วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เครื่องบินขับไล่ F-15EX สำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯทำการบินครั้งแรก

Boeing flies first F-15EX for USAF






The first of upwards of 200 F-15EX combat aircraft for the US Air Force departs Lambert International Airport in St Louis on its maiden flight. (Boeing)



บริษัท Boeing สหรัฐฯได้ทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ F-15EX Advanced Eagle สำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021
เที่ยวบินระยะเวลา 90นาทีจากท่าอากาศยานนานาชาติ St Louis Lambert ในมลรัฐ Missouri ได้เห็นนักบินทดสอบทำการตรวจสอบระบบ Avionic, ระบบขั้นก้าวหน้า และชุดคำสั่งต่างๆของเครื่องบิน

"ทีมทดสอบที่ทำการติดตามการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างการบินในเวลาจริงยืนยันว่าเครื่องบินดำเนินการตามแผนที่วางไว้" Boeing กล่าว
หลักก้าวย่างนี้มีขึ้นตามมาราว 7เดือนหลังจากที่กองทัพอากาศสหรัฐฯทำสัญญากับบริษัท Boeing ในเดือนกรกฎาคม 2020 ที่จะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-15EX ชุดแรกจำนวน 8เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/f-15-eagle.html)

การทำการบินครั้งแรกขณะนี้เป็นการนำทางสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15EX สองเครื่องแรกที่จะถูกส่งมอบให้กองทัพอากาศสหรัฐฯภายหลังในไตรมาสแรกของปี 2021 นี้ ล่วงหน้าที่เหลืออีก 6เครื่องที่จะถูกส่งมอบไปจนถึงสิ้นปี 2023
กองทัพอากาศสหรัฐฯกำลังจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-15EX เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-15C/D Eagle ที่มีอายุการใช้งานมากที่สุดที่มีในประจำการ ซึ่งบางเครื่องประจำการมาตั้งแต่ปี 1979

โดยเครื่องบินขับไล่ F-15EX ขั้นต้น 8เครื่องได้รับการอนุมัติในปีงบประมาณ 2020 และตามมาด้วยการทำสัญญา F-15EX เพิ่มเติมอีก 12เครื่องได้รับการร้องขอการอนุมัติในปีงบประมาณ 2021
กองทัพอากาศสหรัฐฯวางแผนที่จะจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-15EX รวมทั้งหมด 76เครื่องตลอดระยะเวลา 5ปีตามโครงการกลาโหมปีอนาคต(FYDP: Future Years Defense Program)

การเปิดเผยก่อนหน้านี้แผนในอนาคตได้มีการร้องขอสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15EX จำนวนถึงอย่างน้อย 144เครื่อง ขณะที่จำนวนล่าสุดถูกกำหนดที่ 200เครื่อง
เครื่องบินขับไล่ Boeing F-15EX Advanced Eagle เป็นหนึ่งในระบบที่ถูกเลือกโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯเพื่อเปิดตัวการพัฒนาระบบจัดการสนามรบขั้นก้าวหน้า(ABMS: Advanced Battle Management System) ของขีดความสามารถ Internet of Things(IoT)

บริษัท General Electric(GE) Aviation สหรัฐฯได้ถูกเลือกจากกองทัพอากาศสหรัฐฯสำหรับเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ F110-GE-129 ของเครื่องบินขับไล่ F-15EX(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/general-electric-f-15ex.html)
โดยบริษัท GE Aviation สหรัฐฯกล่าวกับ Janes ในเดือนกันยายน 2020 ว่าตนได้ผลิตเครื่องยนต์ 10เครื่องในปี 2019 และน่าจะผลิตได้ 30เครื่องในปี 2020 โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตได้ถึง 90-100เครื่องต่อปีเมื่อถึงปี 2024 ครับ

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ฝรั่งเศสจะสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale เพิ่ม 12เครื่องทดแทนเครื่องที่ขายให้กรีซ

France to order 12 Rafales to replace those sold to Greece



France is to order 12 Rafale F3R combat aircraft in February to replace 12 older versions sold to Greece. (Ministère des Armées)



