แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ T-7 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ T-7 แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

BAE Systems, Boeing สหรัฐฯและ Saab สวีเดนเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A แก่อังกฤษ

BAE Systems, Boeing, and Saab pitch T-7A jet trainer to UK





A T-7A Red Hawk AJT aircraft undergoing flight trials. BAE Systems, Boeing, and Saab are to offer the aircraft to the UK and to the wider international flight training market. (Boeing)

บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร, บริษัท Boeing สหรัฐฯ และบริษัท Saab สวีเดนได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) ที่จะเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า T-7A Red Hawk AJT(Advanced Jet Trainer) แก่สหราชอาณาจักร
ในฐานะการทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น BAE Systems Hawk ภายในปี 2030 บริษัท BAE Systems, บริษัท Boeing, และบริษัท Saab ประกาศการลงนามจดหมายแสดงความจำนง LOI เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025

ทั้งสามบริษัทกล่าวว่าพวกตนจะทำงานร่วมกันเพื่อการที่จะได้รับสัญญาในความต้องการเครื่องบินฝึกไอพ่นความเร็วสูงของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) ในเวลาเดียวกับแสวงหาโอกาสการฝึกนักบินนานาชาติในอนาคตต่างๆ
"ทั้งสามบริษัทจะมีความร่วมมือการทำงานในระบบการฝึก, การบูรณาการขีดความสามารถการฝึกแบบในความเป็นจริงและแบบสังเคราะห์จำลอง และระบบภารกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆ" แถลงการณ์ร่วมกล่าว

"และจะสำรวจโอกาสต่างๆเพิ่มเติมสำหรับการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานของเครื่องบินในสหราชอาณาจักร" BAE Systems สหราชอาณาจักรจะเป็นผู้นำกิจกรรม ซึ่งจะรวมการประกอบขั้นสุดท้ายในสหราชอาณาจักร
ได้รับการพัฒนาโดย Boeing สหรัฐฯ และ Saab สวีเดน เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk ถูกออกแบบสำหรับโครงการการฝึกนักบินขั้นก้าวหน้า T-X Advanced Pilot Training ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force)

เพื่อจะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Northrop T-38 Talon ยุคปี 1960s ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งบริษัท Boeing และบริษัท Saab ได้รับสัญญาในปี 2018 สำหรับการสั่งจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A จำนวน 351เครื่อง

เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan เดี่ยวแบบ General Electric F414(เช่นเดียวกับที่ติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18E/F Super Hornet สองเครื่อง และเครื่องบินขับไล่ Saab Gripen E/F หนึ่งเครื่อง)
T-7A Red Hawk เป็นเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าสองที่นั่งเรียงกันที่มีคุณสมบัติห้องนักบินติดตั้งจอแสดงผลขนาดใหญ่(LAD: Large-Area Display) ทำให้ดูเหมือนและให้ความรู้สึกแบบเดียวกับเครื่องบินขับไล่สมัยใหม่

เช่นเดียวกับคันบังคับรูปแบบด้านข้างนักบิน sidestick และระบบควบคุมบนคันบังคับและคันเร่งแบบ HOTAS(Hands-on-Throttle-and-Stick) นอกจากคำสั่งจัดหาปัจจุบันของกองทัพอากาศสหรัฐฯ รวมถึงโอกาสในกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy)
(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/boeing-lockheed-martin-leonardo.html) Boeing สหรัฐฯ และ Saab สวีเดนวาดภาพตลาดทั่วโลกสำหรับเครื่องบินฝึก T-7A Red Hawk จำนวนถึง 2,600เครื่องในระหว่างหลายปีข้างหน้าที่จะถึงครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

กองทัพอากาศสหรัฐฯเริ่มการทดสอบการบินเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A

USAF launches T-7A EMD flight-testing





Boeing and the US Air Force undertook the inaugural flight of the service's first T-7A Red Hawk on 28 June, marking the start of the engineering and manufacturing development phase of the programme. (Boeing)





กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้ดำเนินการทดสอบการพัฒนาทางวิศวกรรมและการผลิต(EMD: Engineering and Manufacturing Development) ของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า Boeing-Saab T-7A Red Hawk
โดยการบินครั้งแรกได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/boeing-t-7a-red-hawk.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/06/t-7a.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/02/boeing-t-7a-red-hawk.html)

การบินครั้งแรกในขั้นระยะ EMD ได้เห็นนักบินกองทัพอากาศสหรัฐฯจากฝูงบินทดสอบการบินที่416(416th Flight Test Squadron) และนักบินทดสอบของบริษัท Boeing สหรัฐฯ
ทำการบินออกจากโรงงานอากาศยาน St Louis ของบริษัท Boeing ผู้ผลิตในมลรัฐ Missouri ในวันเดียวกับที่มีการประกาศ การบินทดสอบระยะ EMD ครั้งแรกของเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A เครื่องต้นแบบหนึ่งเครื่องทำการบินล่าสุดเป็นเวลา 1ชั่วโมง 3นาที

ได้ถูกพัฒนาโดยความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท Saab สวีเดน เครื่องบินฝึกไอพ่นT-7A Red Hawk ได้ถูกเลือกภายใต้โครงการการฝึกนักบินขั้นก้าวหน้า T-X Advanced Pilot Training 
เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Northrop T-38 Talon ของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ได้เข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1960s(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/saab-t-7a-red-hawk.html)

