แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Czech Republic แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Czech Republic แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ภาพเปิดเผยอาร์เมเนียเป็นลูกค้าที่ไม่เปิดเผยก่อนหน้าของเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox

Armenia revealed to be previously undisclosed L-39 Skyfox customer





The Armenian MoD posted a series of images on 20 October 2026 showing the country's defence minister, Suren Papikyan, visiting the Czech manufacturer's facility near Prague. One showed a finished aircraft in Armenian Air Force markings. (Armenian MoD)

อาร์เมเนียได้ถูกเปิดเผยว่าเป็นลูกค้าที่ไม่เปิดเผยก่อนหน้าของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา Aero Vodochody L-39 Skyfox(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/l-39-skyfox.html)
กระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียเผยแพร่ชุดของภาพถ่ายเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 แสดงถึงรัฐมนตรีกลาโหมอาร์เมเนีย Suren Papikyan เยี่ยมชมสถานที่ประกอบการของบริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กใกล้นครหลวง Prague

ชุดภาพได้รวมถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ที่เสร็จสมบูรณ์ในเครื่องหมายลวดลายของกองทัพอากาศอาร์เมเนีย(Armenian Air Force, HRU: Hayastani Razmaodayin Uzher)
ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเครื่องหรือกำหนดส่งมอบที่ถูกเปิดเผย โดยชุดภาพแสดงถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ในเครื่องหมายของกองทัพอากาศอาร์เมเนียอย่างน้อย 3เครื่อง หมายเลข "0527" "0528" และ "0529"

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศอาร์เมเนียปัจจุบันมีประจำการด้วยฝูงบินอากาศยานแบบต่างๆจำนวนน้อยโดยประกอบไปด้วยอากาศยานแบบต่างๆจากยุคสหภาพโซเวียตเป็นหลัก
สำหรับภารกิจเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา กองทัพอากาศอาร์เมเนียใช้เครื่องบินฝึกไอพ่น Aero Vodochody L-39C Albatros จำนวน 6เครื่องที่ค่อนข้างใหม่กว่าโดยได้รับมอบในปี 2004(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/l-39-skyfox-12.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39C Albatros ทั้ง 6เครื่องเหล่านี้ประจำการในฝูงบินโจมตีที่121(121st Attack Aviation Squadron) ที่มีที่ตั้ง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Shirak
ฝูงบินโจมตีที่121 ยังมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25 (NATO กำหนดรหัส 'Frogfoot') ซึ่งได้รับมอบเครื่องแรกตั้งแต่ปี 1992-1993 โดยกองทัพอากาศอาร์เมเนียปัจจุบันมีประจำการราวจำนวน 13เครื่อง

เปรียบเทียบกับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 รุ่นพื้นฐาน เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox รุ่นล่าสุดมีคุณลักษณะติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Williams International FJ44-4M ที่มีกำลังขับมากกว่า,
ปีกแบบมีถังเชื้อเพลิงภายใน wet wing, ห้องนักบินแบบสมัยใหม่ และโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ที่เบากว่ารุ่นก่อนหน้าของมัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aero-vodochody-l-39-skyfox.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีตำบลอาวุธ 5จุดแข็ง(เทียบกับ 2จุดแข็งสำหรับ L-39 รุ่นพื้นฐาน) สามารถที่จะบรรทุกภารกรรมบรรทุก(payload) ทั้งอาวุธและอุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีตัวเลือกสำหรับกระเปาะปืนใหญ่อากาศ gun pod ด้วย
ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Aircraft: Development & Production เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีความเร็วสูงสุดที่ 420knots, น้ำหนักบรรทุกที่ 1,200kg, ระยะเวลาการปฏิบัติการที่ 4.5ชั่วโมง, ระยะทำการบินที่ 1,400nmi และมีเพดานบินปฏิบัติการที่ 38,000feet ครับ

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อาเซอร์ไบจานยืนยันการรับมอบเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III ปากีสถาน-จีนเข้าประจำการแล้ว

Azerbaijan confirms JF-17 delivery







One of the JF-17s at Nasosnaya Air Base. (Ministry of Defence of the Republic of Azerbaijan)



เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ JF-17 ขณะนี้ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจาน(AzAF: Azerbaijan Air Force) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/jf-17c-block-iii.html)
เรื่องนี้ได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 เมื่อกระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานได้เผยแพร่วีดิทัศน์แสดงถึงเครื่องบินขับไล่ JF-17 ใหม่ของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานเป็นครั้งแรก

เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว JF-17 หมายเลข 24-501 และหมายเลข 24-502 ได้แสดงการบินขึ้นโดยติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกจำนวน 3ใบและไม่ติดตั้งอาวุธใดๆ
แผ่นป้ายผ้า Patch ที่ติดบนชุดนักบินระบุว่าเครื่องของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานเป็นรุ่นเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/jf-17-block-iii-pl-15.html)

กระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานไม่ได้บอกชื่อฐานทัพอากาศที่วีดิทัศน์ทำการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแต่สามารถระบุได้ว่าเป็นฐานทัพอากาศ Nasosnaya ที่ตั้งอยู่ใกล้เมือง Sumqayit ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครหลวง Baku
ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่าฐานทัพอากาศ Nasosnaya ได้รับการปรับปรุงที่สำคัญที่รวมถึงการสร้างโรงเก็บอากาศยาน(aircraft shelter) จำนวน 16หลัง

วีดิทัศน์แสดงนักบินกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจาน 2นายกำลังเดินไปยังเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III ของตนที่แสดงหมายเลข 24-501 ที่อยู่ในโรงเก็บอากาศยานที่12
และเครื่องบินหมายเลข 24-502 อยู่ในโรงเก็บอากาศยานถัดออกไปโดยยังเห็นหัวเครื่องของเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III อีก 2เครื่องยื่นออกมาจากโรงเก็บอากาศยานใกล้เคียงกัน

มีเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25(NATO กำหนดรหัส 'Frogfoot') อย่างน้อยจำนวน 5เครื่อง ซึ่งปกติมีฐานที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Kyurdamir ถูกจอดในโรงเก็บอากาศยานในแถวถัดๆไปด้วย
เครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III มีการเขียนตัวอักษร Latin 'Jaguar' และภาพลายเส้นของแมวป่าบนแพนหาเครื่อง สันนิษฐานว่าเป็นตราสัญลักษณ์ของฝูงบินใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติการเครื่องบินรุ่นนี้

เครื่องบินโจมตี Su-25 ของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานอยู่ในลวดลายพรางสีเทาและมีภาพลายเส้นหมาป่าบนหัวเครื่องแต่หน่วยบินถูกเรียกว่าฝูงบินเครื่องบินโจมตี Su-25
วีดิทัศน์ยังแสดงการเคลื่อนที่บนทางขับ, การบินขึ้นและลงจอดของเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III, เครื่องบินโจมตี Su-25 และเครื่องบินฝึกไอพ่น Aero L-39 Albatros ของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานด้วย

มีรายงานครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ว่าอาเซอร์ไบจานได้ลงนามสัญญากับปากีสถานในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ JF-17 Block III จำนวน 16เครื่องวงเงิน $1.6 billion และต่อมาในปี 2025 จัดหาเพิ่มอีก 24เครื่องวงเงิน $4.6 billion รวมทั้งหมด 40เครื่อง
เครื่องบินขับไล่ JF-17 Thunder ถูกผลิตโดย Pakistan Aeronautical Complex(PAC) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมอากาศยานปากีสถานในความเป็นหุ้นส่วนกับ Chengdu Aircraft Industry Group(CAIG) ในเครือ Aviation Industry Corporation of China(AVIC) กลุ่มรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมอากาศยานจีนครับ

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ถูกสั่งจัดหาโดยแองโกลาและลูกค้าใหม่ที่ไม่เปิดเผยในอเมริกาเหนือ

Aero Vodochody secures first African, North America customer for L-39 Skyfox





With the latest announcement, Aero Vodochody has now secured sales for its L-39NG Skyfox in Africa, Asia, Europe and North America. (Aero Vodochody)

บริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้รับสัญญาการขายเป็นลูกค้าใหม่แรกของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox ของตนแก่ประเทศในแอฟริกาและในอเมริกาเหนือ
Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 กล่าวว่าสองสัญญาใหม่จะได้เห็นบริษัทเพิ่มเติมต่อการขายที่ได้รับสัญญาจากประเทศในยุโรปและเอเชียแล้ว

