วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566

กองทัพเรือไทยส่งเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเรือหลวงนราธิวาสรับเรืออู่ยกพลขึ้นบก Type 071ET LPD เรือหลวงช้างใกล้เกาะ Hainan ทะเลจีนใต้













Royal Thai Navy (RTN)'s the Pattani-class Offshore Patrol Vessel (OPV) OPV-512 HTMS Naratiwat has met to escort and joint formation with new RTN's Type 071ET Landing Platform Dock (LPD) "LPD-792 HTMS Chang(III)" at near Hainan island, South China Sea on 21 April 2023 local time 1300h. (Royal Thai Navy)


OPV-512 HTMS Naratiwat was departed Songkhla Naval Base, Second Naval Area Command (2nd NAC) in southern of Gulf of Thailand since 17 Arpil 2023 local time 1600h and sailed for distance 1,273 nautical miles.

When LPD-792 HTMS Chang(III) has entering Gulf of Thailand, HTMS Naratiwat to be transition escort formation to Chao Phraya-class frigate FFG-456 HTMS Bangpakong, 1st Naval Area Command (1st NAC).
LPD-792 HTMS Chang(III) is scheduled to arrive in Chuk Samet Pier, Sattahip Naval Base, Chonburi Province, Thailand on 25 April 2023 around local time 1600h. (Royal Thai Navy)


Seaman of H.T.M.S. CHANG | ความในใจของน้องเล็กของครอบครัวราชนาวี
ความในใจของ"น้องคนเล็ก"ครอบครัวราชนาวี ซึ่งเป็นหนึ่งในกำลังพลกองทัพเรือในการทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ พลทหารกับภารกิจการเดินทางไปรับเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ หรือ เรือหลวงช้าง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 21 เม.ย.66 เป็นวันที่ 4 ของการเดินทางกลับประเทศไทย ของ ร.ล.ช้าง หลังเสร็จสิ้นพิธี รับมอบเรือจาก บ.อู่ต่อเรือบริษัทหู้ตง-จงหัวชิปบิลดิ้ง เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 18 - 25 เม.ย.66
กองทัพเรือ ได้ส่ง ร.ล.นราธิวาส ออกเดินทางจาก ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาค 2 เพื่อไปคุ้มกัน ร.ล.ช้าง เดินทางกลับประเทศไทย และเมื่อเวลา 13.00 น. ร.ล.นราธิวาส ได้เดินทางถึงจุดนัดพบและรับ ร.ล.ช้าง บริเวณเกาะไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน 
โดยหลังจากนี้ เมื่อเรือหลวงทั้งสองลำเดินทางเข้าสู่อ่าวไทย จะส่งมอบการคุ้มกันเรือให้กับทัพเรือภาคที่ 1 โดย ร.ล.บางปะกง จะทำการคุ้มกัน ร.ล.ช้าง จนถึงท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 
ซึ่งกองทัพเรือจะจัดพิธีต้อนรับ ในวันที่ 25 เม.ย.66 เวลา 16.00 น. โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี  จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมให้การต้อนรับ ร.ล.ช้าง ในวัน เวลา สถานที่ดังกล่าว

ภารกิจคุ้มกัน ร.ล.ช้าง เดินทางกลับประเทศไทย
กองทัพเรือ ได้อนุมัติให้ ทัพเรือภาคที่ 2 จัดตั้งหน่วยเรือคุ้มกันเรือหลวงช้าง เดินทางกลับประเทศไทย และจัดเรือหลวงนราธิวาส เป็นกำลังในการคุ้มกัน 
โดยมี พลเรือตรี พิจิตต ศรีรุ่งเรือง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2/ผู้บัญชาการกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 2 ทำหน้าที่เป็น ผู้บังคับหน่วยเรือคุ้มกันฯ โดยมี นาวาโท กนก ไพศาลเจริญ ผู้บังคับการเรือหลวงนราธิวาส 

เรือหลวงนราธิวาส ยาตราเรือจาก ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566 เวลา 18.00 น. ระยะทาง 1,273 ไมล์  และได้สนธิกำลังกับเรือหลวงช้าง ที่จุดนัดพบ ในวันที่ 21 เมษายน 2566 เวลา 13.00 น. เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย 
โดยเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 เวลา 13.20 น. ผู้บังคับหน่วยเรือคุ้มกันฯ ได้กล่าวต้อนรับ ผู้บังคับการเรือหลวงช้าง และกำลังพล “ขอกล่าวคำว่าสวัสดีและยินดีต้อนรับกำลังพลเรือหลวงช้าง ทุกนาย กลับสู่มาตุภูมิด้วยความยินดียิ่ง” 
ในภารกิจคุ้มกันครั้งนี้ เรือหลวงนราธิวาส ได้จัดเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยคุกคามทั้งทางผิวน้ำและอากาศ โดยจัดยามพร้อมรบและเจ้าหน้าที่ชุดระงับเหตุ พร้อมเรือยางท้องแข็ง (RHIB) พร้อมปฏิบัติตลอดภารกิจ

เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เรือหลวงช้าง(ลำที่๓) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ได้ออกเรือจากอู่เรือ Hudong-Zhonghua Shipbuilding Group(HZ) ใกล้มหานคร Shanghai สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๖(2023)(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/type-071et-lpd-shanghai.html)
การเดินเรือในช่วงวันที่ ๑๙-๒๐ เมษายน ๒๕๖๖ ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) ได้เดินทางผ่านช่องแคบไต้หวัน(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/wargames.html) โดยมีเรือรบจากกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ตามคุ้มกันในระยะห่าง

เรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) ได้เดินเรือมาถึงจุดนัดพบกับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงปัตตานี เรือหลวงนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓๐๐น. บริเวณใกล้เกาะ Hainan สาธารณรัฐประชาชนจีนในทะเลจีนใต้
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ร.ล.นราธิวาสได้เดินเรือออกจากฐานทัพเรือสงขลา กองทัพเรือภาคที่๒ ทรภ.๒(2nd NAC: Second Naval Area Command) ทางใต้ของอ่าวไทยตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๖ โดยเดินเรือเป็นระยะทาง 1,273nmi นับเป็นการเดินทางไกลครั้งล่าสุดของเรือ

เรือ ตกก.ชุด ร.ล.ปัตตานี ๒ลำคือ ร.ล.ปัตตานี และ ร.ล.นราธิวาส เป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดแรกของกองทัพเรือไทยที่สั่งสร้างจากบริษัท China Shipbuilding Trading Co., Ltd.(CSTC) จีนที่อู่เรือ Hudong-Zhonghua เข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๔๘(2005) และ พ.ศ.๒๕๔๙(2006) ตามลำดับ
โดยติดตั้งระบบอาวุธและอุปกรณ์จากตะวันตกรวมถึง ระบบขับเคลื่อนเครื่องยนตร์ดีเซล MAN RUSTON 16 RK270 สองเครื่อง, ระบบอำนวยการรบ Atlas Elektronik COSYS, Radar ตรวจการณ์ผิวน้ำ Selex RAN-30 X/I และ radar ควบคุมการยิงและกล้อง optronic แบบ Rhienmetall TMX/EO,

ปืนเรือ OTO Melara 76/62 Super Rapid หนึ่งแท่นยิง, ปืนกล Denel GI-2 ขนาด 20mm สองแท่นยิง และปืนกลหนัก M2 .50caliber สองแท่นยิง เรือยังมีลานจอดและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือรองรับ ฮ.ขนาดเฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือผิวน้ำ ฮ.ตผ.๑ Super Lynx 300
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี ยังมีชุดตรวจค้นและจับกุมเรือ(VBSS: Visit, Board, Search, and Seizure) ซึ่งในภารกิจการคุ้มกันเรืออู่ยกพลขึ้นบก ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) ชุด VBSS พร้อมเรือยางท้องแข็ง(RHIB: Rigid Hull Inflatable Boat) ของ ร.ล.นราธิวาสจะเตรียมพร้อมตลอดเวลา

เมื่อเรือยกพลขึ้นบกอู่ ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) เดินทางมาถึงอ่าวไทย ร.ล.นราธิวาสจะส่งมอบการคุ้มกันให้กองทัพเรือภาคที่๑ ทรภ.๑(1st NAC: First Naval Area Command) โดยมีเรือฟริเกตชุดเรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงบางปะกง ให้การคุ้มกันร่วมกับเรือส่วนใหญ่ในทัพเรือภาคที่๑(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/blog-post_03.html)
เรือหลวงช้าง(ลำที่๓) มีกำหนดจะเดินทางมาถึงท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ไทยในวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๖๐๐น. โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมต้อนรับเรือ พร้อมกับผู้บัญชาการทหารเรือ และนายกรัฐมนตรีไทยและรัฐมนตรีกลาโหมไทย ที่จะร่วมพิธีต้อนรับเรือ

เรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071ET LPD(Landing Platform Dock) เรือหลวงช้าง(ลำที่๓) เป็นรุ่นส่งออกของเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071 จีน จะถูกนำเข้าประจำการในกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กยพ.(ACSSS: Amphibious and Combat Support Service Squadron) กองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) 
เมื่อมาถึงไทยแล้ว ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) จะได้รับการติดตั้งระบบอำนวยการรบและอาวุธในไทย ขั้นต้นจะเป็นปืนกลหนัก M2 .50cal จำนวน ๔แท่นยิงสำหรับการป้องกันตัว และน่าจะติดปืนเรือ Leonardo 76/62 อิตาลี เช่นเดียวกับเรือยกพลขึ้นบกอู่ เรือหลวงอ่างทอง(ลำที่๓) ที่ประจำการอยู่แล้ว ๑ลำครับ