แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Lithuania แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Lithuania แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Fassmer เยอรมนีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV ลำแรกของสิงคโปร์

Fassmer launches Singapore's first Sentinel-class OPV





Singapore's first Sentinal-class offshore patrol vessel, seen here at its launch ceremony. (Republic of Singapore Navy)



บริษัท Fassmer เยอรมนีผู้สร้างเรือได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV(Offshore Patrol Vessel) ลำแรกจาก 4ลำที่ได้รับการสั่งจัดหาจากกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy)
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV ลำแรกของโครงการ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Sentinel หมายเลขเรือ 26 ถูกนำลงสู่น้ำ ณ อู่เรือของบริษัท Fassmer ใน Berne เยอรมนีเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026

ภายใต้โครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV จำนวน 4ลำกำลังได้รับการสั่งจัดหาเพื่อทดแทนเรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล(MSRV: Maritime Security and Response Vessel) ชั้น Sentinel ที่ประจำการในกองทัพเรือสิงคโปร์อยู่
ซึ่งเดิมเรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล MSRV ชั้น Sentinel เคยประจำการในในฐานะเรือตรวจการณ์ชั้น Fearless 12ลำในช่วงปี 1996-1998 ที่ได้ถูกปลดประจำการลงในช่วงปี 2017-2020 โดย 4ลำได้รับการดัดแปลงเป็นเรือ MSRV เข้าประจำการใหม่ในปี 2021

กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ได้ลงนามสัญญากับ Fassmer เยอรมนีในเดือนพฤศจิกายน 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/opv-4-fassmer.html) โดยการส่งมอบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV มีกำหนดการที่จะเริ่มต้นในปี 2028 เป็นต้นไป
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel มีพื้นฐานจากแบบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV ของบริษัท Fassmer ที่พัฒนาจากเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Postsdam ที่ประจำกาในหน่วยยามฝั่งเยอรมนี(German Coast Guard, Küstenwache) ตำรวจเยอรมนี(Bundespolizei)

และกำลังถูกสร้างในลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/opv-fassmer-4.html) และเยอรมนี กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ระบุว่าเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV ทั้ง 4ลำจะได้รับการตั้งชื่อเรือว่า
ลำแรกเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Sentinel(26), ลำที่สองเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Guardian หมายเลขเรือ 27, ลำที่สามเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง  Protector หมายเลขเรือ 28, ลำที่สี่และลำสุดท้ายเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Bastion หมายเลขเรือ 29

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV จะประจำการภายในกองเรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล(MSRF: Maritime Security and Response Flotilla) และมีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะสำหรับหน้าที่การรักษาความปลอดภัยทางทะเลต่างๆในและโดยรอบน่านน้ำอาณาเขตของสิงคโปร์
ตามเอกสารข้อมูล(fact sheet) ที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ที่สอดคล้องการพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV มีความยาวเรือรวมที่ 94.85m, กว้างที่ 15.2m และระวางขับน้ำที่ประมาณ 2,700tonnes

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV สามารถทำความเร็วได้เกิน 23knots โดยมีระยะทำการที่มากกว่า 4,000nmi กำลังพลประจำเรือพื้นฐานถูกระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 40นาย มีคุณลักษณะระบบขับเคลื่อนดีเซล-ไฟฟ้ารูปแบบ CODLOD(Combined Diesel-Electric or Diesel)
ทำให้เรือสามารถปฏิบัติการโดยใช้เครื่องยนต์ดีเซล-ไฟฟ้าเพื่อการลาดตระเวนโดยประหยัดเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อตอบสนองต่อภารกิจต่างๆที่ความเร็วสูงกว่า ระบบอาวุธรวมถึงปืนเรือ Leonardo 76mm Strales(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html) ครับ

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ลิทัวเนียเลือกจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium บราซิล 3เครื่อง

Paris Air Show 2025: Lithuania selects Millennium airlifter to become latest European customer





The Millennium was showcased at the Paris Air Show, during which Lithuania announced that it has selected the type. (Janes/Gareth Jennings, Embraer)







ลิทัวเนียได้กลายเป็นลูกค้าในยุโรปรายล่าสุดของเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Embraer KC-390 Millennium โดยบริษัท Embraer บราซิลได้ประกาศการเลือกแบบ
ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Paris Air Show 2025 ที่มีขึ้น ณ ท่าอากาศยาน Paris-Le Bourget ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 16-22 มิถุนายน 2025

ตามที่ถูกประกาศเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2025 การคัดเลือกได้มีขึ้นโดยลิทัวเนียประเทศในกลุ่ม Baltic ก่อนหน้าการลงนามสัญญาที่วางแผนไว้สำหรับเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 3เครื่อง
ตามที่ถูกระบุการกำหนดแบบเป็น C-390 ในการประกาศ ลิทัวเนียจะได้ได้รับมอบเครื่องในฐานะเครื่องบินลำเลียงและไม่ได้ถูกจัดเตรียมสำหรับใช้เป็นเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศตามที่กรณีนี้จะถูกกำหนดแบบเป็น KC-390

"เราได้ศึกษาอย่างระมัดระวังของเครื่องบินลำเลียงทางทหารหลากหลายแบบที่มีพร้อมขายในตลาด และการประเมินของเราได้แสดงชัดเจนว่าเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium เป็นระบบที่เหมาะสมที่สุดที่ตรงความต้องการการปฏิบัติการทางทหารต่างๆของชาติเรา" 
Loreta Maskaliovienė รองรัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนียกล่าว โดยเสริมว่าสัญญาจะบรรลุผลเสร็จสิ้น "ในหลายเดือนข้างหน้าที่จะมาถึง" ในการเลือกเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ลิทัวเนียจะกลายเป็นประเทศยุโรปชาติล่าสุดที่จะมีประจำการด้วยเครื่องบินแบบนี้ต่อจาก


บริษัท Embraer ได้รับสัญญาการผลิตสำหรับเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 Millennium จำนวน 17เครื่องของตนสำหรับลูกค้าต่างๆของชาติยุโรปและ/หรือ NATO ด้วยสองสัญญาที่ลงนามในงาน Paris Air Show 2025
ข้อตกลงที่ได้รับการประกาศสำหรับโปรตุเกสเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2025 และสำหรับเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2025 รวมถึงด้วยเลือกสำหรับ KC/C-390 Millennium จำนวน 10 และ 7เครื่องตามลำดับที่สามารถจะจัดหาโดยกลุ่มชาติพันธมิตรในพื้นฐานข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาล

ตามการอธิบายโดย Embraer บราซิล รูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งได้ถูกนำมาใช้แล้วสำหรับการจัดซื้อผสมผสานกันของออสเตรียและเนเธอร์แลนด์ได้จองสายการผลิตไปจนถึงราวปี 2035(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/embraer-c-390.html)
ข้อตกลงของโปรตุเกสที่ประกาศเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2025 ยังครอบคลุมการจัดหาเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-390 เพิ่มเติม 1เครื่องจากที่สั่งจัดหาแล้ว 5เครื่องรวมเป็นจำนวน 6เครื่อง

