วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เยอรมนีแสดงความสนใจเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache สหรัฐฯ

Berlin Security Conference 2021: Germany shows interest in Apache gunship



Germany has requested information on the Apache, as it considers its future attack helicopter plans. (US Army)



Germany might not proceed with the Standard 3 upgrade of its current fleet of Airbus Tigers. (Bundeswehr)





เยอรมนีได้แสดงความสนใจของตนในเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64 Apache ด้วยการออกเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) ให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นนี้
การพูดคุยกับ Janes ในงานสัมมนา Berlin Security Conference 2021 ในนครหลวง Berlin เยอรมนี เจ้าหน้าที่อาวุโสของบริษัท Boeing สหรัฐฯยืนยันว่าเอกสารขอข้อมูลได้ถูกรับมาจากกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) และมันได้รับการตอบสนองต่อแล้ว

"ก่อนหน้านั้นช่วงการระบาด Covid-19(ในต้นปี 2020) รัฐบาลเยอรมนีได้ร้องขอรัฐบาลสหรัฐฯสำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache มันเป็นเอกสาร RFI รัฐบาลสหรัฐฯได้ตอบสนองเรื่องนั้นแล้ว"
Michael Hostetter รองประธาน Boeing Defense, Space & Security, Germany กล่าว โดยเสริมว่าเรื่องต่างๆเหล่านี้ตั้งแต่นั้นได้ถูกทำให้เงียบลงเนื่องโรคระบาดที่กำลังดำเนินอยู่

Hostetter ไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งเอกสารขอข้อมูลหรือการตอบรับต่อแง่ขอจำนวนเครื่อง, วงเงินสัญญา และระยะเวลาส่งมอบที่คาดไว้ เพียงแต่ย้ำว่าการร้องขอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวาระการจัดซื้อจ้างกลาโหมของเยอรมนีตามปกติ
"มันเป็นส่วนหนึ่งของการรวบรวมข้อมูลของพวกเขาเพื่อจะเห็นว่ามีอะไรในตลาดบ้าง และเพื่อที่จะตัดสินใจในขั้นต่อไปของพวกเขา" เขากล่าว

ความเห็นของ Hostetter เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า เยอรมนีกำลังพิจารณาทางเลือกเฮลิคอปเตอร์โจมตีของตน และอาจที่จะไม่เดินหน้าการปรับปรุงมาตรฐาน Standard 3 ของฝูงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Tiger ของตน
เฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ของกองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer) มีกำหนดที่จะปรับปรุงความทันสมัยในฐานะส่วนหนึ่งของหลายความพยายามร่วมไปกับหุ้นส่วนของโครงการฝรั่งเศสและสเปน

การปรับปรุงนี้มีผลที่จะทำให้ฝูงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger UHT กองทัพบกเยอรมนีประจำการไปจนถึงปี 2038(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/mbda-mhtmlp-tiger.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/08/tiger.html)
กองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ที่เป็นผู้ใช้งานส่งออกรายเดียวสำหรับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ได้เลือกจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E สหรัฐฯ 29เครื่องเพื่อทดแทนไปแล้วครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/ah-64e-apache-tiger-arh.html)

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตุรกีถึงความล่าช้าของรถถังหลัก Altay

Turkish lawmakers criticise government for delays in Altay MBT



Opposition lawmakers criticised the Turkish government for the delay in the production of Altay MBTs, deliveries of which were meant to begin within 18 months of the 9 November 2018 contract signature with BMC. (Otokar)



สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านตุรกีวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตุรกีสำหรับความล่าช้าในการผลิตรถถังหลัก Altay ที่พัฒนาในประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/t1-altay.html)
ระหว่างการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงกลาโหมตุรกี ในคณะกรรมาธิการการวางแผนงานและงบประมาณของรัฐสภาตุรกี เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา

Özgür Ceylan และ Polat Şaroğlu ผู้แทน ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านหลักพรรค Republican People's Party(CHP) เรียกร้องว่าสำนักงานอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(Presidency of Defence Industries, SSB) เคยกล่าวว่า
การส่งมอบรถถังหลัก Altay แก่กองทัพตุรกี(Turkish Armed Forces) ควรจะเริ่มต้นภายใน 18เดือนหลังการลงนามสัญญาในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2018 กับ BMC กิจการร่วมค้า(JV: Joint Venture) ตุรกี-กาตาร์

ตั้งแต่นั้นมากำหนดวันส่งมอบ ถ.หลัก Altay ได้ถูกเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ และยังไม่มีรถถังเลย ฝ่ายค้านตุรกีกล่าวหา(https://aagth1.blogspot.com/2018/12/altay.html)
ฝ่ายค้านตุรกียังกล่าวย้ำการวิพากษ์วิจารณ์ที่มีมายาวนานของพรรค CHP ถึงการโอนสิทธิที่จะใช้ปฏิบัติงานโรงงานรถถังและรถสายพานแห่งชาติของตุรกีแก่ BMC เป็นเวลา 25ปี

รถถังหลัก Altay จะถูกผลิตที่โรงงานใน Sakarya ในภาค Marmara ที่ซึ่งปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน Fırtına ถูกผลิต(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/new-generation-firtina.html) และเป็นที่ดำเนินการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ทางทหาร
Ahat Andican จากพรรคฝ่ายค้านพรรค Good Party ฟ้องร้องให้ละทิ้งความเป็นไปได้ของระบบขับเคลื่อนของรถถังหลัก Altay ด้วยเครื่องยนต์และเครื่องเปลี่ยนความเร็ว(transmission)ที่พัฒนาในสาธารณรัฐเกาหลี

ตามที่ปัญหาทางเทคนิคต่างๆมีเกิดขึ้นในการใช้งานกับรถถังหลัก K2 Black Panther ของกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี(RoKA: Republic of Korea Army) เอง

ตุรกีและสาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) สำหรับเครื่องยนต์ของเกาหลีใต้สำหรับ ถ.หลัก Altay รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศตุรกี Mevlüt Çavuşoğlu กล่าวใน Twitter เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2021
ภายใต้ข้อตกลงบริษัท Doosan Group และบริษัท S&T Dynamics สาธารณรัฐเกาหลี จะส่งมอบเครื่องยนต์และเครื่องเปลี่ยนความเร็วจำนวนจำกัดในขั้นต้นสำหรับทดสอบกับรถถังหลัก Altay ชุดรถต้นแบบครับ(https://aagth1.blogspot.com/2017/10/k2-black-panther.html

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลขึ้นลงทางดิ่งรุ่นใหม่ MARCUS-B กองทัพเรือไทยทดสอบบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร












Naval Research & Development Office (NRDO), Royal Thai Navy (RTN) with Thailand companies SIAM DRY TECH COMPOSITE CO., LTD. Pims Technologies was demonstrated MARCUS-B (Maritime Aerial Reconnaissance Craft Unmanned System-B) Vertical Take-Off and Landing (VTOL) UAV (Unmanned Aerial Vehicle) take off and landing on CVH-911 HTMS Chakri Naruebet helicopter carrier.





MARCUS-B ทดสอบบิน ....อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 2 MARCUS-B ผลงานของ สวพ.ทร. ขณะทดสอบบินขึ้น-ลง บน ร.ล. จักรีนฤเบศร  เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2564 …Cr. สวพ.ทร.

