วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๘-๘




Swedish success together with Thailand – new deal on Gripen E/F
Thailand is purchasing three Gripen E and one Gripen F aircraft from Sweden, including training, equipment and logistical support. The sales were confirmed during an official Thai visit to Stockholm on 25 August 2025. (Saab and Ministry of Foreign Affairs of Thailand, GE Aerospace)

Royal Thai Air Force to Acquire Four Gripen Fighters Powered by GE Aerospace F414 Engines
The Royal Thai Air Force will purchase four Saab next-generation Gripen E/F fighter aircraft powered by GE Aerospace’s advanced F414-GE-39E engines as part of a government-to-government agreement between Thailand and Sweden.

Thailand's cabinet approves acquisition of four Saab Gripen fighters in $587 million deal on 5 August 2025.

กองทัพอากาศไทยลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F และข้อตกลงการชดเชยนำเข้ายุทโธปกรณ์ ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ลงนามในสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ Gripen E/F ระยะที่ 1 ภายใต้การจัดหาแบบ รัฐบาลต่อรัฐบาล (Government to Government : G to G) ตลอดจนลงนามข้อตกลงการชดเชยนำเข้ายุทโธปกรณ์ หรือ Defence Offset ตามโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี ระยะที่ 1 
ทั้งนี้ พิธีลงนามจัดขึ้น ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน โดยมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ Mr.Pål Jonson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสวีเดน Mr.Micael Johansson ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Saab AB (publ) และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมในพิธี 
ถือเป็นประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญที่แสดงถึงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรสวีเดน การลงนามประกอบด้วย
- ส่วนที่ 1 สัญญาหลัก หรือ Main Package ซึ่งเป็นสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี แบบ Gripen E/F ระยะที่ 1 จำนวน 4 เครื่อง ระหว่างกองทัพอากาศ และองค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน (FMV)
- ส่วนที่ 2 ข้อตกลงการชดเชยนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Memorandum of Agreement : MOA) หรือ Defence Offset ซึ่งเป็น สัญญาการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ ระหว่างกองทัพอากาศ และบริษัท Saab AB (publ)
กองทัพอากาศขอยืนยันว่า การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีคณะกรรมการของกองทัพอากาศพิจารณารายละเอียดในทุกมิติ ทั้งด้านความคุ้มค่า ขีดความสามารถ และผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ การลงนามในสัญญาหลักและข้อตกลงการชดเชยนำเข้ายุทโธปกรณ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีซึ่งเป็นการลงทุนด้านความมั่นคงเท่านั้น
หากแต่ยังเกื้อกูลให้เกิดประโยชน์ในมิติอื่น ๆ (Non-Defence Sector) เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านเทคโนโลยี และด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น กองทัพอากาศมั่นใจว่า กองทัพอากาศได้ใช้ภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยรวมต่อประเทศ

เหตุการณ์หลักสำคัญของโครงการเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน(Fighter Aircraft Replacement Project) ของกองทัพอากาศไทยที่ขณะนี้รู้จักในชื่อโครงการ "Peace Burapha" คือรัฐบาลไทยได้เห็นชอบการจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๒๐ข/ค บ.ข.๒๐ข/ค Saab JAS 39 Gripen E/F ระยะที่๑ จำนวน ๔เครื่องแรกจากทั้งหมด ๑๒เครื่อง ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)
และตามมาด้วยพิธีลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นทางการ ณ ณ โรงแรม Grand Hôtel กรุง Stockholm สวีเดน เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ สำหรับเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๒๐ข บ.ข.๒๐ข Gripen E รุ่นที่นั่งเดี่ยวจำนวน ๓เครื่อง และเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๒๐ค บ.ข.๒๐ค Gripen F รุ่นที่นั่งเดี่ยวจำนวน ๑เครื่อง รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, การสนับสนุน และการฝึก
ข้อตกลงวงเงินราว 5.3 billion Swedish Krona($557 million) หรือราว ๑๙,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท ยังรวมชุดการชดเชย(Offset Package) ต่างๆ ที่รวมการปรับปรุงเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศแบบที่๑ บ.ค.๑ Saab 340 ERIEYE AEW(Airborne Early Warning) ๒เครื่องของฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี ให้เป็นมาตรฐาน Saab 340 ERIEYE AEW&C(Airborne Early Warning and Control)

การมอบความเป็นเจ้าของสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา(IP: Intellectual Property rights) ใน Tactical Data Link(TDL) Link-T  รวมถึงความร่วมมือการถ่ายทอดวิทยาการและการลงทุนพัฒนาที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตลอดจนถึงภาคส่วนด้านเศรษฐกิจอื่นๆทั้งทางตรงและทางอ้อมของไทยโดยสวีเดน
บริษัท Saab สวีเดนคาดว่าจะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F ๒เครื่องแรกเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน๑๐๒ กองบิน๑ โคราช ได้ภายในปี พ.ศ.๒๕๗๒(2029) และอีกสองเครื่องตามมาในปี พ.ศ.๒๕๗๓(2030) การจัดหา บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F ระยะที่๑ จำนวน ๔เครื่องแรกจะมีระยะเวลาดำเนินการในช่วงปี พ.ศ.๒๕๖๘-พ.ศ.๒๕๗๒(2025-2029) 
การจัดหาระยะที่๒ จำนวน ๔เครื่องที่ประกอบด้วย บ.ข.๒๐ข Gripen E จำนวน ๓เครื่อง และ บ.ข.๒๐ค Gripen F จำนวน ๑เครื่อง จะมีระยะเวลาดำเนินการในช่วงปี พ.ศ.๒๕๗๑-พ.ศ.๒๕๗๕(2028-2032) และการจัดหาระยะที่๓ จำนวน ๔เครื่องที่ประกอบด้วย บ.ข.๒๐ข Gripen E จำนวน ๔เครื่องจะมีระยะเวลาดำเนินการในช่วงปี พ.ศ.๒๕๗๓-พ.ศ.๒๕๗๗(2030-2034) 

เครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F จะเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน๑๐๒ กองบิน๑ โคราช ครบทั้ง ๑๒เครื่องภายในปี พ.ศ.๒๕๗๘-พ.ศ.๒๕๗๙(2035-2036) ในการทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก Lockheed Martin F-16A/B ADF ที่ถูกโอนย้ายไป ฝูงบิน๑๐๓ กองบิน๑ โคราชร่วมกับเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๙/ก F-16A/B Block 15 OCU
ฝูงบิน๑๐๒ ยังได้ถูกเปลี่ยนการกำหนดภารกิจฝูงบินจาก "ฝูงบินขับไล่สกัดกั้น"(FIS: Fighter Intercept Squadron) ที่เน้นภารกิจการรบอากาศสู่อากาศตั้งแต่สมัยฝูงบิน๑๒ กองบิน๑ ดอนเมืองที่ประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ก บ.ข.๑๗ก F-86L Sabre ในปี พ.ศ.๒๕๐๖(1963) จนย้ายมาเป็นฝูงบิน๑๐๒ กองบิน๑ โคราช รับมอบเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๘ข/ค บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F Tiger II ในปี พ.ศ.๒๕๒๑(1978)
เป็น "ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธี"(TFS: Tactical Fighter Squadron) ที่ปฏิบัติทั้งภารกิจอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นเช่นเดียวกับฝูงบิน๑๐๓ ซึ่งล่าสุดทั้ง บ.ข.๑๙/ก F-16A/B และเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐/ก Gripen C/D ณ ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี ได้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้วยอาวุธความแม่นยำสูงในการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาวันที่ ๒๔-๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ 

