แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ C-17 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ C-17 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ออสเตรเลียทดสอบอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Ghost Bat เพื่อปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

Australia tests MQ-28A's ability to operate in unfamiliar environment







A Boeing MQ-28A Ghost Bat on the tarmac as an F-35A Lightning II taxis during Exercise ‘Carlsbad' at RAAF Base Tindal in April 2025. (LAC Ryan Howell/Commonwealth of Australia )



กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวว่าตนได้วางกำลังและปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี'(loyal wingman) แบบ Boeing MQ-28A Ghost Bat ของตนจากฐานทัพอากาศในตอนเหนือของออสเตรเลีย
เพื่อที่จะทดสอบขีดความสามารถของอากาศยานรบทำงานร่วมกัน(CCA: Collaborative Combat Aircraft) ที่จะปฏิบัติการนอกสนามฝึก Woomera Training Area ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย

การวางกำลังได้ถูกดำเนินการภายใต้การฝึก Carlsbad 2025 ซึ่งเป็น "หลายชุดของการทดสอบต่างๆตลอดทั้งปี 2025 ที่จะสมบูรณ์เต็มที่และแสดงขีดความสามารถต่างๆของอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Ghost Bat
การประสบความสำเร็จการเสร็จสิ้นการฝึกนี้ได้แสดงให้เห็นว่า MQ-28A สามารถดำเนินการปฏิบัติการจากที่ตั้งนอกจากสนามฝึก Woomera...ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งการปฏิบัติการโดยเฉพาะสำหรับ MQ-28A" กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2025

ตามข้อมูลจากนาวาอากาศโท Phillip Parsons ผู้บัญชาการการฝึก Carlsbad 2025 การฝึก "ได้ทดสอบว่าอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A จะวางกำลังและวางกำลังใหม่ได้อย่างไร และประสบความสำเร็จการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย
จุดประสงค์หลักของการฝึก Carlsbad 2025 คือเพื่อที่จะทำความเข้าใจหลักพื้นฐานทั้งหมดที่จะเป็นข้อมูลนำเข้าไปสู่ขีดความสามารถที่สัมพันธ์ต่ออากาศยานไร้คนขับ MQ-28A" นาวาอากาศโท Parsons กล่าว

กองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force) ทำการเคลื่อนย้ายอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Ghost Bat จากที่ตั้งขั้นต้น ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Australian International Air Show(Avalon 2025) ที่ Geelong(ใกล้ Melbourne) ในตอนใต้ออสเตรเลีย
ไปยังฐานทัพอากาศ RAAF Base Tindal ในรัฐ Northern Territory ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/f-35a-72.html) โดยการใช้เครื่องบินลำเลียง Boeing C-17 Globemaster ตามข้อมูลจากนาวาอากาศโท Parsons

"ภายใน 7วันของการมาถึงฐานทัพอากาศ RAAF Base Tindal เราได้เสร็จสิ้นหลายชุดของการปฏิบัติงานภาคพื้นดินเพื่อยืนยันว่าระบบของเราอยู่ในการทำงานตามคำสั่งที่ดีก่อนที่จะประสบความสำเร็จ
การบรรลุผลการทำการบินครั้งแรกของอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A จากที่ตั้งนอกจากสนามฝึก Woomera Training Area" นาวาอากาศโท Parsons เสริม ตามข้อมูลจากบริษัท Boeing สหรัฐฯการวางกำลังครั้งแรกนี้มีขึ้นในเดือนเมษายน 2025

บริษัท Boeing Defence Australia ออสเตรเลีย-สหรัฐฯได้รับสัญญาเพื่อจะผลิตอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Block 1 CCA จำนวน 10ระบบสำหรับกองทัพอากาศออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2022/05/mq-28a-ghost-bat-10.html)
โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2024 รัฐบาลออสเตรเลียได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมวงเงิน A$399 million($258.8 million) ที่รวมถึงการผลิตอากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Block 2 จำนวน 3ระบบที่มีแผนจะเสร็จสิ้นในสิ้นปี 2025 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/loyal-wingman-uav-mq-28a-ghost-bat.html)

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568

ออสเตรเลียรับมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS สหรัฐฯชุดแรกจาก 42ระบบ