ขณะที่ข้อตกลงของเนเธอร์แลนด์ที่ประกาศเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2025 รวมการจัดหาส่วน modular การส่งกลับทางสายแพทย์ทางอากาศ(aeromedical evacuation) ติดตั้งแบบ roll-on/roll-off สำหรับเครื่องบินลำเลียง C-390 จำนวน 9เครื่อง
กำหนดแบบเป็น C-390 ในบทบาทเครื่องบินลำเลียง และ KC-390 ในบทบาทเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ เครื่องบินลำเลียง Millennium สามารถบรรทุกภารกรรมได้มากกว่าเครื่องบินลำเลียง C-130 ที่ความเร็วสูงกว่าและระยะทางที่ไกลมากกว่า

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium มีพื้นที่ห้องบรรทุกภายในตัวเครื่องขนาดความจุ 170m³(รวมประตูท้ายเครื่อง ramp) และมีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดที่ 23tonnes(หรือน้ำหนักภารกรรมบรรทุกที่รวบรวมที่จุดศูนย์ถ่วงของเครื่องที่สูงสุด 26tonnes) คุณลักษณะสมมรถนะที่เผยแพร่โดยบริษัท Embraer 
เครื่องบินลำเลียง C-390 มีความเร็วเดินทางสูงสุดที่ 470knots(870km/h) เพดานบินสูงสุดที่ 36,000feet และพิสัยการบินไกลที่ 1,380nmi(2,556kkm)(ด้วยน้ำหนักบรรทุก 23tonnes) หรือบินเดินทางด้วยถังเชื้อเพลิงภายในตัวเครื่องที่ 4,640nmi ระยะทำการบินสามารถเพิ่มขยายได้ด้วยการเติมเชื้อพลิงทางอากาศครับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568

สิงคโปร์ทำพิธีวางกระดูงูเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV ของ Fassmer เยอรมนีใหม่สองลำแรกจาก 4ลำที่ลิทัวเนีย

Lithuania shipyard lays keel for Singapore's first maritime security OPVs





The keel-laying ceremony for the first two of four Potsdam class-derived OPVs on order for the Republic of Singapore Navy. (Republic of Singapore Navy)

อู่เรือบริษัท Western Baltic Shipyard ลิทัวเนียได้ทำพิธีวางกระดูงูเรือเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV(Offshore Patrol Vessel) รักษาความปลอดภัยทางทะเล 2ลำแรกจาก 4ลำ
ที่ได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) กองทัพเรือสิงคโปร์และกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เปิดเผยในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2025 ที่ผ่านมา

พิธีวางกระดูงูเรือที่เป็นเครื่องหมายถึงการฉลองเหตุการณ์อันสำคัญได้มีขึ้นในวันที่ 7 เมษายน 2025 เช่นกัน ณ สถานที่ของอู่เรือ Western Baltic Shipyard ใน Klaipėda ลิทัวเนีย
และได้เชิญ พลเรือโท Aaron Beng ผู้บัญชาการกองทัพสิงคโปร์(Chief of Defence Force, SAF: Singapore Armed Forces) เข้าร่วมพิธี กองทัพเรือสิงคโปร์และกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เสริม

กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2023 ว่าตนได้ลงนามสัญญากับบริษัท Fassmer เยอรมนีผู้สร้างเรือสำหรับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งใหม่จำนวน 4ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/opv-4-fassmer.html)
"บนพื้นฐานจากเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Postsdam ในประจำการตำรวจเยอรมนี(Bundespolizei) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV ของเราถูกออกแบบโดย Fassmer และกำลังถูกสร้างในลิทัวเนียและเยอรมนี"

กองทัพเรือสิงคโปร์กล่าวในแถลงการณ์ของตนเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2025 ที่อ้างอิงชัดเจนถึงกองเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Postsdam ของหน่วยยามฝั่งเยอรมนี(German Coast Guard, Küstenwache) ตำรวจเยอรมนี
กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ไม่ได้เปิดเผยคุณลักษณะต่างๆเพิ่มเติมของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV แต่เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Postsdam เยอรมนีมีระวางขับน้ำที่ประมาณ 1,900 tonnes

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Postsdam สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาด 12tonne ได้หนึ่งเครื่องบนดาดฟ้าบินของเรือ และสามารถวางกำลังเรือสกัดกั้น(interceptor boat) 2ลำ และติดตั้งตู้บรรทุก module ภารกิจขนาด 20feet ได้ 5ตู้
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Postsdam เยอรมนีแต่ละลำติดตั้งอาวุธปืนเรือ BAE Systems Mk 110 ขนาด 57mm ในตำแหน่งหลักที่หัวเรือ และระบบอาวุธถูกควบคุมโดยระบบควบคุมการยิง optronic director แบบ Saab EOS 500 สวีเดน

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV ใหม่คาดว่าจะเข้าประจำการในกองทัพเรือสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2028 และจะทยอยทดแทนเรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล(MSRV: Maritime Security and Response Vessel) ชั้น Sentinel ที่ประจำการในปัจจุบัน
เรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล MSRV ชั้น Sentinel เดิมเคยประจำการในฐานะส่วนหนึ่งของเรือตรวจการณ์ชั้น Fearless 12ลำในช่วงปี 1996-1998 ที่ได้ถูกปลดประจำการลงในช่วงปี 2017-2020 โดย 4ลำได้รับการดัดแปลงเป็นเรือ MSRV เข้าประจำการใหม่ในปี 2021 ครับ

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ลิทัวเนียลงนามจัดหารถถังหลัก Leopard 2A8 เยอรมนี 44คัน

BAAINBw signs contract for 44 Lithuanian Leopard 2A8s, CV90 plans progress





A KNDS Leopard 2A8 on display at the Eurosatory defence exhibition in Paris in June 2024. (Janes/Sonny Butterworth)

สำนักงานยุทโธปกรณ์, สารสนเทศ, วิทยาการ และการสนับสนุนระหว่างประจำการกองทัพสหพันธรัฐเยอรมนี(Federal Office of Bundeswehr Equipment, Information Technology and In-Service Support ,BAAINBw: Bundesamt für Ausrüstung, Informationstechnik und Nutzung der Bundeswehr)
ในนามของสำนักงานยุทโธปกรณ์กลาโหมลิทัวเนีย(DMA: Defence Materiel Agency) ภายใต้กระทรวงกลาโหมลิทัวเนีย ได้ลงนามสัญญากับบริษัท KNDS Deutschland เยอรมนีสำหรับการส่งมอบรถถังหลัก Leopard 2A8 MBT(Main Battle Tank) จำนวน 44คันแก่กองทัพบกลิทัวเนีย(Lithuanian Army) บริษัท KNDS ประกาศเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2024 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา สภากลาโหมแห่งรัฐ(State Defence Council, VGT) ของลิทัวเนียได้ตัดสินใจที่จะจัดหารถถังหลัก Leopard 2 เยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/leopard-2a8-m142-himars.html)
ควบคู่ไปกับรถรบทหารราบสายพาน CV90 IFV(Infantry Fighting Vehicle) สวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/leopard-2a7a1-trophy-aps.html) โดยพลเอก Raimundas Vaikšnors ลิทัวเนียนำเสนอรายงาน ณ เวลานั้น

