French Navy retires Super Etendard
The French Navy's last Super Etendard Modernise (SEM) maritime strike aircraft back on the ground for good after they completed their final flight on 12 July.
Aircraft No.1 is painted in the camouflage scheme used when the Super Etendard first entered service in 1978. Source: Frederic Lert
http://www.janes.com/article/62317/french-navy-retires-super-etendard
กองการบินทหารเรือ(Aeronavale) กองทัพเรือฝรั่งเศส(Marine) ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่าเครื่องบินโจมตีประจำเรือบรรทุกเครื่องบินแบบ Super Etendard Modernise ได้ถูกปลดประจำการแล้วเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยเครื่องชุดสุดท้าย 5เครื่องที่เคยทำการบินในฝูงบิน Flottille 17F จะถูกเก็บรักษาไว้ในระยะยาว ทั้งนี้ความเป็นไปได้ที่เครื่องเหล่านี้จะถูกนำกลับมาทำการบินอีกครั้งดูไม่น่าจะเป็นไปได้มากนัก
เครื่องบินโจมตี Super Etendard ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรือฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1978 และได้รับการปรับปรุงมาหลายครั้งโดยโครงการปรับปรุงสุดท้ายคือ Standard 5 จำนวน 35เครื่อง
กองการบินทหารเรือฝรั่งเศสได้เริ่มการทำงานเพื่อปลดประจำการเครื่องบินโจมตี Super Etendard มาเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่การตัดสินใจยุติขีดความสามารถการซ่อมบำรุงเครื่องระดับอุตสาหกรรม
เดือนตุลาคม 2015 เครื่องบินโจมตี Super Etendard 8เครื่องยังคงถูกใช้งานและประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ร่วมกับเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale 18เครื่อง ในยุทธการ Chammal เพื่อโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังติดอาวุธก่อการร้าย DAESH
โดย Super Etendard 3เครื่องได้หมดอายุการใช้งานลงเมื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle เดินทางกลับมา Toulon เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำใหเหลือ Super Etendard เพียง 5เครื่องที่ยังทำการบินได้
การปลดประจำการเครื่องบินโจมตี Super Etendard ทำให้กำลังอากาศยานรบประจำเรือบรรทุกเครื่องบินกองทัพเรือฝรั่งเศสเป็นเครื่องบินขับไล่ Rafale M ที่ร้อยละ100 เครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน Rafale M จำนวน 48เครื่องได้ถูกส่งมอบตั้งแต่ปี 2001
โดยมี 4เครื่องสูญเสียในอุบัติเหตุ, 3เครื่องทำการบินที่ St Dizier (ร่วมกับเครื่องของกองทัพอากาศฝรั่งเศส Armee de l'Air) ในหน่วยฝึกบินเปลี่ยนแบบ และอีกเครื่องอยู่ที่ศูนย์ทดสอบกองทัพเรือ Hyeres
ทำให้เครื่องบินขับไล่ Rafale M จำนวน 40เครื่องถูกนำเข้าประจำการในฝูงบิน Flottille 11F, Flottille 12F และ Flottille 17F ซึ่งทั้งหมดมีที่ตั้งใน Landivisiau แคว้น Brittany โดยมีจำนวนเฉลี่ยฝูงบินละ 12เครื่อง
ฝูงบิน Flottille 17F ได้เริ่มทำการฝึกนักบินและช่างเครื่องสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale แล้ว แต่ฝูงบินจะไม่ถูกพิจารณาว่ามีความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราก่อนปี 2018
ซึ่งรวมถึงฝูงบินจะได้รับการอนุมัติให้มีขีดความสามารถในการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น ASMP-A ที่เป็นขีดความสามารถที่หายไปจากเครื่องบินโจมตี Super Etendard เมื่อทศวรรษที่แล้ว
ทั้งนี้เมื่อฝูงบิน Rafale ทั้งสามฝูงมีความพร้อมนำมาวางกำลังปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ได้แล้วนั้น
กองทัพเรือฝรั่งเศสก็สามารถที่จะวางกำลังฝูงบิน Rafale สองฝูงบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ได้ในเวลาเดียว โดยที่ฝูงที่สามจะยังคงวางกำลังที่ Landivisiau เพื่อการฝึกและสำรองการปฏิบัติการครับ
วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ภาพเปิดเผยความน่าจะเป็นไปได้ของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Type 094 จีนรุ่นใหม่
Images show possible new variant of China's Type 094 SSBN
This image of a what appears to be modified Chinese Type 094 SSBN reveals a sail that seems to have incorporated changes from the modified Type 093 sail. Source: Via Guancha.com
http://www.janes.com/article/62282/images-show-possible-new-variant-of-china-s-type-094-ssbn
หลังจากที่มีภายเผยแพร่ในสื่อสังคม Online ของจีนสำหรับเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์(SSN)ชั้น Type 093 (NATO กำหนดรหัส Shang) รุ่นใหม่เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ โดยถูกเรียกว่าชั้น Type 093B SSN
ล่าสุดก็มีภาพเผยแพร่ออกมาน่าจะเป็นไปได้ว่ากองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนน่าจะมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์(SSBN) ชั้น Type 094 (NATO กำหนดรหัส Jin) รุ่นใหม่อย่างน้อยหนึ่งลำ โดยถูกเรียกว่าชั้น Type 094A SSBN
ภาพของเรือดำน้ำโจมตีนิวเคลียร์ Type 093B ที่ออกมาเมื่อปลายเดือนที่แล้วแสดงถึงการปรับเปลี่ยนออกแบบปรับปรุงรูปทรงตัวเรือที่มีผลทางอุทกพลศาสตร์ในหลายส่วนเช่น
หอเรือที่เป็นทรงโค้งมนด้านบนด้านหน้าเหนือหน้าต่างนำร่องสังเกตุการณ์ และแนวลาดเอียงทำมุมขยายออกที่ฐานหน้าหอเรือ เพื่อลดเสียงที่เกิดจากการไหลของกระแสน้ำขณะเคลื่อนที่ใต้น้ำเป็นต้น
ซึ่งภาพเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Type 094 สองภาพที่ปรากฎใน Online Forum Haohanfw.com จีนนั้นแสดงถึงการปรับปรุงตัวเรือที่คล้ายคลึงกันในส่วนหอเรือจนถึงโหนกหลังหอเรือที่ติดตั้งท่อยิงขีปนาวุธ JL-2 จำนวน 12นัด
จากฉากหลังที่ปรากฎดูเหมือนว่าภาพเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธใหม่นี้อาจจะถูกถ่ายที่ฐานทัพเรือ Sanya ที่เกาะ Hainan ทะเลจีนใต้ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้(มีบางรายงานระบุว่าเป็นภาพตัดต่อเช่นกัน)
ตามข้อมูลที่มีการคาดเดาใน Online Forum ของจีนเช่นกันระบุว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Type 094 ลำที่สี่ได้มีการถูกสร้างขึ้นมาแล้ว
ซึ่งตั้งแต่ปี 2008 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ Pentagon ได้รายงานว่ามีการประเมินว่ากองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนจะมีการจัดหาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Jin เข้าประจำการถึง 5ลำ
จีนมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะปรับปรุงเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ของตนที่เชื่อว่ามี 'เสียงดัง' โดยในปี 2009 สำนักข่าวกรองทางเรือสหรัฐฯได้แสดงการจัดทำแผนผังระบุว่า
เรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Type 094 จีนซึ่งปล่อยลงน้ำครั้งแรกเมื่อปี 2004 นั้นมีเสียงดังกว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Project 667BDR (NATO กำหนดรหัส Delta III) รัสเซียที่ปล่อยลงน้ำครั้งแรกเมื่อปี 1976
ดังนั้นการปรับปรุงเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ Type 093 และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Type 094 จึงเป็นจุดหนึ่งในการที่จีนได้มีความพยายามพัฒนากำลังเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของตน
รายงานจาก Pentagon สหรัฐฯระบุว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์ยุคที่3ของจีนคือเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ Type 095 SSN และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Type 096 SSBN จะเริ่มเข้าประจำการในช่วงปี 2020s
โดยรายงานของ Pentagon ล่าสุดระบุว่าจีนกำลังพัฒนาขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ(SLBM: Submarine-Launched Ballistic Missile) แบบ JL-3 ใหม่ที่จะถูกนำมาใช้กับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Type 096 ครับ
This image of a what appears to be modified Chinese Type 094 SSBN reveals a sail that seems to have incorporated changes from the modified Type 093 sail. Source: Via Guancha.com
http://www.janes.com/article/62282/images-show-possible-new-variant-of-china-s-type-094-ssbn
หลังจากที่มีภายเผยแพร่ในสื่อสังคม Online ของจีนสำหรับเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์(SSN)ชั้น Type 093 (NATO กำหนดรหัส Shang) รุ่นใหม่เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ โดยถูกเรียกว่าชั้น Type 093B SSN
ล่าสุดก็มีภาพเผยแพร่ออกมาน่าจะเป็นไปได้ว่ากองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนน่าจะมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์(SSBN) ชั้น Type 094 (NATO กำหนดรหัส Jin) รุ่นใหม่อย่างน้อยหนึ่งลำ โดยถูกเรียกว่าชั้น Type 094A SSBN
ภาพของเรือดำน้ำโจมตีนิวเคลียร์ Type 093B ที่ออกมาเมื่อปลายเดือนที่แล้วแสดงถึงการปรับเปลี่ยนออกแบบปรับปรุงรูปทรงตัวเรือที่มีผลทางอุทกพลศาสตร์ในหลายส่วนเช่น
หอเรือที่เป็นทรงโค้งมนด้านบนด้านหน้าเหนือหน้าต่างนำร่องสังเกตุการณ์ และแนวลาดเอียงทำมุมขยายออกที่ฐานหน้าหอเรือ เพื่อลดเสียงที่เกิดจากการไหลของกระแสน้ำขณะเคลื่อนที่ใต้น้ำเป็นต้น
ซึ่งภาพเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Type 094 สองภาพที่ปรากฎใน Online Forum Haohanfw.com จีนนั้นแสดงถึงการปรับปรุงตัวเรือที่คล้ายคลึงกันในส่วนหอเรือจนถึงโหนกหลังหอเรือที่ติดตั้งท่อยิงขีปนาวุธ JL-2 จำนวน 12นัด
จากฉากหลังที่ปรากฎดูเหมือนว่าภาพเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธใหม่นี้อาจจะถูกถ่ายที่ฐานทัพเรือ Sanya ที่เกาะ Hainan ทะเลจีนใต้ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้(มีบางรายงานระบุว่าเป็นภาพตัดต่อเช่นกัน)
ตามข้อมูลที่มีการคาดเดาใน Online Forum ของจีนเช่นกันระบุว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Type 094 ลำที่สี่ได้มีการถูกสร้างขึ้นมาแล้ว