เผยโฉม UAV MARCUS B สร้างในประเทศ โดยคนไทย. เทียบเท่าของต่างประเทศ...ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลที่ชื่อว่า MARCUS B ผลงานล่าสุดของ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ (สวพ.ทร.) 
โดยร่วมงานกับบริษัท สยาม ดราย เทค จำกัด ในด้านการออกแบบและผลิตโครงสร้างอากาศยานไร้คนขับด้วยวัสดุ Pre-Impregnated หรือ Dry Carbon ที่มีความทนทานแต่มีน้ำหนักเบาพิเศษ และบริษัท พิมส์ เทคโนโลจิส จำกัด  
ในด้านการพัฒนาระบบโปรแกรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ หรือ TBACCS (Tactical-Based Aerial Command Control System) ซึ่งนับว่าเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคเอกชนของประเทศไทย ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและการพัฒนา 
นายทหารโครงการคือ น.อ. ภาณุพงศ์ ขุมสิน ...MARCUS B พัฒนามาจาก MARCUS รุ่นแรก ที่ได้เปิดตัวครั้งแรกใน พิธีเปิดการฝึก ทร. 64 เมื่อ 12 มี.ค. 2564 โดยใช้เวลาพัฒนาเพียง 6 เดือนเท่านั้น 
...เป้าหมายของการพัฒนา  MARCUS นั้นต้องการตอบสนองต่อความต้องการและข้อจำกัดของการใช้งานทางทะเลเป็นการเฉพาะ โดยกำหนดให้เป็นอากาศยานไร้คนขับแบบปีกนิ่งขึ้นลงทางดิ่ง อาศัยข้อดีของการเป็นอากาศยานไร้คนขับแบบปีกนิ่งที่สามารถเดินทางได้รวดเร็ว 
มีระยะเวลาในการบินได้นาน เหมาะสมต่อการปฏิบัติการทางทะเลที่มีพื้นที่กว้าง แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อดีที่สามารถขึ้นลงในทางดิ่ง เช่นเดียวกับอากาศยานไร้คนขับแบบปีกหมุน จึงทำให้ MARCUS สามารถขึ้นลงได้จากแทบทุกสถานที่ 
มีความสะดวกในการใช้งานและการบำรุงรักษาจากข้อจำกัดที่จะต้องใช้กำลังพลในการปฏิบัติการให้น้อยที่สุด …MARCUS B มีขนาดใหญ่กว่าและน้ำหนักมากกว่า  MARCUS รุ่นแรก มีพื้นที่ปีกเพิ่มเป็น 3  เท่า แต่น้ำหนักขึ้นบินเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า 
โดยมี ความยาวระหว่างปลายปีกซ้ายและขวา 4.3 เมตร  ความยาวระหว่างหัวเครื่องถึงท้ายเครื่อง  2.5 เมตร น้ำหนักขึ้นบินปกติ  45 กก. สามารถบรรทุกน้ำหนักได้กว่า  10 กก. มีแรงยก 40 กก. ที่ความเร็ว 37 นอต ระยะบินไกล 160-180 กม. 
ที่สำคัญคือ บรรทุกแบตเตอรี่ได้สูงสุด 60 Ah ทำให้สามารถบินได้นาน กว่า 2 ชม.  ซึ่งบินได้นานกว่า MARCUS รุ่นแรกถึง 2 เท่า ถึงแม้จะมีการจัดหาชิ้นส่วนจากต่างประเทศ แต่เน้นที่ต้องหาได้ง่าย ถูก ไม่ยึดติดกับ brand หรือประเทศผู้ผลิต 
ซึ่งตลาดจีนเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก ดี ถูก มีการแข่งขันสูง มีตัวเลือกมาก ในอนาคตได้เตรียมพัฒนาถึงขั้นสามารถผลิตแผงวงจรควบคุมการบินและการสื่อสาร ที่สามารถผลิต ซื้อได้เองในประเทศด้วย 
....MARCUS B อยู่ระหว่างการทดสอบสมรรถนะขั้นสุดท้าย และจะเข้าสู่สายการผลิตในปีนี้ เพื่อให้กองทัพเรือได้ใช้งานต่อไป...MARCUS-B เหมาะสมต่อการขึ้นลงจากฝั่งหรือเรือใหญ่ เช่น ร.ล. จักรีนฤเบศร และ ร.ล. อ่างทอง เป็นต้น 
 ...การที่ สวพ.ทร. ออกแบบและสร้าง UAV ที่สามารถใช้งานได้จริง และตอบสนองความต้องการของกองทัพเรือ ย่อมแสดงให้เห็นภูมิปัญญาของคนไทย นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าการซื้อ UAV จากต่างประเทศ ที่มีขีดความสามารถและคุณลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้ประหยัดงบประมาณและพึ่งพาตนเองได้  ...สำหรับราคาของ  MARCUS B 1 ระบบอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาทเท่านั้น ...ขอขอบคุณข้อมูลจาก สวพ.ทร.

