วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ตุรกีและยูเครนเจรจาด้านความมั่นคงสำหรับโครงการปรับปรุงรถถังและยานเกราะร่วมกัน

Turkish, Ukraine Defense Firms in Talks for Tank Upgrades
Turkish army's tanks and jets parade during the 90th anniversary of Victory Day on Aug. 30 in Ankara.(Photo: Adem Altan/AFP)
http://www.defensenews.com/story/defense/land/vehicles/2015/12/06/turkish-ukraine-defense-firms-in-talks-for-tank-upgrades/76889304/

บริษัท Aselsan ตุรกี และ Ukroboronprom รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์ยูเครน กำลังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการเจรจาด้านความมั่นคงร่วมของทั้งสองประเทศ
คือความร่วมมือในออกแบบโครงการปรับปรุงรถถังร่วมกัน และทาง Aselsan ยังกล่าวว่ายังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปสู่โครงการปรับปรุงปืนใหญ่และรถเกราะลำเลียงพลอีกด้วย

การเจรจาระหว่างตุรกีและยูเครนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังจากที่รัสเซียดำเนินการตอบโต้ทางการทูตและคว่ำบาตเศรษฐกิจต่อตุรกี
หลังกรณีที่เครื่องบินขับไล่ F-16 กองทัพอากาศตุรกียิงเครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิด Su-24 กองทัพอากาศรัสเซียตกบริเวณพรมแดนซีเรีย-ตุรกี ระหว่างปฏิบัติการโจมตีกองกำลังซีเรียเสรีที่ต่อต้านรัฐบาลซีเรียที่รัสเซียสนับสนุน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
มาตรการตอบโต้หนึ่งของรัสเซียต่อตุรกีคือการยกเลิกการเจรจาโครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านตุรกีเข้ายุโรป ที่ทางตุรกีเองก็เป็นผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียรายใหญ่ประเทศหนึ่ง
ในกรณีเดียวกันกับยูเครนที่หลังจากรัสเซียเข้าผนวก Crimea และสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธนิยมรัสเซียในภาค Donbass ตั้งแต่ปี 2014
มีผลให้รัสเซียดำเนินนโยบายตอบโต้ยูเครนที่ตัดความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับตนด้วยการตัดความช่วยเหลือด้านพลังงาน โดยเฉพาะการส่งท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านยูเครน
นั่นทำให้ขณะนี้ทั้งตุรกีและยูเครนมีรัสเซียเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของตนร่วมกัน


เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท Aselsan ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาระบบ Electronic ด้านความมั่นคงชั้นนำของตุรกี
ได้ประกาศลงนามสัญญากับรัฐบาลตุรกีที่จะทำการผลิตและส่งมอบระบบป้องกันรถถังและยานเกราะจากจรวดต่อสู้รถถังและอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังที่ตนพัฒนาเอง
คือระบบ Active Protection System แบบ AKKOR ซึ่งเริ่มโครงการพัฒนาตั้งแต่ปี 2008 และมีการทดสอบระบบ Radar, Mission Computer และกระสุนของระบบไปในปี 2010
ทาง Aselsan กล่าวว่าระบบ AKKOR นั้นถูกออกแบบให้สามารถตรวจจับจรวดหรืออาวุธปล่อยนำวิถีที่พุ่งเข้าหารถถังและสามารถทำลายลงได้กลางอากาศทันที
ซึ่งระบบ APS แบบ AKKOR นั้นถูกออกแบบมาสำหรับติดตั้งกับรถถังหลัก Altay ทีตุรกีพัฒนาเองในประเทศ โดยมีบริษัท Otokar เป็นผู้รับสัญญาตัวรถหลัก, บริษัท Roketsan ผลิตระบบเกราะ, MKEK ผลิตอาวุธปืนใหญ่รถถังประจำรถ และบริษัท Aselsan ผลิตระบบความคุมการยิง และระบบอุปกรณ์ย่อย

ทั้งนี้ Aselsan ได้กล่าวว่าระบบ Active Protection System แบบ AKKOR นั่นสามารถที่จะนำไปติดตั้งกับยานเกราะแบบอื่นๆนอกจากรถถังหลัก Altay ได้ด้วย
ซึ่งทาง Aselsan กำลังร่วมมือกับ Ukroboronprom ยูเครนในการที่จะปรับแต่งระบบ AKKOR เพิ่มเติมต่อไปครับ

เราเหล่านักศึกษาวิชาทหาร หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน



มาร์ชนักศึกษาวิชาทหาร

เราเหล่านักศึกษาวิชาทหาร
กรมการรักษาดินแดน
ฝึกฝนทุกคนรู้จัก
ให้รักแผ่นดินถิ่นแคว้น
เป็นปึกแผ่นแดนไทย

ยามศึกเราร่วมรบพร้อมพลีชีวัน
เคียงกันทุกคนร่วมใจ
ต้องเตรียมพร้อมความเกรียงไกร
เลือดไทยยอมพลีทุกคน
เราพร้อมผจญผู้รุกราน

ไทยมี ชาติ ศาสนา มหากษัตริย์
เกียรติประวัติเลือดไทยห้าวหาญ
ชื่อไทยอยู่คู่ฟ้าทั่วกาล
เรานักศึกษาวิชาทหารจะรักษาสถาบัน

เราเหล่านักศึกษาวิชาทหาร
รวมใจสามัคคีกัน
เลือดไทยมิใด้ไหวหวั่น
รวมกันรักษาดินแดน
เราหวงแหนแผ่นดินไทย

