แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ T-80 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ T-80 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568

รัสเซียเสนอรถรบทหารราบ BMP-3 รุ่นปรับปรุงใหม่แก่ประเทศต่างๆในเอเชีย-แปซิฟิก

Special Report: Russia offers upgraded BMP-3 to Asia-Pacific countries





The upgraded BMP-3 IFV is seen displayed at VIDEX 2024 in Hanoi, Vietnam. (Linh Pham/AFP via Getty Images, Rosoboronexport)

รัสเซียกำลังเสนอรถรบทหารราบ BMP-3 IFV(Infantry Fighting Vehicle) รุ่นปรับปรุงใหม่ของตนที่ผลิตโดย High Precision Systems รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหาร
ในเครือ Rostec กลุ่มรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย เพื่อส่งออกแก่ลูกค้าต่างๆในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/30mm-57mm.html)

โฆษกของ Rosoboronexport หน่วยงานด้านการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียซึ่งยังอยู่ในเครือ Rostec รัสเซียเช่นกันได้กล่าวกับ Janes ล่าสุดว่า
รถรุ่นปรับปรุงและรถรุ่นใหม่ในตระกูลรถรบทหารราบ BMP-3 IFV กำลังมุ่งเป้าไปที่การสนับสนุนความพยายามในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จะปรับปรุงความทันสมัยกองกำลังยานเกราะ

ตามข้อมูลจากโฆษก Rosoboronexport รัสเซีย พื้นฐานรถรบทหารราบ BMP-3 IFV ได้รับการเพิ่มขยายหลายๆอย่าง รวมถึงการบูรณาการของชุดคำสั่ง firmware ที่ทำให้รถสามารถปฏิบัติการอย่างอัตโนมัติได้
โฆษก Rosoboronexport รัสเซียกล่าวว่ารถรบทหารราบ BMP-3 IFV ได้ถูกดัดแปลงภายหลัง "โดยการคำนึงประสบการณ์ในการนำมาใช้ในการรบ"

รถรบทหารราบ BMP-3 IFV รุ่นปรับปรุงใหม่ได้ถูกนำมาจัดแสดงในงานแสดง Vietnam International Defence Expo(VIDEX) 2024 ที่จัดขึ้นในนครหลวง Hanoi ระหว่างวันที่ 19-22 ธันวาคม 2024
ในเอเชีย-แปซิฟิกรถรบทหารราบ BMP-3 IFV ได้ถูกนำเข้าประจำการแล้วโดยอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2019/04/bt-3f-bmp-3f-pandur-ii.html) และสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2015/04/bmp-3-t-80u.html

ขณะที่กองทัพบกประชาชนเวียดนาม(VPA: Vietnam People's Army) มีประจำการด้วยกองกำลังรถรบทหารราบ BMP-1 IFV และรถรบทหารราบ BMP-2 IFV ผสมกันจำนวนหลายร้อยคัน
ที่ถูกจัดหามาตั้งแต่ปลายปี 1970s(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/80-hanoi.html), กองทัพบกกัมพูชา(Royal Cambodian Army) ยังมีประจำการด้วยรถรบทหารราบ BMP-1 IFV รุ่นเก่ากว่า 

ตามข้อมูลจาก Janes World Navies นาวิกโยธินอินโดนีเซีย(Indonesian Marine Corps, KORMAR: Korps Marinir) มีประจำการด้วยรถรบทหารราบ BMP-3F IFV จำนวน 54คันซึ่งเป็นรุ่นสะเทินน้ำสะเทินบกของ BMP-3 
ที่ถูกจัดหาจากรัสเซียในสองระยะในปี 2008 และปี 2012 นาวิกโยธินอินโดนีเซียยังมีประจำการด้วยรถเกราะลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก BT-3F APC(Armoured Personnel Carrier) จำนวน 54คัน ซึ่งมีพื้นฐานจาก BMP-3

ตามข้อมูลจาก Janes World Armies กองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี(RoKA: Republic of Korea Army) มีประจำการด้วยรถรบทหารราบ BMP-3 IFV จำนวน 70คันตั้งแต่ปี 1996
เช่นเดียวกับรถถังหลัก T-80U จำนวน 33คัน และรถถังหลักที่บังคับการ T-80UK จำนวน 2คันที่จัดหาจากรัสเซียเช่นกันที่ถูกใช้ในการฝึกเป็นหน่วยข้าศึกสมมุติ(aggressor) ครับ

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2563

กองทัพรัสเซียต้องการจะทดแทนรถถังหลัก T-14 Armata ด้วยรถถังแห่งอนาคตแบบสองตอน

Russia’s top brass wants to replace Armata with two-section ‘tank of the future’



The concept of a two-section ‘tank of future’ was presented at the Army-2020 international military and technical forum

แนวคิดของ 'รถถังแห่งอนาคต' แบบสองตอนที่ถูกออกแบบเพื่อทดแทนยานเกราะสายพานตระกูล Armata หลังปี 2040s ได้ถูกจัดแสดงในงานประชุมสัมมนาทางทหารและเทคนิคนานาชาติ Army-2020 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2020
แนวคิดได้ถูกเสนอโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาและทดสอบสิ่งอุปกรณ์และอาวุธหุ้มเกราะที่38 ซึ่งเป็นแบบร่างความต้องการสำหรับยานเกราะขั้นก้าวหน้า
ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยเชื่อว่ารถถังหลัก T-14 Armata และยานเกราะรุ่นต่างๆของมันจะมีประสิทธิภาพในสนามรบจนถึงปี 2040s แต่มันมีความจำเป็นแล้วตอนนี้ที่จะต้องวางรากฐานสำหรับรถถังแห่งอนาคตอันห่างไกล

"ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันที่38 ตอนนี้ได้มองเห็นถึงรถรบดังกล่าวในตัวเลือกการออกแบบสองตอนคู่ ส่วนการรบด้านหน้าอาจจะมีห้องควบคุมโดยมีกำลังพล 3นายใน capsule หุ้มเกราะที่ได้รับการป้องกันสูง
ส่วนกลางของ Module คาดว่าจะรองรับป้อมปืนแบบไร้พลประจำภายในป้อมโดยติดตั้งปืนใหญ่ไฟฟ้า-เคมีความร้อน(Electro-Thermochemical) พร้อมระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ" รองหัวหน้าสถาบันที่38 พันเอก Yevgeny Gubanov กล่าว
ตอนที่สองควบคู่ของรถถังซึ่งส่วนแรกจะรองรับเครื่องยนต์ Gas Turbine ใช้เชื้อเพลิงได้หลายประเภทกำลัง 3,000hp ส่วน module ที่สองยังสามารถติดอากาศยานไร้คนขับหรือยานยนต์ไร้คนขับเพื่อปฏิบัติการลาดตระเวน, ค้นหาทุ่นระเบิด และดำเนินการทำงานรักษาความปลอดภัย

ปืนใหญ่ไฟฟ้า-เคมีความร้อนของรถถังอนาคตจะใช้ส่วนประกอบดินส่งใหม่แทนดินปืนที่จะถูกจุดชนวนโดยตัวจุดชนวนไฟฟ้า รถถังอนาคตจะทำการยิงกระสุนความเร็วเหนือเสียงสูงมาก Hypersonic
ส่วน Module ด้านหน้าของรถถังจะยังติดตั้งเกราะปฏิกิริยา(reactive armor), ระบบทำลายการเล็งด้วยอาวุธนำวิถี Laser และเครื่องกำเนิดคลื่นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า(EMP: Electromagnetic Pulse)
ส่วน Module ด้านหลังจะรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีแบบทำการยิงจากแนวดิ่ง(Vertical Launching Missiles) โดยมีพิสัยปฏิบัติการยิงถึง 12km

ตามที่ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยอธิบาย การเสริมสร้างอำนาจการยิงและเกราะของรถถังภายใต้รูปแบบที่มีอยู่ในปัจจุบันได้เพิ่มขนาดของพวกมันอย่างมาก รถถังแบบสอนตอนคู่จะช่วยลดแรงกดต่อพื้นดิน(ground pressure) และแก้ปัญหาเหล่านี้
ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยยังเชื่อว่าห้องเครื่องยนต์เอนกประสงค์ของรถถังสามารถจะใช้รวมกันกับห้องบรรทุกกำลังพลสำหรับทหารราบยานยนต์ และส่วนทำการรบพร้อมอาวุธหลากหลายขนาดและรูปแบบการกำหนดการใช้งาน
พลประจำรถถังจะหยั่งรู้สถานการรบด้วยความช่วยเหลือของวิทยาการมุมมองการมองเห็นแบบ 'เกราะโปร่งใส' เมื่อข้อมูลที่ได้รับจากระบบตรวจจับภายนอกหลายแบบถูกส่งให้พลประจำรถภายในห้อง Capsule หุ้มเกราะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

ยูเครนเริ่มสายการผลิตรถสายพานกู้ซ่อม Atlet สำหรับกองทัพบกไทย

Armoured Recovery Vehicle "Atlet" from "Morozov KMDB" - serial production has begun


The State Enterprise "Kharkiv Morozov Machine Building Design Bureau"(KMDB) named after "Alexander A. Morozov", a part of the State Enterprise "Ukrboronprom", began mass production of Armoured Recovery Vehicle (ARV) "Atlet"
https://www.facebook.com/ukroboronprom/posts/1508356375954420


วันที่ ๔ เมษายนที่ผ่านมา Ukrboronprom รัฐวิสาหกิจด้านการจัดการอุตสาหกรรมความมั่งคงของรัฐบาลยูเครนได้ประกาศว่า สำนักออกแบบการสร้างเครื่องจักร Kharkiv Morozov(KMDB: Kharkiv Morozov Machine Building Design Bureau) ที่อยู่ในเครือ
ได้เริ่มสายการผลิตรถสายพานกู้ซ่อม Atlet ARV(Armoured Recovery Vehicle) จำนวน ๒คันสำหรับกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจัดหารถถังหลัก Oplot-T จำนวน ๔๙คันแล้ว

รถสายพานกู้ซ่อม Atlet มีพื้นฐานพัฒนาจากรถสายพานกู้ซ่อม BREM-84(Object 478BP) ที่ใช้พื้นฐานรถแคร่ฐานของรถถังหลัก T-80UD ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6TD-1 กำลัง 1,000HP (รถถังหลัก T-80U ใช้เครื่องยนต์ Gas Turbine GTD-1250 กำลัง 1,250HP)
รถสายพานกู้ซ่อม BREM-84 รถต้นแบบถูกพัฒนาโดย KMDB ยูเครนในปี 1997 และเข้าประจำการในกองทัพบกยูเครนในปี 2008 แต่ที่ผ่านมาก็มีเพียงรถต้นแบบ 1คันเท่านั้น โดยมีตัวเลือกติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 6TD-2 กำลัง 1,200แรงม้า ได้เช่นเดียวกับรถถังหลัก T-84 Oplot

รถสายพานกู้ซ่อม Atlet มีน้ำหนักรถ 46tons ย.ดีเซล 6TD-1 1,000HP สามารถทำความเร็วบนถนนได้สูงสุด 70km/h ตัวรถสร้างจากเกราะเหล็กกล้าเชื่อม มีอาวุธปืนกลหนัก KT-12.7(NSVT) 12.7x108mm เพื่อป้องกันตัว และสามารถบรรทุกอุปกรณ์และสัมภาระเสริมเพิ่มได้อีก 1.5tons
ติดตั้งแขนยกซึ่งสามารถยกวัตถุได้หนักสุด 25tons สำหรับการเปลี่ยนชิ้นส่วนรถถังหลักเช่นเครื่องยนต์ มีรอกกว้านกำลัง 250kN สำหรับการลากรถถังออกจากพื้นที่ โดยรถสายพานกู้ซ่อม Atlet สามารถเคลื่อนที่ขณะลากจูงรถรบในสนามได้ด้วยความเร็วถึง 25km/h