"ด้วยการลงนามสัญญาใหม่ต่างๆนี้ เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox กำลังเข้าสู่สองทวีปเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับยุโรปและเอเชียขณะนี้เครื่องบินจะยังปฏิบัติการในแอฟริกาและอเมริกาเหนือ
ทั้งสองคำสั่งซื้อได้มีผลใช้งานแล้ว เครื่องบินอยู่ในสายการผลิตแล้วและจะถูกส่งมอบตามกำหนดการที่ตกลงไว้ สัญญาใหม่ยังมีความหมายว่าขีดความสามารถการผลิตของบริษัท Aero ได้ถูกเติมเต็มจนถึงไตรมาสสองของปี 2027"

สัญญาสำหรับลูกค้าใหม่รายแรกในแอฟริกา เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox จำนวน 4เครื่องจะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศแองโกลา(Angolan Air Force) ตามที่เน้นในการประกาศ
กองทัพอากาศแองโกลาตัดสินใจที่จะจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox สร้างใหม่แทนการซ่อมคืนสภาพ(refurbishing) เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Albatros รุ่นเก่ากว่าของตน

สำหรับสัญญาลูกค้าใหม่รายแรกในอเมริกาเหนือเป็นลูกค้าพลเรือนที่ไม่เปิดเผยโดยมีประสบการณ์การใช้งานเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Albatros อยู่แล้วและจะได้รับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ที่ไม่เปิดเผยจำนวน
ลูกค้าที่ไม่ระบุรายนี้อาจจะเป็นบริษัท Airborne Tactical Advantage Company(ATAC) สหรัฐฯ, บริษัท Draken International สหรัฐฯ, บริษัท Jet Warbird Center สหรัฐฯ, หรือโรงเรียนนักบินทดสอบ National Test Pilot School ในสหรัฐฯ, หรือบริษัท AEX Skyline แคนาดา

ในจำนวนกิจการเอกชนต่างๆเหล่านี้ Draken International สหรัฐฯน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดตามที่มีข้อตกลงความร่วมมือก่อนหน้ากับ Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กสำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ในอเมริกาเหนือ
บริษัท Aero Vodochody ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าวงเงินหรือกำหนดการส่งมอบสำหรับทั้งสองสัญญาของแองโกลาและลูกค้าที่ไม่เปิดเผยในอเมริกาเหนือ(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/l-39ng-l-39-skyfox.html)

ลูกค้าของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox ในยุโรปรวมถึง LOM Praha รัฐวิสาหกิจด้านการบินของสาธารณรัฐเช็กสำหรับการฝึกนักบินของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády Ceské Republiky)
(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aero-vodochody-l-39-skyfox.html) และกองทัพอากาศฮังการี(HuAF: Hungarian Air Force, Magyar Légierő)(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/l-39ng.html)

ขณะที่ลูกค้าส่งออกในเอเชียคือและกองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ที่เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา L-39 Skyfox ใหม่จะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39C รุ่นเก่าซึ่งเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1980
โดย Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox จำนวน 12เครื่องที่เวียดนามสั่งจัดหาแล้วในเดือนมีนาคม 2025 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/l-39-skyfox-12.html)

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium สาธารณรัฐเช็กเครื่องแรกจาก 2เครื่องทำการบินครั้งแรก

First Czech Millennium makes maiden flight







The first of two Millennium airlifters for the Czech Republic on its maiden flight from Embraer's Gavião Peixoto production facility in southern Brazil. (Embraer)



เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Embraer KC/C-390 Millennium เครื่องแรกสำหรับสาธารณรัฐเช็กได้การบินครั้งแรกของตนแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา
บริษัท Embraer บราซิลผู้ผลิตได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญซึ่งมีขึ้น ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิต Gavião Peixoto ของตนใกล้มหานคร Sao Paulo ในตอนใต้ของบราซิล

การบินครั้งแรกของเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 Millennium เครื่องแรกจำนวน 2เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády Ceské Republiky)
มีขึ้นราว 19เดือนให้หลังจากที่สาธารณรัฐเช็กประเทศยุโรปตะวันออกชาติสมาชิก NATO ลงนามสัญญาจัดหาในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/c-390-millennium-2.html)

การส่งมอบเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-39 ให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็กคาดว่าจะมีขึ้นภายหลังในปี 2026 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเครื่องบินจะถูกใช้งานสำหรับภารกิจต่างๆ
เช่น การลำเลียงทางอากาศ, การปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศต่างๆ, การส่งกำลังบำรุงทางอากาศ, การส่งกลับทางสายแพทย์, การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, การเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ, และการดับเพลิง

เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 ใหม่จำนวน 2เครื่องจะเพิ่มเติมต่อเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี Airbus C295M/MW จำนวน 6เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/airbus-c295.html) 
และเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี  Let L-410 จำนวน 5เครื่องที่เป็นเจ้าของและปฏิบัติการโดยกองทัพสาธารณรัฐเช็ก(ACR: Army of the Czech Republic, AČR: Armáda České republiky)

เช่นเดียวกับแนวทางเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์นานาชาติ NATO(SALIS: NATO Strategic Airlift International Solution) และฝูงบินเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศอเนกประสงค์นานาชาติ(MMF: Multinational Multirole Tanker Transport Fleet) 
สหภาพยุโรป(EU: European Union)/NATO(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/nordic-airbus-a330-mrtt.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/03/airbus-a330-mrtt-nato.html) ที่เป็นโครงการเช่าเครื่องบินลำเลียง/เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศมาใช้งาน

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium มีพื้นที่บรรทุกภายใน 170ลูกบาศก์เมตร(รวมประตูท้าย) มีน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 23tonnes(หรือน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่ 26tonnes เมื่อรวมสัมภาระไว้ที่จุดศูนย์ถ่วง) คุณลักษณะสมรรถนะที่ให้การเผยแพร่โดยบริษัท Embraer
เครื่องบินลำเลียง C-390 มีความเร็วเดินทางสูงสุดที่ 470knots(870km/h) มีเพดานบินสูงสุด 36,000feet, และมีพิสัยทำการไกลสุด(เมื่อบรรทุกสัมภาระหนัก 23tonnes) ที่ 1,380nmi(2,556km) หรือบินได้ไกลสุดโดยใช้ถังเชื้อเพลิงภายในลำตัวที่ 4,640nmi พิสัยทำการสามารถขยายเพิ่มได้โดยการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศครับ

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569

สโลวาเกียพิจารณาการจัดหารถถังเบา CV90120 สวีเดน

Slovakia considers procuring CV90120





Slovakia is considering co-operating with BAE Systems Hägglunds on the CV90120 armoured vehicle. (BAE Systems)



สโลวาเกียกำลังพิจารณาความร่วมมือกับบริษัท BAE Systems Hägglunds สวีเดนในการจัดหายานเกราะสายพานติดปืนใหญ่รถถังขนาด 120mm แบบ CV90120 ของสวีเดน
รัฐมนตรีกลาโหมสโลวาเกีย Robert Kaliňák กล่าวระหว่างพิธีเปิดตัวรถรบทหารราบ CV90 Mk IV IFV(Infantry Fighting Vehicle) คันแรกของสโลวาเกียใน Örnsköldsvik เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/cv90-mkiv-152.html)

ยานเกราะสายพานติดปืนใหญ่รถถัง CV90120 120mm กำลังได้รับการพิจารณาบนพื้นฐานในบทเรียนที่ได้รับจากสงครามในยูเครน และยานเกราะสายพาน CV90 มีความเหมาะสมสำหรับภูมิประเทศภูเขาทางภาคตะวันออกของสโลวาเกีย
ตามที่รัฐมนตรีกลาโหมสโลวาเกีย Kaliňák กล่าวกับ Janes ว่ายานเกราะติดปืนใหญ่รถถัง CV90120 จะเป็นการเสริมมากกว่าที่จะทดแทนรถถังหลัก T-72 และรถถังหลัก Leopard 2A4 MBT(Main Battle Tank) ของสโลวาเกีย

ถ้าการตัดสินใจได้มีขึ้นในความชื่นชอบต่อ CV90120 สวีเดน ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในอีก 12เดือนข้างหน้า กรรมการผู้จัดการ(MD: Managing Director) BAE Systems Hägglunds สวีเดน Tommy Gustafsson-Rask กล่าวกับ Janes ว่า
สโลวาเกียได้ทำการออกเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) เกี่ยวกับยานเกราะสายพานติดปืนใหญ่รถถัง CV90120 ด้วยการประชุมหลังจากพิธีเปิดตัวรถรบทหารราบ CV90 Mk IV เพื่อที่จะหารือในประเด็นนี้

ยานเกราะสายพานติดปืนใหญ่รถถัง CV90120 มีน้ำหนักรถที่ถึง 38tonnes ติดตั้งด้วยปืนใหญ่รถถัง Rheinmetall L44A1 ลำกล้องแรงดันสูงแรงถอยต่ำพร้อมระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ autoloader ความเร็วสูงมากๆ super fast 
ที่สามารถยิงกระสุนปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 120mm มาตรฐาน NATO ได้ทุกแบบรวมถึงกระสุนระเบิดแรงสูงตั้งค่าได้สามรูปแบบ DM11 และกระสุนพลังงานจลน์แบบเพิ่มขยายของบริษัท Rheinmetall เยอรมนี ด้วยกระสุนรวม 44นัด และกระสุนพร้อมยิง 16นัด

