แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Vietnam แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Vietnam แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เวียดนามสาธิตสมรรถนะยานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8 ที่พัฒนาในประเทศ

Vietnam demonstrates XTC-03 8×8 armoured combat vehicle





Janes illustration of the XTC-03 8×8 armoured combat vehicle, based on footage released by Vietnam's GDDI in August 2026. (Janes)

กรมการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ(GDDI: General Department of Defence Industry, TCCNQP: Tổng cục Công nghiệp Quốc phòng) ของกระทรวงกลาโหมเวียดนามได้เผยแพร่วิดีทัศน์เคลื่อนไหว
แสดงถึงยานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8 ที่พัฒนาในประเทศโดยโรงงาน Z111 กำลังดำเนินการแสดงความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่บนภาคพื้นดินและในน้ำเป็นครั้งแรก(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/80-hanoi.html)

ถูกเผยแพร่ผ่านบัญชีสื่อสังคม online ทางการของ GDDI เวียดนามในเดือนสิงหาคม 2026 วิดีทัศน์แสดงขีดความสามารถการเคลื่อนที่และสะเทินน้ำสะเทินบกของยานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8
Janes วิเคราะห์วิดีทัศน์ตั้งข้อสังเกตว่ายานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8 ติดอาวุธด้วยปืนกล 30mm และเครื่องยิงลูกระเบิดควัน 8ท่อยิง แบ่งเป็น 4ท่อยิงในแต่ละด้านของป้อมปืนอาวุธหลัก

กล้องเล็ง electro-optical ปรากฏว่าได้ถูกติดตั้งบนหลังคาของส่วนป้อมปืนส่วนทำการสู้รบ เป็นไปได้ว่าน่าจะเพื่อสนับสนุนการตรวจจับ, ติดตาม, และควบคุมการยิงเป้าหมายของยานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8
ป้อมปืนเห็นได้ว่ามีรูปแบบคล้ายคลึงป้อมปืนของรถรบทหารราบ BMP-2 IFV(Infantry Fighting Vehicle) ยุคอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/bmp-3.html)

ความคล้ายคลึงต่างๆกับป้อมปืนของรถรบทหารราบ BMP-2 IFV รวมถึงน่าจะเป็นรูปแบบมีพลประจำป้อมสองนาย, ปืนหลักลำกล้องยาว, รูปทรงภาพเงาดำความโดดเด่นต่ำ, การจัดวางกล้องเล็งและการติดตั้งอาวุธต่างๆที่คล้ายกัน
ป้อมปืนรถรบทหารราบ BMP-2 ติดตั้งด้วยปืนใหญ่กล 2A42 ขนาด 30mm และปืนกลร่วมแกน PKT ขนาด 7.62mm และยังสามารถจะติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง(ATGM: Anti-Tank Guided Missile) ต่างๆได้

ป้อมปืนมีมุมส่ายที่ 360 องศา และมีมุมก้มเงยที่ระหว่าง -5 องศา ถึง +74 องศา ทำให้รถรบทหารราบ BMP-2 IFV สามารถที่จะโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินต่างๆและอากาศยานที่บินต่ำได้
ยานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8 มีตัวถังรถเป็นมุมแหลม, แผ่นเกราะ(glacis) ส่วนหน้าของรถแบบลาดเอียง, และแผงแผ่นเกราะทรงเหลี่ยมด้านข้างรถ ตัวรถยังปรากฏการนำช่องมองแบบมีการป้องกันมาใช้ และการแบ่งส่วนโครงสร้างต่างๆเป็นได้ว่าเพื่อเป็นที่เก็บอุปกรณ์

ระยะความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ(ground clearance) ที่สูงของยานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8 น่าจะเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนที่ในภูมิประเทศและการข้ามสิ่งกีดขวาง ด้านท้ายของรถติดตั้งระบบขับเคลื่อน waterjet ทำให้สามารถปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกได้
ยานเกราะล้อยาง XTC-03 8x8 สามารถทำความเร็วบนถนนได้สูงสุดที่ 85km/h และความเร็วขณะลอยตัวในน้ำสูงสุดที่ 10km/h มีกำลังพลประจำรถ 3นาย(ผู้บังคับรถ, พลขับ และพลยิง) และบรรทุกทหารไปกับรถได้ 8นายครับ