กองทัพอากาศไทยเป็นลูกค้ารายล่าสุดสำหรับเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F สวีเดนต่อจากกองทัพอากาศสวีเดนชาติผู้ผลิต และเป็นลูกค้าส่งออกรายที่สองต่อจากกองทัพอากาศบราซิลซึ่งได้จัดหาพร้อมการถ่ายทอดวิทยาการและสิทธิบัตรการผลิตในบราซิล กองทัพอากาศไทยยังเป็นผู้ใช้งานเครื่องบินขับไล่ตระกูล Gripen รายแรกที่นำไปใช้พิสูจน์ขีดความสามารถในสถานการณ์การรบจริงด้วยการใช้อาวุธจริงอีกด้วย
ทั้งเหล่านี้ยังเป็นการหักล้างข่าวปลอมที่ถูกนำเสนอก่อนหน้าว่าสวีเดนจะไม่ขายเครื่องบินขับไล่ Gripen เพิ่มให้ไทยใช้ในการรุกรานประเทศอื่น รวมถึงการโจมตีต่างๆเพื่อหวังผลให้มีการยกเลิกโครงการทั้งการสร้างข่าวปลอมว่าสวีเดนที่เป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลสูงติดอันดับต้นๆของโลกทำการทุจริตติดสินบนในการแข่งขันโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ประเทศต่างๆทั้งแอฟริกาใต้ สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี บราซิล และโคลอมเบีย
หรือการที่สหรัฐฯจะไม่ส่งออกสิทธิบัตรเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ General Electric F414-GE-39E(GKN RM16) ให้ทำให้ Saab จะต้องเสียเวลาในการพัฒนาเพื่อเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ไอพ่น Eurojet EJ230 ยุโรปแทน ซึ่งก็ไม่จริงเพราะบริษัท GE Aerospace สหรัฐฯแถลงอย่างเป็นทางการถึงการส่งออกเครื่องยนต์ไอพ่น F414 ของตนสำหรับเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F ของกองทัพอากาศไทย

การจัดหา บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F ๑๒เครื่องถูกสื่อบางรายและประชาชนบางส่วนมองว่ามีจำนวนเครื่องน้อยเกินไปต่อหนึ่งฝูงบิน ซึ่งฝูงบินขับไล่โจมตีของกองทัพอากาศไทยตั้งแต่เข้าสู่ยุคเครื่องบินรบไอพ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่ใช้อัตราจัดกำลังตามรูปแบบของกองทัพอากาศสหรัฐฯในสมัยนั้นก็ได้ลงจำนวนเครื่องบินในฝูงลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ระดับ "Super Squadron" ที่มี ๓๑เครื่องในฝูงบิน
เช่นเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๖ บ.ข.๑๖ F-84G Thunderjet ฝูงบิน๑๒ กองบิน๑ ดอนเมือง(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/f-84g-honey-sam.html), ฝูงบินมาตรฐาน ๒๐เครื่องในรุ่นที่มีเฉพาะที่นั่งเดี่ยวอย่างเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๗ บ.ข.๑๗ F-86G Sabre ในปี พ.ศ.๒๕๐๔(1961) ถึง ๒๔เครื่องที่มีทั้งรุ่นที่นั่งเดี่ยวและรุ่นสองที่นั่งเช่น บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลี ในปี พ.ศ.๒๕๒๔(1981)
เหลือ ๑๘เครื่องใน บ.ข.๑๙/ก F-16A/B ฝูงบิน๑๐๓ ปี พ.ศ.๒๕๓๑(1988) และฝูงบิน๔๐๓ ปี พ.ศ.๒๕๓๙(1996), ๑๖เครื่องใน บ.ข.๑๙/ก F-16A/B ADF ฝูงบิน๑๐๒ พ.ศ.๒๕๔๗(2004) และ ๑๒-๑๔เครื่องฝูงบินตั้งแต่โครงการ PEACE SUVARNABHUMI(Gripen C/D) ปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) เป็นต้นมา ตามที่ราคาของเครื่องบินขับไล่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตถ้าจะมีจัดหาเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าเช่น F-35A หนึ่งฝูงบินก็อาจจะเหลือจำนวนขั้นต่ำเพียง ๘เครื่องก็ได้ครับ




Royal Thai Air Force (RTAF) and US Air Foce (USAF) concluded the exercise Enduring Partners 2025 on 17-28 August 2025 at Wing 1 Korat RTAF Base, in Nakhon Ratchasima Province, Thailand. 
RTAF Beechcraft AT-6TH Wolverine light attack aircrafts of 411th Squadron, Wing 41 Chiang Mai, also participated the exercise Enduring Partners 2025. (Royal Thai Air Force)

ลับกรงเล็บ AT-6TH Wolverine ให้แหลมคม กับ ภารกิจ การบินสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (CAS : Close Air Support) ในการฝึกผสม Enduring Partners 2025
ฝูงบิน 411 กองบิน 41 ส่งเครื่องบินโจมตี AT-6TH เข้าร่วมฝึกผสมครั้งนี้ โดยเป็นครั้งแรกที่ผู้เชียวชาญในหน้าที่ Weapon System Officer (WSO) ที่ Washington Air National Guard สหรัฐอเมริกา เชิญเข้าร่วมการฝึกฯ ได้ขึ้นบินทำการบินกับนักบินไทย ในภารกิจ การบินสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (CAS : Close Air Support) 
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่มีความสำคัญสร้างความได้เปรียบในการรบให้กับกองกำลังทางบกในยุทธบริเวณ โดยจะใช้จุดแข็งของกำลังทางอากาศที่มีความคล่องตัว แม่นยำ และอำนาจการทำลายสูง  เข้าทำลายเป้าหมายทางทหารภาคพื้นดิน ที่มีความสำคัญ โดยใช้ชุดควบคุมอากาศยานหน้าในการควบคุมเครื่องบินเข้าโจมตีตรงเป้าหมายอย่างแม่นยำ 
นับเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐอเมริกาที่มีองค์ความรู้ด้านระบบอาวุธของเครื่องบิน AT-6 มาอย่างยาวนาน 
การฝึกฯ ครั้งนี้จะเป็นการดำรง และพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบร่วมระหว่างกำลังทางอากาศ และภาคพื้น (Air - Land Battle) รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการปฏิบัติการร่วมกับมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก เพื่อนำประสบการณ์และแนวคิดที่ได้มาประยุกต์ใช้ในภารกิจปกป้องประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนต่อไป
ภาพโดย : Noppasin Poompo

ภาพแห่งความสำเร็จ และมิตรภาพไทย-สหรัฐฯ ในการฝึกผสม Enduring Partners 2025
กองทัพอากาศ ร่วมกับ กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิทางอากาศ รัฐวอชิงตัน (Washington Air National Guard) และหน่วยงานรับเชิญสมทบอื่นๆ จากสหรัฐอเมริกา ประกอบกำลังในการฝึกผสม ENDURING PARTNERS 2025 ระหว่างวันที่ 18 -29 ส.ค.68 
ภายใต้แนวคิดการปฏิบัติการหลายมิติ (Multi-Domain Operation Concept : MDO Concept) การปฏิบัติการทางบก การปฏิบัติการทางอากาศ การปฏิบัติการทางอวกาศ และการปฏิบัติการทางไซเบอร์ โดยมีการฝึกภาคสนามที่สำคัญในภารกิจที่ต้องใช้กำลังทางอากาศเข้าปฏิบัติการหรือสนับสนุนความมั่นคงของประเทศ  
พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ผ่านการฝึกที่ใกล้ชิดทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนความรู้ ตลอดจนร่วมกิจกรรมเพื่อชุมชนด้วยกัน นับเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ของมิตรภาพอันดีของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กองทัพอากาศขอยืนยันว่าการฝึกทุกการฝึกมีคุณค่าในการเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็นกองทัพอากาศที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติและพี่น้องประชาชนต่อไป
CR: Noppasin poompo