เชิญพบกับ MARCUS-B ได้ ในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 Thailand Research Expo 2021 บูธหมายเลข BL5, Centara Grand ชั้น 22 22-26 พ.ย.64 

อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลแบบที่๒ MARCUS-B โดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร. ร่วมกับเอกชนไทยคือ บริษัท SDT Composites ผู้ออกแบบและผลิตโครงสร้างอากาศ และบริษัท Pims Technologies ผู้พัฒนาระบบควบคุมการบินและการสื่อสาร เป็นอากาศยานไร้คนขับแบบขึ้นลงทางดิ่งแบบล่าสุดของกองทัพเรือไทย ที่พัฒนาต่อมาจากรุ่นแรก MARCUS ที่มีการทดสอบไปแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/marcus.html) ซึ่งเป็นการออกแบบพัฒนาและสร้างภายในประเทศไทยด้วยตนเองทั้งหมด
การสาธิตการปฏิบัติการลงจอดบนเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ไปในวีดิทัศน์ที่ปรากฏเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ถือเป็นความคืบหน้าการพัฒนาให้ตรงความต้องการผู้ใช้งานมากขึ้น และยังแสดงถึงแนวคิดใหม่ในการใช้ VTOL UAV กับเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์

แม้ว่าจะมีการเสนอแนวคิดการใช้อากาศยานไร้คนขับ UAV กับ ร.ล.จักรีนฤเบศรบ่อยๆ ซึ่งได้มีการชี้แจงถึงรูปแบบข้อจำกัดของระบบอากาศยานที่สามารถใช้งานบนเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้หรือไม่ได้มาบ้างแล้วก่อนหน้านี้(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/ski-jump-uav.html
เช่นคงไม่ถึงกับแนวคิดของตุรกีที่มองจะใช้อากาศยานรบไร้คนขับ(UCAV: Unmanned Combat Aerial Vehicle) เครื่องยนต์ไอพ่นบนเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Anadolu ของตนเพื่อทดแทนที่ไม่สามารถจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II จากสหรัฐฯได้
ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าตุรกีจะทำได้จริงอย่างที่วาดภาพไว้หรือไม่(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/baykar-makina-mius-ucav.html) สำหรับ MARCUS-B UAV ของไทยเองแม้ว่าจะขนาดไม่ใหญ่พอที่จะติดอาวุธหรืออุปกรณ์อะไรได้มากเท่าเฮลิคอปเตอร์ แต่ก็เป็นแนวทางพัฒนาที่เหมาะสมครับ

ไต้หวันนำเครื่องบินขับไล่ F-16V เข้าประจำการอย่างเป็นทางการในกองบินแรก

Taiwan formally commissions its first F-16V fighter wing





The F-16V shares the same outer mould-line of the standard Fighting Falcon, but features several advanced systems, including an active electronically scanned array radar. (Lockheed Martin Aeronautics)



วันที่ 18 พฤศจิกายน 2021 กองทัพอากาศไต้หวัน(RoCAF: Republic of China Air Force) ทำพิธีประจำการอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Lockheed Martin F-16
ที่ได้รับการปรับปรุงในมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 20 ล่าสุด ที่กองบินขับไล่หน่วยแรกของตนอย่างเต็มอัตรา(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/f-16v.html)