Australian Army takes delivery of first HIMARSs





The Australian Army has taken delivery of two out of 42 HIMARS launchers procured from the United States. (Commonwealth of Australia)

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียได้ประกาศการส่งมอบอย่างเป็นทางการของระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS( High-Mobility Artillery Rocket System) จำนวน 2ระบบแรกจาก 42ระบบ
ที่ผลิตโดยบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/leopard-2a8-m142-himars.html) แก่กองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army)

ตามแถลงการณ์ที่ออกโดยกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2025 ระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS จะที่ที่ตั้ง ณ กองพลน้อยการยิงที่10(10th Fires Brigade) กองทัพบกออสเตรเลียใน Adelaide
อ้างอิงจากรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมกลาโหมและการส่งมอบขีดความสามารถออสเตรเลีย Pat Conroy แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียได้เน้นย้ำว่า

ระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS ของกองทัพบกออสเตรเลียมีกำหนดที่จะมีความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราในสี่ปีก่อนหน้ากำหนดการ ตามข้อมูลจาก Conroy
การจัดหาของระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS จะเพิ่มพิสัยการโจมตีของกองทัพบกออสเตรเลียเป็นได้ "มากกว่าสิบเท่าตัว"(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/lockheed-martin-prsm.html)

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวในการนำเสนอจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS สองระบบแรกจาก 42ระบบที่ได้ถูกส่งมอบแก่ออสเตรเลียโดยสหรัฐฯ ณ ท่าอากาศยาน Avalon 
ก่อนหน้างานแสดงการบินนานาชาติ Avalon 2025 ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคม 2025 ที่จัดขึ้นในที่เดียวกัน ออสเตรเลียได้สั่งจัดหาจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS ในสองระยะในปี 2022 และ 2023

ตามข้อมูลจาก Janes Land Warfare Platforms: Artillery & Air Defence ระบบ M142 HIMARS เป็นระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง(MLRS: Multiple Launch Rocket System) ขนาด 227mm ความจุท่อยิง 6นัด
จรวดหลายลำกล้องอัตตาจร HIMARS มีพื้นฐานบนรถแคร่ฐานตระกูลรถยนต์บรรทุกทางยุทธวิธีขนาดกลาง 5tonne แบบ XM1140A1 FMTV และสามารถบรรจุกระเปาะจรวดขนาด 227mm ได้ 6นัด

หรือชุดบรรจุกระเปาะจรวดเดี่ยวสำหรับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีทางยุทธวิธี ATACMS(Army Tactical Missile System) ขนาด 610mm หนึ่งนัด ระบบ จลก.HIMARS สามารถยิงถูกเป้าหมายที่ระยะยิง 70km โดยใช้จรวดพื้นสู่พื้นตระกูล MFOM(MLRS Family of Munitions) ทั้งแบบนำวิถีและไม่นำวิถี
และที่ระยะยิง 300km ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น MGM-142 ATACMS ระบบ HIMARS ถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการกำลังรบส่วนล่วงหน้าและกำลังเข้าตีของหน่วยรบโพ้นทะเลด้วยอำนาจการทำลายปริมาณสูง, การยิงกดดัน และการยิงต่อต้านการยิง(counter-battery fires) ครับ

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ออสเตรเลียเครื่องแรกจาก 29เครื่องเข้าสู่การประกอบขั้นสุดท้ายแล้ว

Avalon 2025: First Australian Army AH-64E enters final assembly







A US Army Boeing AH-64E Apache helicopter arrives at the Avalon 2025 international airshow on 25 March. Australian Army AH-64E v6 helicopters on contract are nearly identical to US Army AH-64Es, BDA has previously said. (LAC Campbell Latch/Commonwealth of Australia, Boeing)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache v6 เครื่องแรกจาก 29 ที่อยู่ในสัญญาจัดหาสำหรับกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้เข้าสู่การประกอบขั้นสุดท้ายแล้ว บริษัท Boeing สหรัฐฯประกาศ
กำหนดรหัสเป็น AT001 เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache เครื่องแรก "จะได้รับการดำเนินการติดตั้งโครงสร้าง, การเดินสายไฟฟ้า, การประกอบย่อยหลัก และทางกลไกในการประกอบขั้นสุดท้ายก่อนเข้าสู่การบินทดสอบในกลางปี 2025"

