แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bell 212 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bell 212 แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

กองทัพเรือไทยจัดพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๖
















Admiral Choengchai Chomchoengphaet, the commander-in-chief of Royal Thai Navy (RTN) was attend to opening ceremony for Naval Exercise Fiscal Year 2023 on 10 February 2023.
The demonstration include FK-3 medium-range air-defence system and Dzhigit launcher with two Igla-S on Thairung Transformer 4x4 short-range air-defence system of Air and Coastal Defense Command (ACDC),
VN16 Tracked Amphibious Assault Vehicles and AAV7A1 RAM/RS amphibious assault vehicles of Royal Thai Marine Corps (RTMC) and Naval Special Warfare Command (NSWC, RTN SEAL), 
Bell 212 helicopter and Sikorsky SH-60B Seahawk anti-submarine helicopter of Royal Thai Naval Air Division (RTNAD). (Royal Thai Navy)



กองทัพเรือ จัดพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๖

วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๖ ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพรฯ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ และผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๖ ให้การต้อนรับ 
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และชมการการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งมีการประกอบกำลังจากหน่วยกำลังรบ และหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ ในกองทัพเรือมาเข้าร่วมการปฏิบัติการสาธิตฯ 
โดยเป็นการปฏิบัติการโจมตีจากทะเลต่อที่หมายบนฝั่ง ด้วยกำลังรบยกพลขึ้นบก กำลังปฏิบัติการพิเศษ และอาวุธจากเรือผิวน้ำและอากาศยาน นอกจากนั้น ยังมีการสาธิตการป้องกันพื้นที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งอีกด้วย
กองทัพเรือได้จัดให้มีการฝึกกองทัพเรือประจำปีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำรงความพร้อม ของหน่วยต่าง ๆ ในการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ แบ่งการฝึกเป็นวงรอบทุก ๒ ปี ตามสถานการณ์ที่ถูกกำหนดขึ้น 
โดยในปีแรกหรือ Light Year เป็นการฝึกในสถานการณ์ปกติจนถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระดับต่ำ ส่วนในปีที่ ๒ หรือ Heavy Year เป็นการฝึกในสถานการณ์วิกฤตจนถึงขั้นการป้องกันประเทศ

การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๖ นี้ จัดขึ้นระหว่าง ๒๘ พ.ย.๖๕ - ๒๒ มิ.ย.๖๖ โดยมีกำลังทางเรือประเภทต่าง ๆ เข้าร่วมการฝึก ได้แก่ เรือผิวน้ำ จำนวน ๒๐ ลำ เครื่องบิน จำนวน ๔ เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ จำนวน ๖ เครื่อง อากาศยานไร้คนขับ จำนวน ๒ ระบบ 
กำลังจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กำลังจากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กำลังจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ตลอดจนหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ มีกำลังพลเข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น ๔,๕๐๐ นาย 
มีพื้นที่การฝึกทั้งในทะเลและบนบกโดยแบ่งการฝึกเป็น ๒ ส่วน คือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise: CPX) มีระยะเวลาการฝึกรวม ๓ สัปดาห์ ระหว่าง ๒๗ ก.พ.๖๖ - ๑๗ มี.ค.๖๖ เพื่อฝึกการควบคุมบังคับบัญชา 
และทดสอบแนวความคิดในการใช้กำลังและหลักนิยมต่าง ๆ  ของหน่วยบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ และการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) ระหว่างวันที่ ๒๐ มีนาคม - ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ 
ซึ่งเป็นการฝึกปฏิบัติการจริงของหน่วยกำลังรบประเภทต่างๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและประสบการณ์ให้กับกำลังพล รวมทั้งเป็นการทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่าง ๆ 
อาทิ การคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล การโจมตีกำลังทางเรือของฝ่ายตรงข้าม การปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก และการป้องกันฝั่ง ซึ่งกำลังทางเรือต้องฝึกการปฏิบัติทางยุทธวิธีตามสาขาปฏิบัติการต่างๆ ได้แก่ 
การปราบเรือดำน้ำ การต่อต้านเรือผิวน้ำ การป้องกันภัยทางอากาศ การปฏิบัติการพิเศษ การยกพลขึ้นบก รวมทั้งปฏิบัติการข่าวสารและสงครามไซเบอร์ 
ทั้งนี้ จะมีการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น - สู่ - พื้น แบบ Harpoon Block 1C ในทะเลอันดามัน โดย ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งที่จัดสร้างขึ้นในประเทศไทย การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือและอากาศยาน อีกด้วย 

