แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ KAI T-50 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ KAI T-50 แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การบินมิตรภาพเครื่องบินขับไล่และฝึก บ.ขฝ.๒ T-50TH กองทัพอากาศไทยและ T-50B ฝูงบินผาดแผลง Black Eagles เกาหลีใต้
















The Royal Thai Air Force (RTAF) two Korea Aerospace Industries (KAI) T-50TH Golden Eagle of 401st Squadron, Wing 4 Takhli and the Republic of Korea Air Force (RoKAF) eight T-50B Black Eagles aerobatic team coducted Frienship Flight over Wing 41 Chiang Mai RTAF base in Thailand on 18 February 2026. (Tango Squadron Air Museum foundation)



วานนี้ (18 ก.พ. 69) กองทัพอากาศไทย โดยฝูงบิน 401 กองบิน 4 สร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือทางอากาศครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด "One Sky, One Soul, One Golden Eagle" ในกิจกรรม "Friendship Flight" 
ซึ่งเป็นการบินหมู่ร่วมกันเหนือท้องฟ้าไทยระหว่างเครื่องบินฝึกขับไล่/โจมตี บฝ.2 (T-50TH) และเครื่องบิน T-50B จากฝูงบินผาดแผลงระดับโลก "Black Eagles" ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี เหนือบริเวณพื้นที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ 
การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศักยภาพของเครื่องบินตระกูล T-50 แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างนักบินของทั้งสองประเทศ แม้จะต่างสัญชาติและพรมแดน ทว่ารวมเป็นหนึ่งด้วยสมรรถนะของอากาศยานรุ่นเดียวกัน และผูกพันกันด้วยจิตวิญญาณของนักบินขับไล่ที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจเพื่อมิตรภาพที่ยั่งยืน

"One Sky, One Soul, One Golden Eagle"
กองทัพอากาศไทย โดย ฝูงบิน 401 กองบิน 4 ร่วมกับ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี สร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือทางอากาศครั้งสำคัญในกิจกรรม "Friendship Flight" ซึ่งเป็นการบินหมู่ร่วมกันระหว่างเครื่องบินฝึกขับไล่/โจมตี บฝ.2 (T-50TH) และเครื่องบิน T-50B จากฝูงบินผาดแผลงชื่อดังระดับชาติ "Black Eagles"
"แม้ต่างประเทศ ต่างพรมแดน แต่รวมกันด้วย T-50 และผูกพันด้วยห้วใจนักบิน "

Friendship Flight RTAF & ROKAF 
ระยะเครื่องในอากาศ อาจจะวัดค่าได้ 
แต่ระยะความไว้ใจ ไม่ต้องวัดค่า เพราะมีให้กันเกิน 100 %
กองทัพอากาศ จัดกิจกรรมการบินมิตรภาพ ร่วมกับฝูงบิน Black Eagles ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี ณ กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ โดยนำเครื่อง T-50TH ทำการบินร่วมกับ T-50B พร้อมแลกเปลี่ยนนักบินนั่งสังเกตการณ์ทั้ง 2 ประเทศ 
กิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในความร่วมมือทางทหารระหว่าง ไทย–สาธารณรัฐเกาหลี ที่มีความพร้อมปฏิบัติการร่วมกัน ในระดับยุทธวิธี รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นในระดับยุทธศาสตร์ ที่สามารถยกระดับมาตรฐานการทำงานร่วมกัน บนฟ้าเดียวกันได้อย่างมืออาชีพ