รัฐมนตรีกระทรวงกองทัพฝรั่งเศส นาง Florence Parly ประกาศเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2021 ว่าฝรั่งเศสตัดสินใจที่จะสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 12เครื่องเพื่อทดแทนเครื่องที่ขายให้กรีซ(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/rafale.html)
กระทรวงกองทัพฝรั่งเศสกล่าวใน Website ของตนในวันเดียวกันว่าสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction Générale de l’Armement) จะมีมีการสังจัดหากับบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศส, บริษัท Safran ฝรั่งเศส และบริษัท Thales ยุโรปในเดือนกุมภาพันธ์ 2021

รัฐมนตรีกระทรวงกองทัพฝรั่งเศส Parly ได้มีการแถลงการประกาศนี้ระหว่างที่เธอเยือนโรงงานอากาศยานของบริษัท Dassault Aviation ใน Argonay(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/rafale.html
เครื่องบินขับไล่ Rafale F3R ใหม่ 12เครื่องจะทดแทนเครื่องบินขับไล่ Rafale มือสอง 12เครื่องที่ถูกขายให้กับกรีซ ตามข้อมูลจากกระทรวงกองทัพฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/rafale-18.html

กระทรวงกองทัพฝรั่งเศสกล่าวว่ากองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, Armée de l'Air et de l'Espace) ควรจะมีเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 129เครื่อง
ด้วยขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นในเส้นทางกับวัตถุประสงค์ของโครงการงบประมาณทางทหาร(LPM: Loi de Programmation Militaire) ช่วงปี 2019-2025

เครื่องบินขับไล่ Rafale ใหม่ 12เครื่องคาดว่าจะถูกส่งมอบในปี 2025 และมีการจัดหาเพิ่มเติมตามที่คาดว่าจะรวมเป็น 28เครื่องโดยแผน LPM ที่จะเริ่มต้นสายการผลิตในเดือนธันวาคม 2022
จัดหา Rafale ใหม่การทดแทนเครื่องที่ผ่านการใช้งานแล้ว 12เครื่องและระบบตรวจจับของพวกมัน จะทำให้กองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศสได้รับเครื่องใหม่เข้าประจำการและมีขีดความสามารถใหม่ล่าสุด กระทรวงกองทัพฝรั่งเศสกล่าว

ขณะที่กองทัพอากาศกรีซ(HAF: Hellenic Air Force) จะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Rafale ทั้งหมด 18เครื่อง ประกอบด้วยเครื่องมือสองส่วนเกิน 12เครื่องที่เคยประจำการในกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส 
แบ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว Rafale C จำนวน 10เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Rafale B จำนวน 2เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 6เครื่องที่จะสร้างใหม่จากโรงงานของ Dassault ในฝรั่งเศสครับ

วันทหารผ่านศึก ๒๕๖๔

"หน่วยรบพิเศษจะไม่ตามไปในที่มีเส้นทางนำ ในทางตรงข้าม เราจะไปในที่ที่ไม่มีเส้นทางและจะทิ้งรอยให้หน่วยอื่นได้ตาม"

หน่วยเฉพาะกิจ ฉก.๗๑๗ (Task Force 717) จาก "คีตะคีรีมิรู้จบ แนวรบตะวันตกไม่เคยสิ้นสุด"

นวนิยาย และนิยายภาพในชุด 'รัฐไกลา'
ตำนานเจ้าคีรี
คีตะคีรีมิรู้จบ แนวรบตะวันตกไม่เคยสิ้นสุด
ไกลา ดินแดนแห่งความสุข

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ฟิลิปปินส์รับมอบเครื่องบินลำเลียง C-130H มือสองจากสหรัฐฯเพิ่มเติม

Philippines receives additional C-130H transport aircraft from US





The PAF received the first of two refurbished C-130H transport aircraft from the United States on 29 January. (PAF)

กองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) ได้รับมอบเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง Lockheed Martin (Lockheed) C-130H Hercules เพิ่มเติมจากสหรัฐฯแล้ว
เครื่องบินลำเลียง C-130H ที่ผ่านการปรับปรุงคืนสภาพแล้วที่เคยประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) หมายเลขหางเครื่อง 5125 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 2เครื่องที่กองทัพอากาศฟิลิปปินส์จัดหาผ่านโครงการยุทโธปกรณ์ส่วนเกินของสหรัฐฯ (EDA: Excess Defense Articles) 

