แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ATMOS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ATMOS แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566

บราซิลออกเอกสารขอข้อเสนอสำหรับจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง 155mm ใหม่

Brazil issues request for proposals for self-propelled artillery system



The ATMOS system has already been demonstrated to Brazilian officials and is being actively marketed in Brazil. (Victor Barreira)



กองทัพบกบราซิล(Brazilian Army) ได้ออกเอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposal) และเอกสารขอผู้เข้าแข่งขัน(RFT: Request for Tender) ที่รอคอยมายาวนาน
สำหรับระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางขนาด 155ทท เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2023 เป็นเหตุการณ์สำคัญหลักสำหรับความพยายามของกองทัพบกบราซิลที่จะทดแทนปืนใหญ่วิถีโค้งลากจูง M114A1 ขนาด 155mm บางส่วนของตน

คณะกรรมการกองทัพบกบราซิลใน Washington(CEBW: Brazilian Army Commission in Washington) ออกเอกสารในนามกองบัญชาการการส่งกำลังบำรุง(Logistics Command)
ที่มีจุดประสงค์ที่จะตรงความต้องการโครงการรถรบหุ้มเกราะปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางขนาด 155mm(VBC OAP 155 mm SR) ส่วนหนึ่งของกองกำลังยานเกราะโครงการยุทธศาสตร์กองทัพบก(Army Strategic Program Armoured Forces, Prg EE F Bld)

โครงการปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง VBC OAP 155 mm SR มุ่งเป้าที่การจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางขั้นต้น 2ระบบเพื่อการประเมินค่าที่ศูนย์การประเมินกองทัพบก(Army Evaluations Center)
และตามมาอีก 34ระบบในการจัดหาเป็นระยะที่แตกต่างกันเพื่อวางกำลังในสามกลุ่มปืนใหญ่สนาม ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการจัดหาที่ถูกมอบให้ในเอกสารขั้นต้นต่างๆ

เอกสารความต้องการฉบับล่าสุดของการปฏิบัติการ, ทางเทคนิค, การส่งกำลังบำรุง และทางอุตสาหกรรมสำหรับโครงการปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง VBC OAP 155 mm SR ถูกเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม 2023
ความต้องการกำหนดสำหรับรถแคร่ฐานรถยนต์บรรทุกความคล่องแคล่วสูงแบบ 6x6 หรือ 8x8 โดยมีระยะทำการเกิน 500km ที่สามารถบรรทุกกำลังพลได้ถึง 6นาย

รถแคร่ฐานรถยนต์บรรทุกจะต้องสามารถติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 155mm/52 calibre มาตรฐาน NATO, เครื่องยิงระเบิดควันขนาด 76mm ที่หลังคารถ และติดตั้งปืนกลหนักขนาด 12.7mm หรือปืนกลขนาด 7.62mm
ระบบจะต้องยิงกระปืนใหญ่ตามแบบ, ระยะไกล และนำวิถีความแม่ยำสูงมาตรฐาน NATO ได้ และรวมถึงการบูรณาการชุดระบบสื่อสารมาตรฐานของกองทัพ และระบบปัญชาการประสานงานปืนใหญ่ IMBEL Gênesis

ระบบที่คาดว่าจะเข้าแข่งขันในโครงการปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางขนาด 155mm ของกองทัพบกบราซิลรวมถึงระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ ATMOS(Autonomous Truck Mounted Howitzer System) 155mm/52calibre
ที่บริษัท Elbit Systems อิสราเอลได้มีการสาธิตระบบให้เจ้าหน้าที่กองทัพและรัฐบาลบราซิลแล้ว และกำลังได้ถูกทำตลาดในบราซิลครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/atmos-puls.html)

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566

เดนมาร์กรับมอบปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PULS อิสราเอลชุดแรก

Denmark receives first ATMOS SPHs and PULS MRLs







Denmark received its first ATMOS and PULS artillery systems. (Elbit Systems)



เดนมาร์กได้รับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS(Autonomous Truck Mounted Howitzer System) 155mm/52calibre และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง PULS(Precise and Universal Launching System) ชุดแรกของตน
บริษัท Elbit Systems อิสราเอล tweet ในบัญชี X(Twitter) ทางการของตนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2022/09/dti-d11a.html, https://aagth1.blogspot.com/2022/06/atmos.html)

tweet X ของ Elbit Systems อิสราเอลรวมถึงวีดิทัศน์ของปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS บนรถแคร่ฐานรถยนต์บรรทุก 8x8 จำนวน 1ระบบ และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง PULS บนรถแคร่ฐานรถยนต์บรรทุก 6x6 จำนวน 2ระบบ กำลังถูกส่งมอบไปยังท่าเรือของเดนมาร์ก
บริษัท Elbit Systems กล่าวว่าระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS 8x8 และระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง PULS 6x6 ได้ถูกส่งมอบในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากลงนามสัญญา

Elbit Systems อิสราเอลประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2023 ว่าตนได้รับการประกาศสองสัญญามูลค่ารวมที่วงเงิน $252 million จากเดนมาร์กประเทศยุโรปสมาชิก NATO
สัญญาวงเงิน $119 million สำหรับกองพันปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ตลอดช่วงระยะเวลาสองปี และสัญญาวงเงิน $133 million สำหรับสองชุดยิงกองร้อยเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PULS รวมจรวดและจรวดนำวิถี ตลอดช่วงระยะเวลาสามปี 

การจัดซื้อจัดจ้างรวมถึงการฝึก, ชิ้นส่วนอะไหล่ และเครื่องมือสำหรับทั้งระบบปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS 155mm/52cal และระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PULS MRL(Multiple Rocket Launcher)
ปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ระบบแรกได้มาถึงเดนมาร์กเร็วกว่าแผนเดิมตามที่โฆษกสำนักงานการจัดซื้อจัดจ้างและส่งกำลังบำรุงกลาโหม(DALO: Defence Acquisition and Logistics Organisation) กระทรวงกลาโหมเดนมาร์กกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2023 ว่า

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS จำนวน 19ระบบมีกำหนดที่จะถูกส่งมอบตั้งแต่ไตรมาสที่1 ถึงไตรมาสที่4 ของปี 2024 และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง PULS จำนวน 8ระบบตั้งแต่ไตรมาสที่2 ของปี 2023 ถึงไตรมาสที่1 ของปี 2024
โดยความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operating Capability) วางแผนจะมีขึ้นในปี 2025 นอกเหนือจากชุดจรวดนำวิถี การจัดหาเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PULS ได้รวมรถที่บังคับการและรถจ่ายกระสุนด้วย

ตามข้อมูลจาก Janes Land Warfare Platforms: Artillery & Air Defence ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS มีระยะยิงไกลสุดที่ 41km โดยใช้กระสุนต่อระยะ ER-FB(Extended-Range Full-Bleed) หรือ ER-BB(Extended-Range Base-Bleed)
ซึ่ง Elbit Systems กล่าวว่าระยะยิงสามารถเพิ่มขึ้นด้วยกระสุนจรวดช่วย RAP(Rocket-Assisted Projectile) ด้วย ส่วนเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PULS ใช้แท่นยิงแบบ modular สามารถใช้ระบบจรวดนำวิถีและจรวดไม่นำวิถีได้หลายแบบในขนาดลำกล้องที่แตกต่างกันในสองชุดยิงครับ

