แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of United States of America แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of United States of America แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก KRI Sriwijaya มือสองอิตาลี

Indonesia commissions ex-Italian Navy aircraft carrier





The former Italian Navy aircraft carrier Giuseppe Garibaldi docked upon its arrival from Italy at Tanjung Priok port in Jakarta on 18 September 2026, ahead of its induction into the Indonesian Navy as KRI Sriwijaya. (Satya Adhi / AFP via Getty )



อินโดนีเซียได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการอย่างเป็นทางการของเรือบรรทุกเครื่องบิน C551 ITS Giuseppe Garibaldi ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare)

เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ถูกขึ้นระวางประจำการภายใต้ธงนาวีกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ในชื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya หมายเลขเรือ 100 
หลังพิธีขึ้นระวางประจำการที่นำโดยผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซีย พลเรือเอก Muhammad Ali เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ณ ท่าเรือ Tanjung Priok ในนครหลวง Jakarta

อดีตเรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลีออกเดินเรือจากอิตาลีมาถึงท่าเรือ Tanjung Priok ในนครหลวง Jakarta เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 
เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya (100) ที่ตั้งชื่อตามอาณาจักรโบราณ "ศรีวิชัย" เดิมถูกระบุว่าจะขึ้นระวางประจำการในชื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Gajah Mada แต่ไม่มีรายละเอียดที่มอบให้โดยรัฐบาลอินโดนีเซียเกี่ยวกับการตั้งชื่อเรือใหม่

เรือบรรทุกเครื่องบิน C551 ITS Giuseppe Garibaldi ถูกขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรืออิตาลีครั้งแรกในปี 1985 และถูกปลดระวางประจำการในปี 2024 หลังปฏิบัติการมาเป็นเวลาเกือบสี่ทศวรรษ
เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi มีความยาวเรือประมาณ 180m เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya เป็นเรือที่มีขีดความสามารถการปฏิบัติการทางการบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยถูกจัดหาโดยอินโดนีเซีย

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยังได้ระบุก่อนหน้าว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya จะถูกใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางการบินของเฮลิคอปเตอร์และและอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ต่างๆเป็นหลัก
โดยเฉพาะการมุ่งเน้นที่ความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster-Relief) ต่างๆ ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 

กองทัพเรืออินโดนีเซียย้ำถึงแผนของตนสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya ว่าจะถูกวางกำลังเพื่อภารกิจทางทหารนอกเหนือจากสงคราม(MOOTW: Military Operations Other Than War) เป็นหลัก
กองทัพเรืออินโดนีเซียยังอธิบายถึงเรือบรรทุกเครื่องบินในฐานะส่วนหนึ่งของหลากหลายความพยายามที่จะเสริมความแข็งแกร่งและปรับปรุงความทันสมัยโครงสร้างกำลังรบทางเรือบูรณาการและขีดความสามารถการป้องกันประเทศทางทะเลของอินโดนีเซีย

เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya ที่ขึ้นระวางประจำการใหม่ของกองทัพเรืออินโดนีเซียจะถูกถอดระบบอาวุธต่างๆและอุปกรณ์สื่อสาร electronic ต่างๆก่อนโครงการปรับปรุงความทันสมัยของเรือด้วย แหล่งข่าวต่างๆที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ได้ยืนยันกับ Janes
การยืนยันมีขึ้นให้หลังจากบริษัท Fincantieri อิตาลีผู้สร้างเรือประกาศเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 ว่าตนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) กับ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียเพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya

ภายใต้ข้อตกลงอู่เรือ Fincantieri อิตาลีและ PT PAL อินโดนีเซียจะร่วมกันกำหนดกิจกรรมการปรับปรุงความทันสมัยต่างๆ, ความรับผิดชอบต่างๆ และการเข้าถึงโดยรวมที่จะปรับปรุงเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya
บริษัท Fincantieri กล่าวว่าโครงการมีวัตถุประสงค์ที่สร้างความมีประสิทธิภาพสูงสุดของเรือตลอดหลากหลายขอบเขตภารกิจตั้งแต่การป้องกันประเทศและรักษาความปลอดภัยทางทะเลจนถึงการตอบสนองการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติ

เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ที่เดิมเคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลีมาหลายทศวรรษในฐานะเรือธงและปฏิบัติการอากาศยานปีกนิ่งเครื่องบินโจมตี Boeing AV-8B Harrier II(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/av-8b-harrier-ii-plus.html) เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ต่างๆ
ชุดภาพที่ถูกเผยแพร่จากพิธีขึ้นระวางประจำการบ่งชี้ว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya กองทัพเรืออินโดนีเซียยังคงมีระบบการรบดั้งเดิมที่สืบทอดมาอย่างน้อยบางส่วนที่ยังถูกพบเห็นการติดตั้งไว้อยู่

ระบบต่างๆเหล่านี้ที่สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอกตัวเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya คือแท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำแบบสามท่อยิง, แท่นปืนกล Breda 40mm สองลำกล้อง และอุปกรณ์ด้านบนดั้งเดิมอื่นที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบเดิมของเรือ
สถานะของระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat-Management System), ระบบตรวจจับต่างๆ, อุปกรณ์สื่อสาร, ชุดระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) และระบบภารกิจต่างๆอื่นๆของเรือไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะครับ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียจะปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH

Australia retires Tiger attack helicopter amid AH-64E ramp up







An Australian Army Tiger ARH helicopter in flight during a live fire serial as part of Exercise Keris Strike 2026 in Sabah, Malaysia. The Tiger had a troubled career in Australia. Tiger’s withdrawal was only a matter of time following Canberra’s Apache commitment. (Commonwealth of Australia)



กองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้กำลังจะทำการปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger Armed Reconnaissance(ARH) ของตนลงแล้ว โดยจะมีการจัดพิธีอำลาในวันที่ 30 กันยายน 2026
ตามที่กองทัพบกออสเตรเลียมุ่งความสำคัญในการทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/ah-64e-apache.html)

กองการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation) จะ "ยุติการบินปฏิบัติการในเร็วๆนี้" กับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH จากฐานบินใน Darwin กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว
"การสิ้นสุดของการบินปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger เป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับกรมบินที่1(1st Aviation Regiment) แต่ยังเป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าตื้นเต้น" 

"ตามที่เราเดินหน้าย้ายที่ตั้งไปยัง Townsville(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html) และสร้างขีดความสามารถเฮลิคอปเตอร์โจมตีของออสเตรเลียเพิ่มเติมบนพื้นฐานเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache
ทหาร, นักบิน และช่างอากาศยานของเราได้บรรลุการเปลี่ยนผ่านที่น่าทึ่งจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ไปสู่เฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache ขณะที่เดินหน้าที่จะส่งมอบผลลัพธ์การฝึกและการปฏิบัติการ"

"การอุทิศตนของพวกเขาและพวกเธอเหล่านั้นได้สร้างความมั่นใจว่ากองทัพบกออสเตรเลียยังคงพร้อมสำหรับอนาคต" พลตรี David Hafner ผู้บัญชาการกองการบินกองทัพบกออสเตรเลียกล่าว
การปลดประจำการของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH เป็นสิ่งที่ถูกคาดว่าจะมีขึ้นแน่นอนตั้งแต่ที่รัฐบาลออสเตรเลียในนครหลวง Canberra ประกาศในปี 2021 ว่าตนจะจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache จำนวน 29เครื่อง

ซึ่งจนถึงขณะนี้กองทัพบกออสเตรเลียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache แล้วจำนวน 6เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html)
กองทัพบกออสเตรเลียมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH จำนวน 22เครื่องเป็นจำนวนสูงสุด ในเดือนมีนาคม 2025 พลตรี Hafner การสิ้นสุดการปฏิบัติการของ ฮ.โจมตี Tiger ARH จะ "มีขึ้นไม่เกินสิ้นปี 2027 ถึงต้นปี 2028"

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่าเมื่อเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH เข้าประจำการในกองทัพบกออสเตรเลียในปี 2004 มันผสมผสานขีดความสามารถของเฮลิคอปเตอร์สองแบบที่มีใช้งานก่อนหน้า
คือเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนไม่ติดอาวุธ Bell OH-58 Kiowa และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปติดอาวุธ Bell UH-1 Iroquois ซึ่งกำหนดแบบเป็นเฮลิคอปเตอร์ Bushranger ในประจำการกองทัพบกออสเตรเลีย

