วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ใหม่นาวิกโยธินไทยร่วมการสวนสนามในพิธีย่ำพระสุริย์ศรี ๒๕๖๗












Admiral Adoong Pan-Iam, the Commander-in-Chief of the Royal Thai Navy (RTN) was attended to Sunset Ceremony for farewell retired Royal Thai Marine Corps (RTMC) and Air and Coastal Defence Command (ACDC) commissioned officers and non-commissioned officers in end of Fiscal Year 2024 at RTMC Monument, Sattahip District, Chonburi Province, Thailand on 20 September 2024. (Royal Thai Marine Corps and Air and Coastal Defence Command, Royal Thai Navy)
Thai firm Chaiseri metal & rubber Co. Ltd. also formal delivering ceremony of its new AWAV (Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8 at Royal Thai Marine Corps Headquarters, Krom Luang Chumphon Camp in same day and involved sunset ceremony parade for first time.

มาชมขีดความสามารถของ AWAV (Armored Wheel Amphibious Vehicle) 8x8  กันครับ...

เมื่อวันที่ ๑๘ ก.ย.๖๗ พลเรือโท  สมรภูมิ จันโท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานในพิธีอำลาชีวิตการรับราชการของผู้ที่ครบเกษียณอายุราชการของกำลังพลสังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ประจำปี ๒๕๖๗  พร้อมด้วย ดร.ศิวัสสา จันโท ประธานชมรมภริยานาวิกโยธิน นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ฝ่ายอำนวยการ \และ ที่ปรึกษาฝ่ายคณะกรรมการชมรมภริยานาวิกโยธิน ครอบครัวของผู้ที่ครบเกษียณอายุราชการ ร่วมในพิธีฯ ณ สนามหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี

“พิธีย่ำพระสุริย์ศรี” ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ   
วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 17.00 น. พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งร่วมพิธีเยี่ยมอำลาหน่วยในพื้นที่สัตหีบ พิธีย่ำพระสุริย์ศรี และการสวนสนามทางบก เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการให้เกียรติและระลึกถึงคุณงามความดีของ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ 
ที่ได้อุทิศตนในการปฏิบัติงานและบำเพ็ญประโยชน์นานัปการให้กับกองทัพเรือ จวบจนวาระเกษียณอายุราชการ โดยหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งได้จัดกองพันสวนสนามเดินเท้า 1 กองพัน และกองพันสวนสนามยานยนต์ 1 กองพัน พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ เข้าร่วมสวนสนามทางบก ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

การสวนสนามยานยนต์ของยุทโธปกรณ์ของนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ.(ACDC: Air and Coastal Defence Command) เป็นส่วนหนึ่งของพิธีย่ำพระสุริย์ศรี(sunset ceremony)ในโอกาสอำลาชีวิตราชการของกำลังพลกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ที่เกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๗(2024) 
พิธีย่ำพระสุริย์ศรีที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๗ ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้เห็นรถหุ้มเกราะล้อยางชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) ล่าสุดเข้าร่วมการสวนสนามยานยนต์ที่มีขึ้นหลังพิธีรับมอบในวันเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8-chaiseri.html)

บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยได้เสร็จสิ้นการส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จำนวน ๗คันในเดือนกันยายน ๒๕๖๗ นี้(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/chaiseri-awav-8x8.html) ตามสัญญาที่ประกาศเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023)(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/chaiseri-awav-8x8.html)
รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ทั้ง ๗คันได้ถูกนำเข้าประจำการ ณ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ร่วมกับรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 RAM/RS กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.พล.นย.จำนวน ๑๒คันที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทยไปก่อนหน้า

และยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก(AAV: Amphibious Assault Vessel) แบบ Norinco VN16 จำนวน ๓คันของกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.พล.นย. ซึ่งมีแผนจะจัดหายานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 ระยะที่๒ อีก ๓คันแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณ โดยจำนวนที่มีความตั้งใจสูงสุดอยู่ที่ ๙คันในขนาดกำลังหนึ่งหมวด(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/walkaround-vn16.html)
เดิมกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.มีรถสะเทินน้ำสะเทินบกAAV7A1 ประจำการอยู่จำนวน ๒๔คัน รวมถึงรถสะเทินน้ำสะเทินบก LVTP-7 รุ่นเก่าจำนวน ๑๒คันซึ่งปลดประจำการไปแล้ว ทำให้มีจำนวนสูงสุดทั้งกองพันที่ ๓๖คัน เป็นที่เข้าใจว่าจะมีการปรับปรุง รยบ.AAV7A1 ที่ยังมีอยู่ ๑๒คันให้เป็นมาตรฐาน AAV7A1 RAM/RS โดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/dti-chaiseri-aav-aavp7a1.html)

