แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AW159 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AW159 แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้เริ่มการวางกำลังปฏิบัติงานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R สหรัฐฯ 12เครื่อง

South Korea's navy begins operational deployment of MH-60R Seahawks







A Sikorsky MH-60R Seahawk deployed with the Republic of Korea Navy's 62 Maritime Helicopter Group at Jinhae. (DAPA)



กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ได้วางกำลังปฏิบัติงานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ Sikorsky MH-60R Seahawk ของตนแล้ว
ตามพิธีตรวจรับเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่า

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk ชุดแรกจำนวน 2เครื่องได้ถูกส่งมอบให้แก่กองบินเฮลิคอปเตอร์ทางทะเลที่62(62nd Maritime Helicopter Group) ณ Jinhae 
โดยเฮลิคอปเตอร์ MH-60R เครื่องที่เหลือจะทยอยเข้าประจำการตามมา พลเรือโท Kim Kyung-ryul ผู้บัญชาการกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(CNO: Chief of Naval Operations) กล่าวว่า

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk ได้เริ่มต้นการปฏิบัติการต่างๆอย่างเต็มรูปแบบแล้วในวันเดียวกันมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 สำนักงานโครงการจัดหากลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี DAPA กล่าวว่า
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะถูกใช้งานในภารกิจสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti‑Submarine Warfare), การต่อต้านเรือผิวน้ำ เช่นเดียวกับการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search-and-Rescue)

สาธารณรัฐเกาหลีได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk จำนวน 12เครื่องในเดือนธันวาคม 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/mh-60r.html)
ภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางทะเลที่หนึ่ง(MOH I: Maritime Operation Helicopter I) ผ่านรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯ

ภายในเดือนพฤศจิกายน 2025 กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk แล้วจำนวน 6เครื่อง
บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวในเวลานั้นว่าการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R แก่กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีจะเสร็จสิ้นลงในไตรมาสแรกของปี 2026

ตามข้อมูลจาก DAPA เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R มีระยะเวลาปฏิบัติการนาน 4ชั่วโมงเมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงเสริมและติดตั้งด้วยชุดระบบตรวจการณ์และลาดตระเวนต่างๆ
รวมถึง Radar ตรวจการณ์ทางทะเล, อุปกรณ์ตรวจจับกล้อง digital Electro-Optic/Infrared(EO/IR), และอุปกรณ์สงคราม electronic(ESM: Electronic Support Measures)

เมื่อมีเอกสารแจ้งต่อสภา Congress สหรัฐฯของข้อเสนอการขายในปี 2019 สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency) กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ MH-60R จะติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆรวมถึง
ระบบกำหนดเป้าหมาย AN/AAS-44C(V) Multi-Spectral Targeting System, วิทยุพร้อมการสื่อสารรักษาความปลอดภัย(COMSEC: Communications Security) แบบ AN/ARC-210 RT-1990A(C), วิทยุความถี่สูง AN/ARC-220 High Frequency, และระบบพิสูจน์ฝ่าย AN/APX-123 IFF(Identification Friend or Foe) 

DSCA สหรัฐฯกล่าวว่าระบบหลักอื่นๆรวมถึงระบบนำร่องดาวเทียม EGI/INS(Embedded Global Positioning System/Inertial Navigation System) พร้อมระบบเข้ารหัสต่อต้านการปลอมแปลง SAASM(Selective Availability/Anti-Spoofing Module)
และระบบเครือข่าย daralink แบบ Link 16 MIDS-LVT(Multifunctional Information Distribution Systems-Low Volume Terminals) Block Upgrade Two Terminals รุ่นปรับปรุงใหม่ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

Hyundai เกาหลีใต้เริ่มการสร้างเรือคอร์เวตใหม่ 2ลำสำหรับฟิลิปปินส์

Hyundai lays keel for first Philippine corvette, cuts steel for second





Hyundai Heavy Industries marking the keel laying of the first 3,200 tonne corvette on order for the Philippine Navy. (Hyundai Heavy Industries)

บริษัท HD Hyundai Heavy Industries(HD HHI) สาธารณรัฐเกาหลีได้ทำพิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือคอร์เวตขนาด 3,200tonne ลำแรกจากสองลำที่ได้รับการสั่งจัดหาจากกองทัพเรือฟิลิปปินส์(PN: Philippine Navy)
พิธีที่เป็นเครื่องหมายถึงฤกษ์งามยามดีนี้ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2023 ณ สถานที่อู่ต่อเรือของบริษัท HD HHI ใน Ulsan สาธารณรัฐเกาหลี บริษัทเปิดเผยในวันเดียวกัน ณ พิธีวางกระดูกงูเรือคอร์เวตลำแรก พิธีตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือคอร์เวตลำที่สองยังถูกจัดขึ้นพร้อมกันด้วย

กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ได้ลงนามสัญญาวงเงิน 28 billion Philippine Peso($505 million) สำหรับเรือคอร์เวตใหม่ 2ลำกับ HHI สาธารณรัฐเกาหลีในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/hhi.html)
เรือรบใหม่ที่จะถูกส่งมอบให้ฟิลิปปินส์มีพื้นฐานจากแนวคิดแบบเรือคอร์เวต HDC-3100 ของ HD HHI แต่ได้รับการปรับแต่งสำหรับความต้องการของกองทัพเรือฟิลิปปินส์

เรือคอร์เวตใหม่ของกองทัพเรือฟิลิปปินส์จะมีความยาวเรือรวมที่ 118.4m และกว้าง 14.9m ตามรายละเอียดที่ได้รับจากบริษัท HD HHI สาธารณรัฐเกาหลีในแถลงการณ์ของตนเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2023
เรือคอร์เวตใหม่ของกองทัพเรือฟิลิปปินส์จะมีความเร็วมัธยัสถ์ที่ 15knots และมีระยะปฏิบัติการที่ 4,500nmi เรือคอร์เวตใหม่น่าจะมีความเร็วสูงสุดที่ราว 25knots

แนวคิดแบบเรือคอร์เวต HDC-3100 เดิมสามารถจะติดตั้งด้วยแท่นยิงแนวดิ่ง (VLS: Vertical Launch System) ได้ถึง 16ท่อยิงในพื้นที่ส่วนด้านหน้าของเรือ, ปืนเรือ 76mm ที่ตำแหน่งหลักที่หัวเรือ,
ระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) ที่แท่นยิงในส่วนท้ายเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/ciws.html) และแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: Anti-Ship Missile) ได้ถึง 8นัดที่กลางเรือ

HD HHI ได้ยืนยันตั้งแต่ต้นว่า เรือคอร์เวตใหม่ที่จะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรือฟิลิปปินส์จะติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ, แท่นยิงแนวดิ่ง VLS และระบบ AESA(Active Electronically Scanned Array) radar
แต่ไม่ได้กล่าวถึงว่าเรือคอร์เวตใหม่สำหรับกองทัพเรือฟิลิปปินส์จะได้รับการติดตั้งแท่นยิงระบบป้องกันระยะประชิด CIWS หรือไม่ หรือไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบแท่นยิงต่างๆ

เรือคอร์เวตใหม่ของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ยังจะได้รับการติดตั้ง sonar ที่ตัวเรือและ sonar ลากท้าย และแท่นยิง torpedo เบาแบบสามท่อยิงสองแท่นยิงสำหรับสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare)
ท้ายเรือยังมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์รองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาด 10-12tonne ได้หนึ่งเครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/kaav-aw159.html) การส่งมอบเรือลำแรกคาดว่าจะมีขึ้นภายในปี 2025 ครับ

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

กองทัพเรืออังกฤษจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน Schiebel S-100 Camcopter ตามโครงการ Peregrine

Thales and Schiebel to supply UK Royal Navy with rotary UAS solution to meet Peregrine UCR



The Peregrine UAS, which comprises a Schiebel S-100 Camcopter and a Thales I-Master radar, will be deployed on board an RN Type 23 frigate in the Gulf from 2024. (Schiebel)

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ประกาศสัญญากับบริษัท Thales ยุโรป และบริษัท Schiebel ออสเตรียเป็นวงเงิน 20 million British Pond($24.1 million) ที่จะส่งมอบให้กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) 
ด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน(RUAS: Rotary-Wing Unmanned Aircraft System) ที่ตรงความต้องการขีดความสามารถเร่งด่วน(UCR: Urgent Capability Requirement) สำหรับเพิ่มขยายการหยั่งรู้สถานการณ์ โดยเฉพาะในภูมิภาคอ่าว persia เป็นหลัก

ภายใต้สัญญาที่ประกาศเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2023 บริษัท Schiebel ร่วมกับบริษัท Thales ในฐานะผู้รับสัญญาหลักและผู้นำการบูรณาการระบบ จะส่งมอบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน Camcopter S-100 UAS หนึ่งเครื่อง
ติดตั้งด้วยชุดระบบตรวจจับข่าวกรอง, ตรวจการณ์ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance) และระบบต่างๆที่จะขยาย 'หูและตา' ของเรือกองทัพเรือสหราชอาณาจักรในการปฏิบัติภารกิจ

