วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๘-๒

ASELSAN displayed model of Istanbul-class frigate (I-class), under turkish MILGEM warship program, with highlight its sensor and weapon systems at the Defense & Security 2023 show in Bangkok. (My Own Photo)


F-515 TCG Istanbul, the first of class of the Istanbul-class frigates. (Deliberrately 61)

ASFAT, Turkish Ministry of National Defense shipbuilding contractor company with Thai company coordinator United Defense Technology, provided information on features and capabilities of MILGEM frigate and corvette to Royal Thai Navy (RTN) at Naval Operations Department (NOD)'s meeting room, RTN Headquarters in Thailand on 6 February 2025. (United Defense Technology)

บริษัท ASFAT สาธารณรัฐตุรเคีย นำเสนอข้อมูลคุณลักษณะและขีดความสามารถของเรือฟริเกตและเรือคอร์เวต
ผู้ประสานงาน: บริษัท ยูไนเต็ดดีเฟนซ์ เทคโนโลยี จำกัด
วันพฤหัสบดีที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ระหว่างเวลา ๑๐๐๐ - ๑๒๐๐
ณ ห้องประชุม ยก.ทร. ชั้น ๓ บก.ทร. พื้นที่วังนันทอุทยาน

ASFAT ตุรกีรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงกลาโหมตุรกีซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับสัญญาทางอุตสากรรมการต่อเรือด้านการป้องกันประเทศได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท United Defense Technology ไทยในฐานะผู้ประสานงานในการนำเสนอข้อมูลเรือฟริเกตและเรือคอร์เวตของตนแก่กองทัพเรือไทย ณ ห้องประชุม กรมยุทธการทหารเรือ ยก.ทร. กองบัญชาการกองทัพเรือ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘(2025)
เป็นที่เข้าใจว่าแบบเรือที่ได้ถูกนำเสนอคุณลักษณะและขีดความสามารถแก่กองทัพเรือไทยรวมถึงเรือฟริเกตชั้น Istanbul(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/istanbul-f-516-tcg-izmir-f-517-tcg-izmit.html) และเรือคอร์เวตชั้น ADA(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/mazepa-f212-hetman-ivan-vyhovskyi.html) ภายใต้โครงการสร้างเรือรบแห่งชาติ MILGEM ของตุรกี
ที่นอกจากถูกสร้างเข้าประจำการในกองทัพเรือตุรกีแล้ว ยังได้รับการส่งออกให้ต่างประเทศรวมถึงกองทัพเรือปากีสถานในชื่อเรือคอร์เวตชั้น Babur จำนวน ๔ลำพร้อมการถ่ายทอดวิทยาการเพื่อสร้างในปากีสถาน, ยูเครนในชื่อเรือคอร์เวตชั้น Hetman Ivan Mazepa จำนวน ๒ลำและกองทัพเรือมาเลเซียภายโครงการ LMS Batch 2 จำนวน ๓ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html)

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องบ่งชี้ที่แสดงถึงว่าตุรกีจะเป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่สนใจจะเข้าร่วมการแข่งขันโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่จำนวน ๔ลำของกองทัพเรือไทย ที่กองทัพเรือไทยมองจะได้รับการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลไทยและรัฐสภาไทยในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙(2026) สำหรับเรือฟริเกตใหม่ ๒ลำแรกที่จะถูกสร้างในไทยภายใต้ข้อตกลงการถ่ายทอดวิทยาการและการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการสร้างเรือของไทย
บริษัทนานาชาติต่างๆที่แสดงความสนใจก่อนหน้ารวมถึง บริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีที่มองจะได้รับสัญญาเรือฟริเกตชุดเรือหลวงภูมิพลดุลยเดชลำที่สองมานาน(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/hanwha-ocean.html), บริษัท tkMS เยอรมนีร่วมกับบริษัท Marsun ไทยที่เสนอแบบเรือฟริเกต MEKO A-100(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-marsun-tkms-meko.html),
บริษัท Babcock International สหราชอาณาจักรที่เสนอแบบเรือฟริเกต Arrowhead 140 และบริษัท Damen เนเธอร์แลนด์ที่เสนอแบบเรือฟริเกต SIGMA ซึ่งต่างมองหาหุ้นส่วนในไทย(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-babcock-damen.html) เป็นต้น คาดว่ากองทัพเรือไทยจะเสร็จสิ้นการสรุปข้อกำหนดคุณลักษณะของเรือฟริเกตใหม่ได้ในราวเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ นี้

