แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Harrier แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Harrier แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก KRI Sriwijaya มือสองอิตาลี

Indonesia commissions ex-Italian Navy aircraft carrier





The former Italian Navy aircraft carrier Giuseppe Garibaldi docked upon its arrival from Italy at Tanjung Priok port in Jakarta on 18 September 2026, ahead of its induction into the Indonesian Navy as KRI Sriwijaya. (Satya Adhi / AFP via Getty )



อินโดนีเซียได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการอย่างเป็นทางการของเรือบรรทุกเครื่องบิน C551 ITS Giuseppe Garibaldi ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare)

เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ถูกขึ้นระวางประจำการภายใต้ธงนาวีกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ในชื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya หมายเลขเรือ 100 
หลังพิธีขึ้นระวางประจำการที่นำโดยผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซีย พลเรือเอก Muhammad Ali เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ณ ท่าเรือ Tanjung Priok ในนครหลวง Jakarta

อดีตเรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลีออกเดินเรือจากอิตาลีมาถึงท่าเรือ Tanjung Priok ในนครหลวง Jakarta เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 
เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya (100) ที่ตั้งชื่อตามอาณาจักรโบราณ "ศรีวิชัย" เดิมถูกระบุว่าจะขึ้นระวางประจำการในชื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Gajah Mada แต่ไม่มีรายละเอียดที่มอบให้โดยรัฐบาลอินโดนีเซียเกี่ยวกับการตั้งชื่อเรือใหม่

เรือบรรทุกเครื่องบิน C551 ITS Giuseppe Garibaldi ถูกขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรืออิตาลีครั้งแรกในปี 1985 และถูกปลดระวางประจำการในปี 2024 หลังปฏิบัติการมาเป็นเวลาเกือบสี่ทศวรรษ
เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi มีความยาวเรือประมาณ 180m เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya เป็นเรือที่มีขีดความสามารถการปฏิบัติการทางการบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยถูกจัดหาโดยอินโดนีเซีย

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยังได้ระบุก่อนหน้าว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya จะถูกใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางการบินของเฮลิคอปเตอร์และและอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ต่างๆเป็นหลัก
โดยเฉพาะการมุ่งเน้นที่ความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster-Relief) ต่างๆ ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 

กองทัพเรืออินโดนีเซียย้ำถึงแผนของตนสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya ว่าจะถูกวางกำลังเพื่อภารกิจทางทหารนอกเหนือจากสงคราม(MOOTW: Military Operations Other Than War) เป็นหลัก
กองทัพเรืออินโดนีเซียยังอธิบายถึงเรือบรรทุกเครื่องบินในฐานะส่วนหนึ่งของหลากหลายความพยายามที่จะเสริมความแข็งแกร่งและปรับปรุงความทันสมัยโครงสร้างกำลังรบทางเรือบูรณาการและขีดความสามารถการป้องกันประเทศทางทะเลของอินโดนีเซีย

เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya ที่ขึ้นระวางประจำการใหม่ของกองทัพเรืออินโดนีเซียจะถูกถอดระบบอาวุธต่างๆและอุปกรณ์สื่อสาร electronic ต่างๆก่อนโครงการปรับปรุงความทันสมัยของเรือด้วย แหล่งข่าวต่างๆที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ได้ยืนยันกับ Janes
การยืนยันมีขึ้นให้หลังจากบริษัท Fincantieri อิตาลีผู้สร้างเรือประกาศเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 ว่าตนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) กับ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียเพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya

ภายใต้ข้อตกลงอู่เรือ Fincantieri อิตาลีและ PT PAL อินโดนีเซียจะร่วมกันกำหนดกิจกรรมการปรับปรุงความทันสมัยต่างๆ, ความรับผิดชอบต่างๆ และการเข้าถึงโดยรวมที่จะปรับปรุงเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya
บริษัท Fincantieri กล่าวว่าโครงการมีวัตถุประสงค์ที่สร้างความมีประสิทธิภาพสูงสุดของเรือตลอดหลากหลายขอบเขตภารกิจตั้งแต่การป้องกันประเทศและรักษาความปลอดภัยทางทะเลจนถึงการตอบสนองการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติ

เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ที่เดิมเคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลีมาหลายทศวรรษในฐานะเรือธงและปฏิบัติการอากาศยานปีกนิ่งเครื่องบินโจมตี Boeing AV-8B Harrier II(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/av-8b-harrier-ii-plus.html) เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ต่างๆ
ชุดภาพที่ถูกเผยแพร่จากพิธีขึ้นระวางประจำการบ่งชี้ว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya กองทัพเรืออินโดนีเซียยังคงมีระบบการรบดั้งเดิมที่สืบทอดมาอย่างน้อยบางส่วนที่ยังถูกพบเห็นการติดตั้งไว้อยู่

ระบบต่างๆเหล่านี้ที่สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอกตัวเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya คือแท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำแบบสามท่อยิง, แท่นปืนกล Breda 40mm สองลำกล้อง และอุปกรณ์ด้านบนดั้งเดิมอื่นที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบเดิมของเรือ
สถานะของระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat-Management System), ระบบตรวจจับต่างๆ, อุปกรณ์สื่อสาร, ชุดระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) และระบบภารกิจต่างๆอื่นๆของเรือไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะครับ

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินสหรัฐฯปลดประจำการเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II ฝูงบินสุดท้าย

VMA-223 celebrates sundown as Marine Corps’ final Harrier squadron



















A U.S. Marine Corps (USMC)  AV-8B Harrier II with Marine Attack Squadron (VMA) 223, Marine Aircraft Group 14, 2nd Marine Aircraft Wing, sits in front of a crowd at Marine Corps Air Station Cherry Point, June 3, 2026. (U.S. Marine Corps photo by Lance Cpl. Bryan Giraldo)



ฝูงบินโจมตีนาวิกโยธินที่223(Marine Attack Squadron 223, VMA-223) 'the Bulldogs', กลุ่มอากาศยานนาวิกโยธินที่14(MAG 14: Marine Aircraft Group 11), กองบินอากาศยานนาวิกโยธินที่2(2nd MAW: 2nd Marine Aircraft Wing), นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps)
ได้เฉลิมฉลองบทสรุปของประวัติศาสตร์การปฏิบัติการเป็นเวลาเกือบ 40ปีกับเครื่องบินโจมตี McDonnell Douglas AV-8B Harrier II ระหว่างพิธีต่อสาธารณชน ณ สถานีอากาศนาวิกโยธิน(MCAS: Marine Corps Air Station) Cherry Point ในมลรัฐ North Carolina เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026

พิธีย่ำพระสุริย์ศรี(sundown ceremony) เป็นเครื่องหมายถึงช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์สำหรับฝูงบินโจมตีนาวิกโยธิน VMA-223 และยังส่งสัญญาณการสิ้นสุดของยุคสมัยเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II สำหรับการบินนาวิกโยธินตามที่นาวิกโยธินสหรัฐฯเดินหน้าที่จะเปลี่ยนผ่านไปไปสู่ฝูงบินทางยุทธวิธีเครื่องขับไล่ยุคที่ห้าล้วนทั้งหมด
"ฝูงบิน The Bulldogs ภาคภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้ดำเนินการปฏิบัติงานเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II เป็นหน่วยสุดท้ายสำหรับนาวิกโยธินสหรัฐฯ" นาวาโท(Lieutenant Colonel นาวิกโยธิน) John B. Cumbie ผู้บังคับการฝูงบินโจมตีนาวิกโยธิน VMA-223 กล่าว