กองทัพอากาศ ร่วมกับฝูงบิน Black Eagles จัดกิจกรรมการบินมิตรภาพ (Friendship Flight) เสริมสร้างความสัมพันธ์และขยายผลความร่วมมือทางทหาร ณ กองบิน 41
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพอากาศ จัดกิจกรรมการบินมิตรภาพ (Friendship Flight) ร่วมกับฝูงบิน Black Eagles ของ Republic of Korea Air Force ในโอกาสเดินทางกลับจากการเข้าร่วมงาน Saudi Arabia Air Show 2026 และแวะจอดพักค้างคืน ณ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ 
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพอากาศทั้งสองประเทศ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ความสง่างามของ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ณ ดอยอินทนนท์ ผ่านภาพถ่ายทางอากาศเพื่อเผยแพร่ไปสู่ระดับสากล
ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินขับไล่และฝึก แบบที่ 2 (T-50TH) จำนวน 2 เครื่อง จากฝูงบิน 401 กองบิน 4 ร่วมทำการบินฝึกกับอากาศยานแบบ T-50B จำนวน 8 เครื่อง ของฝูงบิน Black Eagles Team 
โดยมีกิจกรรมสำคัญคือการแลกเปลี่ยนนักบินร่วมสังเกตการณ์ในตำแหน่งที่นั่งหลังของอากาศยานทั้งสองฝ่าย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเพิ่มพูนทักษะการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน นอกจากกิจกรรมภาคอากาศ กองทัพอากาศได้จัดอากาศยานโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) จากฝูงบิน 411 ร่วมจัดแสดงภาคพื้นประกอบกำลังกับอากาศยานของทั้งสองฝ่าย เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ร่วมกัน
ความสำเร็จของกิจกรรม Friendship Flight ในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายผลความร่วมมือจากการประชุมระดับผู้ปฏิบัติงานที่สำคัญยิ่ง ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อันเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงที่แน่นแฟ้น ตลอดจนเป็นการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืนระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีสืบไป
ทั้งนี้ ภาพถ่ายทางอากาศที่บันทึกเหนือองค์พระมหาธาตุฯ ซึ่งถือเป็นภาพสำคัญและทรงคุณค่าทางสัญลักษณ์ จะมีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ขอเชิญติดตามรับชมอีกครั้งหนึ่งผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกองทัพอากาศต่อไป

กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) และกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) ได้จัดกิจกรรมการบินมิตรภาพ(Friendship Flight) เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ระหว่างเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ Korea Aerospace Industries(KAI) T-50TH Golden Eagle ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ตาคลี จำนวน ๒เครื่อง
และเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50B กลุ่มสาธิตทางอากาศที่๕๓(53rd Air Demonstration Group) ที่รู้จักในชื่อฝูงบินผาดแผลง Black Eagles จำนวน ๘เครื่องจากกองบิน๔๑ เชียงใหม่ โดยมีการปล่อยควันสีเป็นสีธงไตร์รงค์ของไทย และถ้าภาพรวมกับเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘  Beechcraft AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ ซึ่งกลับมาปฏิบัติการบินอีกครั้งหลังงดบินจากอุบัติเหตุตกเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙

เครื่องบินฝึกไอพ่น T-50B ฝูงบินผาดแผลง Black Eagles กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีได้เดินทางออกจากกองบิน๔๑ เชียงใหม่ ทางตอนเหนือของไทยเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ โดยจะมุ่งหน้าไปแวะพักที่ฟิลิปปินส์เป็นจุดหมายต่อไป ก่อนจะเดินทางกลับไปที่ตั้งหลัก ณ ฐานทัพอากาศ Wonju ในจังหวัด Gangwon สาธารณรัฐเกาหลี
ฝูงบินผาดแผลง Black Eagles ได้เสร็จสิ้นการแสดงในงานแสดงการป้องกันประเทศ World Defense Show(WDS) 2026 ที่จัดขึ้นในกรุง Riyadh ซาอุดีอาระเบียระหว่างวันที่ ๘-๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ ซึ่งในการเดินทางขาไปซาอุดีอาระเบียก่อนหน้าเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50B Black Eagles ก็ได้มาแวะพักที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ระหว่างวันที่ ๓๐-๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙

การเดินทางขาไปของเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50B ฝูงบินผาดแผลง Black Eagles กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลียังเป็นครั้งแรกที่ได้ทำการแวะพักที่ฐานทัพอากาศ Naha ญี่ปุ่นและถ่ายรูปร่วมกับเครื่องบินฝึกไอพ่น Kawasaki T-4 ฝูงบินผาดแผลง Blue Impulse กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF: Japan Air Self-Defense Force) เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ 
ซึ่งมีขึ้นระหว่างการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของรัฐมนตรีกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี Ahn Gyu-baek ที่มีการเข้าพบรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น Shinjiro Koizumi ซึ่งทั้งสองชาติกำลังฟื้นฟูและกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคที่กำลังตึงเครียดขึ้นโดยเฉพาะภัยคุกคามร่วมกันจากกองทัพประชาชนเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/600mm.html)

การบินมิตรภาพครั้งแรกระหว่างเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50B ฝูงบินผาดแผลง Black Eagles กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี และเครื่องบินขับไล่และฝึก บ.ขฝ.๒ T-50TH ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ กองทัพอากาศไทยยังได้เห็นว่าเครื่องหมายเลข "40101" และ "40102" ติดเครื่องหมาย "bomb score marks" ที่แสดงการใช้อาวุธที่รวมถึงลูกระเบิดอากาศอเนกประสงค์ Mk82 ขนาด 500lbs ในการรบจริงด้วย
กองทัพอากาศไทยได้ประกาศว่าเครื่องบินขับไล่และฝึก บ.ขฝ.๒ T-50TH ได้มีส่วนร่วมในการใช้อาวุธทางอากาศระหว่างความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่ผ่านมา ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ซึ่งขณะนี้มี บ.ขฝ.๒ T-50TH ในประจำการจำนวน ๑๔เครื่องกำลังอยู่ระหว่างรอรับมอบเพิ่มเติมอีก ๒เครื่องรวมเป็น ๑๖เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/rtaf-white-paper-2025.html)