การบรรยายในหัวข้อวิชาสงครามเกาหลี แก่นักศึกษารุ่นที่๕๗(57th Class) ของวิทยาลัยการทัพเรือ(NWC: Naval War College) กรมยุทธศึกษาทหารเรือ(NED: Naval Education Department) โดย พลเรือโท ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล  รองเสนาธิการทหารเรือ และประธานอนุกรรมการโครงการจัดหาเรือฟริเกต ยังคงกล่าวถึงความสำคัญของการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ในฐานะ "ตัวเปลี่ยน game" (Game Changer) สามด้านคือ
ตัวเปลี่ยน game ด้านขีดความสามารถการรบที่รวมถึงอาวุธความเร็วเหนือเสียง Supersonic, ด้านการพัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมทางเรือและการป้องกันประเทศด้วยการถ่ายทอดวิทยาการสร้างเรือฟริเกตใหม่ในไทย, และด้านความยั่งยืน(Sustainability) ทั้งการซ่อมบำรุงและการใช้เครือข่ายทางยุทวิธี(TDL: Tactical Data Link) และระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) ประจำชาติของตนเอง
ซึ่งจะปฏิบัติการร่วมกับกองทัพบกไทยและกองทัพอากาศไทย กองทัพเรือไทยมองเรือที่จะทำการรบได้ ๒๔ชั่วโมง/๗วัน แต่เรือพิฆาตมีราคาแพงมากคือลำละราว ๔๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($1,187,419,292) เรือฟริเกตราคาลำละราว ๒๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($593,639,200) จึงเป็นไปได้มากว่าที่รัฐบาลจะอนุมัติให้ และในการทดแทนเรือเก่าต้องมี ๓ลำในอ่าวไทยและ ๒ลำในทะเลอันดามันที่รวม ร.ล.ภูมิพลดุลยเดช แล้วครับ




Royal Thai Navy (RTN) Tor 998, the Tor 997-class coastal patrol boat at Phra Chulachomklao Naval Dockyard, Royal Thai Naval Dockyard (RTND) in Laem Pha Pha Subdistrict, Phra Samut Chedi District, Samut Prakan Province, Thailand on 11 February 2025. (Royal Thai Navy)

EM&E inks contract for 30 mm gun stations with Royal Thai Navy
The Sentinel 30 naval remote-controlled weapon station from EM&E Group, which has been selected for two of the Royal Thai Navy (RTN)'s T-997-class patrol craft.

รองเสนาธิการทหารเรือ ติดตามการดำเนินโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง (เรือ ต.๙๙๘)
พลเรือโท วีรุดม  ม่วงจีน รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินโครงการฯ ตลอดจนฟังการบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องของผลการใช้งานเรือ ต.๙๙๘ ณ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ 
เพื่อการดำรงและพัฒนาขีดความสามารถของเรือดังกล่าวให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และความรับผิดชอบของกองทัพเรือ ในการพิทักษ์ไว้ซึ่งอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

บริษัท EM&E Group สเปนประกาศเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ว่าตนได้รับสัญญาจากกองทัพเรือไทยเพื่อจะส่งมอบแท่นยิงปืนเรือ SENTINEL 30 จำนวน ๒แท่นยิง ติดปืนกล Mk44 Bushmaster ขนาด 30x173mm และระบบควบคุมการยิงกล้อง OTEOS จำนวน ๒ระบบสำหรับติดตั้งบนเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.997 ทั้งสองลำคือ เรือ ต.997 และเรือ ต.998
ปัจจุบันเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง เรือ ต.997 และเรือ ต.998 ติดตั้งปืนเรือหลักคือปืนกล Oerlikon GAM-CO1 ตั้งแต่เข้าประจำการตามพิธีรับมอบเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๖(2023)(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/997-998.html) ซึ่งเข้าใจว่าเป็นปืนเก่าที่ถูกเก็บไว้ในคลังที่ถอดจากเรือเก่าที่ปลดประจำการไปแล้วก่อนหน้า โดยเป็นแท่นยิงแบบบังคับด้วยมือ(manual) ที่น่าจะถูกใช้คั่นระยะชั่วคราว
เดิมกองทัพเรือไทยมองที่จะติดตั้งเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.997 ทั้งสองลำด้วยปืนกล AK-306 พร้อมระบบควบคุมการยิง Antares Mod.9 จากรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2019/07/ak-306-30mm.html) อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ระบาด Covid-19 ในปี พ.ศ.๒๕๖๓(2020) และสงครามรัสเซีย-ยูเครนตั้งปี พ.ศ.๒๕๖๕(2022) ทำให้ไม่สามารถดำเนินการจัดหาได้

กองทัพเรือไทยได้ออกโครงการซื้อระบบปืนกล 30mm จำนวน ๒ระบบ วงเงิน ๑๙๗,๕๔๙,๘๕๖บาท($6,019,559.44) และโครงการซื้อระบบควบคุมการยิง จำนวน ๒ระบบ วงเงิน ๖๙,๖๗๘,๖๓๘.๒๓บาท($2,123,701.21) ที่เผยแพร่ในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๖ เพื่อทดแทนระบบของรัสเซีย และต่อมาได้เลือกจัดหาปืนกล SENTINEL 30 และ ระบบควบคุมการยิง OTEOS จาก EM&E Group สเปนในที่สุด
เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.991 จำนวน ๓ลำ และเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.994 จำนวน ๓ลำที่มีพื้นฐานแบบเรือร่วมกับเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.997 ที่สร้างโดยอู่เรือยบริษัท Marsun PCL ไทยที่เข้าประจำการไปก่อนหน้านั้นติดตั้งปืนเรือหลักปืนกล MSI DS30M ของบริษัท MSI-Defence Systems สหราชอาณาจักร ซึ่งติดตั้งปืนกล Mk44 Bushmaster ขนาด 30x173mm เหมือนกัน
สำหรับการปรับปรุงขีดความสามารถเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง Type 071ET LPD(Landing Platform Dock)(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/navantia-type-071et-lpd.html) และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงปัตตานี ทั้ง ๒ลำคือ ร.ล.ปัตตานี และเรือหลวงนราธิวาส(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/opv.html) ยังมีแผนที่จะติดตั้งปืนกล SENTINEL 30 ลำละสองแท่นยิงด้วยครับ