กองพันรถถัง พัน.ถ.พล.นย.(Marine Tank Battalion, Marine Division) ยังเป็นหน่วยใช้ยานยนต์อีกหน่วยซึ่งมีประจำการด้วยเช่น รถยนต์บรรทุก รยบ.HMMWV 4x4 ติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง TOW 2A RF ในกองร้อยต่อสู้รถถัง(anti-tank company), ยานเกราะล้อยาง Chaiseri First Win 4x4, ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8 และรถเกราะล้อยาง V-150 ที่ปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทยไปแล้วในกองร้อยยานเกราะ(armored company)
นาวิกโยธินไทยมีแผนที่จะปรับโครงสร้างเป็นหน่วยทหารราบยานเกราะ(Mechanized infantry) ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดหารถใหม่อีกมากเช่น AWAV 8x8 ที่ผลิตในไทยอีก ๗-๑๔คันทำให้จำนวนสูงสุดเป็น ๒๑คัน ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG 155mm เพิ่มเติมและเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM ใหม่ที่ผลิตในไทย(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-m758-atmg-155mm.html)

การจัดหาเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรที่มีความต้องการมานานเช่นรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D11A ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) และกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ซึ่งต่างเป็นระบบที่พัฒนาหรือได้รับการถ่ายทอดวิทยาการและผลิตในไทยเช่นกัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/dti-d11a.html)
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ. นอกจากระบบป้องกันทางอากาศเช่นระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ Igla-S(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/igla-s.html) และระบบอาวุธนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลางแบบเคลื่อนที่ FK-3(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/rtn5mar2024.html) ก็ยังมีความต้องการระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำแบบเคลื่อนที่ใหม่ที่จะทดแทนปืนใหญ่สนามเก่าเช่น ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีราบ Type 59-I ขนาด 130mm และปืนใหญ่รักษาฝั่งกระสุนวิถีโค้ง GHN-45 ขนาด 155mm ด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2567

นาวิกโยธินไทยทำพิธีรับมอบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จาก Chaiseri ไทย










Admiral Adoong Pan-Iam, the Commander-in-Chief of the Royal Thai Navy (RTN) was attended to formal delivering ceremony of AWAV (Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8 at Royal Thai Marine Corps (RTMC) Headquarters in Sattahip District, Chonburi Province, Thailand on 20 September 2024. (Sompong Nondhasa)
Thai firm Chaiseri metal & rubber Co. Ltd. completed the delivery its all 7 of new AWAV 8x8 for RTMC, around year to complete the contract that signed on 3 August 2023 for Eight-wheel drive (8x8) Amphibious Armored Personnel Carrier for 448,000,000 Bath ($12,918,115).

รถหุ้มเกราะล้อยาง 8x8 ลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV ผลิตโดยชัยเสรีฯ นับเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างขึ้นใช้งานในประเทศได้เอง

ผู้บริหารชัยเสรีเม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ คุณ นพรัตน์ กุลหิรัญ คุณ กานต์ กุลหิรัญ และคุณ กฤต กุลหิรัญ AWAV 8x8