การฝึกผสม ENDURING PARTNERS 2025 ระหว่างกองทัพอากาศไทย และกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ระหว่างวันที่ ๑๗-๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ที่มีพิธีปิดเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ณ กองบิน๑ โคราช ในจังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย โดยมีส่วนร่วมจากกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ Washington(WA ANG: Washington Air National Guard) 
และกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ Utah(UT ANG: Utah Air National Guard) ที่ได้นำเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-135R Stratotanker จำนวน ๒เครื่องเข้าร่วมการฝึกแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่องกำลังรักษาดินแดน Washington National Guard กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ที่ได้นำเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk จำนวน ๒เครื่องมาร่วมการฝึก Enduring Partners 2025 ในไทยด้วย
การฝึกผสม Enduring Partners 2025 ยังเป็นการฝึกร่วมกับมิตรประเทศครั้งที่สองของเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘ AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ ต่อจากครั้งแรกในการฝึกผสมทางอากาศ AIR THAISING 2025 กับกองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ระหว่างวันที่ ๑๔-๒๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ที่มีขึ้น ณ กองบิน๑ เช่นกันแสดงถึงความพร้อมการปฏิบัติการครับ




Model of Royal Thai Navy (RTN) S26T Submarine displayed at Royal Thai Fleet (RTF) headquarters gate of Sattahip naval base in Chonburi Province, Thailand. (Royal Thai Navy)
Thailand's Cabinet approved to amend government-to-government (G-to-G) contract on CHD620V16H6 diesel generator engine forRTN S26T Submarine programme on 5 August 2025.






Hooyah International Diesel School graduates! 
Congrats to the Submariners who recently graduated from the U.S. Naval Submarine School’s International Diesel School. 

หนึ่งในโครงการกลาโหมที่สำคัญซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไทยในการประชุมเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ในส่วนของกองทัพเรือไทยรวมถึงการอนุมัติการแก้ไขสัญญาแบบรัฐต่อรัฐ(G-to-G: government-to-government) สำหรับโครงการเรือดำน้ำ S26T จีนที่ยืดเยื้อมายาว หลังจากที่กระทรวงกลาโหมไทยได้ให้ความเห็นชอบในการแก้ไขสัญญาก่อนหน้าในปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘
สาระสำคัญของการแก้ไขสัญญาคือการยอมรับการเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า CHD620V16H6 แทนเครื่องยนต์ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า MTU 16V396SE84-GB31L สำหรับเรือดำน้ำ S26T ตามที่เยอรมนีปฏิเสธการส่งออกให้จีนตามการเข้มงวดมติการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป(EU: European Union) และบริษัท MTU เยอรมนีได้ปิดสายการผลิตเครื่องยนต์ตระกูล MTU 396 ของตนในปี พ.ศ.๒๕๖๓(2020)
ตามที่กองทัพเรือไทยเปิดเผยว่าเรือดำน้ำ S26T ลำแรกได้สร้างเสร็จไปแล้วร้อยละ๖๓ การแก้ไขสัญญาจะสามารถทำให้ติดตั้งเครื่องยนต์ CHD620V16H6 จำนวน ๓เครื่องต่อลำได้และยืดระยะเวลาส่งออกไปอีก ๑,๒๑๗วัน ประมาณ ๓ปี ๔เดือนหรือราวปี พ.ศ.๒๕๗๑(2028) อย่างไรก็ตามถ้าดูจากความเร็วในการสร้างเรือดำน้ำชั้น Hangor ของปากีสถาน ๔ลำแรกที่จีนซึ่งเรือลำที่สองและลำที่สามถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำห่างกันเพียง ๑๕๕วันหรือราวห้าเดือน(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/hangor-pns-mangro.html) ระยะเวลาการสร้างเรือให้เสร็จจึงอาจจะเร็วกว่านี้ได้

แม้ว่ากองทัพเรือไทยได้ชี้แจงความจำเป็นและความโปร่งใสของโครงการและความมั่นใจในการเดินหน้าการจัดหาเรือดำน้ำ S26T ระยะที่๑ ลำแรก โดยที่มียังได้การพบว่าได้มีการนำแบบจำลองของเรือดำน้ำ S26T ที่มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น Type 039B ที่ประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนมาติดตั้งใกล้อนุสรณ์สถานเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง เรือ ต.๙๙ หน้าประตูกองเรือยุทธการ กร.ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
แต่ประเด็นเครื่องยนต์ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ซึ่งการที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลไทยเพิ่งทำการที่ยอมตัดสินใจว่าจะแก้ไขสัญญาตามที่กองทัพเรือไทยให้คำแนะนำหรือยกเลิกโครงการและเสียเงินที่ชำระไปแล้วการชำระเงินไปแล้ว ๗,๗๒๔,๑๔๐,๕๒๒บาท($238,915,622) หรือร้อยละ๖๓ เหลือที่ต้องชำระอีก ๕,๕๔๐,๘๕๙,๔๗๘บาท($171,384,490) หรือร้อยละ๓๗ หลังจากเลื่อนมาเรื่อยๆยาวนาน
ทำให้การส่งมอบเรือดำน้ำ S26T ระยะที่๑ ตามสัญญาที่ลงนามเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐(2017) จากเดิมภายในปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023) ต้องล่าช้าออกไปเกือบสองเท่า(๑๑ปี) และโดยที่เป็นประเด็นทางการเมืองทั้งในรัฐสภาและภาคประชาชนที่คัดค้านการมีเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย การอนุมัติเรือดำน้ำ S26T ระยะที่๒ และระยะที่๓ ลำที่สองและลำที่สามรวม ๓ลำอาจจะมีตามมาได้ยากและมีผลต่อเรือลำแรกด้วย

ขณะที่ยังรอการคัดเลือกกำลังพลชุดรับเรือไปฝึกศึกษาเพื่อเตรียมรับมอบเรือดำน้ำที่จีน กองทัพเรือไทยก็ยังคงมีการฝึกศึกษาด้านเรือดำน้ำกับมิตรประเทศอย่างต่อเนื่องที่รวมถึงการส่งกำลังพลเข้าร่วมหลักสูตรโรงเรียนเรือดำน้ำดีเซลนานาชาติ(International Diesel Submarine School) โรงเรียนเรือดำน้ำ(NSS: Naval Submarine School) กองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ฐานทัพเรือดำน้ำ New London ในมลรัฐ Connecticut
กำลังพลจากกองทัพเรือไทย ๔นายร่วมกับนายทหารจากกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี ๑นาย ที่สำเร็จหลักสูตรเรือดำน้ำดีเซลนานาชาติ International Diesel Submarine 2025 เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ มีนายทหารเรือไทยมีสองนาย ยศนาวาโทและยศนาวาตรี ที่สังกัดเรือฟริเกต เรือหลวงเจ้าพระยา ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นหรือเคยอยู่ในสายงานนายทหารสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare)
หนึ่งนายยศนาวาตรีสังกัดกองบัญชาการกองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) และหนึ่งนายยศยาวาโทที่ใส่เครื่องแบบสนามหน่วยปฏิบัติพิเศษทางเรือและติดเครื่องหมายหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม(RTN SEAL) และหลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน(RTMC Marine paratroopers) แสดงถึงความหลากหลายของหน่วยต้นสังกัดที่เข้ารับการฝึกเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย

