วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ยูเครนปฏิรูปกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานของตนโดยรวม Antonov เข้าเป็นเครือเดียวกันกับภาคส่วนต่างๆ

Antonov An-178 at ILA Berlin Air Show 2016 1-4 June
https://www.facebook.com/ukroboronprom

UKROBORONPROM AIRCRAFT CLUSTER: REFORM OF THE AVIATION INDUSTRY OF UKRAINE
http://ukroboronprom.com.ua/en/en-litakobudivnyj-klaster-ukroboronpromu-reforma-aviatsijnoyi-promyslovosti-ukrayiny.html

Ukroboronprom รัฐวิสาหกิจกลุ่มเครืออุตสาหกรรมความมั่นคงของรัฐบาลยูเครนได้ประกาศแผนปฏิรูปกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานของยูเครน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงระบบอุตสาหกรรมความมั่นคงในประเทศ
โดยได้มีการจัดตั้ง Ukrainian Aircraft Corporation เครือบรรษัทอากาศยานยูเครนเป็นหน่วยงานใหม่ที่รวมบริษัทและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอากาศยานของยูเครนเข้าไว้ด้วยกัน

Ukrainian Aircraft Corporation(UAC) มีบริษัท Antonov ผู้พัฒนาและผลิตอากาศยานรายหลักของยูเครนเป็นหน่วยงานหลัก และประกอบกับภาคส่วนอื่นๆ อาทิเช่น
UKRNIIAT(Ukrainian Scientific-Research Institute of Aviation Technology) สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์เทคโลยีอากาศยานยูเครน, รัฐวิสาหกิจ Novator, โรงงานสร้างเครื่องจักร Kharkiv, สำนักออกแบบรวม Kharkiv และ โรงงาน Mayak
หลังจากกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานกลุ่มแรกเหล่านี้(หน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ) จะมีการขยายเพื่อเปิดให้ผู้ประกอบอื่นๆทุกประเภท(เช่นบริษัทเอกชน)เข้าร่วมเครือบรรษัทได้

Ukroboronprom กล่าวว่าประสบการณ์ความสำเร็จในการบริหารจัดการดังกล่าวเห็นได้ในทางปฏิบัติจากบริษัทอุตสาหกรรมอากาศยานนานาชาติรายใหญ่ เช่น Boeing และ Airbus
กลุ่มเครืออุตสาหกรรมอากาศยานที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้จะเป็นกลไกที่ทรงพลังในการประสานงานการพัฒนา, การบูรณาการเข้าสู่ตลาดสากล, การเข้าสู่มาตรฐานนานาชาติ,
ที่จะร่วมกับหุ้นส่วนจากภาคส่วนเอกชนและโรงงานที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นของรัฐ ที่จะเร่งความเร็วกระบวนการทดแทนการนำเข้า ผลักดันการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ของเศรษฐกิจของชาติในภาพรวม

ข้อได้เปรียบหลักของการร่วมกลุ่มเครือคือ เมื่อร่วมกลุ่มกัน ผู้ประกอบการจะสามารถวางแผนสายการผลิต, การจัดซื้อ และแผนการตลาดร่วมได้
"เราจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเชิงบวกโดยการรวมโรงงานการผลิตของผู้ประกอบการเข้ารวมกับเครือบรรษัท และลดระดับจำนวนของการบริการและบริหารจัดการที่ซ้ำซ้อนกัน" Roman Romanov ผู้อำนวยการทั่วไปของ Ukroboronprom กล่าว โดยเขากล่าวเพิ่มเติมว่าจะมีการเพิ่มกลุ่มรัฐวิสากิจและหน่วยงานรัฐประเภทอื่นๆเข้าเป็นกลุ่มผู้ประประกอบในเครือใหม่ต่างๆอีกครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การสอบถามข้อมูลเปิดเผยเรือพิฆาตชั้น Type 45 กองทัพเรืออังกฤษจะแทบไม่มีความน่าเชื่อถือเลยเมื่อปฏิบัติการในเขตทะเลน้ำอุ่น

Inquiry reveals UK's Type 45 destroyers are even less reliable in warm water
HMS Daring, the first Type 45, seen as it began sea trials in 2007. Source: Royal Navy
http://www.janes.com/article/61089/inquiry-reveals-uk-s-type-45-destroyers-are-even-less-reliable-in-warm-water

เจ้าหน้าที่อาวุโสในอุตสาหกรรมความมั่นคงได้เปิดเผยข้อมูลระหว่างการยืนยันการสอบถามของรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนว่า
ปัญหาที่พบในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าบูรณาการ(IEP: Integrated Electric Propulsion) ที่ใช้งานเรือพิฆาตชั้น Type 45 ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) นั้น
จะทำให้เรือมีปัญหาอย่างเฉียบพลันเมื่อต้องปฏิบัติการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นเช่นในอ่าว(ทะเลเขตร้อน เช่น อ่าวเปอร์เซีย)