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สหรัฐอนุมัติข้อตกลงการสนับสนุนเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules แก่เวียดนามบ่งชี้ความเป็นไปได้ในการจัดหา

US clears Vietnam C-130 support deal, indicating potential acquisition





The USAF is preparing to retire its C-130H fleet, which could be made available to US security partners. RTX has unveiled a C-130H upgrade suite that includes the NP2000 eight-bladed propeller, as seen on this US Air National Guard Hercules. (Collins Aerospace/USAF)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติข้อเสนอวงเงิน $100 million ที่จะจัดส่งสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและการสนับสนุนเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130 Hercules แก่เวียดนาม
ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเวียดนามในนครหลวง Hanoi อาจจะกำลังเตรียมการที่จะจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules จากสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130h-hercules.html)

ข้อเสนอการขายที่เป็นไปได้ที่มีการแจ้งเตือนเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 คลอบคลุมการบริการการดำรงสภาพต่างๆและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายใต้กลไกรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯ
"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของเวียดนามเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตโดยการสร้างความมั่นใจความพร้อมการปฏิบัติการฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130" กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว

กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ไม่ได้เป็นผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียงตระกูล C-130 Hercules ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Air Forces
ฝูงบินเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศประชาชนเวียดนามประกอบด้วยเครื่องบินลำเลียง NC212i จำนวน 3เครื่อง และเครื่องบินลำเลียง C-212 จำนวน 1เครื่องที่จัดหาจาก PT Dirgantara Indonesia รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการบินอินโดนีเซีย,

และเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง Airbus C295 จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295-eoir.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295.html) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่าชุดข้อเสนอที่ถูกเสนอรวมถึง
ใบพัดเครื่องยนต์เครื่องบินลำเลียง C-130 ส่วนประกอบอากาศยาน ชิ้นส่วน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ, อุปกรณ์การจัดการภาคพื้นดิน, และชิ้นส่วนอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ยังรวมถึงการฝึก, การซ่อม, การสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงต่างๆ และเอกสาร

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถการลำเลียงทางอากาศทางยุทธศาสตร์และการตอบสนองต่อภัยพิบัติ/เหตุการณ์ฉุกเฉินของเวียดนามโดยการสร้างความมั่นใจของฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130 ของตน" 
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว ไม่มีประกาศก่อนหน้าถึงการอนุมัติการขายเครื่องบินลำเลียง C-130 แก่เวียดนามภายใต้โครงการรูปแบบการขาย FMS(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130j-10.html)

ในเอกสารแจ้งระยะแรกของตน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯให้รายชื่อบริษัท RTX Corporation สหรัฐฯใน Arlington มลรัฐ Virginia ในฐานะผู้รับสัญญาตามหลักการ มีการแก้ไขเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 เป็นบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯใน Marietta มลรัฐ Georgia
ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตนไม่ทราบถึงข้อตกลงการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม(offset) ใดๆที่ถูกเสนอในการเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ในการขาย(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/c-130h.html)

ก่อนหน้านี้บริษัท RTX สหรัฐฯได้เปิดตัวชุดการปรับปรุงเครื่องบินลำเลียง C-130H Hercules ซึ่งรวมถึงใบพัดแบบแปดกลีบ NP2000 ที่พบในเครื่องบินที่ได้รับการปรับปรุงของกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศสหรัฐฯ(ANG: Air National Guard)
กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) กำลังเตรียมการที่จะปลดประจำการฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130H ของตนซึ่งสร้างความเป็นไปได้ที่เครื่องบินจะพร้อมที่ส่งมอบให้แก่ชาติหุ้นส่วนความมั่นคงของสหรัฐฯรวมถึงเวียดนามครับ

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568

หน่วยรบพิเศษกองทัพบกไทยเข้าร่วมการแข่งขันพลซุ่มยิงนานาชาติ K-ISC 2025 ที่เกาหลีใต้












