แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ford class แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ford class แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง CVN-79 USS John F. Kennedy เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเล

Carrier Kennedy completes acceptance sea trials





Aircraft carrier John F Kennedy completed sea acceptance trials. (HII)

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเล(SAT: Sea Acceptance Trial) ต่างๆแล้ว
บริษัท Huntington Ingalls Industries(HII) สหรัฐฯเจ้าของอู่เรือ Newport News Shipbuilding ที่สร้างเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford สำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ยืนยันในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026

เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เดินเรือกลับมายังอู่เรือ Newport News Shipbuilding หลังจากการทดสอบและประเมินค่าเพิ่มเติมของระบบและส่วนประกอบสำคัญต่างๆของเรือในทะเล บริษัท HII สหรัฐฯกล่าว
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ถูกจัดหาในปีงบประมาณ 2013(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)

"การยื่นงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายการจัดซื้อจัดจ้างของตนทั้งหมดที่ราว $13.2 billion ระบุว่าเรือมีกำหนดสำหรับการส่งมอบในเดือนมีนาคม 2027
และร้องของบประมาณวงเงิน $150 million ในค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เพื่อให้เสร็จสิ้น(CTC: cost to complete) ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของเรือ" กองงานวิจัยสภา Congress สหรัฐฯ(CRS: Congressional Research Service) กล่าว

ในรายงาน "โครงการเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford (CVN-78) กองทัพเรือสหรัฐฯ : ภูมิหลังปัญหาต่างๆสำหรับสภา Congress"(Navy Ford (CVN-78) Class Aircraft Carrier Program: Backgroundand Issues for Congress)
ของ CRS สหรัฐฯที่เผยแพร่ในเดือนธันวาคม 2025 "ในการยื่นงบประมาณประจำปี 2013 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ กำหนดการส่งมอบเรือที่เคยถูกคาดการณ์ไว้คือเดือนกันยายน 2022" CRS สหรัฐฯกล่าว

การยื่นงบประมาณประจำปี 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯแสดงกำหนดการส่งมอบของเรือที่เดือนมีนาคม 2027 ล่าช้าไป 54เดือน" กองงานวิจัยสภา Congress สหรัฐฯ CRS กล่าวในรายงานของตน
กำหนดการส่งมอบของเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้ "ถูกเลื่อนมาเป็นเดือนมีนาคม 2027 จากที่เคยคาดการณ์การส่งมอบในเดือนกรกฎาคม 2025"

"เพื่อสนับสนุนการเสร็จสิ้นการรับรองของอุปกรณ์หยุดอากาศยานขั้นก้าวหน้า Advanced Arresting Gear(AAG) และเดินหน้างาน lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า Advanced Weapons Elevator(AWE)"
ตามเอกสารการสนับสนุนการร้องของบประมาณประจำปี 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯต่างๆ งานเกี่ยวกับเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เผชิญกับความล่าช้าอื่นๆ

เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy เดิมมีกำหนดการขั้นต้นที่จะส่งมอบในสองระยะ โดยตัวเรือและระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องของเรือเป็นอันดับแรกและจากนั้นงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการรบจะเสร็จสิ้นและถูกส่งมอบในภายหลัง 
อย่างไรก็ตามสองขั้นระยะดังกล่าวได้ผสมผสานเข้าสู่การส่งมอบเรือในครั้งเดียวตามปกติแล้ว เกือบจะในช่วงเวลาเดียวกันสภา Congress ได้เรียกร้องว่า(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/trump-ford.html)

เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy จะต้องสามารถรองรับการปฏิบัติการเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35C Lightning II ได้ซึ่งจำเป็นที่ต้องมีการดัดแปลงต่างๆต่อเรือ ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump 
ได้ออกคำสั่งไปยังกระทรวงการสงครามสหรัฐฯสำหรับการยื่นแผนต่างๆในการแทนที่ระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีด catapult แม่เหล็กไฟฟ้า(EMALS: Electromagnetic Aircraft Launch System) ที่ถูกติดตั้งบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ไปเป็นระบบไอน้ำครับ

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump สั่งให้เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford เปลี่ยนระบบรางดีดส่งอากาศยานแม่เหล็กไฟฟ้าไปเป็นระบบไอน้ำ

Trump directs Pentagon to submit plans to replace electric catapult and elevator equipment with steam and hydraulic systems