ยานเกราะสายพานติดปืนใหญ่รถถัง CV90120 ยังติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง(ATGM: Anti-Tank Guided Missile) ทำการยิงจากกระบอกปืนใหญ่รถถัง 120mm ด้วยระยะยิงที่ 10,000m
และป้อมปืน remote weapon station สำหรับปืนกลขนาด 7.62mm และสามารถที่จะติดตั้งด้วย jammer และระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System) ตามข้อมูลจากบริษัท BAE Systems

ตามข้อมูลจาก Janes World Armies กองทัพบกสโลวาเกีย(Slovak Army) มีประจำการด้วยรถถังหลัก T-72M1 จำนวน 30คันจากยุคอดีตเชโกสโลวาเกีย และรถถังหลัก Leopard 2A4 จำนวน 15คันจากเยอรมนี
สโลวาเกียกำลังอยู่ระหว่างการจัดหารถรบทหารราบ CV90 MkIV ในรุ่นต่างๆจำนวนรวม 152คัน ซึ่งจะมีการสร้างในประเทศโดย ZTS Špeciál รัฐวิสาหกิจของสโลวาเกีย ซึ่งมีพื้นฐานรถแคร่ฐานร่วมกับ CV90120 ครับ

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568

สาธารณรัฐเช็กสั่งจัดหารถถังหลัก Leopard 2A8 เยอรมนีใหม่ 44คัน

Czech MoD orders Leopard 2A8 MBTs





The Czech Republic is procuring 44 Leopard 2A8 MBTs in co-operation with Germany in 2028–31. (KNDS)



กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็กและบริษัท KNDS เยอรมนีประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2025 ว่าพวกตนและสำนักงานยุทโธปกรณ์, สารสนเทศ, วิทยาการ และการสนับสนุนระหว่างประจำการกองทัพสหพันธรัฐเยอรมนี
(Federal Office of Bundeswehr Equipment, Information Technology and In-Service Support ,BAAINBw: Bundesamt für Ausrüstung, Informationstechnik und Nutzung der Bundeswehr) ได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดหารถถังหลัก Leopard 2A8 MBT(Main Battle Tank) จำนวน 44คัน โดยมีตัวเลือกสำหรับเพิ่มเติมอีก 14คัน

นอกจากนี้ Lubor Koudelka ผู้อำนวยการกองสรรพาวุธและการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็กได้ลงนามสัญญากับบริษัท KNDS ใน 'การทำให้เป็นโบฮีเมีย'(Bohemisation) ของรถถังหลัก Leopard 2 สาธารณรัฐเช็กด้วย
ในระยะที่1 รถถังหลัก Leopard 2A8 MBT จำนวน 44คัน รวมถึงรุ่นรถถังที่บังคับการจะถูกจัดหาเป็นวงเงิน 32.76 billion Czech Koruna($1.58 billion) ยังครอบคลุมระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System), ระบบป้องกันทุ่นระเบิด, และการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงและชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆแบบบูรณาการ, การบริหารจัดการการสนับสนุน, เอกสาร และการฝึก 

ภายใต้ข้อตกลงกรอบการทำงานกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็กจะจัดซื้อรถถังหลัก Leopard 2A8 MBT ถึงจำนวน 58คัน โดยตัวเลือกสำหรับรถถังเพิ่มเติมอีก 14คันจะถูกจัดซื้อขึ้นอยู่งบประมาณที่จะได้รับการจัดสรรของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็ก
กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็กยังมีแผนที่จะจัดซื้อยานเกราะจำนวน 19คันในสี่รุ่นที่แตกต่างกันคือ รถเกราะทหารช่าง(AEV: Armoured Engineer Vehicle), รถเกราะกู้ซ่อม(ARV: Armoured Recovery Vehicle), รถเกราะวางสะพาน(AVLB: Armoured Vehicle Launched Bridge), และรถฝึกพลขับ ด้วยการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่กับผู้จัดส่งต่างๆ

กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็กกำลังจัดซื้อรถถังหลัก Leopard 2A8 MBT ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันและในแบบแผนเดียวกันกับกองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer) คาดว่าสำหรับระบบบัญชาการ, ควบคุม, สื่อสาร, computer, ข่าวกรอง, ตรวจการณ์, จับเป้าหมาย และลาดตระเวน
(C4ISTAR: Command, Control, Communications, Computers, Intelligence, Surveillance, Target acquisition, and Reconnaissance), การทำสีลายพราง, และปืนกล 7.62mm ของรถถังหลัก Leopard 2A8 ซึ่งจะถูกทำสัญญาในฐานะส่วนหนึ่งของ 'การทำให้เป็นโบฮีเมีย'(Bohemisation) ของการจัดซื้อจัดจ้างที่จะมีการส่งมอบในระหว่างปี 2028-2031

กองทัพสาธารณรัฐเช็ก(ACR: Army of the Czech Republic, AČR: Armáda České republiky) ปัจจุบันมีประจำการด้วยรถถังหลัก Leopard 2A4 จำนวน 14คัน และรถเกราะกู้ซ่อม Büffel จำนวน 2คันที่ได้รับมอบในปี 2022-2023 ซึ่งเดิมเป็นรถที่เก็บไว้ในคลังแสงของกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr)  กองทัพออสเตรีย(Bundesheer) และกองทัพสมาพันรัฐสวิส(Schweizer Armee) 
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และเดือนธันวาคม 2024 สาธารณรัฐเช็กได้ลงนามสัญญากับบริษัท Rheinmetall Landsysteme เยอรมนีสำหรับการจัดหารถถังหลัก Leopard 2A4 ที่ผ่านการซ่อมคืนสภาพ(refurbished) เพิ่มเติมอีก 28คันซึ่งจะทำให้จำนวนรถรวมเป็น 42คัน โดยการส่งมอบจะมีขึ้นภายในสิ้นปี 2026(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/leopard-2a4-rheinmetall.html)

สาธารณรัฐเช็กได้เข้าร่วมกลุ่มประเทศที่สั่งจัดหารถถังหลัก Leopard 2A8 รุ่นล่าสุดร่วมกับเยอรมนีจำนวน 124คัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/leopard-2a7a1-trophy-aps.html), นอร์เวย์จำนวน 54คัน(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/leopard-2a7-54.html), เนเธอร์แลนด์จำนวน 46คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/leopard-2a8-46.html),
ลิทัวเนียจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/leopard-2a8-44.html), และสวีเดนจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/leopard-2a8-strv-123-44.html) ยังรวมถึงโครเอเชียในอนาคตจำนวนถึง 50คันด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/leopard-2a8-m142-himars.html)

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2568

สวีเดนเปิดตัวรถรบทหารราบ CV90 Mk IV สาธารณรัฐเช็กคันแรกจาก 246คัน

First Czech CV90 IFV rolled out





The first Czech CV90 Mk IV IFV was rolled out on 28 August at BAE Systems Hägglunds in Örnsköldsvik, Sweden. (BAE Systems)

รถรบทหารราบ CV90 Mk IV IFV(Infantry Fighting Vehicle) ของสาธารณรัฐเช็กคันแรกได้ถูกเปิดตัวเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2025 ณ โรงงานของบริษัท BAE Systems Hägglunds สวีเดนใน Örnsköldsvik
มีเจ้าภาพงานโดยรัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน Pål Jonson และ ana Černochová รัฐมนตรีกลาโหมสาธารณรัฐเช็กปรากฎตนในงาน บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรประกาศภายหลังในวันเดียวกัน

บริษัท BAE Systems กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ว่า รถรบทหารราบ CV90 Mk IV สาธารณรัฐเช็กที่ถูกเปิดตัวเป็นรถคันแรกจาก 246คันที่จะถูกส่งมอบโดยตนและหุ้นส่วนภาคอุตสาหกรรมต่างๆของสาธารณรัฐเช็ก
กระทรวงกลาโหมกลาโหมสาธารณรัฐเช็กเสริมว่ารถรบทหารราบ CV90 Mk IV IFV จำนวน 39คันจะถูกผลิตในสวีเดน โดยรถจำนวนน้อยชุดแรกมีวัตถุประสงค์สำหรับเพื่อใช้ในการทดสอบ

รถรบทหารราบ CV90 Mk IV IFV อีกจำนวน 207คันจะถูกประกอบสร้างโดย VOP CZ รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมยานยนต์กลาโหมของสาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/cv90-mkiv.html)
รถรบทหารราบ CV90 Mk IV คันแรกมีแผยที่จะเดินทางจากสวีเดนมาถึงสาธารณรัฐเช็กในปี 2026 ตามมาด้วยการส่งมอบหลักต่างๆช่วงระหว่างปี 2027 ถึงปี 2030(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/ifv.html) 