เกี่ยวกับการพัฒนาของกองพลของกองทัพลิทัวเนีย และข้อเสนอสำหรับโครงสร้างอัตราจัดกำลังของยุทโธปกรณ์หนัก รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย Laurynas Kasčiūnas กล่าวว่าลิทัวเนียได้เห็นชอบที่จะจัดตั้งกองพันรถถังหน่วยแรกของตน
สัญญาวงเงิน 950 million Euros($990 million) รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆและชุดการส่งกำลังบำรุงต่างๆ การจัดซื้อจัดจ้างของ BAAINBw เยอรมนีได้รับการดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา

โดยการลงนามการยืนยันการจัดซื้อโดยรัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย Dovilė Šakalienė ในสถานที่ที่เดียวพร้อมกับรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี Boris Pistorius(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/leopard-2a8-46.html)
"ข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดหารถถังหลัก Leopard 2 เป็นสัญญาขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยได้มีการลงนามของลิทัวเนีย รถถังใหม่จะอำนวยความสะดวกการบูรณาการและการทำงานร่วมกัยของกองทัพลิทัวเนียและเยอรมนี" Šakalienė กล่าว

ลิทัวเนียเป็นประเทศแรกที่ได้ดำเนินการปฏิบัติตามแผนที่จะจัดหารถถังหลัก Leopard 2A8 ร่วมกันกับเยอรมนีในฐานะส่วนหนึ่งของ 'ข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างร่วม'(Common Procurement Agreement) ของสหภาพยุโรป(EU: European Union)
งบประมาณกลาโหมของลิทัวเนียที่ได้รับการเพิ่มสูงขึ้นยังทำให้สามารถที่จะมีการเจรจาต่างๆเกี่ยวกับกำหนดเวลาการส่งมอบรถถังหลัก Leopard 2A8 ล่วงหน้าด้วย กระทรวงกลาโหมลิทัวเนียกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/knds-leonardo-leopard-2a8.html)

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ลิทัวเนียได้จัดตั้งหน่วยยานเกราะขึ้นมา ทำให้ลิทัวเนียกลายเป็นชาติผู้ใช้งานรถถังหลัก Leopard 2 รายที่23 ในการดำเนินการนี้ร่วมกับเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ รวมถึงโครเอเชียในอนาคต 
รถถังหลัก Leopard 2A8 ใหม่ 44คันจะเสริมกับการจัดหายานเกราะล้อยาง Boxer Vilkas 8x8 เยอรมนีเพิ่มเติม 27คันจากที่มีแล้ว 91คัน และรถรบทหารราบสายพาน CV90 IFV สวีเดนราว 100 คัน สำหรับสองกองพันยานเกราะของกองทัพบกลิทัวเนียครับ

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ลิทัวเนียแสดงรถยนต์บรรทุก JLTV สหรัฐฯที่ตนจัดหาชุดแรก

Lithuania presents JLTVs





The Lithuanian Army presented its first batch of JLTVs on 17 August. (Lithuanian MND/Pliadis)





กองทัพบกลิทัวเนีย(Lithuanian Army, Lietuvos sausumos pajėgos) แสดงรถยนต์บรรทุก JLTV(Joint Light Tactical Vehicle) ชุดแรกของตนที่ Rukla เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2021 กระทรวงกลาโหมลิทัวเนียประกาศใน Website ของตนภายหลัง
กระทรวงกลาโหมลิทัวเนียกล่าวในวันเดียวกันว่าตนได้สั่งจัดหารถยนต์บรรทุก JLTV จำนวน 200คันจากรัฐบาลสหรัฐฯในปี 2019(https://aagth1.blogspot.com/2017/07/jltv.html)

การจัดหารถยนต์บรรทุก JLTV ในรูปแบบการขาย Foreign Military Sale(FMS) ของสหรัฐฯแก่ลิทัวเนียรวมถึงอุปกรณ์, อาวุธ, การฝึกบุคลากร, การจัดซื่อและการบำรุงรักษาชิ้นส่วนอะไหล่, และการติดตั้งอุปกรณ์ 
ซึ่งควบคู่ไปกับรถยนต์บรรทุก JLTV ซึ่งทั้งหมดมีกำหนดจะส่งมอบครบภายในปี 2024(https://aagth1.blogspot.com/2016/10/jltv-general-dynamics-land-systems.html)

รถยนต์บรรทุก JLTV ชุดแรกของลิทัวเนียจำนวน 50คันถูกขนส่งจากสหรัฐฯมายังลิทัวเนียผ่านเยอรมนี JLTV เหล่านี้ได้ถูกรับมอบโดยหน่วยฝึกของกองทัพลิทัวนีเนีย(Lithuanian Armed Forces, Lietuvos ginkluotosios pajėgos)
ใน Rukla และ Kazlų Rūda ลิทัวเนีย ที่ซึ่งพลขับ 12นาย และช่างเครื่อง 15นายของรถยนต์บรรทุก JLTV ได้รับการฝึกไปแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2015/08/oshkosh-defense-jltv-hmmwv.html)

กระทรวงกลาโหมลิทัวเนียกล่าวว่ารถยนต์บรรทุก JLTV ได้ถูกส่งมอบโดยปราศจากป้อมปืน ซึ่งจะถูกติดตั้งในเร็วๆนี้ และจะติดอาวุธปืนกลหนัก M2 QCB(Quick Change Barrel) ขนาด 12.7x99mm(.50cal)
รถยนต์บรรทุก JLTV จะถูกนำเข้าประจำการในกองพลน้อยทหารราบยานเกราะ 'Iron Wolf' และกองพลน้อยทหารราบยานยนต์ Žemaitija โดยลำดับความสำคัญการถูกนำเข้าประจำการแก่กองกำลังตอบโต้เคลื่อนที่เร็วแห่งชาติ(National Rapid Reaction Force)

รองรัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย Margiris Abukevičius กล่าวว่าการจัดหา JLTV "เป็นหนึ่งในก้าวย่างที่สำคัญที่สุดในการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพลิทัวเนีย พวกมันจะมอบเกราะป้องกันที่ดีขึ้นของกำลังพลของเราและเพิ่มพูนปฏิบัติการข่าวกรอง, ปืนใหญ่ และการสนับสนุนทางอากาศ
JLTV ได้ถูกผลิตตามความต้องการของกองทัพลิทัวเนียสำหรับทั้งภารกิจการประกันชาติและนานาชาติ และจะยังเพิ่มการทำงานรวมกันระหว่างกองทัพลิทัวเนียและกองทัพสหรัฐฯ" 