Boeing กำลังอยู่ภายใต้สัญญาที่จะส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk ใหม่จำนวน 351เครื่อง เช่นเดียวกับเครื่องจำลองการบิน 46ระบบ และอุปกรณ์ภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องแก่กองทัพอากาศสหรัฐฯ
Boeing ยังเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A แก่กองทัพอากาศสหรัฐฯสำหรับความต้องการโครงการเครื่องบินฝึกทางยุทธวิธีขั้นก้าวหน้า Advanced Tactical Trainer เป็นจำนวนราว 100เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/clean-sheet.html)

และกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy)สำหรับความต้องการโครงการเครื่องบินตัวแทนทางยุทธวิธี Tactical Surrogate Aircraft เป็นจำนวน 64เครื่อง
และความต้องการโครงการระบบการฝึกเครื่องบินไอพ่นศิษย์การบิน Undergraduate Jet Training System เป็นจำนวนเครื่องที่ยังไม่แน่นอน(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/boeing-lockheed-martin-leonardo.html)

รวมอยู่ในคำสั่งจัดหาปัจจุบันของกองทัพอากาศสหรัฐฯ Boeing สหรัฐฯ และ Saab สวีเดนวาดภาพตลาดทั่วโลกวงเงิน $40 billion สำหรับเครื่องบินฝึก T-7A Red Hawk ถึง 2,600เครื่องระหว่างหลายปีข้างหน้าที่จะถึง
เครื่องบินฝึก T-7A มีกำหนดการจะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2025 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/t-7a-red-hawk.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/07/boeing-t-7-f-5-alpha-jet.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/03/ft-7x.html)

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

Boeing สหรัฐจะเผชิญคนงานหยุดงานประท้วงในสามโรงงานผลิตอากาศยานทางทหาร

Boeing faces possible labour strike at three US defence plants







Boeing workers who produce the F-15 and F/A-18 fighters, the T-7A Red Hawk trainer and the MQ-25 Stingray unmanned tanker could soon go on strike. (Boeing)



สหภาพแรงงาน ณ สามโรงงานอากาศยานทางทหารสามแห่งของบริษัท Boeing สหรัฐฯ ในบริเวณใกล้มลรัฐ St Louis และมลรัฐ Missouri อาจจะผละออกจากงานของพวกตนในเร็วนี้เนื่องจากข้อพิพาทผลประโยชน์เมื่อเกษียณอายุงาน
สมาคมช่างกลและแรงงานการบินนานชาติ(IAM: International Association of Machinists and Aerospace Workers) เขต 837(District 837) ประกาศเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2022 ว่า สมาชิกของตนเกือบ 2,500คน ได้ลงมติที่จะหยุดงานประท้วงในวันที่ 1 สิงหาคม 2022

กิจกรรมของคนงานจะส่งผลต่อโรงงานอากาศยานของบริษัท Boeing ในเมือง St Louis และเมือง St Charles มลรัฐ Missouri และเมือง Mascoutah มลรัฐ Illinois ที่ผลิตเครื่องบินขับไล่ F-15(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/f-15.html) 
และเครื่องบินขับไล่ F/A-18(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/fa-18ef.html), เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/boeing-t-7a-red-hawk.html) และอากาศยานไร้คนขับเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ MQ-25 Stingray

สมาคมช่างกลและแรงงานการบินนานชาติ IAM กล่าวว่าตนปฏิเสธข้อเสนอสัญญาปัจจุบันของบริษัท Boeing เพราะว่าบริษัท "ได้เอาเงินบำนาญไปจากสมาชิกของเราแล้วก่อนหน้านี้" และตอนนี้ "ไม่มีความเต็มใจที่จะชดเชยอย่างเพียงพอต่อสมาชิกของเราด้วยแผน 401(k)
ในแถลงการณ์ Boeing แสดงความผิดหวังว่าสหภาพแรงงานปฏิเสธ "ข้อเสนอที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้สูง" ของบริษัท Boeing กล่าวว่าตน "กำลังเปิดการใช้แผนฉุกเฉินที่จะสนับสนุนความต่อเนื่องของการปฏิบัติงานในเหตุการณ์ของการหยุดงานประท้วง"

ข่าวความเป็นไปได้ของการหยุดงานประท้วงมีตามมาน้อยกว่าสามเดือนหลังจากที่ภาคธุรกิจกลาโหม, อวกาศ และความมั่นคงของ Boeing(BDS: Boeing Defense, Space & Security) รายงานการขาดทุนเป็นวงเงิน $29 million จากการประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2022 
ที่ขับเคลื่อนโดยรายได้วงเงิน $1.3 billion ที่ได้รับเกี่ยวกับโครงการพัฒนาอากาศยานทางทหารสี่โครงการที่รวมถึงเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7 และอากาศยานไร้คนขับเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ MQ-25(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/cvn-77-uss-george-hw-bush.html)

BDS มี "ไตรมาสที่ยุ่งเหยิง" ประธานและผู้อำนวยการบริหารบริษัท Boeing สหรัฐฯ Dave Calhoun กล่าวต่อนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2022 (https://aagth1.blogspot.com/2022/02/f-15id.html) Boeing สหรัฐฯได้ประสบการขาดทุนอย่างหนักมาต่อเนื่องสามปีตั้งแต่ปี 2019 
โดยได้ขาดทุนสุทธิเป็นวงเงินรวมถึง $18.1 billion ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคธุรกิจอากาศยานพาณิชย์ที่เป็นผลของการสั่งงดบินเครื่องบินโดยสาร Boeing 737 MAX จากอุบัติเหตุตก และความต้องการเครื่องบินใหม่เพื่อการเดินทางที่ลดลงจากภาวะโรคระบาด Covid-19 ครับ

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565

Boeing เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk สำหรับใช้ทดสอบเครื่องแรกของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

Boeing debuts the USAF's first test T-7A Red Hawk trainer



Boeing rolls out its first T-7A Red Hawk jet in St Louis, Missouri. (Boeing/Eric Shindelbower)