ซึ่งตั้งแต่ปี 2008 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ Pentagon ได้รายงานว่ามีการประเมินว่ากองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนจะมีการจัดหาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Jin เข้าประจำการถึง 5ลำ
จีนมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะปรับปรุงเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ของตนที่เชื่อว่ามี 'เสียงดัง' โดยในปี 2009 สำนักข่าวกรองทางเรือสหรัฐฯได้แสดงการจัดทำแผนผังระบุว่า
เรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Type 094 จีนซึ่งปล่อยลงน้ำครั้งแรกเมื่อปี 2004 นั้นมีเสียงดังกว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ชั้น Project 667BDR (NATO กำหนดรหัส Delta III) รัสเซียที่ปล่อยลงน้ำครั้งแรกเมื่อปี 1976
ดังนั้นการปรับปรุงเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ Type 093 และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Type 094 จึงเป็นจุดหนึ่งในการที่จีนได้มีความพยายามพัฒนากำลังเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของตน
รายงานจาก Pentagon สหรัฐฯระบุว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์ยุคที่3ของจีนคือเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ Type 095 SSN และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Type 096 SSBN จะเริ่มเข้าประจำการในช่วงปี 2020s
โดยรายงานของ Pentagon ล่าสุดระบุว่าจีนกำลังพัฒนาขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ(SLBM: Submarine-Launched Ballistic Missile) แบบ JL-3 ใหม่ที่จะถูกนำมาใช้กับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ Type 096 ครับ
วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
Meteor เข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดนสำหรับเครื่องบินขับไล่ Gripen และ Brimstone2 เข้าประจำการและทดสอบยิงจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache สำหรับกองทัพอังกฤษ
Farnborough 2016: Meteor enters service on Sweden's Gripens
The Gripen is now in operational service with the MBDA Meteor BVRAAM. Source: MBDA
http://www.janes.com/article/62243/farnborough-2016-meteor-enters-service-on-sweden-s-gripens
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบ MBDA Meteor ได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดนสำหรับเครื่องบินขับไล่ SAAB JAS-39 Gripen ทำให้ Gripen เป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกที่มีอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยยิงไกลมาก(มากกว่า 100km) รุ่นนี้ใช้งาน
การพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air to Air Missile) ของบริษัท MBDA ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุง MS20 สำหรับเครื่องบินขับไล่ Gripen
ซึ่งยังรวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถใหม่อื่นๆของ Gripen เช่นระเบิดนำวิถีดาวเทียม Boeing GBU-39 Small Diameter Bomb (SDB), ระบบเครือข่าย Datalink แบบ Link 16 แบบเต็มความสามารถ เช่นเดียวกับการเพิ่มขีดความสามารถของ Radar และระบบอื่นๆ
พลอากาศตรี Mats Helgesson ผู้บัญชาการทหารอากาศสวีเดนได้กล่าวแถลงในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
"Meteor เป็นที่รับรู้ของเราว่าเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศนำวิถีด้วย Radar ที่อันตรายที่สุดที่มีประจำการในโลก และกองทัพอากาศสวีเดนเป็นผู้ใช้งานเพียงรายเดียวในตอนนี้
เมื่อร่วมกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศนำวิถีความร้อน IRIS-T ทำให้เรามีอาวุธอากาศสู่อากาศที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ในโลกนี้"
Meteor ถูกนำเสนอว่าเป็นผู้เปลี่ยนเกมโดยกองทัพและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถี เนื่องจาก Meteor มีระยะยิงที่ไกลมากๆจากระบบขับเคลื่อนจรวดคู่และ Ramjet ซึ่งให้กำลังขับอย่างต่อเนื่องและเร่งไปได้ถึงระยะยิงไกลสุด
ขณะที่ระบบขับเคลื่อนจรวดของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศโดยทั่วไปจะให้กำลังขณะที่ทำการบินเมื่อยิงออกไปในช่วงต้นเท่านั้น จากนั้นประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อจรวดเข้าสู่ระยะสุดท้ายเมื่อใกล้เป้าหมายในระยะยิงไกลสุดของจรวด
"ด้วยการปฏิวัติขีดความสามารถของ Meteor นี้ Gripen สามารถโจมตีเป้าหมายโดยมีความเสี่ยงน้อยต่อนักบินเรา นี่ไม่ใช่เพียงเพราะสมรรถนะทางจลนศาสตร์ที่เหนือกว่าเท่านั้น ยังเพราะอาวุธปล่อยนำวิถีมีพื้นที่เป้าหมายที่ไม่สามารถหลบหนี(no escape zone)ได้เหนือกว่าด้วย
ระบบควบคุมอัจฉริยะของเครื่องยนต์ Ramjet ได้เพิ่มประสิทธิภาพวิถีโคจรและความเร็วที่ขึ้นกับสถานการณ์ในการสั่งการเพื่อเพิ่มพื้นที่ไร้ทางหลบหนีได้สูงสุด" พลอากาศตรี Helgesson กล่าวอธิบายครับ
Farnborough 2016: Brimstone 2 enters service, begins Apache trials
Firing trials of the Brimstone missile have been conducted for the first time from an Apache attack helicopter, MBDA announced at the Farnborough Air Show. Source: Boeing
http://www.janes.com/article/62277/farnborough-2016-brimstone-2-enters-service-begins-apache-trials
บริษัท MBDA ประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ว่า
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นแบบ MBDA Brimstone 2 ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) สำหรับเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado GR4
การประกาศยังรวมถึงการยิงครั้งแรกของอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone จากเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64 Apache ที่มีขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
และการเสร็จสิ้นการทดสอบติดตั้งขั้นต้นของ Brimstone กับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ที่ทำการทดสอบติดตั้งกับจรวดเครื่อง ทำการบิน และทดสอบการเชื่อมโยงใช้งานอาวุธด้วย
Brimstone 2 เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีตระกูล Brimstone รุ่นล่าสุดซึ่งรวมถึง Brimstone รุ่นดั้งเดิมและรุ่นระบบค้นหาเป้าหมายคู่ Dual-Mode Brimstone
โดย Brimstone 2 ได้รับการปรับปรุงให้เป็นอาวุธแบบ Insensitive Munition(IM) ที่ไม่ไวต่อการทำให้เกิดการระเบิดอย่างไม่ถูกต้อง และปรับปรุงระบบค้นหาเป้าหมายให้ดีขึ้น
ซึ่งการปรับปรุงนี้ Brimstone 2 ใช้เครื่องยนต์ Motor จรวด Roxel ใหม่และหัวรบ TDW ใหม่ซึ่งมีคุณสมบัติในการใช้อุปกรณ์จุดชนวนห้ามไกแบบ Electronic
โครงสร้างตัวจรวดของ Brimstone 2 ยังถูกออกแบบใหม่ให้ "ยกระดับความทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น" ซึ่งนั่นทำให้ "เพิ่มจำนวนชั่วโมงที่ติดตั้งจรวดกับอากาศยานในอากาศได้มากขึ้น"
ตามข้อมูลของ Adrian Monk หัวหน้าอาวุธโจมตีภาคพื้นดินพิสัยใกล้ของ MBDA กล่าวเพิ่มเติมว่า
ระบบค้นหาเป้าหมายคู่(Semi-Active Laser และ Millimetric Wave Radar) นั้น "ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วน Hardware และ Software จำนวนมาก" รวมถึงการขยายขีดความสามารถของระบบ Autopilot ที่ทำให้ Brimstone 2 "เพิ่มสมรรถนะการบินนอกแกนและระยะยิงไกลสุดของอาวุธ"
MBDA ยังได้ประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบการยิงครั้งแรกของอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone จาก ฮ.โจมตี Apache ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบ ซึ่งการทดสอบมีขึ้นที่สนามทดสอบอาวุธใน Yuma มลรัฐ Arizona สหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ซึ่งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Brimstone จะถูกนำมาใช้กับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian ของกองทัพบกอังกฤษ(British Army) ซึ่งได้ลงนามจัดหาจำนวน 50เครื่องเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาตามที่ได้รายงานไป
ทั้งนี้อาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone สำหรับ ฮ.โจมตี Apache จะถูกประเมินค่าและพัฒนาเพิ่มเติม โดย MBDA จะทำการตลาดในฐานะระบบอาวุธเฮลิคอปเตอร์โจมตียุคอนาคต(FAHW: Future Attack Helicopter Weapon)
อีกทั้งในการทดสอบติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone 2 กับเครื่องบินขับไล่ Typhoon ตามแผนการเพิ่มขีดความสามารถด้านอาวุธ P3E นั้นได้ทำการทดสอบบินขั้นไปแล้ว และคาดว่าจะมีการทดสอบยิงในราวไตรมาสแรกของปี 2017 ครับ
The Gripen is now in operational service with the MBDA Meteor BVRAAM. Source: MBDA
http://www.janes.com/article/62243/farnborough-2016-meteor-enters-service-on-sweden-s-gripens
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบ MBDA Meteor ได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดนสำหรับเครื่องบินขับไล่ SAAB JAS-39 Gripen ทำให้ Gripen เป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกที่มีอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยยิงไกลมาก(มากกว่า 100km) รุ่นนี้ใช้งาน
การพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air to Air Missile) ของบริษัท MBDA ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุง MS20 สำหรับเครื่องบินขับไล่ Gripen
ซึ่งยังรวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถใหม่อื่นๆของ Gripen เช่นระเบิดนำวิถีดาวเทียม Boeing GBU-39 Small Diameter Bomb (SDB), ระบบเครือข่าย Datalink แบบ Link 16 แบบเต็มความสามารถ เช่นเดียวกับการเพิ่มขีดความสามารถของ Radar และระบบอื่นๆ
พลอากาศตรี Mats Helgesson ผู้บัญชาการทหารอากาศสวีเดนได้กล่าวแถลงในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