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

กองทัพบกฟิลิปปินส์จัดตั้งกองพันทหารปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS

Philippine Army sets up ATMOS battalion



The Philippine Army has formed a new battalion to operate its ATMOS 155 mm/52 calibre self-propelled guns. The weapon (pictured above) took part in Philippine Army tests in April 2022. (Philippine Army)



กองทัพบกฟิลิปปินส์(PA: Philippine Army) ได้จัดตั้งกองพันทหารปืนใหญ่ใหม่ที่จะปฏิบัติการด้วยระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS(Autonomous Truck Mounted howitzer System) ขนาด 155mm/52calibre
ที่จัดหามาใหม่ล่าสุดจากบริษัท Elbit Systems อิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/elbit.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/05/elbit-atmos.html)

โฆษกกองทัพบกฟิลิปปินส์ พันเอก Xerxes Trinidad กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2022 ว่า กองพันปืนใหญ่สนามที่10(10th Field Artillery Battalion)
จะปฏิบัติการภายใต้สายการบังคับบัญชากับ กรมทหารปืนใหญ่(Artillery Regiment) ของกองทัพบกฟิลิปปินส์ ซึ่งมีที่ตั้งกองบัญชาการในค่าย Fort Magsaysay ทางตอนเหนือ 120km ของนครหลวง Manila

พันเอก Trinidad กล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ใหม่ 12ระบบจะเสริม "ความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่และระยะยิง" และเพิ่มขยาย "ขีดความสามารถการสนับสนุนการยิงจำลอง" ของกองทัพบกฟิลิปปินส์
ปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยความพยายามอย่างต่อเนื่องของกองทัพบกฟิลิปปินส์ที่จะสนับสนุนปฏิบัติการกำลังผสมในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่วิกฤติต่างๆรวมถึงผู้ก่อความไม่สงบ

กองทัพบกฟิลิปปินส์ได้รับมอบระบบปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ในเดือนธันวาคม 2021 ตามหลังการลงนามสัญญาวงเงิน $47 million ในปี 2020 ป.อจ.ATMOS ในประจำการกองทัพบกฟิลิปปินส์ติดตั้งบนรถแคร่ฐานรถยนต์บรรทุก 6x6 
แม้ว่าระบบจะสามารถเข้ากันได้ในการติดตั้งกับรถยนต์บรรทุก 8x8 เพื่อเพิ่มขยายความเร็วและความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ก็ตาม(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/archer-atmos-iron-sabre.html)

Janes ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS 155mm ถูกสร้างขึ้นเป็นระบบปืนใหญ่ 'ยิงแล้วหนี'(shoot-and-scoot) ที่สามารถวางกำลังได้อย่างรวดเร็วตลอดทั้งภูมิประเทศที่ยากลำบากและทุรกันดาร
ป.อจ.ATMOS สามารถยิงกระสุนขนาด 155mm และดินส่งมาตรฐาน NATO ได้หลากหลายแบบ และมีระยะยิงไกลสุดที่มากกว่า 40km เมื่อใช้กระสุนเพิ่มระยะไกล ERFB(Extended Range Full-Bore) ตามข้อมูลจาก Elbit Systems

ปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS มีอัตรายิงที่ราว 8นัดต่อนาทีเมื่อวางกำลังสำหรับภารกิจการเตรียมยิงเล็งจำลอง และสามารถยิงได้ราว 6นัดในเวลา 110วินาทีเมื่อวางกำลังในรูปแบบ 'ยิงแล้วหนี'
หลังจากได้รับมอบกองทัพบกฟิลิปปินส์ได้มีการยิงทดสอบระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS 155mm/52cal ไปเมื่อเดือนเมษายน 2022 ที่ผ่านมาครับ

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565

กองทัพบกฟิลิปปินส์จัดหาระบบอาวุธภาคพื้นดินเพิ่มเติมจาก Elbit อิสราเอล

Philippine Army procures additional land systems from Elbit
The Philippine Army Artillery Regiment's M-71 155 mm towed gun. (Philippine Army)


The Philippine Army has also received 15 M125A2 armored mortar carriers equipped with 120 mm mounted mortar systems. (Philippine Army)

The Philippine Army took delivery of 12 ATMOS 155 mm/52 calibre self-propelled gun systems (pictured) in late December from Elbit Systems. (Elbit Systems)

The Philippine Army has confirmed the order of 20 Sabrah ASCOD II light tanks (pictured) from Elbit Systems. (Elbit Systems)

The Philippine Army is scheduled to take delivery of 10 wheeled Sabrah Pandur II direct-fire support vehicles (pictured) in 2023.

กองทัพบกฟิลิปปินส์(PA: Philippine Army) ได้ยืนยันการจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ทางทหารเพิ่มเติมมากขึ้นจากบริษัท Elbit Systems อิสราเอล โฆษกกองทัพบกฟิลิปปินส์ พันเอก Xerxes Trinidad กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2022 ว่า
กองทัพบกฟิลิปปินส์ได้รับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS 155mm/52calibre จำนวน 12ระบบในปลายเดือนธันวาคม 2021 จากบริษัท Elbit Systems(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/elbit-atmos.html)

พันเอก Trinidad ยังเปิดเผยว่ากองทัพบกฟิลิปปินส์ได้สั่งจัดหารถถังเบา Sabrah ASCOD II และรถยิงตรงสนับสนุน(direct-fire support vehicle) Sabrah Pandur II 8x8 จาก Elbit อิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/elbit-systems-sabrah.html)
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2022 เขายังกล่าวกับสำนักข่าว Philippine News Agency ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ว่า กองทัพบกฟิลิปปินส์ยังได้รับมอบเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรสายพานหุ้มเกราะ M125A2 120mm จำนวน 15ระบบด้วย

พันเอก Trinidad กล่าวกับ Janes ว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS มีกำหนดสำหรับการพิจารณาโดยคณะกรรมการตรวจรับทางเทคนิคของกองทัพบกฟิลิปปินส์ในเดือนมกราคม 2022 นี้ก่อนการรับมอบนำเข้าประจำการ
ป.อัตตาจร ATMOS จะเข้าประจำการในกรมทหารปืนใหญ่ กองทัพบกฟิลิปปินส์ และจะเสริมขีดความสามารถปืนใหญ่ที่มีอยู่รวมถึงปืนใหญ่ลากจูง M-71 155mm ของ Elbit ซึ่ง 12กระบอกถูกส่งมอบให้กองทัพบกฟิลิปปินส์และนาวิกโยธินฟิลิปปินส์(PMC: Philippine Marine Corps) ในปี 2017

ปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS สามารถทำการยิงกระสุนมาตรฐาน NATO ได้ และมีระยะยิงไกลสุดที่ 41km โดยการใช้กระสุนเพิ่มระยะไกล ERFB/BB (Extended Range Full-Bore Base Bleed)
ปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ซึ่งปฏิบัติการด้วยพลประจำระบบปืน 4นาย สามารถบรรทุกกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155mm จำนวน 18นัด โดยอ้างว่าสามารถทำการยิงได้ที่อัตรายิง 4-9นัดต่อนาที

แผนการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ของกองทัพบกฟิลิปปินส์ถูกประกาศขั้นต้นในเดือนเมษายน 2020 ที่วงเงิน 2.4 billion Philippine Peso($46 million)
พันเอก Trinidad ยังยืนยันว่ากองทัพบกฟิลิปปินส์มีกำหนดที่จะรับมอบรถถังเบาสายพาน Sabrah ASCOD II จำนวน 20คันในปี 2022 และยานเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง Sabrah Pandur II จำนวน 10คันในปี 2023

รุ่นรถถังเบาจะมีพื้นฐานบนรถสายพาน ASCOD 2 ที่ผลิตโดยบริษัท General Dynamics European Land Systems Santa Bárbara สเปน ขณะที่รุ่นรถเกราะล้อยางยิงตรงสนับสนุนจะมีพื้นฐานบนยานเกราะล้อยาง Pandur II 8x8 ที่ผลิตโดยบริษัท Excalibur Army สาธารณรัฐเช็ก
รถรบทั้งสองแบบจะติดตั้งป้อมปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm ที่ติดระบบย่อยที่สร้างโดย Elbit อิสราเอลหลากหลายระบบ รวมถึงกล้องเล็ง electro-optical, ระบบควบคุมการยิง, ระบบอำนวยการสนามรบ Torch-X เช่นเดียวกับระบบวิทยุกำหนดค่าโดยชุดคำสั่ง E-LynX และระบบพยุงชีพครับ

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ARCHER และ ATMOS Iron Sabre ถูกเลือกโดยกองทัพบกสหรัฐฯเพื่อทำการยิงแข่งขัน

BAE Systems and Elbit Systems competing in US Army mobile howitzer shoot off


BAE Systems was under contract to demo its Archer howitzer mobile (BAE Systems)



Elbit Systems announced that its 8x8 ATMOS Iron Sabre would also compete. (Elbit Systems)

กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้เลือกอย่างน้อยสองบริษัทที่จะแข่งขันการยิงในโครงการปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางขนาด 155mm ของตน ณ สนามฝึกใช้อาวุธ Yuma Proving Ground มลรัฐ Arizona ช่วงต้นปีหน้า 2021
บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรสาขาสหรัฐฯกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2020 ว่าตนอยู่ภายใต้สัญญาที่จะสาธิตปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Archer ของตนที่ออกแบบสำหรับกองทัพบกสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/bae-systems-archer.html)

"เรามั่นใจว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Archer (ซึ่งเป็น)ระบบที่สมบูรณ์พร้อมและประจำการในกองทัพบกสวีเดน(Swedish Army, Svenska armén) แล้ว จะแสดงความเหนือกว่าของตนที่การให้การยิงสนับสนุนที่รวดเร็ว, มีประสิทธิภาพสูง และต่อเนื่องสำหรับกองกำลังในการรบ 
การออกแบบอัตโนมัติ, ห้องโดยสารหุ้มเกราะ, การตั้งฐานยิงและเตรียมเดินที่รวดเร็ว และระยะยิงที่เพิ่มขึ้นของ Archer เพิ่มขยายความอยู่รอดของมันในสนามรบ" BAE Systems เขียนใน email

ในเดือนตุลาคม 2020 เจ้าหน้าที่ BAE Systems กล่าวว่าตนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบปืนใหญ่อัตตราจร Archer ที่ติดตั้งปืนใหญ่สนามวิถีโค้งขนาด 155mm/52calibre บนรถยนต์บรรทุกพ่วง Volvo A30 6x6
ป.อัตตาจร Archer สามารถยิงกระสุนต่อต้านยานเกราะ BONUS ได้ที่ระยะยิง 35km, กระสุนตามแบบที่ระยะยิง 40km และกระสุนนำวิถีความแม่นยำสูงเช่น M982 Excalibur ที่ระยะยิงมากกว่า 50km ระบบยังรวมถึงมีห้องบรรจุกระสุนภายในความจุ 21นัด 

ระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Archer มีน้ำหนัก 33,000kg มีความกว้าง 3m, สูง 3.4m และยาว 13.1m และปกติจะใช้ทหาร 3-4นายเพื่อปฏิบัติการระบบ แม้ว่าบริษัท BAE Systems เน้นว่าขนาดกำลังพลประจำระบบสามารถจะลดได้
 "(ทหาร)สามารถรับการร้องขอ(ขณะกำลังขับรถเตรียมเดิน), หยุดบนไหล่ทางหรือบนถนน และภายใน 30วินาทีจะพร้อมตั้งฐานเตรียมยิง และสามารถทำการยิงได้ที่อัตราเร็ว 8นัดต่อนาที" Henrik Knape ผู้จัดการโครงการระบบ Archer กล่าว 

"จากนั้น(ทหาร) สามารถออกจากตำแหน่งที่ตั้งฐานยิงภายในเวลาน้อยกว่า 30วินาที เข้าสู่การเตรียมเดิน และขับไปได้ไกลออกไป 500m ภายใน 45วินาที" Knape เสริม
ขณะที่บริษัท Elbit Systems อิสราเอลสาขาสหรัฐฯประกาศว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Autonomous Truck Mounted Ordnance System(ATMOS) Iron Sabre ของตนยังจะเข้าแข่งขันด้วย 

"หน่วยยิงกองทัพบกสหรัฐฯต้องการแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถคงให้กองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT: Stryker Brigade Combat Team) สามารถยิงได้เร็วขึ้นและไกลขึ้น และที่สำคัญสุดมีความเสี่ยงต่ำและมีความพร้อมแล้ว
ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS Iron Sabre ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ทั้งหมด" Ridge Sower รองประธานระบบการรบภาคพื้นดินและชี้เป้าหมายความแม่นยำสูงของ Elbit Systems กล่าว

"เรายินดีที่ถูกเลือกสำหรับการประเมินค่านี้และยืนยันความพร้อมสำหรับการส่งมอบที่รวดเร็วจากสายการผลิตด่วนของเราถ้าได้รับเลือกสำหรับการผลิตและวางกำลัง" Sower เสริม ระบบ ป.อัตตาจร ATMOS มีความเข้ากันได้ในการติดตั้งบนรถยนต์บรรทุกทางยุทธวิธี 6x6 หรือ 8x8 แบบใดก็ได้ 
ปืนใหญ่สนามวิถีโค้งขนาด 155mm/52cal ของ ป.อัตตาจร ATMOS สามารถยิงกระสุนมาตรฐาน NATO ได้ทุกแบบมีระบบตั้งฐานยิงและบรรจุกระสุนอัตโนมัติ สามารถยิงได้ถึง 6นัดภายในเวลาน้อยกว่า 110วินาที และมีระยะยิงไกลสุดถึง 41km สามารถปฏิบัติการโดยใช้พลประจำระบบ 6นายครับ

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563

นาวิกโยธินไทยเปิดตัวปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ที่ผลิตในไทย












Two of six Elbit Systems ATMG (Autonomous Truck Mounted Gun) 155mm/52caliber wheeled self-propelled howitzer 6x6 Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy was unveiled during Farewell ceremony and Sunset ceremony for Commander-in-Chief of RTN Admiral Luechai Rutdit retirement in 28 August 2020.