บริษัท Boeing สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk เพื่อใช้ทดสอบเครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ที่โรงงานอากาศยานของตนใน St Louis มลรัฐ Missouri เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2022
เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk จะถูกใช้เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Northrop Grumman T-38 Talon ของกองทัพอากาศสหรัฐฯสำหรับการฝึกนักบินขับไล่และนักบินทิ้งระเบิด(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/t-7a.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A เครื่องทดสอบเป็นเครื่องแรกจาก 5เครื่องสำหรับขั้นระยะการพัฒนาทางวิศวกรรมและการผลิต(EMD: Engineering and Manufacturing Development) ของโครงการ
เครื่องบินทดสอบขั้นระยะ EMD ทั้ง 5เครื่องควรจะทำการบินครั้งแรกและเข้าร่วมโครงการการพัฒนาทางการทดสอบและประเมินค่า(DT&E: Developmental Test and Evaluation) ในปี 2022 Paul Niewald รองประธาน Boeing ฝ่ายโครงการ T-7 กล่าวกับ Janes ก่อนหน้าในปี 2022

Boeing สหรัฐฯกล่าวว่าเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A เครื่องทดสอบจะยังอยู่ที่ St Louis เพื่อจะเข้าสู่การทดสอบภาคพื้นดินและการทดสอบการบินก่อนที่จะถูกส่งมอบให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/boeing-t-7a-red-hawk.html) 
เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A เครื่องแรกมีกำหนดที่จะมาถึงฐานทัพร่วม Joint Base San Antonio-Randolph ในปี 2023 กองทัพอากาศสหรัฐฯคาดว่า T-7A จะเข้าสู่ความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ได้ในปีงบประมาณ 2024

ทีม Boeing-Saab สหรัฐฯ-สวีเดนเอาชนะบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯสำหรับสัญญาโครงการเครื่องบินฝึกไอพ่นใหม่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ วงเงิน $9.2 billion ในปี 2018
ขั้นต้นกองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A จำนวน 351เครื่อง และระบบการฝึกภาคพื้นดิน(GBTS: Ground-Based Training System) 46ระบบ แต่เครื่องบินและระบบจำลองการบินเพิ่มเติมสามารถจะถูกเพิ่มในสัญญาได้

บริษัท Boeing และกองทัพอากาศสหรัฐฯไม่ได้มีการประกาศต่อสาธารณชนถึงอัตราการผลิตต่อปีสำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A แต่ Boeing ได้กล่าวกับ Janes ว่า
ตนสามารถที่จะผลิตเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A ได้ถึง 48เครื่องต่อปีสำหรับสัญญาของกองทัพอากาศสหรัฐฯปัจจุบัน โดยมีขีดความสามารถที่จะผลิตเพิ่มขึ้นได้

สายการผลิตจำนวนมากสำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk จะมีขึ้นที่ ณ โรงงานอากาศยาน St Louis ของบริษัท Boeing อย่างไรก็ตามโครงการได้รับผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นและความล่าช้า
Boeing ยังเชื่อว่าตนมีโอกาสในตลาดนานาชาติสำหรับ T-7 ในฐานะเครื่องบินฝึก(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/boeing-lockheed-martin-leonardo.html), เครื่องบินโจมตีเบา(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/hawk-108hawk-208.html) และเครื่องบินข้าศึกสมมุติครับ

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564

มาเลเซียเริ่มการประเมินค่าข้อเสนอเครื่องบินขับไล่ฝึก/เครื่องบินรบเบาทดแทน Hawk 108/Hawk 208

Malaysia begins evaluating proposals to replace fleet of Hawk Mk 108/208s





A file image depicting a Royal Malaysian Air Force Hawk 208 in the foreground with a Hawk 108 in the background. (BAE Systems)

รัฐบาลมาเลเซียได้เริ่มต้นการประเมินค่าข้อเสนอต่างๆที่จะทดแทนฝูงเครื่องบินขับไล่ฝึก Hawk Mk 108 และเครื่องบินโจมตีเบา Hawk Mk 208 ของกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) ที่มีอายุการใช้งานมานาน

ประเด็นดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยโดยรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Hishammuddin Hussein เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2021 ในการตอบของเขาต่อการตั้งคำถามจากรัฐสภามาเลเซียเกี่ยวกับอุบัติเหตร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินขับไล่ฝึก Hawk Mk 108
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2021 ที่ฐานทัพอากาศ RMAF Butterworth ใน Penang มีนักบินเสียชีวิต 1นาย และบาดเจ็บ 1นาย เป็นอุบัติเหตุตกร้ายแรงล่าสุดที่เกิดกับเครื่องบินขับไล่ฝึก Hawk 108 ตั้งแต่ปี 1998

ในการตอบของรัฐมนตรีกลาโหมต่อคำถามจาก Ahmad Nazlan Indris สมาชิกสภามาเลเซีย Hishammuddin กล่าวว่าล่าสุดรัฐบาลมาเลเซียได้เชิญผู้รับสัญญานานาชาติต่างๆที่จะส่งข้อเสนอแต่ละรายของตน
ที่จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ฝึก Hawk 108 และเครื่องบินโจมตีเบา Hawk 208 ภายใต้โครงการเครื่องบินรบเบา/เครื่องบินขับไล่ฝึก LCA/FLIT(Light Combat Aircraft/Fighter Lead-In Trainer)