บริษัท Boeing กล่าว ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Avalon 2025 ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคม 2025 จากการพูดคุยในงาน พลจัตวา Steven Cleggett ผู้อำนวยการทั่วไปของระบบการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Army Aviation Systems)
ได้เน้นย้ำอีกครั้งว่า เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6 จำนวน 4เครื่องจะถูกส่งมอบแก่ออสเตรเลียในปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/ah-64e-apache-2025.html)

"เราจะทยอยรับมอบเฮลิคอปเตอร์ที่จะมาถึงเรื่อยๆตลอดไปจนถึงปี 2028 เมื่อเราจะมีเฮลิคอปเตอร์(เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6) จำนวน 29เครื่อง" พลจัตวา Cleggett กล่าว
ตามข้อมูลจาก พลจัตวา Andy Thomas รองผู้บัญชาการกองบัญชาการการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation Command) กองทัพบกออสเตรเลียจะทำการบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache โดยเร็วหลังเครื่องมาถึงในสิ้นปี 2025

"เราคาดว่าเราจะบรรลุความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ภายในปี 2028" พลจัตวา Thomas กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html)
เขายืนยันว่าออสเตรเลียจะจัดหาชุด module ระบบทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ-เพิ่มขยาย(MUMT-X: Manned-Unmanned Teaming-Extended) ที่วางบนยอดแกนใบพัดประธานของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E

ที่จะทำให้กองทัพบกออสเตรเลียจะบูรณาการการยิงตัวทำลาย(LE: Launched Effect) ทางอากาศเข้ากับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ของตนได้(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/ka-52-mi-28.html)
"เราคาดที่จะพัฒนาขีดความสามารถ(MUMT-X) นั้นตามที่เรานำมันเข้าสู่ประจำการที่กำลังจะไปเป็นส่วนสำคัญของยุทธวิธี, เทคนิค และขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆของเรา" พลจัตวา Thomas กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/ah-64e-apache-184.html)

อย่างไรก็ตาม พลจัตวา Thomas ไม่ได้ระบุว่าระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) แบบใดที่จะถูกบูรณาการกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6 ต่อไปภายหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/ah-64e-apache.html)
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6 ใหม่ 29เครื่องจะทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger ARH ของกองทัพบกออสเตรเลียที่มีแผนจะปลดประจำการในปี 2028 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/ah-64e-apache-tiger-arh.html)

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568

อังกฤษรับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache เครื่องสุดท้ายครบ 50เครื่อง

Final remanufactured Apache handed over to UK







The final British Army AH-64E Apache attack helicopter seen during a media event at Boeing's Mesa production facility in Arizona. The UK has now formally received all 50 helicopters. (Janes/Gareth Jennings)



สหราชอาณาจักรได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian เครื่องสุดท้ายที่ถูกนำมาผลิตใหม่(remanufactured) จำนวน 50เครื่องแล้ว กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรประกาศเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2025 ที่ผ่านมา
เหตุการณ์สำคัญนี้ได้เห็นเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian เครื่องสุดท้ายถูกส่งมอบให้แก่กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร ณ โรงงานผลิตอากาศยาน Mesa ของบริษัท Boeing สหรัฐฯในมลรัฐ Arizona

โดยที่เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache จำนวน 49เครื่องขณะนี้อยู่ที่ที่ตั้งฐานปฏิบัติการหลัก ณ สถานีการบิน Wattisham Flying Station และที่ตั้งฐานฝึก ณ ฐานบิน Middle Wallop
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache เครื่องที่ 50นี้จะยังคงอยู่ที่สหรัฐฯสำหรับการทดสอบชุดคำสั่งทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming) ก่อนที่จะถูกส่งไปยังสหราชอาณาจักรในปี 2026

กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักร(AAC: Army Air Corps) กองทัพบกสหราชอาณาจักร(British Army) ได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E ที่นำมาผลิตใหม่เครื่องแรกของตน
ณ ฐานบิน Middle Wallop ที่ตั้งของศูนย์การบินทหารบก(Army Aviation Centre) ในเดือนมีนาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/apache.html, https://aagth1.blogspot.com/2022/01/ah-64e-apache.html)