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียเลือกจะจัดหาเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 อิตาลี

Singapore Airshow 2026: Leonardo announces Indonesia's selection of M-346 F





Indonesia has selected the Leonardo M-346 F Block 20 to replace its ageing fleet of BAE Systems Hawk 109/209 aircraft. (Leonardo)

บริษัท Leonardo อิตาลีได้ประกาศว่ากระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้เลือกเครื่องบินขับไล่เบา M-346 F(Fighter) Block 20 ที่ตรงความต้องการการฝึกทางอากาศต่างๆของตน
การประกาศได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ระหว่างงานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2026 ที่จัดขึ้นที่ Changi  สิงคโปร์ระหว่างวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2026

Leonardo อิตาลี, บริษัท PT E-System Solutions(ESS) อินโดนีเซีย และกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียยังได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LoI: Letter of Intent) 
เพื่อความร่วมมือในการจัดส่งและสนับสนุนของเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 สำหรับกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)

"จดหมายแสดงความจำนง LoI มีขึ้นตามการเลือกเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 โดยกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเพื่อตอบสนองความต้องการขีดความสามารถการฝีกและการรบของอินโดนีเซีย" บริษัท Leonardo กล่าว
ตามข้อมูลจากบริษัท Leonardo โครงการมีส่วนส่งเสริมแผนการปรับปรุงความทันสมัยกำลังฝูงบินอากาศยานต่างๆของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย แผนได้ยกประโยชน์จาก

"วิทยาการและสมรรถนะ(ของเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20) เพื่อทดแทนเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมานาน เช่นเครื่องบินฝึกไอพ่น/โจมตีเบา BAE Systems Hawk ในบรรดาเครื่องบินแบบอื่นๆ" บริษัท Leonardo กล่าว
ตามข้อมูลจากบริษัท Leonardo จดหมายแสดงความจำนง LoI ยังรวมถึง "ขีดความสามารถการสนับสนุน , ซ่อมบำรุง, ซ่อมทำใหญ่ และการฝึกในอินโดนีเซีย เช่นเดียวกับการพัฒนาทุนมนุษย์(human capital)"

"คณะทำงานของทั้งสองฝ่ายขณะนี้จะย้ายเข้าสู่การหารือต่างๆในระยะต่อไป โดยมีความตั้งใจที่จะบรรลุผลการลงนามสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างได้โดยเร็ว" Leonardo อิตาลีเสริม
ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces ปัจจุบันกองทัพอากาศอินโดนีเซียมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตีเบาไอพ่น Hawk 209 จำนวน 22เครื่อง และเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk 109 จำนวน 6เครื่อง

เครื่องบินโจมตีเบา Hawk 209 และและเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk 109 ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพอากาศอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 1996 เพื่อใช้ในภารกิจการฝึก, การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support) และการโจมตีเบา
ล่าสุดกองทัพอากาศอินโดนีเซียได้ลดขนาดการวางกำลังเครื่องบินฝึกไอพ่น/โจมตีเบา Hawk 109/209 ในฐานะทรัพยากรในแนวหน้าลง โดยในเดือนมกราคม 2026 ได้ลดจำนวนหน่วยบินจากสองฝูงบินเป็นหนึ่งฝูงบิน

ฝูงบินที่12(Air Squadron 12, Skadron Udara 12) กองบินที่6(Air Wing 6, Wing Udara 6) ที่มีตั้งที่ฐานทัพอากาศ Roesmin Nurjadin ได้ทำพิธีปลดประจำการเครื่องบินไอพ่น Hawk 109/Hawk 209 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026 
คาดว่าฝูงบินที่12 จะมีพิธีรับมอบอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสที่กำลังอยู่ระหว่างการส่งมอบตามมา(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-3-42.html)