Personnel onboard the Thailand Navy's HTMS Pattani salute during the opening ceremony of the 5th Multilateral Naval Exercise Komodo 2025 off the coast of Indonesia's resort island of Bali on February 16, 2025. (Photo by SONNY TUMBELAKA/AFP via Getty Images)



Royal Thai Navy (RTN) LPD-792 HTMS Chang(III) the Type 071ET Landing Platform Dock (LPD), LST-722 HTMS Surin the Sichang class landing ship tank (LST), and FFG-456 HTMS Bangpakong the Chao Phraya-class frigate in task group sea phase training of non-commissioned officer (NCO) students of Naval Rating School (NRS) for school year 2025 at Gulf of Thailand 
in February 2024. (Royal Thai Navy)
Royal Thai Navy issued announcement on winner of bidding for procurement Combat Management System (CMS), Surveillance System (search radar), Fire Control System (FCS), Weapon Systems and Gyro system to be fitted on LPD-792 HTMS Chang for 909,500,000 Baht ($27,100,718) on 21 February 2025, is a Spanish Navantia.

อีกความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมทางเรือและการป้องกันประเทศของสเปนกับไทยคือ กองทัพเรือไทยได้ออกเอกสารประกาศการจัดซื้อจัดจ้างใน website ทางการของตนว่า บริษัท Navantia สเปนเป็นผู้ชนะผู้ชนะการเสนอราคาโครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบการรบสำหรับการปฏิบัติการทางเรือของเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย เรือหลวงช้าง(ลำที่๓) จำนวน ๑ ระบบ โดยวิธีคัดเลือก วงเงิน ๙๐๙,๕๐๐,๐๐๐บาท($27,100,718)
เป็นที่เข้าใจว่าระบบที่จัดหาเป็นหลักคือระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ CATIZ ของ Navantia สเปน รวมถึงระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้องรวมถึงระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) แบบ DORNA ของ Navantia สเปน และแท่นยิงปืนเรือ SENTINEL 30 RCWS จำนวน ๒ระบบของบริษัท บริษัท EM&E Group ที่ล่าสุดได้ถูกจัดหาเพื่อติดตั้งกับเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.997 ด้วย
ร.ล.ช้างเข้าร่วมการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘ และหมู่เรือฝึกภาคทะเล นักเรียนจ่าทหารเรือ ๒๕๖๘ กับเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงสีชัง เรือหลวงสุรินทร์ และะเรือฟริเกตชุดเรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงบางปะกง ขณะที่เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเรือหลวงปัตตานีได้ไปเข้าร่วมการฝึกผสมนานาชาติ Komodo 2025 กับ ๓๘ชาติและเรือรบจาก ๑๙ชาติที่ Bali อินโดนีเซียระหว่างวันที่ ๑๖-๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘ ครับ
(อย่างไรก็ตามดูเหมือนมีการสร้างข่าวลือในสื่อสังคม online ว่ามีกระแสต่อต้านการจัดหาระบบ CATIZ CMS ของ Navantia สเปนสำหรับ ร.ล.ช้าง และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี ภายในกองทัพเรือ และที่มาของข่าวนี้ก็เป็นพวกเดียวกับที่พยายามปล่อยข่าวว่า กองทัพเรือปิดข่าวเรือฟริเกตเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชกำลังจอดตายที่ท่าเรือหรืออู่เรือเพราะเครื่องยนต์ดีเซล MTU เยอรมนีไฟไหม้ในปี ๒๕๖๗ ยังไม่ได้ซ่อม
ซึ่งไม่เป็นความจริงตามที่มีการลงรูปห้องเครื่องยนต์ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๗ ว่าห้องเครื่องมีสภาพปกติไม่มีร่องรอยไฟไหม้อะไรพร้อมการแขวนพวงมาลัยไหว้แม่ย่านางเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/hanwha-ocean.html) และยังตรงข้ามกับความจริงว่า ร.ล.ภูมิพลอดุลเดช ก็มีภาพออกฝึกต่างๆมาตลอดเช่นเดียวกับ ร.ล.ช้างที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เคยออกจากท่าเรือเช่นกัน แต่ก็คัดค้านการจัดหาเรือฟริเกตใหม่
ต่อมายังมีการโจมตีกองทัพเรือในกรณีที่กองทัพเรือภาคที่๑ ส่งเรือตรวจการณ์ปืนชุดเรือหลวงสัตหีบ เรือหลวงเทพา เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง เรือ ต.264 และเครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ บ.ตช.๑ T-337 ไปจับเรือประมงเวียดนาม ๑๐ลำที่รุกล้ำมาจับปลาในน่านน้ำไทย ซึ่งเรือประมงต่างชาติที่จับได้ลำหนึ่งหันหัวเรือพุ่งชน ร.ล.เทพา จนตัวเรือยุบ แต่ทหารเรือกลับโดนต่อว่า "กระจอก! เรือรบจะซื้อมาทำไมยุบกองทัพเรือไปเถอะ!"
และที่จริงผู้เขียนไม่ควรจะรู้เรื่องพวกนี้หรอก ถ้าช่องในสื่อสังคม online ที่ผู้เขียนติดตามมีบัญชีผู้ใช้ไปแสดงความเห็นเรื่องนี้ พอมีคนถามแหล่งที่มาก็ลง Link ไป Page หรือ Group ที่ถ้าไม่ใช่กลุ่มปิดก็ block ไม่ให้คนนอกเข้าไปอ่านได้ พอเราบอกว่าไม่น่าเชื่อถือก็ตอบกลับว่า "ระดับนี้ไม่น่าเชื่อถือก็ตามใจจ้าโฮะๆๆๆ" คือกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ทำข่าวทหารเรือแต่เกลียดทหารเรือไทยว่าชอบใช้อำนาจปิดปากสื่อ แต่กลับ Block ให้คุยให้เห็นกันได้แต่พวกตัวเองเท่านั้นนี่มันคืออะไรกันแน่?)