นอกจากนั้น ยังมีการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การยิงอาวุธประจำหน่วย และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ของกำลังภาคพื้นดิน 
ทั้งกำลังจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง รวมทั้งกองทัพบกและกองทัพอากาศที่ได้จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ด้วย 
ในขณะเดียวกัน ได้มีการฝึกด้านการส่งกำลังบำรุง (Logistics Exercise: LOGEX) เพื่อทดสอบขีดความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุงและการปฏิบัติของหน่วยสนับสนุนต่างๆ พร้อมกันไปด้วย 
และที่สำคัญ คือ การฝึกในครั้งนี้ ได้มีการเชิญ ศรชล. กองทัพบก และกองทัพอากาศ จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกในหัวข้อการฝึกต่างๆ อีกด้วย เช่น กำลังของ ศรชล. ในการฝึกป้องกันพื้นที่สำคัญ 
กำลังของกองทัพอากาศ อาทิเครื่องบินขับไล่แบบ JAS-39 Gripen (บข.20) และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางภัยอากาศ SAAB 340 AEW (บ.ค.๑) ในการฝึกป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองเรือและการโจมตีเรือในทะเล 
กำลังของกองทัพบก อาทิ รถถังแบบ T – 84 Oplot-M ในการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง เป็นต้น

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๖ นั้น นอกจากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกจะได้รับความรู้ ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากการฝึกแล้ว ยังทำให้กองทัพเรือได้รับทราบถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของกำลังทางเรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน 
รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันกับ ศรชล. และ เหล่าทัพ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขีดความสามารถสำหรับการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะในการป้องกันประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
โดยขีดความสามารถของกำลังทางเรือที่เตรียมไว้สำหรับการทำสงคราม ยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในยามปกติได้อีกด้วย

การฝึกกองทัพเรือประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖(2023) ของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ถูกกำหนดให้มีการดำเนินการฝึกระหว่างวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕(2022) จนถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖ ก่อนจะมีพิธีเปิดการฝึกในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ นั้น
หน่วยต่างๆของก็ได้มีการฝึกต่างๆไปบ้างแล้วเช่น การฝึกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief) ของกองทัพเรือภาคที่๓(3rd NAC: Third Naval Area Command)(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/hadr.html)
การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีด้วยกระสุนจริง ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ.(ACDC: Air and Coastal Defence Command)(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/fk-3.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/01/fk-3-igla-s.html)

การสาธิตการปฏิบัติการทางทหารในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๖ ได้มีการจัดแสดงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลางแบบเคลื่อนที่ FK-3 และอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ Igla-S ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งต่อสื่อสาธารณะเป็นครั้งแรก
นอกจากการสาธิตปฏิบัติการยกพลขึ้นบกของยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 และรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 RAM/RS กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รยบ. กองพลนาวิกโยธิน พล.นย.(RTMC) และชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(RTN SEAL),
เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบที่๑ ฮ.ปด.๑ Sikorsky SH-60B Seahawk ฝูงบิน๒ หน่วยบินเรือหลวงจักรีนฤเบศร และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๒ ฮ.ลล.๒ Bell 212 ฝูงบิน๒๐๒ กองบิน๒ กองการบินทหารเรือ กบร. (RTNAD: Royal Thai Naval Air Division)

การฝึกขั้นต่อไปในภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) ระหว่างวันที่ ๒๐ มีนาคม-๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ จะรวมถึงการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น RGM-84D Harpoon Block 1C จากเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ในทะเลอันดามัน 
และการฝึกสนามร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ศรชล., รถถังหลัก Oplot-T กองพันทหารม้าที่๒( 2nd Cavalry Battalion) กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ฯ(2nd Infantry Division Royal Guard) กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) 
และเครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐/ก บ.ข.๒๐/ก Saab Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางภัยอากาศแบบที่๑ บ.ค.๑ Saab 340 ERIEYE AEW ฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗ กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) เป็นต้นด้วย 