Tomas Leahy เจ้าหน้าที่ของบริษัท Rolls Royce ได้อ้างว่ากระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรล้มเหลวในการระบุคุณสมบัติของเรือพิฆาต Type 45 ว่าควรจะต้องสามารถปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมอบอุ่นได้
"เคยมีการกำหนดคุณสมบัติสำหรับเรือพิฆาต Type 45 ว่าเครื่องยนต์จะต้องตรงตามคุณสมบัติดังกล่าว แล้วสภาพในอ่าวนั้นสอดคล้องกับคุณสมบัตินั้นหรือไม่? ไม่พวกมันไม่
ดังนั้นอุปกรณ์ที่ต้องมีการถูกใช้งานในสภาพที่ยากลำบากมากขึ้นนั้นไกลเกินกว่าคุณสมบัติความต้องการที่ระบุไว้แต่แรก" นาย Leahy กล่าวในการซักถาม โดย John Hudson ผู้อำนวยการการจัดการบริษัท BAE Systems Maritime ก็ได้กล่าวว่า
"รายละเอียดการดำเนินการที่ถูกพิจารณาในเวลานั้น(การกำหนดคุณสมบัติของเรือพิฆาต Type 45) คือจะไม่มีการใช้ปฏิบัติการซ้ำและต่อเนื่องในอ่าว มันไม่ได้ถูกออกแบบอย่างชัดเจนหรือเป็นการเฉพาะสำหรับการปฏิบัติการในอ่าว"

นาย Hudson ยังได้กล่าวอีกว่า แม้กระนั้น BAE Systems ยังคงพยายามที่จะออกแบบเรือให้พบประสบการณ์ "การเสื่อมสภาพอย่างสวยงาม" ในประสิทธิภาพของเรือที่อุณหภูมิสูง แต่ก็เสริมว่าแน่นอนในทางตรงกันข้ามมันเคยเกิดขึ้นแล้ว
"สิ่งที่เราพบในอ่าวคือมันใช้เวลาเล็กน้อยที่เครื่องยนต์ Gas Turbine จะเข้าสู่พื้นที่การทำงานที่ต่ำกว่าย่านเหมาะสมสำหรับตัวเครื่องยนต์
นอกนั้นเรายังพบว่าในหน่วยขับเคลื่อนอย่างที่ระบบระบายความร้อนได้สร้างการควบแน่นภายในหน่วยขับเคลื่อน ซึ่งจะทำให้เกิดความผิดพลาดและเกิดความล้มเหลวในระบบไฟฟ้าขึ้นได้"
นาย Hudson กล่าวว่า เมื่อระบบไฟฟ้าล้มเหลวมันจะทิ้งให้เรือพิฆาต Type 45 ไม่สามารถใช้งานทั้งระบบขับเคลื่อน, ระบบตรวจจับ หรือระบบอาวุธได้

นาย Leahy ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหานี้ควรจะเป็นประสบการณ์สำหรับเครื่องยนต์ Gas Turbine ทั้งหมด ไม่ใช่แต่เฉพาะกับเครื่องยนต์ Rolls Royce WR-21 ที่ติดตั้งกับเรือพิฆาต Type 45 เท่านั้น
"มันไม่ใช่ความผิดของเครื่องยนต์ WR-21 ถึงต่อให้มันเคยเป็นเครื่องยนต์ Gas Turbine ระบบ Simple Cycle มันก็จะยังคงพบกับชะตากรรมเช่นเดียวกันในสภาพเดียวกันนี้อยู่ดี มันเป็นกฎทางฟิสิกส์" นาย Leahy กล่าว
เรือพิฆาตชั้น Type 45 หรือเรือพิฆาตชั้น Daring เป็นเรือพิฆาตป้องกันภัยทางอากาศที่มีสมรรถนะสูงสุดและทันสมัยที่สุดที่ประจำการในกองทัพเรืออังกฤษในปัจจุบัน โดยเรือพิฆาต Type 45 ทั้ง 6ลำเข้าประจำการในกองทัพเรืออังกฤษตั้งแต่ช่วงปี 2009-2013 ครับ

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Elbit อิสราเอลเปิดตัวหมวกพลประจำรถติดจอแสดงผล IronVision

IronVision Helmet Provides Sight Through Armored Tanks
(photo: Elbit)
http://www.defensenews.com/story/defense/land/2016/06/08/elbit-helmet-ironvision/85592560/

บริษัท Elbit Systems อิสราเอลผู้พัฒนาหมวกนักบินติดระบบจอแสดงผล HMS(Helmet Mounted System) ที่ถูกเลือกใช้งานร่วมกับเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินขับไล่หลายแบบทั่วโลก รวมถึงเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 รุ่นล่าสุด F-35 Lightning II
ได้เปิดตัวนวัตกรรมระบบหมวกสนามสำหรับพลประจำรถแบบใหม่ล่าสุดที่จะแสดงผลข้อมูลให้ผู้บังคับการรถถังสามารถมองทะลุตัวรถเพื่อตรวจการณ์สถานการณ์ภายนอกตัวรถโดยไม่ต้องนำตนเองออกมานอกตัวรถได้
ระบบหมวกพลประจำรถรบแบบนี้ถูกเรียกว่า IronVision ซึ่งพัฒนาปรับปรุงจากหมวกนักบิน HMS โดยใช้แผ่นแก้ว protective glass walls ในการแสดงผลข้อมูลต่อสายตาของพลประจำรถถังและพลประจำรถหุ้มเกราะที่สวมหมวก
โดยที่พลประจำรบสามารถปฏิบัติการดำเนินกลยุทธ์ในพื้นที่ที่มีภัยคุกคามสูงแบบปิดป้อมรบได้ ตามที่ Boaz Cohen ผู้อำนวยการแผนกระบบภาคพื้นดินของ Elbit ให้ข้อมูล

