แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Denmark แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Denmark แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เดนมาร์กจะจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอาากาศสู่พื้น AGM-184 JSM สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35A

Denmark announces deep-strike munitions procurement




An artist's impression of a JSM being launched from the internal weapons bay of an F-35A. Denmark is acquiring the missile as par of a wider deep-strike weapons procurement package that also includes the Anthem cruise missile. (Kongsberg)

เดนมาร์กจะจัดหาอาวุธโจมตีพิสัยไกลต่างๆ "เพื่อจะโจมตีกลับลึกเข้าไปในดินแดนข้าศึก" กระทรวงกลาโหมเดนมาร์กกล่าวเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา ชุดการจัดซื้อจัดจ้างนี้จะรวมถึง
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kongsberg-RTX AGM-184 Joint Strike Missile(JSM) ที่ไม่เปิดเผยจำนวน(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/jsm-f-35a.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/05/jsm-f-35a.html)

สำหรับติดตั้งกับฝูงเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II ของกองทัพอากาศเดนมาร์ก(RDAF: Royal Danish Air Force, Flyvevåbnet)(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/f-35a-16-43.html)
เช่นเดียวกับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนยิงจากฐานยิงภาคพื้นดิน Covenant Industries Anthem ที่ขณะนี้อยู่ในการพัฒนาในสหรัฐฯด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/f-35a.html)

"การจัดซื้อจัดจ้างต่างๆที่ถูกเสนอมีเพื่อเสริมความแข็งแกร่งการป้องปรามแห่งชาติและแห่งกลุ่มร่วม อาวุธต่างๆเหล่านี้นั้นอยู่ความต้องการโดย NATO และมีส่วนช่วยต่อความมั่นคงของเดนมาร์ก
อาวุธปล่อยนำวิถีเป็นแบบต่างๆที่แตกต่างกันของอาวุธโจมตีความแม่นยำสูงพิสัยไกล ซึ่งมาพร้อมวิทยาการนำร่องขั้นก้าวหน้าสามารถโจมตีต่างๆด้วยความแม่นยำมากในระยะไกล"

"อาวุธปล่อยนำวิถีแบบต่างๆเหล่านี้สามารถทำได้ทั้งการโจมตีเพื่อป้องปรามจากภายใน(ดินแดนของเดนมาร์กและชาติพันธมิตร)หรือโจมตีกลับลึกเข้าไปในดินแดนข้าศึกถ้าจำเป็น" กระทรวงกลาโหมเดนมาร์กกล่าว
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-184 JSM เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม(stand‐off)ความแม่นยำสูงที่พัฒนาโดยนอร์เวย์ ถูกปรับแต่งสำหรับการใช้โดยอากาศยานในการต่อต้านทั้งเป้าหมายเรือผิวน้ำและภาคพื้นดินต่างๆ

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น JSM ที่ถูกตรวจพบได้ต่ำทำให้เครื่องบินรบมีขีดความสามารถการโจมตีต่อต้านเรือด้วยการใช้ระบบนำวิถีการสร้างภาพความร้อน IIR(imaging infrared) และหัวรบขนาด 120kg ชนวนกระทบแตกหรือหน่วงเวลา
ถูกออกแบบเพื่อติดตั้งในห้องอาวุธภายในลำตัวหรือนอกลำตัวของเครื่องบินขับไล่ F-35A รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing) และเครื่องบินขับไล่ F-35C รุ่นใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน(CV: Carrier Variant)

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-184 JSM มีความเร็วประมาณ Mach 0.9 และมีระยะยิงไกลเกิน 275km อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อน Anthem เป็นส่วนหนึ่งของผลงานอาวุธราคาถูกที่ขณะนี้กำลังได้รับการผลักดันโดยกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army)
โดยบริษัท Covenant Industries สหรัฐฯเพิ่งจะปรากฎตนต่อสาธารณะในเดือนกันยายน 2026 ตามที่ Janes ได้รายงานก่อนหน้า อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อน Anthem คาดว่าจะมีระยะยิงไกลถึงมากกว่า 1,200km และติดหัวรบได้หนักถึง 200kg ครับ

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

สิงคโปร์ทำพิธีวางกระดูกงูเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สาม

Singapore Lays Keel for Third Multi-Role Combat Vessel



A segment of Singapore's third MRCV seen here at the keel-laying ceremony on 3 September 2026. (Republic of Singapore Navy)

บริษัท ST Engineering Marine สิงคโปร์ได้ประกาศการทำพิธีวางกระดูกงูเรือของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV(Multirole Combat Vessel) ลำที่สามสำหรับสำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 ณ อู่เรือของบริษัท
พิธีวางกระดูกงูเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามได้เชิญเจ้าหน้าที่ต่างๆเข้าร่วมรวมถึงปลัดกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ Joseph Leong, ผู้บัญชาการกองทัพเรือสิงคโปร์ พลเรือตรี Sean Wat  พร้อคณะนายทหารกองทัพเรือสิงคโปร์, ตัวแทนจากสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมสิงคโปร์(DSTA: Defence Science and Technology Agency) และบริษัท ST Engineering Marine