Multinational sniper teams participating in the 2nd Korean International Sniper Competition (K-ISC) in September 2025.
The competition was hosted by the Republic of Korea Ministry of National Defense (MND), and this is the second time K-ISC was held. A total of 52 teams across 9 countries (South Korea, United States, Germany, Romania, Mongolia, Vietnam, UAE, Qatar, Uzbekistan, and Thailand) participated in this year's K-ISC. 
Some countries brought their own rifles while others used loaner South Korean rifles. (Korea Defense Blog/bemil.chosun.com)



กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันพลซุ่มยิงนานาชาติเกาหลีครั้งที่๒(2nd K-ISC: Korean International Sniper Competition) ในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025) โดยมีส่วนรวมจากกำลังพลกว่า ๑๔๙นายจาก ๕๒ทีม โดยมี ๑๕ทีมจาก ๙ประเทศที่เข้าร่วมทั้ง สหรัฐฯ, เยอรมนี, มองโกเลีย, กาตาร์, โรมาเนีย, ไทย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อุซเบกิสถาน, และเวียดนาม
โดยทีมพลซุ่มยิงต่างๆของสาธารณรัฐเกาหลีเจ้าภาพจัดจากหน่วยรบพิเศษและหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี(RoKA: Republic of Korea Army), กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy), นาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี(ROKMC: Republic of Korea Marine Corps), กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force),
สำนักงานตำรวจแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี(KNPA: Korean National Police Agency),และหน่วยยามฝั่งสาธารณรัฐเกาหลี(KCG: Korea Coast Guard) ซึ่งใช้อาวุธปืนที่ผลิตในประเทศเป็นหลักในการแข่งรวมถึงปืนซุ่มยิง K14 ขนาด 7.62x51mm ปืนเล็กยาวจู่โจม K2C1 ขนาด 5.56x45mm และปืนพกกึ่งอัตโนมัติ K5 ขนาด 9x19mm ที่ผลิตโดยบริษัท SNT Motiv สาธารณรัฐเกาหลีเป็นต้น

ขณะที่ทีมจากต่างประเทศบางทีมจะนำอาวุธในประจำการของตนเองเข้าร่วมการแข่งเช่นกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ที่นำปืนซุ่มยิง M110A1 CSASS/SDMR(Compact Semi Automatic Sniper System/Squad Designated Marksman Rifle) ขนาด 7.62x51mm และปืนซุ่มยิง M2010 ESR(Enhanced Sniper Rifle) เป็นต้น ทีมจากประเทศอื่นได้ใช้ปืนซุ่มยิง K14 ของกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี(Republic of Korea Armed Forces) ในการแข่งขัน 
รวมถึงทีมพลซุ่มยิงของกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) จากกรมรบพิเศษที่๓ รพศ.๓(3rd Special Operations Regiment) กองพลรบพิเศษที่๑ พล.รพศ.๑(1st Special Forces Division) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(SWCOM: Special Warfare Command) ที่เป็นหน่วยรบหนึ่งของไทยมีขีดความสามารถและประสบการณ์รบจริงสูงมาก(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/mod-challenge-2025.html)
การแข่งขันพลซุ่มยิงนานาชาติเกาหลี 2nd K-ISC ในปี 2025 นี้มีสถานีการแข่งที่หลากหลากตั้งแต่การยิงในสนามฝึกภายในอาคาร การยิงในสนามยิงกลางแจ้งโดยย้ายที่ตั้งและจากที่กำบังจำกัดทัศนวิสัย และการยิงเป้าที่กำลังเคลื่อนที่ที่ติดกับ drone ในป่าเป็นต้น แม้ว่าผลการแข่งขันทีมที่ชนะส่วนใหญ่จะเป็นทีมของสาธารณรัฐเกาหลีเจ้าภาพ แต่กองทัพบกไทยก็ได้รับประสบการณ์และมิตรภาพในการแข่งร่วมกับเจ้าภาพและนานาประเทศครับ