เครื่องบินลำเลียง C-130H จากสหรัฐฯเดินทางมาถึงฐานทัพอากาศ Colonel Jesus Villamor ในเมือง Pasay มหานครหลวง Manila ฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2021 ที่ผ่านมา
สองวันให้หลัง C-130H ได้ถูกส่งมอบให้กับกองบัญชาการการเคลื่อนที่ทางอากาศ กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ ที่ฐานทัพอากาศ Brigadier General Benito N Ebuen ในเมือง Lapu-Lapu จังหวัด Cebu ที่คาดว่าจะเข้าประจำการใน กองบินลำเลียงที่220 กองทัพอากาศฟิลิปปินส์

ในแถลงการณ์กองทัพอากาศฟิลิปปินส์กล่าวว่าเครรื่องบินลำเลียง C-130H ซึ่งได้รับการปรับปรุงระบบ Avionic จะมอบการเพิ่มขยายขีดความสามารถในกรอบของภารกิจการลำเลียงทางอากาศขนาดหนัก
เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายกำลังรบและสัมภาระระหว่างปฏิบัติการตอบสนองต่อการป้องกันดินแดนและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย เครื่องบินลำเลียง C-130H เครื่องที่สองคาดว่าจะถูกส่งมอบภายหลังในปี 2021 นี้

ตามข้อมูลจากตัวแทนผู้รับมอบของฟิลิปปินส์ เครื่องบินลำเลียง C-130H มือสองจำนวน 2เครื่อง ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเครื่องที่มีในฝูงบินลำเลียงของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ที่มีอยู่ 4เครื่องได้ถูกจัดซื้อจากสหรัฐฯเป็นวงเงินรวมที่ 2.5 billion Philippine Peso($52 million) 
ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้สนับสนุนงบประมาณวงเงิน 1.6 billion Philippine Peso และรัฐบาลสหรัฐฯสนับสนุนออกวงเงินให้อีก 900 million Philippine Peso ผ่านโครงการช่วยเหลือการเงินทางทหารแก่มิตรประเทศ Foreign Military Financing(FMF)

ฝูงบินลำเลียงที่222 กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ภายใต้การขึ้นตรงสายบังคับบัญชากับกองบินลำเลียงที่220 ปัจจุบันมีประจำการด้วยเครื่องบินลำเลียง C-130 Hecules รวม 4เครื่อง
ประกอบด้วยเครื่องบินลำเลียง C-130T จำนวน 2เครื่อง, เครื่องบินลำเลียง C-130B จำนวน 1เครื่อง และ C-130H จำนวน 1เครื่อง ซึ่งทั้งปฏิบัติการจาก Cebu โดยในส่วน C-130B นั้นคาดว่าจะถูกปลดประจำการลงในอนาคตอันใกล้ครับ

การปรับปรุงครึ่งอายุรถรบทหารราบ CV9035NL เนเธอร์แลนด์จะมุ่งเน้นที่ป้อมปืน

Dutch CV90 MLU focuses on turret



The RNLA CV9035NLs that returned home from Lithuania at the end of January will be among the 122 IFVs that will receive an MLU. (Dutch MoD)

การปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid-Life Upgrade) ของรถรบทหารราบ CV9035NL IFV(Infantry Fighting Vehicle) จะมุ่งเน้นไปที่ระบบป้อมปืนเป็นหลัก
ตามข้อมูลจากกองทัพบกเนเธอร์แลนด์(RNLA: Royal Netherlands Army, Koninklijke Landmacht) และบริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร

บริษัท BAE Systems ประกาศการลงนามสัญญากับองค์การจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมเนเธอร์แลนด์(DMO: Defence Materiel Organisation, Defensie Materieel Organisatie) เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2021
โดยสื่อประชาสัมพันธ์พาดหัวว่า "BAE Systems ได้รับสัญญาวงเงิน $500 million เพื่อส่งมอบป้อมปืนใหม่สำหรับรถรบทหารราบ CV90 ของเนเธอร์แลนด์"

การปรับปรุงครึ่งอายุของรถรบทหารราบ CV9035NL เนเธอร์แลนด์รวมถึงการติดตั้งแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง RAFAEL Defense Systems Spike ATGM(Anti-Tank Guided Missile) อิสราเอล
และระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System) แบบ Elbit Systems Iron Fist อิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/eitan-iron-fist.html)

