แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Estonia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Estonia แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เอสโตเนียรับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM เยอรมนีชุดแรก

Estonia receives first IRIS-T SLM air defence systems





The Estonian Air Defence Wing received its first IRIS-T SLM systems at Ämari Air Base on 22 June. (Diehl Defence)



กองบินป้องกันภัยทางอากาศเอสโตเนีย(Estonian Air Defence Wing) ได้รับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM(Surface Launched Medium Range) หน่วยยิงแรกของตนแล้ว ณ ฐานทัพอากาศ Ämari เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026
ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย(ECDI: Estonian Centre for Defence Investments, RKIK: Riigi Kaitseinvesteeringute Keskus) และบริษัท Diehl Defence เยอรมนีประกาศภายหลังในวันเดียวกัน

รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Hanno Pevkur กล่าวว่า "IRIS-T เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยกลางที่ได้รับการพิสูจน์ตนเองในยูเครนแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/iris-t-slm.html) และนำการป้องกันทางอากาศของเราไปสู่ระดับใหม่
ทำให้เรามีความสามารถที่จะโจมตีฝ่ายตรงข้ามจากระยะที่ไกลมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและที่เพดานบินที่สูงกว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้แบบต่างๆที่เรามีอยู่"(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/iris-t-slm.html)

"สงครามในยูเครนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการป้องกันภัยทางอากาศที่แข็งแกร่งเป็นส่วนศูนย์กลางของการป้องกันประเทศของชาติ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปกป้องประชาชนของเรา, หน่วยกองกำลังป้องกันประเทศต่างๆของเรา, และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ"
ผู้บัญชาการกองทัพอากาศเอสโตเนีย(Estonian Air Force, Eesti Õhuvägi) พลอากาศจัตวา Riivo Valge กล่าวว่า "ความได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของระบบแท่นยิงนี้ซึ่งเราไม่เคยมีมาก่อนคือเพดานบินโจมตี ซึ่งป้องกันข้าศึกจากการบินเหนือเรา"

"เมื่อระบบนี้ถูกวางกำลังในภาคสนามข้าศึกจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้และค้นหาเส้นทางการบินโคจรทางเลือกอื่นๆ และเนื่องจากระบบนี้มีความว่องไวทางยุทธวิธี ข้าศึกจะต้องทำการตัดสินใจต่างๆเหล่านี้ภายใต้การกดดันของเวลา
สร้างเงื่อนไขต่างๆสำหรับความผิดพลาดต่างๆที่เราสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้" พลอากาศจัตวา Valge คาดว่ามันจะใช้เวลาหลายเดือนเพื่อที่จะฝึกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและวางกำลังระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM

รัฐบาลเอสโตเนียในนครหลวง Tallinn ได้ประกาศการลงนามสัญญาจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM จำนวน 3หน่วยยิงเป็นวงเงิน 400 million Euros($429.28 million) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2023
เป็นการลงทุนทางกลาโหมด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเอสโตเนียในเวลานั้น เอสโตเนียจะได้รับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM ที่เหลืออีก 2หน่วยยิงภายในปี 2027

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM ถูกออกแบบเพื่อป้องกันต่อภัยคุกคามต่างๆ รวมถึงอากาศยานปีกนิ่งและอากาศยานปีกหมุน, อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน, และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ข้าศึกที่ระยะไกลถึง 40km และเพดานบินสูงถึง 20km 
ระบบประกอบด้วยแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ 2แท่นยิง, รถ radar และระบบบัญชาการและควบคุมสำหรับการตรวจการณ์น่านฟ้าและชี้เป้าหมาย ตามข้อมูลจากบริษัท Diehl ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/iris-t-slm-arrow.html)

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569

เอสโตเนียยกเลิกแผนจัดหารถรบทหารราบ CV90 MkIV สวีเดน และจัดหาจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS สหรัฐฯเพิ่ม 3ระบบ

Estonia cancels CV90 MkIV IFV procurement plans



Estonia plans to upgrade its existing CV90s (pictured) rather than buy CV90 MkIV new builds. (EDF)

Estonia procures more HIMARS



Estonia received its first six HIMARS MRLs on 30 April 2025. (Estonian Defence Forces (EDF)/Siim Verner Teder)

ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย(ECDI: Estonian Centre for Defence Investments, RKIK: Riigi Kaitseinvesteeringute Keskus) ยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ว่า
เอสโตเนียได้ยกเลิกแผนที่จะจัดหารถรบทหารราบ CV90 MkIV IFV(Infantry Fighting Vehicle) ใหม่จากสวีเดนแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/cv90-mkiv-152.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/09/cv90-mk-iv-246.html)

