แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Austria แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Austria แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ออสเตรียลงนามจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA อิตาลี 12เครื่อง

Austria finalises M-346 deal with Italy





The Leonardo M-346FA with weapons was showcased at the Farnborough International Airshow 2024. (Getty Images/Jonh Keeble)

ออสเตรียได้บรรลุผลข้อตกลงกับอิตาลีในการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า Leonardo M-346FA(Fighter Attack) จำนวน 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/m-346fa-12.html)
โฆษกของกระทรวงกลาโหมออสเตรีย Michael Bauer ยืนยันเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2025 โดยกล่าวว่า ข้อตกลงวงเงิน 1.5 billion Euros($1.7 billion) สำหรับเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA จำนวน 12เครื่อง

เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Saab 105 ของกองทัพอากาศออสเตรีย(Austrian Air Force, OL: Österreichische Luftstreitkräfte) ได้ถูกลงนามแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/typhoon-saab-105.html)
รวมถึงระบบอาวุธต่างๆ, การดำรงสภาพ, และการฝึก โดยเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA มีราคาต่อเครื่องที่เครื่องละ 80 million Euros ชุดข้อตกลงยังรวมการชดเชย(offset) ทางอุตสาหกรรมต่างๆวงเงิน 400 million Euros ด้วย

ข่าวการเสร็จสิ้นข้อตกลงมีขึ้นให้หลังหกเดือนหลังจากที่ออสเตรียและอิตาลีทั้งสองประเทศได้เห็นชอบในเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งยังรวมตัวเลือกสำหรับเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA เพิ่มเติมอีก 12เครื่อง
ตามเอกสารของกรมการสรรพาวุธทางอากาศและความสมควรเดินอากาศอิตาลี(Italian Air Armaments and Airworthiness Directorate) ที่ถูกเผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม 2025

เครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA ชุดแรกจำนวน 12เครื่องที่ได้รับการทำสัญญาจัดหา จะมีจำนวน 8เครื่องที่ได้รับการติดสิ่งอุปกรณ์ภารกิจสำหรับภารกิจการโจมตีเบาโดยที่เหลือจำนวน 4เครื่องจะถูกทำหน้าที่ในฐานะเครื่องบินฝึก 
ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการแบ่งรูปแบบภารกิจของเครื่องเช่นนี้จะถูกนำมาใช้สำหรับเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA ที่เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจำนวน 12เครื่องด้วยหรือไม่

ตามการเน้นโดยโฆษกกระทรวงกลาโหมออสเตรีย Bauer เครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA จะติดตั้งระบบอาวุธด้วยปืนใหญ่อากาศขนาด 20mm, จรวดอากาศสู่พื้นนำวิถีและไม่นำวิถีขนาด 70mm,
อาวุธพิสัยใกล้ต่างๆ, และเป็นไปได้สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีด้วย radar พิสัยไกล เขาไม่ได้ระบุว่าอาวุธปล่อยนำวิถีต่างๆเหล่านี้จะเป็นสำหรับภารกิจอากาศสู่อากาศหรืออากาศสู่พื้นหรือไม่

ข้อตกลงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟู 2032(Reconstruction Plan 2032) ของออสเตรีย โดยการส่งมอบเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA มีกำหนดที่จะมีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2027
เมื่อเข้าประจำการ M-346FA จะมีฐานที่ตั้งร่วมกับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 15เครื่องของกองทัพอากาศออสเตรีย ณ ฐานทัพอากาศ Zeltweg เป็นเวลา 1ปี 6เดือนเพื่อช่วยลดการลดขีดความสามารถลงครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/f-35-eurofighter-typhoon.html)

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สวีเดนลงนามจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium บราซิล 4เครื่อง

Sweden orders KC/C-390 to replace ageing Hercules airlifters





An artist's impression of the KC/C-390 in Swedish markings, with the Scandinavian country having signed for four aircraft for its own needs with the option for a further seven either for itself or for other European countries. (Embraer)



สวีเดนได้สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Embraer KC/C-390 Millennium บราซิล เพื่อทดแทนฝูงเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130H Hercules ที่มีอายุการใช้งานมานานของตน
บริษัท Embraer บราซิลผู้ผลิตได้ประกาศการขายเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 4เครื่องโดยมีตัวเลือกเพิ่มเติมอีกจำนวน 7เครื่องสำหรับสวีเดนหรือชาติพันธมิตรยุโรปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2025

นี่มีขึ้นเกือบหนึ่งปีหลังจากกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) เลือกจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 ในเดือนพฤศจิกายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/c-390-millennium-c-130h.html)
"พิธีลงนามสัญญาได้มีขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ Uppsala ที่เป็นเจ้าภาพโดยผู้บัญชาการกองทัพอากาศสวีเดน พลอากาศตรี Jonas Wikman และเชิญรัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน Pål Jonson ร่วมพิธี"