"Meteor เป็นที่รับรู้ของเราว่าเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศนำวิถีด้วย Radar ที่อันตรายที่สุดที่มีประจำการในโลก และกองทัพอากาศสวีเดนเป็นผู้ใช้งานเพียงรายเดียวในตอนนี้
เมื่อร่วมกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศนำวิถีความร้อน IRIS-T ทำให้เรามีอาวุธอากาศสู่อากาศที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ในโลกนี้"
Meteor ถูกนำเสนอว่าเป็นผู้เปลี่ยนเกมโดยกองทัพและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถี เนื่องจาก Meteor มีระยะยิงที่ไกลมากๆจากระบบขับเคลื่อนจรวดคู่และ Ramjet ซึ่งให้กำลังขับอย่างต่อเนื่องและเร่งไปได้ถึงระยะยิงไกลสุด
ขณะที่ระบบขับเคลื่อนจรวดของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศโดยทั่วไปจะให้กำลังขณะที่ทำการบินเมื่อยิงออกไปในช่วงต้นเท่านั้น จากนั้นประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อจรวดเข้าสู่ระยะสุดท้ายเมื่อใกล้เป้าหมายในระยะยิงไกลสุดของจรวด
"ด้วยการปฏิวัติขีดความสามารถของ Meteor นี้ Gripen สามารถโจมตีเป้าหมายโดยมีความเสี่ยงน้อยต่อนักบินเรา นี่ไม่ใช่เพียงเพราะสมรรถนะทางจลนศาสตร์ที่เหนือกว่าเท่านั้น ยังเพราะอาวุธปล่อยนำวิถีมีพื้นที่เป้าหมายที่ไม่สามารถหลบหนี(no escape zone)ได้เหนือกว่าด้วย
ระบบควบคุมอัจฉริยะของเครื่องยนต์ Ramjet ได้เพิ่มประสิทธิภาพวิถีโคจรและความเร็วที่ขึ้นกับสถานการณ์ในการสั่งการเพื่อเพิ่มพื้นที่ไร้ทางหลบหนีได้สูงสุด" พลอากาศตรี Helgesson กล่าวอธิบายครับ
Farnborough 2016: Brimstone 2 enters service, begins Apache trials
Firing trials of the Brimstone missile have been conducted for the first time from an Apache attack helicopter, MBDA announced at the Farnborough Air Show. Source: Boeing
http://www.janes.com/article/62277/farnborough-2016-brimstone-2-enters-service-begins-apache-trials
บริษัท MBDA ประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ว่า
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นแบบ MBDA Brimstone 2 ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) สำหรับเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado GR4
การประกาศยังรวมถึงการยิงครั้งแรกของอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone จากเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64 Apache ที่มีขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
และการเสร็จสิ้นการทดสอบติดตั้งขั้นต้นของ Brimstone กับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ที่ทำการทดสอบติดตั้งกับจรวดเครื่อง ทำการบิน และทดสอบการเชื่อมโยงใช้งานอาวุธด้วย
Brimstone 2 เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีตระกูล Brimstone รุ่นล่าสุดซึ่งรวมถึง Brimstone รุ่นดั้งเดิมและรุ่นระบบค้นหาเป้าหมายคู่ Dual-Mode Brimstone
โดย Brimstone 2 ได้รับการปรับปรุงให้เป็นอาวุธแบบ Insensitive Munition(IM) ที่ไม่ไวต่อการทำให้เกิดการระเบิดอย่างไม่ถูกต้อง และปรับปรุงระบบค้นหาเป้าหมายให้ดีขึ้น
ซึ่งการปรับปรุงนี้ Brimstone 2 ใช้เครื่องยนต์ Motor จรวด Roxel ใหม่และหัวรบ TDW ใหม่ซึ่งมีคุณสมบัติในการใช้อุปกรณ์จุดชนวนห้ามไกแบบ Electronic
โครงสร้างตัวจรวดของ Brimstone 2 ยังถูกออกแบบใหม่ให้ "ยกระดับความทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น" ซึ่งนั่นทำให้ "เพิ่มจำนวนชั่วโมงที่ติดตั้งจรวดกับอากาศยานในอากาศได้มากขึ้น"
ตามข้อมูลของ Adrian Monk หัวหน้าอาวุธโจมตีภาคพื้นดินพิสัยใกล้ของ MBDA กล่าวเพิ่มเติมว่า
ระบบค้นหาเป้าหมายคู่(Semi-Active Laser และ Millimetric Wave Radar) นั้น "ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วน Hardware และ Software จำนวนมาก" รวมถึงการขยายขีดความสามารถของระบบ Autopilot ที่ทำให้ Brimstone 2 "เพิ่มสมรรถนะการบินนอกแกนและระยะยิงไกลสุดของอาวุธ"
MBDA ยังได้ประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบการยิงครั้งแรกของอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone จาก ฮ.โจมตี Apache ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบ ซึ่งการทดสอบมีขึ้นที่สนามทดสอบอาวุธใน Yuma มลรัฐ Arizona สหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ซึ่งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Brimstone จะถูกนำมาใช้กับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian ของกองทัพบกอังกฤษ(British Army) ซึ่งได้ลงนามจัดหาจำนวน 50เครื่องเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาตามที่ได้รายงานไป
ทั้งนี้อาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone สำหรับ ฮ.โจมตี Apache จะถูกประเมินค่าและพัฒนาเพิ่มเติม โดย MBDA จะทำการตลาดในฐานะระบบอาวุธเฮลิคอปเตอร์โจมตียุคอนาคต(FAHW: Future Attack Helicopter Weapon)
อีกทั้งในการทดสอบติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone 2 กับเครื่องบินขับไล่ Typhoon ตามแผนการเพิ่มขีดความสามารถด้านอาวุธ P3E นั้นได้ทำการทดสอบบินขั้นไปแล้ว และคาดว่าจะมีการทดสอบยิงในราวไตรมาสแรกของปี 2017 ครับ
วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
Leonardo อิตาลีเปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346FT รุ่นติดอาวุธ และ T-100 สำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯ
Farnborough 2016: Leonardo unveils armed M-346 FT aircraft
Leonardo debuted their armed M346 FT trainer/strike aircraft at Farnborough 2016. Source: Luca Peruzzi
http://www.janes.com/article/62231/farnborough-2016-leonardo-unveils-armed-m-346-ft-aircraft
บริษัท Leonardo อิตาลี(Finmeccanica เดิม)ได้เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346 รุ่นติดอาวุธในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire สหราชอาณาจักร
เครื่องบินขับไล่ฝึกไอพ่น M-346FT(Fighter Trainer) นี้มีขีดความสามารถทวิประสงค์ทั้งการปฏิบัติการรบและการฝึก ทาง Leonardo กล่าวว่าเครื่องบินรุ่นนี้ซึ่งมีพื้นฐานจาก M-346 จะมีราคาถูกพร้อมผลิตส่งมอบได้ภายในสองปีข้างหน้า
โดยเครื่องบินฝึกขั้นก้าวหน้า M-346 (LIFT: lead-in fighter/trainer)มีการสั่งจัดหาจากประเทศต่างๆแล้ว 68เครื่อง ทั้งอิตาลี, สิงคโปร์, อิสราเอล และโปแลนด์ โดยมีการส่งมอบแล้ว 48เครื่อง
"เครื่องรุ่นใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นโดยนำข้อได้เปรียบของโอกาสในตลาดเพิ่มเติม ด้วยการเสนอกรอบระยะเวลาสองปีจากตอนนี้ในแนวทางการผลิตเครื่องที่มีขีดความสามารถปฏิบัติการรบ เช่นเดียวกับ M-346AJT(Advanced Jet Trainer) ที่ระบบผ่านการรับรองแล้ว"
Filippo Bagnato หัวหน้าแผนกอากาศยานของบริษัท Leonardo(Alenia Aermacchi เดิมซึ่งถูกรวมเป็นแผนกอากาศยานแล้ว) กล่าวด้วยความคาดหวัง
อย่างไรก็ตามทาง Leonardo จะยังทำการตลาดทั้งรุ่นเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346AJT และเครื่องบินขับไล่ฝึก M-346FT เช่นเดียวกับที่เสนอการปรับปรุงขีดความสามารถทวิประสงค์ของเครื่องรุ่น M-346FT ให้กับเครื่องรุ่น M-346AJT ที่มีอยู่และที่จะขายเพิ่มในอนาคตด้วย
"เครื่องรุ่น M-346FT มีขีดความสามารถที่ทำได้ทั้งการฝึกและปฏิบัติการรบ ในพื้นฐานทางเลือกที่มีราคาต่ำบนระบบเดียวกัน ทั้งโครงการอากาศยาน, ระบบ Avionic, ระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และตำบลอาวุธใต้ปีกและใต้ลำตัวเช่นเดียวกับเครื่องรุ่น AJT"
Enrico Scarabotto หัวหน้านักบินทดสอบของแผนกอากาศยานบริษัท Leonardo กล่าว
Leonardo ได้ระบุภารกิจหลักสามประเภทที่เครื่องบินขับไล่ฝึก M-346FT จะถูกนำมาใช้ปฏิบัติการได้คือ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดในเขตเมืองและสนามรบ, การรักษาความมั่นคงภายใน และการลาดตระเวนทางยุทธวิธี
"ในการขยายระยะปฏิบัติการเพิ่มเติมเครื่องสามารถบรรทุกอาวุธหรืออุปกรณ์ที่ตำบลอาวุธภายนอกลำตัว 5ตำแหน่งเช่นเดียวกับเครื่องรุ่น AJT
M-346 สามารถติดตั้งระบบเครื่องข่าย Datalink ทางยุทธวิธีเช่น Link 16 เช่นเดียวกับระบบย่อยช่วยเหลือป้องกันเพื่อเพิ่มการหยั่งรู้สถานการณ์และการป้องกันตนเอง เช่นเดียวกับระบบวิทยุเข้ารหัสหลายความถี่สำหรับกลุ่มเครือข่าย
M-346FT จะไม่มีระบบ Radar แต่ Leonardo ได้ศึกษาการประยุกต์เพื่อนำใช้กับเครื่องแล้ว ถ้าลูกค้าต้องการ" Lucio Valerio Cioffi หัวหน้าฝ่ายวิศวกรแผนกอากาศยานของบริษัท Leonardo กล่าวครับ
Farnborough 2016: T-X bids take shape, in the open and behind closed doors
The M-346-based T-100, which the team led by Raytheon is bidding for the US Air Force's T-X future trainer requirement, was the only T-X contender on the official briefing schedule at this year's Farnborough. Source: IHS/Peter Felstead
http://www.janes.com/article/62308/farnborough-2016-t-x-bids-take-shape-in-the-open-and-behind-closed-doors
ในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 เช่นกัน Leonardo ยังได้เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น T-100 สำหรับเข้าแข่งขันในโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-X ของกองทัพอากาศสหรัฐฯเพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น T-38 Talon ที่ใช้งานมานานหลายสิบปีด้วย
โดยบริษัท Leonardo อิตาลี และบริษัท Raytheon สหรัฐฯได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนในการนำเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-100 ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346 Advanced Jet Trainer
ยังมี CAE ร่วมทีมกับ Raytheon ในการเสนอระบบเครื่องฝึกจำลองการบินภาคพื้นดิน และบริษัท Honeywell Aerospace ผู้ผลิตเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ F124 สองเครื่องที่ติดตั้งกับ T-100 ด้วย(เช่นเดียวกับที่ติดตั้งกับ M-346 ที่เป็นแบบพื้นฐาน)