"สงครามภาคพื้นดินได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมากๆในช่วง 15-20ปีมานี้ จากการรบในพื้นที่เปิดโล่งมาเป็นการรบในพื้นที่สิ่งปลูกสร้างในเมืองที่สลับซับซ้อน เราเชื่อว่า IronVision จะเปลี่ยนวิถีการดำเนินกลยุทธ์ของกองกำลังภาคพื้นดินที่ต้องสู้รบในสภาพแวดล้อมใหม่นี้"
นาย Cohen กล่าวกับ Defense News ในการให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานใหญ่ของ Elbit
นาย Cohen ให้ข้อมูลว่าระบบหมวกพลประจำรถรบนี้ได้ใช้ Technology ที่นำมาจากระบบที่พัฒนาใช้ในระบบของอากาศยาน ซึ่งทำให้ผู้สวมหมวกสามารถมอง "ทะลุผ่าน" เกราะของรถของตนเพื่อค้นหา, พิสูจน์ทราบ, ติดตาม และโจมตีกองกำลังข้าศึกและภัยคุกคามต่างๆได้
"เมื่อกำลังรบได้รับการป้องกัน พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่ต้องยิงมากเกินไปนัก นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดในการรบในเขตเมือง เมื่อเราไม่ต้องการที่จะยิงไปทั่วทุกพื้นที่และฆ่าพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้อง" เขากล่าว
Elbit มีแผนที่จะทำการสาธิตระบบนี้ที่งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Eurosatory 2016 ที่ Paris ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน ที่จะถึงนี้

ตามข้อมูลของ Elbit หมวกพลประจำรถ IronVision จะแสดงผลแบบ 360องศา แสดงผลภาพความละเอียดสูงที่ได้จากแหล่งข้อมูลระบบ Digital รอบตัวรถ
ซึ่งแสดงผลเป็นภาพสีความคมชัดสูงเต็มรูปแบบเพียงพอที่จะติดตามหน่วยรบพิเศษ Commando แต่ละนายที่กำลังคลานอยู่ห่างจากรถข้าศึกไม่กี่เมตรได้ถึงระยะ 300m ขึ้นไป
ทั้งนี้นาย Cohen ทราบดีว่าในมุมมองผู้ใช้งานมันต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับตัวเข้ากับแนวคิดการปฏิบัติการแบบปิดป้อมรบ โดยเฉพาะเมื่อกำลังพลถูกฝึกมาหลายทศวรรษว่าการเป็นผู้นำและการหยั่งรู้สถานการณ์อย่างเต็มที่หัวของผู้บัญชาการจะต้องอยู่นอกตัวรถถัง
"ผมยอมรับว่ามันดีกว่าที่จะให้หัวคุณอยู่ข้างนอกในภารกิจรักษาสันติภาพที่คุณต้องการจะแสดงตนให้เห็น แต่เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่มีภัยคุกคามสูง คำถามคือคุณจะให้หัวคุณอยู่ข้างนอกแล้วรอดได้ไหม? ในนาทีที่พลซุ่มยิงยิงโดนผู้บังคับการรถถัง ทุกคนเข้าไปข้างใน!" เขากล่าวครับ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กองทัพบกโปแลนด์จะจัดหาปืนเล็กยาวจู่โจม WZ 96C Beryl หลายหมื่นกระบอก

Polish Army to procure thousands of Beryl WZ 96C automatic rifles
The new WZ 96C Beryl and Mini Beryl will standardize the Polish Armed Forces assault rifles, replacing the WZ 88, AK and AKM series, until the induction of the MSBS rifle currently under development  at FB Radom (Photo: FB Radom)
http://www.armyrecognition.com/june_2016_global_defense_security_news_industry/polish_army_to_procure_thousands_of_beryl_wz_96c_automatic_rifles_40806161.html

กองทัพบกโปแลนด์จะสั่งจัดหาปืนเล็กยาวจู่โจมตระกูล Beryl ขนาด 5.56x45 NATO ซึ่งผลิตโดยบริษัท Fabryka Broni Lucznik Radom(FB Radom) โปแลนด์จำนวนรวม 26,021กระบอก
โดยสัญญาจัดหาแบ่งเป็นปืนเล็กยาว WZ 96C Beryl จำนวน 17,621กระบอก และปืนเล็กสั้น WZ 96C Mini Beryl จำนวน 8,400กระบอก วงเงินรวมราว $39.4 million

นอกจากนี้ปืนเล็กยาว WZ 96A และปืนเล็กยาว WZ 96B รุ่นเก่าที่กองทัพบกโปแลนด์จัดหามาแล้วหลายปีก่อนหน้าจะได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐานรุ่น WZ 96C ทั้งหมด
การส่งมอบปืนเล็กยาว WZ 96C Beryl จะเริ่มต้นภายในปี 2016 นี้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2019 ซึ่งจะทำให้บริษัท FB Radom สามารถคงสายการผลิตปืนเล็กตระกูลนี้ไปอีกหลายปี จนกว่าปืนเล็กยาว MSBS รุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่จะถูกนำเข้าประจำการในกองทัพโปแลนด์
ทั้งนี้กองทัพบกโปแลนด์จะนำปืนเล็กยาว WZ 96C Beryl เข้าประจำการเป็นอาวุธประจำกายของทหารทดแทนปืนรุ่นเก่าทั้งปืนเล็กยาว AK และ AKM ขนาด 7.62x39mm และ WZ 88 Tantal ขนาด 5.45x39mm ที่ยังคงประจำการอยู่จนถึงตอนนี้