ผู้บัญชาการทหารเรือยังได้ตอบคำถามจากสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุอับปางของเรือคอร์เวตชุดเรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือหลวงสุโขทัยในเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ ว่า การค้นหาลูกเรือที่ยังสูญหาย ๕นายยังคงมีต่อไป โดยได้มีการชดเชยเยียวยากำลังพลที่รอดชีวิต ๗๕นาย และเสียชีวิต ๒๔นายแล้ว
และการกู้ ร.ล.สุโขทัย ที่จมในอ่าวไทยลึกราว 40m ได้ประเมินว่าจะใช้วงเงินเกิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($5,925,224) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกบริษัทที่จะรับดำเนินงาน โดยกองทัพเรือต้องการกู้เรือในสภาพที่สมบูรณ์เพื่อเป็นหลักฐานค้นหาสาเหตุ และมองที่จะนำเรือกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
การสอบสวนสาเหตุการอับปางของเรือจากผู้เกี่ยวข้อง ๒๘๙ปากคำ เบื้องต้นขณะเกิดเหตุ ร.ล.สุโขทัยมีเสื้อชูชีพในเรือ ๑๒๐-๑๓๐ ตัวเกิดกำลังพลประจำเรือและกำลังจาก นย.และ สอ.รฝ.ที่อยู่บนเรือขณะนั้น ๑๐๕นาย และสาเหตุการจมเกิดจากน้ำเข้าเรือและไม่สามารถสูบน้ำระบายออกได้ครับ

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

กองทัพบกอังกฤษเปิดให้พลทหารเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache และ ฮ.อื่นๆได้

Update: British Army opens helicopter flying to all ranks







While the role of a pilot in the British Army had earlier been restricted to non-commissioned officers of lance-corporal and above, and commissioned officers, the service has now allowed all ranks from private to apply. (Janes/Patrick Allen)



กองทัพบกสหราชอาณาจักร(British Army) ได้เปิดโอกาสให้กำลังพลทุกชั้นยศสามารถทำการบินกับเฮลิคอปเตอร์ได้ ตามที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022 นั่นหมายความว่า พลทหาร(private) สามารถจะเป็นนักบินได้แล้วตอนนี้

ขณะที่นักบินของกองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักร(AAC: Army Air Corps) ก่อนหน้านี้มีที่มาจากนายทหารสัญญาบัตร หรือจากนายทหารชั้นประทวนยศสิบตรี(lance-corporal) หรือสูงกว่าขึ้นไป
กำลังพลทหารทุกชั้นยศของกองทัพบกสหราชอาณาจักรขณะนี้มีสิทธิที่จะทำการบินเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว (กองทัพบกสหราชอาณาจักรไม่มีอากาศยานปีกตรึงแบบมีนักบินบังคับประจำการแล้ว)

"บรรดาทหารจากทั่วทั้งกองทัพบกสหราชอาณาจักรขณะนี้ได้รับโอกาสที่จะสมัครเพื่อเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์กองทัพบกได้เร็วขึ้นก่อนหน้าความก้าวหน้าในอาชีพของพวกเขา
ชั้นยศขั้นต่ำสุดที่จะสามารถเป็นนักบินทหารบกได้ได้รับการลดลงมาเป็นพลทหาร พร้อมกับการรับรองการเลื่อนยศให้เป็นสิบตรี" กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรกล่าว

ตามที่กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรเน้น ความเคลื่อนไหวนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงรูปแบบกำลังพลโครงการ Project Morden
แสดงให้เห็นถึงหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่อย่างมากที่สุดในแนวทางการรับสมัคร, คัดเลือก และบรรจุประจำการนักบินทหาร ตั้งแต่ที่กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรจัดตั้งขึ้นในปี 1957

กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์หลักสามแบบคือ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป/ลาดตระเวนติดอาวุธ Leonardo Wildcat AH1(https://aagth1.blogspot.com/2018/02/leonardo-aw159-wildcat.html),
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AgustaWestland WAH-64D Apache AH1(กำลังเปลี่ยนแบบไปเป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache ในเร็วๆนี้)

และเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ Aerospatiale Gazelle AH1(จะถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ Airbus H135 ในเร็วๆนี้) กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรยังมีเฮลิคอปเตอร์อีกสองแบบในจำนวนไม่มาก
คือเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell 212 และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Airbus AS365 Dauphin ที่จะถูกปลดประจำการในเร็วๆนี้ และทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ New Medium Helicopter ของสหราชอาณาจักรครับ

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564

๑๐๐ปี บินนาวี กองการบินทหารเรือ กองทัพเรือไทย สู่ยุคอากาศยานไร้คนขับ UAV


















Royal Thai Naval Air Division (RTNAD), Royal Thai Navy (RTN) held an exhibition for 100 anniversary of Fly Navy since 7 December 1921 at Aviation Museum of Naval Air Division during 7-8 December 2021.