พิธีวางกระดูกงูมีขึ้นตามพิธีตัดเหล็กของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สามและลำที่สี่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/victory-mrcv.html) ตามด้วยพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สอง เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour(89) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/victory-mrcv-rss-valour.html)
ที่มีขึ้น ณ อู่เรือ Benoi ของบริษัท ST Engineering Marine เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำแรก เรือรบอเนกประสงค์ RSS Victory(88) มีพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/mrcv-rss-victory.html) ด้วยเรือลำที่สามที่ขณะเริ่มการสร้างอย่างเป็นทางการแล้ว โครงการ MRCV มีเรือที่อยู่สถานะการสร้างที่แตกต่างกัน

กองทัพเรือสิงคโปร์วางแผนที่จะทยอยได้รับมอบเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จำนวน 6ลำตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/victory-mrcv.html) เพื่อทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory ของกองทัพเรือสิงคโปร์ที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งได้ถูกขึ้นระวางประจำการช่วงระหว่างปี 1990-1991
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จะยังคงได้รับการตั้งชื่อเรือและหมายเลขเรือตามเรือคอร์เวตชั้น Victory ทั้ง 6ลำที่มีก่อนหน้า ลำแรก เรือรบอเนกประสงค์ RSS Victory และลำที่สอง เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour ได้รับการตั้งชื่อเรือตามเรือคอร์เวตชั้น Victory เดิมจึงเป็นไปได้ว่าเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามจะมีชื่อเรือคือ เรือรบอเนกประสงค์ RSS Vigilance หมายเลขเรือ 90

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีมีความซับซ้อนทางเทคนิคมากที่สุดที่เคยถูกสร้างในสิงคโปร์ เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory มีความยาวเรือรวมที่ 150m, กว้างที่ 21m, และระวางวางขับน้ำที่ราว 8,000tonnes สิงคโปร์อธิบายแบบเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ในฐานะเรือรบและเรือแม่สำหรับระบบไร้คนขับต่างๆ 
โดยมีจุดประสงค์ที่จะปฏิบัติการระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System), ยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle), และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ควบคู่ไปกับระบบตรวจจับและอาวุธต่างๆของตัวเรือเอง

เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ถูกออกแบบที่จะสามารถทำความเร็วได้ที่มากกว่า 22knots และมีระยะการปฏิบัติการไกลเกิน 7,000nmi ราวประมาณสองเท่าของเรือฟริเกตชั้น Formidable ของกองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/formidable-blue-spear.html) 
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV มีกำลังพลประจำเรือขั้นพื้นฐานที่น้อยกว่า 100นาย สิงคโปร์ระบุว่าการลงกำลังพลประจำเรือดังกล่าวเป็นผลจากการนำระบบอัตโนมัติต่างๆมาใช้อย่างมาก สะพานเดินเรือถูกออกแบบที่จะปฏิบัติการได้โดยลูกเรือสองนายและศูนย์ควบคุมเครื่องจักรของพรรคกลินโดยเจ้าหน้าที่หนึ่งนาย

เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ยังจะบูรณาการด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ สถาปัตยกรรมระบบจ่ายไฟฟ้าของเรือได้ถูกออกแบบให้มีความจุรองรับอุปกรณ์ในอนาคตที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าที่มากขึ้นได้ ดาดฟ้ายก(superstructure) ของเรือสร้างด้วยวัสดุผสมมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนักส่วนบนและสงวนพื้นที่ต่างๆสำหรับการเพิ่มเติมภายหลัง
ห้องบรรทุกภารกิจจะรองรับชุดบรรจุ module ต่างๆ 8ตู้ สิงคโปร์ระบบุว่าการใช้งานรวมถึงระบบไร้คนขับต่างๆ, การส่งกำลังบำรุงต่างๆ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief) ตู้บรรทุกมาตรฐานต่างๆยังจะถูกใช้สำหรับวางกำลังสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์เพิ่มเติมเมื่อจำเป็น

สำหรับระบบการรบต่างๆ กองทัพเรือสิงคโปร์เปิดเผยว่าเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จะติดตั้งด้วย multifunction radar และ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ของบริษัท Thales ยุโรป, ระบบตรวจจับกล้อง electro-optical และ sonar ตัวเรือของบริษัท Safran ฝรั่งเศส
ระบบอาวุธต่างๆรวมถึงปืนเรือ Leonardo 76mm Strales(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html), ระบบแท่นยิงอาวุธปืนกล RCWS(Remotely Controlled Weapon System) แบบ Typhoon Mk 30‑C ขนาด 30mm, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MICA และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Aster ในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) แบบ Sylver จำนวน 16ท่อยิง

สิงคโปร์กล่าวว่าอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกเลือกสำหรับเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จะได้รับการยืนยันในภายหลัง มีการคาดว่าจะเป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ที่พัฒนาร่วมโดยสิงคโปร์และอิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/blue-spear-formidable.html) 
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ยังมีจุดประสงค์ที่จะถูกใช้งานในฐานะเรือบัญชาการสำหรับภารกิจต่างๆของกองทัพสิงคโปร์(SAF: Singapore Armed Forces) ระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) ได้รับการพัฒนาในประเทศโดย DSTA สิงคโปร์ 

โครงการเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ได้นำสถาบันวิจัยทางกลาโหมแห่งชาติสิงคโปร์ DSO National Laboratories, บริษัท ST Engineering สิงคโปร์ และหุ้นส่วนนานาชาติต่างๆที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ(รวมถึงบริษัท Saab สวีเดน)มาร่วมทำงานด้วยกัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/saab-mrcv.html)
ST Engineering Marine สิงคโปร์กล่าวว่าโครงการเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ได้บันทึกสถิติการทำงานครบ 2ล้านชั่วโมงคนงานโดยปราศจากอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องหยุดงาน ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งชื่อเรือจริงๆ แผนกำหนดการทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำและการส่งมอบของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามครับ

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Babcock อังกฤษและ DFS เดนมาร์กเสนอเรือฟริเกตป้องกันภัยทางอากาศใหม่แก่กองทัพเรือเดนมาร์ก

Babcock, Danish firms, line up frigate offer





A computer-generated image of Babcock's Arrowhead 140, displayed with a Danish flag as the company and the DFS consortium announced cooperation towards offering future air defence frigates to the RDN. (Babcock)

บริษัท Babcock สหราชอาณาจักร และ Danske Flådeskibe K/S(DFS) กลุ่มกิจการค้าร่วม(consortium)ทางเรือของเดนมาร์กได้ลงนามจดหมายความร่วมมือ(LoC: Letter of Collaboration)
ที่จะพัฒนาการเข้าถึงด้านอุตสาหกรรรมร่วมระหว่างสหราชอาณาจักรและเดนมาร์กเพื่อจะเข้าแข่งขันสำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตป้องกันทางอากาศใหม่ที่ยังไม่ทราบจำนวนสำหรับกองทัพเรือเดนมาร์ก(RDN: Royal Danish Navy, Søværnet)

DFS เดนมาร์กและ Babcock สหราชอาณาจักรประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 และวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ตามลำดับระหว่างงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ DALO Industry Days 2026 ที่เดนมาร์กระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2026
จดหมายความร่วมมือ LoC ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานข้อตกลงกรอบการทำงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นระหว่าง Babcock สหราชอาณาจักร และ DFS เดนมาร์กในต้นปี 2026 ทั้งสองบริษัทกล่าว

DFS เป็นกิจการค้าร่วมที่นำบริษัท Odense Maritime Technology(OMT) Group เดนมาร์ก, บริษัท Terma เดนมาร์ก, PensionDanmark กองทุนบำนาญตลาดแรงงานของเดนมาร์ก, และบริษัท Semco Maritime เดนมาร์กเข้ามารวมไว้ด้วยกัน
และถูกจัดตั้งเพื่อมอบแนวทางแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการของเดนมาร์กสำหรับการออกแบบ, การสร้าง, และการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งานสำหรับเรือแบบต่างๆในอนาคตของกองทัพเรือเดนมาร์ก

ขณะที่มีต้นกำเนิดในสัญญาต่างๆก่อนหน้าที่ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 ในเดือนมกราคม 2026 DFS เดนมาร์กได้รับการประกาศสัญญาการออกแบบ, การสร้าง, และการซ่อมบำรุงรักษา
สำหรับเรือตรวจการณ์เขตอาร์กติก APV(Arctic Patrol Vessel) จำนวน 5ลำเพื่อทดแทนเรือตรวจการณ์เดินสมุทรชั้น Thetis(ocean patrol vessel) จำนวน 4ลำของกองทัพเรือเดนมาร์กที่ถูกขึ้นระวางประจำการตั้งแต่ในช่วงปี 1991-1992

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจการค้าร่วม DFS เดนมาร์ก บริษัท Babcock ได้ให้การสนับสนุนสมาชิกกลุ่มกิจการค้าร่วม DFS บริษัท OMT เดนมาร์กระหว่างขั้นระยะการออกแบบพื้นฐานของโครงการเรือตรวจการณ์เขตอาร์กติก APV
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2025 รัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์ก Troels Lund Poulsen ได้เยี่ยมชมอู่เรือ Rosyth ของบริษัท Babcock เพื่อดูการต่อเรือฟริเกตชั้น Type 31 สำหรับกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy)

แบบเรือฟริเกต Arrowhead 140 ของบริษัท Babcock ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเป็นพื้นฐานสำหรับเรือฟริเกตชั้น Type 31 ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/type-31-f12-hms-venturer.html)
มีพื้นฐานจากแบบเรือของ OMT เดนมาร์กคือเรือฟริเกตชั้น Iver Huitfeldt จำนวน 3ลำของกองทัพเรือเดนมาร์ก ซึ่งในทางกลับกันถูกพัฒนามาจากเรือฟริเกตชั้น Absalon จำนวน 2ลำของกองทัพเรือเดนมาร์ก