โครงการมีจุดประสงค์ที่จะจัดหาเครื่องบินรบเบา/เครื่องบินขับไล่ฝึก LCA/FLIT จำนวน 36เครื่องในสองระยะ แบ่งเป็น 18เครื่องที่จะได้รับการจัดหาในขั้นตอนปี 2021 โดยเครื่องบินที่เหลือจะได้รับการจัดหาตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป
ระยะการยื่นส่งสำหรับโครงการ LCA/FLIT ได้ปิดรับเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2021 และขณะนี้กระทรวงกลาโหมมาเลเซียกำลังอยู่ในขั้นตอนการประเมินค่าข้อเสนอจากหลายผู้รับสัญญา Hishammuddin กล่าว

Hishammuddin เสริมว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ในแนวทางกับแผนการเปลี่ยนแปลงของกองทัพอากาศมาเลเซียที่รู้จักในชื่อ CAP55(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/blog-post_9.html) เขาได้ตัดบทที่จะไม่เปิดเผยว่ามีเครื่องบินแบบใดบ้างที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการประเมินค่า
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มาเลเซียได้แสดงความสนใจใน Korea Aerospace Industries FA-50 Golden Eagle สาธารณรัฐเกาหลี, M-346FA Master อิตาลี และ Boeing-Saab T-7A Red Hawk สำหรับความต้องการนี้ครับ

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564

Boeing, Lockheed Martin และ Leonardo เข้าแข่งขันโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นใหม่กองทัพเรือสหรัฐฯ

Update: Competitors declare for US Navy jet trainer requirement
A conceptual image of the Boeing T-7A Red Hawk in US Navy colours. Along with Lockheed Martin and Leonardo, the company is to compete the service's T-45 Goshawk replacement programme. (Boeing)

Lockheed Martin would offer the T-50A with support from co-developer Korea Aerospace Industries (KAI). (Lockheed Martin)

Leonardo would compete the M-346 Master (seen as T-100). (Leonardo)

The US Navy's Undergraduate Jet Training System (UJTS) programme to replace the Boeing T-45 Goshawk. (US Navy)



สามบริษัทได้ประกาศความตั้งใจของตนที่จะเข้าแข่งขันสำหรับการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นใหม่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) บริษัท Boeing สหรัฐฯ และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ ยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2021 ว่า
พวกตนจะเข้าแข่งขันในโครงการระบบการฝึกเครื่องบินไอพ่นศิษย์การบิน(UJTS: Undergraduate Jet Training System) เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Boeing T-45 Goshawk ขณะที่บริษัท Leonardo อิตาลีได้ประกาศก่อนหน้าถึงความตั้งใจของตนที่จะเข้าแข่งขัน

Boeing ตอบสนองว่าตนจะนำเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/t-7a.html) โดยย้ำว่า "Boeing พร้อมเสมอที่จะสนับสนุนกองทัพเรือสหรัฐฯในภารกิจการฝึกของตน"
Lockheed Martin กล่าวกับ Janes ว่าตนจะเสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50A โดยการสนับสนุนจากผู้พัฒนาร่วม บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2015/12/kai-t-50-t-x.html)

Lockheed Martin กล่าวว่า "เราเสนอการดัดแปลงอย่างเล็กน้อยที่สุดต่อแบบพื้นฐานเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50A เพื่อจะตรงความต้องการที่ระบุในเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ"
Leonardo กล่าวว่าตนจะส่งเครื่องบินฝึกไอพ่น M-346 Master เข้าแข่งขัน(https://aagth1.blogspot.com/2017/02/leonardo-t-100-t-x.html) โดยเสริมว่า "M-346 เป็นที่เหมาะสมสำหรับความต้องการการฝึกกองทัพเรือสหรัฐฯ เรากำลังทำการประเมินที่ครอบคลุมก่อนขั้นต่อๆไปในกระบวนการ"

นอกเหนือจากสามบริษัทเหล่านี้ บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรได้ให้ข้อมูลที่ไม่ผูกมัดว่าตนจะเสนอหรือไม่เสนอเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk AJT ของตนหรือไม่แต่อย่างใด 
โดยกล่าวเพียงว่า "การมุ่งเน้นหลักของเรายังคงเป็นการสนับสนุนความพร้อมและจำนวนเครื่องที่ใช้งานได้ของ T-45 Goshawk ผ่านการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และมอบความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม"

"เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกองทัพเรือสหรัฐฯและเดินหน้าที่จะร่วมมือกับหุ้นส่วนต่างๆของเราในการสนับสนุนความต้องการในอนาคต" BAE Systems เสริม
เครื่องบินฝึกไอพ่น T-45 Goshawk มีพื้นฐานจากเครื่องบินฝึกไอพ่น BAE Systems Hawk ที่มีการดัดแปลงอย่างมาก โดยเข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯตั้งแต่ปี 1991

เอกสารขอข้อมูล RFI ที่ออกโดยกองบัญชาการระบบอากาศนาวี(NAVAIR: Naval Air Systems Command) ในเดือนพฤษภาคม 2020 ไม่ได้ระบุความต้องการว่าเครื่องบินฝึกไอพ่นใหม่จะต้อมีขีดความสามารถปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบินได้เหมือน T-45 หรือไม่
โดยระบุถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นสองที่นั่งใช้งานจากสนามบินบนบก มีความเร็วสูงสุดเกิน Mach 0.84 มีเพดานบิน 41,000ft ติดตั้ง synthetic radar และระบบตรวจจับอื่นๆ เช่นเดียวกับการจำลองการใช้อาวุธอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้น และยังควรมีตำบลอาวุธอย่างน้อยสองจุดแข็งครับ

วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศสหรัฐฯคาดความล่าช้าเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A โดยร้องขอเงินที่น้อยลง