กองทัพเรือไทยยังได้รับการอนุมัติงบประมาณปี พ.ศ.๒๕๖๙(2026) สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ ระยะที่๑ จำนวน ๑ลำวงเงินราว ๑๗,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($533,617,930) จากที่กองทัพเรือไทยของให้มีการอนุมัติ ๒ลำวงเงิน ๓๕,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($1,067,235,860) ที่จะต่อในไทยในงบประมาณผูกพันปี พ.ศ.๒๕๖๙-๒๕๗๕(2026-2032) จากที่ต้องการทั้งหมด ๔ลำภายในปี พ.ศ.๒๕๘๐(2037)
ตามรายงานในสื่อไทยล่าสุดมีรายชื่อที่คาดว่าจะเป็นผู้เข้าแข่งขันที่เป็นไปได้จาก ๕ชาติคือ บริษัท Damen เนเธอร์แลนด์ที่เสนอแบบเรือฟริเกต SIGMA(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-babcock-damen.html), บริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีที่เสนอแบบเรือฟริเกต Frigate 4000(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/frigate-4000-hanwha-ocean.html),
บริษัท TKMS เยอรมนีร่วมกับบริษัท Marsun ไทยที่เสนอแบบเรือฟริเกต MEKO A-100(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-marsun-tkms-meko.html), บริษัท Navantia สเปนที่น่าจะเสนอแบบเรือฟริเกต ALFA 3000 และบริษัท Fincantieri อิตาลีที่น่าจะเสนอแบบเรือฟริเกต FCX30 ซึ่งการดำเนินการคาดว่าจะเริ่มต้นในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ หรือตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เป็นต้นไปครับ




Royal Thai Navy (RTN) delegation led by Vice Admiral Anurat Siriwong, vice chief of staff of RTN visited San Fernando Navantia shipyard, Navantia comapy in Cadiz and and Escribano Mechanical and Engineering (EM&E) in Madrid, the Kingdom of Spain  
for 1st Program Management Review (PMR 1) meeting of enhance the capabilities programe for LPD-792 HTMS Chang, Chinese export Type 071ET landing platform dock (LPD) on 23 to 31 July 2025. (Royal Thai Navy)

รอง เสธ.ทร. และคณะเยือน ราชอาณาจักรสเปน เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถ ร.ล.ช้าง ระหว่าง วันที่ ๒๓ - ๓๑ ก.ค.๖๘ 
น.อ.ยุทธนาวี มุ่งธัญญา ผชท.ทร.ไทย/มาดริด และ รรก.ผชท.ทหาร ไทย/มาดริด พร้อมภริยา และกำลังพลในสำนักงานฯ ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่ พล.ร.ท.อนุรัตน์ ศิริวงศ์ รอง เสธ.ทร.ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบการรบสำหรับการปฏิบัติการทางเรือ และคณะฯ 
เนื่องในโอกาสเข้าร่วมการประชุมทบทวนแผนงาน ครั้งที่ ๑ (PMR 1) สำหรับโครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบการรบ ร.ล.ช้าง ณ ราชอาณาจักรสเปน โดยได้มีการเยี่ยมชมอู่ต่อเรือ San Fernando Navantia และประชุมทบทวนแผนงานร่วมกับบริษัท Navantia ณ เมือง Cadiz รวมทั้ง เยี่ยมชมโรงงานผลิตปืน ๓๐ มม. ณ บริษัท EM&E (Escribano) กรุงมาดริด 
ในโอกาสนี้ท่าน รอง เสธ.ทร.และคณะ ได้เยี่ยมชมและให้เกียรติร่วมรับประทานอาหารค่ำ ณ บ้านพัก ผชท.ทร.ไทย/มาดริด อีกด้วย

ความคืบหน้าของโครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบการรบสำหรับการปฏิบัติการทางเรือของเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย เรือหลวงช้าง(ลำที่๓) มีขึ้นในระหว่างการประชุมทบทวนแผนงานครั้งที่๑ (PMR 1: Program Management Review 1) โดยคณะกรรมการบริหารโครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบการรบสำหรับการปฏิบัติการทางเรือในการเยือนสเปนระหว่างวันที่ ๒๓-๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘
โดยในการเยือนอู่เรือ San Fernando และที่ตั้งสำนักงานของบริษัท Navantia สเปนใน Cadiz และโรงงานของบริษัท EM&E Group สเปนที่กรุง Madrid ภาพการประชุมบางส่วนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านอกจากแท่นยิงปืนเรือ SENTINEL 30 สำหรับปืนกลขนาด 30x173mm ที่ยังจะได้รับการติดตั้งบนเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.997 สองลำแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/em-sentinel-30-997.html)
ระบบอาวุธที่จะได้รับการติดตั้งบน ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) ยังรวมปืนเรือ 76/62 ตามที่มีแผนออกมากก่อนหน้าด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/navantia-type-071et-lpd.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/02/navantia-type-071et-lpd.html) ซึ่งจะอยู่โครงการระยะที่สองภายหลังการติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ CATIZ และระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้องครับ




Navantia has signed a new contract with the Royal Thai Navy (RTN) to modernise two Pattani-class Offshore Patrol Vessel (OPV), OPV-511 HTMS Pattani and OPV-512 HTMS Naratiwat with new combat system CATIZ and other advanced systems on 22 August 2025. (Royal Thai Navy)
Naval Acquisition Management Office (NAMO), Royal Thai Navy issued announcement on winner of bidding for enhanced capabilities to its two Pattani-class OPVs with new Combat Management System (CMS) and related systems for 2,770,790,000 Baht ($85,362,765) on 21 July 2025, is Navantia S.A., S.M.E., a Spanish state-owned shipbuilding company. 

ผู้บัญชาการทหารเรือ ลงนามในสัญญาจ้างปรับปรุง เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ชุดเรือหลวงปัตตานี  ร่วมกับ บริษัทต่อเรือจากประเทศสเปน
วันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 12.30 น. พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ลงนามในสัญญาซื้อขายระบบการรบและระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับการปรับปรุงขีดความสามารถเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ชุดเรือหลวงปัตตานี จำนวน 2 ลำ ร่วมกับ ผู้แทน บริษัท Navantia S.A. S.M.E. ซึ่งเป็นบริษัทต่อเรือสัญชาติสเปน ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 
สำหรับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ชุดเรือหลวงปัตตานี ประกอบด้วย เรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงนราธิวาส ต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือ หูตง-จงหัว ชิปบิลดิง จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าประจำการเมื่อ พ.ศ.2548 ในสังกัดกองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ  มีภารกิจในการปฏิบัติการรบผิวน้ำ 
ซึ่งโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ออกปฏิบัติราชการในหน่วยเฉพาะกิจต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ทั้งทะเลด้านอ่าวไทย และทะเลอันดามัน สนับสนุนการฝึกภาคทะเล นอกจากนั้น เรือหลวงปัตตานีและเรือหลวงนราธิวาส  ได้เคยเข้าร่วมปฏิบัติการปราบปรามโจรสลัดอ่าวเอเดน ในนามกองกำลังผสมของสหประชาชาติ ตลอดจน ปฎิบัติภารกิจบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล  อีกด้วย 
ซึ่งการปรับปรุง ขีดความสามารถของเรือตรวจการไกลฝั่ง ชุดเรือหลวงปัตตานีในครั้งนี้   จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเรือให้มีความทันสมัยและเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ในการป้องกันประเทศ ตลอดจนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นสำคัญ