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อินโดนีเซียและลิทัวเนียจะจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ NASAMS นอร์เวย์

Indonesia selects NASAMS air defence system
KONGSBERG has signed a contract worth 77 MUSD with the Ministry of Defence of Indonesia to supply a NASAMS air defence system.
https://www.kongsberg.com/en/kog/news/2017/october/indonesia%20selects%20nasams%20air%20defence%20system/

KONGSBERG contract with Lithuania for NASAMS air defence system worth 109 MEURO
KONGSBERG has today signed a contract worth 109 MEURO (approx. 1.000 MNOK) with the Ministry of National Defence of the Republic of Lithuania to supply a NASAMS air defence system.
https://www.kongsberg.com/en/kog/news/2017/october/kongsberg%20contract%20with%20lithuania%20for%20nasams%20air%20defence%20system%20worth%20109%20meuro/

บริษัท KONGSBERG นอร์เวย์ได้รับการลงนามสัญญาจัดหาวงเงิน $77 million กับกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยกลาง NASAMS(Norwegian Advanced Surface to Air Missile System)
โดยสัญญาประกอบด้วยการส่งมอบระบบ NASAMS ที่สมบูรณ์ทั้ง ที่บังคับการ, radar, แท่นยิง, วิทยุและการบูรณาการ และการฝึกและการสนับสนุน
ทั้งนี้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120 AMRAAM รุ่นยิงจากภาคพื้นดินของบริษัท Raytheon สหรัฐฯ จะเป็นสัญญาจัดหาแยกต่างหากในข้อตกลงระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียและรัฐบาลสหรัฐฯ

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ NASAMS ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันเป้าหมายที่มีคุณค่าสูงทางพลเรือนและทางทหารบนภาคพื้นดินจากภัยคุกคามทางอากาศ ความยืดหยุ่นเฉพาะตัวและความเป็นระบบแยกส่วน modular ของ NASAMS ทำให้มันเป็นระบบแก้ไขปัญหาชั้นนำของโลก
ด้วยขีดความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ต่อภัยคุกคามทางอากาศสมัยใหม่ เช่นเดียวกับมีความสามารถในการบูรณาการเข้ากับระบบตรวจจับและระบบอาวุธที่หลากหลาย โดยมีหลายประเทศทั่วโลกที่เลือกจัดหา NASAMS เข้าประจำการในกองทัพชาติตน
ทั้งนอร์เวย์, ฟินแลนด์, เนเธอร์แลนด์, สหรัฐฯ, สเปน, โอมาน, ลิทัวเนียที่ประกาศลงนามสัญญาจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ NASAMS สำหรับกองทัพอากาศลิทัวเนียเมื่อ 21 ตุลาคม วงเงิน 109 million Euros($127.7 million) และล่าสุดอินโดนีเซีย

"เรามีความยินดีอย่างมากที่อินโดนีเซียในฐานะชาติแรกในภูมิภาคของตนเลือก NASAMS สำหรับป้องกันบ้านเกิดของตน การประเมินค่าทางเทคนิคและการเพิ่มเติมของกลุ่มผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องยืนยันว่า NASAMS เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศยุคใหม่ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก"
Eirik Lie ประธานบริษัท Kongsberg Defence & Aerospace กล่าว อย่างไรก็ตามทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอีดของระบบที่เกี่ยวข้องในการจัดหา รวมถึงกำหนดเวลาการส่งมอบระบบ NASAMS ให้อินโดนีเซีย
โดยระบบ radar ที่สามารถบูรณาการเข้ากับ NASAMS ได้มี Thales-Raytheon AN/MPQ-64F1 Sentinel หรือ EADS TRML-3D ซึ่งถูกเลือกใช้งานโดยลูกค้าหลายประเทศ

มีความเป็นไปได้ว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศ NASAMS ที่ส่งออกให้ลูกค้าใหม่ล่าสุดนั้นจะเป็นรุ่น NASAMS 2 ใหม่ ซึ่งรองรับระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายมาตรฐาน Link 16, ระบบ Radar รุ่นใหม่ และกล้อง electro-optical เช่น MSP500 เป็นต้น
โดยในส่วนการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถี AMRAAM ของอินโดนีเซียนั้นน่าจะมีการจัดหาจากสหรัฐในรูปแบบ FMS(Foreign Military Sale) เช่นเดียวกับ AIM-120 สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16C/D Block 25 ของกองทัพอากาศอินโดนีเซียที่เดิมเคยประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯ
ซึ่งล่าสุดระบบป้องกันภัยทางอากาศ NASAMS 2 ยังได้รับเลือกเป็นระบบที่จะใช้พัฒนาในโครงการ GBAD(Ground-Based Air Defence) Project Land 19 Phase 7B ของกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเพื่อทดแทนระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้มาก SAAB RBS 70 สวีเดนครับ

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เอสโตเนียเข้าร่วมกับฟินแลนด์ในโครงการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร K9 Thunder เกาหลีใต้

Estonia joins Finland in howitzer procurement
WARSAW, Poland — The Estonian Ministry of Defence has decided to join its Finnish counterpart in a plan to acquire South Korean K9 Thunder howitzers.
(Photo Credit: Jung Yeon-Je/AFP via Getty Images)
http://www.defensenews.com/articles/estonia-joins-finland-in-howitzer-procurement

South Korea's Hanwha Techwin K9 Thunder 155mm self-propelled howitzer during trials in Finland in November 2016.

กระทรวงกลาโหมเอสโตเนียได้ตัดสินใจที่จะร่วมกับฟินแลนด์ถึงความเป็นไปได้ในแผนความร่วมมือในการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K9 Thunder จากสาธารณารัฐเกาหลี โดยให้การสนับสนุนคำแนะนำ แลกเปลี่ยนทางเทคนิค และการส่งกำลังบำรุงร่วมกัน
รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Margus Tsahkna กล่าวว่าระบบอาวุธใหม่นี้จะมีความสำคัญยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถด้านปืนใหญ่และความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ของกองทัพบกเอสโตเนีย
"K9 Thunder มีขีดความสามารถโจมตีเป้าหมายซึ่งตั้งห่างออกไป 40km ได้" รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Tsahkna กล่าวกับสื่อท้องถิ่นเอสโตเนีย