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเสริมว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH มีประสิทธิภาพในการบูรณาการภารกิจการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance), สงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) และโจมตีในระบบเดียว
กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียยังโต้แย้งด้วยว่า การปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ยังสะท้อนอายุการใช้งานที่ 20ปีตามแผนของตน เช่นเดียวกับวิวัฒนาการสภาพแวดล้อมภัยคุกคามที่สามารถจะรับมือได้ดีกว่าโดยระบบใหม่อย่างเช่นเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E

แม้ว่าจะกล่าวด้วยคำพูดที่อบอุ่น ปัญหาการดำรงสภาพต่างๆ และความท้าทายอื่นๆได้รุมเร้าการปฏิบัติงานของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ของออสเตรเลีย ในเดือนกันยายน 2016 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินออสเตรเลียได้วิจารณ์ฝูงบิน ฮ.โจมตี Tiger อย่างรุนแรง
เน้นย้ำถึง "ข้อบกพร่องด้านขีดความสามารถ" 76 รายการ จาก 60 รายการซึ่งกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่าจะเป็น "ขั้นวิกฤติ" และนั้นทำให้เฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ไม่ได้ถูกส่งมอบบนพื้นฐานขีดความสามารถดั้งเดิมที่ถูกคาดไว้

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 สมุดปกขาวกลาโหม 2016(defence white paper 2016) ของออสเตรเลียได้ระบุถึงการมองการทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH โดยเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache จะถูกส่งมอบครบ 29เครื่องภายในปี 2029
การจัดหา ฮ.โจมตี Apache สอดคล้องกับการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk ของกองทัพบกออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/uh-60m-black-hawk.html) เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ NH Industries MRH90 Taipan ซึ่งมียังมีปัญหาการใช้งานในประจำการของออสเตรเลียเช่นกันครับ

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk แก่อาร์เจนตินา 4เครื่อง

US Department of State approves possible sales of UH-60L Blackhawk helicopters to Argentina





Potential sales of US UH-60L helicopters, like the one shown here, to Argentina have been approved by the US Department of State. (US Army)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้การขายรูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) ของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60L Black Hawk และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องแก่อาร์เจนตินา
เป็นวงเงินรวมทั้งหมดประมาณ $140 million กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯยืนยันเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/sikorsky-uh-60-armed-black-hawk.html)

รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ร้องขอที่จะจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk จำนวน 4เครื่อง และเครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ General Electric T700-GE-701D จำนวน 2เครื่อง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L เป็น 4เครื่องแรกจากจำนวน 20เครื่อง ทูตสหรัฐอเมริกาประจำสาธารณรัฐอาร์เจนตินา Peter Lamelas ได้ Post ในบัญชี X ทางการของตนเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026

นายทหารระดับชั้นยศสูงจากกองพันเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่601(601st Assault Helicopter Battalion) กองบัญชาการการบินกองทัพบก(Army Aviation Command) กองทัพบกอาร์เจนตินา(Argentine Army, EA: Ejército Argentino)
หน่วยบินที่จะใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ว่า ฮ. Black Hawk ใหม่จะถูกใช้เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell UH-1H Iroquois จำนวน 25เครื่อง

โดยที่เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1H เหล่านี้ไม่ได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป TH-1H Huey II(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/uh-1h.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/10/uh-1h-huey.html)
มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1H จำนวนเพียงไม่กี่เครื่องที่ยังคงปฏิบัติการได้ ซึ่งจะถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าว

เครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ T700-GE-701D ถูกใช้เป็นระบบขับเคลื่อนของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/uh-60m-black-hawk.html)
และจะถูกปรับปรุงไปสู่มาตรฐานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60V Black Hawk(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/uh-60-black-hawk-2070.html) นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าว

กองทัพบกอาร์เจนตินายังมีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป TH-1H Huey II จำนวน 18เครื่องซึ่งจะถูกใช้งานร่วมไปเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Black Hawk จนกว่าที่เฮลิคอปเตอร์ UH-60 เพิ่มเติมจะสามารถจัดหามาได้ นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินาระบุ
วัตถุประสงค์คือเพื่อที่จะได้รับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk จำนวน 4เครื่องจากสหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2026 และส่งมอบมาถึงอาร์เจนตินาในเดือนมกราคม 2027 นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าวครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้นำเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตเข้าประจำการ