ระบบอากาศยานไร้คนขับใหม่ที่ถูกเรียกว่า 'Peregrine' จะถูกวางกำลังบนเรือฟริเกตชั้น Type 23 Duke ในภูมิภาคอ่าว persia ตั้งแต่ปี 2024 มันจะถูกใช้เพื่อค้นหา, ประจำตำแหน่ง, ติดตาม และประเมินภัยคุกคาที่หลากหลายในภูมิภาค
รวมถึงภัยคุกคามที่มาจากเรือเร็วโจมตีชายฝั่งของอิหร่านทั้งแบบมีคนบังคับและไร้คนขับ ทั้งที่ปฏิบัติการอย่างโดดเดี่ยวและเป็นจำนวนขนาดใหญ่ในน่านน้ำอ่าว persia(https://aagth1.blogspot.com/2022/05/schiebel-camcopter-s-100.html

ตามข้อมูลจากกองทัพเรือสหราชอาณาจักร Peregrine จะเป็นระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุนแบบแรกที่จะปฏิบัติการควบคู่ไปกับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AW159 Wildcat ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/aw159-wildcat-martlet.html)
และจะสนับสนุนการจัดเตรียมความต่อเนื่อง, บูรณการ และมั่นในของระบบตรวจการณ์ทางอากาศ ที่จะปกป้องเรือฟริเกตของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรในภูมิภาค

ชุดระบบตรวจจับของอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน Peregrine จะผสมผสาน radar แบบ I-Master ของ Thales กับกระเปาะกล้องตรวจการณ์ EO/IR(Electro-Optical/Infrared)
และขีดความสามารถพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification Friend or Foe) ที่สนับสนุนโดยระบบพิสูจน์ทราบอัตโนมัติจากบริษัท Shine Micro สหรัฐฯ และบูรณาการด้วยระบบภารกิจ AIMS-ISR ของบริษัท CarteNav แคนาดาครับ

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

กองทัพบกอังกฤษเปิดให้พลทหารเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache และ ฮ.อื่นๆได้

Update: British Army opens helicopter flying to all ranks







While the role of a pilot in the British Army had earlier been restricted to non-commissioned officers of lance-corporal and above, and commissioned officers, the service has now allowed all ranks from private to apply. (Janes/Patrick Allen)



กองทัพบกสหราชอาณาจักร(British Army) ได้เปิดโอกาสให้กำลังพลทุกชั้นยศสามารถทำการบินกับเฮลิคอปเตอร์ได้ ตามที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022 นั่นหมายความว่า พลทหาร(private) สามารถจะเป็นนักบินได้แล้วตอนนี้

ขณะที่นักบินของกองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักร(AAC: Army Air Corps) ก่อนหน้านี้มีที่มาจากนายทหารสัญญาบัตร หรือจากนายทหารชั้นประทวนยศสิบตรี(lance-corporal) หรือสูงกว่าขึ้นไป
กำลังพลทหารทุกชั้นยศของกองทัพบกสหราชอาณาจักรขณะนี้มีสิทธิที่จะทำการบินเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว (กองทัพบกสหราชอาณาจักรไม่มีอากาศยานปีกตรึงแบบมีนักบินบังคับประจำการแล้ว)

"บรรดาทหารจากทั่วทั้งกองทัพบกสหราชอาณาจักรขณะนี้ได้รับโอกาสที่จะสมัครเพื่อเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์กองทัพบกได้เร็วขึ้นก่อนหน้าความก้าวหน้าในอาชีพของพวกเขา
ชั้นยศขั้นต่ำสุดที่จะสามารถเป็นนักบินทหารบกได้ได้รับการลดลงมาเป็นพลทหาร พร้อมกับการรับรองการเลื่อนยศให้เป็นสิบตรี" กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรกล่าว

ตามที่กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรเน้น ความเคลื่อนไหวนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงรูปแบบกำลังพลโครงการ Project Morden
แสดงให้เห็นถึงหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่อย่างมากที่สุดในแนวทางการรับสมัคร, คัดเลือก และบรรจุประจำการนักบินทหาร ตั้งแต่ที่กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรจัดตั้งขึ้นในปี 1957

กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์หลักสามแบบคือ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป/ลาดตระเวนติดอาวุธ Leonardo Wildcat AH1(https://aagth1.blogspot.com/2018/02/leonardo-aw159-wildcat.html),
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AgustaWestland WAH-64D Apache AH1(กำลังเปลี่ยนแบบไปเป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache ในเร็วๆนี้)

และเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ Aerospatiale Gazelle AH1(จะถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ Airbus H135 ในเร็วๆนี้) กองการบินกองทัพบกสหราชราชอาณาจักรยังมีเฮลิคอปเตอร์อีกสองแบบในจำนวนไม่มาก
คือเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell 212 และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Airbus AS365 Dauphin ที่จะถูกปลดประจำการในเร็วๆนี้ และทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ New Medium Helicopter ของสหราชอาณาจักรครับ