รถสายพานกู้ซ่อม Atlet ๒คันซึ่งถูกผลิตโดย KMDB เอง(ไม่ใช่โรงงาน Malyshev ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตรถถังหลัก Oplot-T ทั้ง ๔๙คัน) เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการจัดหารถถังหลัก Oplot
ที่กองทัพบกไทยได้สั่งจัดหารถถังหลัก Oplot-T จำนวน ๔๙คัน วงเงิน ๗,๒๐๐ล้านบาท($240 million) จาก Ukroboronprom ยูเครน ในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) เพื่อเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์

อย่างก็ตามผลกระทบจากการที่รัสเซียเข้าผนวก Crimea และแทรกแซงสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธนิยมรัสเซียทำสงครามกับกองกำลังความมั่นคงรัฐบาลยูเครนตั้งแต่ปี 2014 ทำให้ยูเครนมีความล่าช้าในการผลิตรถถังหลัก Oplot-T ส่งมอบให้กองทัพบกไทยเป็นอย่างมาก
ทั้งที่โรงงาน Malyshev ต้องให้ความสำคัญในซ่อมปรับปรุงรถถังหลัก T-64, T-72 และ T-80 ให้กองทัพยูเครนเอง และปัญหาการจัดหาชิ้นส่วนประกอบทดแทนในส่วนที่ขาดไปจากผลกระทบของสงคราม

โดยกองทัพบกไทยได้รับมอบรถถังหลัก Oplot ชุดแรก ๕คันในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๗(2014), ชุดที่สอง ๕คันในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘(2015), ชุดที่สาม ๕คันในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๙(2016) และชุดที่สี่ ๕คันในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๙
ชุดที่ห้า ๕คันในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๑(2017) ชุดที่หก ๖คันในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๑ และชุดที่เจ็ดอีก ๕คันในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑  รวมส่งมอบให้แล้ว ๓๖คัน

ล่าสุด Ukroboronprom ยูเครนได้แถลงเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคมว่า สัญญาการจัดหารถถังหลัก Oplot-T กับกองทัพบกไทยได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ตามที่ Oplot-T ชุดสุดท้ายสำหรับไทยได้ออกจากโรงงาน Malyshev และผ่านการตรวจรับมอบโดยคณะกรรมการของกองทัพบกไทยที่นยูเครนแล้ว
มีรายงานว่ายูเครนได้ทำการจัดส่งรถถังหลัก Oplot-T ชุดที่แปด ๗คันมายังไทยแล้ว ทำให้ ม.พัน.๒ พล.ร.๒ รอ. ได้รับมอบรถถังหลัก Oplot-T รวม ๔๓คันแล้ว เหลือการส่งมอบรถชุดที่เก้าเป็นชุดสุดท้ายอีก ๖คัน(http://aagth1.blogspot.com/2018/03/oplot-t.html)

ตามที่ได้รายงานจากงาน Defense and Security 2017 ว่า UkrOboronProm ยูเครนยืนยันจะส่งมอบรถถังหลัก  Oplot-T ให้กองทัพบกไทยครบตามสัญญาในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) นี้(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/btr-4e-oplot-t-2018.html)
ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นสายการผลิต ถ.หลัก Oplot-T ให้ไทยครบ ๔๙คันแล้วนั้น รถถังหลัก Oplot ชุดต่อไปที่โรงงาน Malyshev จะผลิตจะเป็นรถสำหรับกองทัพบกยูเครนเองโดยมีความต้องการขั้นต้น ๑๐คันครับ(http://aagth1.blogspot.com/2018/02/oplot-t.html)

วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

แผนปรับปรุงรถถังหลัก T-80BVM และ T-90M รัสเซียสร้างความเสี่ยงต่อโครงการ Armata

Russian plans to upgrade T-80 and T-90 jeopardise Armata programme
Russian plans to upgrade the T-80 and T-90 could jeopardise the Armata programme, which includes the T-14 MBT (artist's impression). Source: Russian MoD
http://www.janes.com/article/74263/russian-plans-to-upgrade-t-80-and-t-90-jeopardise-armata-programme

กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศเมื่อวันที่ 7 กันยายนยนที่ผ่านมาว่าได้มีการปรับปรุงแผนใหม่ในการกำจัดยานเกราะ 10,000คันออกจากคลังอาวุธอย่างถาวร และปรับปรุงรถถังหลักตระกูล T-80 และ T-90 ที่อาจส่งผลด้านความเสี่ยงของอนาคตของโครงการ Armata
การประกาศนี้มีพร้อมกับการลดจำนวนการสั่งซื้อที่เป็นไปได้สำหรับรถถังหลัก T-14 Armata และการลดค่าใช้จ่ายกลาโหมของรัสเซียลงอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้แหล่งข่าวบางแห่งอ้างว่าโครงการ Armata ได้ถูกยกเลิกแล้ว

ภายใต้แผนก่อนหน้ายานเกราะที่สำรองไว้ 10,000คัน ที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลังการลดขนาดของกองทัพรัสเซียจะเริ่มถูกกำจัดทิ้งภายในปี 2020 แผนที่ปรับปรุงใหม่ระบุว่าจะมียานเกราะเพียง 4,000คันที่ถูกนำไปกำจัดทิ้ง โดยยังคงเก็บอีก 6,000คันเพื่อการสำรองทางยุทธศาสตร์
รัสเซียยังมีแผนปรับปรุงรถถังหลัก T-80 และ T-90 เป็นมาตรฐานรุ่น T-80BVM และ T-90M ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งสัญญาวงเงิน $417 million ที่ลงนามไปก่อนหน้าในปีนี้ตามที่ได้รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/t-90m-t-80bvm-bmpt-72-terminator2.html)