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Defense & Security 2015: อุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์ของจีนและญี่ปุ่น

งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense & Security 2015 ซึ่งจัดขึ้นที่ IMPACT Hall 6-8 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ ๒-๕ พฤศจิกายนนั้น
มาชมภาพบางส่วนของส่วนจัดแสดงของผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนและญี่ปุ่นครับ

NORINCO (China North Industries Corporation)










ผู้จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนอาจจะไม่ได้มาออกงานในครั้งนี้มากนัก โดยผู้จัดแสดงหลักของจีนในงานคือ Norinco ซึ่งแสดงแบบจำลองผลิตภัณฑ์สำหรับส่งออกต่างประเทศของตนในงาน
เช่น รถถังหลัก VT4, รถหุ้มเกราะล้อยาง 8x8 VN1, รถหุ้มเกราะล้อยาง 4x4 VN4, รถหุ้มเกราะเบากันทุ่นระเบิด 4x4 VP11, รถบรรทุกพ่วงชานต่ำ 4410A
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานอัตตาจรล้อยาง 35mm แฝดสอง FW2, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยกลาง Sky Dragon 50
เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องนำวิถี AR3 300mm/370mm, เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง SR4 122mm และ ปืนใหญ่เบาวิถีโค้ง AH4 155mm เป็นต้น
ซึ่ง Norinco และผู้ผลิตยุทโธปกรณ์จากจีนรายอื่นพยายามนำเสนอระบบอาวุธที่มีความทันสมัยและก้าวหน้าสู่สำหรับส่งออกต่างประเทศครับ


Fujitsu


Kawasaki Heavy Industries (KHI)



Mitsubishi Electric


Teijin Corporation(Thailand)


งาน Defense & Security 2015 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตัวแทนบริษัทด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นได้มาเปิดตัวจัดแสดงในงาน ตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นได้แก้ไขกฎหมายเพื่อลดข้อจำกัดในการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มิตรประเทศ
และจัดตั้ง องค์กรการจัดหาเทคโนโลยีและพลาธิการ (Acquisition Technology and Logistics Agency) ของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นเพื่อดูแลด้านการส่งออกยุทโธปกรณ์ให้ต่างประเทศ
ซึ่งไทยและประเทศอื่นๆในกลุ่ม ASEAN ก็เป็นกลุ่มที่ญี่ปุ่นแสวงหาความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์นอกจากด้านเศรษฐกิจที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนรายหลักสำคัญในภูมิภาคนี้

แต่ถ้าเทียบส่วนจัดแสดงของประเทศอื่นในงานแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าส่วนจัดแสดงของญี่ปุ่นมีขนาดค่อนข้างจะเล็กกว่ามาก โดยที่ได้มีโอกาสไปชมทุกตัวแทนที่จัดแสดงมา ระบบที่ตัวแทนบริษัทญี่ปุ่นมาเสนอในงานจะเน้นระบบเชิงป้องกันทางรับเป็นหลัก
เช่น เสื้อเกราะ ชุดกันไฟ ร่มชูชีพ ระบบควบคุมสั่งการและบังคับบัญชา ระบบช่วยการฝึก ระบบรับสัญญาณดาวเทียม SATCOM ติดตั้งบนเฮลิอปเตอร์ของ Mitsubishi Electric
ที่เห็นเป็นยุทโธกรณ์ทางทหารขนาดใหญ่ก็เห็นจะมีแค่ของ Kawasaki Heavy Industries ที่มาเสนอเครื่องบินลำเลียง C-2 สำหรับกองทัพอากาศไทย และเครื่องบินตรวจการทางทะเล P-1 สำหรับกองทัพเรือไทยเท่านั้น
(อาจจะรวมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง BK-117 สำหรับหน่วยงานราชการไทย กับรถจักรยานยนต์ Super Bike Ninja ZX ด้วย สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของแต่ละเหล่าทัพ)

ซึ่งก็ต่างจากงานแสดงอาวุธในต่างประเทศอย่าง PACIFIC 2015 ที่ออสเตรเลียเมื่อเดือนตุลาคมมีการเสนอระบบยุทโธปกรณ์ขั้นสูงมากกว่า
เช่น Mitsubishi Heavy Industries ที่เสนอแบบเรือดำน้ำชั้น Soryu และเรือฟริเกตแบบ 30DEX สำหรับสำหรับโครงการเรือดำน้ำ SEA 1000 และโครงการเรือฟริเกต SEA 5000 ของกองทัพเรือออสเตรเลีย
ตรงนี้ส่วนตัวเลยมองว่าญี่ปุ่นเองยังคงวางตัวรูปแบบยุทโธปกรณ์ที่สามารถส่งออกหรือมีความร่วมมือกับไทยได้เฉพาะระดับที่มีโอกาสความเป็นได้มากพอเท่านั้น เช่นเป็นระบบที่มีอุตสาหกรรมรองรับในไทยแล้วเป็นต้นครับ

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เยอรมนีอนุมัติการรวมกิจการระหว่างบริษัท KMW เยอรมนี และ Nexter ฝรั่งเศส

Germany has approved the merge of German Company KMW and French Company Nexter. 