US Air Force delays expected T-7A Milestone C decision, requests less money


An undated photo of the USAF Boeing T-7A Red Hawk jet trainer. The USAF is delaying its Milestone C decision for the programme because of parts shortages, initial design delays, and additional testing required due to discovery of aircraft wing rock. (Boeing)



กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้มีความล่าช้าตามที่คาดไว้กับการตัดสินในหลักขั้นก้าวย่าง Milestone C สำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่น Boeing T-7A Red Hawk เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค
และกำลังร้องขอเงินที่น้อยลงสำหรับโครงการในปีงบประมาณ 2022 ที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/boeing-t-7a-red-hawk.html)

การทบทวนสำหรับโครงการเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A ว่าควรจะจะเข้าสู่สายการผลิตระดับต่ำ(LRIP: Low-Rate Initial Production) จากขั้นการพัฒนาทางวิศวกรรมและการผลิต (EMD: Engineering and Manufacturing Development) หรือไม่นั้น
มีกำหนดการในเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2023 ตามที่กองทัพอากาศสหรัฐฯร้องของบประมาณประจำปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/saab-t-7a-red-hawk.html)

ในการเสนองบประมาณประจำปี 2021 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯถูกคาดว่าหลักขั้นก้าวย่าง Milestone C ควรจะมีขึ้นในเดือนเมษายน-มิถุนายน 2022
โฆษกกองทัพอากาศสหรัฐฯ เรืออากาศเอก Jacob Bailey กล่าวเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2021 ว่า การประเมินล่าสุดของ Milestone C วางแผนจะมีขึ้นในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2022

เรืออากาศเอก Bailey กล่าวเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2021 ว่าความล่าช้าของ Milestone C เกิดจากการขาดแคลนชิ้นส่วน และความล่าช้าการออกแบบขั้นต้น และการทดสอบเพิ่มเติมมีความจำเป็นเนื่องจากการค้นพบปรากฏการณ์ปีกโยก(wing rock)
ตามข้อมูลจาก เรืออากาศเอก Bailey ปรากฏการณ์ wing rock เป็นสิ่งที่มากจะเกิดขึ้นกับอากาศยานที่ใช้ปีกแบบลู่หลัง(swept wings) ที่มุมปะทะ(AOA: Angles of Attack) สูง ปีกข้างใดข้างหนึ่งอาจจะเริ่มเข้าสู่การร่วงหล่น(stall) เป็นพลให้อากาศยานหมุน(roll) เล็กน้อยที่ปีกด้านนั้น

เมื่อปีกข้างที่ stall ลงต่ำ มันจะหยุด stall อย่างไรก็ตามปีกด้านตรงข้ามจะเริ่ม stall แทน ทำให้อากาศยานหมุนไปอีกฝั่ง กระบวนการที่เกิดซ้ำไปมานี้ทำให้อากาศยานเกิดอาการโยกไปโยกมา
โครงการเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A ได้มีความเสี่ยงด้านกำหนดการณ์โดยธรรมชาติ เนื่องจากปกติวิสัยเชิงรุกของกำหนดการของโครงการ เรืออากาศเอก Bailey กล่าว

เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk เป็นผู้ชนะโครงการ T-X ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยทีมบริษัท Boeing สหรัฐฯ และบริษัท Saab สวีเดน ได้เสนอเครื่องบินที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด(clean sheet)
กองทัพอากาศสหรัฐฯมีความต้องการเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk จำนวน 351เครื่องที่จะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Northrop T-38 Talon ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1960s ครับ

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Boeing สหรัฐฯเริ่มการผลิตเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk

Boeing begins T-7A Red Hawk production


Boeing’s roughly 90% assembled static test article forward fuselage for its T-7A Red Hawk jet trainer at its St Louis, Missouri, factory. (Boeing)



บริษัท Boeing สหรัฐฯได้เริ่มต้นการผลิตเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk สำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force)
ณ โรงงานอากาศยาน St Louis มลรัฐ Missouri ของตน และได้มีความคืบหน้าคราวๆร้อยละ90 ของส่วนแบบทดสอบประจำที่(static test article) ของโครงสร้างอากาศยานส่วนหน้า

Chuck Dabundo รองประธาน Boeing และผู้จัดการโครงการ T-7A กล่าวเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2021 ว่า Boeing กำลังทำงานกับโครงสร้างอากาศยานส่วนหน้าแบบทดสอบประจำที่ตั้งแต่เดือนมกราคม 2021
แบบทดสอบประจำที่จะประกอบเสร็จสิ้นเมื่อ Boeing รวมโครงสร้างลำตัวส่วนหน้าและส่วนหลักเข้าด้วยกัน ซึ่งจะมีขึ้นในอีกราวสองสามเดือนข้างหน้า เขาเสริม

บริษัท Saab สวีเดนซึ่งกำลังพัฒนาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A ร่วมกับ Boeing สหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการสร้างส่วนโครงสร้างและกำลังทำงานการเครื่องมือวัดประกอบ Dabundo กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/saab-t-7a-red-hawk.html)
บริษัท Triumph Aerospace Structures สหรัฐฯ กำลังทำงานคู่ขนานกับ Boeing และกำลังสร้างส่วนปีกและส่วนแพนหางแนวนอนและแพนหางแนวตั้ง

แบบทดสอบประจำที่จะถูกใช้โดยทั่วไปในโครงการพัฒนาต่างๆโดยโครงสร้างต่างๆที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เมื่อเสร็จสิ้น Boeing จะนำแบบทดสอบประจำที่เข้าสู่การทดสอบติดตรึงประจำที่(test fixture)
ที่ซึ่งส่วนแบบทดสอบจะให้ข้อมูลการแสดงตัวแทนการบินในภาระบรรทุกบนโครงสร้าง ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการวัดค่าภาระการบรรทุก