Tommy Gustafsson-Rask กรรมการผู้จัดการ(MD: managing director) ของบริษัท BAE Systems Hägglunds กล่าวว่ารถรบทหารราบ CV90 ผสมผสานความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่, อำนาจการยิง และการป้องกัน
และจะเสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถต่างๆของกองทัพสาธารณรัฐเช็ก(ACR: Army of the Czech Republic, AČR: Armáda České republiky)(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/cv90mkiv.html)

Gustafsson-Rask เสริมว่า "นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น โดยการเข้าร่วมกลุ่มผู้ใช้งานรถรบทหารราบสายพานตระกูล CV90 สาธารณรัฐเช็กยังได้รับสิทธิ์การเข้าถึงชุมชนของผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์ต่างๆทั่วทั้งยุโรป
ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านการปฏิบัติการต่างๆ, โอกาสในการฝึกร่วมต่างๆ และการเร่งการนำมาใช้ปฏิบัติงานของการปรับปรุงต่างๆในอนาคต"(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/2030.html)

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2023 รัฐบาลสาธารณรัฐเช็กประกาศว่าตนได้ประกาศสัญญากับ BAE Systems Hägglunds สวีเดนเป็นวงเงิน 49.3 billion Swedish Krona($5.2 million) สำหรับรถรบทหารราบ CV90 IFV จำนวน 246คัน
รถรบทหารราบ CV90 Mk IV IFV จะเป็นระบบรถรบหลักของกองพลร้อยยานเกราะที่7(7th Mechanised Brigade) ของกองทัพบกสาธารณรัฐเช็ก(Czech Land Forces, Pozemni sily) ซึ่งปัจจุบันประจำการด้วยรถรบทหารราบ BMP-2 รัสเซียที่ล้าสมัย

การสั่งจัดหายังรวมถึงยานยนต์โรงงาน(workshop vehicle) จำนวน 29คัน, การฝึก, อะไหล่ต่างๆ และสิ่งอุปกรณ์เสริมอื่นๆ การชดเชย(offset) ด้านอุตสาหกรรมยังรับประกันการมีส่วนแบ่งอย่างน้อยร้อยละ40 สำหรับภาคอุตสาหกรรมของสาธารณรัฐเช็กที่ยังรวมถึงบริษัท Excalibur Army สาธารณรัฐเช็ก, บริษัท Ray Service สาธารณรัฐเช็ก,
บริษัท Meopta สาธารณรัฐเช็กที่จะผลิตระบบกล้องเล็งและควบคุมการยิงแบบ Saab UTAAS(Universal Tank and Anti-Aircraft System) จำนวน 500ระบบสำหรับสาธารณรัฐเช็ก, สโลวาเกีย, สวีเดน และเดนมาร์ก และบริษัท VR Group ในเครือกลุ่มบริษัท LOM Praha สาธารณรัฐเช็กที่จะพัฒนาและผลิตเครื่องฝึกจำลองสถานการณ์ simulation สำหรับ CV90 IFV ครับ

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568

นาวิกโยธินไทยรับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG 155mm ที่ผลิตในไทยเพิ่มเติม ๖ระบบ




























Weapon Production Center (WPC), Defence Industry and Energy Center (DIEC), Ministry of Defence of Thailand delivered additional 6 of M758 ATMG 155 mm wheeled self-propelled howitzers to Royal Thai Marine Corps (RTMC), Royal Thai Navy (RTN).  
The delivering ceremony was held at RTMC Headquaters in Sattahip District, Chonburi Province, Thailand on 21 August 2025. (Royal Thai Marine Corps)



เมื่อวันที่ ๒๑ ส.ค.๒๕๖๘ พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผบ.พล.นย. ร่วมพิธีรับมอบปืนใหญ่ ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร แบบอัตราจรล้อยาง จากศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร จำนวน 6 กระบอก โดยมี พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผบ.กร. เป็นผู้แทน ผบ.ทร. เป็นประธานรับมอบ ณ สนามหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี 