BAE Systems กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2021 ว่าป้อมปืนใหญ่กล 35mm ที่มีอยู่ปัจจุบันเป็นป้อมปืนที่มีความก้าวหน้าและอำนาจการสังหามากที่สุดในหมู่ป้อมปืนที่มีประจำการในปัจจุบัน
แต่จากการศึกษาการลดความเสี่ยงนั้นแนะนำว่าแบบแผนของมันจะต้องได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดของระบบที่ถูกบูรณาการ

นายดาบ(WO: Warrant Officer) Tarkan ตัวแทนผู้ใช้งานปลายทางและผู้จัดการสายการผลิตของโครงการ CV9035NL MLU กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2021 ว่า
นี่เกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวการนำปืนหลัก 35mm ไปข้างหน้า ซึ่ง "ปรับปรุงหลักสรีรศาสตร์อย่างมาก" โดยกำลังพลในป้อมปืนจะนั่งใกล้ข้างๆกันมากกว่าที่จะถูกแยกจากกันด้วยปืน

Tarkan เสริมว่าผลของการเพิ่มห้องเสริมในป้อมปืนหมายความว่ารถจะสามารถบรรทุกกระสุนพร้อมใช้ได้โดยตรงมากขึ้นสำหรับปืนหลัก
เช่นเดียวกับการให้ความยืดหยุ่นอย่างมากขึ้นในการบรรทุกกระสุนผสมระหว่างกระสุนเจาะเกราะ(Armoured Piercing) และกระสุนแตกอากาศ(Airburst) ที่รถจะสามารถบรรทุกไปได้ครับ

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๔-๑





Ten weeks in Thailand: 1st SFG (A) Green Beret is first U.S. Soldier to complete Royal Thai Army’s Ranger School
From Oct. 17 to Dec. 29, 2020, a Green Beret with 1st Special Forces Group (Airborne) attended the RTA’s Ranger School in the Kingdom of Thailand and earned the Thai Ranger Badge along with recognition as the course’s distinguished graduate.

กำลังพลจากกลุ่มรบพิเศษที่1 (ส่งทางอากาศ) 'Green Beret' กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้เข้ารับการฝึกหลักสูตรจู่โจม(Ranger School) ของกองทัพบกไทย ระหว่างวันที่ ๑๗ ตุลาคม-๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓(2020) ที่ผ่านมา เป็นนายแรกในรอบ ๔๐ปีนั้น
เป็นหนึ่งในการแสดงถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แข็งแกร่งและยาวนานระหว่างกันของกองทัพบกสหรัฐฯและกองทัพบกไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เองก็มีกองทัพมิตรประเทศเช่นจากชาติตะวันตกที่เข้ารับการฝึกหลักสูตรส่งทางอากาศ(พลร่ม Airborne) จากกองทัพบกไทยมาบ้างแล้ว
ตามที่การฝึกหลักสูตรทางทหารในกองทัพบกไทยจะใช้ภาษาไทยในการสื่อสารซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับทหารต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ แต่ที่ผ่านมาหลายปีมานี้กองทัพบกไทยมีนโยบายระดับผู้บัญชาการที่ส่งเสริมให้กำลังพลมีทักษะการใช้ภาษอังกฤษให้ดียิ่งขึ้นอย่างมากครับ

3rd infantry Battalion, 29th Infantry Regiment, 9th Infantry Division, 1st Army Area, Royal Thai Army's Israel Weapon Industries (IWI) ACE-N 23 5.56x45mm rifles with IWI GL40 40x46mm grenade launcher.



...ศึกษาเพื่อความรู้...ฝึกฝนเพื่อความเชี่ยวชาญ... 
...Learn for knowledge...Train to expert.…

กองทัพภาคที่ 1 โดย พลทหารราบที่ 9 ( กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 29 ) จัดการเรียนการสอน ( Unit School ) ให้กับกำลังพล รวมถึงทดสอบการยิง เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. IWI GL40 ประกอบปืนเล็กยาว IWI Galil ACE 
ณ สนามยิงปืนอินทรีย์ทอง เพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสิทธิภาพ และความชำนาญในการใช้อาวุธของกำลังพล ที่มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ ตามนโยบายการฝึกของกองทัพบก