ปืนเล็กยาว WZ 96 Beryl ถูกออกแบบเมื่อช่วงกลางปี 1990s โดยมีพื้นฐานจากปืนเล็กยาว AK-47 รัสเซีย โดย WZ 96C เป็นปืนรุ่นที่สามซึ่่งมีคุณสมบัติส่วนต่างๆของปืนออกแบบตามปืนเล็กยาวตะวันตกรุ่นใหม่
เช่น ราง Picatinny สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมอย่างกล้องช่วยเล็งรุ่นใหม่, พานท้ายปืนแบบปรับระดับพับยืดหดได้, ปรับปรุงด้ามจับและปลอกกรองมือใหม่, ด้ามจับแนวดิ่งด้านหน้าสำหรับการรบระยะประชิด CQC และซองกระสุนพลาสติกใส เป็นต้นครับ

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กองทัพอากาศพม่าจะให้รัสเซียซ่อมเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P 4เครื่อง และพม่านำอากาศยานไร้คนขับปฏิบัติการโจมตีกองกำลังชนกลุ่มน้อย

Russian Helicopters to repair four Myanmarese Mi-24Ps
http://www.janes.com/article/60999/russian-helicopters-to-repair-four-myanmarese-mi-24ps

Mi-35P Attack Helicopter Myanmar Air Force (mmmilitary.blogspot.com)

บริษัท Russian Helicopters ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Rostec รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมความมั่นคงของรัฐบาลรัสเซียได้ลงนามสัญญาในการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P (Mi-24P รุ่นส่งออก NATO กำหนดรหัส Hind-F) ของกองทัพอากาศพม่า(Tatmadaw Lay) จำนวน 4เครื่อง
ทาง Rostec รัสเซียกล่าวว่า ฮ.โจมตี Mi-35P กองทัพอากาศพม่า 1เครื่องจะดำเนินการซ่อมที่มหานคร Saint Petersburg รัสเซีย ขณะที่อีก 3เครื่องจะดำเนินการซ่อมในพม่าโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท
โดยทางบริษัทได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าข้อตกลงเพิ่มเติมอื่นๆอาจจะใกล้บรรลุผลเมื่องานนี้ประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์
ทั้งนี้รัสเซียได้ให้ข้อมูลต่อสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ(United Nations Office for Disarmament Affairs) ว่าได้ส่งออกเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P ให้พม่า 4เครื่องในปี 2010 และเพิ่มเติมอีก 4เครื่องในปี 2011

กองทัพอากาศพม่ามีความต้องการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีโดยให้ความสนใจ ฮ.โจมตี Hind ของรัสเซียมาตั้งแต่ต้นปี 2000s โดยกองทัพอากาศพม่าได้จัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P ชุดแรกจากรัสเซียในราวปี 2010-2011
มีรายงานการพบเห็นว่ากองทัพอากาศพม่าได้นำ ฮ.โจมตี Mi-35P เข้าปฏิบัติการรบจริงครั้งแรกในภารกิจโจมตีที่มั่นกองกำลังติดอาวุธคะฉิ่น KIA ในรัฐคะฉิ่นทางตอนเหนือติดพรมแดนจีนปี 2013 และอีกหลายๆพื้นที่สู้รบเช่นในรัฐฉาน)
จากภาพการซ้อมรบร่วมของกองทัพพม่าหรือภาพจากปฏิบัติการรบกับกองกำลังชนกลุ่มน้อย เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P กองทัพอากาศพม่าจะติดตั้งอาวุธโจมตีคือ ปืนใหญ่อากาศ 30mm แฝดสองที่หัวเครื่องด้านขวา และกระเปาะจรวดไม่นำวิถี S-5 57mm ที่คานอาวุธข้างลำตัวเป็นต้น
แต่ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานและภาพยืนยันออกมาว่ากองทัพอากาศพม่าได้จัดหาระบบอาวุธแบบอื่น เช่น อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อสู้รถถังสำหรับติดตั้งกับ ฮ.โจมตี Mi-35P Hind-F ของตนหรือไม่ครับ

Myanmar deployment of combat-capable UAVs in counter-insurgency role confirmed
http://www.janes.com/article/61022/myanmar-deployment-of-combat-capable-uavs-in-counter-insurgency-role-confirmed



CH-3A UCAV Myanmar Air Force
http://defence.pk/threads/myanmar-acquired-ch-3a-ucavs-from-china.408227/

สงครามภายในระหว่างกองทัพพม่าและกองกำลังชนกลุ่มหลายกลุ่มซึ่งยาวนานเกือบ 70ปี ถึงแม้ว่าจะมีหลายกลุ่มที่เข้าร่วมลงนามสัญญาสันติภาพและหยุดยิงกับรัฐบาลกลางพม่าบ้างแล้วก็ตาม
แต่ล่าสุดมีรายงานยืนยันว่ากองทัพพม่าได้มีการนำอากาศยานรบไร้คนขับ UCAV(Unmanned combat aerial Vehicle) เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังชนกลุ่มน้อยทางตอนเหนือของประเทศ

มีรายงานว่ากองทัพอากาศพม่าได้จัดหาอากาศยานรบไร้คนขับแบบ CH-3A (Cai Hong 3A หรือ Rainbow 3A) จากจีนอย่างน้อย 1ระบบหรือมากกว่า(บางแหล่งอ้างว่าจัดหามา 12ระบบ) ตั้งแต่ปี 2013 หรือปี 2014
โดยมีการพบเห็นอากาศยานรบไร้คนขับ CH-3A กองทัพอากาศพม่านี้ทำการขึ้นบินจากฐานทัพอากาศหรือสนามบินในพม่าเช่นที่ Lashio ในรัฐฉาน หรือ Bhamo ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐคะฉิ่น และฐานทัพอากาศ Meiktila ทางตอนกลางของพม่า
ซึ่งการยืนยันภาพที่เผยแพร่ใน Internet ก่อนหน้านี้ว่ากองทัพอากาศพม่าได้วางกำลัง CH-3A UCAV ทางตอนเหนือของประเทศนั้น น่าจะถูกถ่ายโดยเจ้าหน้าที่ของกองทัพพม่าเองผ่านทางกล้องโทรศัพท์เคลื่อนที่และเผยแพร่ทาง Facebook