The electromagnetic catapult system is shown here being installed in USS Gerald R Ford. The Pentagon is working on plans to reinstall steam catapults on Ford-class ships. (US Navy)

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ส่งบันทึกข้อความถึงรัฐมนตรีกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ Pete Hegseth สั่งการให้เขายืนแผนต่างๆสำหรับการเปลี่ยนระบบรางดีดส่งอากาศยานขึ้นบิน catapult และ lift ยกระบบไฟฟ้า
ที่ถูกติดตั้งบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html) ไปเป็นระบบไอน้ำและ hydraulic ทำเนียบขาว White House ยืนยันเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ใน post online

บันทึกข้อความสั่งการให้รัฐมนตรีการสงครามสหรัฐฯ Hegseth ด้วยการให้คำปรึกษาของรักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ Hung Cao เพื่อมอบแผนดังกล่าวภายใน 60วันตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2026
แก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงบประมาณสหรัฐฯ(OMB: Office of Management and Budget) และผู้ช่วยประธานาธิบดีสหรัฐฯด้านกิจการความมั่นคงแห่งชาติ(National Security Affairs)

แผนเกี่ยวกับ "มาตรการต่างๆที่จำเป็น" เพื่อแทนที่ระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีด catapult แม่เหล็กไฟฟ้า(EMALS: Electromagnetic Aircraft Launch System) และ lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า Advanced Weapons Elevator(AWE) ต่างๆ
ด้วยระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีด catapult ระบบไอน้ำ และ lift ยกอาวุธระบบ hydraulic สำหรับการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สี่ เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller รวมถึงกำหนดเวลาและข้อกำหนดด้านทรัพยากรต่างๆ post online กล่าว 

ถูกจัดหาในปีงบประมาณ 2019 เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจัดซื้อเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford จำนวนสองลำร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สาม เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-80 USS Enterprise 
การยื่นงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายการจัดจ้างของตนทั้งหมดที่ $15.2 billion กองงานวิจัยสภา Congress สหรัฐฯ(CRS: Congressional Research Service) เน้นในรายงานของตนในเดือนธันวาคม 2025

พิธีวางกระดูกงูเรือของเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller มีแผนที่จะมีขึ้นภายหลังในปี 2026 และขณะนี้กองทัพเรือสหรัฐฯคาดหวังว่าเรือจะถูกส่งมอบได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2034
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump ได้วิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯต่อสาธารณะสำหรับการพึ่งพาอย่างหนักในระบบไฟฟ้าต่างๆที่ใช้ปฏิบัติงานบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำแรก เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-78 USS Gerald R Ford

และมองการออกแบบใหม่ โดย Trump กล่าวว่าระบบไฟฟ้าต่างๆเหล่านี้มีความซับซ้อนมากเกินไป เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-78 USS Gerald R Ford ได้เข้าประจำการและผ่านการวางกำลังปฏิบัติการจริงแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ea-18g-growler.html)
ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy กำลังอยู่ระหว่างการทดลองเรือในทะเลต่างๆ และมีกำหนดจะส่งมอบให้แก่กองทัพเรือสหรัฐฯในเดือนมีนาคม 2027 ครับ

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินสหรัฐฯใกล้เสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านฝูงบินรบเป็นเครื่องบินขับไล่ F-35 ทั้งหมด

USMC tactical aviation transition plan nears finish line



An F-35C Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 314 landing on USS Abraham Lincoln (CVN 72). (3rd Marine Aircraft Wing)




An F-35B Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 121 takes off from USS Tripoli (LHA 7). (1st Marine Aircraft Wing)

นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) กำลังอยู่ในกระบวนการการเปลี่ยนผ่านโดยคราวๆราวสองในสามไปสู่ "ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าทั้งหมด" ที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II
ตามข้อมูลจาก พันเอก(USMC Colonel) Thomas Bolen หัวหน้ากองระบบสงครามทางอากาศการบินทางยุทธวิธี(AWS-TACAIR: Air Warfare Systems-Tactical Air) กองการบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMCA: US Marine Corps Aviation)

ฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR เก้าฝูงบินได้เข้าสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) กับเครื่องบินขับไล่  F-35 Lightning II แล้ว โดยเพิ่มเติมอีกสามฝูงบิน
"กำลังมุ่งไปสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา FOC โดยเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" พันเอก Bolen กล่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 ระหว่างนิทรรศการสันนิตบาตนาวี Navy League Sea Air Space 2026