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568

รัสเซียเสนอรถรบทหารราบ BMP-3 รุ่นปรับปรุงใหม่แก่ประเทศต่างๆในเอเชีย-แปซิฟิก

Special Report: Russia offers upgraded BMP-3 to Asia-Pacific countries





The upgraded BMP-3 IFV is seen displayed at VIDEX 2024 in Hanoi, Vietnam. (Linh Pham/AFP via Getty Images, Rosoboronexport)

รัสเซียกำลังเสนอรถรบทหารราบ BMP-3 IFV(Infantry Fighting Vehicle) รุ่นปรับปรุงใหม่ของตนที่ผลิตโดย High Precision Systems รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหาร
ในเครือ Rostec กลุ่มรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย เพื่อส่งออกแก่ลูกค้าต่างๆในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/30mm-57mm.html)

โฆษกของ Rosoboronexport หน่วยงานด้านการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียซึ่งยังอยู่ในเครือ Rostec รัสเซียเช่นกันได้กล่าวกับ Janes ล่าสุดว่า
รถรุ่นปรับปรุงและรถรุ่นใหม่ในตระกูลรถรบทหารราบ BMP-3 IFV กำลังมุ่งเป้าไปที่การสนับสนุนความพยายามในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จะปรับปรุงความทันสมัยกองกำลังยานเกราะ

ตามข้อมูลจากโฆษก Rosoboronexport รัสเซีย พื้นฐานรถรบทหารราบ BMP-3 IFV ได้รับการเพิ่มขยายหลายๆอย่าง รวมถึงการบูรณาการของชุดคำสั่ง firmware ที่ทำให้รถสามารถปฏิบัติการอย่างอัตโนมัติได้
โฆษก Rosoboronexport รัสเซียกล่าวว่ารถรบทหารราบ BMP-3 IFV ได้ถูกดัดแปลงภายหลัง "โดยการคำนึงประสบการณ์ในการนำมาใช้ในการรบ"

รถรบทหารราบ BMP-3 IFV รุ่นปรับปรุงใหม่ได้ถูกนำมาจัดแสดงในงานแสดง Vietnam International Defence Expo(VIDEX) 2024 ที่จัดขึ้นในนครหลวง Hanoi ระหว่างวันที่ 19-22 ธันวาคม 2024
ในเอเชีย-แปซิฟิกรถรบทหารราบ BMP-3 IFV ได้ถูกนำเข้าประจำการแล้วโดยอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2019/04/bt-3f-bmp-3f-pandur-ii.html) และสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2015/04/bmp-3-t-80u.html) 

ขณะที่กองทัพบกประชาชนเวียดนาม(VPA: Vietnam People's Army) มีประจำการด้วยกองกำลังรถรบทหารราบ BMP-1 IFV และรถรบทหารราบ BMP-2 IFV ผสมกันจำนวนหลายร้อยคัน
ที่ถูกจัดหามาตั้งแต่ปลายปี 1970s(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/80-hanoi.html), กองทัพบกกัมพูชา(Royal Cambodian Army) ยังมีประจำการด้วยรถรบทหารราบ BMP-1 IFV รุ่นเก่ากว่า 

ตามข้อมูลจาก Janes World Navies นาวิกโยธินอินโดนีเซีย(Indonesian Marine Corps, KORMAR: Korps Marinir) มีประจำการด้วยรถรบทหารราบ BMP-3F IFV จำนวน 54คันซึ่งเป็นรุ่นสะเทินน้ำสะเทินบกของ BMP-3 
ที่ถูกจัดหาจากรัสเซียในสองระยะในปี 2008 และปี 2012 นาวิกโยธินอินโดนีเซียยังมีประจำการด้วยรถเกราะลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก BT-3F APC(Armoured Personnel Carrier) จำนวน 54คัน ซึ่งมีพื้นฐานจาก BMP-3

ตามข้อมูลจาก Janes World Armies กองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี(RoKA: Republic of Korea Army) มีประจำการด้วยรถรบทหารราบ BMP-3 IFV จำนวน 70คันตั้งแต่ปี 1996
เช่นเดียวกับรถถังหลัก T-80U จำนวน 33คัน และรถถังหลักที่บังคับการ T-80UK จำนวน 2คันที่จัดหาจากรัสเซียเช่นกันที่ถูกใช้ในการฝึกเป็นหน่วยข้าศึกสมมุติ(aggressor) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568

เวียดนามแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ในพิธีสวนสนามวันชาติครบรอบ 80ปีที่ Hanoi

Special Report: Vietnam displays new military equipment in Hanoi parade







VPA T-90S, T-62M, T-55M3 and T-54/55 tanks, XCB-01 and BMP-2 IFVs, and XTC-02 APCs displayed during Vietnam's military parade in Hanoi on 2 September to mark the country's 80th National Day. (Nhac Nguyen/AFP via Getty Images)



เวียดนามได้จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ที่พัฒนาภายในประเทศหลากหลายแบบ ณ พิธีสวนสนามครบรอบ 80ปีวันชาติเวียดนามที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2025 ในนครหลวง Hanoi
ระบบต่างๆเหล่านี้ซึ่งทั้งหมดน่าจะถูกนำเข้าประจำการในกองทัพประชาชนเวียดนาม(Vietnam People's Armed Forces, LLVTNDVN: Lực lượng Vũ trang nhân dân Việt Nam) รวมถึง

รถเกราะลำเลียงพลล้อยาง XTC-02 4x4 APC(Armoured Personnel Carrier), รถรบทหารราบสายพาน XCB-01 IFV(Infantry Fighting Vehicle), ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันชายฝั่ง VCS-01 Truong Son 
และอาวุธนำวิถีร่อนทางยุทธวิธี(loitering munition) แบบ VU-C2 การจัดแสดงระบบอาวุธต่างที่พัฒนาในเวียดนามเหล่านี้สอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับการตั้งเป้าของเวียดนามที่ร่างเค้าโครงในสมุดปกขาวกลาโหม 2019 ของตน

สมุดปกขาวกลาโหม 2019 ของเวียดนามมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพประชาชนเวียดนาม และลดการพึ่งพาแหล่งจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์รายต่างๆจากต่างประเทศ
ผู้ผลิตและจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารดั้งเดิมของเวียดนามคือรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/blog-post.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/01/t-90s.html)

ในงานสวนสนามกองทัพบกประชาชนเวียดนาม(VPA: Vietnam People's Army, Quân đội nhân dân Việt Nam) ได้เปิดตัวรถเกราะลำเลียงพลล้อยาง XTC-02 4x4 APC ของตน
ที่ถูกพัฒนาและสร้างโดยกรมการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ(GDDI: General Department of Defence Industry, TCCNQP: Tổng cục Công nghiệp Quốc phòng) ของกระทรวงกลาโหมเวียดนาม

Vietnam.vn ฝ่ายข้อมูลสารสนเทศของรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามกล่าวว่า รถเกราะลำเลียงพลล้อยาง XTC-02 มีความยาว 7.2m กว้าง 2.7m และสูง 2.2m 
ติดตั้งอาวุธปืนกลหนักต่อสู้อากาศยานขนาด 12.7mm และปืนกลขนาด 7.62mm มีความเร็วสูงสุดบนพื้นดินที่ 95 km/h, ในน้ำที่ 12km/h และมีระยะปฏิบัติการที่ 800km Vietnam.vn เวียดนามกล่าว

รถรบทหารราบสายพาน XCB-01 IFV ถูกเปิดตัวในงานแสดง Vietnam International Defence Expo(VIDEX) 2024 ที่จัดขึ้นในนครหลวง Hanoi ระหว่างวันที่ 19-22 ธันวาคม 2024 สร้างโดยโรงงาน Z189 ของ GDDI เวียดนาม
และมีพื้นฐานจากรถรบทหารราบสายพาน BMP-1 IFV ยุคอดีตสหภาพโซเวียด ติดตั้งปืนใหญ่ลำกล้องเรียบขนาด 73mm พร้อมระบบบรรจุกระสุนกึ่งอัตโนมัติ ปืนกลร่วมแกน PKT 7.62mm, แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง B72, และปืนกลหนักต่อสู้อากาศยาน 12.7mm ครับ

