Royal Thai Navy (RTN) held commissioning ceremony of the new Hydrographic
Vessel HTMS Suriya (822) builded by Thailand's shipyard Asian Marine Service PCL (ASIMAR)
at Royal Thai Naval Academy (RTNA) in Samut Prakan Province, Thailand on 30
March 2026. (Royal Thai Navy)
พิธีรับมอบเรือหลวงสุริยะ ณ ท่าป้อมเสือซ่อนเล็บ โรงเรียนนายเรือ
จังหวัดสมุทรปราการ
กองทัพเรือ จัดพิธีรับมอบเรือหลวงสุริยะ
เรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ลำใหม่
วันนี้ (30 มีนาคม 2569) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์
ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือหลวงสุริยะ ณ
ท่าป้อมเสือซ่อนเล็บ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการ
สำหรับลำดับพิธีที่สำคัญประกอบด้วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท
เอเชี่ยนมารีน เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวรายงานมอบเรือฯ ให้แก่
ผู้บัญชาการทหารเรือ จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับมอบเรือ
และกล่าวเชิญมิ่งขวัญและมงคลสู่เรือ ก่อนทำพิธีคล้องพวงมาลัย ผูกผ้าสามสี
และประพรมน้ำพระพุทธมนต์แผ่นป้ายชื่อเรือตามลำดับ
แล้วจึงทำการมอบเรือต่อให้แก่ พลเรือโท ยอดรัก ศิลปดุริยางค์
เจ้ากรมอุทกศาสตร์ เพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกรมอุทกศาสตร์
โดยมี นาวาตรี วีรศรุต ถนอมวงษ์ เป็นผู้บังคับการเรือ
สำหรับเรือหลวงสุริยะ เป็นเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ (Hydrographic Vessel )
ซึ่งต่อขึ้นใหม่จากบริษัท เอเชี่ยนมารีน เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
เพื่อทดแทนเรือหลวงสุริยะ ลำเก่า ที่ปลดระวางประจำการ
โดยจะทำหน้าที่ในการตรวจซ่อมบำรุงเครื่องหมายทางเรือในน่านน้ำไทย
เช่น ประภาคาร กระโจมไฟ และทุ่น ที่ติดตั้งตามชายฝั่งทะเลและเกาะ
รวมถึงบริเวณอันตรายต่างๆ
เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับการคมนาคมขนส่งทางทะเลและการพาณิชยนาวีของประเทศและยังสามารถสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลอีกด้วย
โดยเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ลำนี้ มีความยาวตลอดลำ 60 เมตร
ความกว้างสูงสุดของเรือ 13.3 เมตรกินน้ำลึกสูงสุด 3.05 เมตร
และมีความคงทนทะเลที่ Sea State 5 ทำความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 13.1 นอต
ความเร็วมัธยัสถ์ 10 น็อตโดยมีระยะปฏิบัติการ 2,400 ไมล์ทะเล กำลังพลประจำเรือ
50 นาย ระวังขับน้ำสูงสุด 1,545 ตัน
ซึ่งได้มีการลงนามสัญญาจ้างสร้างเรือโดยบริษัท เอเชี่ยนมารีนเซอร์วิส จำกัด
(มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566
นับได้ว่าเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการต่อเรือภายในประเทศ
อีกทั้งยังเป็นการประหยัดงบประมาณมากกว่าการจัดหาจากต่างประเทศ
และในส่วนของพิธีวางกระดูกงูเรือ จัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567
โดยหลังจากรับมอบให้แก่กองทัพเรือแล้ว จะเข้าประจำการที่
หมู่เรือใช้งานเครื่องหมายทางทะเล หมวดเรืออุทกศาสตร์ กรมอุทกศาสตร์
ต่อไป
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy)
ได้จัดพิธีรับมอบเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ลำใหม่ เรือหลวงสุริยะ(ลำที่๓)
เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ณ ท่าป้อมเสือซ่อนเล็บ
โรงเรียนนายเรือ(RTNA: Royal Thai Naval Academy) ตำบลปากน้ำ
อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์
เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือไทยเป็นประธานในพิธี
กองทัพเรือไทยได้ลงนามสัญญาการสร้างเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ลำใหม่เพื่อทดแทน
เรือหลวงสุริยะ(ลำที่๒) วงเงิน ๘๘๕,๐๐๐,๐๐๐บาท($24,552,298.35) กับบริษัท เอเชียน
มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน)(ASIMAR: Asian Marine Service PCL) ไทย
เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๖(2023)
โดยเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ลำใหม่ได้มีการทำพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ ๒๗
กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ณ อู่เรือบริษัท ASIMAR ไทย ในตำบลแหลมฟ้าผ่า
อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/oceanographic.html) และตามมาด้วยพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ณ อู่เรือ ASIMAR ไทยเช่นกัน เมื่อวันที่ ๑๙
พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)
ซึ่งตรงกับ "วันอาภากร" วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
"องค์บิดาของทหารเรือไทย" และ แรม ๘ค่ำ เดือน๖ "วันอัฏฐมีบูชา"
คือวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า(หลัง "วันวิสาขบูชา"
แปดวัน) ในปี พ.ศ.๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/822.html)
กองทัพเรือไทยได้ขอขอพระราชทานชื่อเรือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯสามชื่อคือ
"เรือหลวงสุริยะ(ลำที่๓)", "เรือหลวงอาภากร"
ซึ่งมีความหมายถึงดวงอาทิตย์เช่นเดียวกับคำว่า "สุริยะ", และ
"เรือหลวงแก้วโกสินทร์" ตามดาวเคราะห์แก้วโกสินทร์
ที่สหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ(IAU: International Astronomical Union)
ประกาศรับรองในปี พ.ศ.๒๕๖๖ ซึ่งชื่อเรือที่ได้ถูกเลือกคือ "เรือหลวงสุริยะ"
ที่ต่อเนื่องกับลำเดิม
รล.สุริยะ(ลำที่๓) จะทดแทน เรือหลวงสุริยะ(ลำที่๒)
ที่สร้างโดยบริษัทอู่กรุงเทพ(Bangkok Dock) ไทย โดยสั่งสร้างในปี พ.ศ.๒๕๑๙(1976)
เป็นวงเงิน ๕๒,๕๑๗,๐๐๐บาทในเวลานั้น มีพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม
พ.ศ.๒๕๑๙ และขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๒(1979)
รวมอายุการใช้งานราว ๔๖ปี
ซึ่งแสดงถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือในไทยอย่างต่อเนื่องของกองทัพเรือไทยครับ


















