Dabundo กล่าวว่าขณะที่แบบทดสอบประจำที่จะมีความสำคัญในการใช้เครื่องมือเพื่อวัดค่าภารพบรรทุกต่างๆเป็นจำนวนมากเหล่านี้สำหรับเปรียบเทียบต่อแบบจำลองที่ออกแบบมา
แบบทดสอบประจำที่ที่เสร็จสมบูรณ์จะไม่มีระบบต่างๆหรือท่อ hydraulic ใดๆ ซึ่งก็เพราะว่าพวกมันไม่จำเป็นต้องมีสำหรับการทดสอบชนิดต่างๆที่ Boeing จะดำเนินการ

กองทัพอากาศสหรัฐฯมีบันทึกรายการโครงการเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk จำนวน 351เครื่องที่จะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Northrop T-38 Talon ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1960s
โดยเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A เครื่องแรกมีกำหนดจะส่งมอบให้ฐานทัพอากาศ Randolph AFB(Air Force Base) มลรัฐ Teaxs ในปี 2023

ความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ของเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A มีกำหนดการสำหรับปี 2024 ฐานบินฝึกศิษย์การบินทั้งหมดที่ในที่สุดจะเปลี่ยนแบบจากเครื่องบินฝึกไอพ่น T-38C เป็น T-7A เหล่านี้ประกอบด้วย
ฐานทัพอากาศ Columbus AFB ในมลรัฐ Mississippi, ฐานทัพอากาศ Laughlin AFB และฐานทัพอากาศ Sheppard AFB ในมลรัฐ Texas และฐานทัพอากาศ Vance AFB ในมลรัฐ Oklahoma

พลอากาศเอก Charles Brown ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการจะนำบทเรียนทางวิศวกรรม digital ที่ได้รับจากโครงการ T-7A เพื่อการจัดหาเครื่องบินรบขั้นก้าวหน้าที่ออกแบบใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/clean-sheet.html)
โดย Boeing กล่าวว่าตนเชื่อว่ามีโอกาสในตลาดนานาชาติสำหรับ T-7 ในฐานะเครื่องบินฝึก, เครื่องบินโจมตีเบา และเครื่องบินข้าศึกสมมุติครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/t-7a-red-hawk.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/07/boeing-t-7-f-5-alpha-jet.html)  

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศสหรัฐฯพิจารณาการจัดหาเครื่องบินขับไล่ที่ออกแบบใหม่ clean-sheet สำหรับการรบขั้นต่ำ

US Air Force considers procuring clean-sheet design aircraft for low-end fight



The Boeing-Saab T-7A Red Hawk jet trainer utilised digital engineering for its development. 
The USAF chief of staff wants to leverage digital engineering lessons from the T-7A to procure a new clean-sheet advanced aircraft that would have capabilities in the range of a 4th–5th-generation fighter. (Boeing)



ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) พลอากาศเอก Charles Brown ต้องการจะจัดหาเครื่องบินรบขั้นก้าวหน้าที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดแต่ต้น(clean-sheet)
ที่จะมีขีดความสามารถระหว่างเครื่องบินขับไล่ยุคที่4(เช่น F-16C/D และ F-15E) และเครื่องบินขับไล่ยุคที่5(เช่น F-22A และ F-35A) เพื่อดำเนินการปฏิบัติการรบในระดับล่างขั้นต่ำ

กองทัพอากาศสหรัฐฯจะเดำเนินการศึกษาอากาศยานทางยุทธวิธีโดยการใช้การสร้างแบบจำลองและการจำลองสถานการณ์(M&S: Modelling and Simulation) เพื่อประเมินค่าการผสมระบบอากาศยานทางยุทธวิธีที่เหมาะสมที่จะให้ขีดความสามารถสูงสุด
พลอากาศเอก Brown กล่าวเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2021 ว่าการศึกษานี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกที่กองทัพอากาศสหรัฐฯจำเป็นว่า มีเครื่องบินจำนวนเท่าไรที่ต้องจัดหา และถ้าเป็นเครื่องเป็นที่ออกแบบใหม่จะต้องมอบก้าวกระโดดในด้านวิทยาการด้วย

อดีตนักบินกองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2021 ว่าเครื่องบินรบทางยุทธวิธีรวมถึงเครื่องบินขับไล่เช่น เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II Joint Strike Fighter(JSF)
และเครื่องบินโจมตีเช่น เครื่องบินโจมตี Fairchild-Republic A-10 Thunderbolt II สำหรับการสนับสนุนทางอากาศแบบใกล้ชิด(CAS: Close Air Support)

อากาศยานทางยุทธวิธียังรวมถึงระบบอากาศยานไร้คนขับลาดตระเวนทางยุทธวิธีพหุภารกิจ เช่น อากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE: Medium-Altitude Long-Endurance)
แบบ General Atomics Aeronautical Systems Inc(GA-ASI) MQ-9 Reaper UAV(Unmanned Aerial Vehicle) พร้อมระบบอาวุธ

พลอากาศเอก Brown ต้องการขีดความสามารถต่างๆ เช่น ระบบภารกิจเปิด(OMS: Open Mission Systems) ที่เข้ากล่าวว่าไม่ควรจะนำมาจากอากาศยานที่มีอยู่ เช่น เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon
OMS จะทำให้กองทัพอากาศสหรัฐฯจะปรับปรุงรหัส(ชุดคำสั่ง)ในสิ่งต่างๆในไม่กี่นาทีเพื่อตอบสนองภัยคุกคามใหม่ เขากล่าวว่าการบินกับ F-16 ใช้เวลาหลายปีที่จะได้รับรูปแบบการปฏิบัติการบินใหม่สำหรับเครื่อง การร้องขอความเห็นจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯมีขึ้นก่อนการเผยแพร่บทความ

ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการจะนำบทเรียนทางวิศวกรรม digital ที่ได้รับเครื่องบินฝึกไอพ่น Boeing-Saab T-7A Red Hawk เพื่อการจัดหาเครื่องบินรบขั้นก้าวหน้าที่ออกแบบใหม่
บริษัท Boeing สหรัฐฯกล่าวว่าตนเชื่อว่ามีโอกาสในตลาดนานาชาติสำหรับ T-7 ในฐานะเครื่องบินฝึก, เครื่องบินโจมตีเบา และเครื่องบินข้าศึกสมมุติครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/t-7a-red-hawk.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/07/boeing-t-7-f-5-alpha-jet.html)

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เซอร์เบียแสดงความสนใจเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk สหรัฐฯ-สวีเดน

Serbia notes interest in Boeing-Saab T-7A Red Hawk jets


Serbia would like to acquire the Boeing-Saab T-7A Red Hawk to replace its ageing Super Galeb and Orao fleets. (Janes/Gareth Jennings)

เครื่องบินฝึกไอพ่น Boeing-Saab T-7A Red Hawk สหรัฐฯ-สวีเดนเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เซอร์เบียกำลังพิจารณาสำหรับการทดแทนฝูงบินเครื่องบินฝึกไอพ่นและเครื่องบินโจมตีเบาของตน
การพูดคุยกับสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเซอร์เบียเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเซอร์เบียเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2020 ที่ผ่านมาว่า(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/boeing-t-7-f-5-alpha-jet.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A สามารถที่จะทดแทนได้ทั้งเครื่องบินฝึก SOKO G-4 Super Galeb(Super Seagull) ในรุ่นเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและรุ่นเครื่องบินโจมตี และเครื่องบินโจมตีไอพ่น SOKO J-22 Orao(Eagle)
ถึงแม้ว่ากองทัพอากาศเซอร์เบีย(Serbian Air Force) กำลังดำเนินความพยายามการปรับปรุงความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง และมีกำหนดการปลดประจำการเครื่องบินเหล่านี้ของตน

เซอร์เบียได้แสดงความสนใจสำหรับการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A จำนวน 20เครื่อง รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านทรัพยากรยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหมเซอร์เบีย Nenad Miloradović กล่าว
เขาเสริมว่า T-7A ซึ่งกำลังได้รับการพัฒนาเป็นเครื่องบินฝึกสำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) และทำตลาดในฐานะทางเลือกเครื่องบินขับไล่/โจมตีเบาที่มีศักยภาพสำหรับตลาดนานาชาติ ประกอบด้วย "คุณลักษณะและขีดความสามารถที่ยอดเยี่ยม"

Miloradović อธิบายว่าเซอร์เบียถูกดึงดูดโดยการผสมผสานของราคาและสมรรถนะของ T-7A โดยย้ำว่าเซอร์เบียกำลังมองที่ตัวเลือกเครื่องบินไอพ่นที่มีราคาราวครึ่งของเครื่องบินขับไล่ยุคที่4 ในปัจจุบัน(ดังเช่นประมาณเครื่องละ $50 million)
และมีขีดความสามารถระหว่างเครื่องบินโจมตี(G-4 และ J-22) และเครื่องบินขับไล่(MiG-29) ที่กองทัพอากาศเซอร์เบียมีอยู่ขณะนี้(https://aagth1.blogspot.com/2016/12/mig-29-t-72.html)

"สิ่งเหล่านี้เป็นก้าวย่างเริ่มต้นในการพัฒนาขีดความสามารถใหม่ตามที่การจัดสรรวงเงินทุนการจัดซื้อจัดจ้างหลักไม่สามารถจะเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนได้ ตัวเครื่องเอง(T-7A) เป็นเครื่องบินไอพ่นความเร็วเหนือเสียงและมีคุณสมบัติระบบ Avionic ยุคใหม่
และตามคุณสมบัติดังกล่าวมันจะสามารถทดแทนอากาศยานโจมตีของเราได้ทั้งหมด และความเป็นระบบพหุภารกิจยังจะสามารถที่จะสนับสนุนเครื่องบินขับไล่สกัดกั้น(MiG-29) ของเราได้ด้วย" Miloradović อธิบาย

ปัจจุบันกองทัพอากาศเซอร์เบียมีเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า/โจมตีเบา G-4 อยู่ราว 20เครื่อง และเครื่องบินโจมตีไอพ่น J-22 อยู่ราว 17เครื่อง ซึ่งสร้างในประเทศมาตั้งแต่สมัยอดีตยูโกสลาเวียและมีอายุการใช้งานมานาน
รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Mikoyan MiG-29 (NATO กำหนดรหัส Falcrum) ที่มีอยู่ราว 15เครื่อง ที่มีอายุการใช้งานมานานและล้าสมัย ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับบริจาคเครื่องส่วนเกินจากรัสเซียครับ

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

Boeing สหรัฐฯมองเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7 รุ่นรบเพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-5 และเครื่องบินโจมตี Alpha Jet

Boeing sees T-7 as combat replacement for Northrop F-5 and Dassault/Dornier Alpha Jet
Boeing T-7A


Dassault/Dornier Alpha Jet of the Royal Thai Air Force(https://www.facebook.com/groups/441463545871708/permalink/4473608249323864/)