"ตามที่เครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II นั้นได้ถูกวางกำลังในส่วนหน้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เครื่องบินโจมตี Harrier จะถูกจดจำสำหรับมรดกการรบอันโดดเด่นของเครื่อง, ขีดความสามารถการบินขึ้นและลงจอดทางดิ่ง/ระยะสั้น(V/STOL: Vertical/Short Take Off and Landing) ในตำนาน และบรรดานาวิกโยธินและกลาสีที่สร้างชุมชนที่พิเศษนี้" นาวาโท Cumbie เสริม
พิธีย่ำพระสุริย์ศรีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ได้เชิญผู้คนมากกว่า 5,000คนเข้าร่วม รวมถึงผู้บัญชาการอาวุโสนาวิกโยธินสหรัฐฯ, เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯและท้องถิ่น, เจ้าหน้าที่นาวิกโยธินสหรัฐฯในประจำการ, สมาชิกชุมชนท้องถิ่น, ครอบครัวและเพื่อนของกำลังพลฝูงบิน VMA-223 และเหล่าทหารผ่านศึกที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับชุมชนเครื่องบินโจมตี Harrier

พิธีย่ำพระสุริย์ศรีรวมถึงการบินหมู่ห้าเครื่องของเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II+(Harrier II Plus) และการแสดงการบินลงจอดในแนวดิ่งที่แสดงขีดความสามารถการบินขึ้นลงทางดิ่ง/ระยะสั้น V/STOL อันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องบินโจมตีตระกูล Harrier
เครื่องบินโจมตีตระกูล AV-8 Harrier ได้ดำรงความภาคภูมิใจและเรื่องราวอันเป็นตำนานมาตลอด 55ปีในประจำการนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในปี 1971 นาวิกโยธินสหรัฐฯได้นำเครื่องบินโจมตี Hawker Siddeley AV-8A Harrier เข้าประจำการในรายการอาวุธยุทโธปกรณ์ของตน

ในปี 1985 ฝูงบินโจมตีนาวิกโยธิน VMA-331 ที่มีฐานที่ตั้งในสถานีอากาศนาวิกโยธิน MCAS Beaufort มลรัฐ South Carolina กลายเป็นฝูงบินปฏิบัติการเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II ฝูงบินแรกของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฝูงบินโจมตีนาวิกโยธิน VMA-223 ได้เริ่มต้นทำการบินเครื่องบินโจมตี AV-8B ในต้นปี 1987 ตั้งแต่เข้าประจำการในนาวิกโยธินสหรัฐฯ เครื่องบินโจมตี Harrier II ได้เป็นเครื่องมือในหลายปฏิบัติการรบ
รวมถึง ยุทธการ Desert Shield และ Desert Storm ปี 1990-1991, ยุทธการ Allied Force ปี 1999, ยุทธการ Enduring Freedom ปี 2001, ยุทธการ Iraqi Freedom ปี 2003, ยุทธการ Odyssey Dawn ปี 2011, ยุทธการ Inherent Resolve ปี 2014, และการปฏิบัติการต่างๆในวิกฤตการณ์ทะเลแดง Red Sea

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เครื่องบินโจมตี Harrier ได้แสดงความโดดเด่นของตนเองในฐานะระบบอากาศยานทางยุทธวิธีที่มีอำนาจการสังหาร, มีประสิทธิภาพ และอเนกประสงค์ รู้จักโดยทั่วไปในชื่อเครื่องบิน 'jump jet' สำหรับขีดความสามารถของเครื่องบินที่จะบินขึ้นและลงจอดภายในระยะทางที่สั้นได้
AV-8B เป็นเครื่องบินโจมตีบินขึ้นและลงจอดทางดิ่ง/ระยะสั้นที่ถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนผู้บัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจอากาศภาคพื้นดินนาวิกโยธิน(MAGTF: Marine Air-Ground Task Force) โดยการทำลายเป้าหมายภาคพื้นดินต่างๆและให้การคุ้มกันอากาศยานฝ่ายเดียวกัน

อำนาจการสังหารและขีดความสามารถการบินขึ้นลงทางดิ่ง/ระยะสั้น V/STOL ของเครื่องบินโจมตี AV-8B ทำให้เครื่องบินมีเอกลักษณ์เฉพาะที่เหมาะสมสำหรับการวางกำลังในการสนับสนุนหน่วยนาวิกโยธินโพ้นทะเล(MEU: Marine Expeditionary Unit) ต่างๆ
หน่วยบินแยก(detachment) ของเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II+ หน่วยสุดท้ายของฝูงบินโจมตีนาวิกโยธิน VMA-223 ได้เดินทางกลับที่ตั้งสถานีอากาศนาวิกโยธิน MCAS Cherry Point ในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังการสนับสนุนการปฏิบัติการต่างๆของหน่วยนาวิกโยธินโพ้นทะเลที่22(22nd MEU: 22nd Marine Expeditionary Unit) ในภูมิภาค Caribbean