โดยแบบแผนการปรับปรุงรถถังหลัก T-80BVM ได้ร่วมการปรับปรุงเกราะแบบใหม่โดยเฉพาะ รวมถึงกล้องเล็งและระบบควบคุมการยิงใหม่ และการปรับปรุงเครื่องยนต์ Gas Turbine
และแบบแผนการปรับปรุงรถถังหลัก T-90M มีการนำระบบที่พัฒนามาสำหรับรถถังหลัก T-14 มาใช้หลายส่วน เช่น กล้องผู้บังคับการรถ รวมกับการบูรณาการป้อมปืน Remote Weapon Station และระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System)

การจัดตั้งการพัฒนาโครงการ Armata นั้นถูกเริ่มต้นด้วยความหวังสูง แต่การการประมาณจำนวนของรถที่จะถูกจัดหาได้ลงลงต่ำไปเรื่อยๆนับตั้งแต่ที่รถถังหลัก T-14 และรถรบทหาราบ T-15 เปิดตัวครั้งแรกในวันสวนสนามประกาศชัยสงครามโลกครั้งที่สองปี 2015
ซึ่งในปี 2015 นาย Oleg Sienko ผู้อำนวยการบริหาร UralVagonZavod(UVZ) ผู้พัฒนาและผลิตรถถังหลักของรัสเซียประกาศว่าจะผลิตรถถังหลัก T-14 Armata รวมถึงรถเกราะในตระกูลได้ 2,300คันในปี 2020

ต่อมาในปี 2016 รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov ประกาศว่าจะมีการผลิตรถถังหลัก T-14 Armata 100คันก่อนปี 2020 และหลังจากนั้นจำนวนลงลงเป็นเพียง 70 เมื่อถึงกำหนดในสิ้นปี 2019
ล่าสุดรองรัฐมนตรีกลาโหม Borisov ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม 2017 ว่าได้ปรับจำนวนรถที่จะมีการผลิตเป็น 100คันภายในปี 2020 แม้ว่าน่าจะรวมรถประมาณ 20คันที่กำลังทำการทดสอบในกองทัพรัสเซียแล้วก็ตามครับ

วันอังคารที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560

รัสเซียจัดหารถถังหลัก T-90M กับปรับปรุง T-80BVM ใหม่ และส่งออกรถรบ BMPT-72 Terminator2

Supplies of modernized T-90M tank to military may begin in 2018
The supplies were contracted at the Army-2017 military show, the producer told TASS
http://tass.com/defense/964806





modernized T-90M Main Battle Tank was display at Russian Armed Forces Tanker Day in Luga(Leningrad region), 9 September 2017(http://otvaga2004.mybb.ru/viewtopic.php?id=1708&p=8#p954747)







modernized T-80BVM Main Battle Tank was display at Russian Armed Forces Tanker Day in Luga(Leningrad region), 9 September 2017(http://otvaga2004.mybb.ru/viewtopic.php?id=1708&p=8#p954747)

BMPT-72 Terminator 2 Armored Fighting Vehicle at Army 2016 International Miltary-Technical Forum(wikipedia.org)

การส่งมอบรถถังหลัก T-90M รุ่นปรับปรุงใหม่ให้กองทัพรัสเซียอาจจะเริ่มต้นได้ในปี 2018 ตามที่หัวหน้าฝ่ายโรงานผลิตของ Uralvagonzavod นาย Alexander Potapov กล่าวกับ TASS เมื่อ 9 กันยายนที่ผ่านมา
โดยเป็นไปตามสัญญาที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ลงนามไว้ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารและเทคนิคนานาชาติ Army-2017 ที่ Patriot Park นอก Moscow ระหว่างวันที่ 22-27 สิงหาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม Uralvagonzavod ผู้ผลิตรถถังหลักของรัสเซียปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวนของรถถังหลัก T-90M ที่จะส่งมอบให้กองทัพรัสเซีย
"เราไม่ได้เปิดเผยจำนวน แต่เราได้ลงนามสัญญาจัดหากับกระทรวงกลาโหม" นาย Potapov กล่าว

T-90M เป็นรุ่นปรับปรุงล่าสุดจากของรถถังหลัก T-90A รุ่นก่อนซึ่งมีการนำระบบรุ่นใหม่ที่ใช้ในรถถังหลัก T-14 Armata มาใช้หลายส่วน เช่น
เปลี่ยนปืนใหญ่รถถังเป็นแบบ 2A82-1M ขนาด 125mm ใหม่ ติดตั้งระบบควบคุมการยิง Kalina และระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System) แบบ Afghanit รวมถึงระบบเชื่อมโยงการรบเครือข่าย Network Centric ที่ใช้ในรถถังหลัก T-14

Uralvagonzavod ยังได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียในการซ่อมยกเครื่องและปรับปรุงความทันสมัยของรถถังหลัก T-80BV ให้เป็นมาตรฐานรุ่น T-80BVM ใหม่
ตามข้อมูลจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานสร้างเครื่องจักรขนส่ง Omsk(Omsktransmash) ที่เป็นโรงงานในเครือ Uralvagonzavod

ผู้อำนวยการบริหารของ Omsktransmash นาย Igor Lobov ให้ข้อมูลว่าสัญญาในระยะยาวได้รับการลงนามแล้ว "สัญญาสำหรับการซ่อมยกเครื่องและปรับปรุงของรถถังหลัก T-80 เป็นเหตุการณ์สำคัญของโรงงานเรา
นี่จะช่วยให้เราสามารถบรรจุโรงงานผลิตของ Omsktransmash ด้วยคำสั่งซื้อเพิ่มเติม และทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่โรงงานเราดีขึ้น" นาย Lobov กล่าว