South Korea inducts first production KF-21 fighter







The first production Korea Aerospace Industries (KAI) KF-21 Boramae Block I 4.5-generation fighter ahead of its delivery to Yecheon Air Base in South Korea in September 2026. (Republic of Korea Air Force/bemil.chosun.com)





เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 แบบ Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae(보라매, "Young Hawk" นกเหยี่ยวหนุ่ม) Block I เครื่องแรกในสายการผลิตได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) แล้ว
เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae รุ่นสองที่นั่งหมายเลขแพนหาง 26-001 ภายใต้การจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่อง ได้ทำการบินมายังฐานทัพอากาศ Yecheon ในจังหวัด Gyeongsangbuk-do เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026

ซึ่งเครื่องบินขับไล่ KF-21 รุ่นสองที่นั่งเครื่องแรกในสายการผลิตนี้จะเข้าประจำการในฝูงบินขับไล่ที่156(156th Fighter Squadron) กองบินขับไล่ที่16(16th Fighter Wing) ที่กลับมาเปิดฝูงบินขึ้นใหม่ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว
ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี นาวาอากาศตรี Han Jae-seok หนึ่งในนักบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 ชุดแรกที่ผ่านการรับรองคุณลักษณะเพื่อทำการบินปฏิบัติการกับเครื่องบินแบบนี้

ได้ลงลายมือของตนใน 'เอกสารการตรวจรับและรับมอบเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องที่1'(KF-21 Series Production No 1 Acceptance and Handover Document) ในวันเดียวกัน
เป็นเครื่องหมายถึงการนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องแรกเข้าสู่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีที่มีกำหนดที่จะส่งมอบต่อเนื่องจนถึงปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/kf-21.html)

ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 1988 มีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ McDonnell Douglas F-4E Phantom(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/f-4-phantom-ii-2024.html) จนกระทั่งถูกยุบฝูงบินในปี 2012 
ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ในฐานะฝูงบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยได้รับมอบให้บรรจุตำแหน่งศิษย์การบินและช่างอากาศชุดแรกสำหรับการฝึก ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าตนมีแผนที่จะทยอยจัดตั้งระบบการปฏิบัติการต่างๆสำหรับการบินและการซ่อมบำรุง ขณะที่เดินหน้าการฝึกนักบินเปลี่ยนแบบและเจ้าหน้าที่ช่างอากาศซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง
"หลังจากนั้น เครื่องบินขับไล่ KF-21 จะถูกประกาศความพร้อมปฏิบัติการในครึ่งหลังของปี 2027 และถูกวางกำลังปฏิบัติการ" กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21.html)

ตามข้อมูลจากหัวหน้านักบินทดสอบของบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี Jin Tae-beom เครื่องบินขับไล่ KF-21 มีคุณลักษณะคันเร่งอัตโนมัติ(auto-throttle) ที่สามารถปรับความเร็วระหว่างการบินขึ้น, ลงจอด, และทำการบินหมู่ได้
ตามข้อมูลจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี เครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้เสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วในเดือนมกราคม 2026 ครับ

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35A ฟินแลนด์เครื่องแรกจาก 64เครื่องเดินทางมาถึงประเทศตนแล้ว

First F-35As arrive in Finland







A photo from a Finnish Air Force showing the arrival into the country on 18 September 2026 of the first F-35A. (Finnish Air Force)



เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ได้เดินทางมาถึงกองบิน Lapland(Lapland Air Wing) ใน Rovaniemi แล้วเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026
กองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force, Ilmavoimat) ได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้ในวันเดียวกัน ที่เป็นการส่งสัญญาณถึงการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II สองเครื่องแรกจากจำนวน 64เครื่อง

เครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 64เครื่องจะทดแทนเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Boeing F/A-18C Hornet จำนวน 55เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D Hornet จำนวน 7เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์
ข่าวการมาถึงนี้มีขึ้นให้หลัง 10เดือนหลังจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ระหว่างพิธี ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ในมลรัฐ Texas สหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/lockheed-martin-f-35a-64.html)

เครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกจำนวน 8เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์ได้ถูกส่งมอบไปยังฐานทัพอากาศ Eglin Air Force Base(AFB) กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในมลรัฐ Florida ซึ่งจะถูกใช้สำหรับการฝึกนักบินและช่างอากาศยานของฟินแลนด์
ฟินแลนด์ได้เลือกเครื่องบินขับไล่ F-35A ในฐานะการทดแทนเครื่องบินขับไล่ F/A-18C/D Hornet  ภายใต้การแข่งขันโครงการเครื่องบินขับไล่ทดแทน HX(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/f-35a-hx.html)