Walk around AWAV 8x8 Chaiseri

8x8 AWAV ชัยเสรี

ทร.รับมอบ AWAV  จากชัยเสรีฯ … วันที่ 20 ส.ค. 2567 ที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานรับมอบรถหุ้มเกราะล้อยาง 8x8 ลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV  จำนวน 7 คันจากบริษัทชัยเสรีฯ โดยมีคุณ กานต์ กุลหิรัญ เป็นผู้กล่าวการส่งมอบ 
หลังจาก บริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ ได้รับสัญญาการสั่งซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง 8x8 ชนิดลำเลียงพล จำนวน 7 คันจากกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2566 ทางบริษัทได้ทำการผลิตและส่งมอบรถทั้ง 7 คันให้กับกองทัพเรือเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2567 ที่ผ่านมา
AWAV (Armored Wheel Amphibious Vehicle) เป็นผลิตภัณฑ์ยุทธยานยนต์แบบล่าสุดของบริษัทชัยเสรีฯ ที่ออกแบบและทำการผลิตตามความต้องการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมของประเทศไทย มีคุณลักษณะตามความต้องการใช้งานของหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ 
เพื่อใช้เป็นยานเกราะล้อยาง 8 ล้อ ที่ขีดความสามารถในการปฏิบัติงานทั้งบนบกและในทะเล สามารถออกปฏิบัติงานร่วมกับเรือยกพลขึ้นบกแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในประจำการของกองทัพเรือ เพื่อนำส่งกำลังพลจากเรือขึ้นสู่ฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบขับเคลื่อนในตัวรถเอง
AWAV เป็นรถเกราะล้อยาง 8 ล้อ สามารถลำเลียงกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ได้ 11 นาย (ไม่นับรวมพลประจำรถ 3 นาย) มีขีดความสามารถขับเคลื่อนได้ทั้งบนบกและในทะเล ทำความเร็วบนท้องถนนได้ที่ 105 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 711 แรงม้า เมื่อทำการเคลื่อนที่ในทะเลใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยระบบวอเตอร์เจ๊ตขนาดใหญ่ 2 ชุด ที่ด้านท้ายรถ สามารถแล่นในทะเลได้ ที่ความเร็วในน้ำ 13 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
AWAV ทั้ง 7 คัน ได้ผ่านขั้นตอนการทดสอบของคณะตรวจรับของกองทัพเรือในทุกขั้นตอนแล้วก่อนทำการส่งมอบ อาทิ การวิ่งทดสอบต่อเนื่องบนถนน ระยะทาง 200 กิโลเมตร ระยะปฏิบัติการทางบก 800 กิโลเมตร การขับเคลื่อนในทะเล ต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง ระยะปฏิบัติการในน้ำ 12 ชั่วโมง การวิ่งทดสอบในสภาพภูมิประเทศ ตั้งแต่การวิ่งข้ามพื้นที่มีสิ่งกีดขวางไปจนถึง การวิ่งไต่พื้นที่ลาดชัน  
แม้ AWAV จะเป็นยานยนต์ขนาดใหญ่แต่ก็สามารถทำการวิ่งไต่พื้นที่สูงชันที่ 60 องศา ได้ตามเกณฑ์สมรรถนะที่กองทัพเรือได้กำหนดไว้ได้ โดยบรรทุกน้ำหนัก 2,500 กิโลกรัม ตลอดการทดสอบ รวมไปถึงการทดสอบระบบป้อมปืนควบคุมจากในตัวรถ ที่ทำการทดสอบยิงในรูปแบบต่างๆโดยได้ค่าเฉลี่ยความแม่นยำในการยิงเข้าเป้าหมายได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์   
สมรรถนะที่ได้รับการยอมรับของ AWAV มาจากองค์ความรู้ที่ทางบริษัทได้รับจากรถเกราะ 4x4 ในตระกูล First Win ที่ประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศ  ผสานกับประสบการณ์จากการเข้าปรับปรุง เสริมประสิทธิภาพให้กับรถสายพานลำเลียงพลสะเทินน้ำ สะเทินบกแบบ AAVP-7A1 ของหน่วยนาวิกโยธิน  ให้ยกระดับมีขีดความสามารถเทียบเท่ากับ AAV-7A1 RAM/RS  
โดยแผนแบบของ AWAV 8x8 เป็นการออกแบบโดยบริษัท ชัยเสรี และดำเนินการประกอบสร้างตัวรถทั้งหมดในประเทศไทย
การส่งมอบรถเกราะ AWAV 8x8 ในครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำถึงแนวทางในการดำเนินการของบริษัทที่ต้องการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคงภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยประสบการณ์และองค์ความรู้ที่มากกว่า 55 ปี ของ บริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ 
...โดยรถทั้งหมดนี้ได้เข้าประจำการในกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน ซึ่งมีประจำการด้วยรถ AAV-7A1 และ VN-16 อยู่แล้ว อันจะทำให้กองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบกมีขีดความสามารถในการสนับสนุนภารกิจของทหารนาวิกโยธินเพิ่มขึ้นด้วย 
...AWAV ที่ผลิตโดยชัยเสรีฯ นับเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างขึ้นใช้งานในประเทศได้เอง ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตอาวุธในประเทศและยังมีราคาถูกอีกด้วย ... Photo Sompong Nondhasa

พิธีรับมอบรถหุ้มเกราะล้อยาง ชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) จำนวน ๗คัน ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps Headquarters) ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๗(2024) โดยมี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) เป็นประธานในพิธี
เป็นเครื่องหมายถึงการเสร็จสิ้นโครงการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ที่บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยผู้ชนะโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง(8x8) ชนิดลำเลียงพล จำนวน ๗ คัน โดยวิธีคัดเลือก วงเงิน ๔๔๘,๐๐๐,๐๐๐บาท($12,918,115) ราคาต่อหน่วยคันละ ๖๔,๐๐๐,๐๐๐บาท($1,845,445) ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023)

การพัฒนา สร้าง ทดสอบ และส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ได้เสร็จสิ้นตามสัญญาภายในราวหนึ่งปี(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/chaiseri-awav-8x8.html) ซึ่งยังได้เห็นการเข้าร่วมการสวนสนามยานยนต์ในพิธีย่ำพระสุริย์ศรี(sunset ceremony) ในโอกาสอำลาชีวิตราชการของกำลังพลกองทัพเรือไทยที่จะเกษียณอายุในวันเดียวกันด้วย
ตามการเปิดเผยต่อสื่อตัวแทนของบริษัท Chaiseri ไทยได้เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับสมรรถนะของรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ว่าสามารถทำความเร็วขณะลอยในน้ำได้ถึง 13km/h มากกว่าความต้องการที่กำหนดไว้ที่ 10km/h และมีระยะปฏิบัติการทางบกที่ 800km มากกว่าที่กำหนดไว้ที่ 600km(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/chaiseri-awav-8x8.html) 

รถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ทั้ง ๗คันได้ถูกนำเข้าประจำการในกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) เพื่อปฏิบัติการเคียงข้างไปกับรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 RAM/RS กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.พล.นย.ที่ปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทยเช่นกันซึ่งมีแผนจะปรับปรุงให้ครบ ๑๒คัน
โดยที่ AWAV 8x8 ที่ส่งมอบล่าสุดเป็นรุ่นลำเลียงพลติดตั้งระบบอาวุธคือป้อมปืน remote(RWS: Remote Weapon Station) แบบ Guardian 1.5 จากบริษัท Escribano Mechanical and Engineering(EM&E) สเปน พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7mm และเครื่องยิงลูกระเบิดควันขนาด 76mm Chaiseri ไทยยังได้มองถึงโอกาสการพัฒนารถในรุ่นอื่นๆเพื่อส่งออกต่างประเทศเช่นเดียวกับยานเกราะล้อยาง First Win 4x4 ของตนครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/first-win-4x4-atv-mi-47-mi-9.html)

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2567

อิตาลียืนยันการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 และ Eurofighter Typhoon เพิ่มเติม

Italy confirms additional F-35s, Eurofighters



With 90 F-35s on order, Italy is upping its procurement of the type for a final fleet of 115 aircraft. (Italian Air Force, Italian Navy)




The Italian Air Force 26 early model Tranche 1 Eurofighters are to be replaced by 24 of the latest standard Tranche 4/4+. (Italian Air Force)

อิตาลีจะเพิ่มเติมฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II Joint Strike Fighters(JSF)(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/f-35a-fort-worth.html)
และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/eurofighter-typhoon-24.html) ของตน โดยการยืนยันการจัดซื้อจัดจ้างของเครื่องบินขับไล่ทั้งสองแบบเพิ่มเติม

รายการในเอกสารการวางแผนหลายปี(multi-year planning document, DPP: Documento Programmatico Pluriennale) ประจำปี 2024-2026 ที่ Janes ได้เห็นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2024
แผนจะเห็นฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35 ของกองทัพอากาศอิตาลี(Italian Air Force, AMI: Aeronautica Militare Italiana) และกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, MMI: Marina Militare Italiana) เพิ่มจำนวนที่ที่ทำสัญญาไว้แล้ว 90เครื่องเป็น 115เครื่องตลอดทั้งสองเหล่าทัพ

ขณะนี้เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 1 รุ่นแรกจำนวน 26เครื่อง(กำหนดแบบเป็นเครื่องบินขับไล่ F-2000 ในประจำการกองทัพอากาศอิตาลี) จะถูกทดแทนโดยเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4/4+ มาตรฐานล่าสุดจำนวน 24เครื่อง
"ในความสอดคล้องกับแนวทางทางการเมืองที่มุ่งเป้าที่การทำให้ตรงความต้องการการปฏิบัติการของกองทัพอิตาลี การเปิดตัวของระยะที่3(Phase 3 ของหลากหลายแผนการจัดซื้อจัดจ้าง F-35 ของอิตาลีที่เริ่มต้นในปี 2009)"

"จะได้รับการดำเนินการสำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 เพิ่มเติมจำนวน 25เครื่อง(ความต้องการงบประมาณรวมทั้งหมดประมาณ 7 billion Euros($7.8 billion)) และเครื่องยนต์, สิ่งอุปกรณ์, การปรับปรุงเป็นระยะต่างๆ, และการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงที่เกี่ยวข้อง 
ทำให้จำนวนเครื่องบินในฝูงบินของอิตาลีทั้งหมดเป็น 115เครื่อง" เอกสารการวางแผนหลายปี DPP ของแผนการเพิ่มจำนวนเครื่องบินขับไล่ F-35 กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/f-35-lightning-ii.html)

"โครงการได้รับ(การจัดสรรงบประมาณ)ที่จำเป็นที่วงเงิน 6.9 billion Euros (สำหรับ)การผลิต...ของเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 ใหม่จำนวน 24เครื่อง ซึ่งจะทดแทนเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 1 จำนวน 26เครื่อง ที่ซึ่งการปลดประจำการคาดว่าจะมีขึ้นภายในปี 2029
กฤษฎีกากระทรวง(Ministerial Decree) ใหม่ได้รับการจัดทำขึ้นแล้ว อันเป็นกระบวนการทางการอนุมัติซึ่งกำลังอยู่ในการดำเนินการ" เอกสาร DPP กล่าวในส่วนการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/amx.html)