โรงงาน Omsktransmash ได้เริ่มสายการผลิตรถถังหลัก T-80 ตั้งแต่ปลายปี 1970s การปรับปรุงรถถังหลัก T-80BV เก่านี้จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการให้ดีขึ้น
โดยแบบแผนการปรับปรุงหลักของ T-80BVM คือการติดตั้งกล้องเล็ง Sosna-U ใหม่ที่รวม Laser วัดระยะ, กล้องสร้างภาพความร้อน และระบบติดตามเป้าหมายอัตโนมัติ(แบบแผนเดียวกับ T-72B3)

การปรับปรุง ถ.หลัก T-80BVM ยังรวมถึงการติดตั้งเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด(ERA: Explosive Reactive Armour) แบบ Relikt ใหม่แทนเกราะ ERA แบบ Kontakt-1 เก่า
รวมถึงการปรับปรุงเครื่องยนต์ Gas Turbine ใหม่รุ่น GTD-1250TF กำลัง 1,250HP ให้มีประสิทธิภาพและประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการนำไปใช้ปฏิบัติการในเขต Arctic ทางตอนเหนือที่มีอุณหภูมิต่ำถึง -50องศาเซลเซียส

ขณะที่กำลังพูดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการส่งออกรถรบหุ้มเกราะ BMPT-72 Terminator2 นาย Potapov กล่าวว่าโรงงาน Uralvagonzavod กำลังเปิดเพื่อการหารืออยู่
"ตามที่ได้เพิ่มประเด็นนี้เป็นความรับผิดชอบของสภาสหพันธรัฐเพื่อความร่วมมือทางทหาร-เทคนิค และ Rosoboronexport ที่รับผิดชอบการส่งออกยุทโธปกรณ์ แน่นอนเรากำลังสนใจในการขายผลิตภัณฑ์ของเรารวมถึง AFV" เขากล่าว

มีรายงานว่ากองทัพรัสเซียได้สั่งจัดหารถรบหุ้มเกราะ BMPT-72 Terminator2 โดยได้มีการลงนามสั่งซื้อในปี 2017 นี้ รวมถึงมีรายงานพบว่ารัสเซียได้มีการนำรถรบ Terminator ไปทดสอบการใช้งานจริงที่ซีเรียแล้ว
ทั้งนี้มีหลายประเทศที่ให้ความสนใจจัดหารถรบหุ้มเกราะ BMPT Terminator ไปใช้งานแล้วหรืออยู่ระหว่างการจัดหา เช่น ซีเรีย คาซัคสถาน และแอลจีเรีย ครับ

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กองทัพบกรัสเซียมองแผนการปรับปรุงรถถังหลัก T-72 และ T-90 ด้วยระบบของ T-14 Armata

Russian Army eyes MBT upgrades
A Russian T-72BV MBT fitted with ERA. The installation of a new computer and automatic target tracker will enhance the capabilities of the T-72. Source: INA
http://www.janes.com/article/66105/russian-army-eyes-mbt-upgrades

กองทัพบกรัสเซียอาจมีแผนปรับปรุงกำลังส่วนหนึ่งของรถถังหลัก T-72 และรถถังหลัก T-90 ด้วยระบบติดตามเป้าหมายอัตโนมัติ(ATT: Automatic Target Tracker) และคอมพิวเตอร์ควบคุมการยิง(FCC: Fire Control Computer) รุ่นใหม่ล่าสุด
ที่นำมาจากระบบที่ติดตั้งในรถถังหลัก T-14 Armata รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งขณะนี้ได้กำลังเข้าสู่การเปิดสายการผลิตที่โรงงาน UralVagonZavod ใน Nizhny Tagil แล้ว
การติดตั้งระบบ ATT และ FCC จาก ถ.หลัก T-14 Armata จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการยิงถูกเป้าหมายภายในนัดแรกของ ถ.หลัก T-72 และ ถ.หลัก T-90 ภายใต้สภาวะสนามรบที่เลวร้ายเพื่อลดภาระของพลยิง
เมื่อ Lock เป้าระบบ ATT จะคงการติดตามเป้าหมายและให้ปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 125mm เล็งไปยังเป้าพร้อมกับประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากระบบตรวจับ เช่น ความเร็วและทิศทางของระบบ, สถานะของปืน และสภาพอากาศ โดยพลยิงจะตัดสินใจยิงเมื่อต้องการโจมตีเป้าหมาย

รถถังหลัก T-72B3 และรถถังหลัก T-90 เป็นรุ่นที่ถูกเลือกสำหรับการปรับปรุง ซึ่งรถถังหลักเหล่านี้ได้รับการติดตั้งระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control Systems) แบบ Kalina อยู่แล้ว โดย Kalina FCS รุ่นล่าสุดนั้นถูกติดตั้งในรถถังหลัก T-14 Armata
ถ.หลัก T-72B3 ได้ถูกนำไปวางกำลังปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนรัสเซีย-ยูเครนตั้งแต่การผนวก Crimea และแทรกแซงสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนในภาค Donbass ยูเครนโดยรัสเซียเมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นการแสดงขีดความสามารถด้านการอยู่รอดในสนามรบระดับสูง
โดย T-72B3 ติดตั้งเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด(ERA: Explosive Reactive Armour) แบบ Kontakt-5 ซึ่งป้องกันตัวรถจากการถูกยิงด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีและจรวดติดหัวรบระเบิดแรงสูงต่อสู้รถถัง(HEAT: High-Explosive Anti-Tank) และกระสุนพลังงานจลน์
ส่วนรถถังหลัก T-90A นั้นก็มีการพบเห็นว่าถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการที่ซีเรีย ซึ่งรัสเซียได้สนับสนุนอาวุธและกำลังรบของตนให้รัฐบาลซีเรียในการต่อต้านกลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย ซึ่ง ถ.หลัก T-90A ก็ได้พิสูจน์ความอยู่รอดของรถจากการถูกยิงด้วยอาวุธต่อสู้รถถังในซีเรียหลายครั้ง