Aeronautics Orbiter 3B, Schiebel Camcopter S-100 and Boeing Insitu RQ-21 Blackjack UAVs(Unmanned Aerial Vehicles) of 104 Naval Air Squadron, Naval Air Wing 1, Royal Thai Naval Air Division, Royal Thai Fleet, Royal Thai Navy.



เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 6 EC-645T2 (H145M) บินลากป้าย 100 ปี บินนาวี เปิดงานเมื่อ 7 ธ.ค. 2564
การบินหมู่ของเฮลิคอปเตอร์ Bell 212 , S-76B , Lynx 300 , S-70B และ MH-60S

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 1 Do-228

เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่ 1 T-337

เครื่องบินขับไล่แบบที่ 1 AV-8A ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2540 - 2556

แบบจำลองของอาวุธนำวิถี Harpoon ที่มีประจำการในกองทัพเรือไทย

เครื่องบินโจมตีแบบที่ 1 A-7E/TA-7C ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2534 - 2551

อากาศยานไร้คนขับ Orbiter-3B ปฏิบัติการบินได้นาน 5 ชม.

ตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำ Mk 46

เครื่องยนต์ Rolls-Roycs Pegasus 150 ของเครื่องบินขับไล่ AV-8A

เครื่องบินทะเล NAX วิจัยและพัฒนาโดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ

เครื่องตรวจการณ์ O-1G ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2511 - 2540

เครื่องบินแบบ U-17B ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2517 - 2540

เครื่องบินปราบเรือดำน้ำแบบที่ 1 S-2F ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2509 - 2542

เครื่องบินธุรการแบบที่ 1 CL-215 ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2521 - 2560

เครื่องบินต่อต้านเรือผิวน้ำแบบที่ 2 P-3T ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2539 - 2557

เครื่องบินลำเลียง C-47 ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2516 - 2540

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 3 Bell 214ST ประจำการในกองทัพเรือไทย ระหว่าง พ.ศ. 2530 - 2553

วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564 กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ได้จัดงาน 100 ปี บินนาวี เนื่องในโอกาส ครบรอบปีที่ 100 วันสถาปนากองการบินทหารเรือ ณ พิพิธภัณฑ์อากาศยาน กองการบินทหารเรือ  
โดยมี พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ เป็นประธานเปิดงาน พลเรือตรี สุรชัย เจริญรบ ผู้บัญชาการกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ให้การต้อนรับ 
ซึ่งในงานงานจะมีนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาและภารกิจของ ฝูงบินต่างๆภายในกองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อึกทั้งยังมีการบินหมู่ของอากาศยานแบบต่างๆ ได้แก่
-เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบที่ ๖ ฮ.ลล.๖   (EC - 645T2) บินลากธง 100 ปี บินนาวี
-เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบที่ ๒ ฮ.ลล.๒ (Bell-212)
-เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบที่ ๔ ฮ.ลล.๔    (S-76B)
-เฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือผิวน้ำ แบบที่ ๑ ฮ.ตผ.๑ (SUPER LYNX300)
-เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ แบบที่ ๑ ฮ.ปด.๑ (S– 70)
-เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงและกู้ภัย แบบที่ ๕ ฮ.ลล.๕ (MH-60S)
-เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้า แบบที่ ๑      บ.ตช.๑ (T-337)
-เครื่องบินลาดตระเวน แบบที่ ๑ บ.ลว.๑  (DO –228)
และการแสดงการบินอากาศยานไร้คนขับแบบ Orbiter 3
โดยนิทรรศการ 100ปี บินนาวี จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 7 ถึง 8 ธันวาคม 2564 เวลา 0830 – 1630 ที่พิพิธภัณฑ์อากาศยานทหารเรือ กองการบินทหารเรือ 
ภาพถ่ายโดย
นายกิตติเดช สงวนทองคำ Airlinesweek
นายนาวิน นวลอรุณ Airlinesweek