Thai Aviation Industries Co.,Ltd. (TAI) and SAAB AB signed Memorandum of Understanding (MOU) to support maintenance and logistic for RTAF Gripen E/F, Saab 340 ERIEYE airborne early warning (AEW) and Saab 340B , Components, Tatical Data Link and Command and Control capabilities at TAI headquarters in Bangkok, Thailand on 7 February 2025. (TAI)

กองบิน ๗ ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะ
พลอากาศเอก พันธ์ภักดี  พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย คุณมนทิรา  พัฒนกุล นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ อุปนายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมกองบิน ๗ เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติภารกิจของหน่วย ปัญหาข้อขัดข้อง พร้อมทั้งมอบนโยบาย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพล
ในการนี้ได้เยี่ยมชม โครงการไก่ไข่อารมณ์ดี และ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ของกองบิน ๗ โดยมี นาวาอากาศเอก ศุภวัจน์  จิตรมนตรี ผู้บังคับการกองบิน ๗ พร้อมด้วยข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ ให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานทหารกองบิน ๗ และรับฟังบรรยายสรุปภารกิจ ณ ห้องประชุมกองบิน ๗ ตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘ 
"ขวัญและกำลังใจ จากผู้บังคับบัญชาเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจ"

การลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมระหว่างบริษัทอุตสาหกรรมการบินจำกัด(TAI: Thai Aviation Industries) ไทย และบริษัท SAAB AB สวีเดน เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัท TAI ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพมหานครฯ ประเทศไทย 
ซึ่งได้รับการลงนามโดยผู้บริหารระดับสูงของทั้งบริษัท คือพลอากาศเอก พิบูลย์ วรวรรณปรีชา กรรมการผู้จัดการ TAI ไทย กับ Fredrik Lindblom รองประธาน,หัวหน้า Saab Thailand ผู้อำนวยการฝ่ายขาย Saab Asia-Pacific และ Robert Bjorklund ผู้อำนวยการฝ่ายขายเครื่องบินขับไล่ Gripen ของ Saab เกี่ยวกับการสนับสนุนการส่งกำลังและซ่อมบำรุงและเพิ่มขีดความสามารถให้กับบริษัท TAI ไทยนั้น
โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ บ.ค.๑ Saab 340 ERIEYE AEW และเครื่องบินลำเลียง บ.ล.๑๗ Saab 340B ของกองทัพอากาศไทยนั้น เป็นเครื่องหมายที่จะปูทางไปสู่การบรรลุผลการลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ๑๒เครื่องของกองทัพอากาศไทยที่คาดว่าจะมีขึ้นในราวเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘ นี้ครับ




Royal Thai Air Force successfully completed the road operation for Jas-39 Gripen.
On 27th February 2025, RTAF Jas-39 landed and took off on highway 4287 in Songkla Province. This proved the increased operational capabilities for Thai Gripens to be flexible with operation from airfields and other suitable areas like road across the country.
Jas-39 Gripen was designed with this capability in mind. With its STOL (Short Take-Off and Landing) requiring 16m meters of road width, 500m take off run, and 600m landing distance. Gripen was also designed with minimum turnaround time to refuel and rearm for the next mission. (RTAF)