German government has approved a merger of German tank maker Krauss-Maffei Wegmann (KMW) with the French armoured vehicle maker Nexter.
http://www.armyrecognition.com/december_2015_global_defense_security_news_uk/germany_has_approved_the_merge_of_german_company_kmw_and_french_company_nexter_10512152.html

รัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมนีได้อนุมัติการรวมกิจการของสองบริษัทคือ Krauss-Maffei Wegmann (KMW) เยอรมนี และ Nexter Systems ฝรั่งเศส หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบทางกฎหมายต่อต้านการผูกขาดทางการค้า
โดยโฆษกของรัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี Sigmar Gabriel กล่าวว่า "รัฐบาลเยอรมนีได้ตรวจสอบข้อเสนอและการพิจารณาอนุญาตผ่านการเห็นชอบแล้ว"
เมื่อปีที่แล้วประธานบริษัท Nexter Philippe Burtin และประธานบริษัท KMW Frank Haun ได้ประกาศแผนหุ้นส่วนการลงทุนร่วมกันแบบ 50:50 ในการถือครองบริษัท KMW และ Nexter ที่จะรวมกันเป็น KANT ซึ่งย่อมาจาก K(MW) A(nd) N(exter) T(ogether
โดยสำนักงานใหม่ของบริษัทใหม่นี้จะมีที่ตั้งที่กรุง Amsterdam เนเธอร์แลนด์ ซึ่งบริษัทร่วมทุนนี้มียอดขายรวมในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 2 billion Euro ซึ่งรวมบริษัทย่อยในเครือ Nexter ราว 10บริษัทด้วย

บริษัท Nexter ฝรั่งเศส เป็นผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ภาคพื้นดินหลักให้กองทัพฝรั่งเศส รวมถึงเครื่องกระสุนอื่นๆในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และหน่วยงานรักษากฎหมาย มากกว่าร้อยประเทศทั่วโลก
เช่นรถถังหลัก Leclerc และปืนใหญ่อัตตจรล้อยาง CAESAR ที่ประจำการในกองทัพบกไทย
บริษัท KMW เยอรมนี เป็นผู้ผลิตยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางและสายพานชั้นนำของยุโรป ซึ่งมีกองทัพมากกว่า 30ประเทศทั่วโลกที่จัดหาระบบรถรบจาก KMW เข้าประจำการ
เช่นรถถังหลัก Leoprad 2 ซึ่งมีประจำการในกองทัพ 16ประเทศทั่วโลก ที่ล่าสุด KMW เยอรมนีกำลังจะส่งมอบรถถังหลัก Leopard 2A7+ ชุดแรกจากจำนวน 62คันให้กองทัพบกกาตาร์ครับ

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือไทยมีแผนจะเปลี่ยนอาวุธจากปืนใหญ่เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยไกล


ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง GHN-45A1 ขนาด 155mm หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ณ ท่าเรือจุกเสม็ด วันเด็ก ๒๕๕๘


ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีราบ Type 59-I ขนาด 130mm หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ณ ท่าเรือจุกเสม็ด วันเด็ก ๒๕๕๘

ที่มา Page เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.837724636269985.1073741925.168872353155220
https://www.facebook.com/เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก-168872353155220/

Thailand to replace coastal guns with long-range missiles
http://www.janes.com/article/56447/thailand-to-replace-coastal-guns-with-long-range-missiles

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ. กองทัพเรือกำลังมีแผนที่จะเปลี่ยนระบบอาวุธของหน่วยจากปืนใหญ่สนามรักษาฝั่งเป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยไกล โดยกำลังพิจารณาทางเลือกอยู่หลายทาง
Jane's ได้รับข้อมูลนี้จากนายทหารเรือระดับสูงในงานประชุมสัมมนาการตรวจการณ์ชายฝั่ง (Coastal Surveillance conference) ระหว่างวันที่ ๑-๒ ธันวาคม ที่กรุง Kuala Lumpur มาเลเซียนั้นว่า
กองทัพเรือไทยมีแผนที่จะจัดหาระบบอาวุธที่มี Technology ชั้นนำขั้นก้าวหน้าทางทะเลยุคใหม่จำนวนหนึ่งเพื่อป้องกันระบบสาธารณูปโภคสำคัญในเขตเศรษฐกิจชายฝั่งตะวันออกหรือ eastern seaboard ของไทยจากภัยคุกคาม
"จากผลสรุปที่ได้ทางกองทัพเรือตั้งใจที่จะเปลี่ยนปืนใหญ่รักษาฝั่งที่มีด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยไกลซึ่งมีพิสัยการยิงและมีความแม่นยำมากกว่า" นาวาเอก ภาณุวัฒน์ สมัครการ(ถ้าชื่อผิดขออภัย) รองผู้อำนวยการกองแผนและพัฒนาการกำลังรบ กผพ. กล่าว

มีการวิเคราะห์มานานแล้วว่ากองทัพเรือไทยน่าจะมีแผนที่จะปรับปรุงระบบอาวุธป้องกันรักษาฝั่งของ สอ.รฝ.จากระบบปืนใหญ่สนามที่มีประจำการในปัจจุบัน
เช่น ปืนใหญ่ลากจูงแบบ Type 59-I 130mm และ GHN-45A1 155mm ซึ่งมีอายุการใช้งานมานาน และเริ่มล้าสมัยในการตอบสนองการต่อต้านภัยคุกคามทางทะเลในยุคปัจจุบันแล้ว
เป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำแบบฐานยิงชายฝั่งเช่นเดียวกับหลายประเทศที่มีระบบนี้แทนระบบปืนใหญ่สนามหรือป้อมปืนใหญ่ตามแนวชายฝั่ง
ก็ต้องมาติดตามต่อในอนาคตครับว่ากองทัพเรือจะมีแผนการพิจารณาจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำจากฐานยิงชายฝั่งไปในแนวทางใดครับ

Airbus Helicopters มองยอดขายของเฮลิคอปเตอร์ H145 และ H145M ที่เพิ่มขึ้นจะสร้างความเชื่อถือให้ลูกค้า