"กองทัพเรือ" จัดพิธีพิธีย่ำพระสุริย์ศรี เพื่อเป็นเกียรติแก่ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ

วันนี้ (28 สิงหาคม 2563) เวลา 17.50 น. พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เดินทางไปยัง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีอำลาชีวิตการรับราชการ และพิธีย่ำพระสุริย์ศรี 
ซึ่งหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินได้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดยมี พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และนายทหารระดับสูงของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ 
ซึ่งกิจกรรมที่จัดให้มีประกอบด้วย การแสดงโดดร่ม พิธีย่ำพระสุริย์ศรี และการสวนสนามของทหารนาวิกโยธิน การจัดพิธีย่ำพระสุริย์ศรีในครั้งนี้ นอกจากการจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารเรือ เนื่องในโอกาสอำลาชีวิตราชการแล้ว 
ยังมีข้าราชการในสังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินที่ครบเกษียณอายุราชการเข้าร่วมพิธีอีก จำนวน 422 ท่าน ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทแก่กำลังพล หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินว่า

"ผมระลึกอยู่เสมอว่า การเป็นผู้บังคับบัญชานี้ใครๆก็เป็นได้ แต่การเป็นผู้นำมีไม่กี่คนที่จะนำได้ เหมือนที่ ทหารนาวิกโยธิน กล่าวไว้ว่า "นำดี" บางคนเป็นผู้บังคับบัญชาแล้วไม่สามารถเป็นผู้นำได้ เหล่านี้วนเวียนอยู่ในสมองของผมตั้งแต่เป็นนักเรียนนายเรือ ผ่านการเป็นชั้นผู้น้อยมาโดยลำดับ 
ได้เฝ้ามอง เฝ้าคิดว่ากองทัพเรือเราจะเป็นเช่นไร จากเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง อดมื้อกินมื้อ สมัยยังเยาว์ ไปโรงเรียนหากไม่ ตักข้าวใส่ตลับไปโรงเรียน ก็ต้องอดมื้อเที่ยง บางครั้งบุพการีได้ให้เงินเป็นค่าอาหาร แต่ด้วยใจรักแห่งความมัธยัสถ์ ก็จะเก็บส่วนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาของตัวเอง 
นี่คือเยาว์วัยเมื่อเติบโตขึ้นใจจริงแล้วไม่อยากเป็นทหารอยากเป็นสถาปนิก เพราะว่าใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก แต่ด้วยภาวะทางฐานะซึ่งเด็กบ้านนอกชาวนาผู้หนึ่งไม่มีปัญญาที่จะเป็นวิศวกรได้ และได้เห็นความเป็นลูกผู้ชายของทหารเรือเมื่อเยาว์วัย 
เมื่อกลุ่มนักเลงหัวไม้ รังแกประชาชนผู้อ่อนแอ มีกะลาสีทหารเรือเพียงแค่คนเดียว กับ 1 มีดโกนสามารถล้มนักเลงหัวไม้เป็นสิบ ให้พ่ายแพ้ไปได้ นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ว่า "ต่อไปนี้ฉันจะเป็นทหารเรือ"

ในชั้นมัธยม ผมจึงได้ตั้งใจศึกษาหาความรู้ จนกระทั่งสามารถสอบเข้าเป็นนักเรียนนายเรือได้ เมื่อเป็นนักเรียนนายเรือก็เฝ้ามองการปกครองบังคับบัญชา แต่โชคดีประการหนึ่งคือมีพี่ชายเป็นทหารบก 
เกิดการแลกเปลี่ยนวิเคราะห์ความรู้กันและเมื่อเป็นผู้บังคับบัญชาก็คิดว่าต้องเป็นผู้นำที่ดีด้วยจึงจะเกิดประโยชน์ ขณะเดียวกันก็ได้เห็นความทุกข์ยากของชั้นผู้น้อย อยู่อย่างอัตคัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารตามแนวชายแดน ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องไป ตรวจเยี่ยมเพื่อสร้างขวัญกำลังใจอยู่เสมอ 
ผมขอขอบคุณผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ฝึกปรือ ฝึกฝน ให้ทหารเข็มแข็งเช่นในอดีตที่ผ่านมา ขอบคุณท่านประธานชมรมภริยาทหารเรือนาวิกโยธินที่ดูแลครอบครัวทหารนาวิกโยธิน ให้มีความสมัครสมานสามัคคี

ตราบใดที่น้ำทะเลเป็นสีเข้ม ตราบนั้นเลือดเราไม่เคยจาง ไม่ว่าจะเหล่าพรรคใดเราคือทหารเรือไทยเป็นลูกเสด็จเตี่ยทุกคน นี่คือความมุ่งมั่นของผม ผู้บัญชาการเชื่อว่า สุดท้ายในการรบ ชนะที่คนไม่ใช่เครื่องมือ 
คนต้องเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญาเฉียบแหลม มีความรู้จึงจะชนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารมารีนและมนุษย์กบเมื่อทิ้งไพ่ใบสุดท้ายต้องชนะ นี่คือเจตนารมณ์แน่วแน่ของผม 
ผมไม่ขอฝากอะไรเพราะว่าเห็นความพร้อมทุกหมู่เหล่าอยู่ที่นี้ รวมถึงหน่วยอื่นแล้ว ขอขอบคุณอย่างจริงใจอีกครั้งหนึ่งที่ให้การต้อนรับแสดงความเทิดเกียรติในวันนี้ "

ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ได้มุ่งเน้นการพัฒนากองทัพเรือ ให้ขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นให้กองทัพเรือ 
เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ เพื่อไปสู่ขั้นรุกคืบหน้า สถาปนาความมั่นคง” (Moving Forward to Ensure Sustainability : MFES) 
โดยอยู่บนหลักคิดพื้นฐานที่ว่า “ที่มีอยู่ต้องรักษาให้อยู่ แล้วพัฒนาต่อไป” ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กองทัพเรือไปถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ สมดังเจตนารมณ์ของพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ว่า 
"กองทัพเรือ ต้องเป็นกองทัพทหารของประชาชน หายใจเชื่อมใจ ประสานใจและมีชะตาชีวิตร่วมกันกับประชาชน สู้เพื่อรับใช้ประชาชน ที่ใดมีศัตรูที่ใดมีภัย ที่นั่นย่อมมีทหารของกองทัพเรือ ให้สมกับคุณค่าที่ส่งมอบให้กับสังคม เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