พิธีซึ่งถูกเลื่อนจากเดือนมีนาคม 2021 เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในเกาะไต้หวัน ได้ถูกจัดขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ Chiayi โดยเชิญประธานาธิบดีไต้หวัน นาง Tsai Ing-wen และผู้อำนวยการสถาบันอเมริกันไต้หวัน นาง Sandra Oudkirk ร่วมพิธี
ประธานาธิบดีไต้หวัน Tsai กล่าวในพิธีว่าโครงการปรับปรุง F-16V Block 20 แสดงถึงความุ่งมั่นที่มั่นคงของความเป็นหุ้นส่วนไต้หวัน-สหรัฐฯ และความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการบินของไต้หวัน 

ประธานาธิบดีไต้หวัน Tsai เธอยังเสริมว่า มันยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มเติมของขีดความสามารถด้านกลาโหมของไต้หวันด้วย เครื่องบินขับไล่ F-16V ที่ได้รับการปรับปรุงจะเข้าประจำการในกองบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่4(4th Tactical Fighter Wing) 
ซึ่งจะเป็นหน่วยแรกที่จะประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้ ตามที่ในเดือนมีนาคม 2021 มีเครื่องบินขับไล่ F-16V ที่ผ่านการปรับปรุงแล้วอย่างน้อย 42เครื่องได้ถูกส่งมอบคืนให้กองทัพอากาศไต้หวัน

เครื่องบินขับไล่ F-16V ที่ปรับปรุงได้รับการอนุมัติให้ใช้สำหรับภารกิจเฝ้าระวังเชิงรุก และจะถูกวางกำลังรวมกับเครื่องบินขับไล่ F-CK-1 Ching-Kuo IDF(Indigenous Defense Fighter) ในภารกิจป้องกันภัยทางอากาศ
ในการตอบสนองต่อการเพิ่มจำนวนของการรุกล้ำของอากาศยานกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA: People's Liberation Army) เข้าสู่เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ(ADIZ: Air Defence Identification Zone) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน

กองทัพอากาศไต้หวันมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16A/B/C/D จำนวน 141เครื่องที่กำลังได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐาน F-16V ภายใต้โครงการ Peace Phoenix Rising วงเงิน $3.7 billion(TWD103 billion) ซึ่งเริ่มต้นในปี 2016
และได้รับการดำเนินการโดย Aerospace Industrial Development Corporation(AIDC) บริษัทมหาชนด้านอุตสาหกรรมการบินไต้หวัน ในความร่วมมือกับบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ เครื่องทั้งหมดคาดว่าจะถูกส่งมอบกลับคืนครบในสิ้นปี 2023 ครับ

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

กองทัพเรือไทย อินเดีย และสิงคโปร์ เสร็จสิ้นการการฝึกผสมไตรภาคีรหัส SITMEX 2021 ในทะเลอันดามัน
























The Republic of Singapore Navy (RSN), Indian Navy (IN) and the Royal Thai Navy (RTN) conducted the 3rd Singapore-India-Thailand Maritime Exercise (SITMEX) from 15 to 16 November 2021 in the Andaman Sea. 
The exercise involved the RSN Formidable-class frigate RSS Tenacious (71), the IN Kora-class corvette P64 INS Karmuk, and the RTN Khamronsin-class corvette FS-532 HTMS Thayanchon.

SITMEX-2021
ประมวลภาพการฝึกผสมไตรภาคี ระหว่าง กองทัพเรือไทย กองทัพเรืออินเดีย และกองทัพเรือสิงคโปร์ ภายใต้รหัสการฝึก SITMEX-2021 (Singapore – India - Thailand Maritime Exercise 2021) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 15 – 16 พฤศจิกายน 2564 กลางทะเลอันดามัน 
การฝึกผสมไตรภาคี หรือ SITMEX เริ่มต้นครั้งแรก เมื่อปี 2019 โดยกองทัพเรืออินเดีย เป็นเจ้าภาพ และครั้งที่ 2 ในปี 2020 โดยกองทัพเรือสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ 
และในปี 2021 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 โดยมีกองทัพเรือไทยเป็นเจ้าภาพจัดการฝึก และกองทัพเรือได้มอบหมายให้ ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นหน่วยจัดการฝึก