เครื่องบินขับไล่ F-35 ทั้ง 90เครื่องของอิตาลีที่ได้รับการสั่งจัดหาแล้วก่อนหน้าประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ F-35A รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing) ของกองทัพอากาศอิตาลีจำนวน 60เครื่อง
และเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง STOVL(Short Take-Off Vertical Landing) จำนวน 30เครื่อง แบ่งเป็นของกองทัพอากาศอิตาลีจำนวน 15เครื่อง และกองทัพเรืออิตาลีจำนวน 15เครื่อง

ขณะที่ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 1 จำนวน 26เครื่องของกองทัพอากาศอิตาลี แบ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F-2000A Typhoon จำนวน 16เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง TF-2000A Typhoon จำนวน 10เครื่อง
กองทัพอากาศอิตาลียังเตรียมการที่จะปลดประจำการเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado IDS(Interdiction Strike) จำนวน 36เครื่อง และเครื่องบินลาดตระเวนโจมตีสงคราม electronic แบบ Tornado ECR(Electronic Combat Reconnaissance) จำนวน 16เครื่องของตนครับ

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2567

กองทัพอากาศอินโดนีเซียสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ฝึก H145 เยอรมนี 4เครื่อง

Indonesian Air Force orders four Airbus H145 helicopters





A German Army Airbus H145M helicopter seen here at ILA 2024. Indonesia has ordered four units of the five-bladed variant of the aircraft for its air force training requirements. (Airbus)

บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปได้รับสัญญาที่จัดส่งเฮลิคอปเตอร์ H145 รุ่นห้ากลีบใบพัดจำนวน 4เครื่องแก่กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)
บริษัท Airbus Helicopters ประกาศเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/h145m-6.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/12/h145m-62.html)

ภายใต้สัญญา บริษัท Airbus Helicopters จะส่งมอบโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ของเฮลิคอปเตอร์ H145 แก่ PT Dirgantara Indonesia(PTDI) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมอากาศยานของอินโดนีเซีย
การส่งมอบโครงสร้างอากาศยานกึ่งประกอบเสร็จจะมีขึ้น ณ โรงงานอากาศยานของ PTDI อินโดนีเซียในนคร Bandung ในเกาะ West Java ที่ซึ่ง PTDI จะดำเนินการประกอบใหม่, ปรับแต่ง และบูรณาการอุปกรณ์ภารกิจสำหรับเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 4เครื่อง

ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลค่าวงเงินของสัญญาหรือกำหนดการส่งมอบที่ถูกคาดการณ์ไว้ได้รับการเปิดเผยออกมา(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/tiger-uht-h145m.html)
H145 เป็นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดเบาสองเครื่องยนต์ที่สามารถบรรทุกนักบินประจำเครื่องได้ 2นาย และผู้โดยสารจำนวน 9คน ขึ้นอยู่กับการกำหนดรูปแบบการจัดวางภายในตัวเครื่อง

เฮลิคอปเตอร์ H145 มีโครงสร้างลำตัว(fuselage) ที่มีความยาวประมาณ 6.2m และเส้นผ่าศูนย์กลางใบพัดประธานที่ประมาณ 11m รุ่นพื้นฐานของเฮลิคอปเตอรมีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ราว 3,585kg
แต่จากรายละเอียดต่างๆที่ถูกมอบให้โดยบริษัท Airbus Helicopters ในการประกาศของตนเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2024 รุ่นที่จะส่งมอบให้อินโดนีเซียมีการบรรทุกที่ใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นอีก 150kg จากการมีรูปแบบใบพัดประธาน 5กลีบ

เฮลิคอปเตอร์ H145 จะถูกใช้สำหรับการฝึกและการปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิต(SAR: Search-and-Rescue) ขนาดเบา Airbus Helicopters เสริม(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/hadr.html)
"เรารู้สึกเป็นเกียรติโดยการเลือกของอินโดนีเซียของเฮลิคอปเตอร์ Airbus H145 เครื่องแรกของประเทศสำหรับฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ฝึกใหม่ของตน" Vincent Dubrule หัวหน้าแผนกเอเชีย-แปซิฟิกของบริษัท Airbus Helicopters กล่าว

"เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจโดยกองทัพอากาศอินโดนีเซียผ่านคำสั่งจัดหาของตนของเฮลิคอปเตอร์ H145 ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงความทันสมัยการฝึกของตน" Gita Amperiawan ประธานผู้อำนวยการ PTDI อินโดนีเซียกล่าว
การลงนามสัญญาจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H145 ได้มีขึ้นระหว่างงานแสดงการบินนานาชาติ Bali International Airshow 2024 ที่จัดขึ้น ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Ngurah Rai ในเกาะ Bali อินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2024 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2567