ภายใต้แผนดังกล่าวปืนใหญ่อัตตาจร K9 ชุดแรกจะถูกส่งมอบให้กองทัพบกเอสโตเนียภายในปี 2021 เพื่อทดแทนปืนใหญ่ลากจูงแบบ FH-70 ที่ประจำการในกองพลน้อยที่1 กองทัพบกเอสโตเนีย
ซึ่งกระทรวงกลาโหมเอสโตเนียแถลงอย่างเป็นทางการว่าจะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรอย่างน้อย 12ระบบ ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K9 ขนาด 155mm ผลิตโดยบริษัท Hanwha Techwin สาธารรัฐเกาหลี คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาภายในปีนี้
การตัดสินใจของเอสโตเนียจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ทางภาคพื้นดินเพิ่มเป็นการสะท้อนการเพิ่มความกังวลของกลุ่มรัฐ Baltic ต่อพฤติกรรมของรัสเซียทางด้านยุโรปตะวันออกที่ถูกมองว่ารัสเซียกำลังแสดงท่าทีก้าวร้าวและกระหายสงคราม
ซึ่งเป็นผลจากการที่รัสเซียผนวก Crimea และแทรงแซงสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธนิยมรัสเซียในภาค Donbass ต่อสู้กับกองกำลังความมั่นคงรัฐบาลยูเครนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2014 รวมถึงการเพิ่มกำลังทหาร อาวุธ และขีปนาวุธในภาคตะวันตกของรัสเซียเช่นที่ Kaliningrad

ก่อนหน้านี้ในปีที่แล้วรัฐบาลเอสโตเนียได้จัดตั้งสำนักงานจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพใหม่เพื่อรวมการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนหนึ่งของกองทัพเอสโตเนีย
หน่วยงานใหม่นี้ได้รับการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลเอสโตเนียเพื่อเพิ่มการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เป็นวงเงินประมาณ 200 million Euros($215.6 million) ต่อปีจนถึงปี 2020
ซึ่งการแทรกแซงทางทหารของรัสเซียต่อยูเครนนั้น ทำใหสามชาติรัฐ Baltic ทั้งเอสโตเนีย, แลตเวีย และลิทัวเนีย กำลังพิจารณาแผนความร่วมมือในการจัดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศร่วมกันครับ

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559

กองทัพเยอรมนีแพ้คดีที่สั่งฟ้อง Heckler & Koch กรณีปัญหาปืนเล็กยาว G36 โดยลิทัวเนียสั่งซื้อปืนเล็กยาวและเครื่องยิงลูกระเบิดจาก H&K เพิ่ม

Germany military loses legal battle with Heckler & Koch
A German court has ruled that the military does not deserve compensation for what the Defense Ministry deemed faulty rifles. The Defense Ministry did not make its specifications for the weapon clear enough.
http://www.dw.com/en/germany-military-loses-legal-battle-with-heckler-koch/a-19522739

บริษัท Heckler & Koch เยอรมนีผู้ผลิตอาวุธปืนรายใหญ่ของโลกเป็นผู้ชนะในคดีที่กระทรวงกลาโหมเยอรมนีสั่งฟ้องตามคำสั่งตัดสินของศาลเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมาว่าทางบริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ปืนเล็กยาวจู่โจม HK G36 ทำงานผิดพลาด
กระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้สั่งฟ้องบริษัท HK จากการที่ปืนเล็กยาวจู่โจม G36 ที่บริษัทผลิตเพื่อเข้าประจำการในกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr)ไม่สามารถทำการยิงได้อย่างแม่นยำเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือถูกยิงอย่างต่อเนื่องจนลำกล้องปืนร้อนจัด
โดยศาลเมือง Koblenz ได้ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลเยอรมนีที่เรียกร้องให้กองทัพเยอรมนีได้รับการชดเชยจากสัญญาสองฉบับที่สั่งซื้อปืนเล็กยาว G36 จำนวน 3,845กระบอกในปี 2013
ศาลได้ตัดสินว่า Heckler & Koch ไม่ได้รับปากให้สัญญาใดๆในข้อตกลงดังกล่าว และกองทัพล้มเหลวที่กำหนดรายการความต้องการของตนเองให้แก่ผู้ผลิตปืน

Heckler & Koch มีที่ตั้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีเป็นผู้ผลิตปืนเล็กยาวจู่โจม G36 มาต่อเนื่องตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งมีประจำการในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งปืนเล็กยาว G36 ที่ประจำการในกองทัพเยอรมนีตั้งแต่ปี 1997 มีราคากระบอกละประมาณ 1,000Euros
แต่ในปี 2012 จากรายงานของทหารเยอรมันที่ปฏิบัติการในอัฟกานิสถานว่าปืนเล็กยาว G36 มีความแม่นยำลดลงเมื่อทำการยิงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วงแรกกองทัพเยอรมนีกล่าวโทษว่าเหตุเกิดจากการใช้กระสุนที่ไม่มีคุณภาพ
อย่างไรก็ตามในปี 2015 จากการของสถาบัน Fraunhofer เพื่อพลวัตรความเร็วสูง พบว่าความแม่นยำของปืนในการยิงถูกเป้าที่ระยะ 100m จะลดลงเหลือแค่ร้อยละ7 เมื่ออุณหภูมิเพิ่มเป็น 30องศาเซลเซียส ซึ่งกองทัพเยอรมนีต้องการความแม่นยำที่ร้อยละ90 ในสถานภาพระดับนี้
ดังนั้นรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี นาง Ursula von der Leyen ยังได้อนุมัติให้ดำเนินการปลดประจำการปืนเล็กยาว G36 ออกจากการเป็นอาวุธประจำกายของทหารเยอรมัน โดยจะมีการคัดเลือกปืนเล็กยาวแบบใหม่ในปี 2018 ซึ่งจะเข้าประจำการในกองทัพเยอรมนีในปี 2020

Bundeswehr beset by lack of equipment

ทั้งนี้กองทัพเยอรมนีมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำตัดสินของศาล แต่ก็อาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจนำปืนเล็กยาว Heckler & Koch G36 ออกจากกองทัพ อย่างไรก็ตามปัญหาปืนเล็กยาว HK G36 ไม่ใช่ปัญหาความพร้อมด้านอาวุธยุทโธปกรณ์เพียงแบบเดียวของกองทัพเยอรมนี
รายงานที่ได้รับในเดือนมกราคมปีนี้นั้นเครื่องบินขับไล่ Tornado ของกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ที่ปฏิบัติการทางอากาศต่อกลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายในตะวันออกกลางนั้น
มีเครื่องบินขับไล่ Tornado ปฏิบัติการได้เพียง 29เครื่องจากทั้งหมด 93เครื่องเท่านั้นที่พร้อมปฏิบัติการสำหรับภารกิจลาดตระเวนสอดแนม ซึ่งเครื่องบินขับไล่ Tornado ดังกล่าวยังมีปัญหาไม่สามารถทำการบินเวลากลางคืนได้เนื่องจากระบบไฟให้แสงสว่างในห้องนักบินเสีย
ยังรวมถึงอากาศยานทั้งเก่าและใหม่จำนวนมากในกองทัพบกเยอรมนี(Heer), กองทัพเรือเยอรมนี(Marine) และกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ที่ไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมปฏิบัติการจนเข้าขั้นวิกฤติ
(เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ปฏิบัติการได้เพียง 38เครื่องจากทั้งหมด 114เครื่อง, เครื่องบินลำเลียง C-160 Transall ปฏิบัติการได้เพียง 21เครื่องจากทั้งหมด 50เครื่อง, เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป NH90 ปฏิบัติการได้เพียง 5เครื่องจากทั้งหมด 40เครื่อง,
เฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ปฏิบัติการได้เพียง 7เครื่องจากทั้งหมด 43เครื่อง, เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทางทะเล Sea King ปฏิบัติการได้เพียง 3-5เครื่องจากทั้งหมด 21เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์เอนประสงค์ทางทะเล Sea Lynx ปฏิบัติการได้เพียง 4เครื่องจากทั้งหมด 22เครื่อง)

