเครื่องบินลำเลียง C-2 มีโครงสร้างส่วนครอบอากาศยาน(fairing) เป็นโหนก(dorsal) ยื่นขยายออกมาในส่วนหัว, ด้านข้าง, ด้านบน, และด้านหลังของเครื่องบิน
ภาพที่เผยแพร่ในสื่องสังคม Online ของญี่ปุ่นล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 แสดงถึงเครื่องบินสงคราม electronic แบบ EC-2 ใหม่ได้ทำการบินครั้งแรกของตนจากฐานทัพอากาศ Gifu แล้วครับ

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Airbus ส่งมอบเครื่องบินลำเลียง A400M ที่พร้อมรบเครื่องแรกแก่สเปน

Airbus delivers ‘first combat ready' A400M to Spain





The first A400M for the Spanish Air and Space Force to be fitted with the Indra InShield DIRCM countermeasures was delivered to the service on 11 February. (Airbus Defence and Space)



บริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปได้ส่งมอบส่งมอบเครื่องบินลำเลียง A400M "เครื่องแรกที่พร้อมรบ(combat-ready)" ของตน ตามที่บริษัท Airbus DS อธิบายเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026
เครื่องบินลำเลียง A400M ที่มีหมายเลขสายการผลิต MSN120 ขอบริษัท Airbus DS เป็นเครื่องแรกที่จะถูกส่งมอบจากสายการประกอบขั้นสุดท้าย(FAL: Final Assembly Line) ใน Seville สเปน

แก่กองทัพอากาศและอวกาศสเปน(Spanish Air and Space Force, EdAE: Ejército del Aire y del Espacio) ที่ได้รับการติดตั้งด้วยระบบมาตรการต่อต้านเชิงรับ(defensive countermeasures)
"Airbus ได้ส่งมอบเครื่องบินลำเลียง A400M พร้อมรบเครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศและอวกาศสเปน" บริษัท Airbus DS กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/airbus-a400m.html) โดยเสริมว่า

"การปฏิบัติการในห้วงอากาศที่มีการแข่งขันสามารถเผยเครื่องบินลำเลียง A400M ที่จะมีการเพิ่มสูงขึ้นของภัยคุกคามต่างๆ เพื่อให้ดำรงความมั่นใจในความสำเร็จภารกิจในสภาพแวดล้อมข้าศึกต่างๆ
เป็นครั้งแรกที่ Airbus Defence and Space ได้บูรณาการระบบมาตรการต่อต้าน Infraed แบบกำหนดทิศทาง(DIRCM: Directed Infrared Countermeasures) เข้ากับเครื่องบินลำเลียง A400M ภายในฝูงบินกองทัพอากาศและอวกาศสเปน"

บริษัท Airbus DS เสริมว่ากองทัพอากาศและอวกาศสเปนขณะนี้จะดำเนินการประเมินค่าการปฏิบัติการของระบบมาตรการต่อต้าน DIRCM ตลอดหลายเดือนข้างหน้าที่จะมาถึงก่อนการสร้างการตัดสินใจที่จะเป็นตัวการใช้งานระบบ
ตลอดทั้งฝูงบินเครื่องบินลำเลียง A400M จำนวน 27เครื่อง ซึ่งจนถึงตอนได้ส่งมอบไปแล้วจำนวน 14เครื่องแก่กองบินที่31((31st Wing, Ala 31) ณ ฐานทัพอากาศ Zaragoza ในตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน

ระบบมาตรการต่อต้าน Infraed แบบกำหนดทิศทางแบบ Indra InShield DIRCM ของบริษัท Indra สเปน ใช้วิทยาการลำแสง laser เพื่อเบี่ยงเบนอาวุธปล่อยนำวิถีด้วยคลื่นความร้อน infrared ต่างๆ
ได้รับการรับรองโดยสถาบันเทคโนโลยีการบินแห่งชาติสเปน(Spanish National Institute for Aerospace Technology, INTA: Instituto Nacional de Técnica Aeroespacial)