อากาศยานรบไร้คนขับตระกูล Cai Hong(CH) หรือ Rainbow พัฒนาโดย China Aerospace Science and Technology Corporation (CASC) สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีหลายรุ่นตั้งแต่ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่
โดยอากาศยานรบไร้คนขับ CH-3A นั้นมีปีกกว้าง 8m มีชั่วโมงบินสูงสุด 6ชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 4,000m พิสัยทำการไกลสุด 960km บรรทุกได้หนักสุด 180kg
ซึ่ง CH-3A สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นนำวิถีด้วย Laser แบบ AR-1(HJ-10 รุ่นสำหรับติดตั้งกับ UCAV) จำนวน 2-4นัด มีหัวรบหนัก 10kg ความเร็ว 1.1mach ระยะยิง 10km ครับ

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ศาลเยอรมนีมีแนวโน้มที่จะสะสางปัญหาปืนเล็กยาว Heckler & Koch G36

German court likely to clear G36
A German regional court has stated it is likely to find in favour of Heckler & Koch in its bid to prove the G36 is not deficient. Source: Bunderswehr
http://www.janes.com/article/60987/german-court-likely-to-clear-g36

ศาลเยอรมันเปิดเผยว่ามันมีแนวโน้มที่จะทำให้บริษัท Heckler & Koch (HK) มีโอกาสในการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อกลับมาพิสูจน์ว่าปืนเล็กยาว G36 ไม่ได้มีข้อบกพร่องเช่นที่ถูกอ้างโดยกระทรวงกลาโหมเยอรมนี
ศาลภูมิภาค Koblenz ได้ระบุเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ตามความเห็นทางกฎหมายเบื้องต้นนั้น ปืนเล็กยาว HK G36 ไม่ได้มีข้อบกพร่องตามบริบทในสัญญาจัดซื้อ ในอีกความหมายหนึ่งกระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้รับสิ่งที่สั่งจัดหาและไม่ได้ร้องเรียนใดๆไปก่อนหน้านี้

"ปืนเล็กยาว G36 ได้ถูกจัดหามาตั้งแต่ปี 1990s แต่มีข้อร้องเรียนออกมาในปี 2011 การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติการและปัจจัยทางสภาพแวดล้อมขณะที่ถูกนำไปใช้งานที่อัฟกานิสถานไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา(โดยกระทรวงกลาโหม)เมื่อมีการสั่งจัดหาเข้าประจำการเพิ่มเติม"
ประธานผู้พิพากษา Ralf Volckmann กล่าว การตัดสินใจสุดท้ายที่กำหนดโดยศาลจะมีขึ้นในวันที่ 2 กันยายน ซึ่งจะทำให้ทั้งบริษัท HK และกระทรวงกลาโหมเยอรมนีมีโอกาสที่จะรับทราบในเรื่องนี้อีกครั้ง
ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้กล่าวว่ามีการทดสอบในห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมกับปืนเล็กยาว G36 เพื่อสนับสนุนมุมมองที่ว่าปืนเล็กยาวนี้ได้รับผลกระทบจากข้อบกพร่องของตัวระบบปืน
HK ได้ดำเนินการตามกฎหมายที่มีข้อมูลผูกมันซึ่งจัดตั้งโดยศาลโดยรายงานเรื่องข้อบกพร่องทางเทคนิคของปืนเล็กยาว Heckler & Koch G36 ว่าไม่ได้มีอยู่ตามความเป็นจริง
การพิจารณาคดีของศาลไม่ได้ครอบคลุมถึงค่าชดเชยใดๆ อย่างไรก็ตามในอดีตทั้งกระทรวงกลาโหมเยอรมนีและ HK ได้กล่าวว่าพวกเขาจะสงวนสิทธิ์ตามกฎหมายในเรื่องนี้ ซึ่งรวมถึงการแสงหาการชดเชยจากแหล่งอื่น

กองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) กำลังมองหาปืนเล็กยาวประจำกายแบบใหม่ทดแทนที่จะเริ่มนำเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป
โดยรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี นาง Ursula von der Leyen เคยกล่าวเมื่อเดือนเมษายนปี 2015 ว่า "ปืนเล็กยาว G36 (ในสถานะปัจจจุบัน) นั้นไม่มีอนาคตในกองทัพเยอรมนีอีกต่อไป"
ความเห็นนี้มีขึ้นหลังการประเมินค่าทางเทคนิคที่รัฐบาลเยอรมนีสนับสนุนทุนให้สถาบันวิจัย Fraunhofer รายงานผลเมื่อเดือนมีนาคม 2015 ว่าปืนเล็กยาว HK G36 ล้มเหลวในการผ่านข้อกำหนดด้านความแม่นยำในการยิงจากการที่ตัวปืนเองเกิดความร้อนสูง(เช่นจากยิงอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง) เช่นเดียวกับที่ปืนมีความแม่นยำลดลงเมื่อสภาพอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมที่จำลองเพิ่มสูงขึ้นด้วยครับ