จารึกไว้ในประวัติศาสตร์
ความสามัคคีและความร่วมมือของคนในชาติเป็นพลังสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศ และเราจะร่วมยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ไปด้วยกัน
กองทัพอากาศประสบความสำเร็จ ในการนำเครื่องบินขับไล่โจมตีแบบที่ 20/ก Gripen ลงพื้นถนนทางหลวง หมายเลข 4287  ที่ใช้เป็นสนามบินสนามชั่วคราว (Road Base) สำหรับเป็นฐานปฏิบัติภารเพื่อความมั่นคงของชาติ ได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 27 ก.พ.68  
โดยการทดสอบขีดความสามารถของ Gripen ในการบินขึ้น-ลงถนนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญ ตามยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของเครื่องบินขับไล่ฯ ให้มีความอ่อนตัวในการวางกำลังเมื่อเกิดสถานการณ์ โดยสามารถปฏิบัติภารกิจได้จากทุกสนามบินหรือพื้นที่ที่มีความเหมาะสมทั่วประเทศไทย 
ขีดความสามารถในการบินขึ้นลงโดยไม่ใช้สนามบินของ  Gripen เป็นไปตามข้อกำหนดและคู่มือของทางบริษัทผู้ผลิต ซึ่งกองทัพอากาศได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนจากการทดสอบลงสนามบินสั้นที่ กองบิน 5 การลงพื้นที่แคบที่ Taxiway กองบิน 7 ซึ่งมีความกว้างเท่ากับพื้นที่จริง และการฝึกการบินจำลอง โดย Simulator เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักบิน 
อีกทั้งกองทัพอากาศได้ศึกษาปัจจัยอื่นๆ อย่างรอบด้านเพื่อกำหนดพื้นที่ และมาตรการให้การปฏิบัติครั้งนี้เกิดความปลอดภัย และลดผลกระทบที่มีต่อประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการร่วมจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภายในกลาโหม หน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาชนที่สนับสนุนให้ภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศประสบผลสำเร็จ เกิดเป็นภาพของความร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชาติ 
กองทัพอากาศต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้ปฏิบัติหน้างานและอยู่เบื้องหลังภารกิจในครั้งนี้ เริ่มจากเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศ หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน (กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, จังหวัดสงขลา กระทรวงมหาดไทย, บริษัท โทรคมนาคม จำกัด, บริษัท วิทยุการบิน จำกัด, ท่าอากาศยานหาดใหญ่) 
สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนชาวฉลุง จังหวัดสงขลา รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยที่สนับสนุนทุกท่าน 
กองทัพอากาศขอให้คำมั่นต่อพี่น้องประชาชนว่า กำลังพลของกองทัพอากาศจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยมุ่งมั่น ทุ่มเท พัฒนาขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตย และความมั่นคงของชาติ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน

งานนี้ไม่ใช่งานโชว์ ...ไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ ...แต่งานนี้เป็นงานเรื่องของความมั่นคง ...เราต้องการทดสอบขีดความสามารถเรื่องของการส่งกำลังและซ่อมบำรุง เราต้องการให้ประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด เราต้องการทดสอบในเรื่องของขีดความสามารถของนักบิน และสมรรถนะของเครื่องบินรบ Gripen 
เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่นักบินที่จะต้องมาทำการทดสอบเครื่องบินที่บอกว่าทำการลงบนถนนได้ เมื่อเครื่องบินลงบนถนนแล้ว จะทำการดับเครื่องยนต์ แล้วก็เติมน้ำมันเสร็จแล้วก็โหลดอาวุธเข้าไปด้วย ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้ ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีเท่านั้น ...นี่คือขีดความสามารถของนักบินและเครื่องบินขับไล่ Gripen แห่งฝูงบิน 701 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี ...Royal Thai Air Force

นักบินที่บิน Gripen D บินลงบนถนนในวันนี้
นักบินที่ 1 น.ท.ธนาศักดิ์ สีขาว ผู้บังคับฝูงบิน 701 กองบิน 7
นักบินที่ 2 น.ท.อภิชาติ หงษ์วิวัฒน์ นายทหารมาตรฐานการบิน ฝูงบิน 701 กองบิน 7

นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศไทยได้ประสบความสำเร็จในการนำเครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐/ก บ.ข.๒๐/ก Saab Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ ปฏิบัติการบินขึ้นลงจากถนนทางหลวงหมายเลข 4287 ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นอกจากผู้บัญชาการทหารอากาศไทย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี  พัฒนกุล ชมแล้ว กองทัพอากาศไทยยังให้ประชาชนในท้องที่ใกล้เคียงชมอย่างใกล้ชิดเหมือนงาน Airshow ด้วย
การปฏิบัติการบินขึ้นลงและเติมเชื้อเพลิงจากถนนทางหลวงนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับกองทัพอากาศสวีเดนซึ่งเครื่องบินขับไล่ JAS-39 Gripen ถูกออกแบบมารองรับเป็นพิเศษ หรือกองทัพอากาศสิงคโปร์ที่มีการสร้างถนนข้างฐานทัพอากาศให้รองรับและฝึกการขึ้นลงของเครื่องบินขับไล่ F-15SG และเครื่องบินขับไล่ F-16C/D/D+ แต่สำหรับกองทัพอากาศไทยนี่เป็นโอกาสที่พิสูจน์ถึงขีดความสามารถนี้ว่าทำได้จริง
แม้จะมีการวิเคราะห์ว่าไทยมีสนามบินต่างๆที่สามารถใช้งานได้จำนวนมาก แต่ภัยคุกคามอุบัติใหม่ต่างๆในปัจจุบันและอนาคตก็มีโอกาสที่นำไปการขัดขวางการใช้งานฐานบินหลักได้อยู่ การฝึกลักษณะนี้จึงมีความจำเป็น เครื่องบินขับไล่ Gripen C/D กองทัพอากาศไทยยังมีกำหนดที่เข้าร่วมงานแสดงการบินครบ๘๘ปีกองทัพอากาศไทย RTAF88 ที่กองบิน๖ ดอนเมือง ระหว่างวันที่ ๗-๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ด้วยครับ




Boeing's AH-6i Little Bird light attack and reconnaissance helicopter line in Mesa, Arizona, will be shuttered as soon as the eight helicopters now on order for Thailand's Royal Thai Army (RTA) are built. (Boeing)