เครื่องบินไอพ่น Hawk 109/Hawk 209 ที่เหลือจะถูกวางกำลัง ณ ฝูงบินที่1(Air Squadron 1, Skadron Udara 1) ที่มีที่ตั้งที่ฐานทัพอากาศ Supadio ใน Pontianak เป็นฝูงบินเดียว
กองทัพอากาศอินโดนีเซียยังมีประจำการด้วยเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Korea Aerospace Industries(KAI) T-50i สาธารณรัฐเกาหลีจำนวน 13เครื่องที่เข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 2013(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/elang-thainesia-2025.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา T-50i ถูกวางกำลัง ณ ฝูงบินที่15(15th Air Squadron, Skadron Udara 15) ฐานทัพอากาศ Iswahyudi ใน Madiun กองทัพอากาศอินโดนีเซียได้สูญเสีย T-50i ของตนไปแล้ว 3เครื่องจากที่ได้รับมอบ 16เครื่อง โดยมองที่จะจัดหาเพิ่มเติม 6เครื่อง
มีรายงานจากสื่ออินโดนีเซียว่ากองทัพอากาศอินโดนีเซียมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 จำนวน 24เครื่องและมีตัวเลือกเพิ่มเติมอีก 12เครื่องรวม 36เครื่อง

เครื่องบินขับไล่และฝึกไอพ่น M-346 F Block 20 เป็นมาตรฐานล่าสุดที่ได้รับการเพิ่มขยายขีดความสามารถในการฝึกและการรบต่างๆรวมถึงห้องนักบินที่ได้การติดตั้งจอแสดงผลขนาดใหญ่(LAD: Large Area Display) หนึ่งจอต่อหนึ่งที่นั่ง
เสริมด้วยจอแสดงผลตรงหน้าความโดดเด่นต่ำ(LPHUD: Low-Profile Head-Up Display) และหมวกนักบินติดจอแสดงผล(HMD: Helmet-Mounted Display) ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/m-346fa-12.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/01/m-346fa-12.html)

วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566

DAPA เกาหลีใต้จะพัฒนาเครื่องยนต์ไอพ่นแบบใหม่สำหรับเครื่องบินขับไล่

South Korea to develop new fighter aircraft engine







The 15,000 lbf-class turbofan engine to be developed by South Korea could potentially lead to a domestic powerplant for the Korea Aerospace Industries (KAI) T-50/FA-50 trainer/light fighter and unmanned combat aerial vehicles. (Janes/Hanwha Aerospace)



สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีได้ประกาศว่าตนได้เริ่มต้นโครงการวิจัยที่จะพัฒนาเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan ระดับกำลังขับ 15,000lbf สำหรับเครื่องบินขับไล่
ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2023 DAPA กล่าวว่าแผนที่จะเสร็จสิ้นการพัฒนาเครื่องยนต์ภายในกลางถึงปลายปี 2030s เครื่องยนต์จะถูกใช้เป็นระบบขับเคลื่อนเครื่องบินขับไล่ที่พัฒนาในสาธารณรัฐเกาหลี DAPA เสริม

การประกาศสอดคล้องกับแถลงการณ์จากบริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีก่อนหน้าในปี 2023 ซึ่งบริษัทคาดว่าจะมีส่วนร่วมในโครงการกล่าวกับ Janes ว่า
"DAPA วางแผนที่จะออกแบบคุณลักษณะและรูปแบบพื้นฐานของเครื่องยนต์(ตั้งแต่ปี 2023) ตั้งแต่ปี 2024-2029 DAPA วางแผนที่จะพัฒนาต้นแบบเครื่องยนต์หลักและขยายมันเพื่อจะพัฒนาเครื่องยนต์ turbofan เต็มรูปแบบ" Hanwha Aerospace เสริม

ตามข้อมูลจาก DAPA โครงการจำเป็นต้องการงบประมาณจำนวนมากและระยะเวลาการพัฒนาที่ยืดเยื้อยาวนาน ปัจจุบันสาธารณรัฐเกาหลีประกอบเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ General Electric(GE) F404-GE-102 และผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ภายใต้สิทธิบัตร

นอกจากนี้ Hanwha ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางเทคนิคกับบริษัท General Electric สหรัฐฯในปี 2016 เพื่อการผลิตชิ้นส่วนในสาธารณรัฐเกาหลีสำหรับเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ F414-GE-400(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/kai-mum-t-kf-21.html,

อย่างไรก็ตาม DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าการพึ่งพา "ผู้ผลิตต่างประเทศต่างๆสำหรับเครื่องยนต์และชิ้นส่วนหลักต่างๆของอากาศยานมีนักบินบังคับและอากาศยานไร้คนขับ" ได้ทำให้มัน "ยากต่อการเพิ่มสมรรถนะอย่างเป็นอิสระ" 
"ความเป็นจริงที่ว่าวิทยาการที่จะะออกแบบและผลิตเครื่องยนต์อากาศยานอย่างอิสระเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอย่างมีนัยสำคัญ" DAPA เสริม(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/fa-50.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/02/kai-t-50th.html)

DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าตน "จะจัดตั้งแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและมีความร่วมมือการทำงานกับกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การพัฒนา" เครื่องยนต์ไอพ่น turbofan ที่จะได้รับการพัฒนาน่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การเป็นเครื่องยนต์ของสาธารณเกาหลีสำหรับ
เครื่องบินฝึกไอพ่น T-50 และเครื่องบินขับไล่เบา FA-50 ของบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี และอากาศยานรบไร้คนขับ(UCAV: Unmanned Combat Aerial Vehicle) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

KAI เกาหลีใต้เปิดเผยรายละเอียดแผนการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 มากขึ้น

ADEX 2021: KAI reveals more details about FA-50 upgrade plans



KAI has revealed more details about its plans to improve the range and combat capabilities of the FA-50 light attack aircraft. (KAI)

ADEX 2021: KAI reveals FA-50 ‘loyal wingman' concept for KF-21



A screenshot from a KAI concept video released during ADEX 2021 that shows a manned KF-21 future fighter operating in concert with a swarm of unmanned FA-50 loyal wingmen. (KAI)







บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีได้เปิดเผยรายละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับแผนการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 Fighting Eagle ของตน
ซึ่งปัจจุบันกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) มีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา KAI FA-50 จำนวน 60เครื่อง

จากการพูดคุยกับ Janes ที่งานแสดงการบินและกลาโหมนานาชาติ ADEX 2021(Seoul International Aerospace & Defense Exhibition 2021) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-24 ตุลาคม 2021
เจ้าหน้าที่บริษัท KAI กล่าวว่าการปรับปรุงซึ่งมุ่งเป้าไปที่การเพิ่มขยายทั้งพิสัยทำการและขีดความสามารถของระบบ มีกำหนดที่รวมถึงการติดตั้งเครื่องบินด้วยถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกขนาด 300 gallon

และบูรณาการระบบด้วยกระเปาะชี้เป้าหมาย(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/fa-50-sniper-atp.html) และระบบอาวุธใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/fa-50.html)
รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นพิสัยกลาง และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile)

ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นไปได้สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นพิสัยกลางรวมถึง อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน JSM(Joint Strike Missile) ของบริษัท Kongsberg นอร์เวย์ และบริษัท Raytheon สหรัฐฯ,
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน SOM(Stand-Off Missile) ของบริษัท Roketsan ตุรกี และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน Taurus KEPD 350K-2 จากบริษัท Taurus Systems เยอรมนี-สวีเดน

สำนักงานการพัฒนาทางกลาโหม(ADD: Agency for Defense Development) สาธารณรัฐเกาหลีซึ่งยังมีส่วนร่วในการปรับปรุง FA-50 นั้นกล่าวว่า ตนยังได้แสดงความตั้งใจที่จะพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นพิสัยกลางแบบนี้ด้วย
ตามข้อมูลจาก KAI สาธารณรัฐเกาหลี การปรับปรุงซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นในปี 2022 จะยีงรวมการติดตั้งเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ด้วย radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) แบบ multi-mode,

ห้องนักบินแบบ glass cockpit พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่(LAD: Large Area Display), หมวกนักบินติดจอแสดงผล(HMD: Helmet-Mounted Display), ขีดความสามารถการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/kai-fa-50.html),
ระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare), ระบบเครือข่ายเป็นศูนย์กลางแบบ multimode, Data Link ทางยุทธวิธีใหม่ และระบบควบคุมการบิน digital(FCS: Flight Control System) ด้วยระบบทำงานควบคู่ซ้อนกันสามระบบ

ความเคลื่อนไหวนี้จะหมายถึงการเปลี่ยนแบบเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ซึ่งยังได้ถูกเสนอเพื่อส่งออก(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/t-50th.html) ไปเป็น "เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจที่แท้จริง" ด้วย KAI ย้ำ
นอกจากนี้ KAI ได้เปิดเผยแนวคิดสำหรับรุ่นไร้คนขับของ FA-50 ที่สามารถจะหน้าที่เป็น 'คู่บินภักดี'(loyal wingman) สำหรับเครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae แบบมีนักบินในอนาคตที่ตนกำลังพัฒนา(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/kf-21.html)