แม้ว่า T-100 จะไม่ใช้เครื่องบินที่ทำความเร็วเหนือเสียงได้ แต่ทาง Raytheon เชื่อว่ามันจะมีคุณลักษณะทางประสิทธิภาพที่สำคัญ(KPP: Key Performance Parameter) เช่นที่กองทัพอากาศสหรัฐระบุไว้
โดย KPP ได้ระบุความต้องการความคล่องแคล่วทางการบินในมุมปะทะสูงซึ่งรวมถึงการรับแรง G ได้ต่ำสุด 6.5G อีกทั้งกองทัพอากาศสหรัฐฯยังต้องการเครื่องที่มีระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ(AAR: Air to Air Refuelling)แบบ Boom ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนจาก M-346 ที่ใช้ระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบ Probe and Drogue
ในการบรรยายสรุปแก่สื่อมวลชนในงาน Farnborough 2016 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา Dan Darnell รองประธานฝ่ายความริเริ่มทางยุทธศาสตร์ในแผนกธุรกิจระบบทางอวกาศและอากาศยานของ Raytheon กล่าวว่า
สำหรับโครงการ T-X บริษัทมีข้อเสนอ "ทางเลือกแบบบูรรณาการครบวงจรที่สามารถนำศิษย์การบินผ่านทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอากาศได้"
หลักสำคัญของระบบบูรณาการดังกล่าวของ Raytheon คือระบบการฝึก Blended Live Virtual Constructive(BLVC) ที่เป็นการอำนวยการรวมทั้งการฝึกบินจริงและการฝึกบินจำลอง
ที่จะทำให้ในแต่ละเที่ยวบินฝึกนั้น ศิษย์การบินที่ทำการบินในเครื่องจริงจะได้เห็นและมีปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกับศิษย์การบินคนอื่นๆที่ทำการฝึกบินกับเครื่องจำลองการบินด้วย
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคมปี 2015 บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ และบริษัท Korea Aerospace Industries สาธารณรัฐเกาหลีก็ได้เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50A สำหรับเข้าแข่งขันในโครงการ T-X ของกองทัพอากาศสหรัฐฯเช่นกัน โดย T-50A ได้ทำการบินทดสอบเที่ยวแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ทำให้ขณะนี้ผู้เข้าแข่งขันในโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-X ที่คาดว่าจะเปิดการยื่นเอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposals) ภายในสิ้นปีนี้นั้น มีผู้เข้าแข่งขันที่มีเครื่องต้นแบบจริงแล้วสองรายคือ Lockheed Martin T-50A และ Raytheon T-100 ครับ
Leonardo debuted their armed M346 FT trainer/strike aircraft at Farnborough 2016. Source: Luca Peruzzi
http://www.janes.com/article/62231/farnborough-2016-leonardo-unveils-armed-m-346-ft-aircraft
บริษัท Leonardo อิตาลี(Finmeccanica เดิม)ได้เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346 รุ่นติดอาวุธในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire สหราชอาณาจักร
เครื่องบินขับไล่ฝึกไอพ่น M-346FT(Fighter Trainer) นี้มีขีดความสามารถทวิประสงค์ทั้งการปฏิบัติการรบและการฝึก ทาง Leonardo กล่าวว่าเครื่องบินรุ่นนี้ซึ่งมีพื้นฐานจาก M-346 จะมีราคาถูกพร้อมผลิตส่งมอบได้ภายในสองปีข้างหน้า
โดยเครื่องบินฝึกขั้นก้าวหน้า M-346 (LIFT: lead-in fighter/trainer)มีการสั่งจัดหาจากประเทศต่างๆแล้ว 68เครื่อง ทั้งอิตาลี, สิงคโปร์, อิสราเอล และโปแลนด์ โดยมีการส่งมอบแล้ว 48เครื่อง
"เครื่องรุ่นใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นโดยนำข้อได้เปรียบของโอกาสในตลาดเพิ่มเติม ด้วยการเสนอกรอบระยะเวลาสองปีจากตอนนี้ในแนวทางการผลิตเครื่องที่มีขีดความสามารถปฏิบัติการรบ เช่นเดียวกับ M-346AJT(Advanced Jet Trainer) ที่ระบบผ่านการรับรองแล้ว"
Filippo Bagnato หัวหน้าแผนกอากาศยานของบริษัท Leonardo(Alenia Aermacchi เดิมซึ่งถูกรวมเป็นแผนกอากาศยานแล้ว) กล่าวด้วยความคาดหวัง
อย่างไรก็ตามทาง Leonardo จะยังทำการตลาดทั้งรุ่นเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346AJT และเครื่องบินขับไล่ฝึก M-346FT เช่นเดียวกับที่เสนอการปรับปรุงขีดความสามารถทวิประสงค์ของเครื่องรุ่น M-346FT ให้กับเครื่องรุ่น M-346AJT ที่มีอยู่และที่จะขายเพิ่มในอนาคตด้วย
"เครื่องรุ่น M-346FT มีขีดความสามารถที่ทำได้ทั้งการฝึกและปฏิบัติการรบ ในพื้นฐานทางเลือกที่มีราคาต่ำบนระบบเดียวกัน ทั้งโครงการอากาศยาน, ระบบ Avionic, ระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และตำบลอาวุธใต้ปีกและใต้ลำตัวเช่นเดียวกับเครื่องรุ่น AJT"
Enrico Scarabotto หัวหน้านักบินทดสอบของแผนกอากาศยานบริษัท Leonardo กล่าว
Leonardo ได้ระบุภารกิจหลักสามประเภทที่เครื่องบินขับไล่ฝึก M-346FT จะถูกนำมาใช้ปฏิบัติการได้คือ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดในเขตเมืองและสนามรบ, การรักษาความมั่นคงภายใน และการลาดตระเวนทางยุทธวิธี
"ในการขยายระยะปฏิบัติการเพิ่มเติมเครื่องสามารถบรรทุกอาวุธหรืออุปกรณ์ที่ตำบลอาวุธภายนอกลำตัว 5ตำแหน่งเช่นเดียวกับเครื่องรุ่น AJT
M-346 สามารถติดตั้งระบบเครื่องข่าย Datalink ทางยุทธวิธีเช่น Link 16 เช่นเดียวกับระบบย่อยช่วยเหลือป้องกันเพื่อเพิ่มการหยั่งรู้สถานการณ์และการป้องกันตนเอง เช่นเดียวกับระบบวิทยุเข้ารหัสหลายความถี่สำหรับกลุ่มเครือข่าย
M-346FT จะไม่มีระบบ Radar แต่ Leonardo ได้ศึกษาการประยุกต์เพื่อนำใช้กับเครื่องแล้ว ถ้าลูกค้าต้องการ" Lucio Valerio Cioffi หัวหน้าฝ่ายวิศวกรแผนกอากาศยานของบริษัท Leonardo กล่าวครับ
Farnborough 2016: T-X bids take shape, in the open and behind closed doors
The M-346-based T-100, which the team led by Raytheon is bidding for the US Air Force's T-X future trainer requirement, was the only T-X contender on the official briefing schedule at this year's Farnborough. Source: IHS/Peter Felstead
http://www.janes.com/article/62308/farnborough-2016-t-x-bids-take-shape-in-the-open-and-behind-closed-doors
ในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 เช่นกัน Leonardo ยังได้เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น T-100 สำหรับเข้าแข่งขันในโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-X ของกองทัพอากาศสหรัฐฯเพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น T-38 Talon ที่ใช้งานมานานหลายสิบปีด้วย
โดยบริษัท Leonardo อิตาลี และบริษัท Raytheon สหรัฐฯได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนในการนำเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-100 ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346 Advanced Jet Trainer
ยังมี CAE ร่วมทีมกับ Raytheon ในการเสนอระบบเครื่องฝึกจำลองการบินภาคพื้นดิน และบริษัท Honeywell Aerospace ผู้ผลิตเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ F124 สองเครื่องที่ติดตั้งกับ T-100 ด้วย(เช่นเดียวกับที่ติดตั้งกับ M-346 ที่เป็นแบบพื้นฐาน)
แม้ว่า T-100 จะไม่ใช้เครื่องบินที่ทำความเร็วเหนือเสียงได้ แต่ทาง Raytheon เชื่อว่ามันจะมีคุณลักษณะทางประสิทธิภาพที่สำคัญ(KPP: Key Performance Parameter) เช่นที่กองทัพอากาศสหรัฐระบุไว้
โดย KPP ได้ระบุความต้องการความคล่องแคล่วทางการบินในมุมปะทะสูงซึ่งรวมถึงการรับแรง G ได้ต่ำสุด 6.5G อีกทั้งกองทัพอากาศสหรัฐฯยังต้องการเครื่องที่มีระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ(AAR: Air to Air Refuelling)แบบ Boom ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนจาก M-346 ที่ใช้ระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบ Probe and Drogue
ในการบรรยายสรุปแก่สื่อมวลชนในงาน Farnborough 2016 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา Dan Darnell รองประธานฝ่ายความริเริ่มทางยุทธศาสตร์ในแผนกธุรกิจระบบทางอวกาศและอากาศยานของ Raytheon กล่าวว่า
สำหรับโครงการ T-X บริษัทมีข้อเสนอ "ทางเลือกแบบบูรรณาการครบวงจรที่สามารถนำศิษย์การบินผ่านทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอากาศได้"
หลักสำคัญของระบบบูรณาการดังกล่าวของ Raytheon คือระบบการฝึก Blended Live Virtual Constructive(BLVC) ที่เป็นการอำนวยการรวมทั้งการฝึกบินจริงและการฝึกบินจำลอง
ที่จะทำให้ในแต่ละเที่ยวบินฝึกนั้น ศิษย์การบินที่ทำการบินในเครื่องจริงจะได้เห็นและมีปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกับศิษย์การบินคนอื่นๆที่ทำการฝึกบินกับเครื่องจำลองการบินด้วย
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคมปี 2015 บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ และบริษัท Korea Aerospace Industries สาธารณรัฐเกาหลีก็ได้เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50A สำหรับเข้าแข่งขันในโครงการ T-X ของกองทัพอากาศสหรัฐฯเช่นกัน โดย T-50A ได้ทำการบินทดสอบเที่ยวแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ทำให้ขณะนี้ผู้เข้าแข่งขันในโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-X ที่คาดว่าจะเปิดการยื่นเอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposals) ภายในสิ้นปีนี้นั้น มีผู้เข้าแข่งขันที่มีเครื่องต้นแบบจริงแล้วสองรายคือ Lockheed Martin T-50A และ Raytheon T-100 ครับ
วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
สองล้านแล้วครับ!!
หลังจากที่ยอดผู้ชม Blog นี้มีถึงหนึ่งล้านไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ยังไม่ครบหนึ่งปีก็เพิ่มเป็นเท่าตัวในราว ๙เดือน คือยอดผู้ชมเป็นสองล้านในกลางเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว
ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่ติดตามกันมาตลอดตั้งแต่สมัย EXTEEN จนถึง Blogspot นี้ครับ
วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
อังกฤษจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian ใหม่ 50เครื่อง
MOD orders new fleet of cutting-edge Apache helicopters for Army
A predecessor of the new Apache AH-64E flying over London in 2015(wikipedia.org)
The Ministry of Defence has today announced a $2.3 billion deal to secure 50 of the latest generation Apache attack helicopters for the British Army.