ตามที่บริษัท Boeing สหรัฐฯตัดสินที่จะยุติสายการผลิตเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i Little Bird ของตนหลังการส่งส่งมอบให้ลูกค้ารายล่าสุดของตนคือกองทัพบกไทยที่สั่งจัดหาจำนวน ๘เครื่องที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๖๘ นี้ หลังจากที่นอกจากซาอุดีอาระเบียแล้วก็ไม่มีลูกค้าใหม่เลย แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความกังวลว่าเครื่องจะมีปัญหาไม่มีการสนับสนุนและอะไหล่แต่อย่างใด
โดยเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i ที่มีสายการผลิตรวมราว ๓๒เครื่องยังคงมีพื้นฐานร่วมกับเฮลิคอปเตอร์โจมตีเบา AH-6 Little Bird ที่กองทัพบกสหรัฐฯใช้อยู่ได้ และรุ่นพลเรือนในตระกูลเฮลิคอปเตอร์ MD 500 รวมถึงรุ่นเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ MD 530 ที่ผลิตโดยบริษัท MD Helicopters สหรัฐฯก็ยังมีผู้ใช้งานอีกมาก(เป็นคนละบริษัท) โดย Boeing ไม่น่าจะยุติการสนับสนุนแก่ลูกค้าของตน
อีกทั้งการจัดหา ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i ของกองทัพบกไทยยังอยู่ในรูปแบบความช่วยเหลือทางทหาร Foreign Military Sales(FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯ หมายความว่าการสนับสนุนต่างๆจะได้รับการกำกับดูแลจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แม้ว่าจะถูกระบุว่าจะมาทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี ฮ.จ.๑ AH-1F Cobra ที่ใช้มานานแต่กองทัพบกไทยน่าจะยังมีความต้องการ ฮ.โจมตีใหม่อย่าง AH-64E Apache หรือ AH-1Z Viper อยู่ครับ (ยังมีตัวอย่างในกองทัพบกไทยเช่น รถถังเบาแบบ๓๒ ถ.เบา.๓๒ Commando Stingray สหรัฐฯจัดหามาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๒(1989) และเป็นผู้ใช้งานรายเดียวทุกวันนี้ก็ยังใช้งานได้แม้ผู้ผลิตดั้งเดิมจะไม่มีและถูกบริษัทอื่นควบรวมกิจการไปแล้ว)




Royal Thai Navy (RTN) held opening ceremony of Naval Exercise Fiscal Year 2025 at Laem Thian Pier, Sattahip Port, Sattahip Naval Base, Chonburi province, Gulf of Thailand on 13 February 2025. involved demonstration of Maritime Aerial Reconnaissance Craft Unmanned System (MARCUS)-B (2024) Vertical Take-Off and Landing (VTOL) Unmanned Aerial Vehicle (UAV) and Royal Thai Marine Corps (RTMC) new domestic Chaiseri AWAV (Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8, upgraded Chaiseri AAV7A1 RAM/RS and V-150 4x4,BTR-3E1 8x8 armored personnel carrier, and HMMWV 4x4 utillity truck with TOW 2A RF anti-tank guided missile (ATGM). (Royal Thai Navy, Royal Thai Marine Corps)



พิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ณ ท่าเรือแหลมเทียนกลางท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จะได้เห็นกองทัพเรือไทยและนาวิกโยธินไทยเน้นการนำอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ที่พัฒนาสร้างในไทยเข้าร่วมทั้งอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล MARCUS-B และรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก Chaiseri AWAV 8x8
ยุทโธปกรณ์อื่นที่จัดหามาก่อนหน้าเช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 RAM/RS, ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8, รถหุ้มเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบกลำเลียงพลแบบ Panus R600 8x8, รถเกราะล้อยาง V-150 ที่ปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทย, รถยนต์บรรทุก HMMWV 4x4 ติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง TOW 2A RF ของนาวิกโยธินไทย และระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ Igla-S และระบบอาวุธนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลางแบบเคลื่อนที่ FK-3 ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ. ก็ยังคงใช้งานได้ 
การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘ ในปีนี้จะมีขึ้นในพื้นที่กองทัพเรือภาคที่๒ บริเวณภาคใต้ตอนล่าง ที่ยังรวมการฝึกยิงจริงของอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Mistral ของเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือหลวงจักรีนฤเบศ และการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX ตามมาด้วยครับ



Chaiseri showcased upgraded and modernised of Armored Infantry Fighting Vehicle (AIFV), M113A3 Armored Personnel Carrier (APC) and M577A3 Command Post Carrier at the Defense & Security 2022 show in Bangkok. (My Own Photos)

K200A1 Armoured Personnel Carrier (APC) of Republic of Korea Army (RoKA). (Republic of Korea Armed Forces)
The signing ceremony of the Memorandum of Understanding (MOU) between Thai Defense Industry (TDI) joint venture under the Defense Technology Institute (DTI) in partnership with Chaiseri Metal and Rubber Co., Ltd., and Hanwha Aerospace to develop an upgraded and modernised version of the K200 Infantry Fighting Vehicle (IFV) for the Royal Thai Army (RTA) and for other countries in the future on 27 August 2024.
General Songwit Noonpakdee, Chief of Defence Forces of the Royal Thai Armed Forces (RTARF) of Thailand and officers participated a briefing from Hanwha Aerospace with Mr.Tanee Sangrat, Ambassador of Thailand to the Republic of Korea during formal visited to the Republic of Korea on 5-7 February 2025.