Chaiseri ไทยเสร็จสิ้นการส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ใหม่ ๗คันแก่นาวิกโยธินไทย


Chaiseri metal & rubber Co. Ltd. completed the delivery its all 7 of new AWAV (Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8 for Royal Thai Marine Corps (RTMC) to Royal Thai Navy (RTN) in September 2024.
Chaiseri is winner of new 7 of Eight-wheel drive (8x8) Amphibious Armored Personnel Carrier for 448,000,000 Bath ($12,918,115) for RTMC on 3 August 2023, around year to complete the contract. (Defense Info TH via Chaiseri, Champp HelimanModels)

ให้โลกทั้งหลายเขาลือ ว่าตัวเราคือ "ทหารเรือไทย" (ซ้อมพิธีย่ำพระสุริย์ศรี)

ครบเซ็ต เข้าประจำการ

AWAV8x8 ทั้ง7คันของบริษัทชัยเสรี ที่ทำการส่งมอบให้กับกองทัพเรือครบแล้ว ภายในกรอบระยะเวลา1ปีตามข้อสัญญา

AWAV 8x8 ขณะเข้าพื้นที่การทดสอบของกองทัพเรือจากด้านบนจะเห็นตำแหน่งของป้อมปืนประจำรถ และเครื่องยิงระเบิดควันขนาด76มม.จำนวน8ท่อยิง

ก่อนการส่งมอบ AWAV8x8ทุกคันต้องผ่านการทดสอบวิ่งในสภาพท้องถนนอย่างต่อเนื่อง ในระยะทาง 200 กิโลเมตร

การวิ่งทดสอบในสภาพภูมิประเทศ ในพื้นที่การทดสอบของหน่วยนาวิกโยธิน เพื่อทำการสอบการวิ่งผ่านสิ่งกีดขวางตามข้อกำหนดของคณะกรรมการตรวจรับของกองทัพเรือ

แม้จะเป็นรถเกราะขนาดใหญ่ แต่AWAV 8x8 ก็สามารทำการวิ่งไต่พื้นที่สูงชันได้ถึง60องศาได้ตามข้อกำหนด

คุณลักษณะตามข้อกำหนดของยานสะเทินน้ำ สะเทินบก AWAV8x8 จึงสามารทำการขับเคลื่อนได้ทั้งในน้ำและพื้นที่ชายหาดได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ติดขัด

เมื่อขับเคลื่อนในทะเล AWAV8x8จะใช้เครื่องวอเตอร์เจ็ตกำลังสูง จากการออกแบบของทีมวิศวกรชัยเสรี รูปทรงของตัวรถจึงสามารถขับเคลื่อนในทะเลได้อย่างมีเสถียรภาพ สามารถปฏิบัติได้เช่นเดียวกับรถสายพานสะเทินน้ำ สะเทินบก แบบAAV-7A1

AWAV 8x8สามารขับขึ้นสู่หัวหาดได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อน

การยิงทดสอบป้อมปืนแบบรีโมทคอนโทรล ควบคุมการยิงจากภายในตัวรถ แบบการ์เดี้ยน1.5 ของบริษัทEM&Eจากสเปน ในการทดสอบการยิงของป้อมปืนประจำรถทุกคัน มีอัตราความแม่นยำในการยิงปืนกลขนาด 12.7มม.เข้าเป้าหมายเฉลี่ยมากกว่า 90%

ในการทดสอบการยิงของรถทั้ง7คัน มีทั้งการจอดยิงและยิงต่อเนื่องขณะตัวรถเคลื่อนที่ และเป้าเคลื่อนที่