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2568

เวียดนามเสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ครบ 12เครื่อง

Vietnam completes acquisition of L-39 Skyfox trainers





Vietnam ordered 12 new Aero Vodochody L-39 Skyfox trainer and light attack aircraft in 2021. (Aero Vodochody)

บริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้กล่าวว่าตนได้เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox จำนวน 12เครื่องที่เวียดนามสั่งจัดหาแล้ว ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2025
บริษัท Aero Vodochody กล่าวว่าควบคู่ไปกับผู้เป็นเจ้าของร่วมของตน Omnipol สาธารณรัฐเช็ก ตนได้เสร็จสิ้นการส่งมอบ L-39 Skyfox ชุดสุดท้ายจำนวน 6เครื่อแก่กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) แล้ว

อย่างไรก็ตามบริษัท Aero Vodochody ไม่ได้ระบุว่าการส่งมอบได้เสร็จสิ้นเมื่อไร เวียดนามได้สั่งจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox จำนวน 12เครื่องในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/l-39ng-12.html) 
กองทัพอากาศประชาชนเวียดนามมีเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ทั้งหมดจำนวน 6เครื่องในประจำการในเดือนสิงหาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/l-39ng-6-12.html)

ตามข้อมูลจาก Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็ก "ประสบการณ์ที่มีมายาวนาน" ของกองทัพอากาศประชาชนเวียดนามกับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39C รุ่นเก่าที่ถูกนำเข้าประจำการในปี 1981 ได้ช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่ L-39 Skyfox
นักบินกองทัพอากาศประชาชนเวียดนามได้รับ "การช่วยเหลือในการทำเรื่องนั้น ตัวอย่างเช่น สิ่งอำนวยความสะดวกการฝึกนักบินภาคพื้นดิน, ระบบช่วยเหลือกการเรียนรู้ด้วย computer, เครื่องจำลองขั้นตอนการทำงานใน cabin และเครื่องจำลองการบินภารกิจเต็มรูปแบบ"

"การฝึกใหม่ของเหล่านักบินเวียดนามบนเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox รวมถึงการฝึกครูการบิน เริ่มต้นด้วยการฝึกดนักบินกลุ่มแรกเป็นเวลาประมาณ 250ชั่วโมงบิน" บริษัท Aero Vodochody กล่าวในแถลงการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025
เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ติดตั้งด้วยห้องนักบินแบบ glass cockpit เต็มรูปแบบด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่สองจอ, จอแสดงผลโปร่งใส และระบบคันบังคับและคันเร่งแบบ HOTAS(Hands-on Throttle and Stick)

ตามข้อมูลจาก Aero Vodochody ระบบการฝึกเสมือนจริง VTS(Virtual Training System) ยังสามารถที่จะจำลอง "สถานการณ์การฝึกที่ซับซ้อนโดยปราศจากความจำเป็นสำหรับเครื่องบินเพิ่มเติมในอากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aero-vodochody-l-39-skyfox.html) 
ในบทบาทเครื่องบินโจมตีเบา L-39 Skyfox มีตำบลอาวุธ 5จุดแข็ง(เทียบกับ 2จุดแข็งสำหรับ L-39 รุ่นพื้นฐาน) สามารถที่จะบรรทุกภารกรรมบรรทุก(payload) ทั้งอาวุธและอุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีตัวเลือกสำหรับกระเปาะปืนใหญ่อากาศ gun pod ด้วย

L-39 Skyfox รุ่นล่าสุด(เดิมชื่อเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG)(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/l-39ng-l-39-skyfox.html) มีคุณลักษณะติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Williams International FJ44-4M ที่ให้กำลังขับสูงกว่า, ปีกแบบมีถังเชื้อเพลิงภายใน wet wing, ห้องนักบินแบบสมัยใหม่ และโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ที่เบากว่ารุ่นก่อนหน้าของมัน
ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Aircraft: Development & Production เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีความเร็วสูงสุดที่ 420knots, น้ำหนักบรรทุกที่ 1,200kg, ระยะเวลาการปฏิบัติการที่ 4.5ชั่วโมง, ระยะทำการบินที่ 1,400nmi และมีเพดานบินปฏิบัติการที่ 38,000feet มีรายงานว่ามีราคาในการจัดหาที่น้อยกว่าเครื่องละ $10 million ครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