การตัดสินใจปรับปรุงขีดความสามารถของกำลังรถถังหลักที่มีอยู่ให้สูงขึ้นนั้นแสดงให้เห็นว่ารัสเซียไม่ได้มีแผนที่จะแทนที่ ถ.หลัก T-72 และ T-90 ด้วย ถ.หลัก T-14 Armata ในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งในระยะเวลาอันใกล้
ทั้งนี้รัสเซียเพิ่งจะตัดสินใจปรับปรุงกำลังส่วนหนึ่งของรถถังหลัก T-80BV ซึ่งใช้เครื่องยนต์ Gas Turbine(T-72 และ T-90 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล) เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไป โดยรถถังหลัก T-80BV คันแรกที่ได้รับการปรับปรุงจากโรงงาน Omsk ของ UralVagonZavod จะส่งมอบในปี 2017
ทำให้กองทัพบกรัสเซียจะมีรถถังหลัก T-72, T-80 และ T-90 ประจำการต่อไปควบคู่กับ T-14 ที่จะมีการนำเข้าประจำการในอนาคต โดยจะคงกำลังรบที่มีรถถังหลักหลายแบบประจำการผสมกันต่อไปครับ

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รัสเซียอาจจะปรับปรุงรถถังหลัก T-80BV เพื่อกลับมาประจำการใหม่ และจะออกแบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังอัตตาจรรุ่นใหม่

Russia may upgrade and return T-80BV tanks to service
Some of Russia's old T-80BV tanks could be upgraded to the T-80U-E1 standard (pictured). Source: Nikolai Novichkov
http://www.janes.com/article/65580/russia-may-upgrade-and-return-t-80bv-tanks-to-service

กระทรวงกลาโหมรัสเซียกำลังมีแผนที่จะนำรถถังหลัก T-80BV บางส่วนที่เก็บสำรองไว้นำกลับมาประจำการอีกครั้งโดยทำการปรับปรุงใหม่ ตามแหล่งข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย
"ณ ขณะนี้การเตรียมงานเริ่มต้นการปรับปรุงรถถังหลัก T-80BV คันแรกอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ในข้อตกลงกับโครงการที่พัฒนาโดย Omsktransmash และสำนักออกแบบพิเศษเพื่อการสร้างเครื่องจักรขนส่ง(SKBTM: Special Design Bureau for Transport Machine-Building)
จะทำการยกเครื่องและปรับปรุงรถถังหลัก T-80BV ของกระทรวงกลาโหมที่จะออกมามาในปีหน้า (เราจะกำลังทำ) งานที่เกี่ยวข้องที่โรงงาน Omsktransmash" แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่าจำนวนของรถถังที่จะปรับปรุงและข้อตกลงของโครงการจะกำหนดโดยกองทัพ

การปรับปรุงรถถังหลัก T-80BV จะใช้ระบบควบคุมการยิง Sosna-U เช่นเดียวกับที่ใช้ในรถถังหลัก T-72B3 และ T-90, ปรับปรุงเครื่องกำเนิดพลังงานและการติดเครื่องยนต์ และเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด(ERA: Explosive Reactive Armour)ขั้นก้าวหน้า
รถถังหลัก T-80BV ที่ได้รับการปรับปรุง(ตามแบบแผน T-80UE1 หรือ object 219AS1) จะมีความเหมาะสมในการใช้งานในสภาพภูมิอากาศของเขต Arctic, ตะวันออกไกล และ Siberia แหล่งข่าวยังกล่าวเสริมว่า
"(ก่อนหน้านี้) รถถังหลัก T-80BV มีบทบาทสำคัญในกองทัพ โครงการปรับปรุงรถถังหลัก T-80 ประมาณ 3,000คันมีขึ้นย้อนไปได้ตั้งแต่ปี 2002 อย่างไรก็ตามมันได้รับการดำเนินการ
(อุตสาหกรรมความมั่นคง) ได้พัฒนาส่วนประกอบการรบครบวงจร, ปืนใหญ่รถถังใหม่พร้อมกระสุนใหม่ที่มีประสิทธิภาะขั้นก้าวหน้า, เกราะ ERA และอื่นๆ ดังนั้นคุณสมบัติการปรับปรุง T-80 การสิ้นเปลืองเชื้อพลิงไม่ได้ไม่เป็นที่คาดหวังเหมือนของรถถังหลัก T-90"

ปัจจุบันกองทัพบกรัสเซียมีรถถังหลัก T-80U ประจำการโดยไม่ระบุจำนวนเชื่อว่าน่าจะประมาณ 550คัน ซึ่งจะเข้าสู่การปลดประจำการใรราวปี 2020 อย่างไรก็ตาม T-80 ยังคงเป็นกุญแจสำคัญของกองทัพบกรัสเซียและยังคงประจำการในหน่วยยานเกราะที่สำคัญที่สุดจำนวนหนึ่ง
(T-80BV ใช้เครื่องยนต์ Gas Turbine แบบ GTD-1000 กำลัง 1,100HP และติดเกราะ ERA แบบ Kontakt-1 ส่วน T-80U ใช้เครื่องยนต์ Gas Turbine แบบ GTD-1250 กำลัง 1250HP และติดเกราะ ERA แบบ Kontakt-5)
เช่นรถถังหลัก T-80U ที่ประจำการในกรมรถถังของกองพลรถถังพิทักษ์รัฐที่4 Kantemir ซึ่งตามแผนการปรับปรุงและขยายกองทัพรัสเซียจำเป็นต้องมีการนำรถถังเก่าเข้าประจำการใหม่จำนวนมากครับ

Russia to design new-generation tank killers — Defense Ministry
Artiom Korotaev/TASS
Russia currently has the Khrizantema-S and Shturm-SM antitank missile systems in service
http://tass.com/defense/913218