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เฮลิคอปเตอร์ AW159 Wildcat กองทัพเรืออังกฤษเสร็จสิ้นการยิงอาวุธปล่อยนำวิถี Martlet ในประจำการครั้งแรก

RN Wildcat completes first Martlet in-service firing



A first Martlet in-service firing was completed in the Bay of Bengal on 16 October. (Royal Navy/Crown Copyright)



เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือ Leonardo AW159 Wildcat HMA2 จากฝูงบินอากาศนาวี 815(815 NAS: Naval Air Squadron) กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy)
ได้เสร็จสิ้นการยิงครั้งแรกในประจำการของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นนำวิถีด้วย laser แบบ Thales Martlet(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/aw159-wildcat-martlet.html)

การยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Martlet มีขึ้นในอ่าว Bengal โดยเฮลิคอปเตอร์ Wildcat HMA2 ของเที่ยวบิน219(219 Flight) ที่วางกำลังประจำบนเรือพิฆาตชั้น Type 45 เรือพิฆาต D36 HMS Defender 
ในฐานะส่วนหนึ่งของการวางกำลังกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี Carrier Strike Group 21(CSG21)(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/passex-f239-hms-richmond.html)

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Martlet ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Thales ยุโรปเพื่อให้ความต้องการโครงการอาวุธนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำอนาคตแบบเบา(Future Anti-Surface Guided Weapon (Light))
โดยใช้ระบบนำวิถีไต่ลำแสง laser(laser-beam riding) ของอาวุธปล่อยนำวิถีพหุภารกิจน้ำหนักเบา LMM(Lightweight Multirole Missile) ของ Thales ในฐานะตัวอาวุธหลัก effector ของมัน

เป้าหมายได้ถูกตรวจการณ์โดยการใช้หน่วยกำเนิด laser เชิงรุก(active laser-generation unit) ภายในระบบตรวจจับ L-3Harris Wescam MX-15Di electro-optical/infrared/laser ที่ติดบนปลายหัวเครื่องของเฮลิคอปเตอร์ Wildcat
อาวุธปล่อยนำวิถี Martlet ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสิทภาพความแม่นยำสูงและเหมาะสมพอควรต่อกลุ่มเป้าหมายอย่างเช่น เรือเร็วโจมตีชายฝั่ง, jet ski และระเบิดแสวงเครื่อง(IED: Improvised Explosive Device) ทางน้ำ

การยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Martlet ในประจำการครั้งแรกถูกดำเนินขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2021 โดยอาวุธปล่อยนำวิถีทำการยิงโจมตีเป้าหมายจำลองลอยน้ำแบบพองตัวได้ 'มะเขือเทศนักฆ่า'(Killer Tomato)
ภาพวีดิทัศน์ของห้องนักบินเฮลิคอปเตอร์ Wildcat HMA2 ที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือสหาชอาณาจักรแสดงถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น LMM หนึ่งนัดพุ่งชนเป้าหมาย

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Martlet ได้ถูกนำมาวางกำลังกับกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี CSG21 ล่วงหน้าการประกาศความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) อย่างเป็นทางการ
แม้ว่าการทดสอบระบบในการโจมตีต่อเป้าหมายจำลองแทนต่างๆได้ดำเนินการเสร็จสิ้นโดยฝูงบินอากาศนาวี 815 NAS ก่อนหน้าการวางกำลังประจำการแล้วก็ตามครับ

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Sea Venom/ANL เสร็จสิ้นการยิงรับรองคุณสมบัติครั้งสุดท้าย

Sea Venom/ANL completes final qualification firing


Point of impact: the Sea Venom/ANL missile strikes the target barge at the end of the 17 November qualification test. (DGA)

The French Navy plans to integrate the missile on the new H160M Guepard helicopter. (Airbus Helicopters)

The UK is procuring the missile for the Royal Navy’s Wildcat HMA2 helicopter. (Leonardo)

บริษัท MBDA ยุโรปได้เสร็จสิ้นการยิงรับรองคุณสมบัติครั้งที่สองและครั้งสุดท้ายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Sea Venom/ANL(Anti-Navire Léger)
เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงก้าวย่างที่สำคัญมุ่งไปสู่การนำอาวุธเข้าประจำการ(https://aagth1.blogspot.com/2020/03/sea-venom.html, https://aagth1.blogspot.com/2017/07/mbda-sea-venomanl.html)

การดำเนินการเมือวันที่ 17 พฤศจิกายน 2020 ณ ศูนย์ทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถี Essais de Missiles Centre ของสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction Générale de l’Armement) ที่ Ile du Levant ในทะเล Mediterranean
สถานการณ์ทดสอบได้ถูกออกแบบเพื่อแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถการแยกแยะเป้าหมายของอาวุธปล่อยนำวิถีในสภาพแวดล้อมบนผิวน้ำที่ซับซ้อนและยุ่งเหยิง