ในปีงบประมาณ 2028 ฝูงบินโจมตีนาวิกโยธิน VMA-223 มีกำหนดที่จะถูกจัดตั้งหน่วยใหม่เปลี่ยนชื่อเป็นฝูงบินขับไล่โจมตีนาวิกโยธินที่223(Marine Fighter Attack Squadron 223, VMFA-223) และฝูงบินขับไล่โจมตีนาวิกโยธิน VMFA-223 จะเริ่มต้นทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II
ฝูงบินโจมตีนาวิกโยธิน VMA-223 เป็นฝูงบินสุดท้ายของนาวิกโยธินสหรัฐฯที่ปฏิบัติการเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II+ ที่จะถูกทดแทนด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing) ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/f-35.html)

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินสหรัฐฯใกล้เสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านฝูงบินรบเป็นเครื่องบินขับไล่ F-35 ทั้งหมด

USMC tactical aviation transition plan nears finish line



An F-35C Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 314 landing on USS Abraham Lincoln (CVN 72). (3rd Marine Aircraft Wing)




An F-35B Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 121 takes off from USS Tripoli (LHA 7). (1st Marine Aircraft Wing)

นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) กำลังอยู่ในกระบวนการการเปลี่ยนผ่านโดยคราวๆราวสองในสามไปสู่ "ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าทั้งหมด" ที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II
ตามข้อมูลจาก พันเอก(USMC Colonel) Thomas Bolen หัวหน้ากองระบบสงครามทางอากาศการบินทางยุทธวิธี(AWS-TACAIR: Air Warfare Systems-Tactical Air) กองการบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMCA: US Marine Corps Aviation)

ฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR เก้าฝูงบินได้เข้าสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) กับเครื่องบินขับไล่  F-35 Lightning II แล้ว โดยเพิ่มเติมอีกสามฝูงบิน
"กำลังมุ่งไปสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา FOC โดยเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" พันเอก Bolen กล่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 ระหว่างนิทรรศการสันนิตบาตนาวี Navy League Sea Air Space 2026

ในด้านระบบอากาศยานรบแบบก่อนหน้าต่างๆของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฝูงบินเครื่องบินโจมตี McDonnell Douglas AV-8B Harrier II ถูกระบุว่า "ถึงเวลาอำลาการปลดประจำการในอีกสองสามเดือนข้างหน้า"(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/av-8b-harrier-ii-plus.html)
โดยยังมีเหลืออีกสามปีข้างหน้าสำหรับฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18 Hornet ในรุ่นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F/A-18A และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D ก่อนที่เครื่องบินเหล่านี้จะถูกปลดประจำการ พันเอก Bolen กล่าว

อัตราจัดกำลังทางหมดของฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯปัจจุบันมีอากาศยานในประจำการ 225เครื่อง โดยมีแผนที่จะเพิ่มเป็นทั้งหมด 250เครื่องภายในสิ้นปี 2026 นี้ ก่อนมุ่งไปสู่อัตรากำลังรบในอนาคตจำนวน 420เครื่อง
ประกอบด้วยฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing)(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/lockheed-martin-f-35-191-2025.html)

และฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35C รุ่นใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน(CV: Carrier Variant)(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) ตามข้อมูลที่ พันเอก Bolen กล่าว
"ตามที่เราเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะสุดท้ายของแผนการเปลี่ยนผ่านของเรา โดยพื้นฐานแล้วเรากำลังเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจะสร้างความมั่นใจว่าเรากำลังสร้างสมดุลขีดความสามารถการตอบสนองภาวะวิกฤตด้วยความพยายามการปรับปรุงความทันสมัย" หัวหน้า TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯกล่าว