“นาวิกโยธิน รับมอบปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG)”
เมื่อ ๒๑ ส.ค.๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือตรี ทวี วงศ์วาน รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้แทน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ร่วมพิธีรับมอบปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) โดยพิธีรับมอบปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) 
ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ผู้แทน ผู้บัญชาการทหารเรือ รับมอบเอกสารและของที่ระลึกจาก  พลโท ประจักรา วิไลเนตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร 
และ จากนั้นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือได้ส่งมอบต่อให้กับรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้แทน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินเพื่อประจำการใช้ในราชการต่อไป โดยมี พลเรือตรี ณรงค์ วงษ์ประเสริฐ เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง และกำลังพลในสังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ร่วมในพิธีฯ  ณ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
โครงการจัดหาปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ด้านการวิจัยและพัฒนา โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างให้เกิดการเรียนรู้ต่อยอด และสร้างนวัตกรรมของผลงานวิจัยด้านยุทโธปกณ์ของทหารให้ตรงกับความต้องการของกองทัพเรือ และหน่วยที่ใช้งาน มีมาตรฐาน นำไปผลิตใช้ในราชการและส่งเสริมในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 
เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างกำลังรบหลักของกองทัพเรือ และการจัดหายุทโธปกรณ์หลัก/สำคัญในการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งการจัดหาปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) พร้อมอุปกรณ์ เพื่อให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการป้องกันและรักษาอำนาจอธิปไตยทางบกของประเทศ 
สำหรับโครงการจัดหาปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม. แบบอัตตาจรล้อยาง (ATMG)นี้ จะช่วยให้กองทัพเรือมีกำลังรบที่ทันสมัยและลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยอุปกรณ์บางส่วนสามารถผลิตได้เองโดยหน่วยงานในประเทศ เช่น ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร  
ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้มั่นคงในระยะยาว และได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกำลังพล เพื่อให้ได้มีความรู้ความชำนาญในระบบอาวุธสมัยใหม่ เป็นโอกาสในการปูทางให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถพัฒนาและผลิตยุทโธปกรณ์ได้เองในอนาคต

นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ได้รับมอบปืนใหญ่สนามขนาด 155mm แบบอัตราจรล้อยาง M758 ATMG(Autonomous Truck-Mounted Gun) ที่ผลิตในไทยเพิ่มเติมจำนวน ๖ระบบ โดยพิธีรับมอบมีขึ้น ณ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)
ปืนใหญ่อัตราจรล้อยาง M758 ATMG จำนวน ๖กระบอก พร้อมรถที่ควบคุม-อำนวยการยิงอัตโนมัติ(automatic fire-direction and control vehicles) และรถ radar ตรวจสภาพอากาศ(weather radar vehicles) ติดตั้งบนรถยนต์บรรทุก TATA อินเดีย จะเข้าประจำการในกรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน กรม ป.พล.นย.(Marine Artillery Regiment, Royal Thai Marine Division) ที่มีปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ในประจำการแล้ว ๖ระบบ

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ถูกผลิตโดยโรงงานของ ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท.(WPC: Weapon Production Center, DIEC: Defence Industry and Energy Center) กระทรวงกลาโหมไทย ที่จังหวัดลพบุรี(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-m758-atmg-155mm.html)
ได้รับสัญญาผลิตปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG สำหรับนาวิกโยธินไยเพิ่มเติมในปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023) โดยการตรวจรับ ทดสอบทดลองยิงด้วยกระสุนจริง และฝึกกำลังพลในการใช้งานระบบปืนใหญ่อัตตาจร ATMG ชุดใหม่ได้มีขึ้น ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ศป.(Artillery Center) กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ในจังหวัดลพบุรีเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG มีพื้นฐานจากระบบพื้นใหญ่อัตตาจร ATMOS ขนาด 155 mm/52calibre ของบริษัท Elbit Systems อิสราเอล บูรณาการเข้ากับรถแคร่ฐานรถยนต์บรรทุก Tatra 6x6 ขนาด 10tonne จากสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งได้ถูกผลิตเข้าประจำการในกองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/calfex.html) และนาวิกโยธินไทยรวมแล้วกว่า ๔๒ระบบ
โดยที่นาวิกโยธินไทยได้รับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG 155mm แล้วรวม ๑๒ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8.html) นาวิกโยธินไทยยังมีกำหนดที่จะได้รับมอบเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120mm แบบอัตตาจรล้อยาง M361 ATMM(Autonomous Truck-Mounted Mortar) ที่ผลิตในไทยโดย ศอว.ศอพท.เช่นกัน ซึ่งจะเป็นระบบเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรแบบแรกของตนด้วยครับ