บริษัท Navantia สเปนได้ประสบความสำเร็จในอีกโครงการหลักของกองทัพเรือไทยล่าสุดโดยได้รับคัดเลือกเป็นผู้ชนะโครงการปรับปรุงขีดความสามารถเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงปัตตานี ทั้ง ๒ลำคือ ร.ล.ปัตตานี และเรือหลวงนราธิวาส ด้วยระบบอำนวยการรบ CATIZ CMS และระบบควบคุมการยิง DORNA FCS เช่นเดียวกับโครงการเพิ่มขีดความสามารถเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย ร.ล.ช้าง(ลำที่๓)
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสเปนยังได้กลับมามีส่วนร่วมในหลายโครงการของกองทัพเรือไทยเริ่มจากที่บริษัท EM&E Group สเปนการส่งมอบป้อมปืน remote แบบ GUARDIAN 1.5 ติดตั้งกับรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพล AWAV 8x8 จำนวน ๗คัน ที่ผลิตโดยบริษัท Chaiseri ไทยของนาวิกโยธินไทย จนถึงแท่นยิงปืนเรือ SENTINEL 30 สำหรับ เรือ ตกฝ.ชุดเรือ ต.997 สองลำและ ร.ล.ช้าง(ลำที่๓)
เช่นเดียวกับสัญญาสำหรับเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) ที่ลงนามไปเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๘ การลงนามสัญญาซื้อขายสำหรับการปรับปรุงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี ระหว่างกองทัพเรือไทยและ Navantia สเปนอย่างเป็นทางการมีขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ซึ่งตั้งแต่ที่มีการประกาศการแข่งขันในปี พ.ศ.๒๕๖๗ ที่ผ่านมาก็สื่อไทยบางรายก็รายงานกระแสการขัดขวางโครงการนี้อยู่ครับ




The exercise ASEAN Multilateral Naval Exercise (AMNEX) 2025 on 15-22 August 2025 and Asean Fleet Review 2025 on 21 August 2025 at Penang, Malaysia, involved with Royal Thai Navy (RTN) OPV-551 HTMS Krabi the Krabi-class offshore patrol vessels (OPV). (Royal Thai Navy)

3rd ASEAN Multilateral Naval Exercise 2025
ระหว่างวันที่ 15-22 สิงหาคม 2568 เรือหลวงกระบี่ นำกำลังพลและหน่วยเรือฝึกฯ เข้าร่วมการฝึก AMNEX 2025 ซึ่งมีทั้งการฝึกในท่าเรือและการฝึกในทะเล ณ รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย
พร้อมกันนี้ยังได้เข้าร่วมในพิธี การสวนสนามทางเรืออาเซียน 2025 (ASEAN Fleet Review 2025) ร่วมกับกองทัพเรือมิตรประเทศอาเซียน เพื่อแสดงพลังแห่ง ความสามัคคี ความร่วมมือ และความพร้อมเพรียง ในการรักษาความมั่นคงทางทะเลของภูมิภาค
การเข้าร่วมครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึง บทบาทนำของกองทัพเรือไทย ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและมิตรภาพทางทะเลกับประเทศสมาชิกอาเซียน

การฝึกผสมทางเรือ AMNEX 2025 ระหว่างกองทัพเรือกลุ่มชาติ ASEAN ครั้งที่๓ ที่ Penang มาเลเซียระหว่างวันที่ ๑๕-๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ และพิธีสวนสนามทางเรือ Asean Fleet Review 2025 เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ กองทัพเรือไทยได้ส่งเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เรือหลวงกระบี่ ออกเดินเรือจากฐานทัพเรือพังงา กองทัพเรือภาคที่๓ ทรภ.๓(3rd NAC: Third Naval Area Command) ฝั่งทะเลอันดามันของไทย ในวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ มาถึง Penang เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘
หมู่เรือฝึก ร.ล.กระบี่ของไทยได้เข้าร่วมกับเรือฟริเกตชั้น Lekiu เรือฟริเกต FFG30 KD Lekiu เรือคอร์เวตชั้น Kasturi ลำที่สอง เรือคอร์เวต FSG26 KD Lekir และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Kedah เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง F171 KD Kedah กองทัพเรือมาเลเซียเจ้าภาพ, เรือคอร์เวตชั้น Victory เรือคอร์เวต RSS Vigour(92) กองทัพเรือสิงคโปร์, เรือคอร์เวคชั้น Bung Tomo เรือคอร์เวต KRI Bung Tomo(357) กองทัพเรืออินโดนีเซีย, 
เรือฟริเกตชั้น Jose Rizal เรือฟริเกต FF-151 BRP Antonio Luna กองทัพเรือฟิลิปปินส์, เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Darussalam เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง KDB Darulaman(08) กองทัพเรือบรูไน, เรือฟริเกตชั้น Gepard เรือฟริเกต HQ-016 Quang Trung กองทัพเรือประชาชนเวียดนาม และเรือฟริเกต เรือฟริเกต F14 UMS Sin Phyu Shin กองทัพเรือพม่า รวมแปดชาติแสดงถึงความแข็งแกร่งของกองทัพเรือชาติ ASEAN ครับ




The Royal Thai Navy (RTN) and Royal Malaysian Navy concluded the exercise THALAY LAUT 25/2025 on 24-30 August 2025 at First Naval Area Command (1st NAC), Sattahip Naval Base in Chonburi Province, Gulf of Thailand. 
Open ceremony was held on The RTN's Krabi-class offshore patrol vessel, OPV-552 HTMS Prachuap Khiri Khan on 25 August 2025. (Royal Thai Navy)

พล.ร.ต.อนันท์ สุราวรรณ์  ผบ.นสร.กร. ร่วมในพิธีเปิดการฝึกผสม THALAY LAUT 2025 ครั้งที่ ๒๕    ระหว่าง กองทัพเรือไทย กับ กองทัพเรือมาเลเซีย  วันที่ ๒๔  - ๓๐ ส.ค.๖๘ โดยมี พล.ร.ท.ศัลย์ แสวงพานิช รอง ผบ.กร. ผู้แทน ผบ.กร. และ พล.ร.ต. HJ JAMALUDIN BIN HJ SAIRI ผู้บัญชาการฐานทัพเรือลูมุต กองทัพเรือมาเลเซีย ผู้แทน ทหารเรือมาเลเซีย เป็นประธานกล่าวเปิดการฝึก  
มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กองทัพเรือไทย กับ กองทัพเรือมาเลเซีย ผ่านการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ และชุดปฏิบัติการพิเศษ รวมทั้งเพื่อเพิ่มพูนและแลกเปลี่ยนหลักนิยม ความรู้ และประสบการณ์ ณ ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี  เมื่อวันที่ ๒๕ ส.ค.๖๘

ทร.ไทย ฝึกร่วม ทร.มาเลเซีย ฝึกผสมภายใต้ชื่อ THALAY LAUT 2025 
การฝึกผสม THALAY LAUT 2025 เป็นการฝึกแบบทวิภาคี ระหว่างทหารเรือไทย และ ทหารเรือมาเลเซีย การฝึกร่วมครั้งนี้เป็นการฝึกครั้งที่ 25 มีห้วงการฝึกระหว่างวันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2568  โดยมี นาวาเอก สุทธิพจน์ เกษมคุณารักษ์ เสนาธิการกองเรือตรวจอ่าวเป็น ผู้บัญชาการหมู่ฝึก 
มีกำลังฝ่ายทหารเรือไทย ที่เข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ , เรือหลวงชลบุรี , เรือหลวงสัตหีบ , เรือหลวงเทพา เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง จำนวน 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง อากาศยาน จำนวน 1 เครื่อง และชุดปฏิบัติการพิเศษ  กำลังพลฝึกทั้งสิ้น 354 นาย 
กำลังฝ่าย ทหารเรือมาเลเซีย ประกอบด้วย เรือ ตกก. จำนวน 1 ลำ (KD TERENGGANU) เรือ รจอ. จำนวน 1 ลำ (KD HANDALAN) ฮ.ตรวจการณ์พื้นน้ำ จำนวน 1 เครื่อง ทีมปฏิบัติการพิเศษ จำนวน 1 ชุด และผู้เชี่ยวชาญด้าน UAS จำนวน 2 นาย มีพื้นที่การฝึกบริเวณ อ.สัตหีบ และทำการฝึกในทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน 
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ ในการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง กองทัพเรือทั้งสองประเทศ