https://www.gov.uk/government/news/mod-orders-new-fleet-of-cutting-edge-apache-helicopters-for-army
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ประกาศเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire ว่า
กองทัพบกสหราชอาณาจักร(British Army) ได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian Block III รุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 50เครื่อง จากสหรัฐฯวงเงิน $2.3billion
เพื่อเข้าประจำการในกองบินทหารบก(AAC: Army Air Corps) ทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี AgustaWestland-Boeing WAH-64D Block I Apache Longbow AH.1 รุ่นก่อนจำนวน 66เครื่อง
ซึ่ง ฮ.โจมตี AH-64E Apache Guardian รุ่นใหม่นี้ใช้ Technology นำสมัยล่าสุดที่สามารถติดตั้งอาวุธแบบใหม่ได้มากกว่า, ใช้เชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากกว่า และสามารถปฏิบัติการในสภาวะต่างๆได้ยาวนานกว่า
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E รุ่นใหม่ถูกสร้างโดยบริษัท Boeing สหรัฐฯซึ่งมีประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯแล้ว โดยกระทรวงกลาโหมอังกฤษได้สั่งซื้อ ฮ.โจมตี Apache Guardian ผ่านการจัดซื้อแบบ FMS(Foreign Military Sale) กับรัฐบาลสหรัฐฯ
เลขาธิการกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร นาย Michael Fallon ได้กล่าวว่า
"การจัดซื้อครั้งนี้จะทำให้กองทัพบกสหราชอาณาจักรมีเฮลิคอปเตอร์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งดีคุ้มค่าต่อเงินที่ผู้เสียภาษีชาวอังกฤษจ่าย
มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนของเราในการจัดหาเรือจำนวนมาก,อากาศยานจำนวนมาก กำลังรบจำนวนมากที่จำเป็นต่อความพร้อม, ยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่าสำหรับหน่วยรบพิเศษ และงบประมาณจำนวนมากที่จะนำไปในสงคราม Cyber
แผนนี้จะหนุนโดยการเพิ่มขึ้นของบประมาณกลาโหมที่จะอนุมัติข้อตกลงของเราตามจำนวนภัยคุกความต่อประเทศเราที่เพิ่มมากขึ้น"
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian ที่อังกฤษสั่งจัดหาจะถูกสร้างในสหรัฐฯ โดยจะมีบริษัทอังกฤษใน Gloucestershire, Hampshire, Bedfordshire, Cheshire และ Gwent ที่เป็นผู้รับสัญญาย่อยจาก Boeing สำหรับสายการสนับสนุน ฮ.Apache ร้อยละ5 ทั่วโลก
การเตรียมการข้อตกลงด้านการสนับสนุนและการฝึกสำหรับ ฮ.โจมตี AH-64E Apache ใหม่โดยผู้รับเหมาสัญญาของอังกฤษจะเสร็จสิ้นภายในปีหน้า และจะมีระยะสัญญาต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นสุดทศวรรษ
ซึ่งข้อตกลงในอนาคตนี้จะสนับสนุนงานกว่า 350ตำแหน่งตามความต้องการที่จำเป็นในการสนับสนุนฝูงบิน ฮ.โจมตี Apache ที่มีอยู่
โดย Leonardo Helicopters (AgustaWestland เดิม) จะยังดำเนินการข้อตกลงในการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์โจมตี WAH-64D Apache Longbow ที่ยังคงประจำการอยู่ต่อไป (ฮ.โจมตี WAH-64D ถูกสร้างที่โรงงานของ Westland Helicopters ใน Yeovil อังกฤษ)
ทั้งนี้หลังสิ้นสุดปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน กองทัพบกอังกฤษได้เก็บสำรอง ฮ.โจมตี Apache AH.1 จำนวน 16เครื่องเมื่อต้นปี 2015 โดย ฮ.โจมตี WAH-64D ที่เหลือจะยังคงประจำการต่อไปจนปลดประจำการในราวปี 2023-2024
เลขาธิการกระทรวงกลาโหมอังกฤษ นาย Michael Fallon ได้กล่าวอีกว่า
"ในระยะยาวผมต้องการ ฮ.Aphache ใหม่เหล่านี้เพื่อทำการบำรุงรักษาในอังกฤษและเพื่อให้บริษัทของอังกฤษมีงานทำมากกว่านี้
นี่รวมถึง Leonado Helicopters ผู้พัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นรูปธรรมและประสบการณ์ในการสนับสนุนฝูงบิน ฮ.Apache เราที่มีขณะนี้ไปจนถึงท้ายทศวรรษและจะดำเนินการสนับสนุน ฮ.ต่อไปจนถึงช่วงที่เราประเมินการปลดประจำการในอีก 8ปีข้างหน้า"
การจัดซื้อ ฮ.โจมตี AH-64E ซึ่งเป็นระบบที่มีในตลาดพร้อมแล้วทำให้อังกฤษมีข้อได้เปรียบจากที่รัฐบาลสหรัฐฯมีการสั่งซื้อ ฮ.ในสายการผลิตจำนวนมากในโรงงานของ Boeing ที่ Mesa มลรัฐ Arizona อยู่แล้ว ทำให้อังกฤษประหยัดงบประมาณลงและรับประกันความคุ้มค่าใช้จ่าย
อีกทั้งระบบที่ใช้ในเฮลิคอปเตอร์โจมตี WAH-64D ที่ประจำการอยู่เดิม เช่น ระบบค้นหาและชี้เป้าหมาย Modernised Target Acquisition & Designation System และ Radar ควบคุมการยิง Longbow ก็สามารถนำมาใช้กับ ฮ.ที่จัดหามาใหม่ได้
ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานจัดซื้อจัดจ้างกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร (DE&S: Defence Equipment and Support) นาย Tony Douglas ได้กล่าวว่า
"นี่เป็นวันที่สำคัญยิ่งสำหรับกองทัพสหราชอาณาจักรด้วยเฮลิคอปเตอร์ยุคใหม่ล่าสุดเหล่านี้จะนำให้กองกำลังของเรามีขีดความสามารถในการเอาชนะทั่วโลกในทศวรรษหน้าที่จะมาถึง
ข้อตกลงของกระทรวงกลาโหมอังกฤษกับสหรัฐฯจะนำผลประโยชน์ให้อังกฤษด้วยในการที่บริษัทของอังกฤษจะได้ผลประโยชน์จากการทำงานในโครงการ ฮ.Apache ทั่วโลกและข้อตกลงการสนับสนุนและการฝึกของ ฮ.โจมตีใหม่ ที่นำโอกาสที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมอังกฤษ"
ผู้บัญชาการทหารบกสหราชอาณาจักร(Chief of the General Staff) พลเอก Sir Nick Carter ได้กล่าวว่า
"ฝูงบิน Apache ใหม่นี้จะนำให้กองทัพบกสหราชอาณาจักรมีองค์ประกอบการรบที่มีศักยภาพสูงสำหรับกำลังรบอนาคต 2025(Future Force 2025) ฮ.โจมตี Apache ได้พิสูจน์คุณค่าในปฏิบัติการที่ลิเบียและอัฟกานิสถานในการสนับสนุนกองกำลังสหราชอาณาจักรและพันธมิตรมาแล้ว
และ ฮ.รุ่นใหม่นี้จะทำให้นักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตีของเราเร็วขึ้น, มีการตอบสนองดีขึ้น และมีขีดความสามารถมากขึ้น นั่นจะเพิ่มพูนให้มีความล้ำหน้าในการปกป้องสหราชอาณาจักรและผลประโยชน์ของเราทั้งในบ้านและนอกประเทศ"
ข้อตกลงการจัดซื้อระหว่างรัฐบาลอังกฤษและรัฐบาลสหรัฐฯได้รวมถึงสัญญาการสนับสนุนขั้นต้นสำหรับการซ่อมบำรุง ฮ.ใหม่ ตลอดจนชิ้นส่วนอะไหล่ และเครื่องฝึกจำลองการบินสำหรับฝึกนักบินอังกฤษ
ฮ.โจมตี AH-64E Apache Guardian ใหม่นี้ได้รับการติดตั้ง Computer ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น, ระบบตรวจจับรุ่นใหม่ซึ่งสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ในอนาคตด้วย Technology ล้ำสมัยล่าสุด
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E เครื่องแรกของกองทัพบกสหราชอาณาจักรจะออกจากสายการผลิตที่โรงงาน Boeing ในสหรัฐฯราวต้นปี 2020 และจะเข้าประจำการในกองทัพบกสหราชอาณาจักรได้ภายในปี 2022 ครับ
A predecessor of the new Apache AH-64E flying over London in 2015(wikipedia.org)
The Ministry of Defence has today announced a $2.3 billion deal to secure 50 of the latest generation Apache attack helicopters for the British Army.
https://www.gov.uk/government/news/mod-orders-new-fleet-of-cutting-edge-apache-helicopters-for-army
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ประกาศเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire ว่า
กองทัพบกสหราชอาณาจักร(British Army) ได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian Block III รุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 50เครื่อง จากสหรัฐฯวงเงิน $2.3billion
เพื่อเข้าประจำการในกองบินทหารบก(AAC: Army Air Corps) ทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี AgustaWestland-Boeing WAH-64D Block I Apache Longbow AH.1 รุ่นก่อนจำนวน 66เครื่อง
ซึ่ง ฮ.โจมตี AH-64E Apache Guardian รุ่นใหม่นี้ใช้ Technology นำสมัยล่าสุดที่สามารถติดตั้งอาวุธแบบใหม่ได้มากกว่า, ใช้เชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากกว่า และสามารถปฏิบัติการในสภาวะต่างๆได้ยาวนานกว่า
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E รุ่นใหม่ถูกสร้างโดยบริษัท Boeing สหรัฐฯซึ่งมีประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯแล้ว โดยกระทรวงกลาโหมอังกฤษได้สั่งซื้อ ฮ.โจมตี Apache Guardian ผ่านการจัดซื้อแบบ FMS(Foreign Military Sale) กับรัฐบาลสหรัฐฯ
เลขาธิการกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร นาย Michael Fallon ได้กล่าวว่า
"การจัดซื้อครั้งนี้จะทำให้กองทัพบกสหราชอาณาจักรมีเฮลิคอปเตอร์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งดีคุ้มค่าต่อเงินที่ผู้เสียภาษีชาวอังกฤษจ่าย
มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนของเราในการจัดหาเรือจำนวนมาก,อากาศยานจำนวนมาก กำลังรบจำนวนมากที่จำเป็นต่อความพร้อม, ยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่าสำหรับหน่วยรบพิเศษ และงบประมาณจำนวนมากที่จะนำไปในสงคราม Cyber
แผนนี้จะหนุนโดยการเพิ่มขึ้นของบประมาณกลาโหมที่จะอนุมัติข้อตกลงของเราตามจำนวนภัยคุกความต่อประเทศเราที่เพิ่มมากขึ้น"
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian ที่อังกฤษสั่งจัดหาจะถูกสร้างในสหรัฐฯ โดยจะมีบริษัทอังกฤษใน Gloucestershire, Hampshire, Bedfordshire, Cheshire และ Gwent ที่เป็นผู้รับสัญญาย่อยจาก Boeing สำหรับสายการสนับสนุน ฮ.Apache ร้อยละ5 ทั่วโลก
การเตรียมการข้อตกลงด้านการสนับสนุนและการฝึกสำหรับ ฮ.โจมตี AH-64E Apache ใหม่โดยผู้รับเหมาสัญญาของอังกฤษจะเสร็จสิ้นภายในปีหน้า และจะมีระยะสัญญาต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นสุดทศวรรษ
ซึ่งข้อตกลงในอนาคตนี้จะสนับสนุนงานกว่า 350ตำแหน่งตามความต้องการที่จำเป็นในการสนับสนุนฝูงบิน ฮ.โจมตี Apache ที่มีอยู่
โดย Leonardo Helicopters (AgustaWestland เดิม) จะยังดำเนินการข้อตกลงในการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์โจมตี WAH-64D Apache Longbow ที่ยังคงประจำการอยู่ต่อไป (ฮ.โจมตี WAH-64D ถูกสร้างที่โรงงานของ Westland Helicopters ใน Yeovil อังกฤษ)
ทั้งนี้หลังสิ้นสุดปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน กองทัพบกอังกฤษได้เก็บสำรอง ฮ.โจมตี Apache AH.1 จำนวน 16เครื่องเมื่อต้นปี 2015 โดย ฮ.โจมตี WAH-64D ที่เหลือจะยังคงประจำการต่อไปจนปลดประจำการในราวปี 2023-2024
"ในระยะยาวผมต้องการ ฮ.Aphache ใหม่เหล่านี้เพื่อทำการบำรุงรักษาในอังกฤษและเพื่อให้บริษัทของอังกฤษมีงานทำมากกว่านี้