บริษัทชัยเสรี  ส่งมอบรถเกราะสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก 8ล้อ ให้กองทัพเรือ
หลังจากบริษัทชัยเสรี เม็ททอลแอนด์รับเบอร์ ได้รับสัญญาการสั่งซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง 8x8 ชนิดลำเลียงพล จำนวน7คันจากกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2566 ทางบริษัทได้ทำการผลิตและส่งมอบรถทั้ง7คันให้กับกองทัพเรือเป็นที่เรียบร้อย ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาตามข้อกำหนดในสัญญา
AWAV (Armored Wheel Amphibious Vehicle) 8x8  เป็นรถเกราะล้อยาง8ล้อ สามารถลำเลียงกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ได้ 11นาย (ไม่นับรวมพลประจำรถ3นาย)  มีขีดความสามารถขับเคลื่อนได้ทั้งบนบกและในทะเล  ทำความเร็วบนท้องถนนได้ที่105กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ด้วยเครื่องยนต์ขนาด711แรงม้า  
สามารถปรับแต่งรูปแบบการขับเคลื่อนให้เหมาะกับสภาพภูมิประเทศได้อย่างหลากหลาย  การขับเคลื่อนในทะเลด้วยชุดวอเตอร์เจ็ตกำลังสูง2ชุด ที่สามารถทำความเร็วในทะเลได้ 10กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามความต้องการของกองทัพเรือ
ก่อนการส่งมอบ AWAV ทั้ง7คัน ได้ผ่านขั้นตอนการทดสอบของคณะตรวจรับของกองทัพเรือในทุกขั้นตอน  อาทิ การวิ่งทดสอบต่อเนื่องบนถนน ระยะทาง200 กิโลเมตร การขับเคลื่อนในทะเล ต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง การวิ่งทดสอบในสภาพภูมิประเทศ ตั้งแต่การวิ่งข้ามพื้นที่มีสิ่งกีดขวางไปจนถึง การวิ่งไต่พื้นที่ลาดชัน  
แม้AWAVจะเป็นยานยนต์ขนาดใหญ่แต่ก็สามารถทำการวิ่งไต่พื้นที่สูงชันที่60องศาได้ตามเกณฑ์สมรรถนะที่กองทัพเรือได้กำหนดไว้ได้ รวมไปถึงการทดสอบระบบป้อมปืนควบคุมจากในตัวรถ ที่ทำการทดสอบยิงในรูปแบบต่างๆโดยได้ค่าเฉลี่ยความแม่นยำในการยิงเข้าเป้าหมายได้มากกว่า90เปอร์เซ็นต์
AVAV8x8  ทั้ง7คัน จะถูกนำเข้าประจำการในกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน (พัน รนบ.)  เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับรถสายพานAAVP-7A1 นับเป็นยุทธยานยนต์แบบล่าสุดที่ออกแบบและผลิตในประเทศ ที่ได้เข้าประจำการในกองทัพไทย

บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยได้เสร็จสิ้นการส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8 ใหม่จำนวน ๗คันของตนสำหรับนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) แก่กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) แล้วในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๗(2024) นี้
บริษัท Chaiseri ไทยเป็นผู้ชนะโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง(8x8) ชนิดลำเลียงพล จำนวน ๗ คัน โดยวิธีคัดเลือก วงเงิน ๔๔๘,๐๐๐,๐๐๐บาท($12,918,115) ราคาต่อหน่วยคันละ ๖๔,๐๐๐,๐๐๐บาท($1,845,445) ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023) การพัฒนา สร้าง ทดสอบ และส่งมอบรถได้เสร็จสิ้นตามสัญญาภายในราวหนึ่งปี(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/chaiseri-awav-8x8.html)

ตามข้อมูลจาก Chaiseri ไทย รถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 มีความยาว 9.2m กว้าง 3.1m และสูง 3m ตัวรถมีน้ำหนักที่ 23.2tonnes ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซลกำลัง 711hp ทำความเร็วได้สูงสุด 105km/h บนบกและในน้ำที่ 10km/h และมีพิสัยทำการรบที่ 600km สามารถรองรับการบรรทุกกำลังพลได้ ๑๑นาย บวกพลประจำรถ ๓นาย(พลยิง, ผู้บังคับรถ และพลขับ) 
ระบบอาวุธที่ติดตั้งคือป้อมปืน remote(RWS: Remote Weapon Station) แบบ Guardian 1.5 จากบริษัท Escribano Mechanical and Engineering(EM&E) สเปน พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7mm และเครื่องยิงลูกระเบิดควันขนาด 76mm ตามรถต้นแบบแรกที่เปิดตัวในงานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ Defense & Security 2023 ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-chaiseri-awav-8x8.html)

รถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ทั้ง ๗คันที่ถูกนำเข้าประจำการในกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปจากรถต้นแบบแรกในหลายจุดรวมถึงส่วนหน้าหัวรถที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการปฏิบัติการในทะเลและพื้นที่หัวหาดที่กันไม่ให้เลนและทรายฟุ้งกระจายขึ้นมายังด้านท้ายรถ
ตำแหน่งสถานีพลขับติดกระจกกันกระสุนปืนเล็กยาวขนาดใหญ่ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการให้มุมมองที่สร้างความมั่นใจแก่พลขับในการขับเคลื่อนบนบกและในทะเล รถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จะถูกนำมาใช้เคียงข้างไปกับรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 RAM/RS ของกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.พล.นย.ที่ปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทยเช่นกัน