สื่อสาธารณะเอสโตเนีย(Estonian Public Broadcasting, ERR: Eesti Rahvusringhääling) รายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 ที่ผ่านมาว่า รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Hanno Pevkur ได้กล่าวว่า
รัฐบาลเอสโตเนียในนครหลวง Tallinn ได้ยกเลิกโครงการจัดซื้อจัดจ้างรถรบทหารราบ CV90 MkIV วงเงิน 500 million Euros(เกือบ $590 million) ในความชื่นชอบต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบไร้คนขับต่างๆ

โฆษกศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI กล่าวกับ Janes ว่า "เอสโตเนียได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการทดแทนรถรบทหารราบ CV90 ด้วยระบบรุ่นใหม่ โดยงบประมาณวงเงินราว 100 million Euros
จะได้รับการจัดสรรเพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยรถรบทหารราบ CV90 IFV ที่มีอยู่ การวางแผนสำหรับการใช้งบประมาณที่เหลืออยู่ที่ได้รับการจัดสรรคแล้วขณะนี้กำลังอยู่ในการดำเนินการ"

"ข้อเสนอสำหรับการใช้งบประมาณเหล่านั้นจะถูกยื่นเรื่องโดยกองทัพเอสโตเนีย(EDF: Estonian Defence Forces, Eesti Kaitsevägi) ในฐานะการปรึกษาทางทหารจากผู้บัญชาการกองทัพเอสโตเนีย พลโท Andrus Merilo"
เอสโตเนียเคยเป็นหนึ่งในหกประเทศที่ลงนามข้อตกลงทางเทคนิคในเดือนพฤศจิกายน 2025 ในการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้รับการดำเนินการผ่านการริเริ่ม CV90 MkIV กลุ่มชาติ Nordic ที่นำโดยสวีเดน

ประเทศอื่นที่ได้ลงนามข้อตกลงคือฟินแลนด์, นอร์เวย์, ลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/leopard-2a8-44.html), และเนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/cv9035nl.html)
ข้อตกลงทางเทคนิคกำหนดหลักการเฉพาะโครงการของความร่วมมือการทำงาน, ความต้องการทางเทคนิคต่างๆ, และแผนการปฏิบัติที่เห็นชอบจนกว่าจะมีการลงนามสัญญาหลัก ซึ่งเดิมวางแผนจะมีในกลางปี 2026

การส่งมอบรถรบทหารราบ CV90 MkIV IFV แก่ประเทศที่เข้าร่วมมีแผนในปี 2028 การสอบถามโดย Janes ว่ารถรบทหารราบ CV90 ของเอสโตเนียที่มีอยู่จะได้รับการปรับปรุงหรือไม่ โฆษก ECDI เอสโตเนียตอบกลับว่า
"เอสโตเนียได้ตัดสินใจว่า ณ ปัจจุบันมันสมเหตุสมผลกว่าที่จะปรับปรุงความทันสมัยรถรบทหารราบที่มีอยู่มากกว่าที่จะทดแทนพวกมัน การปรับปรุงความทันสมัยจะสร้างความมั่นใจการดำรงรักษาขีดความสามารถและประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรได้"

ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI ยังประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ว่า ตนและบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ
ได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS(High Mobility Artillery Rocket System) เพิ่มเติมจำนวน 3ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/m142-himars-4.html)

รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Pevkur กล่าวว่า "ระบบ HIMARS เพิ่มเติมจะสร้างความมั่นใจขีดความสามารถการโจมตีทางลึกที่จำเป็นโดยกองทัพเอสโตเนียและ NATO เสริมความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญทั้งขีดความสามารถการป้องกันประเทศและการป้องปรามแห่งชาติของเรา"
ECDI เอสโตเนียเสริมว่าข้อตกลงรวมถึงการลงทุนวงเงินประมาณ $11 million ในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเอสโตเนีย ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Pevkur คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนทางการเงิน

Janari Kasemets ผู้จัดการการจัดประเภทระบบการรบของศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI กล่าวว่านอกจากการจัดซื้อจัดจากระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร HIMARS และเครื่องกระสุน องค์ประกอบขีดความสามารถการซ่อมบำรุงระบบที่มอบให้บริษัทต่างๆในเอสโตเนียจะถูกจัดตั้งขึ้น
เขาเสริมว่า "การลงทุน $11 million ในเอสโตเนียจะถูกผสมผสาน ณ การริเริ่มของ Lockheed Martin สหรัฐฯ ด้วยการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ เช่น ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โปแลนด์, และฟินแลนด์ เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในภูมภาคที่กว้างขวางและดำรงความพร้อมของการบริการต่างๆที่จำเป็นในประเทศ"