งบประมาณวงเงิน 10 billion($11.5 billion) สำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ HX รวมถึงค่าใช้จ่ายการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A, สิ่งอำนวยความสะดวก, และการฝึกตั้งแต่เปิดตัวเครื่องบินเครื่องแรกในปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/f-35a-64.html),
ตามมาด้วยการประกาศความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ในปี 2027 และความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) ในปี 2030(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) 

หลังจากการประกาศความพร้อมปฏิบัติการนี้ การจัดสรรงบประมาณการสนับสนุนและการดำรงสภาพจะถูกย้ายจากงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างไปสู่งบประมาณสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ เครื่องบินขับไล่ F-35A ของฟินแลนด์กำลังได้รับการผลิตในสายการผลิต Lot 17-Lot 22 
และจะถูกส่งมอบในมาตรฐาน Technical Refresh-3(TR-3) ที่สามารถทำให้เป็นขีดความสามารถมาตรฐานรุ่นเครื่องบินขับไล่ F-35 Block 4 ได้ เครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II ได้ขยายผู้ใช้งานไปทั่วทั้งภูมิภาคยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/f-35-lightning-ii.html)

รวมถึงสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/f-35b-48.html), ฟินแลนด์, อิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/f-35-eurofighter-typhoon.html), นอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/jsm-f-35a.html), 
เนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html), สวิตเซอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-36.html), เยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/f-35a-35.html), 

สาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/f-35a-24.html), กรีซ(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/f-35a-20.html), และโรมาเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/f-35a-32.html) ครับ

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569

เยอรมนีรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A สหรัฐฯเครื่องแรกจาก 35เครื่อง

Germany receives first F-35A







Aircraft 35+01 was officially presented to the German Ministry of Defence during a ceremony at the Fort Worth production facility in Texas on 18 September 2026. (Lockheed Martin)



บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้จัดแสดงการเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II เครื่องแรกของกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) โดยกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) ได้ทำการรับมอบอย่างเป็นทางการ
ของเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกที่เยอรมนีเป็นเจ้าของ หมายเลขเครื่อง 35+01 ระหว่างพิธีที่มีขึ้น ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ของบริษัท Lockheed Martin ในมลรัฐ Texas สหรัฐฯเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026

เหตุการณ์สำคัญนี้มีขึ้นให้หลังหลายวันหลังเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกของเยอรมนีทำการบินครั้งแรก ณ สถานที่เดียวกันเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/lockheed-martin-f-35a-35.html)
เครื่องบินขับไล่ F-35A หมายเลข 35+01 และอีก 7เครื่องที่เป็นเครื่องบินชุดแรกจำนวน 8เครื่องที่ออกจากสายการผลิตขณะนี้จะถูกส่งมอบไปยังฐานทัพรักษาดินแดนทางอากาศ Ebbing Air National Guard Base ใน Fort Smith มลรัฐ Arkansas สำหรับการฝึกนักบิน

การส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกมายังฐานทัพอากาศ Büchel ในเยอรมนีจะเริ่มต้นในไตรมาสที่สามของปี 2027 และดำเนินไปจนถึงปี 2029 ซึ่งเป็นเวลาที่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) จะถูกประกาศ
"นี่เป็นการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่สำหรับกองทัพอากาศเยอรมนี เครื่องบินขับไล่ F-35A ใหม่เป็นเครื่องบินรบที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลก" Boris Pistorius รัฐมตรีกลาโหมเยอรมนีกล่าวระหว่างพิธีส่งมอบ

"ด้วยเหตุนี้ เครื่องบินขับไล่ F-35A มอบขีดความสามารถหลักขั้นเด็ดขาดสำหรับกองทัพอากาศเยอรมนีและสำหรับ NATO ทั้งหมด รวมกันกับประเทศอื่น 19ชาติ เรากำลังผลักดันความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปสู่การปฏิบัติ
ด้วยมาตรฐานร่วมเหมือนกัน, วิทยาการ, และขั้นตอนต่างๆ การทำงานร่วมกันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดรับโอกาสต่างๆจำนวนมากสำหรับการฝึก, การฝึกผสม, และการปฏิบัติการต่างๆ สร้างให้เราแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกัน" Pistorius เสริม