อาวุธปล่อยนำวิถี Sea Venom/ANL ได้รับการพัฒนาโดย MBDA สำหรับรัฐบาลสหราชอาณาจักรและรัฐบาลฝรั่งเศสภายใต้สัญญาวงเงิน 500 million Pound Sterling($830 million) ที่ประกาศในเดือนมีนาคม 2014
สหราชอาณาจักรซึ่งบริหารจัดการสัญญาในฐานะส่วนหนึ่งของผลงานทีมอาวุธ Team Complex Weapons ของ MBDA จะจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Sea Venom เพื่อตรงความต้องการอาวุธนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำอนาคต(ขนาดหนัก)(Future Anti-Surface Guided Weapon (Heavy)) 

อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Sea Venom จะถูกนำมาใช้สำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Wildcat HMA2 ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy)
กองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine Nationale) มีแผนจะบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ ANL กับเฮลิคอปเตอร์ Airbus Helicopters H160M Guepard ใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/h160m-guepard.html)

Sea Venom/ANL เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีความเร็วต่ำกว่าเสียงสูงน้ำหนัก 110kg ติดหัวรบระเบิดกึ่งเจาะเกราะ/แตกสะเก็ด(semi-armour-piercing blast/fragmentation) หนัก 30kg
ถูกออกแบบเพื่อทำให้เป้าหมายเรือผิวน้ำขนาดตั้งแต่เรือเร็วโจมตีจนถึงเรือคอร์เวตหมดสภาพ และยังมอบขีดความสามารถในการต่อต้านเป้าหมายบนชายฝั่งและเป้าหมายภาคพื้นดินด้วย

Sea Venom/ANL ขับเคลื่อนด้วยชุดดินส่ง/ดินขับโดยมีชุดดินเริ่มส่งติดตรึงท้ายจรวดและชุดดินขับโครจรต่อเนื่องกลางตัวจรวด มีพิสัยยิงไกลสุดเกิน 20km บินโคจรเรี่ยดผิวน้ำ
การนำวิถีใช้ระบบค้นหาเป้าหมายแบบสร้างภาพความร้อน Infrared(IIR: Imaging Infrared) และ Datalink สองทางสำหรับการควบคุมผู้ปฏิบัติการในวงรอบ(operator-in-the-loop) 

ขณะที่อาวุธปล่อยนำวิถี Sea Venom/ANL จะมีขีดความสามารถในคุณลักษณะการบินโคจรอัตโนมัติเต็มรูปแบบ แบบ 'ยิงแล้วลืม'(fire and forget)
การควบคุมผู้ปฏิบัติการในวงรอบจะทำให้สามารถใช้ขีดความสามารถต่างๆอย่างเช่น การเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ขณะบินโคจร, แก้ไขความถูกต้อง/ปรับแต่งจุดเล็ง และยกเลิกการยิงอย่างปลอดภัยครับ 

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เฮลิคอปเตอร์ AW159 Wildcat กองทัพเรืออังกฤษยิงอาวุธปล่อยนำวิถี Martlet ครั้งแรก

First Martlet firings for Royal Navy Wildcat


The UK Royal Navy completed a series of live firing trials of the new Martlet lightweight precision strike missile from a Wildcat HMA2 instrumented trials airframe at the Aberporth Range between 27 April and 21 May.
https://janescom.sitefinity.cloud/defence-news/news-detail/c7f6f004-a508-4db2-b34e-7fe296665ce6


กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) ได้เสร็จสิ้นชุดการทดลองการยิงจริงของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นความแม่นยำสูงน้ำหนักเบา Martlet ใหม่จากเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือ Leonardo AW159 Wildcat HMA2
ภายใต้การดำเนินการ ณ สนามทดสอบอาวุธ Aberporth Range ของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร ทางชายฝั่งตะวันตกของ Wales ช่วงวันที่ 27 เมษายน-21 พฤษภาคม 2020(https://aagth1.blogspot.com/2018/02/leonardo-aw159-wildcat.html)

การทดสอบยิงซึ่งดำเนินการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอาวุธนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำอนาคต FASGW(Future Anti-Surface Guided Weapon) แสดงถึงการบูรณาการระบบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Martlet เข้ากับเฮลิคอปเตอร์ AW159 Wildcat
ก่อนที่ระบบจะมีกำหนดเข้าประจำการในกองทัพเรือสหราชอาณาจักรในเดือนมกราคม 2021 ตามแผนอาวุธยุทโธปกรณ์กลาโหม(Defence Equipment Plan) 2019 จากการเผยแพร่ผลสรุปทางการคลังในเดือนกุมภาพันธ์ 2020