การฝึกผสมทางเรือทวิภาคีรหัส THALAY LAUT 2025 ที่เป็นการฝึกครั้งที่๒๕ ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือมาเลเซีย ปีนี้มีไทยเป็นเจ้าภาพจัดการฝึก ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ ทัพเรือภาคที่๑ ทรภ.๑ ในอ่าวไทย ระหว่างวันที่ ๒๔-๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ บนเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ 
การฝึกผสมทางเรือ THALAY LAUT 2025 กองทัพเรือไทยได้นำเรือของตนที่วางกำลังในทัพเรือภาคที่๑ ที่รวมถึงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์, เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ร.ล.นราธิวาส, เรือเร็วโจมตีปืน ร.ล.ชลบุรี, เรือตรวจการณ์ปืนชุดเรือหลวงสัตหีบ ร.ล.สัตหีบ และ ร.ล.เทพา ในสังกัดกองเรือตรวจอ่าว กตอ.เข้าร่วมการฝึกที่มีขึ้นหลังการฝึกผสม AMNEX 2025 ในฝั่งทะเลอันดามันที่ Penang มาเลเซีย
ขณะที่กองทัพเรือมาเลเซียได้ส่งเรือตรวจการไกลฝั่งชั้น Kedah เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง F174 KD Terengganu และเรือเร็วโจมตีชั้น Handalan เรือเร็วโจมตี KD Handalan (3511) มาร่วมการฝึกที่ไทย ยังร่วมถึงการมีส่วนร่วมของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command/RTN SEALs) และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ PASKAL กองทัพเรือมาเลเซียด้วยครับ




The F-104 Méndez Núñez frigate, on its return trip to Spain, arrives at the port of Laem Chabang, where it was received by the Ambassador of the Kingdom of Spain to Thailand and the country's military authorities. Over the next few days, it will conduct cooperation activities with the Thai Navy and collaborate with national industry. 
The frigate Méndez Núñez is engaged in intense diplomatic and operational activity during its stopover in the port of Laem Chabang, Thailand. We are strengthening bilateral relations and cooperation during the return transit to national territory. Next stop, Singapore (Spanish Navy)

เรือรบเมนเดซ นุนเยซ (Méndez Núñez) ของสเปนได้เดินทางมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทยแล้ว โดยมีเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และผู้แทนทางทหารของสเปนไปต้อนรับ ในอีกสองสามวันข้างหน้านี้ก็จะมีการจัดกิจกรรมความร่วมมือกับกองทัพเรือของไทยและกลุ่มอุตสาหกรรมของไทยต่อไป




Indonesian Navy KRI Raden Eddy Martadinata (331) frigate, the lead ship of the Martadinata-class frigates at Sattahip Naval Base, Thailand for Exercise Sea Garuda 22B-2025 with Royal Thai Navy FFG-471 HTMS Bhumibol Adulyadej guided missile frigate and FSG-441 HTMS Ratanakosin corvette on 20-28 August 2025. (Indonesian Navy/Royal Thai Navy)

ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกต 1 กองเรือยุทธการ เป็นประธานพิธีปิดการฝึกผสม SEA GARUDA  2025 
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พลเรือตรี สรรเสริญ สาโดด ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกต 1 กองเรือยุทธการ เป็นประธานพิธีปิดการฝึกผสม SEA GARUDA  2025  ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ มีกำหนดการฝึกระหว่างวันที่ 20 - 28 สิงหาคม 2568 
โดยการฝึกดังกล่าว เป็นการฝึกแบบทวิภาคี ระหว่าง กองทัพเรือไทย ร่วมกับ กองทัพเรืออินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการฝึกการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างเรือ อากาศยาน และนาวิกโยธิน โดยเน้นการฝึกในด้านสาขาสงครามผิวน้ำ สงครามใต้น้ำ และการป้องกันภัยทางอากาศ การตรวจค้น และการปฏิบัติการร่วมต่างๆ 
ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความรู้ ประสบการณ์ในการปฏิบัติการร่วมกัน และสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง กองทัพเรือทั้งสองประเทศ 

เป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือสเปน(Spanish Navy, Armada) ได้ส่งเรือฟริเกตชั้น F100 Álvaro de Bazán เรือฟริเกต F104 Méndez Núñez มาเยือนไทยโดยได้เข้าจอดที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ในอ่าวไทยเมื่อวันที่ ๒๐-๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ซึ่งเรือฟริเกต Méndez Núñez กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางกลับสเปนหลังเสร็จสิ้นการวางกำลังในอินโด-แปซิฟิกโดยมีการฝึกกับสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลียและชาติพันธมิตรอื่นๆ
ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เช่นเดียวกันฐานทัพเรือสัตหีบ ทัพเรือภาคที่๑ ทรภ.๑(1st NAC: First Naval Area Command) จังหวัดชลบุรี ก็ได้ให้การต้อนรับเรือฟริเกตชั้น Martadinata เรือฟริเกต KRI Raden Eddy Martadinata(331) กองทัพเรืออินโดนีเซียที่มาเข้าร่วมการฝึกผสมทางเรือรหัส SEA GARUDA 2025 กับกองทัพเรือไทยระหว่างวันที่ ๒๐-๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘
การฝึกผสม SEA GARUDA 22B-25 ในอ่าวไทยซึ่งเป็นการฝึกครั้งที่๒๒ ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรืออินโดนีเซียนี้ กองทัพเรือไทยได้นำเรือฟริเกตเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช และเรือคอร์เวตเรือหลวงรัตนโกสินทร์ เข้าร่วมการฝึก ซึ่งทุกกิจกรรมให้ห้วงเดือนสิงหาคมนี้ต่างเป็นสิ่งที่แสดงถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับกองทัพเรือมิตรประเทศทั่วโลกของกองทัพเรือไทยครับ








The Military technology demonstration and testing exhibition Crimson Viper 2025 (CV25) hold by Ministry of Defence of Thailand and U.S. Indo-Pacific Command (USINDOPACOM) with U.S. Department of Defense held at Royal Thai Marine Corps (RTMC) Headquaters in Camp Kromluang Chumporn, Sattahip District, Chonburi Province, Thailand on 4-8 August 2025. (Ministry of Defence of Thailand/Royal Thai Armed Forces)