ตามที่การออกแบบรถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ได้มุ่งเน้นให้มีสมรรถนะใกล้เคียงกับรถสะเทินน้ำสะเทินบกลำเลียงพล AAVP7A1 ซึ่งจะปฏิบัติการจากเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย(LPD: landing platform dock)ของกองทัพเรือไทยคือ เรือหลวงอ่างทอง และเรือหลวงช้าง ร่วมกับ รนบ.AAV7A1 และยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/chaiseri-8x8.html)
นอกจากวีดิทัศน์สั้นบน TikTok ที่เผยแพร่โดยบัญชีที่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือไทยของการทดสอบรถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ยังมี clip การซ้อมสวนสนามพิธีย่ำพระสุริย์ศรี(sunset ceremony) ในโอกาสอำลาชีวิตราชการของกำลังพลกองทัพเรือที่จะเกษียณในส่วนของนาวิกโยธินไทยที่จะมีขึ้นในสิ้นเดือนกันยายน ๒๕๖๗ นี้ที่ได้เห็นรถเกราะ AWAV 8x8 ร่วมการสวนสนามยานยนต์ด้วยครับ

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2567

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รับมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye สวีเดนเครื่องสุดท้ายครบ 5เครื่อง

UAE receives final GlobalEye AEW&C aircraft




A file photo of a GlobalEye AEW&C platform in UAE service, accompanied by a pair of national F-16 fighters. The emirate has now received all five of the platforms it ordered from Saab. (Ministry of Defence of the United Arab Emirates)

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates) ได้รับมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye AEW&C(Airborne Early Warning and Control) เครื่องที่ห้าและเครื่องสุดท้ายของตนแล้ว 
บริษัท Saab สวีเดนผู้ผลิตประกาศเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2024 โดยได้รับลงนามสัญญาระยะแรกจำนวน 3เครื่องภายใต้โครงการระบบตรวจการณ์ปรับเปลี่ยนบทบาท(SRSS: Swing Role Surveillance System) ในปี 2015

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สั่งจัดหาเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye AEW&C เพิ่มเติมอีก 2เครื่องในปลายเดือนธันวาคม 2020(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/saab-globaleye-2.html)
การส่งมอบเครื่องสุดท้ายของระบบที่มีพื้นฐานติดตั้งกับเครื่องบินโดยสารทางธุรกิจไอพ่น Bombardier Global 6000 แคนาดา ที่ได้รับสัญญาแก่กองทัพอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAEAF&D: United Arab Emirates Air Force and Defence) ภายใต้โครงการ SRSS

มีขึ้นตามมาราว 4ปี 6เดือนหลังจากเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye AEW&C เครื่องแรกถูกส่งมอบในปลายเดือนเมษายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/saab-globaleye.html)
เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ GlobalEye ทั้ง 5เครื่องมีกำหนดที่จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ภายในสิ้นปี 2025 หมายความว่าสัญญาได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนหน้ากำหนดการ

ระบบควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ GlobalEye ถูกสร้างจากพื้นฐาน radar แบบ Saab Erieye ER(Extended Range) ย่านความถี่ S-band(2-4 GHz) ยังคงใช้จานสัญญาณ Radar ทรง 'แท่งแผ่นกระดาน' หนอกบนหลังภายนอกเครื่องเช่นเดียวกับระบบ Erieye ดั้งเดิมของบริษัท Saab
ติดตั้งด้วย Gallium Nitride(GaN) และวิทยาการต่างๆอื่นๆ Erieye ER เป็นระบบ AESA(Active Electronically Scanned Array) radar ที่มีประสิทธิภาพพลังงานเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับ Erieye radar รุ่นก่อน(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/globaleye.html)

Erieye ER มีระยะการทำงานของ radar ที่มากกว่า 650km ตามที่โดย AESA radar ทั้งหมดสามารถเพิ่มขยายการเน้นพลังงานในจุดสนใจในในทิศทางใดทิศทางหนึ่งโดยเฉพาะออกไปได้อย่างมาก(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/globaleye.html) 
Saab กล่าวว่า Erieye ER ยังทนทานต่อการถูกก่อกวนสัญญาณ(Jamming) และมีคุณสมบัติการทำงานทุกสภาพอากาศในทุกมิติ(การตรวจการณ์อากาศ, ทะเล และภาคพื้นดิน) เช่นเดียวกับมีอัตราการปรับปรุงการติดตามต่อเป้าหมายที่กำหนดให้อยู่ในความสนใจ(targets-of-interest)ในระดับ"สูงอย่างที่สุด"

นอกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) ยังได้สั่งจัดหา Saab GlobalEye จำนวน 3เครื่องเพื่อทดแทนเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab ASC 890 AEW&C จำนวน 1เครื่องจากทั้งหมด 2เครื่องของตนที่บริจาคให้ยูเครน
กำหนดแบบเป็นเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C รัฐบาลสวีเดนทำสัญญากับบริษัท Saab ในเดือนมิถุนายน 2022 สำหรับ 2เครื่อง และอีก 1เครื่องเพิ่มเติมในเดือนมิถุนายน 2024 ซึ่งสองเครื่องแรกจะส่งมอบได้ก่อนกำหนดเดิมในปี 2027 และเครื่องสามในปี 2029 ครับ