"ร่วมไปกับตัวแทนภาคกลาโหมจากผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียง C-390 รายอื่นๆ เช่น เนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/c-390-9.html), บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/embraer-c-390.html),

และสาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/c-390-millennium-2.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/10/c-390-2.html)" บริษัท Embraer กล่าว ตามที่เน้นในการประกาศ 
การสั่งจัดหาของสวีเดนเป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายความเป็นหุ้นส่วนไตรภาคีที่จัดตั้งขึ้นร่วมกับออสเตรียและเนเธอร์แลนด์สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างร่วม, การทำงานร่วมกัน, และความร่วมมือในระยะยาวโดยรอบของเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390

ออสเตรียและเนเธอร์แลนด์ได้สั่งจัดหา KC/C-390 ร่วมกันรวมจำนวน 9เครื่องในปี 2024 ภายใต้ข้อตกลงกองทัพอากาศออสเตรีย(Austrian Air Force, Österreichische Luftstreitkräfte) จะประจำการเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 4เครื่อง
และกองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์(RNLAF: Royal Netherlands Air Force, Koninklijke Luchtmacht) จะประจำการด้วยเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 5เครื่อง การส่งมอบมีกำหนดจะเริ่มต้นดำเนินการในปี 2027

"การจัดหานี้เป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์สำคัญในการปรับปรุงความทันสมัยและเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพอากาศสวีเดน ด้วยเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ผมมั่นใจว่าเราจะเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการของเรา ขณะที่เพิ่มขยายการทำงานร่วมกันกับหุ้นส่วนชาติยุโรปต่างๆของเรา" รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน Jonson กล่าว
สโลวาเกีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-390-millennium-3.html) และลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/c-390-millennium-3.html) เป็นอีกชาติในยุโรปเลือกจะจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 ประเทศละจำนวน 3เครื่องด้วยครับ

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

Embraer บราซิลเริ่มการสร้างเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium สำหรับออสเตรีย

Embraer begins Millennium build for Austria





An artist's impression of the KC/C-390 Millennium in Austrian markings. On 14 February Embraer announced the commencement of manufacture of the first aircraft for the European customer. (Embraer)

บริษัท Embraer บราซิลได้เริ่มต้นการสร้างเครื่องบินลำเลียง KC/C-390 Millennium เครื่องแรกสำหรับออสเตรีย ณ โรงงานอากาศยาน Gavião Peixoto ของตนในบราซิล ประกาศเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2025 
เจ็ดเดือนหลังจากที่ออสเตรียและเนเธอร์แลนด์ลงนามจัดซื้อจัดจ้างร่วมของเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 9เครื่อง ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Farnborough International Airshow 2024 ในเดือนกรกฎาคม 2024

ภายใต้ข้อตกลงกองทัพอากาศออสเตรีย(Austrian Air Force, Österreichische Luftstreitkräfte) จะประจำการเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 4เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/c-390-9.html)
และกองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์(RNLAF: Royal Netherlands Air Force, Koninklijke Luchtmacht) จะวางกำลังประจำการด้วยเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 5เครื่อง

เมื่อการส่งมอบดำเนินการขึ้นตั้งแต่ปี 2027 กองทัพอากาศออสเตรียจะนำเครื่องบินลำเลียง C-390 ทดแทนเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130K Hercules จำนวน 3เครื่องที่เดิมเป็นของสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/kc-390-c-130k.html
โดยกองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์เครื่องบินลำเลียง C-390 จะทดแทนลำเลียง C-130H จำนวน 4เครื่องที่มีอายุการใช้งานมานาน(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/c-390-millennium-c-130h-hercules.html) การส่งมอบมีกำหนดจะดำเนินการในปี 2027

กำหนดแบบเป็น C-390 ในบทบาทเครื่องบินลำเลียง และ KC-390 ในบทบาทเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ เครื่องบินลำเลียง Millennium สามารถบรรทุกภารกรรมได้มากกว่าเครื่องบินลำเลียง C-130 ที่ความเร็วสูงกว่าและระยะทางที่ไกลมากกว่า
เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium มีพื้นที่ห้องบรรทุกภายในตัวเครื่องขนาดความจุ 170m³(รวมประตูท้ายเครื่อง ramp) และมีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดที่ 23tonnes(หรือน้ำหนักภารกรรมบรรทุกที่รวบรวมที่จุดศูนย์ถ่วงของเครื่องที่สูงสุด 26tonnes) 

คุณลักษณะสมมรถนะที่เผยแพร่โดยบริษัท Embraer เครื่องบินลำเลียง C-390 มีความเร็วเดินทางสูงสุดที่ 470knots(870km/h) เพดานบินสูงสุดที่ 36,000feet และพิสัยการบินไกลที่ 1,380nmi(2,556kkm)(ด้วยน้ำหนักบรรทุก 23tonnes) 
หรือบินเดินทางด้วยถังเชื้อเพลิงภายในตัวเครื่องที่ 4,640nmi ระยะทำการบินสามารถเพิ่มขยายได้ด้วยการเติมเชื้อพลิงทางอากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-390-2.html