ภาพวีดิทัศน์สร้างจาก computer ของเครื่องบินขับไล่ KF-21 กำลังบินหมู่ผสมกับฝูงเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 แบบไร้คนขับถูกเผยแพร่โดยบริษัท KAI ในเวลาสอดคล้องกับงานแสดง ADEX 2021
ในการดัดแปลง FA-50 แบบมีนักบินบังคับเป็น loyal wingman แบบไร้คนขับ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีสามารถที่จะจำนวนที่จำเป็นอย่างมากต่อแผนการจัดหาฝูงบิน KF-21 ของตนที่การจัดซื้อจัดจ้างและค่าใช้จ่ายการปฏิบัติการที่ค่อนข้างจะต่ำ

ด้วยขีดความสามารถในการติดตั้งอาวุธอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นหลายรูปแบบ คู่บินไร้คนขับ FA-50 เหล่านี้สามารถถูกใช้เป็นระบบเครื่องบินขับไล่และ/หรือเครื่องบินโจมตีอัตโนมัติ ที่ถูกควบคุมโดยเครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้
ในฐานะระบบอาวุธ 'ทำลายตนเอง' ในสิทธิของพวกมันเอง หรือในฐานะเป้าลวงตัวล่อสำหรับเครื่องบินขับไล่แบบมีนักบินบังคับ radar และระบบตรวจจับอื่นๆของพวกมันยังจะเป็นเครือข่ายกับเหล่า KF-21 เพื่อภาพที่ใหญ่ขึ้นและมีรายละเอียดมากขึ้นของสนามรบทางอากาศยุคอนาคต

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกำลังจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50 Golden Eagle และเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 Fighting Eagle มากกว่า 140เครื่องในอีกหลายปีข้างหน้าที่จะถึง
และยังเปิดเผยแผนที่จะวางกำลังเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในอนาคตถึง 120เครื่องภายในปี 2032 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/04/kai-kf-21.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/04/kf-21-boramae.html)

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564

Boeing, Lockheed Martin และ Leonardo เข้าแข่งขันโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นใหม่กองทัพเรือสหรัฐฯ

Update: Competitors declare for US Navy jet trainer requirement
A conceptual image of the Boeing T-7A Red Hawk in US Navy colours. Along with Lockheed Martin and Leonardo, the company is to compete the service's T-45 Goshawk replacement programme. (Boeing)

Lockheed Martin would offer the T-50A with support from co-developer Korea Aerospace Industries (KAI). (Lockheed Martin)

Leonardo would compete the M-346 Master (seen as T-100). (Leonardo)

The US Navy's Undergraduate Jet Training System (UJTS) programme to replace the Boeing T-45 Goshawk. (US Navy)



สามบริษัทได้ประกาศความตั้งใจของตนที่จะเข้าแข่งขันสำหรับการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นใหม่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) บริษัท Boeing สหรัฐฯ และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ ยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2021 ว่า
พวกตนจะเข้าแข่งขันในโครงการระบบการฝึกเครื่องบินไอพ่นศิษย์การบิน(UJTS: Undergraduate Jet Training System) เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Boeing T-45 Goshawk ขณะที่บริษัท Leonardo อิตาลีได้ประกาศก่อนหน้าถึงความตั้งใจของตนที่จะเข้าแข่งขัน

Boeing ตอบสนองว่าตนจะนำเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/t-7a.html) โดยย้ำว่า "Boeing พร้อมเสมอที่จะสนับสนุนกองทัพเรือสหรัฐฯในภารกิจการฝึกของตน"
Lockheed Martin กล่าวกับ Janes ว่าตนจะเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50A โดยการสนับสนุนจากผู้พัฒนาร่วม บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2015/12/kai-t-50-t-x.html)

Lockheed Martin กล่าวว่า "เราเสนอการดัดแปลงอย่างเล็กน้อยที่สุดต่อแบบพื้นฐานเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50A เพื่อจะตรงความต้องการที่ระบุในเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ"
Leonardo กล่าวว่าตนจะส่งเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346 Master เข้าแข่งขัน(https://aagth1.blogspot.com/2017/02/leonardo-t-100-t-x.html) โดยเสริมว่า "M-346 เป็นที่เหมาะสมสำหรับความต้องการการฝึกกองทัพเรือสหรัฐฯ เรากำลังทำการประเมินที่ครอบคลุมก่อนขั้นต่อๆไปในกระบวนการ"

นอกเหนือจากสามบริษัทเหล่านี้ บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรได้ให้ข้อมูลที่ไม่ผูกมัดว่าตนจะเสนอหรือไม่เสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk AJT ของตนหรือไม่แต่อย่างใด 
โดยกล่าวเพียงว่า "การมุ่งเน้นหลักของเรายังคงเป็นการสนับสนุนความพร้อมและจำนวนเครื่องที่ใช้งานได้ของ T-45 Goshawk ผ่านการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และมอบความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม"

"เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกองทัพเรือสหรัฐฯและเดินหน้าที่จะร่วมมือกับหุ้นส่วนต่างๆของเราในการสนับสนุนความต้องการในอนาคต" BAE Systems เสริม
เครื่องบินฝึกไอพ่น T-45 Goshawk มีพื้นฐานจากเครื่องบินฝึกไอพ่น BAE Systems Hawk ที่มีการดัดแปลงอย่างมาก โดยเข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯตั้งแต่ปี 1991

เอกสารขอข้อมูล RFI ที่ออกโดยกองบัญชาการระบบอากาศนาวี(NAVAIR: Naval Air Systems Command) ในเดือนพฤษภาคม 2020 ไม่ได้ระบุความต้องการว่าเครื่องบินฝึกไอพ่นใหม่จะต้อมีขีดความสามารถปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบินได้เหมือน T-45 หรือไม่
โดยระบุถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นสองที่นั่งใช้งานจากสนามบินบนบก มีความเร็วสูงสุดเกิน Mach 0.84 มีเพดานบิน 41,000ft ติดตั้ง synthetic radar และระบบตรวจจับอื่นๆ เช่นเดียวกับการจำลองการใช้อาวุธอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้น และยังควรมีตำบลอาวุธอย่างน้อยสองจุดแข็งครับ

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

อินโดนีเซียมองหาแหล่งเงินกู้ต่างประเทศสำหรับการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50i เพิ่ม 6เครื่อง

Indonesia seeks foreign lender for T-50 lead-in fighter trainer programme



The example of 16 T-50i trainers that Indonesia signed for in 2011. Jakarta is procuring an additional six airframes and is looking for a foreign loan to fund this purchase. (Korea Aerospace Industries)



กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้เริ่มต้นการมองหาสำหรับผู้ให้เงินกู้จากต่างประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/2044.html) เพื่อเป็นวงเงินงบประมาณจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50i Golden Eagle เพิ่มเติม 6เครื่อง
สำหรับโครงการเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่(LIFT: Lead-in Fighter Trainer) ของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)

การอนุมัติให้รับการขอสินเชื่อเงืนกู้จากต่างประเทศได้รับความเห็นชอบโดยกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย หลังการปรึกษาหารือกับกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย และกระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซีย(BAPPENAS: Kementerian Perencanaan Pembangunan Nasional)
เอกสารที่ถูกมอบให้กับ Janes โดยแหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงระบุว่า มีการจำกัดวงเงินที่ $240 million สำหรับการจัดสรรเงินกู้ต่างประเทศนี้(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/1.html

บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี เปิดเผยในการยื่นข้อบังคับทางการเงินเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2021 ว่าตนได้รับ "สัญญา" เพื่อส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น KAI T-50i Golden Eagle แก่กองทัพอากาศอินโดนีเซีย
เครื่องบินฝึกไอพ่น T-50i มีจุดประสงค์ที่จะประจำการเป็นเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นมัธยมสำหรับศิษย์การบินที่กำลังเปลี่ยนแบบจากเครื่องบินฝึกใบพัดไปสู่การฝึกรับรองแบบสำหรับเครื่องบินขับไล่

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ที่ Janes ได้ตรวจสอบยืนยันกับกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียว่า สัญญาที่ถูกกล่าวถึงเป็นการขึ้นต้นโดยปกติ และจะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อการจ่ายเงินขั้นต้นได้ถูกดำเนินการแล้วเท่านั้น
นอกเหนือจากนี้ Janes เข้าใจว่าจากแหล่งข่าวที่แยกต่างกันในกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียที่การจ่ายวงเงินขั้นต้นนี้จะได้รับการจัดสรรผ่านจากงบประมาณกลาโหมอินโดนีเซียประจำปี 2022 และจะถูกส่งให้ KAI สาธารณรัฐเกาหลีภายในสิ้นปี 2021

ส่วนที่เหลือของจำนวนวงเงินตามสัญญาจะได้รับงบประมาณด้วยการได้รับวงเงินจากสินเชื่อเงินกู้จากต่างประเทศที่ยังคงต้องได้รับการหาแหล่งเงินกู้ก่อน
กองทัพอากาศอินโดนีเซียได้สั่งจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50i จำนวน 16เครื่องจาก KAI สาธารณรัฐเกาหลีในปี 2011 โดยปัจจุบันมีประจำการ 14เครื่องตามที่สูญเสียไป 2เครื่องจากอุบัติเหตุในปี 2015 และ 2020 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564

เครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 เกาหลีใต้จะได้รับการรับรองติดตั้งกระเปาะชี้เป้าหมาย Sniper ATP