และการบูรณาการเข้ากับเครื่องบินลำเลียง A400M หมายเลขสายการผลิต MSN120 ได้มีขึ้นโดยใช้ระยะเวลาประมาณสองปี สอดคล้องกับช่วงเวลาการซ่อมบำรุงเครื่องบินตามกำหนดการ
ในฐานะชาติผู้ผลิตหลักและหนึ่งในเจ็ดชาติหุ้นส่วนของโครงการร่วมกับเบลเยียม, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ลักเซมเบิร์ก, และตุรกี สเปนคาดว่าจะได้รับมอบเครื่องบินลำเลียง A400M Atlas ครบ 27เครื่องที่ตนสั่งจัดหาและมีความล่าช้าในปี 2030 ครับ

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ภาพเปิดเผยเครื่องบินลำเลียงใบพัดแบบใหม่ของจีนที่ถูกเรียกชั่วคราวว่า Y-30

Update: New Chinese transport aircraft appears in video footage





The new Chinese turboprop-powered transport aircraft, tentatively designated as the Y-30, could emerge as a replacement for China's Shaanxi Y-9 transport aircraft. (Janes)



ภาพเคลื่อนไหววีดิทัศน์ที่ปรากฏขึ้นจากสื่อสังคม online ของจีนแสดงถึงเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีแบบใหม่กำลังทำการบินทดสอบเหนือพื้นที่ที่ไม่ถูกระบุในสาธารณรัฐประชาชนจีน
(ถูกกำหนดแบบคร่าวๆชั่วคราวโดยนักสังเกตการณ์ทางทหารของจีนว่าเครื่องบินลำเลียง Y-30 หรือเครื่องบินลำเลียง Y-15)(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/ws20-y-20.html)

ภาพเคลื่อนไหววีดิทัศน์ซึ่งมีแหล่งที่มาดั้งเดิมจากสื่อสังคม online ของจีนเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2025 ปรากฏว่าดูเหมือนจะถูกบันทึกได้โดยผู้สังเกตการณ์โดยบังเอิญที่ภาคพื้นดิน
ภาพเคลื่อนไหวความละเอียดต่ำแสดงถึงเครื่องบินลำเลียงเครื่องยนต์ใบพัด turboprop ที่ปรากฏรูปแบบคล้ายคลึงกับแบบจำลองของแนวคิดเครื่องบินลำเลียงที่ถูกจัดแสดงในงานแสดงการบิน Airshow China 2014 เมื่อทศวรรษที่แล้ว

Shaanxi Aircraft Industry (Group) Company(SAIC) รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตเครื่องบินลำเลียงใบพัดในเครือ Aviation Industry Corporation of China's(AVIC) กลุ่มรัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอากาศยานของจีน
ได้จัดแสดงแบบจำลองเครื่องบินลำเลียงใบพัดในพื้นที่จัดแสดงของ AVIC จีนในงานแสดงการบิน Airshow China 2014 โดยติดป้ายชื่อว่า Y-30  และเป็น "เครื่องบินลำเลียงขนาดกลางแบบใหม่" ตามข้อมูลของ Janes

ขณะที่ภาพวีดิทัศน์ล่าสุดมีความละเอียดที่หยาบเกินไปที่จะดึงรายละเอียดลักษณะเฉพาะจากเครื่องบินลำเลียงแบบใหม่ที่ปรากฏในงานแสดง Airshow China 2014 ณ Zhuhai จีนเมื่อวันที่ 11-16 พฤศจิกายน 2014
ที่การออกแบบบางส่วนมีความคล้ายคลึงกับเครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas ยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/airbus-a400m-atlas-2.html) และเครื่องบินลำเลียง Xi'an Y-20 Kunpen ที่จีนพัฒนาเอง

อย่างไรก็ตามเครื่องบินลำเลียงแบบใหม่ที่ปรากฏน่าจะมีขนาดเล็กกว่าและน้ำหนักที่เบากว่าเครื่องบินลำเลียง A400M Atlas ที่มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 141tonnes
เครื่องบินลำเลียง Y-20 ซึ่งเข้าประจำการในกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) แล้ว มีการประมาณว่ามีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดที่ 220tonnes