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สโลวาเกียเปิดตัวรถรบทหารราบล้อยาง Corsac 8x8

Slovakia unveils 8x8 Corsac infantry fighting vehicle
Slovakia's MSM Group has developed the 8x8 Corsac infantry fighting vehicle based on the Pandur II armoured personnel carrier. Source: Miroslav Gyurosi

The Corsac is fitted with the Turra 30 remote control turret armed with a 30 mm automatic gun and two 9M113 Konkurs anti-tank guided missiles. (Miroslav Gyurosi)
http://www.janes.com/article/60810/slovakia-unveils-8x8-corsac-infantry-fighting-vehicle

MSM Group สโลวาเกียเปิดตัวรถรบทหารราบ(IFV: Infantry Fighting Vehicle) ล้อยาง 8x8 ขนส่งทางอากาศได้แบบใหม่
รถหุ้มเกราะล้อยางต้นแบบนี้มีชื่อว่า Corsac มีพื้นฐานมาจากรถเกราะลำเลียงพลล้อยาง Pandur II ของ General Dynamics European Land System (GDELS) Steyr ออสเตรีย
การพัฒนารถต้นแบบนำโดย MSM Group ร่วมกับหุ้นส่วนรายอื่น เช่น EVPU, Konstrukta Defence และ GDELS-Steyr
โดยรถเกราะล้อยาง Corsac ถูกออกแบบให้ตรงตามความต้องการของกองทัพสโลวาเกีย และติดตั้งป้อมปืน Remote แบบ Turra 30

รถรบทหารราบ Corsac 8x8 รถต้นแบบมีมิติขนาด 7.43mx2.67mx2.95m มีความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 0.45m มีกำลังพลประจำรถ 3นายประกอบด้วย ผู้บังคับการรถ, พลขับ, พลยิง บรรทุกกำลังพลทหารราบได้ 6นาย หรือสัมภาระน้ำหนัก 9,500kg
ตัวถังรถมีเกราะป้องกันกระสุนระดับ STANAG 4569 Level 2 และป้องกันแรงระเบิดจากทุ่นระเบิดได้ระดับ STANAG 4569 Level 3A/B รถมีน้ำหนักพร้อมรบ 19.8tons
เกราะป้องกันกระสุนสามารถเพิ่มเติมเป็นระดับ STANAG 4569 Level2 ถึง Level 4 ด้วยเกราะ Ceramic แบบ Applique
ชุดระบบป้องกันนิวเคลียร์, ชีวะ,เคมี (NBC: Nuclear, Biological, and Chemical) ประกอบด้วย ระบบกรองและปรับอากาศ FVZ-98M ระบบตรวจจับสารพิษ RAID XP และชุดกำจัดกัมมันตรังสี OS-3M

รถรบทหารราบ Corsac 8x8 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Cummins ISLe HPCR แบบมี turbo charge กำลัง 450HP ให้กำลังสูงสุด 335kW รอบเครื่อง 1,637Nm
ทำให้รถทำความเร็วบนถนนได้สูงสุด 115km/h ที่พิสัยทำการ 650km และสามารถเคลื่อนที่ขณะลอยตัวในน้ำได้ที่ความเร็ว 10km/h
ระบบอาวุธป้อมปืน Remote แบบ Turra 30 สร้างโดย EVPU สามารถเลือกติดตั้งอาวุธหลักได้เป็นปืนใหญ่กล 2A42 30mm รัสเซีย หรือ Bushmaster Mk44 30mm สหรัฐฯ อาวุธรองสามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งปืนกล 7.62mm หรือปืนกลหนัก 12.7mm
ป้อมปืน Turra 30 ยังสมารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง 9M113 Konkurs (NATO กำหนดรหัส AT-5 Spandrel) รัสเซีย หรือสามารถเลือกติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Rafael SPIKE อิสราเอลได้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กองทัพเรือฟิลิปปินส์ขึ้นระวางประจำการเรืออู่ยกพลขึ้นบก SSV ลำแรกและเรือระบายพล 3ลำ

Philippine Navy commissions first SSV, three landing craft on 118th anniversary
BRP Tarlac during its commissioning ceremony on 1 June 2016, on the occasion of the Philippine Navy's 118th anniversary. Source: Philippine Navy
http://www.janes.com/article/60942/philippine-navy-commissions-first-ssv-three-landing-craft-on-118th-anniversary

สำนักงานประชาสัมพันธ์กองทัพเรือฟิลิปปินส์ได้ให้ข้อมูลกับ Jane's เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนว่า กองทัพเรือฟิลิปปินส์ได้ขึ้นระวางประจำการเรืออู่ยกพลขึ้นบก SSV(Strategic Sealift Vessel) ลำแรกแล้ว
เรือ BRP Tarlac หมายเลข 601 ได้เข้าพิธีขึ้นระวางประจำการที่ Manila เมื่อวันที่ 1มิถุนายน ที่ผ่านเนื่องในโอกาสครบรอบ 188ปี กองทัพเรือฟิลิปปินส์