Lithuania orders H&K rifles and grenade launchers
http://www.janes.com/article/63399/lithuania-orders-h-k-rifles-and-grenade-launchers

HK G36KA4M1 rifle and HK269 40mm Grenade Launcher, Photo: Lithuania MOD/HK(www.heckler-koch.com)

สำหรับบริษัท Heckler & Koch เยอรมนีนั้นก็เพิ่งได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมลิทัวเนียเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาในการจัดซื้อปืนเล็กยาว HK G36KA4M1 และเครื่องยิงลูกระเบิด HK269 40mm จำนวนมากในวงเงิน 12.5 million Euros ซึ่งจะส่งมอบให้กองทัพลิทัวเนียในปี 2017
"การจัดหาปืนเล็กยาว G36 เพิ่มเติมซึ่งเป็นที่ทราบว่าได้รับการยอมรับการยอมรับอย่างดีจากทหารลิทัวเนีย เรามองไปที่การมีอาวุธเพียงแบบเดียวในกองทัพลิทัวเนีย" Juozas Olekas รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนียกล่าว
ซึ่งปืนเล็กยาว G36KA4M1 นั้นเป็นรุ่นที่พัฒนาจากปืนเล็กสั้น G36K ตามความต้องการของทหารลิทัวเนียซึ่งมีประสบการในการใช้งานปืนเล็กยาว G36V ,ปืนเล็กสั้น G36KV, ปืนเล็กกล G36C และปืนเล็กยาว G36KA4 ที่ประจำการในกองทัพลิทัวเนียอยู่ก่อนแล้วครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ลิทัวเนียจัดหารถรบทหารราบล้อยาง Boxer เยอรมนี

Lithuania signs first contract for Boxer IFV
The first photograph released of a Lithuanian Boxer 8x8 in the IFV role and fitted with an Elbit UT-30 Mk 2 turret. Source: Rheinmetall
http://www.janes.com/article/63175/lithuania-signs-first-contract-for-boxer-ifv

ลิทัวเนียได้ลงนามสัญญาจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางแบบ Boxer 8x8 MRAV(Multi-Role Armoured Vehicle) กับองค์การเพื่อความร่วมมือยุทโธปกรณ์ร่วมของยุโรป(OCCAR: Organisation for Joint Armament Cooperation) จำนวน 88คัน วงเงิน 390 million Euros
ซึ่งรถส่วนใหญ่ที่ลิทัวเนียจัดหาจะสร้างในรูปแบบรถรบทหารล้อยาง Boxer IFV(Infantry Fighting Vehicle) และมีจำนวนน้อยที่สร้างในรูปแบบรถที่บังคับการ(CP: Command Post)

โดย OCCAR จะนำสัญญาส่งให้กับ ARTEC ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจร่วมทุนที่จัดตั้งโดยบริษัท Krauss-Maffei Wegmann(KMW) และบริษัท Rheinmetall เยอรมนีผู้ผลิตรถเกราะล้อยาง Boxer ดำเนินการผลิตรถให้ลิทัวเนีย
รถเกราะล้อยาง Boxer จำนวน 88คันสำหรับลิทัวเนียนั้น 53คันจะถูกผลิตโดย KMW และอีก 35คันจะถูกผลิตโดย Rheinmetall ซึ่งจะส่งมอบได้ในปี 2017-2021 โดยรถที่ประจำการในกองทัพลิทัวเนียจะถูกเรียกว่า Vilkas(หมาป่า)
หลังจากที่มีการประเมินป้อมปืนใหญ่กล Rheinmetall Lance 30mm รถรบทหารราบ Boxer IFV ของลิทัวเนียจะติดตั้งป้อมปืนแบบ Elbit UT-30 Mk2 อิสราเอลติดตั้งปืนใหญ่กล 30mm, ปืนกลร่วมแกน 7.62mm และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Rafael Spike-LR

ทั้งนี้ลิทัวเนียเป็นลูกค้ารายแรกที่ลงนามสัญญาจัดหารถเกราะล้อยาง Boxer รุ่นรถรบทหารราบ IFV นอกเหนือจากโครงการเริ่มต้นเดิมที่เป็นโครงการร่วมระหว่างเยอรมนีที่สั่งจัดหาขั้นต้น 272คัน และเนเธอร์แลนด์ 200คัน
โดยส่วนใหญ่รถเกราะ Boxer ของเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์เป็นรถที่ถูกสร้างในรูปแบบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพล(APC: Armoured Personnel Carrier) โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2015 เยอรมนีได้สั่งจัดหารถเกราะ Boxer เพิ่มอีก 131คันครับ

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ลิทัวเนียเลือกรถหุ้มเกราะล้อยาง Boxer เยอรมนีสำหรับโครงการจัดหารถรบทหารราบ



http://www.delfi.lt/news/daily/lithuania/lietuva-pagaliau-apsisprende-del-sarvuociu-pirkimo.d?id=69825668

วันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมาสภากลาโหมลิทัวเนียได้ตัดสินใจเลือกแบบรถหุ้มเกราะล้อยางสำหรับโครงการรถรบทหารราบทดแทนรถสายพานลำเลียงแบบ M113 สำหรับกองทัพบกลิวทัวเนีย
โดยแบบที่เลือกคือรถหุ้มเกราะล้อยาง Boxer จาก ARTEC เยอรมนี ซึ่งจะติดตั้งป้อมปืนใหญ่กลขนาด 30mm ของ Elbit อิสราเอล พร้อมติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Spike-LR อิสราเอล
กระทรวงกลาโหมลิวทัวเนียมีความต้องการจัดหารถเกราะล้อยาง Boxer รุ่นรถรบทหารราบ 84คัน และรุ่นรถที่บังคับการ 4คัน
คาดว่าการลงนามสัญญาจัดหาจะมีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2016 โดยรถรบทหารราบ Boxer 8x8 ชุดแรก 14คัน จะส่งมอบให้ลิทัวเนียได้ในปี 2017