FA-50 set to receive Sniper Pod clearance



The T-50 advanced jet trainer and FA-50 have been broadly adopted by the Republic of Korea Air Force, and have won sales in Indonesia, Iraq, the Philippines and Thailand. Source: KAI




A T-50 test aircraft was used for Sniper Pod integration work Source: KAI



กระเปาะชี้เป้าหมาย Lockheed Martin Sniper Advanced Targeting Pod(ATP) มีกำหนดที่จะได้รับการอนุญาตรับรองสำหรับใช้งานกับเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา Korea Aerospace Industries(KAI) FA-50 Fighting Eagle สาธารณรัฐเกาหลี
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี พร้อมที่จะออกการรับรองความสมควรเดินอากาศสำหรับกระเปาะชี้เป้า Sniper ATP บนเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา KAI FA-50
แต่การแพร่ระบาดของ coronavirus Covid-19 มีผลทำให้คณะกรรมาธิการการรับรองจะทำได้เพียงการประชุมเพื่อหารือการบูรณาการในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ที่จะถึง ตามที่ FlightGlobal เข้าใจ

บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีได้ทำสัญญากับบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ ซึ่งกระเปาะชี้เป้า Sniper ATP สองระบบสำหรับการทดสอบการบินและภาคพื้นดินในเดือนตุลาคม 2020 
กระเปาะ Sniper ATP ทั้งสองระบบถูกส่งกลับหลังเสร็จสิ้นการทดสอบ เห็นได้ชัดว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยดี และไม่มีปัญหาใดๆที่คาดการณ์ล่วงหน้าเกิดขึ้นในการจะได้รับการรับรองความสมควรเดินอากาศ 
ชุดภาพที่เผยแพร่โดย KAI สาธารณรัฐเกาหลีแสดงถึงกระเปาะ Sniper ติดตั้งบนตำบลอาวุธที่จุดแข็งกลางลำตัวใต้โครงสร้างอากาศยานของเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50 เครื่องทดสอบ โดยเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 เป็นรุ่นที่มีความก้าวหน้าที่สุดของเครื่องบินไอพ่นตระกูล T-50

การบูรณาการกระเปาะชี้เป้าหมาย Sniper ATP กับ FA-50 เป็นเป้าหมายมานานสำหรับ KAI ในงานแสดงการบินนานาชาติ Seoul ADEX 2019 เมื่อเดือนตุลาคม 2019 บริษัท KAI กล่าวกับ FlightGlobal ว่าการบูรณาการจะมีขึ้นภายในสิ้นปี 2020
กระเปาะชี้เป้า Sniper ATP จะเพิ่มขีดความสามารถการตรวจจับเชิงรับต่อเป้าหมายหลากหลายรูปแบบของเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา F-50 เป็นอย่างมาก
นอกเหนือจากการปฏิบัติการข่าวกรอง, ตรวจการณ์ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence, Surveillance and Reconnaissance) ระบบตรวจจับสามารถถูกใช้ในการกำหนดเป้าหมายที่รวมถึงยานยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่ได้

ความคืบหน้าการบูรณาการกระเปาะ Sniper มีขึ้นตามหลังข่าวในเดือนธันวาคม 2020 ที่บริษัท Cobham Mission Systems สหราชอาณาจักรจะส่งมอบระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบท่อ probe สำหรับ FA-50(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/kai-fa-50.html)
การประกาศการถูกเลือกในฐานะผู้รับสัญญาหลักสำหรับการดัดแปลงเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2020 บริษัท Cobham สหราชอาณาจักรกล่าวว่าตนจะ "ออกแบบ, พัฒนา และปรับความเหมาะสมแนวทางท่อรับเชื้อเพลิงทรงกระบอก" สำหรับเครื่องบินขับไล่โจมตีเบาเครื่องยนต์ไอพ่นเดียว
ทำให้เครื่องขับไล่โจมตีเบา FA-50 จะดำเนินการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศจากด้านหลังเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศที่ติดตั้งระบบส่งเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบตระกร้า(drogue) ได้ โดยมุ่งเป้าไปที่ "การเพิ่มขยายความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกันในการปฏิบัติการของอากาศยาน" 

เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า T-50 Golden Eagle และเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 Fighting Eagle ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) จำนวน 60เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/fa-50.html)
และประสบความสำเร็จในการส่งออกให้กับ อินโดนีเซีย, อิรัก, ฟิลิปปินส์(https://aagth1.blogspot.com/2018/06/fa-50ph.html) และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) จำนวน ๑๒เครื่องครับ