ประเทศต่างๆ ได้ส่งเรือเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ประกอบด้วย เรือหลวงทยานชล เรือ INS Karmuk ของกองทัพเรืออินเดีย (ซึ่งทั้ง 2 ลำได้เสร็จสิ้นภารกิจจากการลาดตระเวนร่วม ทร. - ทร.อินเดีย INDO – THAI CORPAT ครั้งที่ 32) และเรือ RSS Tenacious ของกองทัพเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์
ในตลอดห้วง 2 วัน ของการฝึกในครั้งนี้ มีการฝึกการปฏิบัติการทางเรือในสาขาต่างๆ อย่างหลากหลาย อาธิ การฝึกแปรขบวน การฝึกตราทางเป้า และการฝึกยุทธวิธีเรือผิวน้ำอื่นๆ โดยได้ดำเนินการฝึกในลักษณะ ‘Non-contact, At sea only’ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID – 19 
และจากการที่กองทัพเรือไทยโดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการฝึกในครั้งนี้นั้น นับว่าสามารถจัดการฝึกประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีบรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 
นอกจากนั้นแล้วยังได้มุ่งเน้นถึงการทำงานร่วมกัน และการประสานงานกันระหว่างกองทัพเรือของทั้ง 3 ประเทศ เพื่อเสริมสร้างมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกต่อไป

การฝึกผสมไตรภาคีรหัส SITMEX 2021 ระหว่างกองทัพเรือไทย กองทัพเรืออินเดีย และกองทัพเรือสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ในทะเลอันดามันนั้น เป็นการฝึกครั้งที่สามหลังจากการฝึก SITMEX 2019 ครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019)(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/sitmex-2019.html)
โดยก่อนหน้านั้นเรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำชุดเรือหลวงคำรณสินธุ เรือหลวงทยานชล และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบที่๑ บ.ลว.๑ Dornier Do 228 ฝูงบิน๑๐๑ กองบิน๑ กองการบินทหารเรือ ที่กองทัพเรือไทยมอบหมายให้กองทัพเรือภาคที่๓ เป็นเจ้าภาพการฝึก
ก็ได้ทำการลาดตระเวนร่วมกับเรือคอร์เวตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Kora เรือคอร์เวต P64 INS Karmuk กองทัพเรืออินเดีย รหัส INDO-THAI CORPAT 2021 เป็นครั้งที่๓๒ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/indo-thai-corpat-2021.html)

ร.ล.ทยานชล เป็นเรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำชุด ร.ล.คำรณสินธุ ลำที่สองจากทั้งหมดสามลำ ที่ลำแรกคือร.ล.คำรณสินธุ และลำที่สาม ร.ล.ล่องลม เป็นเรือที่สร้างภายในไทยโดยเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕(1992)(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/msi-30mm.html)
ได้ทำการฝึกผสม SITMEX 2021 ร่วมกับเรือคอร์เวต P64 INS Karmuk กองทัพเรืออินเดีย และเรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Formidable เรือฟริเกต RSS Tenacious (71) ซึ่งเรือทั้งสองลำต่างที่เรือที่ถูกสร้างภายในอินเดียและสิงคโปร์ตามลำดับ เช่นเดียวกับ ร.ล.ทยานชล ของกองทัพเรือไทย
การฝึกในปีนี้ยังมีข้อจำกัดจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 จึงดำเนินการฝึกในทะเลโดยปราศจาการสัมผัส แม้ว่าจะมีข้อจำกัดดังกล่าว แต่การฝึกล่าสุดนี้ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันของกองทัพเรือทั้งสามชาติในภูมิภาคนี้ได้เป็นอย่างดีครับ