ขณะที่ถูกอ้างอิงในฐานะอีกตัวอย่างของความร่วมมือที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้วระหว่าง Babcock และ DFS ยังไม่เป็นที่ทราบว่าจะมีส่วนมากเท่าไรของแบบเรือฟริเกต Arrowhead 140 ที่อาจจะถูกนำมาใช้ออกแบบเรือฟริเกตป้องกันทางอากาศใหม่ของเดนมาร์กในท้ายที่สุดครับ

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์ทำพิธีปล่อยเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สอง RSS Valour

Launch of the Singapore Navy’s Second Multi-Role Combat Vessel





The Republic of Singapore Navy (RSN)’s second Victory-class Multi-Role Combat Vessel (MRCV), Valour, was launched at ST Engineering’s Benoi Shipyard on 23 July 2026. (Singapore Ministry of Defence)





รัฐมนตรีประสานงานความมั่นคงแห่งชาติสิงคโปร์และรัฐมนตรีมหาดไทยสิงคโปร์ Mr K Shanmugam ได้ทำพิธีปล่อยเรืออย่างเป็นทางการของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV(Multirole Combat Vessel) ลำที่สองของกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour ณ อู่เรือ Benoi Shipyard ของบริษัท ST Engineering สิงคโปร์เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026
เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour หมายเลขเรือ 89 ถูกทำพิธีปล่อยเรือโดย Dr Seetha Subbiah ภริยาของรัฐมนตรี Mr K Shanmugam ผู้ซึ่งเป็นสุภาพสตรีผู้สนับสนุนของเรือ พิธียังได้เชิญรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ Chan Chun Sing, รัฐมนตรีแห่งรัฐอาวุโสด้านกลาโหม Zaqy Mohamad, ผู้บัญชาการกองทัพสิงคโปร์(Chief of Defence Force) พลเรือโท  Aaron Beng, 
ผู้บัญชาการฝ่ายวิทยาศาสตร์กลาโหมสิงคโปร์(Chief Defence Scientist) Mr Tan Peng Yam, ผู้บัญชาการกองทัพเรือสิงคโปร์ พลเรือตรี Sean Wat, และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอื่นๆจากกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์, กองทัพสิงคโปร์(SAF: Singapore Armed Forces), และสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมสิงคโปร์(DSTA: Defence Science and Technology Agency) เข้าร่วม

การกล่าวปราศรัยในพิธี รัฐมนตรีประสานงานความมั่นคงแห่งชาติสิงคโปร์และรัฐมนตรีมหาดไทยสิงคโปร์ Mr Shanmugam เน้นย้ำว่ากองทัพเรือที่แข็งแกร่งและมีขีดความสามารถเป็นส่วนสำคัญในการคุ้มครองรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเล(SLOC: Sea Lines of Communication) และอธิปไตยของสิงคโปร์ 
"นี่เป็นลำดับความสำคัญแห่งชาติพื้นฐานสำหรับเราที่จะดำรงการรักษาการเข้าถึงทางทะเลที่เปิดกว้างและเสรีของเราในข้อเท็จจริงมันเป็นเรื่องของความอยู่รอด เรือรบอเนกประสงค์ MRCV เสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถของกองทัพเรือสิงคโปร์ของเราเพื่อเติมเต็มภารกิจนี้ 
สภาพแวดล้อมความมั่นคงในอนาคตจะมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เราจะไม่สามารถที่จะคาดการณ์ทุกๆความท้ายทายที่เราจะเผชิญได้ แต่เราสามารถสร้างระบบที่สามารถปรับแต่งและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆที่หลากหลายและวิวัฒนาการควบคู่ไปกับความท้าทายต่างๆเหล่านี้" เขาเสริม

เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour เป็นเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สองจากทั้งหมด 6ลำที่ถูกปล่อยทำพิธีปล่อยเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/victory-mrcv.html) ตามหลังเรือลำแรกเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำแรก RSS Victory หมายเลขเรือ 88 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/mrcv-rss-victory.html)
และเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สามและลำที่สี่ที่มีพิธีตัดเหล็กเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/victory-mrcv.html) เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ถูกออกแบบเพื่อทำงานในฐานะ "เรือแม่"(mothership) สำหรับระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System), ยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle), 
และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) สำหรับการดำเนินการปฏิบัติการทางเรือต่างๆ เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ยังจะติดตั้งด้วยระบบตรวจจับขั้นก้าวหน้าต่างๆ, ระบบอาวุธต่างๆ และขีดคสามารถการทำงานเป็นเครือข่าย นี่จะทำให้เธอสามารถที่จะรับมือภัยคุกคามต่างๆที่หลากหลายรูปแบบ และทำงานในฐานะเรือบัญชาการ