ในด้านระบบอากาศยานรบแบบก่อนหน้าต่างๆของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฝูงบินเครื่องบินโจมตี McDonnell Douglas AV-8B Harrier II ถูกระบุว่า "ถึงเวลาอำลาการปลดประจำการในอีกสองสามเดือนข้างหน้า"(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/av-8b-harrier-ii-plus.html)
โดยยังมีเหลืออีกสามปีข้างหน้าสำหรับฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18 Hornet ในรุ่นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F/A-18A และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D ก่อนที่เครื่องบินเหล่านี้จะถูกปลดประจำการ พันเอก Bolen กล่าว

อัตราจัดกำลังทางหมดของฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯปัจจุบันมีอากาศยานในประจำการ 225เครื่อง โดยมีแผนที่จะเพิ่มเป็นทั้งหมด 250เครื่องภายในสิ้นปี 2026 นี้ ก่อนมุ่งไปสู่อัตรากำลังรบในอนาคตจำนวน 420เครื่อง
ประกอบด้วยฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing)(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/lockheed-martin-f-35-191-2025.html)

และฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35C รุ่นใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน(CV: Carrier Variant)(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) ตามข้อมูลที่ พันเอก Bolen กล่าว
"ตามที่เราเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะสุดท้ายของแผนการเปลี่ยนผ่านของเรา โดยพื้นฐานแล้วเรากำลังเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจะสร้างความมั่นใจว่าเรากำลังสร้างสมดุลขีดความสามารถการตอบสนองภาวะวิกฤตด้วยความพยายามการปรับปรุงความทันสมัย" หัวหน้า TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯกล่าว

เครื่องบินขับไล่ F-35B จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินโจมตี AV-8B ในการวางกำลังบนเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ทั้งเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Wasp และเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์จู่โจมชั้น America
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-35C จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ในการวางกำลังบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/laser-nimitz.html) และเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง CVN-79 USS John F. Kennedy ออกจากอู่ต่อเรือเพื่อเริ่มการทดลองเรือในทะเล

Aircraft carrier John F Kennedy leaves shipyard for sea trials





Aircraft carrier USS John F Kennedy (CVN 79) got underway for sea trials. (HII)

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้ออกเดินเรือจากอู่เรือ Newport News Shipbuilding สหรัฐฯเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026
เพื่อที่จะเริ่มต้นการทดลองเรือในทะเล แผนกอู่เรือ Newport News Shipbuilding ในเครือบริษัท Huntington Ingalls Industries(HII) สหรัฐฯยืนยันภายหลังในวันเดียวกันนั้น(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/cvn-79-uss-john-f-kennedy-f-35c.html)

"เรือบรรทุกเครื่องบิน USS John F. Kennedy ได้ออกจากแผนกอู่เรือ Newport News Shipbuilding ของบริษัท HII วันนี้เพื่อเข้าสู่การทดลองเรือในทะเลต่างๆของผู้สร้างเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/cvn.html)
การทดลองต่างๆเหล่านี้จะเป็นการทดสอบระบบและส่วนประกอบต่างๆของเรือที่สำคัญในทะเลเป็นครั้งแรก" Todd Corillo โฆษกแผนก Newport News Shipbuilding ของบริษัท HII กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026

การพูดคุยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2025 เพื่อวิเคราะห์ระหว่างการประกาศผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่สาม Chris Kastner ผู้อำนวยการบริหารและประธาน HII สหรัฐฯ บ่งชี้ว่าผู้ต่อเรือได้คาดการณ์การทดลองเรือที่เร็วขึ้น
"เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy เดินหน้าที่จะสร้างความคืบหน้าในโครงการการทดสอบของตน เราเราคาดที่จะดำเนินการทดลองเรือในทะเลครั้งแรกของเรือราวสิ้นปี 2025" Kastner กล่าว

กำหนดการส่งมอบของเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้ถูกเลื่อออกไปเป็นเดือนมีนาคม 2027 จากที่เคยคาดว่าจะส่งมอบในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)
"เพื่อสนับสนุนการเสร็จสิ้นการรับรองอุปกรณ์หยุดอากาศยานขั้นก้าวหน้า Advanced Arresting Gear(AAG) และเดินหน้างาน lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า Advanced Weapons Elevator(AWE)" ตามเอกสารการสนับสนุนการร้องของบประมาณประจำปี 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy)