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ได้รับการสั่งจัดหาจากชาติยุโรปแล้วหลายประเทศรวมถึง สาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/c-390-millennium-2.html), ฮังการี(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/kc-390.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/02/kc-390.html), 

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2568

ออสเตรียอนุมัติการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA อิตาลี 12เครื่อง

Austria approves M-346FA light strike fighter and trainer buy





Seen at the Farnborough International Airshow 2024, the M-346FA has been selected by Austria to replace its Saab 105s and to augment its Eurofighters. Deliveries of 12 new aircraft are expected from 2027. (Getty Images/Jonh Keeble)

ออสเตรียได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) เพื่อจะจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า Leonardo M-346FA(Fighter Attack) จำนวน 12เครื่องที่ลงนามเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2024 
จะเห็นกองทัพอากาศออสเตรีย(Austrian Air Force, OL: Österreichische Luftstreitkräfte) ทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Saab 105 ของตนที่ปลดประจำการในปี 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/typhoon-saab-105.html)

ข้อตกลงเป็นที่คาดว่าจะมีมูลค่าที่วงเงินประมาณ 1 billion Euros($1.04 billion) ประกอบด้วยเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA, สิ่งอำนวยความสะดวกภาคพื้นดิน, การฝึกและการสนับสนุน
จะได้รับงบประมาณภายใต้แผนการฟื้นฟู 2032(Reconstruction Plan 2032) ซึ่งได้ถูกร่างขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/f-35-eurofighter-typhoon.html) ซึ่งจะยังเสริมกับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 15เครื่องของกองทัพอากาศออสเตรีย

ไม่ได้มีการเปิดเผยว่าเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกไอพ่น M-346FA จำนวน 12เครื่องสำหรับกองทัพอากาศออสเตรีย ซึ่งจะถูกส่งมอบตั้งแต่ปี 2027 จะมีการรวมองค์ประกอบต่างๆของการปรับปรุงมาตรฐาน Block 20
ที่ถูกเปิดเผย ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Farnborough International Airshow 2024 ระหว่างวันที่ 22-26 กรกฎาคม 2024 ในสหราชอาณาจักร หรือไม่(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/leonardo-m-346-24.html)

บริษัท Leonardo อิตาลีได้เปิดตัวชุดการปรับปรุงขีดความสามารถสำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่นและขับไล่โจมตีเบาตระกูล M-346 โดยกำหนดแบบเป็น M-346 T Block 20 ในรุ่นเครื่องบินฝึก และ M-346 F Block 20 ในรุ่นเครื่องบินโจมตีเบา
ชุดมาตรฐาน Block 20 ประกอบด้วยการปรับปรุงชุดคำสั่งและสิ่งอุปกรณ์ที่จะรวมถึงห้องนักบินพร้อมจอดแสดงผลขนาดใหญ่(LAD: Large Area Display) และการเพิ่มขยายขีดความสามารถอื่นๆ

"Leonardo ได้ประกาศการเปิดตัวชุดการเพิ่มขยายขีดความสามารถที่ครอบคลุมสำหรับระบบการฝึกบูรณาการ M-346 รวมถึงระบบ avionic หลักของเครื่องบิน, การนำร่อง/พิสูจน์ทราบ, อุปกรณ์ภารกิจ และขีดความสามารถการสนับสนุนภาคพื้นดิน
ความเคลื่อนไหวสะท้อนความต้องการการฝึกที่จะจัดวางทักษะต่างๆของนักบินที่จะถูกกำหนดการวิวัฒนาการโดยสนามรบหลากมิติสมัยใหม่, วิทยาการการรบทางอากาศ และการบริหารจัดการสารสนเทศ" บริษัท Leonardo กล่าว

ตามการเน้นโดย Leonardo อิตาลี การปรับปรุงมาตฐาน Block 20 ได้นำการปฏิบัติการในโลกจริงมากกว่า 10ปีสำหรับ M-346 ในกองทัพอากาศต่างๆทั่วโลกมาใช้ "ห้องนักบินมาตรฐาน Block 20 จะมีคุณลักษณะสองจอ LAD หนึ่งจอต่อหนึ่งที่นั่ง ทดแทน 6จอแสดงผลอเนกประสงค์(MFD: Multifunctional Display) ที่มีอยู่ตอนนี้, เสริมด้วยจอแสดงผลตรงหน้า(HUD: Head-Up Display) ความโดดเด่นต่ำ 
สิ่งเหล่านี้จะผสมผสานด้วยเครื่องบันทึกวิดีทัศน์และข้อมูล digital ใหม่ และหมวกนักบินติดจอแสดงผล(HMD: Helmet-Mounted Display) ข้อมูลเสมือนจริง(augmented reality) ใหม่" Leonardo กล่าวเสริมว่าส่วนติดต่อมนุษย์-เครื่องจักร(HMI: Human-Machine Interface) ที่ปรับปรุงใหม่จะทำให้นักบินมีประสบการณ์อย่างเต็มที่มากขึ้น ช่วยการหยั่งรู้สถานการณ์ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ลัตเวียเลือกจะจัดหายานเกราะสายพาน ASCOD สเปน