โดยออกแบบเพื่อตรงความต้องการโครงการ FASGW(Light) อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Martlet เป็นการใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ ของอาวุธปล่อยนำวิถี Thales LMM(Lightweight Multirole Missile)
อาวุธปล่อยนำวิถีพหุภารกิจน้ำหนักเบา LMM สร้างจากพื้นฐานอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศความเร็วสูง Starstreak เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีโจมตีความแม่นยำสูงราคาถูกน้ำหนักเบา(13kg)

อาวุธปล่อยนำวิถี LMM ใช้ระบบนำวิถีแบบไต่ลำแสง Laser เพื่อให้ขีดความสามารถต่อต้านกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายทั้งทางอากาศ, ทางภาคพื้นดิน และทางทะเล ที่ระยะยิงระหว่าง 400 ถึง 6km
ในฐานะเป็นหนึ่งในการพัฒนาควบคู่ของโครงการ FASGW อาวุธปล่อยนำวิถี FASGW(Light) ถูกออกแบบมาเพื่อมอบขีดความสามารถที่แข็งแกร่งและพอเหมาะในการต่อต้านเรือเร็วโจมตีชายฝั่ง(FIAC: Fast Inshore Attack Craft), ระเบิดแสวงเครื่องลอยน้ำ, เรือยางท้องแบน และ jet-ski

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น FASGW(Heavy) ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่เป็นอีกหนึ่งความต้องการโครงการ FASGW จะให้ขีดความสามารถที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในการต่อต้านเรือผิวน้ำขนาดใหญ่กว่าถึงระดับเรือคอร์เวต
โดยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น MBDA Sea Venom/Anti-Navire Leger(ANL) ได้รับเลือกเพื่อตรงความต้องการ FASGW(Heavy) ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/03/sea-venom.html)

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2563

อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Sea Venom เสร็จสิ้นการยิงรับรองคุณสมบัติครั้งแรก

Sea Venom completes first qualification firing


The Lynx Wildcat will carry a pair of Sea Venom missiles on the outer stations of a new weapons wing. Source: Leonardo via Jane’s/Gareth Jennings
https://www.janes.com/article/94743/sea-venom-completes-first-qualification-firing

สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้เสร็จสิ้นการทดสอบยิงรับรองคุณสมบัติครั้งแรกของอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Sea Venom/ANL(Anti-Navire Léger)
กองยุทโธปกรณ์และการสนับสนุนกลาโหม(DES: Defence Equipment and Support) สหราชอาณาจักรประกาศเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2020 ที่ผ่านมา

อาวุธปล่อยนำวิถี Sea Venom/ANL ซึ่งถูกติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ AgustaWestland AW159 Lynx Wildcat HMA2 กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy)
และเฮลิคอปเตอร์ Airbus Helicopters H160M กองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy) ในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/h160m-guepard.html)

ได้มีการทดสอบการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ Airbus Helicopters AS365 Dauphin ของDGA สำนักงานการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ฝรั่งเศสแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2017/07/mbda-sea-venomanl.html)
ตามข้อมูลจาก DES การทดสอบที่ฐานทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถีของ DGA Essais de Missiles ใกล้ Ile du Levant ฝรั่งเศสเห็นอาวุธปล่อยนำวิถีเข้าถึงขั้นระยะการร่อนของมันขณะที่โคจรบินเลี่ยดระดับต่ำใกล้ผิวทะเล

จากนั้นนักบินและลูกเรือเฮลิคอปเตอร์ใช้ภาพจากระบบค้นหา Infrared เพื่อเล็งอาวุธปล่อยนำวิถีด้วยการบังคับมือ และมันพุ่งเข้าชนเป้าหมายอย่างแม่นยำ
การยิงล่าสุดมีการทำขึ้นจากสองการทดสอบก่อนหน้าซึ่งได้ทดสอบขีดความสามารถการยิงแบบจับเป้าหลังยิง(LOAL: Lock On After Launch) และจับเป้าก่อนยิง(LOBL: Lock On Before Launch) เช่นเดียวกับระบบการบินเพดานบินต่ำและนำวิถีอัตโนมัติ

จุดประสงค์เพื่อทดแทนอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Sea Skua ภายใต้ความต้องการอาวุธนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำอนาคต(ขนาดหนัก)(Future Anti-Surface Guided Weapon (Heavy))
Sea Venom/ANL ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีเรือข้าศึกอย่างปลอดภัยท่ามกลางกลุ่มเรือพลเรือน และสามารถใช้กับเป้าหมายได้หลายรูปแบบตั้งแต่เรือขนาดเล็ก เรือความเร็วสูง จนถึงเรือขนาดใหญ่