การสอบถามโดย Janes ว่ามีบริษัทต่างๆของเอสโตเนียรายใดบ้างที่จะได้รับมอบองค์ประกอบการซ่อมบำรุง โฆษก ECDI เอสโตเนียตอบกลับเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ว่า "ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในขั้นการเจรจา"
เอสโตเนียได้รับมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS จำนวน 6ระบบแรกของตนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2025 เมื่อระบบถูกขนส่งทางอากาศโดยเครื่องบินลำเลียง Antonov An-124 ยูเครนมายังฐานทัพอากาศ Ämari และส่งมอบให้แก่กองทัพเอสโตเนีย

โฆษก ECDI เอสโตเนีย กล่าวกับ Janes ว่า จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS หกระบบที่ถูกส่งมอบแล้วได้อยู่ในประจำการและทำการยิงด้วยกรนะสุนจริงครั้งแรกในกลางปี 2025 เขาคาดว่าจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร HIMARS เพิ่มเติมจำนวน 3ระบบจะถูกส่งมอบภายในสิ้นปี 2027
ปัจจุบันกองทัพบกเอสโตเนีย(Estonian Land Forces, Maavägi) มีรถรบทหารราบ CV9035EE ในประจำการจำนวน 44คัน ซึ่งเดิมเป็นรถรบทหารราบ CV9035NL ของเนเธอร์แลนด์ที่ถูกจัดหาในปี 2014(https://aagth1.blogspot.com/2014/10/cv90.html) และรับมอบครบในปี 2019ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

Defense & Security 2025: ยานยนต์รบไร้คนขับ DTI D-Iron UGV สำหรับกองทัพบกไทยใกล้จะเสร็จสิ้นการทดสอบก่อนพิจารณาจัดหาจำนวนมาก

Defense & Security 2025: Edge positions for THeMIS opportunity in Thailand







The THeMIS Combat UGV is seen displayed at Defense & Security 2025 in Bangkok integrated with Valhalla's LOKI remote-controlled weapon station integrated with a 7.62 mm gun. (My Own Photos and Milrem Robotics/Defense & Security)

หุ่นยนต์ยุทธวิธียานยนต์รบไร้คนขับ D-Iron RCV(Robotic Combat Vehicle) ที่มีพื้นฐานจากยานยนต์รบไร้คนขับ THeMIS(Tracked Hybrid Modular Infantry System) UGV(Unmanned Ground Vehicle) เอสโตเนีย
กำลังใกล้จะเสร็จสิ้นการทดสอบต่างๆกับกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ก่อนโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความเป็นไปได้(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/smart.html)

การพูดคุยกับ Janes ณ นิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่จากบริษัท Edge Group สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายหลักของบริษัท Milrem Robotics เอสโตเนียผู้พัฒนายานยนต์รบไร้คนขับ THeMIS UGV กล่าวว่า

การทดสอบต่างๆของหุ่นยนต์ยุทธวิธียานยนต์รบไร้คนขับ D-Iron RCV ของกองทัพบกไทยคาดว่าจะเสร็จสิ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-dti-d-iron.html)
โครงการ D-Iron RCV(THeMIS UGV) ในไทยเป็นการผลักดันร่วมกันโดยบริษัท Edge และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมไทย

"เรามีความเป็นหุ้นส่วนกับ DTI มาเป็นเวลาสักระยะแล้ว เราได้มีการทำโครงการทดสอบและประเมินค่าที่ครอบคลุมร่วมกันกับ DTI ไทยในระบบยานยนต์ไร้คนขับ THeMIS UGV" Miles Chambers รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจนานาชาติของ Edge สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าว
"ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงการทดลองโดยผู้ใช้งานรวมถึงการวางกำลังใช้งานจริงและนั่นกำลังดำเนินอยู่ เราหวังว่านี่จะเสร็จสิ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้าที่จะมาถึง และหลังจากนั้นเรามั่นใจว่าเราจะเห็นโครงการจัดหาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น" เขาเสริม