กองพันทหารราบที่๓ กรมทหารราบที่๒๙ กองพลทหารราบที่๙ กองทัพภาคที่๑ กองทัพบกไทย ได้ทำการทดสอบยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40x46mm แบบ IWI GL40 ประกอบปืนเล็กยาว IWI Galil ACE-N 23 ขนาด 5.56x45mm ในฐานะส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน Unit School
เป็นที่เข้าใจว่าเครื่องยิงลูกระเบิด IWI GL40 ดังกล่าวถูกจัดหาในโครงการวงเงิน ๒๘,๘๑๒,๙๖๐บาท($906,355) ราคาต่อหน่วย ๕๘,๒๐๘บาท($1,831) (๔๙๕กระบอก) มีผู้เสนอราคาคือบริษัท Israel Weapon Industries LTD.(IWI) อิสราเอล ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019)
การจัดหา ค.IWI GL 40 จะทำให้หมู่ปืนเล็กใช้ปืนแบบเดียวกันทั้งหมู่ลดปัญหาสายการส่งกำลังบำรุงปืนที่ต่างแบบกันในหน่วย เช่นที่เกิดกับบางหน่วยที่ใช้ปืนเล็กยาวจู่โจม ปลย.๕๐ TAVOR TAR ที่ยังจะใช้ปืนเล็กยาวจู่โจม M16A2 ติด ค.M203 40mm อยู่ครับ






Officers from Royal Thai Army (RTA) Cavalry Center visit Weapon Production Center, Defence Industry and Energy Center (WPC, DIEC) and demonstrated firing of ATMM(Autonomous Truck Mounted Mortar) 120mm, 81mm mortar NORINCO Type 85 Armored Personnel Carrier (APC) chassis and 120mm mortar turret for mounting on vehicle at RTA Artillery Center Range, Lopburi province in December 2020.

เมื่อ 071000 - 071500 ธ.ค.63 พล.ต.มนัส จันดี ผบ.ศม.ได้นำคณะผู้บังคับบัญชา ศม.และผู้แทนหน่วย ม.เข้าเยี่ยมชมสายการผลิตและดูการสาธิตการยิงอาวุธยุทโธปกรณ์ ณ ศอว.ศอพท.อ.เมือง จว.ล.บ. 
โดยห้วงเช้า เป็นการรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินการโครงการปรับปรุงพัฒนา ค.ขนาด 120 มม.แบบอัตตาจรล้อยาง(ATMM),ระบบรับแรง ค.ขนาด 81 มม.ติดตั้งบน รสพ.30( T85),ค.ขนาด 120 มม.ติดตั้งระบบรับแรง,ลย./ค.และกระสุนปืนใหญ่รถถัง 
และชมผลิตภัณฑ์และสายการผลิต ณ กองการผลิต รง.ปค.ศอว.ศอพท. ห้วงบ่ายเป็นการชมการสาธิตการยิง ค.ขนาด 81 มม.ติดตั้งระบบรับแรงบน รสพ.30(T85),ค.ขนาด 120 มม.ติดตั้งระบบรับแรง และ ค.ขนาด 120 มม.แบบอัตตาจรล้อยาง(ATMM) ณ สนามยิงปืน ศป.(เขาพุโลน)

การเยี่ยมชมกิจการของ ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท. ของศูนย์การทหารม้า กองทัพบกไทย เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาระบบเครื่องลูกระเบิดในไทยหลายระบบ
เช่น เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM(Autonomous Truck Mounted Mortar) ขนาด 120mm ที่สร้างในไทย ซึ่งกองทัพบกไทยมีสั่งการจัดหารวมแล้วสามระยะจำนวนรวมมากกว่า ๙ระบบแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/atmg-atmm.html)
รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงระบบรับแรงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 81mm บนรถสายพานลำเลียง รสพ.๓๐ Type 85 และระบบรับแรงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120mm สำหรับติดตั้งบนยานยนต์ เป็นการยืดอายุระบบอาวุธที่มีอยู่เพื่อใช้งานต่อไป และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยได้เป็นส่วนใหญ่ครับ




Royal Thai Army's Rapid Deployment Operation Vehicle from Polaris Inc.

โครงการรถปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว สำหรับหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน หรือขนย้ายยุทโธปกรณ์ โดยสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ยกระดับในการปฏิบัติภารกิจให้กับบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงาน ด้วยนวัตกรรมทางยุทโธปกรณ์ 
GR TECHNICAL CO.,LTD ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อความมั่นคง สำหรับภาครัฐและเอกชน

โครงการรถปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว เป็นที่เข้าใจว่าเป็นการจัดหารถยนต์บรรทุกวิบาก UTV(Utility Terrain Vehicle) หรือรถ Side-by-side จากบริษัท Polaris Inc. สหรัฐฯ โดยตัวแทนจัดจำหน่ายในไทยคือบริษัท GR TECHNICAL จำกัด
โดย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบกไทย ก็มีการพบเห็นว่ามีการใช้งานรถยนต์บรรทุกวิบากสำหรับปฏิบัติการพิเศษของ Polaris สหรัฐฯ มาก่อนหน้าแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งการจัดหาใหม่อาจจะเป็นความต้องการในส่วนหน่วยเคลื่อนที่เร็ว(RDF: Rapid Deployment Force) หรือไม่ก็ไม่ทราบ
ซึ่งรถยนต์บรรทุกวิบาก Polaris MRZR เป็นต้นรุ่นนี้ก็ได้รับการจัดหาโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของหลายประเทศ เช่น นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) ซึ่งได้เคยนำมาฝึกที่ไทยหลายครั้งแล้วครับ




Leopard 4x4 by Thailand company Panus Assembly based-on Ford sport utility vehicle (SUV).

เผยโฉมรถใหม่จากพนัสฯ “ Leopard ” ทำส่งนอก อินโดนีเซียสั่งซื้อ 115 คัน! 
ภาพที่เห็นอยู่นี้คือรถ 4 X 4 ผลงานล่าสุดจากบริษัทพนัส แอสเซมบลีย์ เป็นรถยนต์หุ้มเกราะเอนกประสงค์ ตัวรถใช้พื้นฐานโครงสร้างชัชชี่และภายในของ รถ ฟอร์ด มีน้ำหนัก 4.2 ตัน ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 200 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ ตัวรถหุ้มเกราะกันกระสุนระดับ NIJ Level 3 
ซึ่งได้มีการทดสอบยิงเกราะมาแล้ว ภายในสามารถบรรทุกคนได้ 4 คน พร้อมสิ่งของและอุปกรณ์อื่นๆ แต่ถ้าใช้บรรทุกคนอย่างเดียวจุได้รวม 10 คน บนหลังคาสามารถติดอาวุธปืนได้ เนื่องจากเป็นรถเอนกประสงค์ออกแบบและตกแต่งภายในตามแต่ภารกิจและความต้องการ 
สามารถติดตั้งระบบตัดสัญญานและแจมเมอร์ฯลฯ มีราคาคันละระหว่าง 3-7 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และระบบอาวุธและอื่นๆ ....ปัจจุบันตำรวจอินโดนีเซียได้สั่งซื้อ “ Leopard ”  แล้ว 115 คัน ...นับเป็นความสำเร็จและน่าภาคภูมิใจบริษัทของคนไทยที่สามารถส่งออกขายให้กับต่างประเทศ 
อันแสดงถึงความเชื่อมั่นเชื่อถือในฝีมือของคนไทยเรา ...สำหรับตลาดในประเทศ ได้มีผู้แทนจากกองทัพบกมาดูผลงานแล้ว และพนัสฯกำลังจะเสนอขายให้กองทัพบกไทย ..ต้องมาติดตามกันต่อไปว่าอนาคตของ “เจ้าเสือดาว” ตัวนี้ว่าจะประสบผลสำเร็จในการขายให้กับกองทัพไทยเมื่อไร....

การส่งออกรถยนต์หุ้มเกราะ Leopard 4x4 ของ บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด(Panus Assembly Co Ltd.) ไทยแก่ตำรวจอินโดนีเซีย( Indonesian National Police, POLRI: Kepolisian Republik Indonesia) จำนวน ๑๑๕คัน 
นับเป็นความสำเร็จล่าสุดของการส่งออกรถหุ้มเกราะของไทยแก่อินโดนีเซีย ต่อจากที่ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย ได้ส่งออกรถหุ้มเกราะล้อยางตระกูล First Win II 4x4
ในชื่อรถหุ้มเกราะล้อยาง Hanoman 4x4 แก่หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของหน่วยรบพิเศษกองทัพบกอินโดนีเซีย(Indonesian Army, TNI-AD: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Darat) ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/10/first-win-4x4.html)




Defence Technology Institute (DTI)'s Amphibious Armored Personnel Carrier (AAPC) 8x8 wheeled amphibious armored vehicle for Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy was test firing weapons at Ban Chan Krem, Chanthaburi, Thailand in 11-13 January 2021.