Airbus looks to H145/H145M to rebuild customer trust after Tiger and NH90 problems
An Airbus Helicopters H145M (formerly EC645 T2) of the German special forces on a pre-delivery test flight.
The company hopes that the success of both the civil and military variant H145s will help it put the troubles of the NH90 and Tiger programmes behind it. Source: Airbus Helicopters
http://www.janes.com/article/56394/airbus-looks-to-h145-h145m-to-rebuild-customer-trust-after-tiger-and-nh90-problems

Airbus Helicopters หวังที่จะใช้ความสำเร็จของเฮลิคอปเตอร์ H145(เดิมคือ EC145 รุ่นใช้งานพลเรือน) และ H145M(เดิมคือ EC645 รุ่นใช้งานทางทหาร) สร้างความเชื่อมั่นของบริษัทให้แก่กลุ่มลูกค้า
หลังจากที่โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์สำหรับกองทัพเยอรมนี เช่น เฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทางยุทธวิธี NH90 TTH(Tactical Transport Helicopter) และเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือฟริเกต Sea Lion NH90 NFH(NATO Frigate Helicopter)
ประสบปัญหาเรื่องค่าใช้งานและความล่าช้าของโครงการ จากการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนที่โรงงาน Donauworth เยอรมนี เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน Airbus Helicopters ได้ส่งมอบ ฮ.H145 (UH-72A Lakota) ให้กองทัพบกสหรัฐฯแล้วมากกว่า 300เครื่องจากจำนวนที่สั่งจัดหาในโครงการ 427เครื่อง
อีกทั้งยังได้รับคำสั่งจัดหา ฮ.H145M สำหรับหน่วยรบพิเศษ KSK เยอรมนี 15เครื่อง เช่นเดียวกับไทยที่สั่งจัดหา H145M รวม 11เครื่อง แบ่งเป็น 6เครื่องสำหรับกองทัพบกไทย และ 5เครื่องสำหรับกองทัพเรือไทย ตามที่ได้รายงานไป
ซึ่งบริษัทมองความสำเร็จนี้เป็นการขีดเส้นภายใต้กำหนดการและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจากหายนะของโครงการเฮลิคอปเตอร์ทางทหารสองโครงการก่อนหน้านี้
Wolfgang Schoder ผู้บริหารสูงสุดของ Airbus Helicopters เยอรมนี และประธานฝ่ายอนุมัติและประสานงานโครงการรัฐบาล กล่าวกับสื่อว่า
"(ความสำเร็จของ H145/H145M) เป็นจุดหลักที่สำคัญมากหลังจาก(ปัญหาที่เกิดขึ้นของ) Tiger และ NH90 มันแสดงให้เห็นว่าเราสามารถส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ทางทหารได้ในเวลาสองปีซึ่งตรงตามกำหนดการและงบประมาณ"
จากการขยายยอดการสั่งจัดหาของ ฮ.H145 รุ่นใช้งานพลเรือน และ ฮ.H145M รุ่นทางทหาร Schoder ได้เสริมข้อมูลว่าสายการผลิตเฮลิคอปเตอร์ของโรงงาน Donauworth ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวแบบปีต่อปี
คือในปี 2014 อัตราการผลิตอยู่ที่ ฮ.20เครื่องต่อปี โดยเพิ่มขึ้นเป็น ฮ.40เครื่องต่อปีในปี 2015 และจะเป็นเป็น 80เครื่องต่อปีในปี 2016 และมากกว่า 100เครื่องต่อปีในปี2017 (สายการผลิตนี้ไม่ได้นับรวม UH-72A Lakota กองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งได้สิทธิบัติการผลิตภายในสหรัฐฯ)

Schoder ได้ให้เหตุผลหลักที่ว่าทำไม ฮ.H145/H145M ถึงประสบความสำเร็จ ขณะที่ ฮ.Tiger และ ฮ.NH90 นั้นมีปัญหาติดขัดขนาดใหญ่ในประวัติศาสตร์และโครงสร้างที่แตกต่างกันของตัวโครงการ
ตามที่เขาได้อธิบายว่า "H145, NH90 และ Tiger ต่างเป็นโครงการมีมีความแตกต่างกันมาก"
โดยเยอรมนีได้สั่งจัดหา ฮ.NH90 NFH Sea Lion จำนวน 18เครื่องซึ่งจะมีกำหนดบินขึ้นคั้งแรกในสิ้นปี 2016 และส่งมอบได้ในปี 2019 ขณะที่ ฮ.ลำเลียง NH90 TTH จำนวน 82เครื่องนั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงใหม่ก่อนจะส่งมอบให้กองทัพเยอรมนีครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Defense & Security 2015: อุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์ของสาธารณรัฐเกาหลี

งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense & Security 2015 ซึ่งจัดขึ้นที่ IMPACT Hall 6-8 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ ๒-๕ พฤศจิกายนนั้น
มาชมภาพบางส่วนของส่วนจัดแสดงของผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์จากสาธารณรัฐเกาหลีกันครับ

Korea Aerospace Industries (KAI)





บริษัท KAI สาธารณรัฐเกาหลีมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อากาศยานตน โดยตัวที่เด่นที่สุดย่อมจะเป็น KAI T-50 Golden Eagle ซึ่งกองทัพอากาศไทยได้ลงนามจัดหาชุดแรกไป ๔เครื่องตามที่ได้เคยรายงานไปแล้ว

จากการสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของ KAI ชาวเกาหลีใต้และการแสดงแบบจำลองส่วนตัวค่อนข้างเชื่อว่าเครื่อง T-50TH รุ่นที่กองทัพอากาศไทยจะจัดหานั้นน่าจะเป็นรุ่นติดอาวุธ TA-50 LIFT (Lead-In Fighter Trainer) หรือ FA-50 Combat Aircraft
ซึ่งมีขีดความสามารถในการใช้อาวุธในระดับเครื่องบินขับไล่/โจมตีเบา โดยติดตั้งปืนใหญ่อากาศ General Dynamics A-50 สามลำกล้องหมุนขนาด 20mm Vulcan ความจุ ๒๐๕นัด ภายในลำตัว
และมีขีดความสามารถในการใช้อากาศสู่อากาศอย่างน้อยคืออาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-9 Sidewinder รวมถึงอาวุธอากาศสู่พื้นแบบนำวิถีและไม่นำวิถีต่างๆ เช่น
ระเบิดธรรมดาตระกูล Mk80s เช่น Mk82 500lbs, Mk83 1000lbs และ Mk84 2000lbs, จรวด 2.75" FFAR ในกระเปาะจรวด LAU-68 ๗นัด หรือ LAU-3A ๑๙นัด, ระเบิดอมภัณฑ์ย่อย Mk20 Rockeye II, CBU-52, CBU-58 และ CBU-71
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-65 Maverick โดยในรุ่นเครื่องบินขับไล่ FA-50 สามารถใช้ระเบิดนำวิถีดาวเทียม JDAM และระเบิดอมภัณฑ์ย่อยมีระบบตรวจจับและเข้าทำลายเป้าหมาย SFW(Sensor Fuzed Weapon) เช่น CBU-103, CBU-104 และ CBU-105 WCMD(Wind Corrected Munitions Dispenser)
ทั้งนี้ T-50TH ของกองทัพอากาศไทยจะเป็นรายแรกที่จัดหาพร้อมระบบการฝึก Embedded Tactical Training System (ETTS) แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าระบบ Radar ที่จะติดตั้งกับเครื่องจะเป็น AN/APG-67 (T-50) หรือ EL/M-2032 (TA-50 และ FA-50)

มีเรื่องน่าสนใจอีกอย่างคือที่ส่วนจัดแสดงของ Lockheed Martin สหรัฐฯที่เป็นผู้ออกแบบ T-50 Golden Eagle ร่วมกับ KAI
โดย Lockheed Martin นั้นยังเป็นหุ้นส่วนร่วมกันกับ KAI ในการเสนอ T-50 Golden Eagle แข่งขันในโครงการจัดหาเครื่องบินฝึก T-X ของกองทัพอากาศสหรัฐฯทดแทน T-38 Talon
ได้มีการนำเครื่องจำลองการบิน T-50 Golden Eagle Simulator มาทำการสาธิตในงานด้วย(แอบอยู่ในห้องด้านใน)
แต่เนื่องจากว่าผมไม่แน่ใจว่าทาง Lockheed Martin จะนำเครื่อง Simulator สาธิตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ของกองทัพเท่านั้นหรือไม่ ประกอบกับข้อจำกัดของเวลาก็เลยไม่ได้มีโอกาสทดสอบขับ T-50 Golden Eagle
ก็หวังว่างาน Defense & Security 2017 ซึ่งใกล้กับปีที่จะส่งมอบ T-50TH ชุดแรกของกองทัพอากาศไทยในเดือนมีนาคม 2018 ทาง Lockheed Martin หรือ KAI จะนำ T-50 Golden Eagle Simulator มาจัดแสดงสาธิตอีกครั้ง
สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆของ KAI เช่น เครื่องบินฝึกใบพัด KT-1 และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง KUH-1 นั้น ทาง KAI ก็หวังว่าทางกองทัพไทยจะให้ความสนใจในอนาคตด้วยครับ

Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering (DSME)









บริษัท DSME สาธารณรัฐเกาหลีก็มาจัดแสดงแบบจำลองผลิตภัณฑ์ของตนบางส่วน เช่นเรือฟริเกต FFX, เรือพิฆาต KDX-II และ KDX-III, เรือดำน้ำ DSME 1400 และ KSS III รวมถึงเรือส่งกำลังบำรุงและสนับสนุนการรบ
อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวความคืบหน้าของโครงการเรือฟริเกตสมรรถนะสูง DW3000H ที่กองทัพเรือไทยสั่งต่อ โดยแบบจำลองเรือที่แสดงในงานยังเป็นแบบเรือเก่าที่ยังไม่ได้ปรับแบบเรือแก้ไขตำแหน่งอาวุธและอุปกรณ์ใหม่อยู่
หลังจากที่ได้มีพิธีตัดแผ่นเหล็กเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำแรก เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมา การก่อสร้างก็กำลังดำเนินการอยู่ตามกำหนดการที่วางไว้หลังการปรับปรุงแบบเรือและขยายระยะเวลาดำเนินการส่งมอบโครงการอีก ๖๐วัน รวมเป็น ๑,๘๖๐วัน

DSME discusses second frigate and submarine procurement with Royal Thai Navy
http://www.janes.com/article/55737/dsme-discusses-second-frigate-and-submarine-procurement-with-royal-thai-navy

ทั้งนี้ตามรายงานของ Jane's นั้นทางบริษัท DSME คาดหวังที่จะให้กองทัพเรือไทยมีการลงนามสัญญาจัดหาเรือฟริเกต DW3000H ลำที่สองภายในปี 2016(พ.ศ.๒๕๕๙)
โดยตามข้อตกลงเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่๒นี้ ทาง DSME จะมีการถ่ายทอด Technology และดำเนินการสร้างภายในอู่ของไทย