โดย BRP Tarlac เป็นเรือ SSV ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายเรืออู่ยกพลขึ้นบก(LPD: Landing Platform Dock) ลำแรกจากสองลำที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลงนามสัญญาจัดหากับ PT PAL อู่ต่อเรือรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลอินโดนีเซียวงเงิน $92 million เมื่อเดือนมิถุนายน 2014
ตามข้อมูลจาก Jane's Fighting Ships เรือ SSV ชั้น Tarlac(ใช้แบบแผนจากเรือ LPD ชั้น Makassar กองทัพเรืออินโดนีเซีย ที่ออกแบบโดย Daesan สาธารณรัฐเกาหลี) มีความยาวตัวเรือ 123m ระวางขับน้ำเต็มที่ 11,583tons กำลังพลประจำเรือ 126นาย
สามารถบรรทุกทหารไปกับเรือได้ 500นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลาง 2เครื่องบนลานจอด ทำความเร็วได้สูงสุด 15knots และมีระยะเวลาปฏิบัติการ 30วัน
เรือ SSV ลำที่สองของกองทัพเรือฟิลิปปินส์นั้นกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่อู่ต่อเรือ PT PAL ที่ Surabaya อินโดนีเซีย โดยมีกำหนดส่งมอบช่วงกลางปี 2017

ในวันเดียวกันนั้นกองทัพเรือฟิลิปปินส์ได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือระบายพลใหญ่ 3ลำซึ่งเดิมคือเรือระบายพลใหญ่ชั้น Balikpapan ของกองทัพเรือออสเตรเลียที่ปลดประจำการเมื่อเดือนธันวาคม 2012 และมอบให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ในเดือนมีนาคม 2016
โดย HMAS Wewak(L130), HMAS Betano(L133) และ HMAS Balikpapan(L126) ได้เข้าประจำการในกองทัพเรือฟิลิปปินส์ในชื่อ BRP Waray(288), BRP Iwak(289) และ BRP Agta(290)
ก่อนหน้านั้นคือเดือนสิงหาคม 2015 เรือระบายพลใหญ่ชั้น Balikpapan ของกองทัพเรือออสเตรเลียที่ปลดประจำการแล้ว 2ลำคือ HMAS Brunei(L127) และ HMAS Tarakan(L129) ได้เข้าประจำการในกองทัพเรือฟิลิปปินส์ในชื่อ BRP Ivatan(298) และ BRP Batak (299)
ตามข้อมูลของกองทัพเรือฟิลิปปินส์เรือระบายพลชั้นนี้สามารถลำเลียงรถถังกลางได้ 3คันหรือเทียบเท่า มีพิสัยทำการ 3,000nmi ที่ความเร็ว 10knots

"เรือทั้งหมดที่จัดหามามานี้่ได้เพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ในด้านการลำเลียงกำลังพล, ยุทโธปกรณ์ และให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ"
ข้อความนี้มาจากส่วนหนึ่งของการแถลงการในพิธีครับ

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ญี่ปุ่นและไทยมองหาโอกาสร่วมกันในข้อตกลงการจัดหายุทโธปกรณ์

Japan, Thailand eyeing arms deal
Japanese Maritime Self-Defense Force's P-1 patrol aircraft (Courtesy of Defense Ministry)
http://asia.nikkei.com/Politics-Economy/International-Relations/Japan-Thailand-eyeing-arms-deal

ญี่ปุ่นและไทยกำลังมองหาข้อตกลงร่วมซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงอย่างมีขอบเขตจำกัดร่วมกันของทั้งสองประเทศ
รัฐบาลโตเกียวญี่ปุ่นกำลังพิจารณาถึงสัญญาในการอนุมัติการส่งมอบยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงให้กับไทย และข้อเรียกร้องในความร่วมมือทางวิทยาการ Technology ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
ซึ่งไทยให้ความสนใจในอากาศยานสองแบบของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นคือ เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-1 และเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกกู้ภัยทางทะเล US-2

ShinMaywa US-2(wikipedia.org)

รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการจะให้ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันของไทยและญี่ปุ่นนี้เข้าไปแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นจากสถานการณ์ภายในของไทยและท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯและสหภาพยุโรปต่อไทย
โดยเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น Gen Nakatani ได้เข้าพบ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือข้อตกลงด้านการจัดหายุทโธปกรณ์ร่วมกัน
ในสัญญานั้นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการส่งออกยุทโธปกรณ์จากญี่ปุ่นคือทางไทยจะต้องให้ญี่ปุ่นยินยอมก่อนที่จะส่งมอบหรือจัดส่งอุปกรณ์หรือ Technology ใดๆที่เกี่ยวข้องเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่ได้มีการระบุไว้ในไว้ในสัญญาครั้งแรก

รองนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เคยเข้าชมงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense & Security 2015 เมือเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งมีบริษัทด้านความมั่นคงจากญี่ปุ่นเช่น Kawasaki Heavy Industries และ NEC มาร่วมจัดแสดงในงาน
เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-1 สร้างโดย Kawasaki ถูกออกแบบมาเป็นเพื่อภารกิจค้นหาเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำต่างๆ โดยติดตั้งระบบตรวจจับเสียงของ NEC และเครื่องยนต์ไอพ่นสมรรถนะสูงของ IHI  
เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบก US-2 สร้างโดย ShinMaywa Industries เป็นเครื่องบินที่สามารถบินขึ้นลงในทะเลที่มีความก้าวหน้าสูง มีความเร็วต่ำและมีพิสัยการบินไกล โดยญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการหารือข้อตกลงในการส่งออก US-2 ให้อินเดีย
(เข้าใจว่าถ้าเป็นความสนใจในการจัดหาในส่วนของ กองการบินทหารเรือ กองทัพเรือ Kawasaki P-1 น่าจะมาแทน บ.ตผ.๒ก./ข. P-3T/UP-3T ที่ปลดประจำการไปแล้ว และ ShinMaywa US-2 น่าจะมาแทน บ.ธก.๑ CL-215 ที่มีอายุการใช้งานมานาน)