สำหรับพิธีย่ำพระสุริย์ศรี เป็นพิธีการของทหารเรือไทยพิธีหนึ่ง คล้ายกับการสวนสนามเพื่ออำลาชีวิตราชการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง เช่น ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการหน่วยนาวิกโยธิน เป็นต้น 
ซึ่งพิธีนี้นั้นจะเริ่มกระทำในเวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพอดี (ประมาณ 18.00 น.) ถือเป็นขนบธรรมเนียมของทหารหน่วยนาวิกโยธิน โดยมีการอัญเชิญธงราชนาวีลงจากยอดเสา โดยทั่วไปที่ถือเอาเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นหลัก 
จึงได้ชื่อว่า “พิธีย่ำพระสุริย์ศรี” ซึ่งเรียกตามชื่อ “เพลงพระสุริย์ศรี” ซึ่งเป็นเพลงที่เกิดจากภูมิปัญญาทหารเรือไทยที่พัฒนาจากจังหวะเพลงย่ำค่ำ มาเป็นเพลงบรรเลงรูปจบกระบวนของการแสดงดนตรีสยาม หรือเพลง ฟีนาเล่ 
และด้วยเหตุผลที่ว่าขนบธรรมเนียมประเพณีทหารเรือ เมื่อเชิญธงราชนาวีลงจากยอดเสา พลแตรเดี่ยวจะเป่าเพลง ย่ำค่ำ อันเป็นตำนานเก่าแก่สืบมาช้านาน จึงน่าอนุโลมใช้คำ ย่ำพระสุริย์ศรี กับพิธีการเช่นนี้ได้ 
ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงกับความหมายในภาษาอังกฤษนัก แต่มีความหมายในภาษาไทยว่า การจบ สิ้นสุด หรือยุติลงอย่างสง่างาม ซึ่งสอดรับกับพิธีการของการอำลาชีวิตราชการอย่างกลมกลืน 
ดังนั้น พิธีย่ำพระสุริย์ศรี จึงมีความเป็นมาด้วยประการเช่นนี้ โดยพิธีการนี้ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มิได้ลอกเลียนแบบมาจากหน่วยทหารสวนสนามของนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใดเพียงแต่อาศัยเค้าโครงมาสอดแทรกการแสดงทางทหารประกอบวงโยธวาทิต 
ซึ่งทั้งสิ้นจะกระทำอยู่ท่ามกลางความสว่างจากดวงไฟที่จัดไว้อย่างเหมาะสม โดยมีลำแสงของพระอาทิตย์ที่ทาบทาท้องฟ้ายามเย็นย่ำเป็นฉากหลังที่สวยงามตามธรรมชาติ และปิดท้ายด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตา 
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จะจัดพิธีเช่นนี้ขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ หรือเทิดเกียรติบุคคลสำคัญของกองทัพเรือ เท่านั้น พิธีดังกล่าว จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ลำแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์จะค่อย ๆ เลือนลับไปกับความมืด 
และเหมาะสมสำหรับการต่อด้วยงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นพิธีการที่สามารถจัดขึ้นในเวลาถัดไปในสถานที่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
พิธีย่ำพระสุริย์ศรี มีขึ้นครั้งแรกที่บริเวณที่บริเวณสนามหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2522 
ในโอกาสที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ฉลองพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ เรือโทหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี 
และได้จัดให้มีพิธีเช่นเดียวกันนี้ต่อเนื่องอีกหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน

ระหว่างพิธีอำลาชีวิตราชการ และพิธีย่ำพระสุริย์ศรี แก่ผู้บัญชากาทหาเรือและนายทหารกองทัพเรือที่จะเกษียณอายุในปี พ.ศ.๒๕๖๓(2020) ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๓ 
นาวิกโยธินไทยได้มีการเปิดตัวปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ ATMG(Autonomous Truck Mounted Gun) 6x6 ขนาด 155mm/52caliber ของตนที่ถูกนำมาจัดตั้งแสดงประกอบพิธีและร่วมการสวนสนามของทหารนาวิกโยธิน

ในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps, RTN: Royal Thai Navy) ได้ลงนามสัญญาจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG 155mm/52cal จำนวน ๖ระบบ วงเงินราว ๘๖๕,๐๐๐,๐๐๐บาท($26 million) 
ที่มีพื้นฐานจากระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ ATMOS(Autonomous Truck Mounted howitzer System) ของบริษัท Elbit Systems Land and C4I Ltd. อิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2018/04/atmg.html)

ป.อัตตาจรล้อยาง ATMG ถูกสร้างภายในประเทศไทยผ่านการถ่ายทอด Technology โดย ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท.(WPC: Weapon Production Center, DIEC: Defence Industry and Energy Center) กระทรวงกลาโหมไทย
ซึ่งได้เสร็จสิ้นการผลิตและส่งมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG จำนวน ๑๘ระบบแก่กองทัพบกไทย(Royal Thai Army) แล้วในปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019) โดยถูกนำเข้าประจำการใน กองพันทหารปืนใหญ่ที่๗๒๑ กองพลทหารปืนใหญ่(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/atmg-atmm.html)

มีรายงานว่า กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน(Marine Artillery Regiment, Royal Thai Marine Division) ได้รับมอบ ป.อัตตาจรล้อยาง ATMG  ที่สั่งจัดหา ๖ระบบเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓ นับเป็นปืนใหญ่อัตตาจรแบบแรกของนาวิกโยธินไทยจากเดิมที่มีประจำการแต่ปืนใหญ่ลากจูง
ทั้งนี้กองทัพบกไทยกำลังดำเนินการสั่งจัดหา ป.อจ. ATMG จาก ศอว.ศอพท. เพิ่มเติมอีก ๑๘ระบบสำหรับหนึ่งกองพันทหารปืนใหญ่ แบ่งเป็นระยะแรกหนึ่งกองร้อยปืนใหญ่ ๖ระบบ วงเงินราว ๘๘๖,๐๐๐,๐๐๐บาท($28.5 million) ทำให้จำนวน ATMG ที่จะผลิตในไทยจะรวมเป็นถึง ๔๒ระบบครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ฟิลิปปินส์จะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Elbit ATMOS อิสราเอล

Philippines to procure ATMOS gun system from Elbit
The Philippine Army is set to acquire the ATMOS 155 mm artillery system (pictured) produced by Elbit Systems. Source: Elbit Systems
https://www.janes.com/article/95972/philippines-to-procure-atmos-gun-system-from-elbit

Autonomous Truck Mounted Gun-ATMG 155mm/52caliber Self-Propelled Howitzer 6x6 manufactured by Weapon Production Center (WPC), Defence Industry and Energy Center (DIEC), Ministry of Defence of Thailand was delivered to Royal Thai Army.
https://aagth1.blogspot.com/2019/01/atmg-atmm.html?spref=tw


Royal Thai Army's M758 Autonomous Truck-Mounted Gun (ATMG) 155mm/52 calibre self-propelled howitzer on Tatra 6x6 10 tonne truck Czech Republic.(My own Photos)


Covid-19: Philippines assesses military modernisation priorities in light of new economic pressures
https://www.janes.com/article/95973/covid-19-philippines-assesses-military-modernisation-priorities-in-light-of-new-economic-pressures

กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์มีกำหนดที่จะเสร็จสิ้นแผนการจัดหาระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS 155 mm/52 ที่ผลิตโดยบริษัท Elbit Systems อิสราเอล กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์กล่าวกับ Jane's เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2020 ว่า
รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Delfin Lorenzana ได้ออก "เอกสารแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการต่อ"(NTP: Notice to Proceed) เพื่อสนับสนุนการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS ซึ่งมีมูลค่าที่วงเงินราว $47 million ในต้นเดือนเมษายน 2020

ระบบปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS จะถูกจัดหาโดยกองทัพบกฟิลิปปินส์(PA: Philippine Army) ซึ่งจะประจำการจำนวนสองกองร้อย ภายใต้กรมทหารปืนใหญ่กองทัพบก(AAR: Army Artillery Regiment) ที่เริ่มจัดตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2020
เอกสารแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการต่อถูกส่งให้ Elbit อิสราเอลโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอย่างเป็นทางการเพื่อเริ่มการสร้างระบบปืนใหญ่อัตตาจรสำหรับกองทัพบกฟิลิปปินส์ ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขของสัญญาที่ถูกลงนามเมื่อช่วงต้นปี 2020