ประการหนึ่ง ฐานล้อลงจอดด้านหลังของเครื่องบินลำเลียง Y-30 ประกอบด้วยเพียงล้อหลักแบบสองล้อคู่เรียงกันสองชุดในแต่ละข้างของโครงสร้างอากาศยาน(airframe)(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/yy-20.html
เครื่องบินลำเลียง A400M มีฐานล้อลงจอดด้านหลังแบบสองล้อคู่เรียงกันสามชุดในแต่ละข้างเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของเครื่องที่ 37 tonnes รวมน้ำหนักเชื้อเพลิงสูงสุดที่ 50tonnes

เครื่องบินลำเลียงแบบใหม่ที่ปรากฏในภาพเคลื่อนไหววีดิทัศน์ล่าสุดยังแสดงคุณลักษณะปลายปีกแบบ winglet ที่สองด้านซึ่งต่างจากแบบจำลองเครื่องบินลำเลียง Y-30 และน่าจะติดตั้งท่อ pitot ที่ปลายส่วนหัวของเครื่องเพื่อการบินทดสอบ
การปรากฏขึ้นของเครื่องบินลำเลียงแบบใหม่ล่าสุดนี้อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะถูกพัฒนาขึ้นเพิ่มเสริมหรือทดแทนเครื่องบินลำเลียง Shaanxi Y-9 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/y-9lg.html)

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

อินโดนีเซียรับมอบเครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas เครื่องแรกจาก 2เครื่อง

Indonesia acquires first A400M aircraft





The Indonesian Air Forceʼs Air Squadron 31 will operate the acquired A400M Atlas transport aircraft. (Airbus Defence and Space)





กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) รับมอบเครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas เครื่องแรกของตนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2025
พิธีส่งมอบมีการจัดขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ Halim Perdanakusuma ของกองทัพอากาศอินโดนีเซียในนครหลวง Jakarta ตามที่บริษัท Airbus Defence and Space ยุโรปกล่าวในแถลงการณ์ในวันเดียวกัน

เครื่องบินลำเลียง A400M Atlas ซึ่งมีหมายเลขเครื่อง A-4001 เป็นเครื่องแรกจากจำนวน 2เครื่องที่บริษัท Airbus ได้รับสัญญาจัดหาจากอินโดนีเซียในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/airbus-a400m.html)
เครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas เครื่องที่สองคาดว่าจะถูกส่งมอบในปี 2026 บริษัท Airbus Defence and Space เสริม(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/airbus-a400m.html)

การส่งมอบเครื่องบินลำเลียง A400M เครื่องแรกมีขึ้นตามมาหลายสัปดาห์ให้หลังจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศอินโดนีเซีย Mohamad Tony Harjono และคณะตัวแทนของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย
ได้ตรวจสอบสายการประกอบขั้นสุดท้ายของเครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas ที่ Seville สเปนในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/airbus-a400m.html)

คณะผู้บัญชาการกองทัพอากาศอินโดนีเซียยังได้เยี่ยมชมศูนย์การฝึกนานาชาติ(ITC: International Training Centre) ของเครื่องบินลำเลียง A400M เพื่อเยี่ยมกำลังพลของกองทัพอากาศอินโดนีเซียที่กำลังเข้ารับการฝึก
ตามข้อมูลจากบริษัท Airbus Defence and Space เครื่องบินลำเลียง A400M ที่อินโดนีเซียทำสัญญาจัดหาอยู่ในรูปแบบสำหรับภารกิจลำเลียงขนส่ง, การส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation), และด้านมนุษยธรรม

เครื่องบินลำเลียง A400M Atlas มีขีดความสามารถในการลำเลียงที่น้ำหนักบรรทุกสูงสุดได้ถึง 37tonnes(รวมถึงการบรรทุกขนาดหนักหรือเกินขนาด) ที่สามารถรวมถึงเฮลิคอปเตอร์, ยานยนต์ และสิ่งของบรรเทาทุกข์
ในภารกิจโดยเฉลี่ยที่มีน้ำหนักบรรทุกที่ 30tonnes เครื่องบินลำเลียง A400M สามารถทำการบินได้เป็นระยะทาง 2,400nmi ตามข้อมูลจากบริษัท Airbus Defence and Space นี่ทำให้เครื่องบินสามารถที่จะ 