ถูกออกแบบด้วยระบบอัตโนมัติขั้นก้าวหน้า เรือรบอเนกประสงค์ MRCV จะสามารถปฏิบัติการอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพด้วยกำลังพลประจำเรือที่จำนวนน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเรือรบอื่นๆที่มีขนาดและขีดความสามารถเช่นเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/formidable-rss-stalwart-aster.html)
เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour จะเข้ารับการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์, ระบบและการบูรณาการระบบการรบต่างๆและการทดลองเรือเพื่อตรวจรับ ในทางคู่ขนานกันกำลังพลชุดรับเรือของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV จะยังเริ่มต้นการฝึกเพื่อเตรียมตัวพวกตนที่จะปฏิบัติการเรือในอีกหลายปีข้างหน้าที่จะมาถึง 
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำแรก เรือรบอเนกประสงค์ RSS Victory มีกำหนดจะถูกส่งมอบในปี 2028 และจะครบ 6ลำภายในปี 2030 ที่จะทยอยทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory ของกองทัพเรือสิงคโปร์ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งได้ถูกขึ้นระวางประจำการตั้งแต่ปี 1990 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์ทำพิธีตัดเหล็กเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามและลำที่สี่

Singapore cuts steel for third, fourth MRCVs







A computer-generated image of the MRCV. (Singapore Ministry of Defence)

บริษัท ST Engineering สิงคโปร์ได้ดำเนินการทำพิธีตัดเหล็กสำหรับเรือรบอเนกประสงค์(MRCV:  Multirole Combat Vessel) ลำที่สามและลำที่สี่ของกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy)
พิธีตัดเหล็กส่งสัญญาณว่าการวางแผนการสร้างและการดำเนินการปฏิบัติทางสัญญาของโครงการเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ได้เข้าถึงระดับความสมบูรณ์ที่ทำให้สามารถมีความคืบหน้าการดำเนินการกับตัวเรือหลายลำคู่ขนานกันได้

พิธีตัดเหล็กของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สามและลำที่สี่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 ณ อู่เรือของบริษัท ST Engineering โดยพิธีได้เชิญหัวหน้าฝ่ายวิศกรรมและการส่งกำลังบำรุงทางเรือ ของกองทัพเรือสิงคโปร์ Military Expert 7(ME7) Khoo Koh Giok
ในคำกล่าวของเขา ME7 Khoo กล่าวว่าวิวัฒนาการที่ต่อเนื่องของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV จำที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงในวิธีการนำขีดความสามารถต่างๆมาใช้และสนับสนุนตลอดวงจรชีวิตของเรือเหล่านี้

ME7 Khoo เสริมว่าความเป็นหุ้นส่วนของกองทัพเรือสิงคโปร์กับสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมสิงคโปร์(DSTA: Defence Science and Technology Agency) และ ST Engineering สิงคโปร์
จะเป็นการรวมศูนย์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory โครงการ MRCV เหล่านี้ยังคงสอดคล้องสำหรับภารกิจต่างๆในอนาคตท่ามกลางการวิวัฒนาการนี้(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/saab-mrcv.html)

ST Engineering สิงคโปร์ได้รับสัญญาเพื่อออกแบบและสร้างเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ทั้งหมดจำนวน 6ลำสำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/mrcv.html)
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV มีวัตถุประสงค์ที่จะทยอยทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory ของกองทัพเรือสิงคโปร์ที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งได้ถูกขึ้นระวางประจำการช่วงระหว่างปี 1990-1991

กองทัพเรือสิงคโปร์ได้อธิบายเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ในฐานะองค์ประกอบทางเครื่องมือของโครงสร้างกำลังรบในอนาคตของตน โดยเรือถูกออกแบบเพื่อจะปฏิบัติการในฐานะเรือแม่สำหรับระบบแบบมีคนบังคับและไร้คนขับต่างๆในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ
เรือรบอเนกประสงค์ MRCV เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีมีความซับซ้อนทางเทคนิคมากที่สุดที่เคยถูกสร้างในสิงคโปร์ เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory มีความยาวเรือรวมที่ 150m, กว้างที่ 21m, และระวางวางขับน้ำที่ราว 8,000tonnes

เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ถูกออกแบบที่จะสามารถทำความเร็วได้ที่มากกว่า 22knots และมีระยะการปฏิบัติการไกลเกิน 7,000nmi ราวประมาณสองเท่าของเรือฟริเกตชั้น Formidable ของกองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/formidable-rss-stalwart-aster.html)
ชุดระบบการรบของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV มีคุณลักษณะประกอบด้วยปืนเรือ Leonardo 76mm Strales(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html) และระบบแท่นยิงอาวุธปืนกล RCWS(Remotely Controlled Weapon System) แบบ Typhoon Mk 30‑C ขนาด 30mm 

การติดตั้งระบบการป้องกันภัยทางอากาศเป็นวงชั้นประกอบด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MICA และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Aster ในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) แบบ Sylver จำนวน 16ท่อยิง
แม้ว่ากองทัพเรือสิงคโปร์ยังไม่ได้เปิดเผยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกเลือกสำหรับเรือรบอเนกประสงค์ MRCV มีการคาดว่าจะเป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ที่พัฒนาร่วมโดยสิงคโปร์และอิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/blue-spear-formidable.html) 