โครงการจัดหารถรบทหารราบล้อยาง 8x8 ทดแทนรถสายพานลำเลียง M113 ของกองทัพบกลิทัวเนียนี้ได้มีการตั้งงบประมาณจัดหาสุดท้ายไว้ที่ราว 400 million Euors ซึ่งน้อยกว่าที่ประกาศไปก่อนหน้านี้
นอกจากรถเกราะล้อยาง Boxer ที่ถูกเลือกโดยกระทรวงกลาโหมลิทัวเนียแล้วแบบรถที่มีการเสนอให้กองทัพลิทัวเนียพิจารณาและทดสอบสมรรถนะก็มีเช่น
รถเกราะล้อยาง Piranha V จาก General Dynamics European Land Systems สวิสเซอร์แลนด์, รถเกราะล้อยาง VCBI จาก Nexter ฝรั่งเศส, รถเกราะล้อยาง Patria ฟินแลนด์, รถหุ้มเกราะล้อยาง Rosomak โปแลนด์ และรถเกราะล้อยาง Stryker สหรัฐฯ
ทั้งนี้สื่อ DEFI ลิทัวเนียได้รายงานว่ารถเกราะ Patria ฟินแลนด์มีราคาถูกที่สุด แต่ก็มีความก้าวหน้าทาง Technology น้อยที่สุด
ขณะที่รถเกราะล้อยาง VCBI ฝรั่งเศสมีราคาแพงกว่ารถเกราะล้อยาง Boxer เยอรมนี และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูงกว่ารถเกราะเยอรมันสามเท่า
ส่วนรถเกราะล้อยาง Stryker สหรัฐฯยังไม่ได้มีการทดสอบติดตั้งกับป้อมปืนใหญ่กลขนาด 30mm แบบใดๆทั้งของสหรัฐฯ ยุโรป หรือประเทศอื่น ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเพิ่มเติมและรถรุ่นใหม่จะพร้อมส่งออกได้ในปี 2019 เช่นเดียวกับรถเกราะล้อยาง Piranha V เช่นกัน
นั่นทำให้รถเกราะล้อยาง Boxer ที่สามารถจะทำการผลิตส่งมอบให้ลิทัวเนียได้ภายในปี 2017 ถูกเลือก แม้ว่าลิทัวเนียจะไม่เลือกติดตั้งป้อมปืนใหญ่ Puma 30mm ของเยอรมนีซึ่งมีราคาแพง โดยเลือกที่จะติดตั้งป้อมปืน 30mm ของ Elbit อิสราเอลแทน

กระทรวงกลาโหมลิทัวเนียได้ตั้งโครงการจัดหารถหุ้มเกราะล้อยาง 8x8 เพื่อเข้าประจำการในกองทัพบกลิทัวเนีย เพื่อทดแทนรถสายพานลำเลียง M113A1/A2 มือสอง จากเยอรมนีช่วงปี 2000-2006 ที่ปัจจุบันไม่น่าใช้งานได้เกิน 200คัน
โดยรถสายพานประจำการในกองพลน้อยทหารราบยานยนต์ Iron Wolf ซึ่งกองทัพบกลิทัวเนียกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงกำลังรบของตนให้มีความทันสมัยตามมาตรฐานกองกำลัง NATO ที่ลิทัวเนียเข้าร่วมตั้งแต่ปี 2004
ตามแผนหน่วยขึ้นตรงของกองพลน้อยทหารราบยานยนต์ Iron Wolf คือกองพันทหารราบยานเกราะ Grand Duke Algirdas และกองพันทหารราบยานยานยนต์  Grand Duke Algirdas จะเป็นหน่วยที่ได้รับมอบรถเกราะล้อยาง Boxer ประจำการ
อีกทั้งกองทัพลิทัวเนียจะมีแผนที่จะจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยกลาง ซึ่งตามแหล่งข่าวคาดว่าอาจจะเป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ NASAMS จาก Kongsberg นอร์เวย์ ซึ่งพัฒนาจากอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120 AMRAAM สหรัฐฯครับ

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ลิทัวเนียจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร PzH 2000 จากเยอรมนี

Lithuania orders German PzH 2000s
Lithuania has ordered 21 PzH 2000 SPAs from Germany, of which 16 will be used operationally by the Iron Wolf Brigade's artillery battalion, with the remainder for spares and training. Source: Bundeswehr
http://www.janes.com/article/54876/lithuania-orders-german-pzh-2000s

วันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ลิทัวเนียได้ลงนามสัญญากับเยอรมนีในการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรสายพานขนาด 155mm แบบ Panzerhaubitze 2000 (PzH 2000) จำนวน 21ระบบ วงเงิน 58.3 million Euros
โดยปืนใหญ่อัตตาจร PzH 2000 ที่จะจัดหานี้เดิมเป็นระบบที่เคยประจำการในกองทัพบกเยอรมนีมาก่อน ซึ่งกองทัพบกลิทัวเนียจะนำเข้าประจำการที่ กองพันทหารปืนใหญ่ General Romualdas Giedraitis
ทั้งนี้กองพันทหารปืนใหญ่ลิทัวเนียจะประจำการปืนใหญ๋อัตตาจร PzH 2000 16ระบบ อีก3ระบบเป็นอะไหล่ อีกหนึ่งระบบใช้ฝึกพลประจำปืน และอีกหนึ่งระบบใช้ฝึกพลขับ

นอกจากปืนใหญ่อัตตาจร PzH 2000 แล้วลิทัวเนียยังได้จัดหารถสนับสนุนอีก 32คันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการจัดซื้อด้วย
แบ่งเป็นรถสายพานที่บังคับการแบบ M577A2 จำนวน 26คัน(มีพื้นฐานจากรถสายพานลำเลียง M113) และรถกู้ซ้อม Bergepanzer 2 (BPZ-2) อีก 6คัน(ใช้พื้นฐานแคร่รถจากรถถังหลัก Leopard 1)
ตามกำหนดการของกระทรวงกลาโหมลิทัวเนีย ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน PzH 2000 ระบบแรกจะถูกส่งมอบในปี 2016 ตามด้วยระบบอุปกรณ์ทั้งหมดในปี 2019

จากวงเงินในโครงการจัดหา 58.3 million Euros นั้นวงเงินจำนวน 16.2 million Euros จะถูกจ่ายให้กระทรวงกลาโหมเยอรมนีสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ของตัวเอง
ที่เหลืออีก 42.1 million Euros จะถูกใช้เป็นค่าปรับปรุงระบบยุทโธปกรณ์ที่เก็บสำรองไว้ รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการฝึกสำหรับรองรับระบบใหม่ งานการปรับปรุงดังกล่าวจะรวมถึงการติดตั้งระบบบริหารจัดการสนามรบ และอุปกรณ์สื่อสารด้วย
โดยกองทัพบกเยอรมนีจะสนับสนุนโครงการนี้ด้วยการช่วยเหลือทาง Technic และฝึกกำลังพลของกองทัพบกลิทัวเนียที่โรงเรียนปืนใหญ่ของกองทัพเยอรมนีใน Idar-Oberstein

