วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566

พม่าเปิดตัวเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร MAM-03 และรถถังเบา MMT-40








The 75th Anniversary Diamond Jubilee of Myanmar Independence day ceremony at Nay Pyi Taw on 4 January 2023, 
Myanmar Army's parade was unveiled new domestic MAM-03 300mm multiple rocket launcher systems (MLRS) and MA MMT-40 light tanks for first time. (MRTV)





พิธีเฉลิมฉลองการครบรอบ 75ปีการประกาศเอกราชของพม่าเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2023 ที่จัดขึ้น ณ นครหลวง Nay Pyi Taw โดยมีมีประธานสภาบริหารแห่งรัฐ(SAC: State Administration Council) และผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพพม่า พลเอกอาวุโส Min Aung Hlaing
ร่วมกับผู้บัญชาการกองทัพอากาศพม่าและแขกผู้ร่วมงานอื่นๆรับชมการสวนสนามที่มีทั้งการแสดงทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพม่า และการแสดงกำลังของกองทัพพม่า(Myanmar Armed Forces, Tatmadaw) ทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศอย่างเต็มรูปแบบ

ในการแสดงการบินของอากาศยานกองทัพอากาศพม่า(Myanmar Air Force, Tatmadaw Lei) ที่รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Su-30SME รัสเซียที่เพิ่งได้รับมอบล่าสุดในปี 2022 แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/su-30sme-ka-28-ftc-2000g.html)
การสวนสนามทางบกของกองทัพบกพม่า(Myanmar Army, Tatmadaw Kyi) ยังเปิดเผยถึงสิ่งที่น่าจะเป็นอาวุธใหม่สองแบบคือเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง MAM-03 และรถถังเบา MMT-40 ที่พัฒนาโดยกรมอุตสาหกรรมกลาโหม(DI: Directorate of Defence Industries) พม่าด้วย

โดยขณะนี้ถูกอ้างถึงในกลุ่มนักวิเคราะห์ทางทหารว่า MAM-03 เป็นระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรใหม่ที่พัฒนาตามหลังเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร MAM-01 ขนาด 122mm และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร MAM-02 ขนาด 240mm ที่ผลิตเข้าประจำการแล้วก่อนหน้า
ระบบ MAM-03 มีแท่นยิงจรวดขนาด 300mm สี่ท่อยิงซึ่งเข้าใจว่าคล้ายคลึงกับเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร WS-1B ของจีน ติดตั้งบนรถยนต์บรรทุกหนักตราอักษร Mil-truk 6x6 ที่พม่าสร้างในประเทศซึ่งดูคล้ายรถยนต์บรรทุกตราอักษร KrAZ 6x6 ของยูเครน

จรวดพื้นสู่พื้นตระกูล A100 ที่พัฒนาโดยสถาบันเทคโนโลยียานส่งจีน China Academy of Launch Vehicle Technology(CALT) ที่มีพื้นฐานพัฒนามาจากระบบตระกูล WS-1 ที่พัฒนาโดย China National Precision Machinery Corporation(CPMIEC) รัฐวิสาหกิจด้านจรวดและอาวุธนำวิถีจีน
จรวดนำวิถีพื้นสู่พื้น A300 ขนาด 300mm มีระยิงไกลถึง 290km ติดตั้งหัวรบหนัก 150kg นำวิถีด้วยดาวเทียม GNSS(Global Navigation Satellite System) และ INS(Inertial Navigation System) มีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้(CEP: Circular Error Probable) ที่ 30m-45m

ขณะที่รถถังเบา MMT-40 มีการพบภาพเผยแพร่ในสื่อสังคม Online ครั้งแรกของรถต้นแบบในปี 2017(https://aagth1.blogspot.com/2019/03/105mm.html) รถแคร่ฐานน่าจะมีพื้นฐานจากรถเกราะสายพานลำเลียงพล MT-LBMSh APC(Armoured Personnel Carrier)
ซึ่งกองทัพบกพม่าจัดหาจากยูเครนโดยได้รับการปรับปรุงความทันสมัยติดติดตั้งป้อมปืน Shturm ที่มีอาวุธประกอบด้วยเช่น ปืนใหญ่กลขนาด 30mm และปืนกลร่วมแกน 7.62mm ซึ่งดำเนินการประกอบในพม่าเช่นเดียวกับยานเกราะล้อยาง BTR-3U ที่จัดหาจากยูเครนเช่นกัน

รถแคร่ฐานของรถถังเบา MMT-40 พม่ามีล้อกดสายพาน 7ล้อซึ่งเห็นได้ชัดจากการทาสีขาวเพื่อสวนสนามล่าสุด เป็นรถสายพานขนาดเดียวกับปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน 2S1 Gvozdika ขนาด 122mm รัสเซียที่ใช้พื้นฐานรถแคร่ฐานรถสายพาน MT-LB ที่มีล้อกดสายพาน 6ล้อเช่นกัน
ในส่วนป้อมปืนน่าจะเป็นระบบเดียวกับที่ติดตั้งกับรถเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง WMA-03 6x6 ซึ่งเป็นรุ่นส่งออกของรถเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง PTL-02 จีน โดยป้อมปืนติดปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm ปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62mm และปืนกลหนัก 12.7mm ที่ป้อมปืนสถานีผู้บังคับรถ

เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง MAM-03 ที่ร่วมขบวนการสนามสนามครบรอบ 75ปี วันประกาศเอกราชพม่าที่พบมีจำนวน 3ระบบ เช่นเดียวกับรถถังเบา MMT-40 ที่ร่วมขบวนสวนสนามจำนวน 3คัน ที่น่าจะเป็นต้นแบบที่มีการสร้างออกมาแล้วแต่ไม่ทราบจำนวนที่ถูกสร้างทั้งหมดตอนนี้
หลังการรัฐประหารรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งในปี 2021 รัฐบาลทหารพม่าได้จัดหาอาวุธจากรัสเซียและจีนควบคู่กับการพัฒนาอาวุธของตนเองในประเทศ แต่มีข้อสังเกตว่ายูเครนที่เดิมเคยเป็นผู้ส่งออกและถ่ายทอดวิทยาการอาวุธให้พม่าตอนนี้กลายเป็นคู่ขัดแย้งในสงครามกับรัสเซียไปแล้วครับ