บริษัท Boeing สหรัฐฯเชื่อว่ารุ่นเครื่องบินโจมตีเบาของเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk ของตนจะสามารถทดแทนฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Northrop F-5 และเครื่องบินโจมตี Dassault/Dornier Alpha Jet ที่มีอายุการใช้งานมานานทั่วโลกได้
Boeing ได้ชี้ชวนการขายมายาวนานถึง "ศักยภาพการเติบโต" ของ T-7 โดยให้ข้อสังเกตว่าเครื่องบินฝึกไอพ่นแบบนี้สามารถจะปรับแต่งให้ติดตั้งอาวุธเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีหรือระเบิดเพื่อใช้งานในฐานะเครื่องบินรบ

Boeing สหรัฐฯได้กล่าวว่าตนเชื่อว่ามีโอกาสในตลาดนานาชาติสำหรับ T-7 จำนวน 2,600เครื่อง ในฐานะเครื่องบินฝึก, เครื่องบินโจมตีเบา และเครื่องบินข้าศึกสมมุติ

Boeing ซึ่งมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ใน Chicago สหรัฐฯปฏิเสธที่จะกล่าวว่าประเทศใดบ้างที่จะเป็นผู้ซื้อ T-7 อย่างไรก็ตามบริษัทย้ำในการตอบสนองต่อคำถามจาก FlightGlobal ว่า
เครื่องบินรบขนาดเบาเช่น F-5 และ Alpha Jet จะเป็นตัวแทนที่ดีที่จะถูกทดแทนด้วย T-7 โดยอากาศยานทั้งสองแบบยังคงประจำการในฐานะเครื่องบินฝึกไอพ่นภายในหลายกองทัพอากาศทั่วโลก

มีเครื่องบินขับไล่ F-5 ราว 435เครื่องที่ยังประจำการทั่วโลกจากข้อมูลของ Cirium เครื่องบินขับไล่ขนาดเบานี้ถูกส่งมอบครั้งแรกในปี 1964 และยุติสายการผลิตในปี 1989 ตามข้อมูลจากบริษัท Northop Grumman สหรัฐฯ
ฝูงบิน F-5 ที่ยังคงประจำการทั่วโลกมีอายุการใช้งานเฉลี่ยที่ 41.4ปี โดยประจำการใน 17ประเทศรวมถึงบราซิล, เคนย่า, โมร็อกโก และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)

มีเครื่องบินฝึกไอพ่น/โจมตีเบา Alpha Jet ราว 174เครื่องที่ยังประจำการทั่วโลกตามที่ข้อมูลของ Cirium แสดง เครื่องบินไอพ่นขนาดเบาที่เป็นโครงการสร้างรวมกันของฝรั่งเศสและเยอรมนีทำการบินครั้งแรกในปี 1973 ตามข้อมูลจากบริษัท Dassault ฝรั่งเศส
ฝูงบิน Alpha Jet ที่ยังประจำการทั่วโลกมีอายุการใช้งานเฉลี่ยที่ 38ปี โดยประจำการใน 11ประเทศรวมถึงอียิปต์, ฝรั่งเศส, โมร็อกโก และกองทัพอากาศไทย

Boeing สหรัฐฯย้ำว่ามีโอกาสความเป็นไปได้สำหรับการขาย T-7 ในฐานะเครื่องบินฝึกหรือเครื่องบินรบที่น่าจะมาจากกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก "เราเห็นความสนใจอย่างแรงบางอย่างในภูมิภาคนี้"
Thomas Breckenridge รองประธานฝ่ายขายนานาชาติของแผนกธุรกิจระบบโจมตี, ตรวจการณ์ และความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ของ Boeing กล่าว

Boeing และบริษัท Saab สวีเดนหุ้นส่วนโครงการได้รับสัญญาเพื่อสร้างเครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A Red Hawk จำนวน 351เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) โดยเครื่องแรกมีกำหนดส่งมอบในปี 2023
เครื่องบินฝึกไอพ่น T-7A มีกำหนดจะบรรลุความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ในปี 2024 และความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) ในปี 2034

การทดสอบ T-7A เครื่องต้นแบบ 2เครื่องกำลังดำเนินอยู่ โดยเสร็จสิ้นการบินมากกว่า 200เที่ยวบินแล้วในตอนนี้ Boeing ได้เริ่มต้นการสร้างเครื่องในรุ่น
การพัฒนาทางวิศวกรรมและการผลิต (EMD: Engineering and Manufacturing Development) สำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯแล้ว แต่ปฏิเสธว่าเมื่อไรที่เครื่องจะทำการบินครั้งแรก

เฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกลุ่มประเทศ ASEAN กองทัพอากาศไทยมีเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑ อุบลราชธานี จำนวน ๑๔เครื่องที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยเป็นมาตรฐาน F-5TH Super Tigris โดยบริษัท Elbit System อิสราเอล 
ร่วมกับ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน Thai Aviation Industries(TAI) ไทย และบริษัท RV Connex ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/f-5th-super-tigris-rtaf-u1-m-singapore.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/11/f-5th-super-tigris-iris-t.html)

และกองทัพอากาศไทยมีเครื่องบินโจมตี บ.จ.๗ Alpha Jet ฝูงบิน๒๓๑ กองบิน๒๓ อุดรธานี ที่ ๑๔เครื่องจะได้รับการปรับปรุงความทันสมัยด้วยระบบ Avionic ห้องนักบิน Glass Cockpit และเครือข่าย Datalink Link-T โดยบริษัท RV Connex ไทย
ตามแผนสมุดปกขาว RTAF White Paper 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/2020.html) กองทัพอากาศไทยมีแผนจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาใหม่ ๑๒เครื่องทดแทนเครื่องบินขับไล่และฝึก บ.ขฝ.๑ Aero Vodochody L-39ZA/ART Albatros ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ ครับ