การทดสอบยิงอาวุธปืนใหญ่กล 30mm และปืนกลร่วมแกน 7.62mm จากป้อมปืน Remote แบบ ADDER M30 จากบริษัท ST Kinetics สิงคโปร์ของต้นแบบยานเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก Amphibious Armored Personnel Carrier(AAPC) 8x8 สำหรับนาวิกโยธินไทย
ณ สนามฝึกยิงปืนหมายเลข๑๖ กองทัพเรือ บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๑-๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔ เป็นความคืบหน้าล่าสุดหลังจากที่ในปี พ.ศ.๒๕๖๓ ได้มีการนำยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AAPC ทดสอบปฏิบัติการจากเรืออู่ยกพลขึ้นบกเรือหลวงอ่างทอง
ตามที่กองทัพเรือไทยจะจัดหา AAPC 8x8 ขั้นต้น ๕คันซึ่งผลิตโดยบริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน)(CHOTHAVEE PLC) ไทย จากราคาต่อคันที่ราว ๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($5 million) และป้อมปืนที่ ๖๙,๓๐๐,๐๐๐บาท($2,281,356) จะเห็นว่าการพัฒนาอาวุธในไทยมีราคาโดยรวมที่ต้องจ่ายสูงครับ

QW-18 Vanguard Man-portable air-defence system (MANPADS) missile of 2nd Air Defense Regiment (ADR2), Naval Air and Coastal Defence Command (ACDC), Royal Thai Navy (RTN). 

Igla-S MANPADS missiles of Royal Thai Army.

The Dzhigit support launching unit (SLU) to mount, aim and launch two Igla or Igla-S MANPADS missiles on Land Rover Defender 4x4. 

โครงการจัดหาอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ จำนวน ๕ ชุดยิง สำหรับหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ. วงเงิน ๒๔๖,๐๐๐,๐๐๐บาท($8,205,470)(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/manpads-4x4.html)
ก็เป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพเรือไทยในส่วน สอ.รฝ.ต่อเนื่องจากโครงการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลางแบบเคลื่อนที่ ระยะที่๑ ที่น่าจะคือ FK-3 จีน(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/fk-3.html)
ตามที่กำหนดร่างขอบเขตของงาน(TOR: Terms of Reference) ระบุให้อาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานเป็นแบบที่มีใช้ในกองทัพไทยแล้ว บริษัท Datagate น่าจะเสนอ Igla-S หรือ Verba ส่วนบริษัท CVIC จีนน่าจะเสนอตระกูล Vanguard QW ติดกับแท่นยิงบนรถยนต์เฉพาะการหุ้มเกราะ 4x4ครับ

Royal Thai Air Force's RTAF U1-M Unmanned Combat Aerial Vehicle (UCAV) based-on Thailand company RV Connex's Sky Scout-X tactical Unmanned Aerial System (UAS). 



Thailand company's RV Connex unveiled Sky Scout-X unmanned combat aerial vehicle (UCAV) with two Thales's Freefall Lightweight Multirole Missiles (FFLMM) underwings for Royal Thai Air Force (RTAF) at Defense and Security 2019.(My Own Photos)

ประกาศ เปลี่ยนแปลงแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ โครงการผลิตอากาศยานไร้นักบินของกองทัพอากาศ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๔

กรมยุทธการทหารอากาศ(Directorate of Operations) กองทัพอากาศไทยได้ประกาศเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔ การเปลี่ยนแปลงประกาศการจัดซื้อจัดจ้างโครงการผลิตอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธแบบ RTAF U1-M จำนวน ๓เครื่อง วงเงิน ๔๕๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($15 million) 
จากเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ เป็นเดือนมกราคม ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าการจัดหาอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ RTAF U1-M หนึ่งระบบ ๓เครื่องจากบริษัท RV Connex ประเทศไทย ตามแผนในสมุดปกขาวกองทัพอากาศไทย 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/2020.html
โดยมีพื้นฐานจากอากาศยานไร้คนขับ RTAF U1 ที่เข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยแล้ว อากาศยานไร้นักบินทางยุทธวิธีขนาดกลางติดอาวุธ RTAF U1-M จะติดอาวุธปล่อยนำวิถี FFLMM ของบริษัท Thales Air Defence สหราชอาณาจักรใต้ปีกทั้งสองข้างรวมสองนัดครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/f-5th-super-tigris-rtaf-u1-m-singapore.html)