ความล่าช้าของการออกเอกสารแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการต่อคาดว่าจะมีผลเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านงบประมาณของฟิลิปปินส์ กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์กล่าวกับ Jane's ว่า
สัญญาได้รับการลงนามโดยกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์และกรมความร่วมมือกลาโหมต่างประเทศ(SIBAT) กระทรวงกลาโหมอิสราเอล และอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล

มีการยืนยันว่าสัญญาจัดหาระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS อิสราเอลมีวงเงินที่ 2.386 billion Philippine Peso($47.2 million)
และมีรายละเอียดการจัดหาและส่งมอบจำนวน 12ระบบ(สองกองร้อยปืนใหญ่) ระบบปืนใหญ่อัตตาจรคาดว่าจะถูกส่งมอบให้กองทัพบกฟิลิปปินส์ได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2020

ฟิลิปปินส์ยังคงเดินหน้าแผนโครงการการปรับปรุงความทันสมัยกองทัพของตนเป็นเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่จะมาถึง แม้ว่าผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการระบาดของ Coronavirus Covid-19
น่าจะนำไปสู่การตัดงบประมาณกลาโหมบางส่วนและความล่าช้าในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ Arsenio Andolong หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์กล่าวกับ Jane's

"เราจะทำการตัดงบประมาณบางส่วน แต่การปรับปรุงความทันสมัยกองทัพจะเดินหน้าต่อ (แม้ว่า)เราจำเป็นจะต้องพักบางโครงการก็ตาม" Andolong กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2020 ว่า
ปัจจุบันกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์กำลังทบทวนวัตถุประสงค์การปรับปรุงความทันสมัยกองทัพของตนเพื่อตัดสินใจว่าโครงการใดบ้างที่จำเป็นต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน

กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์มองที่จะประหยัดงบประมาณของตนเพื่อสนับสนุนมาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจวงเงิน $23 billion ของรัฐบาลฟิลิปปินส์
แต่อย่างไรก็ตามโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีลำดับความสำคัญ รวมถึงโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงใหม่จะไม่ได้รับผลกระทบครับ(https://aagth1.blogspot.com/2018/10/blog-post_2.html)

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562

กองทัพบกไทยรับมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG และเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM ที่สร้างในไทย


New batch of Autonomous Truck Mounted Gun-ATMG 155mm/52caliber Self-Propelled Howitzer 6x6 and Autonomous Truck Mounted Mortar-ATMM 120mm Self-Propelled Mortar System
that all manufactured by Weapon Production Center (WPC), Defence Industry and Energy Center (DIEC), Ministry of Defence Thailand (technology transfer from Israeli company's Elbit Systems) was delivered to Royal Thai Army in January 2019.

ATMG's Forward Obsever and Company Fire Direction Center.

Towed Mortars (foreground) manufactured by Weapon Production Center, Defence Industry and Energy Center, Ministry of Defence Thailand.

ปลัดกระทรวงกลาโหม กระทำพิธีส่งมอบ ปืนใหญ่หนักกระสุนวิถีราบ และเครื่องยิงลูกระเบิด ซึ่งปรับปรุงพัฒนา โดย ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ตามโครงการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อการพึ่งพาตนเองในอนาคต ให้แก่กองทัพบก โดยมี รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นตัวแทน กองทัพบก ในการรับมอบ
https://www.facebook.com/ilovethaiarmy/posts/1707732905999574

ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท. สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมไทย(OPSD: Office of the Permanent Secretary for Defence, Ministry of Defence)
ได้ทำสัญญาจัดหากับบริษัท Elbit Systems Land and C4I Ltd. อิสราเอลในการถ่ายทอด Technology สำหรับสองโครงการพัฒนาสร้างระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศสำหรับกองทัพไทยคือ

โครงการปรับปรุงพัฒนาปืนใหญ่แบบลากจูงให้เป็นแบบอัตตาจรล้อยาง หรือปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ Autonomous Truck Mounted Gun-ATMG ซึ่งมีพื้นฐานจากระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ Elbit ATMOS(Autonomous Truck Mounted howitzer System)
และโครงการปรับปรุงพัฒนาเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120mmแบบอัตตาจรล้อยาง หรือเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง Autonomous Truck Mounted Mortar-ATMM ขนาด 120mm ซึ่งมีพื้นฐานจากระบบแท่นยิงเครื่องยิงลูกระเบิดแบบ Elbit Soltam SPEAR ขนาด 120mm

ระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ขนาด 155mm/52cal ใช้รถรองปืนเป็นรถยนต์บรรทุก Tatra T815-7 6x6 ขนาด 10tons ของสาธารณรัฐเช็ก มีกำลังเครื่องยนต์ 400HP ความจุถังน้ำมัน 220liter ระยะปฏิบัติการ 400km ความเร็วสูงสุดบนถนน 90km/h ความเร็วสูงสุดบนภูมิประเทศ 30km/h
โดยกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ได้มีการสั่งจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG สามระยะ ระยะละ ๖ระบบ รวม ๑๘ระบบที่ผลิตโดย ศอว.ศอพท. นำเข้าประจำการใน กองพันทหารปืนใหญ่ที่๗๒๑ กองพลทหารปืนใหญ่ แล้ว

นอกจากปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Nexter Caesar ขนาด 155mm/52cal ฝรั่งเศส ๖ระบบ ที่ประจำการใน ป.พัน.๗๒๑ ร่วมกับ ป.อจ.ล้อยาง ATMG ๑๘ระบบแล้ว กองทัพบกไทยยังมีแผนที่จะจัดหา ป.ATMG เพิ่มเติมอีก ๓๖ระบบ ตามอัตราจัดโครงสร้างกำลังเหล่าทหารราบและเหล่าทหารม้าใหม่ด้วย
ต่อมานาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps, RTN: Royal Thai Navy) ได้ลงนามสัญญาจัดหากับบริษัท Elbit Systems อิสราเอลในการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ๖ระบบวงเงิน ๘๖๕ล้านบาท($26 million)(https://aagth1.blogspot.com/2018/04/atmg.html)

เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM ติดตั้งบนรถยนต์บรรทุกทางทหาร TATA 715c 4x4 ขนาด 2.5tons ของอินเดีย มีกำลังเครื่องยนต์ 155HP ความจุถังน้ำมัน 200liter ระยะปฏิบัติการ 350km ความเร็วสูงสุดบนถนน 80km/h ความเร็วสูงสุดบนภูมิประเทศ 30km/h
นายทหารประจำโครงการให้เหตุผลว่า การเลือก รยบ.TATA เป็นรถรองปืนนั้นเพราะเป็นรถบรรทุกทางทหารที่มีใช้งานในกองทัพอินเดีย ที่มีสมรรถนะและความทนทานตรงความต้องการ ซึ่งรถบรรทุกพลเรือนในตลาดเช่นของ Isuzu หรือ Hino ไม่สามารถรองรับความต้องการนี้ได้

เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM 120mm อยู่ในอัตราของกองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิดหนักประจำกรมทหารราบ โดยหน่วยแรกที่จะได้รับมอบจะเป็นหน่วยขึ้นตรงใน กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์(https://aagth1.blogspot.com/2017/11/atmm-120mm.html)
ค.อจ.ล้อยาง ATMM ได้มีการทดสอบประเมินค่าโดยคณะกรรมการของศูนย์การทหารราบ ณ สนามฝึกยิงปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ เขาพุโลน จังหวัดลพบุรี เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๑(2018)(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/atmm-120mm.html)

เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM ขนาดลำกล้อง 120mm มีมุมยิง 800-1511mils เขตส่ายซ้ายสุด 800mils เขตส่ายขวาสุด 800mils ระยะยิงไกลสุด 5.6km ระยะเวลาพร้อมยิง ๑๒๐วินาที อัตราการยิง ๑๐นัดต่อนาที พลประจำปืน ๔นาย
ซึ่งมีการผลิตให้ กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิดหนัก ประจำกรมทหารราบ ๙ระบบ และศูนย์การทหารราบ ๑ระบบสำหรับการฝึกศึกษารวมทั้งสิ้น ๑๐ระบบ รวมถึงระบบควบคุมและอำนวยการยิงอัตโนมัติระดับกองร้อย สำหรับ ร้อย.ค.หนัก ๔ระบบ และ ศร. ๑ระบบ รวม ๕ระบบ

การส่งมอบระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG 155mm/52cal สำหรับเหล่าทหารปืนใหญ่ และระบบเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM 120mm สำหรับเหล่าทหารราบ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมไทยแก่กองทัพบกไทยจำนวนหลายระบบในข้างต้นนี้
เป็นข้อยืนยันถึงนโยบายการพัฒนาระบบอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อการพึ่งพาตนเองของกองทัพไทยโดยร่วมมือกับมิตรประเทศที่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งในสายการผลิตของระบบชุดที่ส่งมอบล่าสุดนี้มีการใช้ชิ้นส่วนประกอบที่สามารถผลิตภายในไทยได้ที่ราวร้อยละ๔๐ ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

นาวิกโยธินไทยจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG อิสราเอลที่ผลิตในไทย

Thai marines to procure Elbit howitzers
The RMTC is to procure six 155 mm autonomous truck-mounted howitzer systems from Elbit. Source: Soltam Systems
http://www.janes.com/article/79176/thai-marines-to-procure-elbit-howitzers

Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy ordered 6 Elbit Systems ATMG(Autonomous Truck Mounted Gun) 155mm/52caliber Self-Propelled Howitzer 6x6 from Weapon Production Center, Defence Industry and Energy Center, Ministry of Defence Thailand
 ... Story/Photo …Sompong Nondhasa(https://www.facebook.com/sompong.nondhasa/posts/1211431602293282)

นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps, RTN: Royal Thai Navy) ได้ลงนามสัญญาจัดหากับบริษัท Elbit Systems Land and C4I Ltd. อิสราเอล
ในการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ ATMG(Autonomous Truck Mounted Gun) ซึ่งมีพื้นฐานจากระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ ATMOS(Autonomous Truck Mounted howitzer System)

นาวิกโยธินไทยกล่าวในการแถลงว่าสัญญาที่ลงนามไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและมีเนื้อหาเพื่อการส่งมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ขนาด 155mm/52caliber จำนวน ๖ระบบ ซึ่งจะถูกสร้างภายในประเทศไทยผ่านการถ่ายทอด Technology จาก Elbit อิสราเอล
โดย ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท.(WPC: Weapon Production Center, DIEC: Defence Industry and Energy Center) สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมไทย(OPSD: Office of the Permanent Secretary for Defence, Ministry of Defence)

สัญญาการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ๖ระบบมีวงเงิน ๘๖๕ล้านบาท($26 million) และได้มอบโอกาสสำหรับการจัดหาระบบปืนใหญ่อัตตราจรเพิ่มเติมที่จะทำการผลิตประกอบสร้างภายในประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดส่งมอบภายในระยะเวลา ๒ปี ๔เดือน
โดยก่อนหน้านี้กองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ได้มีการสั่งจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG สามระยะ ระยะละ ๖ระบบ รวม ๑๘ระบบที่ผลิตโดย ศอว.ศอพท. นำเข้าประจำการใน กองพันทหารปืนใหญ่ที่๗๒๑ กองพลทหารปืนใหญ่ แล้ว

สัญญานี้จะเป็นการเติมเต็มความต้องการที่มีมานานของ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย เพื่อเพิ่มขยายขีดอำนาจการยิงของหน่วยปืนใหญ่สนามที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบัน กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน มีปืนใหญ่สนามใช้งานอยู่หลายแบบ
เช่น  ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง GC-45/GHN-45 ขนาด 155mm ซึ่งออกแบบโดยแคนาดา ประจำการใน กองพันทหารปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง(พัน.ปกค.กรม ป.พล.นย.) ที่มีอายุการใช้งานมานาน โดย GC-45 จัดหาในปี พ.ศ.๒๕๒๓(1980) และ GHN-45A1 APU ในปี พ.ศ.๒๕๓๑(1988)

นอกจากระบบปืนใหญ่อัตตาจรซึ่งนาวิกโยธินไทยมีความต้องการในการจัดหาตามที่เคยได้รายงานพิจารณาและประเมินค่าที่โรงงานของ ศอว.ศอพท.ไปนั้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/05/atmos.html)
มีรายงานว่า นาวิกโยธินไทยยังมีความสนใจที่จะจัดหาระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง(MLRS: Multiple Launch Rocket System) เพื่อเสริมสร้างการขยายอำนาจการยิงของตนด้วย แต่ยังไม่มีรายละเอียดใดๆในขณะที่เขียนนี้

ทั้งนี้นอกจากปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Nexter Caesar ขนาด155mm/52cal ฝรั่งเศสจำนวน ๖ระบบ ที่ประจำการใน ป.พัน.๗๒๑ ร่วมกับ ป.อจ.ล้อยาง ATMG ๑๘ระบบแล้ว กองทัพบกไทยยังมีแผนที่จะจัดหา ป.อจ.ATGM เพิ่มเติมอีก ๓๖ระบบ หรือราวสองกองพันทหารปืนใหญ่(หนึ่ง พัน.ป.มี สามกองร้อยปืนใหญ่ หนึ่ง ร้อย.ป.มี หมู่ปืนใหญ่ ๖กระบอก รวมปืนใหญ่ ๑๘กระบอก)
ที่เข้าใจว่าเป็นความต้องการตามการปรับโครงสร้างอัตราจัดกำลังใหม่ในเหล่าทหารราบและเหล่าทหารม้า ที่จะมีเหล่าปืนใหญ่ทั้งปืนใหญ่ลากจูงและปืนใหญ่อัตตาจรเป็นหน่วยขึ้นตรงสนับสนุนในตัว อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงภายในของไทยด้วยครับ

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM 120mm พัฒนาในประเทศสำหรับกองทัพบกไทย


Weapon Production Center, Defence Industry and Energy Center, Ministry Of Defence Thailand with Elbit Systems Land and C4I Ltd. Israel unvile Autonomous Truck Mounted Mortar-ATMM 120mm Self-Propelled Mortar System for Royal Thai Army at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photo)

ATTM carried Elbit Soltam SPEAR 120mm mortar system

ATTM based-on Indian's TATA 715c 4x4 2.5tons Military Truck(My Own Photo)

ATMM's Forward Obsever and Company Fire Direction Center(My Own Photo)

Model of Royal Thai Army's Autonomous Truck Mounted Gun-ATMG 155mm/39Caliber Self-Propelled Howitzer System developped by WPC, DIEC, MoD Thailand with Israeli Elbit Systems Land and C4I(My Own Photo)

ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท. กระทรวงกลาโหมไทย ร่วมกับบริษัท Elbit Systems Land and C4I อิสราเอล ได้เปิดตัวระบบเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง Autonomous Truck Mounted Mortar-ATMM
เป็นครั้งแรกในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

http://wpc.mod.go.th/Award/pdf/price/price9904.aspx
ก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ.๒๕๕๘(2015) ศอว.ศอพท.ได้ประกาศราคากลางการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์พร้อมติดตั้งและถ่ายทอด Technology สำหรับโครงการปรับปรุงพัฒนาเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120mmแบบอัตตาจรล้อยาง วงเงิน ๕๗๐,๒๒๐,๐๐๐บาท จากบริษัท Elbit Systems อิสราเอล
โดยเป็นการพัฒนาอาวุธร่วมระหว่างไทยและอิสราเอลโครงการที่สองต่อจากโครงการปรับปรุงพัฒนาปืนใหญ่แบบลากจูงให้เป็นแบบอัตตาจรล้อยาง ATMG: Autonomous Truck Mounted Gun 155mm

ซึ่งระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ขนาด 155mm/39cal นั้นมีพื้นฐานพัฒนาจากระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Elbit Soltam ATMOS(Autonomous Truck Mounted howitzer System) 155mm อิสราเอล โดยการถ่ายทอด Technology ให้ ศอว.ศอพท.ประกอบภายในไทย
ป.อจ.ล้อยาง ATMG ใช้รถรองปืนเป็นรถยนต์บรรทุก Tatra T815-7 6x6 ขนาด 10tons ของสาธารณรัฐเชค มีกำลังเครื่องยนต์ 400HP ความจุถังน้ำมัน 220liter ระยะปฏิบัติการ 400km ความเร็วสูงสุดบนถนน 90km/h ความเร็วสูงสุดบนภูมิประเทศ 30km/h

ทั้งนี้กองพันทหารปืนใหญ่อัตตาจร มีอัตราจัดที่ต้องการรวม ๑๘ระบบ(๓กองร้อย ร้อย.ป.ละ๖ระบบ) รวมทั้งระบบควบคุมและอำนวยการยิงอัตโนมัติระดับกองพัน ๑ระบบ, ระบบควบคุมและอำนวยการยิงอัตโนมัติระดับกองร้อย ๓ระบบ และ Radar ตรวจสภาพอากาศ ๑ระบบ
ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ได้เข้าประจำการใน กองพันทหารปืนใหญ่ที่๗๒๑ กองพลทหารปืนใหญ่ กองทัพบกไทย ตามการจัดหาระยะที่๑ ๖ระบบ และระยะที่๒ อีก ๖ระบบ รวม ๑๒ระบบ(ไม่รวมปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ฝรั่งเศส ๖ระบบที่ประจำการใน ป.พัน.๗๒๑ พล.ป. อยู่แล้ว)

ทั้งนี้ กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(Royal Thai Marine Corps Royal Thai Navy) ยังให้ความสนใจที่พิจารณาจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMOS อิสราเอล
ที่เป็นไปได้มากว่าจะเป็นปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ประกอบในไทยเช่นเดียวกับของกองทัพบกไทย ซึ่งการส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของไทยในแต่ละเหล่าทัพด้วย(http://aagth1.blogspot.com/2017/05/atmos.html)

ค.อัตตาจรล้อยาง ATMM กองทัพบกไทยมีพื้นฐานจากระบบแท่นยิงเครื่องยิงลูกระเบิด Elbit Soltam SPEAR ขนาด 120mm ติดตั้งบนรถยนต์บรรทุก พร้อมระบบเข้าที่ตั้งยิงอัตโนมัติ(กำหนดพิกัดและทิศทางอัตโนมัติ) และระบบควบคุมและระบบอำนวยการยิงอัตโนมัติประจำหมู่เครื่องยิงลูกระเบิด
ATMM จะมีการผลิตให้ กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิดหนัก ประจำกรมทหารราบ ๙ระบบ และศูนย์การทหารราบ ๑ระบบสำหรับการฝึกศึกษารวม ๑๐ระบบ รวมทั้งระบบควบคุมและอำนวยการยิงอัตโนมัติระดับกองร้อย สำหรับ ร้อย.ค.หนัก ๔ระบบ และ ศร. ๑ระบบ รวม ๕ระบบ

นายทหารประจำโครงการได้เปิดเผยว่า กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิดหนักประจำกรมทหารราบหน่วยแรกที่จะได้รับมอบเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจร ATMM จะเป็นหน่วยขึ้นตรงใน กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์
ซึ่ง พล.ร.๒ รอ.นั้นกำลังอยู่ในระหว่างกับปรับสภาพเป็นทหารราบยานเกราะทั้งกองพล แต่ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่า ร้อย.ค.หนัก ในกรมใดจะได้รับมอบเป็นหน่วยแรก

โดยปัจจุบันในส่วน กรมทหารราบที่๑๒ รักษาพระองค์ พล.ร.๒ รอ.ซึ่งใช้รถสายพานลำเลียง M113 สหรัฐฯทั้งกรมนั้น ไม่มี M113 รุ่นที่ติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120mm เช่น M1064
รวมถึง กรมทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ และ กรมทหารราบที่๒๑ รักษาพระองค์ นั้นยังไม่ได้รับมอบยานเกราะล้อยางลำเลียงพล BTR-3E1 ยูเครนครบทุกกองพัน โดยเฉพาะรถหุ้มเกราะล้อยางติดเครื่องยิงลูกระเบิด 120mm BTR-3M2 ที่ได้รับมอบมาจำนวนยังไม่ครบที่สั่ง(ปี 2016 ส่งมา ๑ระบบ)

เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM ติดตั้งบนรถยนต์บรรทุกทางทหาร TATA 715c 4x4 ขนาด 2.5tons ของอินเดีย มีกำลังเครื่องยนต์ 155HP ความจุถังน้ำมัน 200liter ระยะปฏิบัติการ 350km ความเร็วสูงสุดบนถนน 80km/h ความเร็วสูงสุดบนภูมิประเทศ 30km/h
นายทหารประจำโครงการให้เหตุผลว่า การเลือก รยบ.TATA เป็นรถรองปืนนั้นเพราะเป็นรถบรรทุกทางทหารที่มีใช้งานในกองทัพอินเดีย ที่มีสมรรถนะและความทนทานตรงความต้องการ ซึ่งรถบรรทุกพลเรือนในตลาดเช่นของ Isuzu หรือ Hino ไม่สามารถรองรับความต้องการนี้ได้

เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM ขนาดลำกล้อง 120mm มีมุมยิง 800-1511mils เขตส่ายซ้ายสุด 800mils เขตส่ายขวาสุด 800mils ระยะยิงไกลสุด 5.6km ระยะเวลาพร้อมยิง ๑๒๐วินาที อัตราการยิง ๑๐นัดต่อนาที พลประจำปืน ๔นาย
เครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM ระบบต้นแบบได้รับการดำเนินการทดสอบที่อิสราเอลแล้วโดยประสบความสำเร็จอย่างดี และมีการส่งมอบแล้ว ๔ระบบ ซึ่งที่เหลือทั้งหมดจะส่งมอบให้แก่หน่วยผู้ใช้งานได้ในอนาคตครับ