อีกทั้งในส่วนของโอกาสของเรือดำน้ำแบบ DSME 1400 นั้นก็ได้สอบถามไปยังตัวแทนของ DSME ครับว่า ในเมื่อกองทัพเรือแลือกแบบเรือดำน้ำ S26T ของจีนไปแล้ว จะมีความเป็นไปได้มากแค่ไหนที่กองทัพเรือจะพิจารณา DSME 1400
ทาง DSME กล่าวว่ากองทัพเรือประเทศหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีเรือดำน้ำเพียงชั้นเดียวประจำการ ซึ่งแบบเรือดำน้ำ DSME 1400 ก็ยังคงจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ทาง DSME ยังเสนอให้ไทยอยู่
(ตัวอย่างเช่นกองทัพเรืออินเดียซึ่งมีเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าทั้ง U209, Kilo และ Scorpene ยังไม่รวมเรือดำน้ำโจมตีนิวเคลียร์ Akula ที่เช่าจากรัสเซีย และเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Arihant ที่ออกแบบสร้างเอง)

แต่ตรงนี้ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นไปได้ยากที่กองทัพเรือไทยจะมองแผนการจัดหาเรือดำน้ำมาประจำการสองชุด นอกจาก S26T เพราะนั้นย่อมหมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้อีกเป็นจำนวนมาก ที่ขนาด S26T ตอนนี้เรื่องก็ดูเงียบๆไปแล้ว
แต่ในอีกแง่คือการตัดสินใจของกองทัพเรือก็ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตครับ

S&T Motiv





บริษัท S&T Motiv สาธารณรัฐเกาหลีแสดงผลิตภัณฑ์อาวุธปืนของตนที่เข้าประการในกองทัพสาธารณรัฐเกาหลีและเพื่อส่งออก เช่น
ปืนพก LH9 9mm, ปืนกลมือเก็บเสียง K7 9mm, ปืนเล็กสั้น K2Carbine 5.56mm, ปืนซุ่มยิง K-14 7.62mm, ปืนกลเบา K3PARA 5.56mm, ปืนกล K12 7.62mm และปืนกลหนัก K6 12.7mm

Hanwha and Hanwha Thales


บริษัท Hanwha และ Hanwha Thales สาธารณรัฐเกาหลีแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องกระสุนและอุปกรณ์ตรวจจับ

Poongsan Corporation


บริษัท Poongsan สาธารณรัฐเกาหลีแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องกระสุน ลูกระเบิด และกระสุนปืนใหญ่



เกาหลีใต้เป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญจริงจังในการจัดแสดงนำเสนอผลงานผลิตภัณฑ์อาวุธยุทโธปกรณ์ของตนต่อกลุ่มประเทศ ASEAN
โดยเฉพาะกับไทยที่มีความสัมพันธ์ทางทหารอย่างแนบแน่นนับตั้งแต่ที่ไทยส่งกำลังทหารเข้าร่วมรบเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังสหประชาชาติในสงครามเกาหลีเมื่อ ๖๕ปีก่อน
ทางเกาหลีใต้เองก็จึงหวังที่จะเปิดตลาดอาวุธในไทยและกลุ่ม ASEAN ได้มากกว่านี้ในอนาคตครับ

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กองทัพเรือพม่าปล่อยเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำใหม่ลงน้ำ








https://www.facebook.com/www.myanmarnavy.org/posts/991102170931938
https://www.facebook.com/www.myanmarnavy.org/posts/991803510861804
https://www.facebook.com/www.myanmarnavy.org/

มีรายงานภาพเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า กองทัพเรือพม่าได้ทำการปล่อยเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำใหม่ที่เพิ่งสร้างตัวเรือเสร็จลงน้ำคือเรือหมายเลข 54 ชื่อ Inle
(ตั้งชื่อตามทะเลสาบอินเลในรัฐฉาน หรือหนองอางเลในภาษาไทใหญ่ เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ
ทะเลสาบอินเลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหนึ่งของพม่า ในการชมความเป็นอยู่ของชาวอินทาที่ใช้ชีวิตในหมู่บ้านกลางน้ำและทำการเกษตรบนเกาะวัชพืชลอยน้ำ)
เท่าที่มีข้อมูลเบื้องต้นในขณะนี้เรือ Inle มีความยาวตัวเรือประมาณ 80m อาวุธที่ติดตั้งน่าจะมีปืนใหญ่เรือขนาดกลางและปืนใหญ่กลเป็นระบบพื้นฐานเรือตรวจการณ์ขนาดใหญ่เป็นต้น


ปัจจุบันกองทัพเรือพม่ามีเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งแบบ Osprey Class-50 ที่จัดหาจากเดนมาร์กสองลำคือ
หมายเลข 55 Indaw (ตั้งชื่อตามทะเลสาบอินดอว์ เมืองอินดอว์ในภาคสะกาย ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ขนาดเล็กกว่าทะเลสาบอินดอว์คยีทางตอนเหนือในรัฐคะฉิ่นที่เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของพม่า) และหมายเลข 57 Inya (ตั้งชื่อตามทะเลสาบอินยา กลางเมืองย่างกุ้ง)
อาวุธหลักของเรือชั้นนี้มีปืนใหญ่กล Bofors 40/L60 หนึ่งกระบอก และปืนใหญ่กล Oerlikon 20mm สองกระบอก โดยเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1982
เข้าใจว่าเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำใหม่คือ MNS Inle (MNS: Myanmar Navy Ship) นี้น่าจะถูกต่อขึ้นเพื่อทดแทนหรือเสริมเรือตรวจการณ์เก่าสองลำที่ประจำการมานานกว่า 30ปีครับ