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำแรก RSS Victory หมายเลขเรือ 88 ถูกทำพิธีตัดเหล็กในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/mrcv.html), ทำพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/mrcv.html),
ถูกทำพิธีพิธีปล่อยเรือและตั้งชื่อเรือในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/mrcv-rss-victory.html) และถูกนำลงสู่ผิวน้ำถูกนำลงสูงผิวน้ำจริงแล้วตามวีดิทัศน์ที่กองทัพเรือสิงคโปร์เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 RSS Victory มีกำหนดจะส่งมอบให้กองทัพเรือสิงคโปร์ภายในปี 2028

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สองที่น่าจะมีชื่อเรือ RSS Valour หมายเลขเรือ 89 ถูกทำพิธีตัดเหล็กในเดือนเมษายน 2025 และทำพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/victory-mrcv.html)
ในการทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory เดิมเป็นไปได้มากว่าเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สามและลำที่สี่ล่าสุดจะถูกตั้งชื่อว่า RSS Vigilance หมายเลขเรือ 90 และ RSS Valiant หมายเลขเรือ 91 ตามลำดับ กองทัพเรือสิงคโปร์มีกำหนดจะได้รับมอบเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ครบ 6ลำภายในปี 2030 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์ทำพิธีวางกระดูกงูเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สอง

Singapore lays down keel for second multirole combat vessel





A segment of Singapore's second MRCV seen here at the keel-laying ceremony on 27 January 2026. (Republic of Singapore Navy)

บริษัท ST Engineering สิงคโปร์ได้ดำเนินการทำพิธีวางกระดูกงูเรือของเรือรบอเนกประสงค์(MRCV:  Multirole Combat Vessel) ลำที่สองสำหรับสำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy)
พิธีวางกระดูกงูเรือของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สองได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026 กองทัพเรือสิงคโปร์กล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในวันเดียวกัน

พิธีตัดเหล็กของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สองนี้ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2025 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเรือรบอเนกประสงค์ MRCV จำนวน 6ลำที่ได้รับการสั่งจัดหาภายใต้สัญญาในปี 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/mrcv.html)
และเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ใหม่ 6ลำเหล่านี้จะทยอยทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory ของกองทัพเรือสิงคโปร์ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งได้ถูกขึ้นระวางประจำการตั้งแต่ปี 1990(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/mrcv.html)

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำแรก RSS Victory หมายเลขเรือ 88 ซึ่งถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/mrcv-rss-victory.html)
หลังการทำพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/mrcv.html) จากภาพวาดสร้างด้วย computer ที่แสดงถึงเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สองว่ามีหมายเลขเรือ 89

บ่งชี้ว่าเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ใหม่ทั้ง 6ลำเหล่านี้จะยังคงชื่อเรือและหมายเลขเรือจากเรือส่วนใหญ่ของเรือคอร์เวตชั้น Victory ดั้งเดิม(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/saab-mrcv.html)
ด้วยความยาวเรือที่ 150m ,ความกว้างเรือที่ 21m และระวางขับน้ำที่ราว 8,000tonnes เรือรบอเนกประสงค์ MRCV เป็นระบบเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและซับซ้อนมากที่สุดที่ถูกสร้างในสิงคโปร์ปัจจุบัน

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ถูกออกแบบตั้งแต่เริ่มต้นในฐานะเรือแม่สำหรับระบบไร้คนขับต่างๆ เรือรบอเนกประสงค์ MRCV สามารถวางกำลังและควบคุมระบบไร้คนขับที่ผสมผสานได้ทั้ง
อากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System), ยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle), และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ต่างๆ 

ด้วยระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 7,000nmi ซึ่งเป็นสองเท่าของเรือฟริเกตชั้น Formidable ของกองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/formidable-rss-stalwart-aster.html) 
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV มอบขีดความสามารถที่จะดำรงการวางกำลังปฏิบัติการที่ระยะไกลและยาวนานแก่กองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/saab-st-engineering-lmv.html) 

ชุดระบบการรบของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV มีคุณลักษณะประกอบด้วยปืนเรือ Leonardo 76mm Strales(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html) และระบบแท่นยิงอาวุธปืนกล RCWS(Remotely Controlled Weapon System) แบบ Typhoon Mk 30‑C ขนาด 30mm 
การติดตั้งระบบการป้องกันภัยทางอากาศเป็นวงชั้นประกอบด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MICA และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Aster ในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) แบบ Sylver จำนวน 16ท่อยิง

แม้ว่ากองทัพเรือสิงคโปร์ยังไม่ได้เปิดเผยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกเลือกสำหรับเรือรบอเนกประสงค์ MRCV มีการคาดว่าจะเป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ที่พัฒนาร่วมโดยสิงคโปร์และอิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/blue-spear-formidable.html) 
เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำแรก RSS Victory ได้ถูกนำลงสูงผิวน้ำจริงแล้วตามวีดิทัศน์ที่กองทัพเรือสิงคโปร์เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 RSS Victory มีกำหนดจะส่งมอบให้กองทัพเรือสิงคโปร์ภายในปี 2028 และจะส่งมอบครบ 6ลำภายในปี 2030 ครับ