นี่รวมถึง Leonado Helicopters ผู้พัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นรูปธรรมและประสบการณ์ในการสนับสนุนฝูงบิน ฮ.Apache เราที่มีขณะนี้ไปจนถึงท้ายทศวรรษและจะดำเนินการสนับสนุน ฮ.ต่อไปจนถึงช่วงที่เราประเมินการปลดประจำการในอีก 8ปีข้างหน้า"
การจัดซื้อ ฮ.โจมตี AH-64E ซึ่งเป็นระบบที่มีในตลาดพร้อมแล้วทำให้อังกฤษมีข้อได้เปรียบจากที่รัฐบาลสหรัฐฯมีการสั่งซื้อ ฮ.ในสายการผลิตจำนวนมากในโรงงานของ Boeing ที่ Mesa มลรัฐ Arizona อยู่แล้ว ทำให้อังกฤษประหยัดงบประมาณลงและรับประกันความคุ้มค่าใช้จ่าย
อีกทั้งระบบที่ใช้ในเฮลิคอปเตอร์โจมตี WAH-64D ที่ประจำการอยู่เดิม เช่น ระบบค้นหาและชี้เป้าหมาย Modernised Target Acquisition & Designation System และ Radar ควบคุมการยิง Longbow ก็สามารถนำมาใช้กับ ฮ.ที่จัดหามาใหม่ได้
ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานจัดซื้อจัดจ้างกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร (DE&S: Defence Equipment and Support) นาย Tony Douglas ได้กล่าวว่า
"นี่เป็นวันที่สำคัญยิ่งสำหรับกองทัพสหราชอาณาจักรด้วยเฮลิคอปเตอร์ยุคใหม่ล่าสุดเหล่านี้จะนำให้กองกำลังของเรามีขีดความสามารถในการเอาชนะทั่วโลกในทศวรรษหน้าที่จะมาถึง
ข้อตกลงของกระทรวงกลาโหมอังกฤษกับสหรัฐฯจะนำผลประโยชน์ให้อังกฤษด้วยในการที่บริษัทของอังกฤษจะได้ผลประโยชน์จากการทำงานในโครงการ ฮ.Apache ทั่วโลกและข้อตกลงการสนับสนุนและการฝึกของ ฮ.โจมตีใหม่ ที่นำโอกาสที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมอังกฤษ"
ผู้บัญชาการทหารบกสหราชอาณาจักร(Chief of the General Staff) พลเอก Sir Nick Carter ได้กล่าวว่า
"ฝูงบิน Apache ใหม่นี้จะนำให้กองทัพบกสหราชอาณาจักรมีองค์ประกอบการรบที่มีศักยภาพสูงสำหรับกำลังรบอนาคต 2025(Future Force 2025) ฮ.โจมตี Apache ได้พิสูจน์คุณค่าในปฏิบัติการที่ลิเบียและอัฟกานิสถานในการสนับสนุนกองกำลังสหราชอาณาจักรและพันธมิตรมาแล้ว
และ ฮ.รุ่นใหม่นี้จะทำให้นักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตีของเราเร็วขึ้น, มีการตอบสนองดีขึ้น และมีขีดความสามารถมากขึ้น นั่นจะเพิ่มพูนให้มีความล้ำหน้าในการปกป้องสหราชอาณาจักรและผลประโยชน์ของเราทั้งในบ้านและนอกประเทศ"
ข้อตกลงการจัดซื้อระหว่างรัฐบาลอังกฤษและรัฐบาลสหรัฐฯได้รวมถึงสัญญาการสนับสนุนขั้นต้นสำหรับการซ่อมบำรุง ฮ.ใหม่ ตลอดจนชิ้นส่วนอะไหล่ และเครื่องฝึกจำลองการบินสำหรับฝึกนักบินอังกฤษ
ฮ.โจมตี AH-64E Apache Guardian ใหม่นี้ได้รับการติดตั้ง Computer ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น, ระบบตรวจจับรุ่นใหม่ซึ่งสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ในอนาคตด้วย Technology ล้ำสมัยล่าสุด
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E เครื่องแรกของกองทัพบกสหราชอาณาจักรจะออกจากสายการผลิตที่โรงงาน Boeing ในสหรัฐฯราวต้นปี 2020 และจะเข้าประจำการในกองทัพบกสหราชอาณาจักรได้ภายในปี 2022 ครับ
วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
Norinco จีนพัฒนารถถังหลัก Type 96 รุ่นใหม่
China's Norinco develops new Type 96 MBT variant
Images have emerged of a new variant of Norinco's Type 96 (ZTZ-96) main battle tank. Source: CJDBY website
At least five T-96Bs arrived in Russia on 7 July to take part in the Masters of Automobile and Tank Hardware competition, according to Russian media reports. (CJDBY website)
http://www.janes.com/article/62175/china-s-norinco-develops-new-type-96-mbt-variant
China North Industries Corporation หรือบริษัท Norinco ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์รายใหญ่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้พัฒนารถถังหลัก Type 96(ZTZ-96) รุ่นใหม่ล่าสุด
เพื่อส่งเข้าแข่งขันในการแข่งขันกองทัพนานาชาติที่จัดโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียคือการแข่ง Tank Biathlon 2016 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 30 กรกฎาคม-16 สิงหาคมนี้ที่รัสเซีย
สื่อรัสเซียรายงานว่า รถถังหลัก Type 96B อย่างน้อย 5คันถูกขนส่งเดินทางไปถึงรัสเซียตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อเตรียมเข้าแข่งขันในการแข่ง Tank Biathlon 2016
รถถังหลัก Type 96B รุ่นใหม่ตามที่ถูกเรียกตอนนี้โดยมีภาพและวีดิทัศน์ปรากฎเผยแพร่ใน Online Forums จีนตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมนั้น แสดงถึงการทดสอบรถถังในเขตพื้นที่สูง ต่อมาอีกสองวันจึงปรากฎภาพว่ารถถังเดินทางไปรัสเซีย
มีการคาดว่ารถถังหลัก Type 96B อาจจะปรับปรุงในส่วนระบบระบายอากาศใหม่ แต่อย่างไรก็ตามภาพไม่ปรากฎว่ารถมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนป้อมปืน, ระบบกล้องตรวจจับ และปืนใหญ่รถถังขนาด 125mm แต่อย่างใด
รายงานที่ไม่ได้ยืนยันจากแหล่งของจีนระบุว่าระบบ Computer และระบบสื่อสารของรถถังได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำให้ผู้บังคับการรถสามารถใช้ประโยชน์จากระบบข่าวกรองบูรณาการร่วมของการประมวลผลสนามรบที่มาจากกองบัญชาการระดับสูงกว่าได้
โดยรายงานยังกล่าวถึงจุดที่ได้รับการปรับปรุงอื่นของรถถังหลัก Type 96B เช่น ระบบเครื่องยนต์ ระบบปล่อยไอเสีย ระบบกันกระเทือนที่ปรับปรุงใหม่ และล้อกดรับสายพานที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อระบบสายพานขับเคลื่อนมากขึ้น
ในส่วนเครื่องยนต์และตำแหน่งท่อไอเสียที่ย้ายไปส่วนท้ายรถคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากการพัฒนารถถังหลัก VT4 ของ Norinco สำหรับส่งออก ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ด้วยว่า ถ.หลัก Type 96B อาจจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลระบายความร้อยด้วยของเหลวกำลัง 1,200HP ใหม่ด้วย
อย่างไรก็ตามรายงานจากแหล่งจีนอีกทางระบุว่ารถถังหลัก Type 96B อาจจะใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังมากกว่าเครื่องยนต์เดิมของ Type 96A ขนาด 780HP ไม่มากนักคือน่าจะมีกำลังเกือบ 1,000HP เท่านั้น
กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้ส่งรถถังหลัก Type 96A เข้าร่วมการแข่งขัน Tank Biathlon ที่รัสเซียครั้งแรกในการแข่ง Tank Biathlon 2014 โดยครั้งนั้นจีนได้อันดับที่3 และต่อมาในการแข่ง Tank Biathlon 2015 ซึ่งจีนได้อันดับที่2
ซึ่งจีนเป็นประเทศเดียวที่ส่งรถถังหลักที่ตนเองสร้างเข้าร่วมการแข่งขัน Tank Biathlon ขณะที่รัสเซียและประเทศอื่นที่ร่วมการแข่งใช้รถถังหลักตระกูล T-72
ทั้งนี้จากการแข่งขัน Tank Biathlon สองปีที่ผ่านมาทำให้จีนได้รับประสบการณ์ในการใช้งานและพัฒนารถถังหลักของตนจากการแข่งเป็นอย่างมากหลายประการครับ
Images have emerged of a new variant of Norinco's Type 96 (ZTZ-96) main battle tank. Source: CJDBY website
At least five T-96Bs arrived in Russia on 7 July to take part in the Masters of Automobile and Tank Hardware competition, according to Russian media reports. (CJDBY website)
http://www.janes.com/article/62175/china-s-norinco-develops-new-type-96-mbt-variant
China North Industries Corporation หรือบริษัท Norinco ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์รายใหญ่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้พัฒนารถถังหลัก Type 96(ZTZ-96) รุ่นใหม่ล่าสุด
เพื่อส่งเข้าแข่งขันในการแข่งขันกองทัพนานาชาติที่จัดโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียคือการแข่ง Tank Biathlon 2016 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 30 กรกฎาคม-16 สิงหาคมนี้ที่รัสเซีย
สื่อรัสเซียรายงานว่า รถถังหลัก Type 96B อย่างน้อย 5คันถูกขนส่งเดินทางไปถึงรัสเซียตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อเตรียมเข้าแข่งขันในการแข่ง Tank Biathlon 2016
รถถังหลัก Type 96B รุ่นใหม่ตามที่ถูกเรียกตอนนี้โดยมีภาพและวีดิทัศน์ปรากฎเผยแพร่ใน Online Forums จีนตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมนั้น แสดงถึงการทดสอบรถถังในเขตพื้นที่สูง ต่อมาอีกสองวันจึงปรากฎภาพว่ารถถังเดินทางไปรัสเซีย
มีการคาดว่ารถถังหลัก Type 96B อาจจะปรับปรุงในส่วนระบบระบายอากาศใหม่ แต่อย่างไรก็ตามภาพไม่ปรากฎว่ารถมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนป้อมปืน, ระบบกล้องตรวจจับ และปืนใหญ่รถถังขนาด 125mm แต่อย่างใด
รายงานที่ไม่ได้ยืนยันจากแหล่งของจีนระบุว่าระบบ Computer และระบบสื่อสารของรถถังได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำให้ผู้บังคับการรถสามารถใช้ประโยชน์จากระบบข่าวกรองบูรณาการร่วมของการประมวลผลสนามรบที่มาจากกองบัญชาการระดับสูงกว่าได้
โดยรายงานยังกล่าวถึงจุดที่ได้รับการปรับปรุงอื่นของรถถังหลัก Type 96B เช่น ระบบเครื่องยนต์ ระบบปล่อยไอเสีย ระบบกันกระเทือนที่ปรับปรุงใหม่ และล้อกดรับสายพานที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อระบบสายพานขับเคลื่อนมากขึ้น
ในส่วนเครื่องยนต์และตำแหน่งท่อไอเสียที่ย้ายไปส่วนท้ายรถคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากการพัฒนารถถังหลัก VT4 ของ Norinco สำหรับส่งออก ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ด้วยว่า ถ.หลัก Type 96B อาจจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลระบายความร้อยด้วยของเหลวกำลัง 1,200HP ใหม่ด้วย
อย่างไรก็ตามรายงานจากแหล่งจีนอีกทางระบุว่ารถถังหลัก Type 96B อาจจะใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังมากกว่าเครื่องยนต์เดิมของ Type 96A ขนาด 780HP ไม่มากนักคือน่าจะมีกำลังเกือบ 1,000HP เท่านั้น
กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้ส่งรถถังหลัก Type 96A เข้าร่วมการแข่งขัน Tank Biathlon ที่รัสเซียครั้งแรกในการแข่ง Tank Biathlon 2014 โดยครั้งนั้นจีนได้อันดับที่3 และต่อมาในการแข่ง Tank Biathlon 2015 ซึ่งจีนได้อันดับที่2
ซึ่งจีนเป็นประเทศเดียวที่ส่งรถถังหลักที่ตนเองสร้างเข้าร่วมการแข่งขัน Tank Biathlon ขณะที่รัสเซียและประเทศอื่นที่ร่วมการแข่งใช้รถถังหลักตระกูล T-72
ทั้งนี้จากการแข่งขัน Tank Biathlon สองปีที่ผ่านมาทำให้จีนได้รับประสบการณ์ในการใช้งานและพัฒนารถถังหลักของตนจากการแข่งเป็นอย่างมากหลายประการครับ
วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
อังกฤษสั่งจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8 Poseidon จากสหรัฐฯ 9เครื่อง
Farnborough 2016: UK orders P-8 Poseidon maritime patrol aircraft
The UK signed a contract for nine P-8 Poseidon maritime patrol aircraft on the opening day of the 2016 Farnborough Airshow. Source: US Navy
http://www.janes.com/article/62159/farnborough-2016-uk-orders-p-8-poseidon-maritime-patrol-aircraft
นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นาย David Cameron ได้แถลงประกาศในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมว่า
กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล Boeing P-8 Poseidon จากสหรัฐฯจำนวน 9เครื่อง
"วันนี้ได้ได้ลงนามสัญญาจัดหาสำหรับเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8 ใหม่ 9เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร เป็นการเน้นย้ำความมุ่งหมายของสหราชอาณาจักรที่จะจ่ายเพื่อการป้องกันประเทศในภาพรวม" นายกรัฐมนตรีอังกฤษ Cameron กล่าว
ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร งบประมาณสำหรับการจัดหา P-8 Poseidon จะอยู่ที่ 3 billion Pound ตลอดไปจนถึงทศวรรษหน้า
การจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8 Poseidon นั้นเพื่อเป็นการอุดช่องว่างด้านขีดความสามารถของกองทัพอากาศอังกฤษหลังจากที่โครงการเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล Nimrod MRA4 ที่ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2010
คาดว่า P-8 เครื่องแรกจะถูกส่งมอบให้อังกฤษได้ภายในปี 2019 ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร นาย Philip Dunne กล่าวในงาน Farnborough 2016 ว่า P-8 เครื่องที่เหลืออีก 8เครื่องจะถูกส่งมอบตามมาหลังเครื่องแรกภายใน 24เดือน
เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8 Poseidon เป็นการดัดแปลงเครื่องบินโดยสาร Boeing 737 ติดตั้งระบบตรวจจับ, ห้องบรรทุกอาวุธ และองค์ประกอบอื่นๆ
สำหรับใช้ในภารกิจต่อต้านเรือดำน้ำ(ASW:Anti Submarine Warfare), ต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW:Anti-Surface Warfare), ค้นหาและกู้ภัย (SAR:Search And Rescue) และภารกิจอื่นๆ
โดยถูกมีวัตถุประสงค์เดิมออกแบบมาสำหรับประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ และต่อมาได้สร้างส่งออกต่างประเทศคืออินเดียในรุ่น P-8I Neptune และกองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force)
กองทัพอากาศอังกฤษจะนำ P-8 ทั้ง 9เครื่องประจำการที่ฐานทัพอากาศ Lossiemouth ใน Scotland โดยจะมีกำลังพลเพิ่มเติม 400นายประจำฐานเพื่อปฏิบัติการและสนับสนุนอากาศยาน
งบประมาณอีก 100 million Pound จะถูกนำไปพัฒนาฐานทัพอากาศ Lossiemouth ในส่วนระบบสนับสนุนและการฝึก
การตัดสินในจัดซื้อ P-8 เป็นหัวข้อสำคัญของแผนพิจารณายุทธศาสตร์กลาโหมและความมั่นคงสหราชอาณาจักร 2015(SDSR: Strategic Defence and Security Review 2015)
ซึ่งแผนดังกล่าวได้ตัดสินในทางในการจัดซื้อระบบที่มีขายในตลาดอยู่แล้วคือ P-8 เหนือการแข่งขันในโครงการจัดหาอย่างเป็นทางการ หรือเพื่อการพัฒนาอำนาจอธิปไตย หรือกล่าวอีกแง่คือเพื่อขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ทางทะเล
"เครื่องบิน P-8 เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะเติมเต็มช่องว่างขีดความสามารถของเครื่องบินตรวจการทางทะเลของเรา มันได้ทดลองทดสอบแล้ว และจะสามารถถูกส่งมอบในระยะเวลาที่เราต้องการ"
หัวหน้าสำนักจัดซื้อจัดจ้างกลาโหมสหราชอาณาจักร (DE&S: defence procurement agency) นาย Tony Douglas ได้กล่าวเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมครับ
The UK signed a contract for nine P-8 Poseidon maritime patrol aircraft on the opening day of the 2016 Farnborough Airshow. Source: US Navy
http://www.janes.com/article/62159/farnborough-2016-uk-orders-p-8-poseidon-maritime-patrol-aircraft
นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นาย David Cameron ได้แถลงประกาศในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมว่า
กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล Boeing P-8 Poseidon จากสหรัฐฯจำนวน 9เครื่อง
"วันนี้ได้ได้ลงนามสัญญาจัดหาสำหรับเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8 ใหม่ 9เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร เป็นการเน้นย้ำความมุ่งหมายของสหราชอาณาจักรที่จะจ่ายเพื่อการป้องกันประเทศในภาพรวม" นายกรัฐมนตรีอังกฤษ Cameron กล่าว
ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร งบประมาณสำหรับการจัดหา P-8 Poseidon จะอยู่ที่ 3 billion Pound ตลอดไปจนถึงทศวรรษหน้า
การจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8 Poseidon นั้นเพื่อเป็นการอุดช่องว่างด้านขีดความสามารถของกองทัพอากาศอังกฤษหลังจากที่โครงการเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล Nimrod MRA4 ที่ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2010
คาดว่า P-8 เครื่องแรกจะถูกส่งมอบให้อังกฤษได้ภายในปี 2019 ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร นาย Philip Dunne กล่าวในงาน Farnborough 2016 ว่า P-8 เครื่องที่เหลืออีก 8เครื่องจะถูกส่งมอบตามมาหลังเครื่องแรกภายใน 24เดือน
เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8 Poseidon เป็นการดัดแปลงเครื่องบินโดยสาร Boeing 737 ติดตั้งระบบตรวจจับ, ห้องบรรทุกอาวุธ และองค์ประกอบอื่นๆ
สำหรับใช้ในภารกิจต่อต้านเรือดำน้ำ(ASW:Anti Submarine Warfare), ต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW:Anti-Surface Warfare), ค้นหาและกู้ภัย (SAR:Search And Rescue) และภารกิจอื่นๆ
โดยถูกมีวัตถุประสงค์เดิมออกแบบมาสำหรับประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ และต่อมาได้สร้างส่งออกต่างประเทศคืออินเดียในรุ่น P-8I Neptune และกองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force)
กองทัพอากาศอังกฤษจะนำ P-8 ทั้ง 9เครื่องประจำการที่ฐานทัพอากาศ Lossiemouth ใน Scotland โดยจะมีกำลังพลเพิ่มเติม 400นายประจำฐานเพื่อปฏิบัติการและสนับสนุนอากาศยาน
งบประมาณอีก 100 million Pound จะถูกนำไปพัฒนาฐานทัพอากาศ Lossiemouth ในส่วนระบบสนับสนุนและการฝึก
การตัดสินในจัดซื้อ P-8 เป็นหัวข้อสำคัญของแผนพิจารณายุทธศาสตร์กลาโหมและความมั่นคงสหราชอาณาจักร 2015(SDSR: Strategic Defence and Security Review 2015)
ซึ่งแผนดังกล่าวได้ตัดสินในทางในการจัดซื้อระบบที่มีขายในตลาดอยู่แล้วคือ P-8 เหนือการแข่งขันในโครงการจัดหาอย่างเป็นทางการ หรือเพื่อการพัฒนาอำนาจอธิปไตย หรือกล่าวอีกแง่คือเพื่อขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ทางทะเล
"เครื่องบิน P-8 เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะเติมเต็มช่องว่างขีดความสามารถของเครื่องบินตรวจการทางทะเลของเรา มันได้ทดลองทดสอบแล้ว และจะสามารถถูกส่งมอบในระยะเวลาที่เราต้องการ"
หัวหน้าสำนักจัดซื้อจัดจ้างกลาโหมสหราชอาณาจักร (DE&S: defence procurement agency) นาย Tony Douglas ได้กล่าวเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมครับ
เครื่องบินลำเลียง An-178 ยูเครนเข้าร่วมการจัดแสดงในงาน Farnborough 2016
Farnborough 2016: An-178 makes Farnborough debut
The An-178 made its first Farnborough appearance in 2016, as the company looks to increase international customers for the aircraft. Source: IHS/Charles Forrester
http://www.janes.com/article/62137/farnborough-2016-an-178-makes-farnborough-debut
เครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ไอพ่น Antonov An-178 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire สหราชอาณาจักร
โดยทาง Antonov ยูเครนหวังที่จะเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องบินลำเลียงของตนสู่ตลาดนานาประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ซึ่งเครื่องบินลำเลียง An-178 ยูเครนได้เปิดตัวในงานแสดงอากาศยานของตะวันตกครั้งแรกในงาน Paris Air Show 2015 ที่ฝรั่งเศส และล่าสุดในงาน ILA 2016 ที่ Berlin เยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
จากการเปิดเผยครั้งแรกเมื่อปี 2010 เครื่องบินลำเลียง An-178 พัฒนามาจากเครื่องบินโดยสาร Antonov An-158 โดยพัฒนาเพิ่มส่วนประตูท้ายเครื่อง(rear loading ramp)สำหรับการเปิดปิดเพื่อบรรทุกสัมภาระ
ตามข้อมูลของ Jane's All The World's Aircraft: Development & Production ห้องบรรทุกของ An-178 มีความยาว 16.65m เมื่อรวมประตูท้าย และยาว 12.85m เมื่อไม่รวมประตูท้าย กว้าง 2.745m และสูง 2.75m
ห้องบรรทุกมีขนาดพื้นที่ 40ตารางเมตร และมีปริมาตร 125ลูกบาศก์เมตร(รวมประตูท้ายเครื่อง) ตัวเครื่องมีปีกกว้าง 28.84m ลำตัวยาว 32.95m และสูง 10.14m
สมรรถนะเมื่อบรรทุกหนักสุด 18tons มีพิสัยการบินไกลสุด 1,000km ความเร็วเดินทาง 445knots และต้องการทางวิ่งยาว 2,500m สำหรับการบินขึ้นลง
An-178 มีลูกค้ารายแรกคือสายการบิน Silkway อาเซอร์ไบจานสำหรับใช้เป็นเครื่องบินลำเลียงสินค้า รัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้รายงานว่าได้จ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับการจัดซื้อ 2เครื่องเมื่อเดือนกรกฎาคม คาดว่าการส่งมอบเริ่มในปี 2018 โดยมีจำนวนการจัดหาเพิ่มเติมรวม 8เครื่อง
ทั้งนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมารัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประการว่าตั้งใจที่จะมีการดำเนินงานประกอบ An-178 บางส่วนภายในประเทศ
ลูกค้าอีกรายคือซาอุดิอาระเบียซึ่งได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Antonov ในการจัดหา An-178 จำนวน 30เครื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียและยูเครน
นอกจากนี้ Antonov ยูเครนและ Taqnia ซาอุดิอาระเบียได้ได้ร่วมือกันพัฒนาเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ใบพัด An-132D ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องบินลำเลียง An-32 (NATO กำหนดรหัส Curl)