Leonardo DRS will deliver its Mounted Family of Computer Systems (MFoCS) II battle management system to the Royal Thai Army's Stryker 8×8 infantry combat vehicles (ICVs). 
Leonardo DRS will collaborate with Thai defence firm, Chaiseri Defense, for the installation, training, and in-country support for this project. (Royal Thai Army)

การลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ระหว่างบริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี กับบริษัท Thai Defense Industry(TDI) ไทย กิจการร่วมทุน(joint venture) ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) และบริษัท Chaiseri ไทย เกี่ยวกับการพัฒนารถรบทหารราบสายพาน K200 Infantry Fighting Vehicle(IFV) รุ่นปรับปรุงความทันสมัยสำหรับกองทัพบกไทยนั้น
ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ตามที่เผยแพร่โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงการต่างประเทศ แต่เพิ่มจะถูกพบเมื่อการกล่าวถึงในสื่อประชาสัมพันธ์ของกองบัญชาการกองทัพไทยหลังการเดินทางเยือนสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการของพลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไทยและคณะระหว่างวันที่ ๕-๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘
Chaiseri ไทยนั้นมีประสบการณ์ในการซ่อมบำรุงรถสายพานลำเลียงตระกูล M113 APC ที่ประจำการในกองทัพบกไทยอยู่แล้ว รวมถึงเคยได้รับสัญญาซ่อมบำรุงรถรบทหารราบ K200 IFV ของกองทัพบกมาเลเซียแล้วด้วย K200 IFV รุ่นปรับปรุงใหม่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการทดแทน รสพ.M113 ในแง่จำนวนรถต่อราคาที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ รวมถึงโอกาสที่จะผลิตในไทยส่งออกต่างประเทศในนาม TDI ไทยด้วย

ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาบริษัท Chaiseri ไทยยังประสบความสำเร็จในความร่วมมือกับบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯในการได้รับสัญญาวงเงิน $7 million(ประมาณ ๒๓๖,๐๒๖,๐๐๐บาท) เพื่อจะส่งมอบระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) แบบ MFoCS II(Mounted Family of Computer Systems II) สำหรับยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 ของกองทัพบกไทย
ซึ่งปัจจุบันกองทัพบกไทยได้จัดหายานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 เข้าประจำการ ณ กรมทหารราบที่๑๑๒(112th Infantry Regiment) กองพลทหารราบที่๑๑(11th Infantry) ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019) แล้วจำนวนราว ๑๓๐คัน โดยการสนับสนุนการฝึกศึกษาและซ่อมบำรุงจากกองทัพสหรัฐฯ(US Army) อย่างใกล้ชิด และถูกใช้ในการฝึกภาคสนามต่างๆมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด 
เป็นที่เข้าใจว่านอกจากการบูรณาการด้วยระบบ MFoCS II BMS ยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 อาจจะมีการติดตั้งป้อมปืน Protector remote weapon station(RWS) เพิ่มเติมด้วย โครงการต่างๆเหล่าทำให้ Chaiseri ไทยกลายเป็นบริษัทด้านอุตสากรรมป้องกันประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทั้งกับกองทัพไทยและหน่วยงานรักษากฎหมายของไทย และการส่งออกต่างประเทศเป็นจำนวนมากครับ




The 44th iteration of the annual theater security cooperation event Joint Exercise Cobra Gold 2025 (CG25) take place on 25 February to 7 March 2025 in the Kingdom of Thailand. (Royal Thai Armed Forces, Royal Thai Army, Royal Thai Air Force)

พิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025
วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.20 นาฬิกา พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย General Ronald Clark ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2025 
ณ ลานอเนกประสงค์ สโมสรร่วมเริงไชย กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมีเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย อัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย อุปทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมพิธีฯ
การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วม/ผสม ทางทหารขนาดใหญ่และมีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2025 ในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 44 
โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย, สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน จำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย 
ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในการฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา คือ ออสเตรเลีย สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน 10 ประเทศ 
ประกอบด้วย บังกลาเทศ, แคนาดา, ฝรั่งเศส, มองโกเลีย, เนปาล, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, ฟิจิ, สหราชอาณาจักร และอิตาลี และประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ฝึก (Combined Observer Liaison Team : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา, ลาว, ปากีสถาน, เวียดนาม, เยอรมนี, สวีเดน, คูเวต, บราซิล, บรูไน และติมอร์-เลสเต รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ ผู้เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวน 8,194 นาย 
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการอำนวยการยุทธ์ร่วมและผสม โดยการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ อีกทั้งเพื่อฝึกการใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติ โดยกำหนดการฝึกหลัก ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคม 2568 ประกอบด้วย การฝึกที่สำคัญดังนี้ 
1. การฝึกการควบคุมบังคับบัญชา (Command and Control Exercise : C2X) ระหว่าง 24 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคม 2568 เป็นวงรอบการฝึกฝ่ายเสนาธิการ (STAFF Exercise : STAFFEX) การฝึกฝ่ายเสนาธิการ ตามกระบวนการ Military Decision Making Process-Multinational (MDMP-M) มุ่งเน้นการปฏิบัติการในทุกมิติ (All Domain Operations) ผนวกการฝึกในด้านห้วงอวกาศ (Space) และทางไซเบอร์ (Cyber) 
เข้าร่วมกับการฝึกในมิติอื่น ๆ ดำเนินการฝึก โดย กองทัพบก (กองทัพภาคที่ 2) จัดตั้งกองบัญชาการกองกำลังร่วม/ผสมนานาชาติ (Multi National Forces : MNF HQs.) ร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ และมิตรประเทศ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็น ผู้บัญชาการกองกำลังร่วม/ผสมนานาชาติ
2. โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance : HCA) ระหว่าง 6 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคม 2568
2.1 โครงการก่อสร้าง (Engineer Civic Assistance Program : ENCAP) การก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์โครงการช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 และ กองทัพภาคที่ 2 จำนวน 5 โครงการ
2.2 การฝึกการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief : HADR) ระหว่าง 18 ถึง 21 กุมภาพันธ์ 2568 ประกอบด้วย
2.2.1 การฝึกการแก้ปัญหาบนโต๊ะด้านบรรเทาสาธารณภัย (HADR TTX) ณ พื้นที่จังหวัดชลบุรี
2.2.2 การสาธิตการฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (HADR DEMO) ณ ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จังหวัดฉะเชิงเทรา มีขอบเขตการฝึกปฏิบัติการด้าน HADR ตามกลไกการประสานงานพลเรือน-ทหาร และการสนับสนุนจากนานาชาติ รูปแบบการฝึกเป็นการฝึกภาคสนาม 4 วัน โดยพิจารณาสถานีการฝึก 6 สถานี 
ได้แก่ 1. สถานีศูนย์ประสานงานนานาชาติ (MNCC) 2. สถานีอาคารถล่ม 3. สถานีการกู้ภัยทางน้ำ 4. สถานีฝึกอัคคีภัย 5. สถานีวัตถุอันตราย และ 6. สถานีฝึกการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน และการแสดงอุปกรณ์ในการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยของแต่ละประเทศ
3. การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ระหว่าง 24 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคม 2568 สำหรับการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 ยกระดับการฝึกภาคสนามและเพิ่มความซับซ้อนของการปฏิบัติการร่วมที่สามารถควบคุม สั่งการ และอำนวยการปฏิบัติการร่วมได้อย่างแท้จริง ภายใต้แนวความคิดการฝึกการปฏิบัติการร่วม/ผสม ในทุกมิติ (Combined Joint All Domain Operations : CJADO) 
และการยิงข้ามมิติ (Cross Domain Fires) ให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับปัญหาฝึกในมิติต่าง ๆ ผ่านการอำนวยการยุทธ์ โดยศูนย์ประสานผลการปฏิบัติการในทุกมิติ (All Domain Effects Coordination Center : ADECC) มีการจัดตั้งศูนย์ประสานฯ ณ สโมสรร่วมเริงไชย กองทัพภาคที่ 2 
เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลจาก Sensors การ Tracking ของหน่วยต่าง ๆ ในกิจกรรม CJADO และการ Simulations เพื่อใช้แสดงภาพสถานการณ์ร่วม (Common Operation Picture : COP) 
การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2025 นอกจากจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล ที่เข้าร่วมการฝึกในส่วนของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วมและผสมแล้ว 
ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐอเมริกาและไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศที่ร่วมการฝึกฯ ในด้านการวางแผนและปฏิบัติการร่วม/ผสม สร้างสัมพันธภาพกับประเทศที่ร่วมการฝึกฯ 
และเพิ่มพูนความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันผ่านหลากหลายกิจกรรมในทุกด้านรวมถึงการตอบสนองต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดี
ระหว่างทหารไทย และทหารมิตรประเทศ กับประชาชนในพื้นที่การฝึกฯ ตลอดจนทักษะและมุมมองด้านวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่แข็งแกร่งต่อไป
ส่วนประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025
25 กุมภาพันธ์ 2568

ภารกิจที่ทำด้วยหัวใจ : ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึก คอบร้าโกลด์ 25 ฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจ พร้อมตรวจเยี่ยมการฝึกภารกิจเพื่อประชาชน
พลอากาศตรี แมนสรวง สุวรรณ รองเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึก คอบร้าโกลด์ 25 ส่วนกองทัพอากาศได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในหลายด้าน 
โดยมีการติดตามการทำงานของ ชุดปฏิบัติการพิเศษกองทัพอากาศ ชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการช่วยชีวิต และชุดเจ้าหน้าที่ควบคุมการรบ ซึ่งทุกหน่วยต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทเพื่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน
นอกจากการตรวจเยี่ยมภารกิจทางทหารแล้ว ยังได้เดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านดงมะรุม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ในภารกิจ ENCAP ในพื้นที่การฝึกคอบร้าโกลด์ 25
อาคารแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางสำหรับการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาทักษะของนักเรียนซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่เพราะเราเชื่อว่าการพัฒนาชาติไม่ได้อยู่ที่อาวุธเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การให้ความรู้และโอกาสแก่คนรุ่นใหม่
การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจเยี่ยม แต่เป็นการส่งต่อกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น และเป็นการยืนยันว่า กองทัพอากาศไม่ได้ทำเพียงเพราะหน้าที่ แต่ทำเพราะความหวังดีต่อประเทศชาติและประชาชนทุกคน