Miles ยังยืนยันว่ายานยนต์รบไร้คนขับ THeMIS UGV รุ่นที่จัดแสดงในงาน Defense & Security 2025 เป็นรูปแบบที่กำลังได้รับการส่งเสริมการนำเสนอแก่กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/dti-d-iron-rcv.html)
รูปแบบที่จัดแสดงนี้มีคุณลักษณะติดตั้งด้วยแท่นยิงอาวุธ remote(RCWS: Remote-Controlled Weapon Station) แบบ LOKI ของบริษัท Valhalla สโลวาเกีย ที่บูรณาการติดตั้งปืนกลขนาด 7.62mm

แท่นยิงอาวุธ LOKI RCWS สนับสนุนการติดอาวุธหลายขนาดลำกล้องตั้งแต่ปืนกลขนาด 5.56mm จนถึงปืนกลหนักขนาด 12.7mm ตามข้อมูลจากบริษัท Edge สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แท่นยิงอาวุธ LOKI RCWS มีระยะยิงหวังผลในการโจมตีเป้าหมายต่างๆที่ระยะไกลถึง 2,000m และสามารถใช้ในภารกิจการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ได้ด้วย

ความเห็นวิเคราะห์
หุ่นยนต์ยุทธวิธียานยนต์รบไร้คนขับ D-Iron RCV ที่ถูกสร้างต้นแบบเพื่อทดสอบโดยความร่วมมือระหว่าง DTI ไทย และ Milrem Robotics เอสโตเนียก่อนหน้าเป็นรูปแบบสำหรับการรบด้วยการมอบอำนาจการยิงสนับสนุนแก่ทหารราบ
โดยบูรณาการป้อมปืน RWS(Remote Weapon Station) แบบ R400S-Mk2 D-HD(Direct Drive-Heavy Duty) จากบริษัท Electro Optic Systems(EOS) ออสเตรเลีย และติดปืนกล Northrop Grumman M230LF ขนาด 30mm สหรัฐฯ

กองทัพบกไทยมีความต้องการหุ่นยนต์ยุทธวิธี D-Iron สำหรับภารกิจต่างๆรวมถึง การสนับสนุนทหารราบ, การเฝ้าตรวจชายแดน, การลาดตระเวน, การส่งกำลังบำรุง และปฏิบัติการต่อต้านการก่อความไม่สงบ(COIN: Counter-Insurgency) ซึ่งระบบ THeMIS UGV มีขีดความสามารถในการปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ 
อย่างไรก็ตามในการสอบถามโดยผู้เขียน(ผู้แปล) DTI ไทยไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธว่ามีการใช้หุ่นยนต์ยุทธวิธียานยนต์รบไร้คนขับ D-Iron RCV วางกำลังในการรบจริงระหว่างการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ หรือไม่ครับ

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568

Milrem Robotics เอสโตเนียเปิดตัวยานยนต์รบไร้คนขับล้อยาง HAVOC 8x8 UGV

Milrem Robotics launches Havoc combat UGV




Milrem Robotics' Havoc wheeled combat UGV, launched at DSEI 2025. (Milrem Robotics)



บริษัท Milrem Robotics เอสโตเนียในเครือกลุ่มบริษัท Edge Group สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดตัวยานยนต์รบไร้คนขับ Combat UGV(Unmanned Ground Vehicle) อย่างเป็นทางการยานยนต์รบไร้คนขับ Havoc 8x8 RCV(Robotic Combat Vehicle) 
ซึ่งเป็นรถรบหุ้มเกราะล้อยางที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ผลิตโดย Milrem Robotics เอสโตเนีย ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศและความมั่นคงนานชาติ Defence and Security Equipment International(DSEI) 2025 ที่จัดขึ้นในกรุง London สหราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 9-12 กันยายน 2025

ถูกออกแบบในฐานะยานเกราะล้อยางขนาดใหญ่แบบแรกโดยบริษัท Milrem Robotics ยานยนต์รบไร้คนขับล้อยาง Havoc 8x8 สามารถติดตั้งแท่นยิงอาวุธ remote(RWS: Remote Weapon Station) ได้หลายกหลายแบบ
และมีการสื่อสารเช่นเดียวกับระบบอื่นๆที่มีพร้อมใช้งานแล้ว ต้องขอบคุณต่อชุดการบูรณาการรูปแบบการทำงานอัจฉริยะ Milrem Intelligent Function Integration Kit(MIFIK)