โดยเครื่องบินลำเลียง An-132D มีการนำระบบของตะวันตกมาติดตั้งหลายอย่างทั้งเครื่องยนต์ของ Pratt & Whitney ระบบ Avionic และใบพัดครับ
The An-178 made its first Farnborough appearance in 2016, as the company looks to increase international customers for the aircraft. Source: IHS/Charles Forrester
http://www.janes.com/article/62137/farnborough-2016-an-178-makes-farnborough-debut
เครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ไอพ่น Antonov An-178 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานแสดงอากาศยานนานาชาติ Farnborough 2016 ที่ Hampshire สหราชอาณาจักร
โดยทาง Antonov ยูเครนหวังที่จะเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องบินลำเลียงของตนสู่ตลาดนานาประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ซึ่งเครื่องบินลำเลียง An-178 ยูเครนได้เปิดตัวในงานแสดงอากาศยานของตะวันตกครั้งแรกในงาน Paris Air Show 2015 ที่ฝรั่งเศส และล่าสุดในงาน ILA 2016 ที่ Berlin เยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
จากการเปิดเผยครั้งแรกเมื่อปี 2010 เครื่องบินลำเลียง An-178 พัฒนามาจากเครื่องบินโดยสาร Antonov An-158 โดยพัฒนาเพิ่มส่วนประตูท้ายเครื่อง(rear loading ramp)สำหรับการเปิดปิดเพื่อบรรทุกสัมภาระ
ตามข้อมูลของ Jane's All The World's Aircraft: Development & Production ห้องบรรทุกของ An-178 มีความยาว 16.65m เมื่อรวมประตูท้าย และยาว 12.85m เมื่อไม่รวมประตูท้าย กว้าง 2.745m และสูง 2.75m
ห้องบรรทุกมีขนาดพื้นที่ 40ตารางเมตร และมีปริมาตร 125ลูกบาศก์เมตร(รวมประตูท้ายเครื่อง) ตัวเครื่องมีปีกกว้าง 28.84m ลำตัวยาว 32.95m และสูง 10.14m
สมรรถนะเมื่อบรรทุกหนักสุด 18tons มีพิสัยการบินไกลสุด 1,000km ความเร็วเดินทาง 445knots และต้องการทางวิ่งยาว 2,500m สำหรับการบินขึ้นลง
An-178 มีลูกค้ารายแรกคือสายการบิน Silkway อาเซอร์ไบจานสำหรับใช้เป็นเครื่องบินลำเลียงสินค้า รัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้รายงานว่าได้จ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับการจัดซื้อ 2เครื่องเมื่อเดือนกรกฎาคม คาดว่าการส่งมอบเริ่มในปี 2018 โดยมีจำนวนการจัดหาเพิ่มเติมรวม 8เครื่อง
ทั้งนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมารัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประการว่าตั้งใจที่จะมีการดำเนินงานประกอบ An-178 บางส่วนภายในประเทศ
ลูกค้าอีกรายคือซาอุดิอาระเบียซึ่งได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Antonov ในการจัดหา An-178 จำนวน 30เครื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียและยูเครน
นอกจากนี้ Antonov ยูเครนและ Taqnia ซาอุดิอาระเบียได้ได้ร่วมือกันพัฒนาเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์ใบพัด An-132D ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องบินลำเลียง An-32 (NATO กำหนดรหัส Curl)
โดยเครื่องบินลำเลียง An-132D มีการนำระบบของตะวันตกมาติดตั้งหลายอย่างทั้งเครื่องยนต์ของ Pratt & Whitney ระบบ Avionic และใบพัดครับ
วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
อินเดียเสร็จสิ้นการเจรจาราคาปืนใหญ่อัตตาจร K-9 จำนวน 100ระบบจากเกาหลีใต้
India completes price negotiations for 100 modified K-9 self-propelled howitzers
India has completed price negotiations for 100 modified South Korean K-9 self-propelled howitzers (seen here during a live-fire drill north of Seoul in November 2014) for around USD750 million. Source: PA
http://www.janes.com/article/61971/india-completes-price-negotiations-for-100-modified-k-9-self-propelled-howitzers
กระทรวงกลาโหมอินเดียได้เสร็จสิ้นการเจรจาข้อตกลงราคากับบริษัท Larsen & Toubro(L&T) สำหรับการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 ที่ได้รับการปรับปรุงจากสาธารณรัฐเกาหลีจำนวน 100ระบบวงเงินราว $750 million
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมความมั่นคงกล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 Vajra ของบริษัท L&T เป็นรุ่นที่ปรับปรุงมาจากปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 ขนาด 155mm/52 Caliber ของ Samsung Techwin สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งผลิตภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันนั้น
คณะกรรมการความมั่นคงของคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีอินเดีย Narendra Modi เป็นประธานจะต้องมีการอนุมัติก่อนจะเริ่มการลงนาม
ทางเลือกที่จะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร K-9 เพิ่มเติมนั้นได้ร่วมอยู่ในสัญญาด้วย คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาก่อนที่จะสิ้นสุดปีงบประมาณ 2016 นี้คือในเดือนมีนาคม ปี2017
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 น้ำหนัก 47tons สำหรับกองทัพบกอินเดียถูกจัดซื้อภายใต้นโยบาย 'Buy Global' ในกลุ่มของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างกลาโหม(DPP: Defence Procurement Procedure)
โดยปืนใหญ่อัตตาจร K-9 Vajra จะถูกสร้างที่โรงงาน Talegaon ของบริษัท L&T ใกล้เมือง Pune ทางตะวันตกของอินเดียในฐานะส่วนหนึ่งในการร่วมทุน(JV:Joint Venture)กับบริษัท Samsung เกาหลีใต้
อย่างไรก็ตามระบบสนับสนุนเสริมคือรถจ่ายกระสุน K-10 ที่ใช้ระบบแคร่รถฐานเช่นเดียวกับปืนใหญ่อัตตาจร K-9 ไม่ได้รวมอยู่ส่วนหนึ่งของข้อตกลงด้วย
แหล่งข้อมูลของบริษัท L&T กล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจร K-9 Vajra จะมีชิ้นส่วนประกอบร้อยละ50 ที่ผลิตภายในอินเดีย ที่เกี่ยวข้องการผลิตโครงสร้างตัวถังรถและป้อมปืนใหญ่ รวมถึงระบบย่อยอีก 14ระบบที่พัฒนาโดยอินเดียเองเช่นระบบควบคุมการยิงและระบบสื่อสาร
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 มีประจำการในสาธารณรัฐเกาหลี, โปแลนด์ และตุรกี
โดยเป็นหนึ่งในระบบที่ทำการแข่งขันในโครงการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรของกองทัพบกอินเดียเมื่อต้นปี2014 ร่วมกับปืนใหญ่อัตตาจร MSTA-S รัสเซียที่เปลี่ยนระบบปืนใหญ่เดิมจากขนาด 152mm เป็น 155mm/45caliber
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล MTU MT881 Ka 500 V8 แบบระบายความร้อนด้วยน้ำกำลัง 1,000HP ของเยอรมนี พร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติของ Allison สหรัฐฯ มีกำลังพลประจำรถ 5นาย
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 สามารถยิงโจมตีเป้าหมายได้ในระยะระหว่าง 18-40km โดยมีพิสัยทำการ 450km มีระบบกันกระเทือนสายพานแบบ hydro-pneumatic ระยะห่างจากท้องรถถึงพื้นสูงทำให้เคลื่อนที่ในภูมิประเทศที่ยากลำบากได้ดีครับ
India has completed price negotiations for 100 modified South Korean K-9 self-propelled howitzers (seen here during a live-fire drill north of Seoul in November 2014) for around USD750 million. Source: PA
http://www.janes.com/article/61971/india-completes-price-negotiations-for-100-modified-k-9-self-propelled-howitzers
กระทรวงกลาโหมอินเดียได้เสร็จสิ้นการเจรจาข้อตกลงราคากับบริษัท Larsen & Toubro(L&T) สำหรับการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 ที่ได้รับการปรับปรุงจากสาธารณรัฐเกาหลีจำนวน 100ระบบวงเงินราว $750 million
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมความมั่นคงกล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 Vajra ของบริษัท L&T เป็นรุ่นที่ปรับปรุงมาจากปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 ขนาด 155mm/52 Caliber ของ Samsung Techwin สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งผลิตภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันนั้น
คณะกรรมการความมั่นคงของคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีอินเดีย Narendra Modi เป็นประธานจะต้องมีการอนุมัติก่อนจะเริ่มการลงนาม
ทางเลือกที่จะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร K-9 เพิ่มเติมนั้นได้ร่วมอยู่ในสัญญาด้วย คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาก่อนที่จะสิ้นสุดปีงบประมาณ 2016 นี้คือในเดือนมีนาคม ปี2017
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 น้ำหนัก 47tons สำหรับกองทัพบกอินเดียถูกจัดซื้อภายใต้นโยบาย 'Buy Global' ในกลุ่มของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างกลาโหม(DPP: Defence Procurement Procedure)
โดยปืนใหญ่อัตตาจร K-9 Vajra จะถูกสร้างที่โรงงาน Talegaon ของบริษัท L&T ใกล้เมือง Pune ทางตะวันตกของอินเดียในฐานะส่วนหนึ่งในการร่วมทุน(JV:Joint Venture)กับบริษัท Samsung เกาหลีใต้
อย่างไรก็ตามระบบสนับสนุนเสริมคือรถจ่ายกระสุน K-10 ที่ใช้ระบบแคร่รถฐานเช่นเดียวกับปืนใหญ่อัตตาจร K-9 ไม่ได้รวมอยู่ส่วนหนึ่งของข้อตกลงด้วย
แหล่งข้อมูลของบริษัท L&T กล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจร K-9 Vajra จะมีชิ้นส่วนประกอบร้อยละ50 ที่ผลิตภายในอินเดีย ที่เกี่ยวข้องการผลิตโครงสร้างตัวถังรถและป้อมปืนใหญ่ รวมถึงระบบย่อยอีก 14ระบบที่พัฒนาโดยอินเดียเองเช่นระบบควบคุมการยิงและระบบสื่อสาร
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 มีประจำการในสาธารณรัฐเกาหลี, โปแลนด์ และตุรกี
โดยเป็นหนึ่งในระบบที่ทำการแข่งขันในโครงการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรของกองทัพบกอินเดียเมื่อต้นปี2014 ร่วมกับปืนใหญ่อัตตาจร MSTA-S รัสเซียที่เปลี่ยนระบบปืนใหญ่เดิมจากขนาด 152mm เป็น 155mm/45caliber
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล MTU MT881 Ka 500 V8 แบบระบายความร้อนด้วยน้ำกำลัง 1,000HP ของเยอรมนี พร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติของ Allison สหรัฐฯ มีกำลังพลประจำรถ 5นาย
ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K-9 สามารถยิงโจมตีเป้าหมายได้ในระยะระหว่าง 18-40km โดยมีพิสัยทำการ 450km มีระบบกันกระเทือนสายพานแบบ hydro-pneumatic ระยะห่างจากท้องรถถึงพื้นสูงทำให้เคลื่อนที่ในภูมิประเทศที่ยากลำบากได้ดีครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