เครื่องบินขับไล่ F-35B จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินโจมตี AV-8B ในการวางกำลังบนเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ทั้งเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Wasp และเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์จู่โจมชั้น America
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-35C จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ในการวางกำลังบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/laser-nimitz.html) และเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ความท้าทายในการซ่อมบำรุงอาจจะเร่งการปลดประจำการเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II Plus กองทัพเรืออิตาลีให้เร็วขึ้น

IFC 2025: ‘Challenge' of maintaining Italian Navy Harrier II+ fleet may hasten its retirement







While the Harrier II+ (pictured) is due to remain in Italian Navy service until 2030, it may have to bring this date forward as the type becomes increasingly challenging to support. (MMI)

กองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, MMI: Marina Militare Italiana) อาจมองการปลดประจำการก่อนกำหนดของฝูงบินเครื่องบินโจมตี McDonnell Douglas AV-8B Harrier II+(Harrier II Plus) ของตน
ตามที่ความท้าทายของการสนับสนุนเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II Plus เหล่านี้ในช่วงหลายปีสุดท้ายนั้นได้มีขึ้นมากเกินไป(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/av-8b-harrier-ii-plus.html)

การพูดคุย ณ งานสัมมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2025 (IFC 2025) ที่นครหลวง Rome อิตาลีระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ที่พูดคุยภายใต้กฏ Chatham House Rule ที่ไม่มีการเปิดเผยตัวตนกล่าวถึงความตั้งใจในปัจจุบันที่จะทำการบินเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II+ ไปจนถึงกำหนดการปลดประจำการที่วางแผนไว้ในปี 2030 ว่า

อาจจะไม่สามารถบรรลุผลได้ตามที่อิตาลีได้กลายเป็นเพียงหนึ่งในสองผู้ใช้งานรายสุดท้ายของเครื่องบินโจมตีตระกูล AV-8B Harrier II(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/f-35b-f-35a.html)
"(กองทัพเรืออิตาลี)ยังหวังที่จะเดินหน้าต่อกับเครื่องบินโจมตี AV-8B โดยหวังที่จะให้ไปถึงปี 2030 แต่นั่นเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง กำหนดปลดประจำการที่เป็นไปได้จริงมากกว่าควรจะเป็นปี 2028"

"ตั้งแต่นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) จะยุติการทำการบิน(เครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II+ ของตน) ในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/f-35c.html)
ดังนั้นจะเหลือเพียงอิตาลีและสเปน(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/ef-18-hornet-av-8b-harrier-ii.html) ที่ยังคงเป็นผู้ใช้งานเครื่องบินโจมตี AV-8B" เจ้าหน้าที่ที่ไม่เผยตนกล่าว

โดยรวมกองทัพเรืออิตาลีได้รับมอบเครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยว AV-8B Harrier II Plus จำนวน 16เครื่องตั้งแต่ปี 1994-1997 ซึ่งยังคงมีเครื่องบินโจมตี Harrier II+ จำนวน 14เครื่องในประจำการ
ตามข้อมูลจาก Janes World Navies เครื่องบินโจมตี Harrier II+ ของกองทัพเรืออิตาลีเป็นเครื่องบินรบพหุภารกิจและสามารถปฏิบัติการสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), ลาดตระเวน, โจมตีภาคพื้นดิน, และป้องกันภัยทางอากาศได้

เครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II Plus สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ RTX AIM‐9L Sidewinder และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง RTX AIM‐120B AMRAAM(Advanced Medium‐Range Air‐to‐Air Missile) สำหรับการป้องกันภัยทางอากาศ
สำหรับภารกิจโจมตีเครื่องบินโจมตี Harrier II+ สามารถติดตั้งอาวุธได้หนักถึง 5,000kg ภายใต้ 9ตำบลอาวุธ รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM‐65F Maverick, อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง(โดยใช้กระเปาะชี้เป้าหมาย AN/AAQ‐28 Litening II ในการกำหนดเป้าหมาย), จรวดอากาศสู่พื้นขนาด 70mm, และระเบิดอากาศอเนกประสงค์ต่างๆ