การจัดงานการสาธิตและทดลองเทคโนโลยีทางทหาร ภายใต้รหัส Crimson Viper เป็นการดำเนินความร่วมมือระหว่าง กระทรวงกลาโหมไทย (โดยกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม) และ กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา (โดยหน่วยบัญชาการสหรัฐภาคพื้นอินโดแปซิฟิก U.S. Indo – Pacific Command : USINDOPACOM)  
ในการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งยุทโธปกรณ์มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการและสาธิตผลงานวิจัย ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยงาน Crimson Viper จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี 
สำหรับงานการสาธิตและทดลองเทคโนโลยีทางทหาร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ หรือ CV25 เป็นการ จัดงานครั้งที่ ๑๕  ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพร่วม จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๔ – ๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ หน่วยบัญชาการทหารนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก สุพพัต ยุทธวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนปลัดกระทรวงกลาโหม มาเป็นประธานในพิธีเปิด ในวันพฤหัสบดีที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙๐๐ ในปีนี้ได้มีหน่วยงานเครือข่ายได้นำผลงานวิจัยมาร่วมจัดแสดงและสาธิต  ฝ่ายไทย ได้แก่ 
หน่วยประสานการวิจัยของทุกเหล่าทัพ  สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท.(จำกัด) มหาชน บริษัท เวสเทิร์น อินทรีเกรทชัน จำกัด บริษัท อีซี่ จำกัด และบริษัท พัลซเอ็กซ์ จำกัด  
ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ได้แก่ U.S. Army Combat Capabilities Development Command (DEVCOM) และ Georgia Tech Research Institute (GTRI) เป็นต้น รวมผลงานวิจัยทั้งหมด จำนวน ๓๔ ผลงาน โดยฝ่ายสหรัฐได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาจัดแสดง อาทิ 
การตระหนักรู้เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยทางทะเล (Maritime Domain Awareness : MDA) การต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (C-UAS) อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และเทคโนโลยีสนับสนุนภารกิจ การข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน (Intelligence Surveillance and Reconnaissance : ISR)  
นอกจากนี้ มีการจัดบรรยายทางวิชาการเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างบุคลากรทั้ง ๒ ประเทศ  โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ  ทั้งฝ่ายไทย  สหรัฐอเมริกา  และกระทรวงกลาโหมมิตรประเทศ จากเครือรัฐออสเตรเลีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าร่วมชมงานดังกล่าว

การสาธิตและทดลองเทคโนโลยีทางทหารรหัส Crimson Viper 2025 ซึ่งเป็นครั้งที่๑๕ แล้วโดยปีนี้มีกองทัพเรือไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานขึ้น ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กองทัพเรือระหว่างวันที่ ๔-๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เป็นงานที่จัดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑(2008) ระหว่างกระทรวงกลาโหมไทยและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
Crimson Viper 2025 เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อจัดแสดงและสาธิตนวัตกรรมทางทหารต่างๆทั้งผลงานวิจัยพัฒนาภายในหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนของไทย และผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ที่รวมถึงนวัตกรรมด้านระบบไร้คนขับต่างๆทั้งอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aerial System)
และด้านการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ซึ่งกองทัพไทยได้แสดงให้เห็นการศึกษาและนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้อย่างต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิผล เห็นได้จากการนำระบบ UAV ขนาดต่างๆมาใช้ในการตรวจการณ์และโจมตีเป้าหมายทางทหาร และการใช้ระบบ C-UAS ต่อต้าน Drone ของกองทัพกัมพูชาในการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุดครับ




Weapon Production Center (WPC), Defence Industry and Energy Center (DIEC), Ministry of Defence of Thailand delivered additional 6 of M758 ATMG 155 mm wheeled self-propelled howitzers to Royal Thai Marine Corps (RTMC), Royal Thai Navy (RTN) on 21 August 2025. (Royal Thai Marine Corps)



เพิ่มเขี้ยวเล็บ เสริมแสนยานุภาพ เพิ่มเติมกำลังยิง กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน พร้อมปกป้องทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทย
กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ รับมอบ ปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม. แบบอัตตาจรล้อยาง (ATMG) จำนวน ๑ ระบบ ประกอบด้วยปืนใหญ่ ขนาด ๑๕๕ มม. แบบอัตตาจรล้อยาง (ATMG) ๖ กระบอก สำหรับ ๑ กองร้อย ระบบควบคุมการยิงอัตโนมัติ ระบบเรดาร์ตรวจสภาพอากาศ อะไหล่และอุปกรณ์ประกอบครบถ้วน เพื่อเสริมศักยภาพด้านยุทธการของหน่วย
โดยยุทโธปกรณ์ใหม่นี้มีความคล่องตัวสูง เคลื่อนย้ายได้รวดเร็ว สร้างความพร้อมรบในทุกมิติ สนับสนุนภารกิจการป้องกันประเทศ เสริมขีดความสามารถในการพิทักษ์รักษาอธิปไตย และความมั่นคงของชาติ อีกทั้งยังส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมด้านยุทโธปกรณ์ สนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

“กองทัพเรือ รับมอบปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG)”
วันที่ ๒๑ ส.ค.๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก ณัฐพล  เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) จากศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม ณ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 
โดยมีพลเรือตรี ทวี วงศ์วาน รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ 
โครงการจัดหาปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ด้านการวิจัยและพัฒนา โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างให้เกิดการเรียนรู้ต่อยอด และสร้างนวัตกรรมของผลงานวิจัยด้านยุทโธปกณ์ของทหารให้ตรงกับความต้องการของกองทัพเรือ และหน่วยที่ใช้งาน มีมาตรฐาน นำไปผลิตใช้ในราชการและส่งเสริมในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 
เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างกำลังรบหลักของกองทัพเรือ และการจัดหายุทโธปกรณ์หลัก/สำคัญในการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งการจัดหาปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) พร้อมอุปกรณ์ เพื่อให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการป้องกันและรักษาอำนาจอธิปไตยทางบกของประเทศ 
สำหรับโครงการจัดหาปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม. แบบอัตตาจรล้อยาง (ATMG)นี้ จะช่วยให้กองทัพเรือมีกำลังรบที่ทันสมัยและลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยอุปกรณ์บางส่วนสามารถผลิตได้เองโดยหน่วยงานในประเทศ เช่น ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร  ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้มั่นคงในระยะยาว 
และได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกำลังพล เพื่อให้ได้มีความรู้ความชำนาญในระบบอาวุธสมัยใหม่ เป็นโอกาสในการปูทางให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถพัฒนาและผลิตยุทโธปกรณ์ได้เองในอนาคต
โดยพิธีรับมอบปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มม.แบบอัตราจรล้อยาง (ATMG) ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ รับมอบเอกสารและของที่ระลึกจาก  พลโท ประจักรา วิไลเนตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร 
จากนั้นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือได้ส่งมอบต่อให้กับรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เพื่อประจำการใช้ในราชการต่อไป

นาวิกโยธินไทยอยู่ในกำหนดการ(on track) ที่ได้รับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG ขนาด 155mm ที่ผลิตโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท.(WPC: Weapon Production Center, DIEC: Defence Industry and Energy Center) กระทรวงกลาโหมไทย เพิ่มเติมอีก ๖ระบบเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘
กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน(Marine Artillery Regiment, Royal Thai Marine Division) มีปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ในประจำการแล้ว ๖ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-m758-atmg-155mm.html) ทำให้จำนวนที่มีในประจำการจะเพิ่มเป็นรวม ๑๒ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8.html)
นี่ยังรวมถึงการรับมอบเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง M361 ATMM ขนาด 120mm ที่ผลิตโดย ศอว.ศอพท.เช่นกัน ซึ่งจะเป็นระบบเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรแบบแรกของนาวิกโยธินไทยด้วย ซึ่งทั้งปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG และเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM เป็นระบบที่ได้รับการผลิตในไทยและเข้าประจำการในกองทัพบกไทยเป็นจำนวนมากแล้วครับ