Latvia selects ASCOD, orders Patria 6x6 C2 vehicles




GDELS–Santa Bárbara Sistemas announced on 15 November that it had entered contract negotiations with the Latvian MoD on ASCOD. (GDELS)

ลัตเวียได้เลือกจัดหายานเกราะสายพาน ASCOD สเปน(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/sabrah.html) และสั่งจัดหายานเกราะล้อยางบัญชาการและควบคุม(C2: Command-and-Control) แบบ Patria 6x6 ฟินแลนด์
บริษัท General Dynamics European Land Systems(GDELS)-Santa Bárbara Sistemas สเปน-ยุโรป ประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2024 ว่า

บริษัท GDELS-Santa Bárbara Sistemas ได้เข้าสู่การเจรจาสัญญาต่างๆกับกระทรวงกลาโหมลัตเวียเกี่ยวกับยานเกราะสายพาน ASCOD หลังจากกระทรวงกลาโหมลัตเวียได้ยืนยันการเลือกของตน
Thomas Kauffmann รองประธานบริษัท GDELS ยุโรปฝ่ายการขายนานาชาติกล่าวว่า "ASCOD จะมอบการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่, อำนาจการยิง แก่กองทัพลัตเวีย(Latvian National Armed Forces) และในเวลาเดียวกับที่รับประกันการแบ่งปันงานจำนวนมากสำหรับอุตสาหกรรมกลาโหมในประเทศ"

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2024  กระทรวงกลาโหมลัตเวียและบริษัท Patria ฟินแลนด์ได้ประกาศว่าพวกตนได้เห็นชอบการจัดซื้อของลัตเวียของยานเกราะล้อยางบัญชาการและควบคุม Patria 6x6 C2 จำนวน 56คัน
นอกเหนือจากการจัดซื้อจัดจ้างยานเกราะล้อยาง Patria 6x6 ที่กำลังดำเนินอยู่ภายใต้โครงการระบบยานเกราะร่วม CAVS(Common Armoured Vehicle System) ที่นำโดยฟินแลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/cavs.html)

ภายใต้สัญญาวงเงิน 60 million Euros($63.4 million) การส่งมอบยานเกราะล้อยางบัญชาการและควบคุม Patria 6x6 C2 จะเริ่มต้นที่ตั้งแต่สิ้นปี 2024 จนถึงสิ้นสุดในปี 2029
กระทรวงกลาโหมลัตเวียกล่าวว่าการสั่งจัดหาเป็นสำหรับยานเกราะล้อยาง Patria 6x6 รุ่นใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนา(R&D: Research and Development) ในความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์และกระทรวงกลาโหมสวีเดน

ยานเกราะล้อยางบัญชาการและควบคุม Patria 6x6 C2 จะเพิ่มพูนการหยั่งรู้สถานการณ์ในสนามรบ และมอบข้อมูลที่รวดเร็ว, มีประสิทธิภาพ และเข้ารหัส กระทรวงกลาโหมลัตเวียเน้น รัฐมนตรีกลาโหมกระทรวงกลาโหมลัตเวีย Andris Sprūds กล่าวว่า 
"ยานเกราะล้อยางบัญชาการและควบคุม Patria 6x6 จะเพิ่มขีดความสามารถการปฏิบัติการต่างๆอย่างมีนัยสำคัญของกองทัพลัตเวียของเรา เช่นเดียวกับส่งเสริมต่อการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมทางทหารของลัตเวีย"

Alejandro Page รองประธานโครงการยานเกราะสายพาน ASCOD ของบริษัท GDELS กล่าวว่า "การตัดสินใจนี้(ของลัตเวีย)เป็นการแสดงถึงอีกครั้งของความยอดเยี่ยมของ GDELS ในด้านรถสายพาน ASCOD เป็นรถรบที่ล้ำสมัยที่ตรงความต้องการที่ซับซ้อนอย่างเต็มรูปแบบของรูปแบบภารกิจของปัจจุบัน"
ASCOD ได้ถูกใช้ในหลายรุ่นและหลายรูปแบบในกองทัพของห้าประเทศคือ สเปน, ออสเตรีย, สหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/ajax.html), สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/m10-booker-2024.html) และฟิลิปปินส์ โดยได้เข้าประจำการหรือได้รับการสั่งจัดหาแล้วกว่า 1,200คันครับ

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เนเธอร์แลนด์และออสเตรียร่วมลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 บราซิล 9เครื่อง

Farnborough 2024: Austria, Netherlands sign for joint C-390 buy



A Brazilian Air Force KC-390 Millennium flying at the Royal International Air Tattoo and the Farnborough International Airshow. Austria and the Netherlands have signed for the type in a joint procurement contract. (Janes/Gareth Jennings)