ญี่ปุ่นได้รับสัญญาการจัดหายุทโธปกรณ์จากประเทศในเอชียตะวันออกเฉียงใต้คือ ฟิลิปปินส์ที่ทำสัญญาเช่าเครื่องบินฝึกใบพัด TC-90(Beechcraft King Air Model 90) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น  คาดว่าจะนำมาใช้ในภารกิจค้นหาและกู้ภัยในกรณีภัยพิบัติ, การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, การตรวจการณ์และแจ้งเตือน ซึ่งญี่ปุ่นกำลังเจรจาข้อตกลงลักษณะเดียวกันกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย

หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้แก้ไขกฎหมายในเดือนเมษายน 2014 เพื่อทำให้ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อส่งออกและเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์กับมิตรประเทศได้มากขึ้นนั้น ญี่ปุ่นก็ได้เริ่มหาแนวทางในการประชาสัมพันธ์และส่งออกยุทโธปกรณ์ของตนกับต่างประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตามในโครงการจัดหาเรือดำน้ำ SEA 1000 ของกองทัพเรือออสเตรเลีย ที่เรือดำน้ำชั้น Soryu ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ให้กับเรือดำน้ำ Shortfin Barracuda Block 1A ของ DCNS ฝรั่งเศสนั้น
เจ้าหน้าระดับสูงในกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นให้ความเห็นว่า "ความพ่ายแพ้นั้นเปิดเผยถึงการขาดประสบการณ์ทางการตลาดของเรา" ครับ

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฝรั่งเศสส่งมอบเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Mistral ลำแรกให้อียิปต์

France hands over first Mistral helicopter carrier to Egypt


ENS Anwar El Sadat 1020



ENS Gamal Abdel Nasser 1010
EPA/EDDY LEMAISTRE

The universal ship, originally built for Russia, has been named ENS Gamal Abdel Nasser 1010 in honor of Egypt’s second president (1954-1970)
http://tass.ru/en/defense/879684

วันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา Emmanuel Gaudez โฆษกบริษัท DCNS ฝรั่งเศสได้กล่าวกับสำนักข่าว TASS ว่า ฝรั่งเศสได้ทำการส่งมอบเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Mistral ลำแรกจากสองลำซึ่งเดิมถูกสร้างสำหรับกองทัพเรือรัสเซียให้กองทัพเรืออียิปต์ ณ เมืองท่า Saint Nazaire แล้ว
"เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ถูกส่งมอบให้อียิปต์อย่างเป็นทางการแล้ว สัปดาห์หน้ามันจะออกจากท่าเรือและตั้งเส้นทางไปยังจุดหมายสุดท้าย" นาย Gaudez กล่าว
แต่เขาหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยว่าอียิปต์ได้จ่ายเงินไปเท่าไรสำหรับเรือเหล่านี้ "มันยังเป็นความลับทางการค้า" นาย Gaudez กล่าว

เรือ LPD(Landing Platform Dock) ชั้น Mistral ทั้งสองลำที่ DCNS ฝรั่งเศสสร้างนี้เดิมที่ถูกสร้างเพื่อเข้าประจำการในกองทัพเรือรัสเซียในชื่อ Vladivostok และ Sevastopol
เรือลำแรกของกองทัพเรืออียิปต์คือ ENS Gamal Abdel Nasser 1010 ได้ถูกตั้งชื่อตามประธานาธิบดีคนที่สองของอียิปต์(ดำรงตำแหน่งปี 1954-1970) ได้ถูกชักธงอียิปต์ขึ้นบนเรือ โดยขณะนี้เรือได้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรืออียิปต์อย่างเป็นทางการแล้ว
ส่วนเรือลำที่สองคือ ENS Anwar El Sadat 1020 ได้ถูกตั้งชื่อตามประธานาธิบดีคนที่สามของอียิปต์(ดำรงตำแหน่งปี 1970-1981) จะถูกส่งมอบเข้าประจำการในกองทัพเรืออียิปต์ตามมาภายหลัง

http://tass.ru/en/infographics/7259

ฝรั่งเศสได้รับสัญญาการสร้างเรือ LPD ชั้น Mistal สองลำให้รัสเซียในฤดูร้อนปี 2011 แต่ในปี 2014 ฝรั่งเศสได้ระงับการส่งมอบเรือให้รัสเซียเพื่อตอบโต้รัสเซียที่เข้าผนวก Crimea และแทรงแซงสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธนิยมรัสเซียในภาค Donbass ต่อสู้กับกองกำลังรัฐบาลยูเครน
ต่อมาเดือนสิงหาคม 2015 ฝรั่งเศสได้บรรลุข้อตกลงกับรัสเซียในการคืนเงิน 949 million Euro พร้อมอุปกรณ์ของรัสเซียทั้งหมดที่ติดตั้งบนเรือชั้น Mistral ทั้งสองลำคืนให้รัสเซีย ทำให้ฝรั่งเศสมีอิสระที่จะดำเนินการใดๆกับเรือทั้งสองลำได้
จากนั้นไม่นานอียิปต์ได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อเรือชั้น Mistral ทั้งสองลำต่อจากฝรั่งเศส โดยมีการลงนามสัญญาที่ Cairo อียิปต์เมื่อเดือนตุลาคม 2015 วงเงินรวม $950 million Euro ซึ่งบางแหล่งข่าวอ้างว่าซาอุดิอาระเบียได้ให้เงินช่วยเหลืออียิปต์ในการซื้อเรือทั้งสองลำครับ