Royal Thai Army's 5th Infantry Regiment, 5th Infantry Division, 4th Army Area and Malaysian Army (Tentera Darat Malaysia)'s 30th Malaysian Infantry Brigade concluded LAND EX THAMAL 28/2025 from 4-12 August 2025.
Opening ceremony was held at 1st Infantry Battalion, 5th Infantry Regiment, 5th Infantry Division in Senanarong Camp, Kohong Subdistrict, Hat Yai District, Songkhla Province, Thailland on 6 August 2025, 
and Closing ceremony was held at Tatical Traning Centre in Maha Chakri Sirindhorn Camp, Tha Pradu Subdistrict, Na Thawi District, Songkhla Province, Thailand on 12 August 2025. (Royal Thai Army)

พิธีเปิดการฝึกผสมทางบกไทย- ทางบกมาเลเซีย ภายใต้รหัส LAND EX THAMAL ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 โดย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 ดำเนินการจัดพิธีเปิดการฝึกผสมทางบกไทย - ทางบกมาเลเซีย ภายใต้รหัส LAND EX THAMAL ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 ซึ่งกรมทหารราบที่ 5 กองทัพบกไทย ร่วมกับ กองพลน้อยทหารราบที่ 30 กองทัพบกมาเลเซีย ฝึกผสม ทางบกไทย–มาเลเซีย LAND EX THAMAL 
โดยมี พ.อ.ทวีพร  คณะทอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 5 ( ประธานร่วมฝ่ายไทย) และพลจัตวา ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด ไซนี บิน ฮัจยี ฮาชิม(BRIG GEN DATUK MOHD ZAINI BIN HJ HASHIM) ผู้บัญชาการกองพลน้อยทหารราบที่ 30 มาเลเซีย (ประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย) เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกผสมทางบกไทย–มาเลเซีย ภายใต้รหัส LAND EX THAMAL ระหว่างวันที่ 4-14 สิงหาคม 2568 
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกองทัพบกไทย กับกองทัพบกมาเลเซีย และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจร่วมตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย  ทั้งนี้ยังเป็นการปฏิบัติตามพันธกิจ 5 ประการของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกในการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศ 
ณ พื้นที่การฝึก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

พิธีปิดฝึกผสมทางบกไทย- ทางบกมาเลเซีย ภายใต้รหัส LAND EX THAMAL ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568
วันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น.
พลตรี อภินันท์  แจ่มแจ้ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ( ประธานร่วมฝ่ายไทย) พร้อมด้วย พลตรี ดาโต๊ะ ฮัจญี ฟาซาล บิน ฮัจญี อับดุล ราห์มัน (MAJ GEN DATO’ HJ. FAZAL BIN HJ. ABDUL RAHMAN) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 มาเลเซีย (ประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย) เป็นประธานร่วมในพิธีปิดการฝึกผสมทางบกไทย - มาเลเซีย ภายใต้รหัส LAND EX THAMAL ครั้งที่ 28/2025 ระหว่างวันที่ 4 - 12 สิงหาคม 2568 
ในการฝึกผสมระหว่างกองทัพบกไทย - กองทัพบกมาเลเซีย LAND EX THAMAL เป็นการฝึกเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกองทัพบกไทย กับกองทัพบกมาเลเซีย และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจร่วมตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย 
ทั้งนี้ยังเป็นการปฏิบัติตามพันธกิจ 5 ประการของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกในการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ณ ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 4 ค่ายมหาจักรีสิรินธร ตำบลท่าประดู่ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

ในห้วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ กองทัพบกไทยยังมีความร่วมทางทหารกับมิตรประเทศที่รวมถึงการฝึกผสมรหัส LAND EX THAMAL 28/2025 กับกองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) ซึ่งเป็นการฝึกครั้งที่๒๘ แล้ว โดยปีนี้จัดขึ้นในพื้นที่กองทัพภาคที่๔ ทภ.๔(4th Army Area) ที่กองทัพบกไทยเป็นเจ้าภาพการฝึกในระหว่างวันที่ ๔-๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘
กองทัพบกไทยจัดกำลังจาก กรมทหารราบที่๕ ร.๕ กองพลทหารราบที่๕ พล.ร๕(5th Infantry Regiment, 5th Infantry Division) ขณะที่กองทัพบกมาเลเซียจัดกำลังจากรกองพลน้อยทหารราบที่๓๐(30th Malaysian Infantry Brigade) พิธีเปิดมีขึ้นในพื้นที่การฝึก กองพันทหารราบที่๑ กรมทหารราบที่๕ ค่ายเสนาณรงค์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘
และมีพิธีปิดการฝึกเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ กองทัพบกไทยและกองทัพบกมาเลเซียมีความสัมพันธ์ทางทหารที่แน้นแฟ้นมายาวนาน ซึ่งในกรณีการปะทะทางทหารระหว่างกองทัพไทยและกองทัพกัมพูชาในการอ้างสิทธิพื้นที่ตามแนวชายแดน มาเลเซียในฐานะประธาน ASEAN ยังทำหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่าไทยและกัมพูชาด้วยครับ




Thailand's defence firm Chaiseri metal & rubber Co. Ltd. delivered its five of First Win 4x4 wheeled Armored Tactical Vehicles (ATVs) included four First Win 4x4 Armoured Personnel Carrier (APC) and one First Win 4x4 Ambulance to Royal Thai Armed Forces (RTARF) for United Nations Mission in South Sudan (UNMISS) peacekeeping mission at South Sudan on 18 August 2025. (Royal Thai Armed Forces)

พิธีส่งมอบรถเกราะล้อยางและรถพยาบาลผลิตในประเทศ เพื่อใช้ในภารกิจสหประชาชาติ
กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดพิธีรับมอบรถเกราะล้อยางและรถพยาบาล จำนวน 5 คัน ซึ่งจัดหาจากบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด โดยมี พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานรับมอบ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย
การจัดหารถเกราะครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพไทยได้สั่งซื้อยุทโธปกรณ์ที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ (UN) โดยจะนำไปสนับสนุนกองร้อยเฉพาะกิจทหารช่างไทยในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (ผลัดที่ 6) ซึ่งได้มีพิธีส่งกำลังพลเดินทางไปรับภารกิจในวันเดียวกัน
การส่งมอบยุทธภัณฑ์ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมศักยภาพด้านการปฏิบัติการของกองทัพไทยในภารกิจสันติภาพระดับสากลเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล อันเป็นรากฐานสำคัญในการพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงในอนาคต

รถหุ้มเกราะล้อยางตระกูล First Win 4x4 ที่ออกแบบและสร้างในประเทศโดยบริษัท Chaiseri ไทยได้รับการพิสูจน์การผลิตและส่งออกให้แก่กองทัพและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยจนถึงต่างประเทศอีกครั้งด้วยการส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยางทางยุทธวิธี First Win ATV 4x4 จำนวน ๕คันแก่กองทัพไทย เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘
ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ(Thai HMEC: Thai Horizontal Military Engineering Company) ภารกิจสหประชาชาติรักษาสันติภาพในเซาท์ซูดาน(UNMISS: United Nations Mission in South Sudan) ผลัดที่๖ ทดแทนรถเกราะล้อยาง Cadillac Gage V-150 Commando 4x4 ที่ ร้อย.ช.ฉก.ไทย/เซาท์ซูดาน ใช้มาในห้าผลัดก่อนหน้า
การส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยาง First Win ATV 4x4 ที่ประกอบด้วยรุ่นรถลำเลียงพล (APC: Armoured Personnel Carrier) จำนวน ๔คันและรุ่นรถพยาบาล จำนวน ๑คัน หลังจากมีการลงนามสัญญาจัดหาเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘ เป็นเวลาเพียง ๗๓วันหรือราวสองเดือนครึ่งเท่านั้นนับว่ามีความรวดเร็วมากแสดงถึงขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยเป็นอย่างดีครับ