ปัจจุบันกองพันทหารปืนใหญ่ General Romualdas Giedraitis กองทัพบกลิทัวเนียยังคงประจำการด้วยปืนใหญ่วิถีโค้งลากจูงขนาด 105mm แบบ M101 ซึ่งจัดหาแบบมือสองมาจากเดนมาร์กตามข้อตกลงความมั่นคงร่วมช่วงต้นปี 2000s
ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมลิทัวเนียกล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน PzH 2000 ที่จะจัดหามานั้นมีระยะไกลสุด 40km ซึ่งเหนือกว่าปืนใหญ่ลากจูง M101 ที่มีระยะยิงเพียง 11km

Lithuania plans 35% increase in 2016 defence budget
Lithuania's defence budget (2007-16) (IHS)
http://www.janes.com/article/54928/lithuania-plans-35-increase-in-2016-defence-budget

ทั้งนี้ตามแผนจัดการงบประมาณประเทศของรัฐบาลลิทัวเนียที่ออกมาเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมานั้น จะมีการเพิ่มงบประมาณกลาโหมในปีงบประมาณ 2016 อีกร้อยละ 35.2 คิดเป็นวงเงินราว 574 million Euros
คิดเป็นร้อยละ 1.5 จากผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ(GDP: Gross Domestic Product) เพิ่มจากร้อยละ 1.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในปีงบประมาณ 2015
โดยนับตั้งแต่การประกาศของรัฐบาลลิทัวเนียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Algirdas Butkevicius ซึ่งมีข้อตกลงร่วมกับพรรคการเมืองในสภาว่างบประมาณกลาโหมลิทัวเนียจะเพิ่มเป็นร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศภายในปี 2020
ซึ่งร้อยละ 50 ของบประมาณกลาโหมจะถูกใช้ครอบคลุมในการฟื้นระบบการเกณฑ์ทหารกองประจำการสำหรับกองทัพลิทัวเนีย โดยจะมียอดกำลังพลสำหรับรับใช้ชาติราว 3,00-3,500นาย เป็นเวลา 9เดือน
และอีกร้อยละ 20 จะเป็นงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งนอกจากปืนใหญ่อัตตาจร PzH 2000 แล้วกองทัพลิทัวเนียยังมีความต้องการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นในระยะสั้นอีกเป็๋นจำนวนมาก
เช่น รถรบทหารราบใหม่ ระบบอาวุธต่อสู้รถถัง ระบบต่อสู้อากาศยาน ระบบสื่อสาร และระบบตรวจการณ์น่านฟ้าเป็นต้น
เพื่อเป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามจากกองทัพรัสเซียในกลุ่มประเทศ Baltic สมาชิก NATO ทั้งลิทัวเนีย เอสโตเนีย แลทเวีย ที่รุนแรงมากขึ้นนับตั้งแต่การเข้าผนวก Crimea และแทรกแซงสงครามในเขต Donbass ตั้งแต่ปี 2014 ครับ

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

ลิทัวเนียสนใจจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร PzH 2000 จากเยอรมนี

Lithuania seeks PzH 2000 artillery buy
Lithuania is looking to buy 12 PzH 2000 SPA systems from former Germany Army stocks. Source: Krauss-Maffei Wegmann
http://www.janes.com/article/50744/lithuania-seeks-pzh-2000-artillery-buy

รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย Juozas Olekas ได้กล่าวระหว่างการเยือนเยอรมนีว่า ลิทัวเนียสนใจจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน PzH 2000 (Panzerhaubitze 2000) ขนาด 155mm จำนวน 12ระบบ จากคลังอาวุธกองทัพบกเยอรมนี
"การเจรจาอย่างเจาะจงที่จะเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ก็น่าจะคาดหวังได้ว่าจะทำให้ในอนาคตอันใกล้เราจะได้มีขีดความสามารถที่จำเป็น" รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนียกล่าว
นอกจากนี้ลิทัวเนียยังได้สนใจที่จะจัดหารถรบทหารราบล้อยาง 8x8 แบบ Boxer จากเยอรมนีด้วย
การจัดหาอาวุธเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาอาวุธภายใต้องค์การเพื่อความร่วมมือยุทโธปกรณ์(OCCAR) ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์
ที่เป็นการช่วยเหลือลิทัวเนียซึ่งเป็นหนึ่งในสามชาติในรัฐ Baltic สมาชิก NATO ให้มีกองทัพที่ทันสมัยขึ้นครับ

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ลิทัวเนียจัดหา Javelin ชุดที่สองจากสหรัฐฯ


http://www.kam.lt/lt/naujienos_874/aktualijos_875/lietuva_papildys_priestankiniu_raketu_sistemos_javelin_atsargas.html

กระทรวงกลาโหมลิทัวเนียได้ประกาศข้อมูลว่าจะมีการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังแบบ Javelin ชุดที่สองจากสหรัฐฯวงเงิน $20 million หลังการจัดหาชุดแรกในปี 2001
โดยสภา Congress สหรัฐฯได้อนุมัติการขายให้ลิทัวเนียเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยจะเริ่มส่งมอบภายในปี 2015-2017
ลิวทัวเนียเป็นประเทศกลุ่มรัฐบอลติกที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก NATO ในปี 2004 และกำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย
โดยเฉพาะการรับมือภัยคุกคามจากรัสเซียที่เพิ่มมากขึ้นจากสถานการณ์ในยูเครนครับ

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลิทัวเนียประกาศโครงการจัดหารถรบทหารราบใหม่

Lithuania To Acquire New Infantry Fighting Vehicles 
http://www.defensenews.com/article/20140723/DEFREG01/307230041/Lithuania-Acquire-New-Infantry-Fighting-Vehicles


รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนียนาย Juozas Olekas ประกาศโครงการจัดหารถรบทหารราบแบบใหม่ทดแทนรถสายพานลำเลียง M113
เป็นส่วนหนึ่งในแผนปรับปรุงกองทัพลิทัวเนียในระยะยาวช่วงปี 201-2023 เพื่อให้เข้ากับมาตรฐานกองกำลัง NATO มากยิ่งขึ้น
จากข้อมูลของสหประชาชาติปัจจุบันกองทัพลิทัวเนียมีรถสายพานลำเลียง M113 ประจำการอยู่ 224คัน ซึ่งเป็นรถมือสองจากเยอรมนี
ตามแผนการพัฒนากำลังทางบกลิทัวเนียรถรบทหารราบแบบใหม่น่าจะเข้าประจำการในกองพลน้อยทหารราบยานเกราะหมาป่าเหล็ก(Iron Wolf mechanized infantry brigade)
ซึ่งเป็นหน่วยที่มีระดับความสำคัญระดับต้นๆของลิทัวเนียเป็นหน่วยแรกๆก่อนครับ