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire 100นัดแก่เดนมาร์ก

US approves Hellfire missiles for Denmark



A Royal Danish Air Force MH-60R helicopter. (Royal Danish Navy)


Seen being carried by US Navy MH-60R helicopters, the Hellfire has been approved for sale to Denmark for likely use aboard the same platform. (US Navy)

รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Lockheed Martin AGM-114R Hellfire แก่เดนมาร์กเป็นวงเงินประมาณ $45 million ประกาศโดยสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency)
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายครอบคลุมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire จำนวน 100นัด เช่นเดียวกับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, การฝึก, และการสนับสนุน

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของเดนมาร์กเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคตต่างๆโดยการสร้างความมั่นใจการทำงานร่วมกันของกองกำลังทางอากาศต่างๆกับกองทัพสหรัฐฯและพันธมิตรอื่นๆ
เช่นเดียวกับขีดความสามารถของพวกมันที่จะมีส่วนช่วยต่อภารกิจของผลประโยชน์ร่วมกันต่างๆโดยการส่งมอบการสนับสนุนและการดำรงสภาพตามมา" สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ DSCA กล่าว

"โดยการปฏิบัติการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire เดนมาร์กมีส่วนร่วมเสริมความแข็งแกร่งต่อความพร้อมทั่วโลกและเพิ่มขยายขีดความสามารถสำหรับกองทัพสหรัฐฯในการปฏิบัติการทั่วโลกเคียงข้างกับพวกตน" DSCA สหรัฐฯเสริม
ขณะที่เอกสารประกาศแจ้งของ DSCA ไม่ได้เปิดเผยระบบสำหรับจะติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Hellfire พวกมันน่าจะติดตั้งกับอากาศยานที่ประจำการในกองทัพอากาศเดนมาร์ก(RDAF: Royal Danish Air Force, Flyvevåbnet)

ได้ทั้งเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin MH-60R Seahawk(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/nh90-mh-60r.html) หรืออากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle)
แบบ General Atomics Aeronautical Systems Inc(GA-ASI) MQ-9B SeaGuardian(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/mq-9b-seaguardian-23.html) ซึ่งอากาศยานทั้งสองแบบกองทัพเดนมาร์กสั่งจัดหาจากสหรัฐฯ

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นตระกูล Hellfire รุ่นล่าสุดที่พร้อมสำหรับส่งออก ซึ่งมีขีดความสามารถที่สามารถให้นักบินเลือกระดับการสังหารของอาวุธก่อนทำการยิง
ทำให้มีอำนาจการทำลายทางพลังงานจลน์(kinetic effect)ที่จะมีความเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายข้างเคียง(collateral damage) ให้น้อยที่สุด(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/boeing-ah-6i.html)

ข้อได้เปรียบเพิ่มเติมของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Hellfire รุ่น 'Romeo' นั่นคือเมื่อทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R สามารถทำการบินไปยังพื้นที่ก่อนการจับเป้าหมายได้
ทำให้ระบบอากาศยานเพดานบินสูงสามารถที่จะโจมตีเป้าหมายต่างๆหนือพวกมันโดยปราศจากความจำเป็นสำหรับการเคลื่อนที่ดำเนินกลยุทธ์เพิ่มเติมครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/boeing-ah-6i.html)

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon แก่เดนมาร์ก 3เครื่อง

US approves Poseidon sale to Denmark





Seen in US Navy service, the Poseidon has now been approved for sale to Denmark. (US Navy)

รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลพหุภารกิจ Boeing P-8A Poseidon MMA(Multimission Maritime aircraft) แก่เดนมาร์ก(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/boeing-p-8a-poseidon.html)
สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ประกาศการอนุมัติโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 กล่าวว่า

การจัดหารูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) วงเงินประมาณ $1.8 billion ครอบคลุมเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-p-8a-poseidon.html),
เช่นเดียวกับสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, การฝึก, การสนับสนุน, และวัสดุอื่นๆ(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/p-8a-poseidon-4.html) ระบบอาวุธต่างๆไม่ได้ถูกรวมในการอนุมัตินี้(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/boeing-p-8a-poseidon.html)

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มขยายขีดความสามารถของเดนมาร์กเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตโดยการมอบกำลังรบที่น่าเชื่อถือที่มีขีดความสามารถของการป้องปรามฝ่ายตรงข้ามต่างๆและการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการของ NATO
ข้อเสนอการขายจะสนับสนุนเป้าหมายของของเดนมาร์ในการเพิ่มการป้องกันชาติและดินแดนเช่นเดียวกับการทำงานร่วมกันกับกองทัพสหรัฐฯและกองกำลังชาติ NATO" DSCA สหรัฐฯกล่าวในเอกสารแจ้งการอนุมัติ

ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา Congrss สหรัฐฯเป็นอันดับแรกจึงจะสามารถลงนามสัญญาได้ ด้วยน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่(85,139 kg) มากที่สุดในเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแท้ใดๆที่มีในตลาด
เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A ติดตั้งระบบตรวจจับหลักต่างๆด้วย radar ตรวจการณทางทะเลแบบ Raytheon AN/APY-10 และกล้อง digital electro-optic/infrared(EO/IR) แบบ L-3 Wescam MX-20HD