เครื่องบินโจมตีบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing) AV-8B Harrier II Plus ได้ถูกนำมาวางกำลังบนเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรืออิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/l9890-trieste.html) 
ที่จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II Joint Strike Fighters(JSF) จำนวน 30เครื่อง แบ่งเป็นของกองทัพอากาศอิตาลี(Italian Air Force, AMI: Aeronautica Militare Italiana) จำนวน 15เครื่อง และกองทัพเรืออิตาลีจำนวน 15เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/f-35-eurofighter-typhoon.html)

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568

อินโดนีเซียเห็นชอบแผนที่จะจัดหาเรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi อิตาลีด้วยเงินกู้ต่างประเทศ

Indonesia assents plan to fund carrier acquisition with foreign loans





Ex-Italian Navy aircraft carrier Giuseppe Garibaldi , which may soon be transferred to the Indonesian Navy. (US Navy)

กระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซีย(Ministry of National Development Planning, BAPPENAS: Badan Perencanaan Pembangunan Nasional) ได้เห็นชอบแผนสำหรับอินโดนีเซีย
ที่จะจัดหาเรือบรรทุกเครื่องบิน C551 ITS Giuseppe Garibaldi ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare) ผ่านเงินกู้ต่างประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/fincantieri-giuseppe-garibaldi.html)

เอกสารต่างๆที่ถูกมอบให้แก่ Janes โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้บ่งชี้ว่าแผนได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการในจดหมายที่ถูกส่งโดยรัฐมนตรีการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซีย Rachmat Pambudy
ไปยังคู่ร่วมงานของเขาที่กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย Sjafrie Sjamsoeddin ในวันที่ 29 สิงหาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/c551-its-giuseppe-garibaldi.html)

ภาคผนวกที่ถูกแนบมาพร้อมในจดหมายบ่งชี้ว่ากระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซียได้เห็นชอบการขอรับเงินกู้ที่จำนวนวงเงินสูงสุดที่ $450 million เพื่อเป็นงบประมาณการจัดหาของเรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi อิตาลี 
และเพื่อจัดซื้อสิ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับสนับสนุนการปฏิบัติการของเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/brawijaya-kri-brawijaya.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/07/ppa-kri-brawijaya.html)

เงินกู้ต่างๆสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างเหล่านี้จะมีแหล่งที่มาจากทั้งหน่วยงานสินเชื่อส่งออกต่างประเทศ, ผู้ออกสินเชื่อเงินกู้ระดับทวิภาคี, หรือสถาบันการเงินเอกชนต่างๆ ภาคผนวกในจดหมายระบุ
นอกเหนือจากการจัดหาเรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi อิตาลี กระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซียยังเห็นชอบแผนสำหรับอินโดนีเซียที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงและเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปใหม่ในจดหมายเดียวกัน

วงเงินกู้สูงสุดที่ $250 million ได้รับการอนุมัติสำหรับการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงใหม่แล้ว ขณะที่เพดานวงเงินรวมสูงสุด(upper limit sum set) สำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปใหม่อยู่ที่ $300 million
ในการติดตามเรื่องนี้กระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซียได้รวมสามโครงการเหล่านี้ในทะเบียนโครงการที่มีลำดับความสำคัญที่ได้รับการอนุมัติสำหรับการขอเงินกู้จากต่างประเทศ

แม้จะไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในภาคผนวกของจดหมาย เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงใหม่และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปใหม่ถูกสันนิษฐานว่าจะปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi อิตาลีถ้าการจัดหามีผลเป็นรูปธรรม
ซึ่งอาจจะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ในอนาคตอันใกล้(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/ppa-2025.html)