ชุดระบบการทำงานอัตโนมัตินี้ประกอบด้วระบบตรวจจับและอุปกรณ์ electro-optical(EO) ต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ตรวจจับแสงและวัดระยะ(LIDAR: Light Detection and Ranging) ต่างๆ, กล้องกลางวันและกลางคืน, และกล้องสร้างภาพความร้อน 
ในหลายตำแหน่งทั่วทั้งตัวถังรถของระบบยานยนต์รบไร้คนขับ Havoc 8x8 RCV ชุด kit เช่นเดียวกันนี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับระบบยานยนต์ไร้คนขับอื่นๆที่ผลิตโดยบริษัท Milrem Robotics

เช่น ยานยนต์รบไร้คนขับตระกูล THeMIS(Tracked Hybrid Modular Infantry System) UGV(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/smart.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-dti-d-iron.html)
ตามข้อมูลจากตัวแทนของ Milrem Robotics เอสโตเนีย การขับอัตโนมัติสามารถทำได้โดยการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence)(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/dti-d-iron-rcv.html)

ยานยนต์รบไร้คนขับ Havoc 8x8 RCV ได้ถูกจัดแสดงโดยติดตั้งปืนกลหนักขนาด 12.7mm และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ของบริษัท Frankenburg Technologies เอสโตเนีย
แต่สามารถที่จะติดตั้งระบบอาวุธลำกล้องขนาดใหญ่ได้ Patrick Shepherd ผู้อำนวยการฝ่ายขาย(CSO: Chief Sales Officer) ของบริษัท Milrem Robotics กล่าวกับ Janes ในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของยานยนต์รบไร้คนขับ HAVOC RCV ที่งาน DSEI 2025

เขาเสริมว่าระบบขับเคลื่อนของยานยนต์รบไร้คนขับ HAVOC RCV ทำให้รถสามารถปฏิบัติการได้ต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 15ชั่วโมง ซึ่งทำให้ระบบมีความเป็นไปได้จริงในการมีระยะปฏิบัติการไกลกว่า 600km ในภูมิประเทศ และ 1,000km บนถนน ขึ้นอยู่กับความต้องการการปฏิบัติการ
ยานยนต์รบไร้คนขับล้อยาง Havoc RCV ที่จัดแสดงในงานยังได้ติดตั้งด้วยป้อมปืนไร้พลประจำภายในแบบ Protector RWS พร้อมปืนใหญ่กลขนาด 30mm ของบริษัท Kongsberg Defence & Aerospace นอร์เวย์ด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568

Saab สวีเดนและ ST Engineering สิงคโปร์เสนอเรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่ง LMV สำหรับกองทัพเรือเอสโตเนีย

Saab and ST Engineering propose Littoral Mission Vessel for Estonian Navy





Saab and ST Engineering are offering the Estonian Navy a variant of the LMV operated by the RSN. (Saab/Republic of Singapore Navy)

บริษัท Saab สวีเดนได้จัดแสดงแบบจำลองของเรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่ง(LMV: Littoral Mission Vessel) ณ งานแสดง Estonian Defence Week Expo 2025 ที่จัดขึ้นในนครหลวง Tallinn ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน 2025
Saab สวีเดนและบริษัท ST Engineering สิงคโปร์กำลังเสนอเรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่ง LMV สำหรับกองทัพเรือเอสโตเนีย(Estonian Navy, Merevägi)(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/singsiam-2024-open.html)

ตัวแทนของบริษัท Saab ที่ส่วนจัดแสดงในงาน Estonian Defence Week Expo 2025 กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2025 ว่า เอสโตเนียจะได้รับการเสนอการแบ่งการทำงานร้อยละ30-50
ในโครงการเรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่ง Littoral Mission Vessel รวมถึงการสร้างตัวเรือของตน ณ อู่ต่อเรือของเอสโตเนีย โดย Saab สวีเดนจะส่งมอบส่วนดาดฟ้ายก(superstructure) ของเรือ

โฆษกบริษัท Saab กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2025 ว่า "Saab สวีเดน และ ST Engineering จากสิงคโปร์จัดตั้งการร่วมทีมขึ้นอีกครั้งในการเสนอเรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่ง LMV รุ่นสำหรับกองทัพเรือเอสโตเนีย
เรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่ง LMV ความยาวเรือ 80m ถูกใช้งานในประจำการโดยกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) ในชื่อเรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่งชั้น Independence"

"เรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่งชั้น Independence ทั้ง 8ลำซึ่งอยู่ท่ามกลางเรือหลักต่างๆของกองทัพเรือสิงคโปร์ ที่ซึ่งการออกแบบพื้นฐานและดาดฟ้ายกผสมถูกส่งมอบให้โดยบริษัท Saab Kockums ใน Karlskrona สวีเดน
และบริษัท ST Engineering Marine สิงคโปร์ดำเนินการออกแบบรายละเอียดและสร้างเรือในอู่ต่อเรือของตนในสิงคโปร์ ขณะที่กำลังรอสำหรับแผนระยะ 10ปีข้างหน้าที่จะมาถึงสำหรับการพัฒนากองทัพเรือเอสโตเนีย"

"Saab สวีเดนและ ST Engineering สิงคโปร์ปัจจุบันกำลังทำงานอย่างหนักที่กำลังมองหาหุ้นส่วนต่างๆภายในเอสโตเนียผู้ที่สามารถเสนอได้ทั้งมูลค่าเพิ่มต่อการผลิต ที่เป็นไปได้ในการรวมการสร้างตัวเรือในเอสโตเนีย 
และสร้างความมั่นใจได้ว่าในท้ายที่สุดข้อเสนอจะตรงต่อทุกความต้องการสำหรับเนื้อหาภายในในเอสโตเนียที่สามารถคาดการณ์ไว้ได้" โฆษกบริษัท Saab กล่าวกับ Janes

กองทัพเรือสิงคโปร์มีประจำการด้วยเรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่งชั้น Independence LMV ที่มีรูปแบบคล้ายเรือคอร์เวตจำนวน 8ลำคือ RSS Independence(15), RSS Sovereignty(16), RSS Unity(17), RSS Justice(18), RSS Indomitable(19), 
RSS Fortitude(20), RSS Dauntless(21), และ RSS Fearless(22) ซึ่งขึ้นระวางประจำการระหว่างเดือนพฤษภาคม 2017 และเดือนมกราคม 2020 เพื่อทดแทนเรือตรวจการณ์ชั้น Fearless ของกองทัพเรือสิงคโปร์

เรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่งชั้น Independence LMV มีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ 1,250tonnes กำลังพลประจำเรือ 23นายรวมนายทหารสัญญาบัตร 5นาย แต่ละลำติดตั้งด้วยปืนเรือ Oto Melara 76/62 Super Rapid หนึ่งแท่นยิงที่ตำแหน่งหลักส่วนหัวเรือ,
แท่นยิง Rafael Typhoon สำหรับปืนกล M242 25mm/87 Bushmaster ที่ท้ายเรือ, แท่นยิง remote Leonardo Hitrole สำหรับปืนกลหนัก 12.7mm สองแท่น, และแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) 12ท่อยิงที่หน้าเรือสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA ครับ

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เอสโตเนียเสร็จสิ้นการรับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR 6x6 ฝรั่งเศสครบ 12ระบบ

Estonia completes CAESAR 6x6 SPH procurement





EDF conscripts conducted their first live-fire exercises with CAESAR SPHs in March using the domestically produced Tooru fire-control system. (EDF)



กองทัพเอสโตเนีย(EDF: Estonian Defence Forces, Eesti Kaitsevägi) ได้รับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I 6x6 155mm SPH(Self-Propelled Howitzer) จากฝรั่งเศสเพิ่มเติมจำนวน 6ระบบ
ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย(ECDI: Estonian Centre for Defence Investments) ประกาศเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2025 ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I จะเข้าประจำการในกรมทหารปืนใหญ่ของกองพลเอสโตเนีย(Estonian Division)

การส่งมอบได้เสร็จสิ้นการจัดซื้อจัดจ้างปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ของเอสโตเนียที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2024 เมื่อ ECDI เอสโตเนียลงนามสัญญากับสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction Générale de l'Armement)
และบริษัท KNDS ฝรั่งเศสสำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I จำนวน 12ระบบ โดยมีตัวเลือกสำหรับการจัดหาเพิ่มเติมอีกหลายระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/caesar-mkii-109.html)

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I ชุดแรกจำนวน 6ระบบได้มาถึงเอสโตเนียในช่วงเริ่มต้นของปี 2025 และกองร้อยยิงปืนใหญ่ที่สองของกรมทหารปืนใหญ่ได้ถูกบรรจุกำลังพลจากกำลังสำรองในเดือนกรกฎาคม 2025 ระหว่างห้วงการฝึก
ECDI เอสโตเนียเน้นว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I เป็นระบบอาวุธยิงเล็งจำลอง(indirect fire weapon) ที่ทำให้หน่วยต่างๆสามารถที่จะวางกำลังได้อย่างรวดเร็วตลอดระยะทางที่ห่างไกล

และปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I สามารถโจมตีเป้าหมายต่างๆที่ระยะยิงเกินกว่า 40km ด้วยขนาดลำกล้องมาตรฐานทำให้สามารถใช้กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155mm มาตรฐาน NATO ได้หลากหลายแบบ
การนำระบบอัตโนมัติอย่างมีระดับมาใช้ผสมผสานกับความเรียบง่ายทำให้กำลังพลประจำปืนใหญ่สามารถถูกฝึกได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ตามข้อมูลจากศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI

ซึ่ง ECDI เอสโตเนียเสริมว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ได้ถูกใช้งานแล้วเป็นจำนวนมากในหลายประเทศสร้างความมั่นใจในการส่งกำลังบำรุงในและความพร้อมของอะไหล่ต่างๆในระยะยาว
(รวมถึงกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) จำนวน ๖ระบบในกองพันทหารปืนใหญ่ที่๗๒๑ กรมทหารปืนใหญ่ที่๗๒ ป.๗๒ พัน.๗๒๑ กองพลทหารปืนใหญ่)(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/blog-post.html)

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทหารกองประจำการชุดแรกของกองพันทหารปืนใหญ่ กองพลเอสโตเนีย กองทัพบกเอสโตเนีย(Estonian Land Forces, Maavägi) ได้เริ่มต้นการฝึกเพื่อใช้งานปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR
ในฐานะส่วนหนึ่งของหลักสูตรหน่วยย่อยกองร้อยปืนใหญ่ โดยการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงมีขึ้นครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2025 โดยการใช้ระบบควบคุมการยิง(FCS: fire-control system) แบบ Tooru ของเอสโตเนียเองครับ

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2567

นิทรรศการผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ทางทหารกองทัพบกไทย ๒๕๖๗ แสดงระบบ Smart ที่พัฒนาในประเทศหลายแบบ












Army Research and Development Office (ARDO), Royal Thai Army (RTA) held ARMY RESEARCH AND DEVELOPMENT EXHIBITION 2024 at RTA Command and General Staff College (CGSC) in Bangkok, Thailand on 9 August 2024.
Exhibition shown wide range of domestic military research and delovelopment programme from Royal Thai Armed Forces (RTARF), Ministry of Defence of Thailand and government agencies, educational institutions and private sector; included Domestic mechanical prosthetic arm for disabled soldiers, reconnaissance vertical take-off and landing (VTOL) unmanned aerial vehicle (UAV) and Attack VTOL UAV, detection radar and Counter-Unmanned Aircraft Systems (C-UAS) jammer system, and Defence Technology Institute (DTI)'s D-Iron RCV (Robotic Combat Vehicle) base on Estonian Milrem Robotics THeMIS Combat UGV (Unmanned Ground Vehicle) and D-EMPIR and Explosive Ordnance Disposal (EOD) robots. (Royal Thai Army)





นิทรรศการผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ทางทหารของกองทัพบก 
วันที่ 9 สิงหาคม 67 พล.อ. เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณามอบหมายให้ พล.อ. อุกฤษฎ์  บุญตานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน ในงานจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ทางทหารของกองทัพบก ประจำปี 2567 ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กรุงเทพมหานคร

 โดยภายในงาน สวพ.ทบ. ได้คัดเลือกผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ สามาถใช้งานได้ และเป็นประโยชน์ต่อกองทัพบก จำนวน 14 ผลงาน ซึ่งผลงานส่วนใหญ่เป็นผลงานที่มีศักยภาพพร้อมเข้าสู่สายการผลิต และบางส่วนอยู่ระหว่างกระบวนการทดสอบเพื่อให้ได้มาตรฐาน มีรายการจัดแสดงดังนี้
1. การพัฒนาแขนเทียมกลหยิบจับสิ่งของได้โดยใช้การควบคุมแขนเทียมกลด้วยชีวสัญญาณ (มทส.)
2.การพัฒนาระบบแบตเตอรี่แบบอัดประจุไฟฟ้าใหม่สำหรับอุปกรณ์สื่อสาร RT-710 (มช.)
3. การพัฒนาต้นแบบระบบแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมและเครื่องอัดประจุแบตเตอรี่รถถังแบบ OPLOT (มช.)
4.การวิจัยชุดแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนสำหรับรถถัง VT-4 และรถถังเบา Commando Stingray (มข.)
5. การพัฒนาต้นแบบการผลิตเครื่องกรองอากาศสำหรับหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ (มก.)
6. การวิจัยและพัฒนาระบบ Smart Alert Sensor ด้วยกระบวนการ Machine Learning (ขกท.)
7. ระบบอากาศยานขึ้นลงแนวดิ่งสำหรับงานลาดตระเวน (มทส.)
8. การดำรงสภาพยุทโธปกรณ์ระบบเรดาร์ DR-172 ADV (มกท.)
9.การพัฒนาต้นแบบชุดเชื่อมต่อระบบสื่อสารติดตามทางยุทธวิธีด้วยวิทยุสื่อสารระบบเรดิโอโอเวอร์ไอพี (สส.)
10. หุ่นยนต์ยุทธวิธี (D-IRON) (สทป.)
11. หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD ROBOT) (สทป.)
12. ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ DTI-UTC (สทป.)
13. การพัฒนาระบบเรดาร์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับและระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (มทส.)
14. โดรนโจมตีทิ้งระเบิด (หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กกล.นเรศวร)