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Defense & Security 2015: อุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์ของสวีเดน(SAAB Group)

งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense & Security 2015 ซึ่งจัดขึ้นที่ IMPACT Hall 6-8 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ ๒-๕ พฤศจิกายนนั้น
มาชมภาพของส่วนจัดแสดงของผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์จาก SAAB สวีเดนกันครับ

SAAB Group


แบบจำลองและวีดิทัศน์ของระบบ Radar ภาคพื้นดินของ SAAB คือ Radar ตรวจการณ์ทางอากาศ GIRAFFE 4A, GIRAFFE AMB
และ Radar ตรวจจับและค้นหาเป้าหมาย ARTHUR สำหรับการแจ้งเตือนระบบอาวุธเล็งจำลองเช่น ปืนใหญ่สนาม และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง
ทางซ้ายจะเป็นระบบ SAAB RBS 70 NG ซึ่งเป็นแท่นยิงจำลองสำหรับการฝึก (Simulator) ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ไทยมาก (เพราะยืนชมและรับการสาธิตระบบเป็นเวลานาน จนหาโอกาสถ่ายตัวแท่นยิงไม่ได้เลยสักที)
โดยล่าสุดระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ RBS 70 NG รุ่นใหม่นี้เพิ่งได้รับการจัดหาจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเชคเป็นรายแรก ซึ่งมีการทดสอบการยิงโดย กองพันป้องกันภัยทางอากาศที่๒๕๒(252nd Air Defence Battalion) ไปครับ


http://saabgroup.com/Media/news-press/news/2015-11/rbs-70-ng-successfully-integrated-and-tested-by-czech-army/




ระบบอาวุธต่อสู้รถถังของ SAAB คือ ปืนไร้แรงสะท้อน Carl-Gustaf M4 ขนาด 84mm รุ่นใหม่น้ำหนักเบาเพียง 7kg ซึ่งมีลูกค้ารายแรกคือกองทัพบกสโลวาเกีย
http://saabgroup.com/Media/news-press/news/2015-09/saab-receives-first-order-for-carl-gustaf-m4/

เครื่องจรวดต่อสู้รถถังแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตระกูล AT4 ขนาด 84mm และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง NLAW นำวิถีด้วยระบบ Predicted Line Of Sight (PLOS) ระยะยิงหวังผลไกลสุด 600m ซึ่งในกลุ่มประเทศ ASEAN มีกองทัพบกอินโดนีเซียจัดหาไปใช้ครับ


แบบจำลองระบบตรวจการณ์และควบคุมการยิงทางทะเลของ SAAB คือ EOS 500, CEROS 200, SEA GIRAFFE 1X, SEA GIRAFFE AMB, SEA GIRAFFE ER (SEA GIRAFFE 4A) และระบบอำนวยการรบ  9LV Mk4
ซึ่งกองทัพเรือไทยได้เลือกระบบของ SAAB มาติดตั้งในโครงการปรับปรุงเรือฟริเกตชุด ร.ล.นเรศวร และโครงการเรือฟริเกตสมรรถนะสูง (DW3000H) ที่กำลังต่อที่อู่ DSME สาธารณรัฐเกาหลีครับ






ส่วนที่เด่นที่สุดของส่วนจัดแสดงของ SAAB ในงานคงจะเป็นระบบ Gripen Simulator ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งเจ้าหน้าที่ของกองทัพและบุคคลทั่วไปที่เข้าชมงานได้ทำการทดสองสาธิตด้วยตนเอง
จากประสบการณ์การบินใน Modern Combat Flight Simulation Games แบบ Hardcore มาตั้งแต่สมัย Windows 95 อย่าง Graphsim's F/A-18,  Digital Image Design's EF2000, Jane's Combat Simulations ต่างๆ อาทิ  Jane's F-15, Jane's F/A-18 และ MicroProse's Falcon 4.0
จนถึงมาเหลือแค่ Eagle Dynamics's Digital Combat Simulator World ในปัจจุบันปี 2015 ก็รวม ๒๐ปีแล้ว นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ลองขับเครื่องบินขับไล่ Gripen จำลองในครั้งนี้
(แม้ว่าเป็นระบบที่สร้างมาสำหรับจัดแสดงเผยแพร่ข้อมูลให้บุคคลพลเรือนทั่วไป เช่นเดียวกับที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศสวีเดนที่ Linkoping ไม่ใช่รุ่นสำหรับฝึกนักบินของกองทัพอากาศจริงๆก็ตาม)