พลโท Mikhail Matveyevsky ผู้บัญชาการกองกำลังอาวุธปล่อยนำวิถีและปืนใหญ่กองทัพรัสเซียได้ให้ข้อมูลกับสื่อเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า รัสเซียมีแผนที่จะออกแบบระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังอัตตาจรรุ่นใหม่
"เราได้วางแผนการพัฒนาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังอัตตาจรยุคใหม่ไว้แล้ว ซึ่งระบบรุ่นใหม่นั้นจะมีหลักการทำงานดังนี้คือ 'ยิง, ลืม, ถูกเป้า' " นายพล Matveyevsky กล่าว
ปัจจุบันกองทัพรัสเซียมีระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Khrizantema-S และ Shturm-SM ประจำการ ซึ่งมีความสามารถในการทำลายเป้าหมายเคลื่อนที่และเป้าหมายประที่ในอากาศและภาคพื้นดิน ที่รวมทั้งรถถังหลัก, เรือผิวน้ำขนาดเล็ก, อากาศยานเพดานบินระดับต่ำ และป้อมปราการครับ

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

รัสเซียวางกำลังรถถังหลัก 2,950คันในสี่เขตภาคทหาร

Russia deployed 2,950 main battle tanks in four military districts
T-72B3 main battle tank
http://www.armyrecognition.com/april_2016_global_defense_security_news_industry/russia_deployed_2950_main_battle_tanks_in_four_military_districts_tass_3010416.html

สถาบันนานาชาติเพื่อการศึกษาทางยุทธศาสตร์(IISS: International Institute for Strategic Studies)ได้รายงานข้อมูลว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้วางกำลังรถถังหลักจำนวน 2,950คันในสี่เขตภาคทหารคือ
เขตภาคทหารตะวันตก เขตภาคทหารใต้ เขตภาคทหารกลาง และเขตภาคทหารตะวันออก ซึ่งกำลังยานเกราะของกองทัพรัสเซียประกอบไปด้วยรถถังหลักส่วนใหญ่ดังกล่าวในข้างต้น

โดยตามรายงานของ IISS การวางกำลังรถถังหลักของกองทัพบกรัสเซียที่ประจำการในเดือนมีนาคม 2016 จำนวน 2,700คัน ประกอบไปด้วย
รถถังหลัก T-72B และ T-72BA 1,300คัน, รถถังหลัก T-72B3 600คัน, รถถังหลัก T-80BV และ T-80UM 450คัน และรถถังหลัก T-90 350คัน ด้วยเหตุนี้รถถังหลัก T-72B ยังคงเป็นกำลังหลักในกองพลน้อยยานเกราะของกองทัพบกรัสเซีย
ส่วนหน่วยทหารราบกองทัพเรือรัสเซีย(Naval Infantry) มีกำลังรถถังหลัก 250คันประกอบไปด้วย รถถังหลัก T-72B 50คัน และ รถถังหลัก T-72B3 200คัน

นอกจากนี้คลังสรรพวุธของกระทรวงกลาโหมรัสเซียยังเป็นสถานที่ที่เก็บสำรองรถถังหลักจำนวนมากที่สุดในโลก ตามรายงานของ IISS กองทัพรัสเซียได้เก็บสำรองรถถังหลักจำนวน 17,500คัน ประกอบด้วย
รถถังหลัก T-55 2,800คัน, รถถังหลัก T-62 2,500คัน, รถถังหลัก T-64B 2,000คัน, รถถังหลัก T-72A และ T-72B 7,000คัน, รถถังหลัก T-80BV และ T-80U 3,000คัน และรถถังหลัก T-90 200คันครับ

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กองทัพบกรัสเซียเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างจัดตั้งกองทัพรถถังพิทักษ์รัฐที่1

Russia completes reformation of 1st Guards Tank Army
The 1st Guards Tank Army is to be equipped with the T-72B3 (pictured) and T-80 MBTs. Source: Russian MoD
http://www.janes.com/article/57828/russia-completes-reformation-of-1st-guards-tank-army

กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า กองทัพบกรัสเซียเสร็จสิ้นการจัดตั้งกองทัพรถถังพิทักษ์รัฐที่1 (1st Guards Tank Army) ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในสังกัดเขตภาคทหารตะวันตก และจะจัดตั้งกองพลยานเกราะใหม่อีกสองกองพล
วาระการประชุมของคณะกรรมการกระทรวงกลาโหมรัสเซียโดยมีรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย นาย Sergei Shoigu ได้เสนอให้จัดตั้งกำลังกลับมาใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากองกำลังตอบโต้เร็วของกองทัพรัสเซีย
อีกส่วนคือการจัดตั้งกองพลยานเกราะใหม่อีกสองกองพล ซึ่งจะมีที่ตั้งใกล้กับเมือง Voronezh เขตภาคทหารตะวันตก และเมือง Chelyabinsk เขตภาคทหารกลาง ภายในปี 2016
ตามแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กองทัพรถถังพิทักษ์รัฐที่1 ที่ถูกปรับโครงสร้างใหม่จะมีการนำรถถังหลัก T-72B3 และรถถังหลัก T-80 เข้าประจำการ โดยตามอัตราจัดทั่วไปกองทัพรถถังของกองทัพบกรัสเซียจะมีรถถังหลักประจำการ 500คัน
ซึ่งบริษัท Uralvagonzavod ผู้ผลิตรถถังรัสเซียได้รับคำสั่งซื้อจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียในการปรับปรุงรถถังหลัก T-72 ที่มีอยู่ให้เป็นรุ่นมาตรฐาน T-72B3 จำนวนมากกว่า 564คัน เข้าประจำการในเขตภาคทหารต่างๆแทน T-72B1 รุ่นเก่า ตั้งแต่สิ้นปี 2015