นอกจากนี้ ยังมี การสาธิต การใช้งานระบบเรดาร์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับและระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับ "รางวัลชนะเลิศ" การประกวดผลงานวิจัยดีเด่นกองทัพบก ประจำปี 2567 และโดรนโจมตีทิ้งระเบิด ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับ "รางวัลชนะเลิศ" การประกวดสิ่งประดิษฐ์ทางทหาร ประจำปี 2567 เช่นกัน
ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ยังได้กรุณา #มอบใบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัล แก่คณะนักวิจัยและผู้บังคับหน่วยที่ให้การสนับสนุนการทำงานวิจัย ที่ได้รับรางวัลการประกวดผลงานวิจัยดีเด่นกองทัพบก ประจำปี 2567 ทั้งด้านยุทโธปกรณ์และด้านหลักการ รวม 10 รางวัล

งานแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ทางทหารของกองทัพบก ประจำปี ๒๕๖๗(Army Research and Development Exhibition 2024) โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก สวพ.ทบ.(ARDO: Army Research and Development Office) กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก(CGSC: Command and General Staff College) ในกรุงเทพมหานคร 
เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยและพัฒนาและสิ่งประดิษฐ์ทางทหารต่างๆจากหน่วยงานในกองทัพไทย(RTARF: Royal Thai Armed Forces), กระทรวงกลาโหมไทย, สถาบันทางการศึกษาของไทย และภาคเอกชนไทยหลายแบบ ซึ่งส่่วนใหญ่เป็นการแสดงถึงการนำระบบไร้คนขับอัจฉริยะ(Smart Unmanned Systems) มาใช้ประโยชน์

นอกจากโครงการที่ได้มีการเปิดตัวไปก่อนหน้าแล้วเช่นของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) ไทยอย่างหุ่นยนต์ยุทธวิธี D-IRON RCV(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-dti-d-iron.html) และหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดตระกูล D-EMPIR EOD(Explosive Ordnance Disposal) Robot
ระบบ Lithium-Ion battery สำหรับรถถังหลัก Oplot-T โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(Chiang Mai University) และสำหรับรถถังหลัก VT4 และรถถังเบาแบบ๓๒ ถ.เบา.๓๒ Commando Stingray โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น(Khon Kaen University)(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/blog-post.html) และวิทยุสื่อสารระบบ Radio over IP(RoIP) โดยกรมการทหารสื่อสาร สส.ทบ.(Army Sinal Department) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/blog-post.html)

โครงการอื่นๆยังรวมถึง แขนเทียมกล(mechanical prosthetic arm)ควบคุมด้วยชีวสัญญาณ(biosignal) สำหรับทหารที่ทุพลภาพ, ระบบอากาศยานขึ้นลงทางดิ่ง(VTOL UAV: Vertical Take-Off and Landing) สำหรับลาดตระเวน และระบบ Radar ตรวจจับและตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft Systems) โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(Suranaree University of Technology)
ระบบตรวจจับ Smart Alert Sensor พร้อมปัญญาประดิษฐ์ Machine Learning Artificial intelligence(AI) โดยหน่วยข่าวกรองทางทหาร ขกท.ทบ.(Army Military Intelligence Command) และอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิด(Attack quadcopter UAV) โดยหน่วยเฉพาะกิจราชมนู(Ratchamanu Task Force) กองกำลังนเรศวร(Naresuan Task Force) กองทัพภาคที่๓(3rd Army Area) ที่มีการนำไปทดลองใช้จริงบ้างแล้วครับ