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A สามารถบรรจุทุ่นวิเคราะห์เสียงใต้น้ำ sonobuoy ได้ถึง 126ทุ่น และสามารถบรรทุกอาวุธต่อต้านเรือดำน้ำและอาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำครบถ้วนเต็มรูปแบบภายในห้องเก็บอาวุธในตัวเครื่องหรือเช่นเดียวกับที่ตำบลอาวุธจุดแข็งใต้ปีก
ในห้องโดยสารหลักมีการจัดวางตำแหน่งสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจ 7นายที่ 6สถานีปฏิบัติงาน(workstation) แม้ว่าจะมีพื้นที่มากเพียงพอและมีระบบจ่ายพลังงานและระบบระบายความร้อนที่จำเป็นสำหรับการเพิ่มขยายก็ตาม

นอกจากกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) และแคนาดา ชาติยุโรปสมาชิก NATO ที่ได้จัดหาเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon แล้วรวมถึงกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/p-8a-poseidon.html), 
กองทัพอากาศนอร์เวย์(RNoAF: Royal Norwegian Air Force, Luftforsvaret)(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/p-8a-poseidon.html) และกองการบินทหารเรือเยอรมนี(Marineflieger) กองทัพเรือเยอรมนี(German Navy, Deutsche Marine) ครับ

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

PT PAL อินโดนีเซียทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือฟริเกต Merah Putih ลำแรก KRI Balaputradewa

PT PAL launches Indonesia's first Red White frigate





Indonesia's first Red White frigate, the future KRI Balaputradewa , seen here at its launch ceremony on 18 December 2025. (PT PAL)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือฟริเกต Merah Putih('แดงขาว' Red White) ลำแรกที่ได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)
เรือฟริเกต KRI Balaputradewa หมายเลขเรือ 322 ที่จะขึ้นระวางประจำการในอนาคตถูกปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2025 ณ อู่เรือของ PT PAL อินโดนีเซียในมหานคร Surabaya บริษัทประกาศในวันเดียวกัน

เรือฟริเกต KRI Balaputradewa เป็นเรือฟริเกต Merah Putih ลำแรกจากสองลำที่ได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/merah-putih.html)
เรือฟริเกต Merah Putih มีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกต Arrowhead 140 ของบริษัท Babcock สหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/merah-putih.html)

เรือฟริเกตชั้น Balaputradewa โครงการเรือฟริเกต Merah Putih มีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ประมาณ 5,996 tonnes และมีความยาวตัวเรือที่ 140m(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/babcock-arrowhead-140.html)
ระบบอาวุธที่จะถูกติดตั้งบนเรือฟริเกต Merah Putih รวมถึงแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launching System) แบบ MİDLAS ท่อยิง 64-cell ที่จัดหาจากบริษัท Roketsan ตุรกี

ซึ่งแท่นยิงแนวดิ่ง MİDLAS VLS มีความสามารถในการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศต่อต้านภัยทางอากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/f-515-tcg-istanbul-hisar-d-midlas-vls.html)
หรืออาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำพิสัยไกล(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/atmaca-45.html) ผสมผสานกันได้จำนวนหลายนัด(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/istanbul-2.html)

เรือฟริเกต Merah Putih ยังจะติดตั้งด้วยปืนเรือ Leonardo 76mm/62calibre สองแท่นยิงในส่วนหน้าของเรือ, ปืนกล Millennium 35mm จากบริษัท Rheinmetall เยอรมนีในฐานะระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System)
และปืนกล remote ขนาด 12.7mm สี่แท่นยิงสำหรับการป้องกันเป็นจุด(point defence) สำหรับสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-submarine Warfare) จะมีแท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Leonardo B515/3 สามท่อยิง 2แท่นยิง

และระบบ sonar ตัวเรือแบบ Fersah 100-N/MF จากบริษัท Aselsan ตุรกี ระบบตรวจจับหลักอื่นๆที่ติดตั้งบนเรือรวมถึง AESA(Active Electronically Scanned Array) radar ตรวจการณ์สองมิติแบบ Cenk 400-N 2D, multifunction radar แบบ Mete Han, 
radar ควบคุมเฮลิคอปเตอร์แบบ MAR-D และ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) แบบ Akrep ทั้งหมดบูรณาการเข้ากับระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ Advent ของบริษัท Havelsan ตุรกี

เรือฟริเกต Merah Putih ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซลสี่เครื่องรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 28knots และมีระยะปฏิบัติการไกลสุดที่ 9,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 15knots
PT PAL อินโดนีเซียมีกำหนดการขั้นต้นที่จะส่งมอบเรือฟริเกต KRI Balaputradewa แก่กองทัพเรืออินโดนีเซียภายในราวปี 2028-2029 ขณะที่เรือฟริเกต Merah Putih ลำสองกำลังถูกสร้างที่อู่เรือของ PT PAL เช่นกันครับ