ฐานบิน Middle Wallop จะแบ่งปันภาระการฝึกควบคู่ไปกับสถานีการบิน Wattisham Flying Station ใน Suffolk ทางตะวันออกของแคว้น England(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/apkws-ii-apache.html)
ด้วยการส่งมอบที่เสร็จสิ้นแล้วในตอนนี้ กรมบินที่3(3 Regiment) และกรมบินที่4(4 Regiment) จะวางกำลังเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E จำนวน 16เครื่องในแต่ละกรมบิน ณ สถานีการบิน Wattisham Flying Station

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E จำนวน 32เครื่องจะแสดงการวางกำลังในหน่วยบินส่วนหน้า ฐานบิน Middle Wallop จะได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E จำนวน 12เครื่องที่จะเข้าประจำการในกองพันบินที่673(673 squadron) และกองพันบินที่653(653 squadron) ของกรมบินที่7(7 Regiment) 
โดยเฮลิคอปเตอร์ที่เหลืออีก 6เครื่องจะได้รับการซ่อมบำรุงวงรอบปกติ การส่งมอบ ฮ.โจมตี Apache ผลิตใหม่เครื่องสุดท้ายมีขึ้น 12เดือนให้หลังจากที่กองทัพบกสหราชอาณาจักรประกาศว่ากำลังรบจะมี "ความพร้อมปฏิบัติการ" ในเดือนมีนาคม 2024

และ 17เดือนหลังจากที่กองทัพบกสหราชอาณาจักรกล่าวในเดือนตุลาคม 2023 ว่า กรมบินที่3 กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรได้ "มีความพร้อมการปฏิบัติการในแนวหน้า" แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/ah-64e.html)
ปัจจุบันกองพันบินที่662(662 squadron) และกองพันบินที่663(663 squadron) ของกรมบินที่3 ได้รับการฝึกกับ ฮ.โจมตี AH-64E อย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยกองพันบินที่664(664 squadron) และกองพันบินที่656(656 squadron) ของกรมบินที่4 จะได้รับการฝึกในสิ้นปี 2025

กองทัพบกสหราชอาณาจักรได้ปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี AgustaWestland-Boeing WAH-64 Apache Longbow AH Mk1 ชุดสุดท้ายจากเดิม 67เครื่องของตนในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/wah-64-apache-ah-mk1.html)
เป็นการสิ้นสุดระยะเวลา 23ปีของการปฏิบัติการสำหรับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache AH Mk1 ที่เข้าประจำการในปี 2001 จากที่เหลือ 66เครื่องมี 16เครื่องถูกนำไปเก็บรักษาในระยะยาวและ 50เครื่องที่ได้รับกระบวนการผลิตใหม่เป็นมาตรฐานเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E ครับ

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568

ฟิลิปปินส์มองจะจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon สหรัฐฯ

Philippines outlines Typhon intention





The Philippine Army is seeking to procure the Typhon Mid-Range Capability weapon system following an earlier US deployment of the system in the Southeast Asian country. (US Army)



ฟิลิปปินส์ได้ร่างเค้าโครงความตั้งใจที่จะจัดหาระบบอาวุธขีดความสามารถพิสัยกลาง MRC(Mid-Range Capability) ของบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ ที่ยังรู้จักในชื่อระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon Weapon System จากรัฐบาลสหรัฐฯ
สำนักข่าว Philippine News Agency(PNA) ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้รายงานโดยอ้างอิงจากผู้บัญชาการกองทัพบกฟิลิปปินส์(PA: Philippine Army) พลโท Roy Galido ในปลายเดือนธันวาคม 2024 ว่า

กองทัพบกฟิลิปปินส์กำลังมองที่จะจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon สหรัฐฯเพื่อปกป้องเขตเศรษฐกิจจำเพาะ(EEZ: Exclusive Economic Zone) ของฟิลิปปินส์ ตามข้อมูลจากพลโท Galido
ระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon เป็นที่ต้องการเพื่อจะป้องกันแนวคิดการป้องกันหมู่เกาะอย่างครอบคลุม(CADC: Comprehensive Archipelagic Defense Concept) ซึ่งได้ถูกเริ่มต้นขึ้นโดยกองทัพฟิลิปปินส์(AFP: Armed Forces of the Philippines) ในต้นปี 2024

