วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567

กองทัพบกไทยทดสอบยิงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน Bofors 40mm L/70 OES เชื่อมระบบควบคุมการยิงใหม่ที่พัฒนาในประเทศ












Army Research and Development Office (ARDO), Royal Thai Army (RTA) conducte live fire of new domestic modernized Bofors 40mm L/70 OES[Opto-Electronic System] on stationary ground targets at 1,000 metre and moving aerial targets at RTA Artillery Center's firing range Khao Phulon, Lopburi Province, Thailand, on 20 April 2024.
Bofors 40mm L/70 OES[Opto-Electronic System] by Thailand's company Armisys Supply Co.,Ltd and Kasetsart University with ARDO for Army Air Defense Command, RTA. (Royal Thai Army)



10 เม.ย. 67 : พ.อ.มนต์ชัย ดวงปัญญา รอง ผอ.สวพ.ทบ. พร้อมคณะทำงานทดสอบและประเมินผลฯ เดินทางเพื่อเข้าร่วมการทดสอบและประเมินผลโครงการ พัฒนาระบบควบคุมการยิง เพื่อดำรงสภาพยุทโธปกรณ์ ปตอ. ขนาด 40 มม. แอล 70 
ณ ปตอ.1 พัน.5 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 
วัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบต้นแบบงานวิจัยประกอบเป็นข้อมูลในการพิจารณารับรองผลงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารของกองทัพบก ซึ่งจะมีการทดสอบและประเมินผลฯ ภาคสนาม : การทดสอบการยิงด้วยกระสุนจริง ในวันที่ 22 เม.ย. 67 ณ สนามยิงปืนใหญ่เขาพุโลน ศป. จว.ล.บ.

22 เม.ย. 67 : พล.ต. ระวี ตั้งพิทักษ์กุล ผอ.สวพ.ทบ. เป็นประธานในการทดสอบและประเมินผลโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อดำรงสภาพและเพิ่มประสิทธิภาพยุทโธปกรณ์ : การพัฒนาระบบควบคุมการยิง ปตอ. ขนาด 40 มม. แอล 70 ณ สนามยิงปืนใหญ่เขาพุโลน ศป. จว.ล.บ. 
 การยิงทดสอบด้วยกระสุนจริงครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการทดสอบต้นแบบงานวิจัย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณารับรองผลงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารของกองทัพบก ซึ่งประกอบด้วยเกณฑ์การพิจารณา จำนวน 4 ประการ ได้แก่ 
1. การเชื่อมต่อระบบควบคุมการยิงนอกตัวปืน กับ ปตอ.40 มม. แอล 70
2. การทดสอบการสั่งลั่นไกยิงกระสุนจริง ในขั้นตอนการยิงอัดฐาน
3. การทดสอบความแม่นยำ การยิงเป้าหมายอยู่กับที่ระยะ 1,000 เมตร
4. การทดสอบความแม่นยำ การยิงแบบติดพันเป้าหมายอากาศเคลื่อนที่

โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อดำรงสภาพและเพิ่มประสิทธิภาพยุทโธปกรณ์ ระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) สำหรับปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน Bofors 40mm L/70 ของสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก สวพ.ทบ.(ARDO: Army Research and Development Office) กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army)
ได้มีความคืบหน้าล่าสุด หลังเตรียมความพร้อม ณ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่๕ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่๑(5th Anti-Aircraft Artillery Battalion, 1st Anti-Aircraft Artillery Regiment) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ นปอ.(Army Air Defense Command) ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๗(2024)
การทดสอบยิงด้วยกระสุนจริง ๒๐๐นัดของปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานแบบ Bofors 40mm L/70 OES สองหน่วยยิงที่เชื่อมกับระบบควบคุมการยิงใหม่ที่พัฒนาในไทย ต่อเป้าหมายอยู่กับที่ระยะ 1,000m และเป้าอากาศเคลื่อนที่ก็ได้มีขึ้น ณ สนามยิงปืนใหญ่เขาพุโลน ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ศป.(Artillery Center) จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๗

ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานแบบ Bofors 40mm L/70 OES[Opto-Electronic System] เป็นการปรับปรุงความทันสมัยโดยชุดอุปกรณ์ซ่อมปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ขนาด 40mm แบบ L/70 ของบริษัท อาร์มี่ซิส ซัพพลาย จำกัด (ARMISYS SUPPLY COMPANY LIMITED) ไทย โดยความร่วมมือกับ สวพ.ทบ.ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ตามที่ กรมสรรพาวุธทหารบก กองทัพบกไทย(Royal Thai Army Ordnance Department) ได้ประกาศโครงการจ้างซ่อมปรับปรุงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน Bofors ขนาด 40mm L/70 กำหนดราคากลางอ้างอิงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓(2020) วงเงินงบประมาณ ๔๔๖,๕๐๐,๐๐๐บาท($13,996,873.07) ราคาต่อหน่วย ๒๓,๕๐๐,๐๐๐บาท($736,677.53)(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/bofors-40mm-l70.html)
และมีการส่งมอบเพื่อใช้ในการฝึกภายในหน่วย(Unit School) ของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่๒ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่๒(2nd Anti-Aircraft Artillery Battalion, 2nd Anti-Aircraft Artillery Regiment) ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๕(2022)(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/bofors-40mm-l70-oes.html)

โครงการวิจัยและพัฒนานี้เป็นการพัฒนาระบบควบคุมการยิงแบบนอกตัวปืนสำหรับการควบคุมการยิงการทำงานของกลุ่ม ปตอ.Bofors 40mm L/70 จำนวน ๔กระบอก(หน่วยยิง)โดยระบบควบคุมการยิงแบบนอกตัวปืนนี้จะตรวจจับและติดตามเป้าหมายทางอากาศที่ได้รับมาจากกล้อง Opto-Electronic
หลังจากนั้นจะส่งข้อมูลไปยัง ปตอ.Bofors 40mm L/70 ทั้ง ๔กระบอกที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งต่างๆตามยุทธวิธีเพื่อให้ปืนเคลื่อนที่ติดตามเป้าหมายทางอากาศนั้นสัมพันธ์กัน และเมื่อได้รับคำสั่งให้ป้องกันและทำลายเป้าหมาย ระบบควบคุมการยิงแบบนอกตัวนี้จะส่งคำสั่งชดเชยแนววิถีกระสุนและคำสั่งยิงให้กับปืนแต่ละกระบอกในทันที
ซึ่งเป็นไปตามยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ นปอ. กองทัพบกไทย สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยทางอากาศด้วยกลุ่มปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานแบบ Bofors 40mm L/70 OES(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/rtaf-steel-challenge-2023.html)

ระบบควบคุมการยิง OES สามารถนำมาใช้ร่วมกับ ปตอ.Bofors 40mm L/70 ทั้งในรุ่นระบบสัญญาณแบบ Analog Synchro(แบบเดิม) และระบบสัญญาณ Digital รุ่นที่ได้รับการปรับปรุง ซึ่งเป็นไปตามการจัดอัตรายุทโธปกรณ์ตามหลักการกองพันผสมของหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ นปอ.
ที่ต้องมีระบบควบคุมการยิงนอกตัวปืนหลายระบบประจำในกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ทำให้ นปอ.ขยายขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในการป้องกันภัยทางอากาศ โดยใช้งบประมาณที่คุ้มค่ากับการลงทุนเนื่องจากเป็นผลงานวิจัยที่พัฒนาด้วยตนเองในประเทศไทย
กองทัพบกไทยได้จัดหา ปตอ.Bofors 40mm L/70 ซึ่งใช้งานร่วมกับ radar ควบคุมการยิงแบบ Flycatcher เนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ช่วงปี 1980s การปรับปรุงความทันสมัยล่าสุดนี้จะทำให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามทางสมัยใหม่รวมถึงอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ตั้งแต่ระบบที่ดัดแปลงจาก drone ใช้งานทางพลเรือน จนถึง UAV ที่ออกแบบสำหรับใช้ทางทหารโดยตรงได้ครับ