Aero Vodochody ส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox เครื่องแรกสำหรับการฝึกของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก

Aero delivers first L-39 Skyfox for Czech Air Force training





The state-owned enterprise LOM Praha took delivery of the first L-39 Skyfox training aircraft for use at the Pardubice Flight Training Centre in the Czech Republic, it was announced on 22 January. (Aero Vodochody)

บริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้ส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox เครื่องแรกแก่ LOM Praha รัฐวิสาหกิจด้านการบินของสาธารณรัฐเช็กสำหรับการฝึกนักบินของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády Ceské Republiky)
กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็กประกาศเหตุการณ์นี้เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2025 กล่าวว่า เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้น L-39 Skyfox จำนวน 2เครื่องแรกจะถูกนำมาใช้งานกับศูนย์ฝึกการบิน Pardubice Flight Training Centre โดยเร็วๆนี้

เปรียบเทียบกับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 รุ่นพื้นฐานซึ่งถูกทดแทนในการฝึกของนักบินกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox รุ่นล่าสุด(เดิมชื่อเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG)(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/l-39ng-l-39-skyfox.html)
มีคุณลักษณะติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Williams International FJ44-4M ที่ให้กำลังขับสูงกว่า, ปีกแบบมีถังเชื้อเพลิงภายใน wet wing, ห้องนักบินแบบสมัยใหม่ และโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ที่เบากว่ารุ่นก่อนหน้าของมัน 

ในบทบาทเครื่องบินโจมตีเบา L-39 Skyfox มีตำบลอาวุธ 5จุดแข็ง(เทียบกับ 2จุดแข็งสำหรับ L-39 รุ่นพื้นฐาน) สามารถที่จะบรรทุกภารกรรมบรรทุก(payload) ทั้งอาวุธและอุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีตัวเลือกสำหรับกระเปาะปืนใหญ่อากาศ gun pod ด้วย
ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Aircraft: Development & Production เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีความเร็วสูงสุดที่ 420knots, น้ำหนักบรรทุกที่ 1,200kg, ระยะเวลาการปฏิบัติการที่ 4.5ชั่วโมง, ระยะทำการบินที่ 1,400nmi และมีเพดานบินปฏิบัติการที่ 38,000feet 

มีรายงานว่าเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีราคาในการจัดหาที่น้อยกว่าเครื่องละ $10 million ตามที่เครื่องในสายการผลิตมาตรฐานเครื่องแรกเปิดตัวในปี 2023 บริษัท Aero Vodochody กล่าวขณะนั้นว่าตนได้รับคำสั่งจัดหาแล้วจำนวน 34เครื่อง 
ตามข้อมูลจาก Aero Vodochody ในเวลานั้นกล่าวว่าภายในสองปีตนจะสามารถผลิตเครื่องบินไอพ่น L-39 Skyfox ได้ที่ 24เครื่องต่อปีจากสายการผลิตที่ได้รับมอบหมายล่าสุดของตน(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/l-39ng.html) 

นอกจาก LOM Praha สาธารณรัฐเช็กและกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก ผู้ใช้งานส่งออกของ L-39 Skyfox รวมถึงฝูงบินผาดแผลงเอกชน Breitling Jet Team ฝรั่งเศส, ฝูงบินผาดแผลง Black Diamond Jet Team ของบริษัท Draken International สหรัฐฯ, 
กองทัพอากาศฮังการี(Hungarian Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/l-39ng.html), กองทัพอากาศเซเนกัล(Senegalese Air Force), บริษัท SkyTech โปรตุเกส, บริษัท RSW สหรัฐฯ 

และกองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ที่เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา L-39 Skyfox ใหม่จะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39C รุ่นเก่าซึ่งเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1980 
โดยคาดว่าจะได้รับมอบครบจำนวน 12เครื่องที่สั่งจัดหาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 แล้วเมื่อสิ้นปี 2024 ที่ผ่านมาครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/l-39ng-6-12.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/02/l-39ng.html)