แนวคิดการป้องกันหมู่เกาะอย่างครอบคลุม CADC ของกองทัพฟิลิปปินส์มีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนสำรวจทรัพยากรต่างๆภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ EEZ ของฟิลิปปินส์
พลโท Galido ยังระบุว่าการเจรจาต่างๆระหว่างสหรัฐฯและฟิลิปปินส์กำลังได้รับการดำเนินการ "มันได้มีการเจรจาต่างๆเกิดขึ้น" เขากล่าวในความเห็นต่างๆที่ได้รับการรายงานโดยสำนักข่าว PNA ฟิลิปปินส์

"เนื่องจากเราเห็นความเป็นไปได้และการปรับแต่งได้(ของระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon) กองทัพบกฟิลิปินส์ได้รับมอบหมายที่จะจัดทำแผนงานเพื่อส่งเสริมต่อแนวคิดการป้องกันหมู่เกาะอย่างครอบคลุม CADC
และหนึ่งการในข้อมูลนำเข้าต่างๆของเราคือเพื่อที่จะสามารถป้องกันภาคพื้นดินผ่านระบบแบบนี้" พลโท Galido เสริมว่ากำลังพลของกองทัพบกฟิลิปปินส์กำลังได้รับการฝึกโดยกองทัพสหรัฐฯเพื่อใช้งานระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024

ระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon ก่อนหน้านี้ได้รับการวางกำลังโดยกองกำลังเฉพาะกิจหลากมิติที่1(1MDTF: 1st Multi-Domain Task Force) ของกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ในฟิลิปปินส์ในฐานะส่วนหนึ่งของการฝึกผสมรหัส Salaknib 2024 ในเดือนเมษายน 2024 จากตอนเหนือของเกาะ Luzon(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/iron-dome-mdtf.html)
Janes ได้รายงาน ณ เวลานั้นว่าการวางกำลังระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Typhon ของกองทัพบกสหรัฐฯเป็นการวางกำลังเพื่อชั่วคราว และจะถูกใช้เพียงการปฏิบัติการในการฝึก Salaknib 2024 และการฝึกผสมรหัส Balikatan 2024 ซึ่งเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม 2024 เท่านั้น 

ระบบอาวุธ Typhon MRC ประกอบด้วย 4 แท่นยิง, ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยยิง(BOC: Battery Operations Centre), รถสนับสนุนล้อยางอเนกประสงค์ High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle BOC, และขีดความสามารถการบรรจุชุดยิง ซึ่งมาถึงฟิลิปปินส์โดยบรรทุกมาในเครื่องบินลำเลียง C-17 Globemaster III กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) 
Typhon MRC เป็นระบบแท่นยิงภาคพื้นดินที่เพิ่มขยายขีดความสามารถการยิงได้หลากมิติ แท่นยิงสามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ SM-6(Standard Missile-6) และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อน Tomahawk (TLAM: Tomahawk Land Attack Missile) ได้ครับ

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566

กองทัพอากาศสหรัฐฯเลือก JetZero เพื่อพัฒนาต้นแบบอากาศยาน Blended Wing Body

DAF selects JetZero to develop blended wing body aircraft prototype 
Shown is a rendering of the blended wing body prototype aircraft. On Aug. 16, 2023, the Department of the Air Force selected JetZero for the BWB prototype aircraft project. 
The effort aims to mature BWB technology and demonstrate its capabilities, giving the department and commercial industry more options for future air platforms. (U.S. Air Force graphic)



The USAF C-17 Globemaster III transport aircraft. (U.S. Air Force)



ทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯได้เลือกบริษัท JetZero สหรัฐฯสำหรับขั้นระยะต่อไปของโครงการต้นแบบอากาศยานปีกผสานลำตัว blended wing body(BWB) เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2023
ความพยายามมุ่งเป้าที่จะให้วิทยาการอากาศยานปีกผสานลำตัว BWB เสร็จสมบูรณ์และสาธิตขีดความสามารถของตน ทำให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) และภาคอุตสาหกรรมพาณิชย์มีทางเลือกมากขึ้นสำหรับระบบทางอากาศยุคอนาคต