Gripen เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ขับง่ายตามการออกแบบของเครื่องบินขับไล่ยุคที่๔.๕ (4.5th Generation Fighters) ที่ใช้จอแสดงผล Multi-Function Display สีหลายจอดูการแสดงค่าต่างๆที่ชัดเจน
มีจอภาพตรงหน้า Head-Up Display ขนาดใหญ่ และมีการออกแบบคันบังคับ HOTAS (Hands On Throttle-And-Stick) พร้อมระบบ Fly-by-Wire ที่ค่อนข้างสะดวกต่อการควบคุมระบบของเครื่อง
ในส่วนของ Control Stick ตรงกลางหน้าที่นั่งนักบิน ปุ่มไก Trigger ด้านหน้าจะควบคุมการยิงอาวุธทั้งปืนใหญ่อากาศ Mauser 27mm และอาวุธปล่อยนำวิถี (ต่างจากของ F-16 ซึ่งจะยิงได้เฉพาะปืนใหญ่อากาศเท่านั้น)
ซึ่งสำหรับการเข้าสู่การใช้อาวุธจะต้องทำการผลักเปิดปุ่ม Master Arm ตรงตำแหน่งกลางของ Control Stick ขึ้น ซึ่งปุ่มที่อยู่ภายในหลังเปิดการใช้อาวุธแล้วจะกดเพื่อเป็นการเลือกเปลี่ยน Mode ระบบอาวุธที่เลือก
ปุ่ม HAT ขวาของ Control Stick จะเป็นการเลือกอาวุธประจำเครื่อง กดไปทางซ้ายหรือขวาสำหรับเปลี่ยนการเลือกอาวุธอากาศสู่อากาศ และกดไปทางบนหรือล่างสำหรับอาวุธอากาศสู่พื้น
ในส่วนของคันเร่ง Throttle ด้านซ้ายมือค่อนข้างจะแปลกถ้าเทียบกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่4 เครื่องยนต์เดี่ยวอย่าง F-16 คือระดับอัตราเร่งกำลังเครื่องยนต์ปกติ 0-100% จะเป็นการผลักคันเร่งเลื่อนไปหน้าหรือหลังตามปกติ
แต่ถ้าจะเข้าสู่การใช้สันดาปท้าย Afterburner ก็ต้องออกแรงผลักแรงๆให้ Throttle ดันไปด้านหน้าให้ขึ้นรางในระดับการใช้กำลังสันดาปท้าย(เสียงดังแกร็ก! แทบจะทุกอย่างบนเครื่องต้องใช้การออกแรง แม้แต่คันเก็บปล่อยฐานล้อขึ้นลง เหมาะกับนักบินทหารอากาศตัวจริง)
ตัวก้าน Throttle ทั้งคันเร่งจะใช้ในการควบคุมการย้าย Target Designation Cursor สำหรับเลือกกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุที่แสดงผลบน MFD (ในขณะที่ F-16 จะเป็นเพียงปุ่มกดสี่ทิศทางบนตัว Throttle อีกที)
ปุ่มอื่นๆที่ควบคุมบน Throttle ก็มีเช่น ปุ่มย่อขยายขนาดแผนที่การบินหรือระบบตรวจจับอย่าง Radar หรือกล้อง FLIR, ปุ่มกำหนดการเลือกเป้าหมาย, ปุ่มปรับระดับมุมก้มเงยของจาน Radar แบบ PS-05/A เป็นต้น
(แต่เที่ยวบินจำลองนี้ผมบินไม่ถึงช่วงนำเครื่องลงจอด เพราะตอนจะเหนี่ยวไกยิงเป้าอากาศจำลอง มีผู้ชมคณะใหญ่มาดูงานเครื่องนี้พอดีก็เลยต้องออกจากเครื่องก่อน ผู้ควบคุมเครื่องชาวต่างประเทศต้องมาขอโทษผมใหญ่ เจ็บใจจริงๆ!
และก็ต้องขออภัยด้วยถ้าท่านอ่านแล้วจะไม่งงไม่เข้าใจการทำงานของระบบเครื่อง Gripen คือคงจะต้องมีประสบการณ์เล่นเกมจำลองการบินแบบที่มีระดับความสมจริงสูงมากบน PC มาก่อน
ไม่ใช่พวก Casual Game เครื่องบินรบที่มีการออกแบบระบบบังคับอย่างง่ายด้วย Gamepad บนเครื่อง Console Game อย่างเช่น Ace Combat หรือ Battlefield  ถึงจะพอเข้าใจขั้นตอนที่ผมอธิบายบ้างครับ)


ข่าวการจัดหาเพิ่มเติมในส่วนของกองทัพอากาศไทยก็มีการจัดหาเครื่องบินลำเลียง SAAB 340 ๒เครื่อง ที่จะติดตั้งระบบ ELINT(ข่าวกรอง Electronic) และ COMINT(ข่าวกรองสัญญาณสื่อสาร)
ปัจจุบันที่กองทัพอากาศไทยมี SAAB 340B ที่ได้รับการติดอุปกรณ์สำหรับภารกิจ ELINT ที่ฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗ สุราษฏร์ธานี อย่างน้อย ๑-๒เครื่อง (เช่น SAAB 340B หมายเลข 70202)
ซึ่งเครื่อง SAAB 340 ที่ติดตั้งระบบ ELINT และ COMINT นั้นอาจจะมาแทนที่เครื่องบินตรวจการณ์ลำเลียง บ.ตล.๗ ARAVA ฝูงบิน๔๐๒ กองบิน๔ ตาคลี ซึ่งเพิ่งทำพิธีครบรอบเข้าประจำการ ๓๖ปีไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
เข้าใจว่าฝูงบิน๗๐๒ ที่มีทั้ง บ.อ.๑ SAAB 340 ERIEYE AEW(Airborne Early Warning) ๒เครื่อง และ บ.ล.๑๗ SAAB 340B ที่ติดระบบ ELINT/COMINT คงจะรับภารกิจแทน Arava ที่จะต้องปลดไปในอนาคตอันใกล้
โดยฝูงบิน๔๐๒ จะประจำการด้วยเครื่องบินตรวจการณ์ภารกิจภาพถ่ายทางอากาศ IMINT ด้วย บ.ตล.๑๒ Learjet 35A กับ บ.ตฝ.๒๐ DA-42MPP ครับ (หาข้อมูลยากครับเพราะอากาศยานด้านภารกิจข่าวกรองกลุ่มนี้อยู่ในชั้นความลับครับ)