ตามที่ Janes เข้าใจเรือบรรทุกเครื่องบิน ITS Giuseppe Garibaldi กองทัพเรืออิตาลีที่ถูกขึ้นระวางประจำการในปี 1985 ถูกกำหนดให้จัดเป็นเรือสำรองสงคราม(ปลดระวางประจำการ)ในเดือนตุลาคม 2024
กองทัพเรืออินโดนีเซียมองที่จะปฏิบัติการเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของตนด้วยเฮลิคอปเตอร์และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ต่างๆครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/bayraktar-tb3-ucav-tcg-anadolu.html)

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2568

สเปนถอนความสนใจที่มีก่อนหน้าในเครื่องบินขับไล่ F-35B และ F-35A สหรัฐฯ

Spain withdraws earlier stated interest in F-35







Spain has said that it is now no longer interested in acquiring either the F-35A or F-35B (pictured), focusing instead on the Eurofighter and FCAS only. (Crown Copyright, US Air Force)

สเปนได้ถอนความสนใจที่ตนระบุก่อนหน้าในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/ef-18-hornet-av-8b-harrier-ii.html) ในฐานะการทดแทนบางส่วนที่เป็นไปได้สำหรับ
เครื่องบินขับไล่ Boeing EF-18 Hornet ของกองทัพอากาศและอวกาศสเปน(Spanish Air and Space Force, EdAE: Ejército del Aire y del Espacio) และเครื่องบินโจมตี McDonnell Douglas AV-8B Harrier II ของกองทัพเรือสเปน(Spanish Navy, Armada)

กระทรวงกลาโหมสเปนยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2025 ว่าแผนการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินรบในอนาคตของตนขณะนี้กำลังมุ่งเน้นที่เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon
และเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF(New Generation Fighter) ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการระบบการรบทางอากาศอนาคต FCAS/SCAF(Future Combat Air System/Système de Combat Aérien du Futur) กับฝรั่งเศสและเยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/airbus-fcasscaf-dassault.html)

ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสเปน "ตัวเลือกของสเปนมีความเกี่ยวข้องกับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ในปัจจุบันและโครงการ FCAS ในอนาคต"(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/fcasscaf.html)
ตามรายงานก่อนหน้าในหนังสือพิมพ์สเปน El País ซึ่งรัฐมนตรีในรัฐบาลสเปนกล่าวว่าแผนการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมของสเปนจะมุ่งเน้นไปที่อาวุธยุทโธปกรณ์ของยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/airbus-a330-mrtt-3.html)

กระทรวงกลาโหมสเปนกล่าวกับ Janes ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2021 ว่าสเปนได้ร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับทั้งเครื่องบินขับไล่ F-35A รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing)
และเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing)(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/eurofighter-typhoon-f-35-ef-18-hornet.html)

ในเวลาเดียวกับที่ร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นการเพิ่มขยายการพัฒนาการระยะยาว(LTE: Long-Term Evolution) ของเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon
กองทัพอากาศสเปนได้ทำสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 จำนวน 20เครื่องภายใต้โครงการ Halcon I แล้ว ที่จะส่งมอบตั้งแต่ปี 2026(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/eurofighter-typhoon-halcon.html)

ตามมาด้วยการทำสัญญาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ใหม่จำนวน 25เครื่องที่จะถูกจัดหาภายใต้โครงการ Halcon II ในเดือนธันวาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/eurofighter-typhoon-halcon-ii-25.html) 
โดยเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4+ จำนวน 25เครื่องภายใต้โครงการ Halcon II จะมีขึ้นในฐานะการทดแทนบางส่วนสำหรับเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว EF-18A และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง EF-18B Hornet จำนวน 91เครื่องของกองทัพอากาศสเปน

ขณะที่เครื่องบินโจมตี EAV-8B/TAV-8B Harrier II+ ของกองทัพเรือสเปนจำนวน 13เครื่องที่ปัจจุบันปฏิบัติการบนเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอย L61 Juan Carlos I(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/sirtap-juan-carlos-i.html) 
สเปนมีแผนที่จะเริ่มปลดประจำการเครื่องบินโจมตี Harrier II ของตนในต้นปี 2030s ซึ่งเดิมมองที่จะจะทดแทนด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35B จำนวน 25เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/f-35.html)