ด้วยการออกแบบที่แตกต่างจากอากาศยานทรงกระบอกและปีกแบบดั้งเดิม อากาศยาน BWB ผสานลำตัวอากาศยานเข้ากับปีกแบบมีอัตรามุมปะทะสูง ลดแรงต้านทางอากาศพลศาสตร์ลงอย่างน้อยร้อยละ30 และให้แรงยกเพิ่มขึ้น
นี่ได้เพิ่มประสิทธิภาพที่ทำให้มีระยะทำการไกลขึ้น, มีเวลาบินวนมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งภาระกรรมบรรทุก ขีดความสามารถที่มีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงด้านการส่งกำลังบำรุง

"อากาศยานปีกผสานลำตัวมีศักยภาพที่จะลดความต้องการเชื้อเพลิงและการเข้าถึงได้ทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ การเคลื่อนย้ายกองกำลังและสัมภาระอย่างรวดเร็ว, มีประสิทธิภาพ และตลอดระยะทางไกล เป็นขีดความสามารถที่สำคัญยิ่งต่อการสร้างยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ"
Frank Kendall รัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าว รูปแบบเครื่องบินลำเลียงหลายแบบมีความเป็นไปได้กับอากาศยาน BWB เมื่อรวมกันแล้วเครื่องบินลำเลียงแบบต่างๆเหล่านี้มีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงไอพ่นต่อปีของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ประมาณร้อยละ60

ตามที่ร่างเค้าโครงในรัฐบัญญัติการอนุมัติางกลาโหมแห่งชาติ(National Defense Authorization Act) ปีงบประมาณ 2023 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯวางแผนที่จะลงทุนงบประมาณวงเงิน $235 million ตลอดสี่ปีข้างหน้าที่
ที่จะติดตามการพัฒนาอย่างรวดเร็วของการแปลองสภาพวิทยาการใช้งานได้สองทางนี้ โดยคาดว่าจะมีการลงทุนจากเอกชนเพิ่มเติม ความพยายามนี้เป็นผลของความร่วมมือระหว่างทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯ,
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ NASA(National Aeronautics and Space Administration) และหน่วยนวัตกรรมกลาโหม(DIU: Defense Innovation Unit) โดยความช่วยเหลือจากสำนักงานทุนทางยุทธศาสตร์(OSC: Office of Strategic Capital) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

"มันเป็นเวลาเกือบจะเกินหนึ่งร้อยปีเล็กน้อยตั้งแต่ที่นักบินผู้กล้าหาญไม่กี่คนได้ขึ้นไปสู่ท้องฟ้าและพิสูจน์ขีดความสามารถการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศครั้งแรก ขยายการเข้าถึงทั่วโลกของกองทัพอากาศสหรัฐฯของเรา
การประกาศนี้เป็นเครื่องหมายอีกเหตุการณ์สำคัญของการเปลี่ยน game สำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯในความพยายามของเราที่จะดำรงความได้เปรียบของนภานุภาพที่มีประสิทธิภาพต่อคู่แข่งต่างๆใดๆในอนาคต"
Dr. Ravi Chaudhary รัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯด้านพลังงาน, การติดตั้ง และสภาพแวดล้อม อดีตนักบินและวิศวกรเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์ Boeing C-17 Globemaster III กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/strategic-airborne-cobra-gold-2023.html)

Dr.Chaudhary กำลังนำความพยายามต่างๆเพื่อให้เป็นที่มั่นใจถึงความมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติการทางพลังงานเพื่อความว่องไวอย่างมหาศาลแก่บรรดาผู้บัญชาการพื้นที่การรบ
ขณะที่แนวคิดอากาศยาน BWB ได้มีมาราวหลายทศวรรษแล้ว ความก้าวหน้าที่มากกว่าของวิทยาการใหม่ล่าสุดในการออกแบบเชิงโคงสร้าง, วิทยาการวัสดุศาสตร์, การผลิต และภาคส่วนอื่นๆได้ทำให้การผลิตจำนวนมากขนาดใหญ่สามารถบรรลุผลได้
ภาคอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์รวมถึงบริษัทสายการบินโดยสารและขนส่งทางอากาศต่างๆจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาของวิทยาการนี้เช่นเดียวกัน ในการเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารหรือห้องบรรทุกขณะที่ลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงการปฏิบัติการลง

สำนักงานพลังงานการปฏิบัติการกองทัพอากาศสหรัฐฯ(Air Force Operational Energy Office) จะเสร็จสิ้นการทดสอบการบินขั้นต้นของเครื่องบินต้นแบบอย่างเร็วที่สุดในปี 2027
เครื่องบินต้นแบบสาธิตของ JetZero มีความตั้งใจจะให้มีขนาดใหญ่เท่าเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ที่มีลำตัวกว่าโดยขนาดคราวๆใกล้เคียงกับเครื่องบินโดยสาร Boeing 757 โดย JetZero ได้ทำสัญญากับบริษัท Northrop Grumman สหรัฐฯในฐานะผู้รับสัญญารองของระบบภารกิจ
แนวคิดของอากาศยานปีกผสานลำตัว BWB มีการสาธิตทดสอบในแบบเครื่องบินย่อขนาดเล็กและในอุโมงค์ลม แต่ไม่เคยมีการสร้างเครื่องที่ขนาดใหญ่พอจะบรรทุกคนหรือสัมภาระได้

กองทัพอากาศสหรัฐฯย้ำว่าโครงการมีวัตถุประสงค์ที่จะมีผลลัพธ์เป็นเครื่องบินทดลองสาธิต ไม่ใช่เครื่องต้นแบบสำหรับโครงการเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศยุคหน้า NGAS(Next-Generational Air-Refuelling System) 
ที่จะทดแทนฝูงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135 โดยเป็นการออกแบบใหม่ตั้งแต่ร่างแบบในกระดาษเปล่า ที่ยังไม่เข้าสู่ระยะการวิเคราะห์ทางเลือก(Analysis of Alternatives) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ออสเตรเลียรับมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk สหรัฐฯ 3เครื่องแรก

Australia receives first three UH-60M Black Hawks
Australia's receipt of the first three Sikorsky UH-60M Black Hawks from the United States will allow it to start training and familiarisation operations with the new aircraft. 



These photos are of a US Army UH-60M during Exercise ‘Talisman Sabre 2023' in Queensland, Australia, on 17 July 2023. (US Army/Sgt. Ashunteia' Smith)

ออสเตรเลียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk ชุดแรกจำนวน 3เครื่องจากทั้งหมด 40เครื่องที่ได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) โฆษกกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวกับ Janes ว่า 
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M สองเครื่องแรก "มาถึงฐานทัพอากาศ RAAF Richmond กองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2023 โดยเครื่องบินลำเลียง Boeing C-17 กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force)"

โฆษกกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเสริมว่าการมาถึงของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk นี้เป็นไปตามกำหนดการ(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/uh-60m-40.html)
"เฮลิคอปเตอร์ UH-60M Black Hawk เครื่องที่สามมาถึงเมื่อวันศุกร์ วันที่ 4 สิงหาคม 2023 โดยทางเครื่องบินลำเลียง C-17 กองทัพอากาศสหรัฐฯเช่นกัน" โฆษกกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว

การส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk ชุดแรกจำนวน 2เครื่องมีขึ้นสองวันหลังจากเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป NHIndustries MRH90 Taipan กองทัพบกออสเตรเลียตกเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2023
โฆษกกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียไม่ได้ระบุว่าเฮลิคอปเตอร์ UH-60M Black Hawk เครื่องอื่นๆจะถูกส่งมอบตามมาเมื่อไร(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/uh-60m.html)

การส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ UH-60M Black Hawk จำนวน 3เครื่องดูเหมือนจะเป็นก่อนกำหนดการ ออสเตรเลียได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M จำนวน 40เครื่อง
และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายใต้รูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2023 การจัดหามีสัญญาเป็นมูลค่าวงเงิน A$2.79 billion($1.82 billion)

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2023 หนึ่งวันหลังการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk สองเครื่องแรก รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลียและรองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย Richard Marles กล่าวว่า
เขาไม่ได้ "ต้องการจะเพิ่มการคาดหวังเกี่ยวกับการมีเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ในประจำการโดยเร็วๆนี้" การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ UH-60M จะทำให้กองทัพบกออสเตรเลียสามารถจะปลดประจำการฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป MRH90 Taipan ของตนได้