100 ปี บินนาวี .... กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการได้จัดงาน "ครบรอบ ปีที่ 100 " ของการบินทหารเรือขึ้นที่ พิพิธภัณฑ์อากาศยานทหารเรือ กองการบินทหารเรือ จ. ระยอง ระหว่างวันที่ 7-8 ธ.ค. 2564 
ภายในงานมีการจัดแสดงประวัติความเป็นมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 จนถึงปัจจุบัน การแสดงอากาศยานจากอดีตถึงปัจจุบันและอนาคต วันที่ 7 ธันวาคม 2564 ภายในงานมีการแสดงการบินหมู่ของอากาศยานแบบต่างๆของกองทัพเรือ 
โดยมี พล.ร.อ. สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มาเป็นประธานในพิธี พร้อมเยี่ยมชมงาน ซึ่งประชาชนสามารถเข้าร่วมชมงานได้ ...Photo Sompong Nondhasa

“ครบรอบปีที่ 100” กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ
วันที่ 7 ธันวาคม พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ประธานเปิดงานนิทรรศการ “ครบรอบปีที่ 100” กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและชมรมภริยากองเรือยุทธการ ร่วมงานนิทรรศการฯ
โดยมี พลเรือตรี สุรชัย เจริญรบ ผู้บัญชาการกองการบินทหารเรือ ให้การต้อนรับ ณ พิพิธภัณฑ์อากาศยาน กองการบินทหารเรือ ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
กองการบินทหารเรือ เป็นหนึ่งในหน่วยกำลังรบหลักของกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ มีหน้าที่ในการเตรียมความพร้อมของกำลังทางอากาศ เพื่อสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือ เ
ตรียมอากาศยานสนับสนุนการปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจ และภารกิจการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามสถานการณ์ต่างๆ 
โดยเมื่อปี พ.ศ.2464 พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสนาธิการทหารเรือ ในขณะนั้นทรงเสนอความเห็นต่อที่ประชุมสภาบัญชาการ กระทรวงทหารเรือ ว่าสมควรตั้งกองบินทะเลขึ้น โดยใช้สัตหีบเป็นถาน (ฐานทัพ) 
และสภาบัญชาการ ได้มีมติอนุมัติข้อเสนอนี้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2464 อันเป็นจุดกำเนิดกองการบินทหารเรือ นับจนปัจจุบันเป็นระยะเวลาครบรอบ 100 ปี

กิจการ 'บินนาวี' ของกองทัพเรือไทยที่ได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๔(1921) ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่ หมวดบินทะเล พ.ศ.๒๔๘๑-๒๔๘๔(1938-1941) กองบินทะเล พ.ศ.๒๔๘๕(1942) กองบินทหารเรือ(เก่า) พ.ศ.๒๔๘๖-๒๔๙๔(1943-1951) 
ฝูงบินทหารเรือ พ.ศ.๒๔๙๔-๒๕๑๐(1951-1967) กองบินทหารเรือ(ใหม่) พ.ศ.๒๕๑๐-๒๕๓๓(1967-1990) และมาเป็น กองการบินทหารเรือ ตั้งแต่ ๒๕๓๓ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาครบรอบ ๑๐๐ปี ที่ผ่านการมีอากาศยานหลายแบบตั้งแต่เครื่องบินทะเลจนถึงเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินรบไอพ่น

แนวทางการพัฒนากำลังอากาศยานสุดของ กองการบินทหารเรือ กบร. กองทัพเรือไทยคือการเสริมสร้างกำลังระบบอากาศยานไร้คนขับ ทั้งระบบที่พัฒนาเองในประเทศอย่าง MARCUS-B ที่ทดสอบบนเรือหลวงจักรีนฤเบศรไปล่าสุด(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/marcus-b.html)
และจัดหาระบบที่ทันสมัยจากต่างประเทศเช่น อากาศยานไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ บร.ตช.๑ Aeronautics Orbiter 3B(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/orbiter-3b-uav.html), Schiebel Camcopter S-100(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/blog-post.html
และ Boeing Insitu RQ-21 Blackjack(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/rq-21-blackjack.html) โดยยังมีแผนที่จะจัดหาอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่งเพดานบินปานกลางระยะเวลาทำการนาน(MALE UAV) ด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/blog-post.html)