ออสเตรียและเนเธอร์แลนด์ลงนามสัญญาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างร่วมของเครื่องบินลำเลียง Embraer C-390 Millennium จำนวน 9เครื่องในพิธีที่เป็นเจ้าภาพโดยบริษัท Embraer บราซิลผู้ผลิตเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2024
พิธีลงนาม ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Farnborough International Airshow 2024 ได้เสร็จสิ้นข้อตกลงที่จะได้เห็นออสเตรียจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 จำนวน 4เครื่อง และเนเธอร์แลนด์จำนวน 5เครื่อง

"ด้วยสัญญานี้ เป็นที่ชัดเจนว่าเครื่องบินลำเลียง C-390 จะพิชิตได้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ในพื้นที่ตลาดระดับนานาชาติ" ผู้อำนวยการบริหารบริษัท Embraer บราซิล João Bosco da Costa Junior กล่าวในพิธีลงนามสัญญา
เมื่อการส่งมอบได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2027 กองทัพอากาศออสเตรีย(Austrian Air Force, Österreichische Luftstreitkräfte) จะนำ C-390 ทดแทนเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130K Hercules จำนวน 3เครื่องที่เดิมเป็นของสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/kc-390-c-130k.html)

โดยกองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์(RNLAF: Royal Netherlands Air Force, Koninklijke Luchtmacht) จะนำ C-390 ทดแทนเครื่องบินลำเลียง C-130H จำนวน 4เครื่องที่มีอายุการใช้งานมานาน(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/c-390-millennium-c-130h-hercules.html)
กำหนดแบบเป็น C-390 ในบทบาทเครื่องบินลำเลียง และ KC-390 ในบทบาทเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ เครื่องบินลำเลียง Millennium สามารถบรรทุกภารกรรมได้มากกว่าเครื่องบินลำเลียง C-130 ที่ความเร็วสูงกว่าและระยะทางที่ไกลมากกว่า(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/embraer-c-390.html)

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium มีพื้นที่ห้องบรรทุกภายในตัวเครื่องขนาดความจุ 170m³(รวมประตูท้ายเครื่อง ramp) และมีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดที่ 23tonnes(หรือน้ำหนักภารกรรมบรรทุกที่รวบรวมที่จุดศูนย์ถ่วงของเครื่องที่สูงสุด 26tonnes)
คุณลักษณะสมมรถนะที่เผยแพร่โดยบริษัท Embraer เครื่องบินลำเลียง C-390 มีความเร็วเดินทางสูงสุดที่ 470knots(870km/h) เพดานบินสูงสุดที่ 36,000feet และพิสัยการบินไกลที่ 1,380nmi(2,556kkm)(ด้วยน้ำหนักบรรทุก 23tonnes) หรือบินเดินทางด้วยถังเชื้อเพลิงภายในตัวเครื่องที่ 4,640nmi ระยะทำการบินสามารถเพิ่มขยายได้ด้วยการเติมเชื้อพลิงทางอากาศ

เครื่องบินลำเลียง/เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ C-390/KC-390 Millennium ประสบความสำเร็จในการได้รับการจัดหาจากหลายประเทศในยุโรปโดยมีลูกค้าส่งออกรายแรกคือโปรตุเกส จำนวน 5เครื่อง,
ฮังการี จำนวน 2เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/kc-390.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/02/kc-390.html) และสาธารณรัฐเช็ก จำนวน 2เครื่อง((https://aagth1.blogspot.com/2023/10/kc-390.html)

เครื่องบินลำเลียง C-390 ยังประสบความสำเร็จในการส่งออกให้ลูกค้ารายแรกในเอเชีย-แปซิฟิกคือสาธารณรัฐเกาหลีที่ไม่เปิดเผยจำนวน(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/kc-390.html) ทำให้รวมมีลูกค้าล่าสุดถึง 7ประเทศ(รวมบราซิลผู้ผลิต) สายการผลิตรวมแล้วถึง 40เครื่อง
Embraer บราซิลยังมองโอกาสการส่งออก C-390/KC-390 Millennium ของตนแก่ประเทศอื่นในยุโรปที่ส่วนใหญ่เป็นชาติสมาชิก NATO รวมถึงสวีเดน และความเป็นไปได้กับประเทศอื่นทั่วโลกเช่น อินเดีย ไนจีเรีย และไทยครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือไทย ฝึกยิงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยาน IGLA-S ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๗












Air and Coastal Defence Command (ACDC), Royal Thai Navy (RTN) was successful live firing its Russian Dzhigit support launching unit (SLU) with two Igla-S Man-portable air-defence system (MANPADS) short-range surface-to-air missile system mount on Thailand domestic Thairung TR Transformer 4x4 family vehicle with snorkel and add-on armoured, during Combined Arms Live Fire Exercise (CALFEX) as part of RTN Naval Exercise for Fiscal Year 2024 at naval firing range, Fleet Training Command (FTC), Royal Thai Fleet (RTF) in Hat Yao beach Thung Prong, Satthahip district, Chonburi province on 30 May 2023.
ACDC also live firing its Type 59-I 130mm towed howitzers, GHN-45 155mm towed howitzers and Type 74 twin 37mm anti-aircraft guns in CALFEX. (Royal Thai Navy)



ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2567

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2567) พลเรือเอก อะดุง  พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี และการฝึกยิงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA - S ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2567 
โดยมี พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้การต้อนรับ ณ สนามฝึกยิงอาวุธทุ่งโปรง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
ทั้งนี้ การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ในการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ ทดสอบความพร้อมรบ และขีดความสามารถขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธีในการฝึกยิงอาวุธประจำหน่วย รวมทั้ง ทดสอบการปฏิบัติทางยุทธวิธี ระหว่างหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งกับหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ในการยิงเป้าหมายทางทะเล
เป็นการฝึกตามแผนงานประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งได้จัดปืนใหญ่กลางกระสุนวิธีราบ ขนาด 130 มิลลิเมตร ปืนใหญ่รักษาฝั่งกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 37/70 มิลลิเมตร และอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA - S เข้าร่วมการฝึก จะยิง 2 แบบ โดยการยิงจากรถและการยิงแบบประทับบ่าที่ระยะ 1,800 เมตร

สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี IGLA-S เป็นอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ มีหลักการจับเป้าหมายโดยอาศัยการตรวจจับและรับรังสีอินฟราเรดที่แพร่ออกมาจากแหล่งความร้อนของตัวอากาศยาน อาวุธจะล็อคเป้าหมาย และพร้อมให้พลยิงปล่อยตัวจรวดออกมาเพื่อติดตาม และทำลายเป้าหมายต่อไป และเมื่อจรวดแล่นออกจากท่อยิงการทำงานจะเป็นไปในลักษณะ Fire and Forget 
ซึ่งลูกอาวุธนำวิถีที่ใช้ในการฝึกยิงในครั้งนี้เป็นลูกอาวุธวิถีแบบ 9M342 มีคุณลักษณะที่สำคัญคือมีความเร็วโคจรคงที่โดยเฉลี่ย 600 เมตร/วินาที เส้นผ่านศูนย์กลาง 72.2 มิลลิเมตรน้ำหนัก 16.7 กิโลกรัม

ทั้งนี้ ในการฝึกได้กำหนดสถานการณ์ฝึกในการป้องกันพื้นที่สำคัญทางทหารตามที่ทัพเรือภาค 1 มอบหมาย ประกอบกำลังเป็น หน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ 1 ซึ่งมีกำลังรบประกอบด้วย กองพันต่อสู้อากาศยาน กองพันรักษาฝั่ง ศูนย์ต่อสู้อากาศยาน และส่วนสนับสนุนส่วนแยก ประกอบกำลังในการป้องกันภัยทางอากาศและป้องกันภัยจากกำลังทางเรือของฝ่ายข้าศึก
โดยการฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกยิงอาวุธปืนทางยุทธวิธีด้วยกระสุนจริง และใช้ศูนย์อำนวยการยิงร่วมกันของกองพันรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) และกองพันทหารปืนใหญ่ (นย.) พร้อมทั้งการฝึกยิงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA - S ด้วยลูกจรวดจริง และอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA - S โดยอาวุธปล่อยนำวิถีและกระสุนปืน เข้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ประจำพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2567 สำหรับขั้นการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเลในห้วงเป็นการฝึกสนธิกำลังระหว่างหน่วย ทำการฝึกตามขีดความสามารถการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ ทั้งในระดับยุทธการและยุทธวิธี การฝึกควบคุมบังคับบัญชาและการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการ (FTX) 
โดยมีรายการฝึกสำคัญ ประกอบด้วย การฝึกยุทธวิธีร่วมกองเรือ การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังทางเรือและอากาศยาน การฝึกป้องกันพื้นที่ของทัพเรือภาค การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกและส่งผ่านกำลังทางบก รวมทั้ง การฝึกสนธิกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง
โดยเป็นการฝึกตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ คือ “ฝึกฝนให้ชำนาญ เพื่อพร้อมปกป้องอธิปไตยให้น่านน้ำไทย”

ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกผู้บัญชาการทหารเรือได้มอบโอวาท แก่กำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกโดยมีใจความสำคัญว่า  
"การยิงเข้าเป้ามีความสำคัญมาก บ่งบอกว่าเรามีคุณภาพขอให้รักษาคุณภาพไว้การยิงเข้าเป้ามีความสามารถอย่างยิ่งใน แสดงออกถึงขีดความสามารถในการทำหน้าที่รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ได้เห็นการเตรียมการและการฝึกในวันนี้แล้ว ดีใจที่เห็นการยิงเข้าเป้าทั้งอาวุธปล่อยนำวิถี และปืนต่อสู้อากาศยานและปืนใหญ่รักษาฝั่ง 
สิ่งที่เราฝึกเหนื่อยกันมาทั้งหมดเราไม่รู้ว่าวันไหนเราต้องใช้ แต่วันนี้เราบอกสังคมเราบอกคนไทยให้รู้ว่าถ้าต้องใช้กองทัพเรือพร้อม คำว่าพร้อมเกิดจากการยิงแล้วถูกเป้า ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า เราพร้อมในการรักษาฐานขุดเจาะน้ำมัน ท่าเรือ โรงกลั่นน้ำมัน ท่าเทียบเรือพาณิชย์ สนามบิน ให้การดำเนินการของธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศนี้ไม่มีผลกระทบหากเกิดใครรุกราน 
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนตั้งใจฝึก และรักษาคุณภาพที่แสดงออกในวันนี้ให้คงไว้ตลอดไป"

กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล(FTX: Field Training Exercise) ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ที่กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๗-๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๗ ที่โดยครอบคลุมการฝึกยิงอาวุธในหลายๆด้านทั้งกำลังทางเรือในทะเลและกำลังทางบกบนฝั่ง
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ.(ACDC: Air and Coastal Defence Command) ได่ทำการฝึกยิงจริงของระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ Igla-S ของตน ณ สนามฝึกยิงอาวุธ กองการฝึก(FTC: Fleet Training Command) กองเรือยุทธการ(RTF: Royal Thai Fleet) หาดยาวทุ่งโปรง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๗
โดยอาวุธนำวิถีพื้นสู่อากาศ Igla-S ได้ทำการยิงเป้าบินติดพลุไฟ(flare) ที่ระยะ 1,800m ที่ลากโดยอากาศยานไร้คนขับปีกหมุนหลายแกนใบพัด(multirotor unmanned aerial vehicle) ที่พัฒนาโดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร.(NRDO: Naval Research and Development Office) เช่นเดียวการยิงครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023)(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/igla-s.html)

การฝึกยังมีการทำการฝึกยิงกระสุนจริงของ ปืนใหญ่กลางกระสุนวิธีราบ Type 59-I ขนาด 130mm, ปืนใหญ่รักษาฝั่งกระสุนวิถีโค้ง GHN-45 ขนาด 155mm และปืนต่อสู้อากาศยาน Type 74 ขนาด 37mm/70cal สองลำกล้อง ของกองพันรักษาฝั่ง สอ.รฝ.ร่วมกับกองพันทหารปืนใหญ่ นาวิกโยธิน นย.(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ด้วย
อาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ ประกอบด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Igla-S ความจุสองนัดในแท่นยิงแบบ Dzhigit รัสเซียบนรถยนต์บรรทุกตระกูล Thairung TR Transformer 4x4 ไทยเสริมเกราะ และติดท่อ Snorkel สำหรับการเคลื่อนที่ในน้ำ ที่ทำการติดตั้งภายในไทย(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/fk-3-igla-s.html)
แม้ว่าการฝึกยิงด้วยกระสุนจะเป็นการพิสูจน์ยืนยันถึงความพร้อมปฏิบัติการของหน่วย แต่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ.ยังคงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและปรับปรุงขีดความสามารถเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต ตามที่อาวุธยุทโธปกรณ์หลายแบบของตนมีอายุการใช้งานมานานและเริ่มล้าสมัยต่อภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคตครับ

วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566

งานแสดงการบิน Open House 2023 โรงเรียนการบินกำแพงแสน กองทัพอากาศไทย
















Royal Thai Air Force (RTAF)'s Kamphaeng Saen flying school at Nakhon Pathom Province, Thailand was held KPS Air Force Base Open House & Air Show 2023 on 14 December 2023 
include demonstration flight of new Beechcraft T-6TH (T-6C) Texan II, Diamond DA42 Twin Star and CT-4E Airtrainer trianer aircrafts and school student visitors trial new T-6C flight simulator and virtual reality (VR) flight simulator.
Royal Thai Air Force flying school was formal decommissioned all of 22 Pilatus PC-9 Mustang on 8 December 2023. (AirlineWeek/Royal Thai Air Force)

พิธีเปิดกิจกรรม Open House โรงเรียนการบิน ประจำปี 2566
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2566 พลอากาศตรี พิทูร  เจริญยิ่ง ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม Open House โรงเรียนการบิน ประจำปี 2566 ณ โรงเรียนการบิน กำแพงแสน กองทัพอากาศ  
การจัดงาน Open House โรงเรียนการบิน ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)โดยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมหลัก รวมทั้งหมด 4 กิจกรรม คือ
1. กิจกรรมอบรมจิตอาสานักแยกขยะ
2. กิจกรรมปลูกต้นไม้รักษาธรรมชาติ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนการบิน
3. กิจกรรม One Day Pilot
4. กิจกรรม Open House โรงเรียนการบิน โดยร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนโดยรอบ ประกอบด้วย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท อุตสาหกรรมการบิน (จำกัด), โรงพยาบาลจันทรุเบกษา กรมแพทย์ทหารอากาศ, โรงเรียนประถมฐานบินกำแพงแสน, 
โรงเรียนมัธยมฐานบินกำแพงแสน, โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา, โรงเรียนบ่อสุพรรณวิทยา, โรงเรียนวัดโพธิ์งาม, องค์การบริหารส่วนตำบลกระตีบ, องค์การบริหารส่วนตำบลสระพัฒนา, องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสุพรรณ 
และองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง

ทั้งนี้ กิจกรรม Open House โรงเรียนการบินในวันนี้ ภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ "Training for the best pilots with Sustainability ESG2024", การจัดนิทรรศการ การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง, การจัดนิทรรศการ ปลูกจิตสำนึกการคัดแยกขยะ, 
การจัดแสดงเครื่องจำลองการบินเสมือนจริง (VR Simmulator), การจัดแสดงสาธิตการยังชีพในป่าและโดดร่มพาราเซล, การจัดแสดงอาวุธยุทธโธปกรณ์ทางทหาร โดยกองพันทหารอากาศโยธิน โรงเรียนการบิน, การจัดแสดงเครื่องบินเล็ก, การสาธิตการปฏิบัติของสุนัขทหาร 
และการบินหมู่ 4 ของอากาศยานทั้ง 3 แบบ ได้แก่ CT-4E , DA-42 และ T-6C
กิจกรรม Open House ทึ่จัดขึ้นในปีนี้ นอกจากจะเป็นการเผยแพร่กิจการและการปฏิบัติงานของโรงเรียนการบินแล้ว ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างความร่วมมือกับทุกองค์กรและทุกชุมชนโดยรอบพื้นที่โรงเรียนการบินในการร่วมกันพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น คือการสร้างความพัฒนาที่อนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกับการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยยึดหลักการบริหารงานองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาล

ภาพถ่ายโดย
กิตติเดช สงวนทองคำ 
เจนวิชญ์ เบญจพงศ์

จุดเริ่มต้น ... สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 
" Training For The Best Pilots With Sustainability ESG2024 " 
Open House โรงเรียนการบิน นอกจากเรื่องการบินแล้ว แนวคิดที่สำคัญ คือการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปลูกฝังการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดึงการมีส่วนร่วมของชุมชน คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบริหารองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาล 
ซึ่งการเปิดบ้านโรงเรียนการบินในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สู่การต่อยอด การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน 

โรงเรียนการบินกำแพงแสน(Kamphaeng Saen flying school) กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ได้จัดกิจกรรม Open House 2023 เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการประชาสัมพันธ์กิจการของโรงเรียนการบินของกองทัพอากาศไทยแก่เยาวชน
โรงเรียนการบินกำแพงแสนได้จัดงาน Open House 2022 เป็นครั้งแรกในปีที่แล้วเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๕(2022) เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๔ปีโรงเรียนการบิน ที่ย้อนได้ตั้งแต่เริ่มต้นกิจการการบินของสยาม(ไทย)(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/open-house-2022.html)

จุดเด่นสำคัญของงาน Open House 2023 ปีนี้การแสดงการบินอย่างเต็มรูปแบบของเครื่องบินฝึกแบบที่๒๒ บ.ฝ.๒๒ Beechcraft T-6TH Texan II ซึ่งมีพิธีบรรจุเข้าประจำการ ณ ฝูงฝึกขั้นปลาย กองฝึกการบิน โรงเรียนการบิน ครบ ๑๒เครื่องแล้วเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ที่ผ่านมา
เครื่องบินฝึก บ.ฝ.๒๒ T-6TH ได้ทดแทนเครื่องบินฝึกแบบที่๑๙ บ.ฝ.๑๙ Pilatus PC-9 ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔(1991) ทั้ง ๒๒เครื่อง ซึ่งโรงเรียนการบินได้ทำพิธีปลดประจำการเครื่องชุดสุดท้ายไปเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๖(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/t-6th.html

การแสดงการบินในงาน Open House 2023 โรงเรียนการบินกำแพงแสน ยังรวมถึง เครื่องบินฝึกแบบที่๒๐ บ.ฝ.๒๐ Diamond DA42 ฝูงฝึกขั้นปลาย กองฝึกการบิน สำหรับฝึกศิษย์การบินเครื่องบินลำเลียงหลายเครื่องยนต์ และเครื่องบินฝึกแบบที่๑๖ก บ.ฝ.๑๖ก CT-4E ฝูงบินฝึกขั้นต้น กองฝึกการบิน
นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกยังได้มีโอกาสทดสอบเครื่องฝึกจำลองการบิน(flight simulator) ของเครื่องบินฝึก T-6C รุ่นใหม่ล่าสุดในอาคารฝึกบินจำลองใหม่ของโรงเรียนการบิน เช่นเดียวกับเครื่องจำลองการบินเสมือนจริง(VR: Virtual Reality simulator) และกิจกรรมเครื่องบินเล็กบังคับเป็นต้นครับ