ตามข้อมูลจาก Jane's ก่อนหน้า Sea Venom/ANL มีน้ำหนัก 110kg ความเร็วต่ำกว่าเสียงสูง บินโคจรเรี่ยดผิวน้ำใช้ระบบค้นหาเป้าหมายแบบสร้างภาพความร้อน Infrared(IIR: Imaging Infrared) โดยมีพื้นที่และน้ำหนักเพิ่มเติมสำหรับช่องนำวิถี Laser (SAL: Semi-Active Laser)
มี Datalink สองทางสำหรับการควบคุมผู้ปฏิบัติการในวงรอบ(operator-in-the-loop) ติดหัวรบระเบิดกึ่งเจาะกราะ/แตกสะเก็ด ขับเคลื่อนด้วยชุดดินส่ง/ดินขับโดยมีชุดดินเริ่มส่งติดตรึงท้ายจรวด(นำมาจากอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone) มีชุดดินขับโครจรต่อเนื่องกลางตัวจรวด มีพิสัยยิงไกลสุดเกิน 20km ครับ

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สหรัฐฯอนุมัติความเป็นไปได้ในการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R แก่เกาหลีใต้

MH-60R helicopters cleared for potential South Korea sale



Washington has approved the possible sale of 12 Sikorsky MH-60R Seahawk maritime helicopters to South Korea in a deal worth an estimated $800 million.
https://www.flightglobal.com/news/articles/mh-60r-helicopters-cleared-for-potential-south-korea-460164/


รัฐบาลสหรัฐฯอนุมัติความเป็นไปได้ในการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Sikorsky MH-60R Seahawk จำนวน 12เครื่องแก่สาธารณรัฐเกาหลีในวงเงินประมาณ $800 million
เป็นการจัดหาผ่านรูปแบบการจัดซื้อ Foreign Military Sales(FMS) ที่ได้รวมระบบอาวุธ, ทุ่น sonobouys, radars และอุปกรณ์สื่อสาร เช่นเดียวกับ การฝึกและการสนับสนุน ตามการประกาศแจ้งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2019

เช่น AN/APS-153(V) Multi-Mode Radars จำนวน 13ระบบ, เครื่องยนต์ Turboshaft แบบ T-700-GE-401C จำนวน 25เครื่อง, Airborne Low Frequency Sonar Systems(ALFS) จำนวน 12ระบบ, AN/AAS-44C(V) Multi-Spectral Targeting Systems จำนวน 13ระบบ,
ระบบเครือข่าย Link 16 Multifunctional Information Distribution Systems-Low Volume Terminals(MIDS-LVT) จำนวน 12ระบบ, ทุ่น sonobuoys AN/SSQ-36/53/62 จำนวน 1,000ระบบ, ปืนกล M240D 7.62mm 4กระบอก และปืนกลหนัก GAU-21 12.7mm 4กระบอก

เอกสารที่ออกโดยสำนักงานความร่วมมือด้านความปลอดภัยความมั่นคงสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ MH-60R จะ "เพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(ROKN: Republic of Korea Navy)
เพื่อปฏิบัติภารกิจสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ ร่วมไปกับขีดความสามารถการปฏิบัติภารกิจรองรวมถึงการส่งกำลังบำรุงทางดิ่ง(vertical replenishment), การค้นหาและกู้ภัย(search and rescue) และการทวนสัญญานการสื่อสาร(communications relay)"

แม้ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯจะอนุมัติความเป็นไปได้ในการขายเฮลิคอปเตอร์ MH-60R แก่เกาหลีใต้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกาหลีใต้ได้เลือก ฮ.MH-60R Seahawk สหรัฐฯแล้วแต่อย่างใด
ในเดือนพฤษภาคม 2019 ได้เริ่มต้นความพยายามใหม่เพื่อจัดหาเฮลิคอปเตอร์ 12เครื่องภายใต้ความต้องการเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางทะเล(Maritime Operation Helicopters) ด้วยการออกเอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposals)

การแข่งขันในโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลของเกาหลีใต้จะมีการยื่นข้อเสนอในกลางเดือนสิงหาคม 2019 โดยการตัดสินใจคาดว่าจะมีขึ้นภายในสิ้นปี 2019
ทั้งนี้บริษัท Leonardo สหราชอาณาจักร-อิตาลี ยังได้เสนอเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AgustaWestland AW159 Wildcat ของตนสำหรับความต้องการของเกาหลีใต้

