STM Launches Second Vessel of Malaysia’s LMS Batch II Project in Istanbul
The second vessel of the LMS Batch 2 project of the Royal Malaysian Navy, Raja
Laut, seen here at its launch ceremony. (Malaysia Ministry of Defence)
บริษัท STM ตุรกีได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral
Mission Ship(LMS) Batch 2 ลำที่สองจากทั้งหมดสามลำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN:
Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Raja Laut หมายเลขเรือ 142
ได้ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการ ณ อู่เรือ Istanbul
Shipyard ในตุรกีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026
พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำที่สอง
เรือคอร์เวต KD Raja Laut มีขึ้นตามพิธีปล่อยเรือลงน้ำของลำแรก เรือคอร์เวต KD
Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 สองสัปดาห์ก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lms-batch-2-kd-tunku-laksamana-abdul.html) โครงการเดินหน้าเป็นไปตามแผนโดยเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2
ลำที่สาม (หมายเลขเรือ 143) มีกำหนดจะถูกปล่อยลงน้ำในเดือนสิงหาคม 2026
พิธีได้ทูลเชิญสุลต่านแห่งรัฐ Selangor Sultan Sharafuddin Idris Shah
และพระอัครมเหสี Tengku Permaisuri Hajah Norashikin เสด็จเป็นองค์ประธาน,
เชิญรองรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Haji Adly bin Zahari,
รองประธานสำนักงานอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(Turkish Secretariat of Defence
Industries, SSB: Savunma Sanayii Başkanlığı) และประธานคณะกรรมการบริหาร STM
ตุรกี Prof. Dr. İhsan Kaya,
รองประธาน SSB ตุรกี Mustafa Murat Şeker, ผู้บัญชาการกองทัพเรือมาเลเซีย
พลเรือเอก Tan Sri Zulhelmy bin Ithnain, ผู้จัดการทั่วไปบริษัท STM Özgür
Güleryü
เช่นเดียวกับคณะตัวแทนทางทหารจากทั้งสองชาติและตัวแทนจากบริษัทภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่างๆ
การกล่าวในพิธีผู้จัดการทั่วไป STM ตุรกี Güleryü
เน้นย้ำถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองชาติและความเร็วในการต่อเรือที่ยอดเยี่ยมของโครงการ
"ในโครงการสำคัญนี้
ซึ่งแสดงถึงข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล(G2G:
Government-to-Government) แรกระหว่างตุรกีและมาเลเซีย
และการสงออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เราได้ปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรก KD Tunku Laksamana Abdul Jalil
แค่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน วันนี้การปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สอง KD Raja
Laut
เป็นการแสดงอย่างเป็นรูปธรรมของขีดความสามารถทางวิศวกรรมและความเร็วในการดำเนินงานของ
STM ตุรกี เราตั้งเป้าที่จะปล่อยเรือคอร์เวตลำที่สามในเดือนสิงหาคม 2026
และส่งมอบเรือทั้ง 3ลำแก่กองทัพเรือมาเลเซียภายในปี 2027"
เรือคอร์เวตทั้ง 3ลำที่สร้างขึ้นภายใต้โครงการ LMS Batch 2
ได้รับการตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มาเลเซีย เรือคอร์เวต LMS Batch 2
ลำแรกตั้งชื่อตามพระนาม "Tunku Laksamana Abdul Jalil"
พระราชบุตรผู้ล่วงลับขององค์ Sultan Ibrahim ซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี 2015
และทรงเป็นเจ้าชายองค์แรกที่ได้รับพระยศ 'พลเรือเอกเจ้าชาย'(Prince Admiral)
เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองตั้งชื่อตามพระนาม "Raja Laut"
บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียซึ่งทรงเป็นเจ้าชายแห่งราชวงศ์ Selangor
ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ปกครองรัฐ Selangor
และทรงเป็นผู้วางโครงสร้างการค้าทางทะเลในภูมิภาคระหว่างศตวรรษที19
ภายใต้รูปแบบข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างมาเลเซียและตุรกี
โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2
ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html) เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance)
สำหรับโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำนี้
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul
ในเดือนธันวาคม 2024
ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html)
เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada
ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ตามข้อมูลจาก STM ตุรกี
เรือมีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m
และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel
and Diesel) ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots
และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots
บริษัท STM ยังให้รายละเอียดตุณลักษณะของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2
ว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย
และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm
เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง,
แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด,
และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ
มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence)
ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94
million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile)
จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน
16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html)
แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026
เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท ROKETSAN
ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน
24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ด้วย
เรือยังได้รับการติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System)
และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) ระบบปืนจากบริษัท HAVELSAN
ตุรกี,
ระบบ 3D radar ตรวจการณ์, ระบบ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar),
ระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification, Friend-or-Foe),
ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures),
ระบบแท่นยิงเป้าลวง Chaff และชุดระบบตรวจจับอื่นๆจากบริษัท ASELSAN ตุรกีครับ
















