"บินได้ครอบคลุมทั่วทุกหมู่เกาะของอินโดนีเซียจาก Jakarta" บริษัท Airbus Defence and Space กล่าว การพูดคุยระหว่างพิธีส่งมอบเครื่องบินลำเลียง A400M แก่กองทัพอากาศอินโดนีเซียที่ฝูงบินที่31(Air Squadron 31, Skadron Udara 31) ฐานทัพอากาศ Halim Perdanakusuma
ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Prabowo Subianto กล่าวว่าเครื่องบินลำเลียง A400M จะได้รับการติดตั้งด้วยขีดความสามารถเครื่องบินพยาบาลทางอากาศ modular และอุปกรณ์เพื่อรับมือกับไฟป่า รวมถึงการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ เขายังกล่าวว่ากำลังมีการเจรจาเพื่อจะจัดหาเพิ่มเติมอีก 4เครื่องด้วยครับ

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ออสเตรเลียทดสอบอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Ghost Bat เพื่อปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

Australia tests MQ-28A's ability to operate in unfamiliar environment







A Boeing MQ-28A Ghost Bat on the tarmac as an F-35A Lightning II taxis during Exercise ‘Carlsbad' at RAAF Base Tindal in April 2025. (LAC Ryan Howell/Commonwealth of Australia )



กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวว่าตนได้วางกำลังและปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี'(loyal wingman) แบบ Boeing MQ-28A Ghost Bat ของตนจากฐานทัพอากาศในตอนเหนือของออสเตรเลีย
เพื่อที่จะทดสอบขีดความสามารถของอากาศยานรบทำงานร่วมกัน(CCA: Collaborative Combat Aircraft) ที่จะปฏิบัติการนอกสนามฝึก Woomera Training Area ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย

การวางกำลังได้ถูกดำเนินการภายใต้การฝึก Carlsbad 2025 ซึ่งเป็น "หลายชุดของการทดสอบต่างๆตลอดทั้งปี 2025 ที่จะสมบูรณ์เต็มที่และแสดงขีดความสามารถต่างๆของอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Ghost Bat
การประสบความสำเร็จการเสร็จสิ้นการฝึกนี้ได้แสดงให้เห็นว่า MQ-28A สามารถดำเนินการปฏิบัติการจากที่ตั้งนอกจากสนามฝึก Woomera...ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งการปฏิบัติการโดยเฉพาะสำหรับ MQ-28A" กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2025

ตามข้อมูลจากนาวาอากาศโท Phillip Parsons ผู้บัญชาการการฝึก Carlsbad 2025 การฝึก "ได้ทดสอบว่าอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A จะวางกำลังและวางกำลังใหม่ได้อย่างไร และประสบความสำเร็จการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย
จุดประสงค์หลักของการฝึก Carlsbad 2025 คือเพื่อที่จะทำความเข้าใจหลักพื้นฐานทั้งหมดที่จะเป็นข้อมูลนำเข้าไปสู่ขีดความสามารถที่สัมพันธ์ต่ออากาศยานไร้คนขับ MQ-28A" นาวาอากาศโท Parsons กล่าว

กองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force) ทำการเคลื่อนย้ายอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Ghost Bat จากที่ตั้งขั้นต้น ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Australian International Air Show(Avalon 2025) ที่ Geelong(ใกล้ Melbourne) ในตอนใต้ออสเตรเลีย
ไปยังฐานทัพอากาศ RAAF Base Tindal ในรัฐ Northern Territory ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/f-35a-72.html) โดยการใช้เครื่องบินลำเลียง Boeing C-17 Globemaster ตามข้อมูลจากนาวาอากาศโท Parsons

"ภายใน 7วันของการมาถึงฐานทัพอากาศ RAAF Base Tindal เราได้เสร็จสิ้นหลายชุดของการปฏิบัติงานภาคพื้นดินเพื่อยืนยันว่าระบบของเราอยู่ในการทำงานตามคำสั่งที่ดีก่อนที่จะประสบความสำเร็จ
การบรรลุผลการทำการบินครั้งแรกของอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A จากที่ตั้งนอกจากสนามฝึก Woomera Training Area" นาวาอากาศโท Parsons เสริม ตามข้อมูลจากบริษัท Boeing สหรัฐฯการวางกำลังครั้งแรกนี้มีขึ้นในเดือนเมษายน 2025