ก่อนหน้านี้กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีได้จัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AW159 Wildcat จำนวน 8เครื่องเข้าประจำการ ซึ่งนับลูกค้าส่งออกรายแรกของ ฮ.Wildcat รุ่นใช้งานทางทะเลที่ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรือสหราชอาณจักร(Royal Navy)
โดยลูกค้าส่งออกรายที่สองของ ฮ.ใช้งานทางทะเล AW159 Wildcat คือกองทัพเรือฟิลิปปินส์(Philippine Navy) ที่ได้รับมอบเครื่องชุดแรกเมื่อ 7 พฤษภาคม 2019 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/kaav-aw159.html)

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ฟิลิปปินส์รับมอบรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV เกาหลีใต้ และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AW159 ชุดแรก

First batch of assault vehicles for Philippine Marine Corps arrives home




Philippine Marine Corps personnel, seen here while training with their counterparts from South Korea on the KAAV. Source: Republic of Korea Marine Corps
https://www.janes.com/article/88434/first-batch-of-assault-vehicles-for-philippine-marine-corps-arrives-home

Philippines receives AW159 helicopters



A pair of Leonardo AW159 Lynx Wildcat Mk220 naval helicopters ordered for the Philippine Navy's Naval Air Wing (NAW) has arrived in-country.
https://www.janes.com/article/88351/philippines-receives-aw159-helicopters

รถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV(Korean Amphibious Assault Vehicle) ชุดแรกจำนวน 4คันที่ได้รับการจัดหาสำหรับนาวิกโยธินฟิลิปปินส์(Philippine Marine Corps)
ได้ถูกขนส่งเดินทางมาถึงฟิลิปปินส์แล้ว ตามที่แหล่งข่าวจากกองทัพเรือฟิลิปปินส์(Philippine Navy) ยืนยันกับ Jane's เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2019

รถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV เกาหลีใต้เดินทางมาถึงฟิลิปปินส์เพียงหนึ่งวันหลังจากที่นาวิกโยธินฟิลิปปินส์ได้ทำ 'พิธีเปิดที่ตั้ง' กองร้อยรถสะเทินน้ำสะเทินบก(Amphibious Assault Vehicle Company) ซึ่งมีการจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2019 ตามแหล่งข่าวกล่าว
รถดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาวงเงิน 2.42 billion philippine peso($46 million) ที่ลงนามระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับบริษัท Hanwha Techwin สาธารณรัฐเกาหลีเมื่อเดือนเมษายน 2016

Hanwha Techwin เกาหลีใต้เดิมรู้จักในชื่อ Samsung Techwin ได้ปรากฎเป็นผู้รับสัญญารายเดียวสำหรับการแข่งขันโครงการจัดหารถสะเทินน้ำสะเทินบกจำนวน 8คันของฟิลิปปินส์ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเข้าประจำการในนาวิกโยธินฟิลิปปินส์
ด้วยขีดความสามารถเป็นยานเกราะสายพานที่สามารถวางกำลังได้จากเรืออู่ยกพลขึ้นบก SSV(Strategic Sealift Vessel) ชั้น Tarlac ขนาด 123m ทั้ง 2ลำของกองทัพเรือฟิลิปปินส์(https://aagth1.blogspot.com/2016/06/ssv-3.html)

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Leonardo AW159 Lynx Wildcat Mk220 ชุดแรกจำนวน 2เครื่องที่ได้รับการส่งจัดหาโดย กองบินทหารเรือ(NAW: Naval Air Wing) ได้เดินทางมาถึงฟิลิปปินส์แล้ว
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AW159 ได้ถูกขนส่งมมาโดยเครื่องบินลำเลียงหนัก Antonov An-124 ยูเครน ได้เดินทางมาถึงนครหลวง Manila ฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2019

กองทัพเรือฟิลิปปินส์ได้ยืนยันกับ Jane's ว่า ฮ.AW159 ในที่สุดจะถูกนำเข้าประจำการในในฝูงบิน MH-40 กองบินทหารเรือฟิลิปปินส์ ณ ฐานทัพอากาศ Danielo Atienza
และจะมีการรับมอบเข้าประจำการใน 'พิธีจัดตั้งและอำนวยพร' ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2019 สอดคล้องกับวันครบรอบ 121ปีการก่อตั้งกองทัพเรือฟิลิปปินส์ วันที่ 20 พฤษภาคม

กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ได้ประกาศในปี 2016ว่าได้เลือกเฮลิคอปเตอร์ Lynx Wildcat จำนวน 2เครื่องวงเงิน 5.4 billion philippine peso($101 million) สำหรับโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2016/03/agustawestland-aw159-wildcat.html)
โดยเฮลิคอปเตอร์ AW159 กองทัพเรือฟิลิปปินส์มีภารกิจสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) และสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare) ที่รวมอาวุธ, อุปกรณ์ภารกิจ และการสนับสนุนครับ