งานเกี่ยวกับเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เผชิญกับความล่าช้าอื่นๆ เรือเดิมมีกำหนดการขั้นต้นที่จะส่งมอบในสองระยะ โดยตัวเรือและระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องของเรือเป็นอันดับแรก
และจากนั้นงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการรบจะเสร็จสิ้นและถูกส่งมอบในภายหลัง อย่างไรก็ตามสองขั้นระยะดังกล่าวได้ผสมผสานเข้าสู่การส่งมอบเรือในครั้งเดียวตามปกติแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ford-nimitz.html)

เกือบจะในช่วงเวลาเดียวกัน สภา Congress ได้เรียกร้องว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy จะต้องสามารถรองรับการปฏิบัติการเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35C Lightning II ได้ซึ่งจำเป็นที่ต้องมีการดัดแปลงต่างๆต่อเรือ
ด้วยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และการเปลี่ยนแปลงอื่นๆต่างๆกำหนดการส่งมอบเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้ถูกเลื่อนให้ล่าช้าลงครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ea-18g-growler.html)

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินโจมตีสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G Growler สหรัฐฯช่วยปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศของเวเนซุเอลา

EA-18Gs helped disable Venezuelan air defences during US attack





EA-18G aircraft, like the one shown here deployed on aircraft carrier USS Gerald R Ford, were used in the US attack on Venezuela. (US Navy)

ระบบโจมตีสงคราม electronic(EA: Electronic Attack) ทางอากาศแบบเดียวของกองทัพสหรัฐ เครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ Boeing EA-18G Growler กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy)
ได้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังที่ปูทางสำหรับการโจมตีของสหรัฐฯต่อเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/fa-18ef-super-hornet-17.html)

ที่นำไปสู่การจับกุมและคุมขังประธานาธิบดีเวเนซุเอลา Nicolás Maduro และภรรยาของเขา ตามข้อมูลจาก พลเอก Dan Caine หัวหน้าคณะเสนาธิการทหารร่วม(JCS: Joint Chiefs of Staff) กองทัพสหรัฐฯ
เครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ EA-18G Growler เป็นส่วนหนึ่งของ "องค์ประกอบร่วมทางอากาศที่เริ่มต้นการกวาดล้างและปิดการทำงานระบบป้องกันภัยทางอากาศในเวเนซุเอลา"

"การวางกำลังระบบอาวุธต่างๆเพื่อให้มั่นใจความปลอดภัยในการบินผ่านของเฮลิคอปเตอร์ต่างๆเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย" พลเอก Caine กล่าวในแถลงการณ์ต่อสาธารณะของเขาเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026
เกี่ยวกับภารกิจทางทหารที่ถูกเรียกว่ายุทธการ(Operation) 'Absolute Resolve' การพูดคุยต่อ Janes เกี่ยวกับกองกำลังรบเครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ EA-18G Growler

นักวิเคราะห์ด้านการป้องกันประเทศ, เช่นเดียวกับแหล่งข่าวต่างๆในภาคอุตสาหกรรมหรือทางทหารในอดีตและปัจจุบันที่มีความคุ้นเคยกับเครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ EA-18G Growler
เน้นว่าเป็นไปไดhมากที่เครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ EA-18G ที่ถูกใช้สำหรับปฏิบัติการน่าจะถูกส่งขึ้นบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ CVN-78 USS Gerald R Ford(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ford-nimitz.html)

ซึ่งเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ลำแรก เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-78 USS Gerald R Ford ได้เปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ภูมิภาคอเมริกาใต้จากทะเล Mediterranean ในเดือนตุลาคม 2025 ตามข้อมูลทางการของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ฝูงบินโจมตี Electronic VAQ-142(Electronic Attack Squadron 142) "The Gray Wolves" ที่ประจำการด้วยเครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ EA-18G Growler ถูกวางกำลังบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford

EA-18G ที่วางกำลังบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford ติดตั้งด้วยระบบก่อกวนสัญญาณทางยุทธวิธี AN/ALQ-99 TJS(Tactical Jamming System) กระเปาะโจมตีสงคราม Electronic(EW: Electronic Warfare) ทางอากาศที่ติดตั้งภายนอกเครื่อง
ถูกใช้ในการต่อต้านเป้าหมาย radar และการสื่อสารต่างๆเพื่อกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศบูรณาการของข้าศึก นักวิเคราะห์และแหล่งข่าวต่างๆในภาคอุตสาหกรรมหรือทางทหารในปัจจุบันและอดีตที่คุ้นเคยกับการปฏิบัติการของ Growler กล่าวกับ Janes ครับ

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

เรือประจัญบานชั้น Trump ลำแรก BBG-1 USS Defiant จะมีราคาสูงเท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford

First Trump-class battleship will cost as much as aircraft carrier, predicts analyst



US President Donald Trump confirmed details of the new class of large surface combatants, the battleships at a press conference on 22 December. (The White House)


It took the US Navy 11 years from programme start to commission the USS Zumwalt shown here. (US Navy)

เรือลำแรกของเรือประจัญบานชั้น Trump เรือประจัญบาน BBG-1 USS Defiant จะมีราคาค่าใช้จ่ายที่สูงเทียบเท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ford-nimitz.html)
ตามการวิเคราะห์จากศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ(CSIS: Center for Strategic and International Studies) เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงและอุปสรรคการพัฒนาต่างๆที่มีนัยสำคัญอื่นๆ

"เรือลำนี้จะไม่มีวันออกเดินเรือ"("This ship will never sail") เขียนโดย พันเอก(colonel) Mark Cancian อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) ที่เกษียณแล้วผู้ซึ่งขณะนี้เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของแผนกกลาโหมและความมั่นคงของ CSIS 
ในการให้ความเห็นในบทความ 'เรือประจัญบานของกองเรือทองคำจะไม่มีวันออกเดินเรือ'(Golden Fleet's Battleship Will Never Sail) ที่ CSIS เผยแพร่ทาง online เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2025

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ได้ยืนยันรายละเอียดต่างๆของเรือรบผิวน้ำขนาดใหญ่เรือประจัญบานชั้นใหม่ในการประชุมสื่อเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/trump-bbg-1-uss-defiant.html)
เรือประจัญบานชั้น Trump แต่ละลำจะมีระวางขับน้ำที่มากกว่า 27,216tonnes ถึง 36,287tonnes จะรวมการจัดหาเรือระยะแรกจำนวน 10ลำ แต่จะทยอยรวมการขยายกองเรือที่จำนวนระหว่าง 20-25ลำ ซึ่งเรือประจัญบานจำนวน 2ลำแรกจะพร้อมภายใน 2ปี 6เดือน

Cancian เน้นว่า "ที่ระวางขับน้ำ 30,000tons ถึง 40,000tons(27,216tonnes ถึง 36,287tonnes) ที่อ้างโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump เรือมีขนาดใหญ่มากกว่าเรือลำใดๆที่สหรัฐฯได้สร้างใน 80ปีที่ผ่านมานี้ นอกเหนือจากเรือบรรทุกเครื่องบินต่างๆ
เรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Zumwalt ที่ถูกตัดลดจำนวนลง(ถูกสร้างเพียง 3ลำ) มีระวางขับน้ำ 15,000tons(13,608tonnes) แต่ใช้เวลาถึง 11ปีตั้งแต่โครงการเริ่มต้น(ในปี 2005) ที่จะขึ้นระวางประจำการเรือลำแรก(เรือพิฆาต DDG-1000 USS Zumwalt ในปี 2016)"

"เรือประจัญบานจะเป็นมากกว่าสองเท่าตามที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีความซับซ้อนมากกว่าด้วยขีดความสามารถทางนิวเคลียร์กับระบบอาวุธพลังงานตรง(DEW: Directed Energy Weapon) ต่างๆ
เรือลำแรกเรือประจัญบาน BBG-1 USS Defiant น่าจะขึ้นระวางประจำการในต้นถึงกลางปี 2030s ถ้าสมมุติว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ" Cancian เน้น(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/zumwalt-hypersonic.html)

ปัจจุบันเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke Flight III(ลำแรก Flight I เรือพิฆาต DDG-51 USS Arleigh Burke) มีระวางขับน้ำที่ 9,000tons(8,165tonnes) และมีราคาต่อลำที่ $2.8 billion ความเห็นของศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ CSIS เน้น
กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้วางกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ลำแรกแล้ว เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-78 USS Gerald R Ford ที่ขึ้นระวางประจำการในปี 2017(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/cvn-78-uss-gerald-r-ford.html)

เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สองเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ยังคงมีความล่าช้าในการสร้างโดยกำหนดส่งมอบล่าสุดคือราวเดือนมีนาคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/cvn-79-uss-john-f-kennedy-f-35c.html)
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สามเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-80 USS Enterprise ลำที่สี่เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller กำลังในระหว่างการสร้าง และลำที่ห้าเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-82 USS William J. Clinton และลำที่หกเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-83 USS George W. Bush ได้รับการวางแผนจัดหาแล้วครับ

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567

กองทัพเรือสหรัฐฯสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F Super Hornet เพิ่ม 17เครื่อง

US Navy orders 17 additional F/A-18E/F Super Hornets







The first F/A-18E/F Super Hornet Block III for the US Navy made its maiden flight on 4 June 2020. The latest order will keep the Super Hornet production line open until 2027. (Boeing)

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้วางคำสั่งซื้อวงเงิน $1.1 billion สำหรับเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18E/F Block III Super Hornet ใหม่จำนวน 17เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/boeing-fa-18ef-super-hornet-2025.html
ที่เป็นการจัดหาเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว F/A-18E จำนวน 5เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18F จำนวน 12เครื่อง กำหนดการส่งมอบจะเริ่มต้นในปลายปี 2026 และดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2027

ข้อตกลงรวมถึง "ระยะที่หนึ่งของชุดข้อมูลทางเทคนิคเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F และเครื่องบินโจมตีสงคราม electronic แบบ EA-18G รวมถึงการปฏิบัติการ, การบำรุงรักษา, การติดตั้ง และข้อมูลการฝึก" ตามเอกสารแจ้งการประกาศสัญญาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2024
สิทธิข้อมูลเข้ารหัสความปลอดภัยต่อเครื่องบินมีจุดประสงค์ที่จะทำให้กองทัพเรือสหรัฐฯจะดำรงสภาพเครื่องบินเหล่านี้ด้วยกำลังพลและสถานที่ของตนเองมากกว่าที่จะพึ่งพาบริษัท Boeing สหรัฐฯหรือผู้รับสัญญารองรายต่างๆ

ทั้งกองทัพเรือสหรัฐฯและกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในหลายปีที่ผ่านมาล่าสุดได้วางลำดับความสำคัญระดับสูงเกี่ยวกับสิทธิในข้อมูลเข้ารหัสรักษาความปลอดภัย
เป็นการพิสูจน์ว่ากำลังพลของกองทัพเรือสหรัฐฯและกองทัพอากาศสหรัฐฯสามารถปรนนิบัติซ่อมบำรุงอากาศยานในจำนวนเงินที่น้อยกว่าการว่าจ้างผู้รับสัญญา

และสิทธิในข้อมูลเข้ารหัสความปลอดภัยดังกล่าวนั้นมีความจำเป็นต่อผลกระทบการดัดแปลงต่างๆในอนาคตที่อาจจะรวมถึงสิ่งอุปกรณ์จากแหล่งที่มาบุคคลที่สามรายต่างๆ(third parties) "ชุดข้อมูลทางเทคนิคเป็นส่วนสำคัญของการเจรจานี้ 
มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความพร้อมปฏิบัติการและการดำรงสภาพหลังการผลิตของการบินนาวี" พลเรือตรี John Lemmon นายทหารอำนวยการบริหารโครงการฝ่ายโครงการอากาศยานทางยุทธวิธีกองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2024

คำสั่งซื้อใหม่นี้ได้ยืดอายุสายการผลิตของเครื่องบินขับไล่ตระกูล F/A-18 Hornet ในโรงงานอากาศยาน St Louis ของบริษัท Boeing ในมลรัฐ Missouri ซึ่งเดิมมีกำหนดที่จะปิดสายการผลิตในปี 2025 โดยปราศจากคำสั่งซื้อเพิ่มเติม
คำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F Super Hornet Block III ล่าสุดเพิ่มเติมรวมจำนวน 17เครื่องนี้จะทำให้สายการผลิตสามารถคงเปิดต่อไปได้จนถึงปี 2027 ที่มีกองทัพเรือสหรัฐฯเป็นผู้ใช้งานหลักในฐานะเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน

สหรัฐฯได้ส่งออกเครื่องบินขับไล่ F/A-18F Super Hornet จำนวน 24เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/fa-18f.html) และเครื่องบินโจมตีสงคราม electronic แบบ EA-18G Growler จำนวน 12เครื่องแก่ออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/ea-18g-growler.html)
คูเวตยังเป็นผู้ใช้งานส่งออกอีกรายสำหรับเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F จำนวน 28เครื่องแบ่งเป็น F/A-18E ที่นั่งเดี่ยวจำนวน 22เครื่อง และ F/A-18F สองที่นั่งจำนวน 6เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/boeing-fa-18ef-super-hornet.html)

วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2567

ผู้บังคับการเรือกล่าวไม่ยุติธรรมที่จะเปรียบเทียบเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ใหม่กับเรือชั้น Nimitz เก่า

'Unfair' to compare new class to Nimitz carriers, says Ford commanding officer







USS Gerald R Ford returned to Norfolk, Virginia, after an eight-month deployment that tested the ship's new technologies. (Janes/Michael Fabey)

ระหว่างการวางกำลังระยะเวลา 8เดือนรวมถึงการปฏิบัติการในทะเล Mediterranean เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ CVN-78 USS Gerald R Ford กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้ตรงการคาดการณ์การปฏิบัติการสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นใหม่
ที่จะบดบังเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz ที่เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ใหม่กำลังจะทดแทน ตามที่กล่าวโดย นาวาเอก Rick Burgess ผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford

"มันเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ยุติธรรม" นาวาเอก Burgess กล่าวเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2024 ระหว่างการบรรยายสรุปริมท่าเทียบเรือกับสื่อในช่วงเวลาที่เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford จอดเทียบท่าฐานทัพเรือ Norfolk มลรัฐ Virginia ฐานที่ตั้งของเรือ
หลังการวางกำลังของเรือซึ่งถูกเพิ่มขยายออกไป 75วันเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในทะเล Mediterranean ในความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในอิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/iron-dome-mdtf.html)

ระหว่างช่วงเวลาการวางกำลัง 239วันดำเนินไปอยู่ เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford และลูกเรือได้เนินการรับส่งกำลังบำรุง 43เครื่อง, ปูมเรือบันทึกการปฏฺิบัติการบินอย่างน้อย 17,826ชั่วโมงบิน และ 10,396เที่ยวบิน,
เดินเรือเป็นระยะทางอย่างน้อย 83,476nmi และลำเลียงเชื้อเพลิง 20.7 million gallons(78.4 million litres) โดยปราศจากอุบัติเหตุ(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/cvn-78-uss-gerald-r-ford.html)

เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford ยังได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายอากาศยานบนดาดฟ้าบิน 33,444ครั้ง, การเคลื่อนย้ายอากาศยานในโรงเก็บอากาศยาน 3,124ครั้ง, การเคลื่อนย้ายอากาศยานบน lift 2,883ครั้ง,
การพัฒนาการการเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน 16,351ครั้ง และการขนส่งแผ่นรอง pallets ของสัมภาระและจดหมาย 8,850ครั้ง(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/nimitz-lcs-independence.html)

การปฏฺิบัติการต่างๆเหล่านี้นำไปสู่การทดสอบระบบส่งอากาศยานบินขึ้นและรับกลับมาลงจอด, lift ยกอาวุธ, การออกแบบดาดฟ้า, วิทยาการเครื่องกำเนิดพลังงานขับเคลื่อน และระบบและอุปกรณ์ใหม่อีกหลายรายการของเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford
ที่มีความหมายถึงการทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินเคลื่อนย้ายอากาศยาน, สิ่งปัจจัย และอาวุธได้เร็วขึ้นกว่าอย่างมากกว่าเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/cvn-68-uss-nimitz.html)

นาวาเอก Burgess และพลเรือตรี Erik Eslich ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่12(CSG-12, Carrier Strike Group 12) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์จอดทอดสมอเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford 
กล่าวกับสื่อระหว่างการบรรยายสรุปว่าระบใหม่ต่างๆของเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford ปฏิบัติงานได้ตามที่ออกแบบไว้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/cvn.html)