การพูดคุยกับ Janes และผู้ได้รับเชิญเข้ารวมงานอื่นๆ ณ งานสัมมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2025 (IFC 2025) ที่จัดขึ้นในนครหลวง Rome อิตาลีระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2025
นาวาอากาศเอก Klaus Wuggazer นาายทหารประสานงานโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35A ของกระทรวงกลาโหมเยอรมนี(Federal Ministry of Defence, BMVg: Bundesministerium der Verteidigung) ได้ระบุอย่างชัดเจน

ถึงแผนของกองทัพอากาศเยอรมนีที่จะเปลี่ยนผ่านขีดความสามารถต่างๆของเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado ไปสู่เครื่องบินขับไล่ F-35A(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35a-35.html)
เครื่องบินขับไล่ F-35A ระยะที่หนึ่งจำนวน 35เครื่องที่ได้รับคำสั่งจัดหาในเดือนธันวาคม 2022 มีจุดประสงค์ในการทดแทนเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado IDS ในภารกิจแบ่งปันการป้องปรามทางนิวเคลียร์ของ NATO ครับ

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569

Bell สหรัฐฯเริ่มการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ไนจีเรียเครื่องแรกจาก 12เครื่อง

Bell begins Viper build for Nigeria





A NAF delegation attended the commencement of production of the first of 12 AH-1Z Viper attack helicopters for the service. (Bell)

บริษัท Bell สหรัฐฯได้เริ่มต้นการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper เครื่องแรกจากจำนวน 12เครื่องสำหรับกองทัพอากาศไนจีเรีย(NAF: Nigerian Air Force) ณ ศูนย์ประกอบอากาศยาน Amarillo Assembly Center ในมลรัฐ Texas
บริษัท Textron สหรัฐฯประกาศเหตุการสำคัญนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 เป็นเวลา 2ปี 6เเดือนหลังจากตนได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ(ปัจจุบันกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ)ในเดือนมีนาคม 2024

เพื่อที่จะสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จำนวน 12เครื่องสำหรับไนจีเรียประเทศในแอฟริกาตะวันตก การประกาศการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) มีมูลค่าที่วงเงิน $455 million
ขณะที่หลากหลายโครงการของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ของไนจีเรียที่รวมถึงสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, อะไหล่ต่างๆ, อาวุธต่างๆ, การฝึก และการสนับสนุนมีมูลค่ารวมที่วงเงิน $997 million

"เฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จะมีบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและการต่อต้านการก่อความไม่สงบต่างๆของเรา และเพิ่มขยายความสามารถของเราที่จะปกป้องพลเมืองของไนจีเรีย" 
โฆษกกองทัพอากาศไนจีเรีย พลอากาศจัตวา Ehimen Ejodame ระหว่างพิธีลงลายมือในโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ใน Amarillo การผลิตเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z จะเสร็จสิ้นในต้นปี 2029 บริษัท Bell กล่าว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ยืนยันการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper แก่ไนจีเรีย โดยการแจ้งสัญญาที่เกี่ยวข้องได้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ah-1z.html)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายแก่ไนจีเรียในปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/ah-1z.html) ตามเอกสารแจ้งของสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z ที่สร้างโดยสหรัฐฯจะเข้าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Turkish Aerospace(TA) T129 ATAK จำนวน 6เครื่องที่สร้างโดยตุรกีในประจำการกองทัพอากาศไนจีเรีย
กองทัพอากาศไนจีเรียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี T129 ATAK จากตุรกีในปี 2023 โดยยังมีรายงานในสื่อตุรกีว่าไนจีเรียอาจจะจัดหาเพิ่มเติมอีก 6เครื่องรวม 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/t129b-atak.html)

กองทัพอากาศไนจีเรียยังมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป AgustaWestland AW109 อิตาลีจำนวน 10เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-24/Mi-35 (NATO กำหนดรหัส 'Hind') รัสเซียจำนวน 14เครื่อง 
กองทัพบกไนจีเรีย(Nigerian Army) มีกำหนดจะได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ MD Helicopters(MDH) MD 530F Cayuse Warrior Plus(CWP) สหรัฐฯจำนวน 12เครื่อง จากแผนที่จะจัดหารวม 32เครื่องด้วยครับ