อย่างไรก็ตาม พลโท(Colonel General) Vladimir Zarudnitsky ผู้บัญชาการเขตภาคทหารกลาง ได้กล่าวว่า
กำลังหลักของกองพลยานเกราะใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นใกล้เมือง Chelyabinsk นั้นควรจะได้รับมอบรถถังหลักยุคใหม่ล่าสุดมากกว่า ซึ่งเมือง Chelyabinsk นั้นอยู่ใกล้กับเมือง Nizhny Tagil ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานและบริษัท Uralvagonzavod
และนายพล Zarudnitsky ได้ให้ความเห็นว่าจะเป็นการดีที่กองพลยานเกราะใหม่นี้จะเป็นหน่วยแรกที่ได้รับมอบรถถังหลัก T-14 Armata รุ่นใหม่ล่าสุดและรถรบในสายตระกูล Armata เช่นรถรบทหารราบหนัก T-15 เข้าประจำการ
เช่นเดียวกับกองพลยานเกราะใหม่ใกล้เมือง Voronezh ซึ่งในเขตเดียวกันนี้มี กองพลน้อยยานเกราะอิสระที่1 ซึ่งมีที่ตั้งในเมือง Boguchar ตั้งแต่ปี 2015 มีความเป็นไปได้ว่ากองพลน้อยนี้อาจจะได้รับการปรับโครงสร้างยกระดับเป็นกองพลยานเกราะ
แต่ทั้งนี้กำลังรถถังหลักของกองทัพบรัสเซียยังจะคงเป็นรถถังหลัก T-72, T-80 และ T-90 ต่อไปอีกนานหลายปี แม้ว่าจะเริ่มมีการนำรถถังหลักใหม่คือ T-14 เข้าประจำการที่ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะผ่านการทดสอบความพร้อมปฏิบัติการรบและเปิดสายการผลิตจำนวนมากได้ครับ

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ยูเครนรับมอบรถถังหลัก T-80 ที่ปรับปรุงใหม่ชุดแรก

Ukraine receives first modernised T-80 MBTs
Ukraine's Kharkiv armoured plant delivered 8 modernised T-80 main battle tanks to the Ukrainian military on 13 July Source: Ukraine MoD
http://www.janes.com/article/53010/ukraine-receives-first-modernised-t-80-mbts


เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาที่โรงงานยานเกราะ Kharkiv กองทัพยูเครนได้รับมอบรถถังหลัก T-80BV ที่ผ่านการปรับปรุงโดย KMDB(Kharkiv Morozov Machine Building Design Bureau) ชุดแรกจำนวน 8คัน
ซึ่งการปรับปรุงรถถังหลัก T-80 นี้เป็นไปตามกำหนดการณ์ โดยการปรับปรุงหลักๆคือการปรับเปลี่ยนระบบในป้อมปืน ตัวถัง และติดตั้งเกราะปฏิกิริยาระเบิด ERA(Explosive Reactive Armour) แบบ Kontakt
ตามการให้ข้อมูลของ Ukroboronprom หน่วยงานจัดการด้านยุทโธปกรณ์ของยูเครน T-80 ที่ปรับปรุงใหม่นี้จะถูกส่งเข้าสู่ "พื้นที่ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย"(ATO: zone of the antiterrorist operation)
ที่รัฐบาลยูเครนใช้เรียกเขตสงครามกับกลุ่มติดอาวุธนิยมรัสเซียในภาค Donbass ทางตะวันออกของยูเครน ทางกระทรวงกลาโหมยูเครนมีข้อมูลเช่นกันว่ารถถัง T-80 จะถูกส่งมอบให้หน่วยยานเกราะของกองกำลังพลร่มกองทัพยูเครน
และช่วงเวลาเดียวกับที่ส่งมอบ ถ.T-80 ที่ปรับปรุงแล้ว 8คันให้กองทัพยูเครนนั้น กระทรวงกลาโหมยูเคนและ KMBD ก็ได้เปิดตัวรถเกราะล้อยาง Dozor-B 4x4 ซึ่งจะส่งมอบรถคันแรกในเดือนกันยายนตามที่ได้เคยรายงานไปครับ

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

รัสเซียอาจจะซื้อ BMP-3 คืนจากเกาหลีใต้ และจ่ายค่าอะไหล่ T-80U ให้



http://view.asiae.co.kr/news/view.htm?idxno=2015040609381172707

เนื่องจากกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลีมีแผนจะปลดประจำการรถถังหลัก T-80U จำนวน 33คัน ซึ่งจัดหาในช่วงปี 1996-1997 และรถถังหลักที่บังคับการ T-80UK 2คัน ที่จัดหาในปี 2005
พร้อมรถรบทหารราบ BMP-3F 33คัน และ BMP-3M 37คัน ที่จัดหาในปี 1996 ลงทั้งหมดภายในปี 2015 นี้
โดยรถถังหลัก T-80U และรถรบทหารราบ BMP-3 เหล่านี้เกาหลีใต้ได้จัดหาจากรัสเซีย ซึ่งเป็นการใช้หนี้ของรัสเซียที่ติดค้างเกาหลีใต้ไว้ตั้งแต่สมัยอดีตสหภาพโซเวียต
อย่างไรก็ตามทางรัสเซียได้ติดต่อเจรจากับเกาหลีใต้เพื่อที่จะขอซื้อ BMP-3 ทั้งหมดกลับคืนไปใช้เอง และจะจ่ายและจัดส่งค่าอะไหล่ระบบสนับสนุนของ ถ.T-80U ให้เกาหลีใต้ด้วย
ทั้งนี้รัสเซียได้เตรียมเปิดโรงงานสนับสนุนการซ่อมบำรุง BMP-3 ใหม่หลังจากที่ปิดไปแล้วอีกครั้งในปี 2015 นี้
ซึ่งข้อตกลงร่วมระหว่างเกาหลีใต้และรัสเซียนี้จะทำให้กองทัพบกเกาหลีใต้ได้เงินและสามารถปฏิบัติการ T-80U ต่อไปได้อีกหลายปี
และรัสเซียก็จะได้รถรบทหารราบ BMP-3 มาใช้งานเพิ่มอีกด้วย นับว่าเป็นการค้าแบบ Win-Win ของทั้งสองประเทศครับ