ปัจจุบันกองทัพบกออสเตรเลียกำลังเผชิญหน้ากับการขาดแคลนขีดความสามารถตามที่เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป S-70A-9 Black Hawk รุ่นเก่าของตนปลดประจำการจากกองทัพออสเตรเลีย(ADF: Australian Defence Force) ในเดือนธันวาคม 2021
กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้นำเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M ของตนเข้าร่วมการฝึกผสมนานาชาติ Talisman Sabre 2023 ในรัฐ Queensland ออสเตรเลียระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม-4 สิงหาคม 2023 โดยมีฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทยร่วมสังเกตการณ์ฝึกครับ

วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper เครื่องแรกมาถึงสาธารณรัฐเช็กแล้ว

First Viper helos arrive in Czech Republic







One of the first two AH-1Z Viper attack helicopters being unloaded from a US Air Force C-17 cargo aircraft on 26 July. (Czech Ministry of Defence)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper สำหรับสาธารณรัฐเช็กเครื่องแรกเดินทางมาถึงประเทศตนแล้วเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2023 โดยได้รับการขนส่งทางอากาศจากสหรัฐฯบนเครื่องบินลำเลียง Boeing C-17 Globemaster III กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force)
กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเช็กประกาศเหตุการณ์สำคัญ กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper สองเครื่องแรกได้ถูกส่งมอบแล้ว โดยอีก 4เครื่องจะเดินทางมาถึงในเดือนกันยายน 2023

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ได้รับการจัดหาโดยกองทัพสาธารณรัฐเช็กกองทัพสาธารณรัฐเช็ก(ACR: Army of the Czech Republic, AČR: Armáda České republiky) ควบคู่กับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell UH-1Y Venom 
เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Mil Mi-2(NATO กำหนดรหัส 'Hoplite'),เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Mil Mi-8/Mi-17(NATO กำหนดรหัส 'Hip') และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-24(NATO กำหนดรหัส 'Hind') ยุค Warsaw Pact ของกองทัพสาธารณรัฐเช็ก

นอกเหนือจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper สร้างใหม่จำนวน 4เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1Y Venom สร้างใหม่จำนวน 8เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/ah-1z-viper-uh-1y-venom.html)
สหรัฐกำลังส่งมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1Y ที่เก็บสำรองไว้เพื่อทำให้จำนวนเครื่องแต่ละแบบรวมเป็นแบบละ 10เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/ah-1z-uh-1y.html)

สาธารณรัฐเช็กจะเข้าร่วมการวางกำลังประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper เร็วๆนี้กับประเทศเพื่อนบ้านของตนสโลวาเกีย ตามการประกาศล่าสุดที่รัฐบาลสหรัฐฯสนับสนุนงบประมาณบางส่วนในการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z จำนวน 12เครื่อง
เพื่อแลกเปลี่ยนกับที่สโลวาเกียกำลังบริจาคเครื่องบินขับไล่ MiG-29 และระบบป้องกันภัยทางอากาศยุค Warsaw Pact แก่ยูเครน(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/ah-1z-mig-29.html)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1Y แบ่งปันชิ้นส่วนและระบบร่วมกันร้อยละ84 (กลีบใบพัดวัสดุผสม, ที่นั่งแบบรองรับเหตุเครื่องตก crashworthy seats, ชิ้นส่วน hydraulic, ชิ้นส่วนระบบเชื้อเพลิง, ระบบ Avionic บูรณาการ, 
เครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ General Electric T700-GE-401/C ที่กำลังมากขึ้น และชุด gearboxes) ซึ่งแปรเปลี่ยนไปสู่รอยเท้าการส่งกำลังบำรุงที่เล็กลงและประหยัดขึ้น เช่นเดียวกับการทำงานร่วมกันที่เหนือกว่า

นอกจากนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) ผู้ใช้งานหลัก สหรัฐฯได้ส่งออกเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ให้ลูกค้ารายแรกบาห์เรนจำนวน 12เครื่องซึ่งเสร็จสิ้นการส่งมอบในปี 2023นี้(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/bell-ah-1z.html)
ปากีสถานที่สั่งจัดหา AH-1Z จำนวน 12เครื่องถูกระงับการส่งมอบ(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/z-10-t129-ah-1z.html) และไนจีเรียได้รับอนุมัติการขายแต่สภา congress สหรัฐฯยังไม่ผ่านความเห็นชอบให้ขายให้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/ah-1z.html)