บริษัท Boeing Defence Australia ออสเตรเลีย-สหรัฐฯได้รับสัญญาเพื่อจะผลิตอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Block 1 CCA จำนวน 10ระบบสำหรับกองทัพอากาศออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2022/05/mq-28a-ghost-bat-10.html)
โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2024 รัฐบาลออสเตรเลียได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมวงเงิน A$399 million($258.8 million) ที่รวมถึงการผลิตอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Block 2 จำนวน 3ระบบที่มีแผนจะเสร็จสิ้นในสิ้นปี 2025 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/loyal-wingman-uav-mq-28a-ghost-bat.html)

วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Airbus และ Turkish Aerospace ร่วมทีมเพื่อเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น Hürjet ตุรกีแก่สเปน

FEINDEF 2025: Airbus, TA team to bid Hürjet for Spain







A full-scale mock-up of the Hürjet advanced jet trainer was showcased at FIENDEF 2025 in Madrid. (Turkish Aerospace)



บริษัท Airbus ยุโรปและบริษัท Turkish Aerospace(TA) ตุรกีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) เพื่อเร่งที่การแข่งขันนำเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า Hürjet แก่สเปน
บันทึกความเข้าใจ MOU ด้านอุตสาหกรรมได้รับการลงนาม ณ งานแสดงการป้องกันประเทศและการรักษาความปลอดภัย FEINDEF 2025 ที่จัดขึ้นในกรุง Madrid ระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2025

การลงนามมีขึ้นตามการลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ระดับประเทศระหว่างรัฐบาลสเปนและรัฐบาลตุรกีในเดือนธันวาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/mou-hurjet.html)
"ภาคอุตสาหกรรมของสเปนนำโดย Airbus และ Turkish Aerospace ตุรกีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจที่ระบุและพัฒนาภาคส่วนที่เป็นไปได้ของความร่วมมือการทำงานร่วมกัน"

"เกี่ยวกับเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า, โครงการระบบการฝึก-การรบบูรณาการ(ITS-C: Integrated Training System–Combat) ซึ่งมุ่งเป้าไปเพื่อที่จะทดแทน
เครื่องบินฝึกไอพ่น Northrop F-5M(/EF-5M) ของกองทัพอากาศและอวกาศสเปน(Spanish Air and Space Force, EdAE: Ejército del Aire y del Espacio)" บริษัท Airbus กล่าว

"ความร่วมมือนี้จะนำการออกแบบ, การผลิต, การสนับสนุนในระหว่างประจำการ, และความเชี่ยวชาญการฝึกของ Airbus มาใช้กับการออกแบบทางนวัตกรรมของ Turkish Aerospace
ของ Hürjet เครื่องบินฝึกขั้นก้าวหน้า เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว สองที่นั่งเรียงกัน ความเร็วเหนือเสียง supersonic ด้วยขีดความสามารถขั้นก้าวหน้าต่างๆ" บริษัท Airbus เสริม

สื่อตุรกีก่อนหน้านี้ได้เชื่อมโยงความเป็นไปได้การจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินฝึกไอพ่น Hürjet ของสเปนกับการส่งมอบเครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas จำนวน 6เครื่องของสเปนที่มีสัญญาแล้วแต่ไม่เป็นที่ต้องการแก่ตุรกี
สเปนและตุรกีต่างเป็นหนึ่งในเจ็ดชาติหุ้นส่วนของโครงการเครื่องบินลำเลียง A400M โดยตุรกีได้รับมอบ A400M ที่ตนสั่งจัดหาครบ 10เครื่องแล้ว ขณะที่สเปนสั่งจัดหา A400M จำนวน 27เครื่องโดยได้รับมอบแล้ว 14เครื่องในปี 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/airbus-a400m.html)

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศและอวกาศสเปนปัจจุบันมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง EF-5BM จำนวน 19เครื่องที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1970s
ซึ่งถูกใช้ในฐานะเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ที่มีอายุการใช้งานมานานและล้าสมัยไม่เหมาะกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เครื่องบินขับไล่สมัยใหม่เช่นเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/airbus-a330-mrtt-3.html)