แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Submarine แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Submarine แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กองทัพเรืออินโดนีเซียเปิดตัวยานผิวน้ำไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ Kamikaze USV ที่พัฒนาในประเทศ

Indonesian Navy debuts one-way attack USV in joint exercise




The one-way attack USV, seen here being deployed from the Indonesian Navy hospital ship KRI dr. Soeharso during the Indonesian Armed Forces joint exercise on 5 August 2026. (Indonesian Navy)

The Indonesian Navy fast attack craft KRI Sampari firing of C-705 anti-ship missile. (Indonesian Navy)



กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ได้เปิดตัวยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle) โจมตีแบบพลีชีพทางเดียว(OWA: One-Way Attack) ที่พัฒนาในประเทศเป็นครั้งแรก
ยานผิวน้ำไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว OWA USV ได้ถูกวางกำลังระหว่างการฝึกร่วมขนาดใหญ่ที่ขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2026 ในหมู่เกาะ Riau ที่มีส่วนร่วมจากทุกเหล่าทัพของกองทัพอินโดนีเซีย(Indonesian Armed Forces, TNI: Tentara Nasional Indonesia)

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ยานผิวน้ำไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว OWA USV ได้ถูกปล่อยออกจากอู่ลอย(well deck) ของเรือพยาบาล KRI dr. Soeharso (990) ของกองทัพเรืออินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/torpedo-ksot.html) ควบคู่ไปกับการแสดงสาธิตอื่นๆที่รวมถึง
การยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ C-705 จากเรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Sampari(KCR-60M) เรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถี KRI Sampari (628) ที่ก่อนนั้นได้ประสบความสำเร็จในการยิงเป้าหมายภาคพื้นดินครั้งแรกต่อเป้านิ่งบนเกาะร้าง Pulau Gundul ในทะเล Java ในเดือนเมษายน 2026

ภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวต่างๆที่เผยแพร่โดยกองทัพเรืออินโดนีเซียแสดงถึงยานผิวน้ำไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว OWA USV เดินเรือมุ่งเข้าหาเป้าหมายจำลองที่แนวชายฝั่งก่อนจุดระเบิดในพื้นที่เป้าหมาย
ภาพเหล่านี้ยังบ่งชี้ว่ายานผิวน้ำไร้คนขับ USV มีขนาดรูปทรงที่ค่อนข้ากะทัดรัดและถูกตรวจพบได้ต่ำ ตัวเรือมีการนำพื้นผิวที่เป็นมุมเป็นหน้าเหลี่ยมมาใช้ที่ลดการเห็นด้วยสายตาและสัญญาณ radar ที่เป็นไปได้

ยานผิวน้ำไร้คนขับ USV มีรูปทรงหัวเรือทรงเอียงแหลมและแคบทำให้เรือดูเหมือนถูกปรับแต่งให้เร็วเร็วโจมตีขนาดเล็กเพื่อเข้าเป้าหมายด้วยความเร็วสูง สิ่งที่ติดตั้งอยู่ส่วนบนของส่วนด้านท้ายดาดฟ้ายก(superstructure) 
น่าจะเป็นชุดระบบตรวจจับ EO/IR(Electro-Optical and Infrared) ที่ติดตั้งบนเสากระโดงขนาดเล็ก ระบบตรวจจับนี้น่าจะมอบเจ้าหน้าที่ปฏิบัติระยะไกลด้วยการสร้างภาพเวลาจริงเพื่อการนำร่อง, ตรวจจับเป้าหมาย และนำวิถีขั้นสุดท้ายระหว่างการวิ่งโจมตีสุดท้าย

การจัดวางรูปแบบตั้งข้อสังเกตว่ายานผิวน้ำไร้คนขับ USV ได้ถูฏควบคุมผ่านการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการบัญชาการและควบคุม(C2: Command and Control) มากกว่าที่จะปฏิบัติการระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ
ส่วนท้ายของเรือยังปรากฎที่จะนำช่องท่อไอเสียสำหรับเครื่องยนต์แบบสันดาปภายในมาใช้ บ่งชี้ว่ายานผิวน้ำไร้คนขับ USV ใช้กำลังขับเคลื่อนระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ใช้งานทางทะเลตามแบบ

PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้ยืนยันในสื่อประชาสัมพันธ์ของตนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ว่าตนเป็นผู้สร้างยานผิวน้ำไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว OWA USV โดยในขั้นระยะการพัฒนาเรือมีความเร็วในการเข้าหาเป้าหมายที่ 55knots และบรรทุกหัวรบได้หนัก 150kg
PT PAL อินโดนีเซียยังเป็นผู้สร้างเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT(Kapal Selam Otonom) ที่ติด torpedo เบาแบบ Piranha ที่พัฒนาในประเทศ ซึ่งได้รับสัญญาจัดหาจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียแล้วครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/pt-pal-ksot.html)

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียเลื่อนพิธีตัดเหล็กสร้างเรือดำน้ำ Scorpene ลำแรกเป็น 7 สิงหาคม 2026

Indonesia postpones Scorpene steel-cutting milestone





An artist's visualisation of the Scorpene Evolved submarine in Indonesian waters. (Naval Group)

อินโดนีเซียได้เลื่อนการทำพิธีตัดเหล็กสำหรับเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกของกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) เป็นวันที่ 7 สิงหาคม 2026
แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียยืนยันกำหนดวันทำพิธีตัดเหล็กเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกของอินโดนีเซียในการตอบคำถามจาก Janes เกี่ยวกับความล่าช้าที่เห็นได้ชัดของเหตุการณ์สำคัญนี้

PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียกล่าวกล่าวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ว่าเหตุการณ์สำคัญการตัดเหล็กสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ของอินโดนีเซีย
ได้มีการเลื่อนขึ้นมาให้เร็วขึ้นเป็นในเดือนกรกฎาคม 2026 จากก่อนหน้าที่ตั้งเป้าหมายในเดือนกันยายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/pt-pal-scorpene-2026.html)

แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียระบุว่าที่มาของความล่าช้ามาจากความพร้อมของผู้นำระดับสูงต่างๆในกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียและกองทัพอินโดนีเซีย(Indonesian Armed Forces, TNI: Tentara Nasional Indonesia)
รวมถึงรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย Sjafrie Sjamsoeddin และผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซีย พลเรือเอก Muhammad Ali(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/scorpene-2-2-4.html)

พิธีตัดเหล็กจะเป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์สำคัญของการเริ่มต้นการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกอย่างเป็นทางการและจะถูกจัดขึ้น ณ สถานที่การสร้างเรือดำน้ำของอู่เรือ PT PAL อินโดนีเซียใน Surabaya
โครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้สัญญาที่ลงนามในเดือนมีนาคม 2024 ระหว่างกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย, บริษัท Naval Group ฝรั่งเศส, และ PT PAL อินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)

สัญญาครอบคลุมการจัดหาเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) แบบ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำ และรวมถึงการมอบการถ่ายทอดวิทยาการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งขีดความสามารถการสร้างเรือดำน้ำในประเทศในอินโดนีเซีย
เรือดำน้ำ Scorpène Evolved ทั้งสองลำมีกำหนดที่ะถูกสร้างในสถานที่สร้างเรือดำน้ำโดยเฉพาะขอวอู่เรือ PT PAL ด้วยความช่วยเหลือทางเทคนิคจาก Naval Group ฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

โครงการนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะการริเริ่มความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุดที่ได้รับการดำเนินการโดยภาคส่วนทางเรือของอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)
เรือดำน้ำทั้งสองลำจะมีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ของบริษัท Naval Group ซึ่งแทนที่การจัดวางรูปแบบระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) ดั้งเดิมด้วย lithium-ion battery ความจุสูง

แบบเรือดำน้ำ Scorpène Evolved มีราวางขับน้ำขณะดำลงใต้น้ำที่ประมาณ 2,000tonnes มีความยาวเรือรวมที่ราว 70m และมีกำลังพลประจำเรือโดยคราวๆที่ราว 40นาย(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/scorpene-evolved-2.html)
ระบบอาวุธติดตั้งด้วยท่อยิงขนาด 533mm จำนวนหกท่อยิง สามารถทำการยิง Torpedo หนัก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/orka-torpedo-f21-mk-2.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ และจะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ SUBTICS ของ Naval Group ฝรั่งเศสครับ

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รัสเซียทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่หก K-563 Ulyanovsk

Russia Floats Out Yasen-M-class Nuclear Submarine Ulyanovsk



The launch ceremonth of the 6th Yasen-M submarine Ulyanovsk (Credit: Sevmash Shipyard)

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 อู่เรือ Sevmash รัสเซียได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน(SSGN)ชั้น Project 885M Yasen-M ลำที่หก เรือดำน้ำ K-563 Ulyanovsk
เป็นเครื่องหมายถึงการเสร็จสิ้นขั้นระยะการสร้างตัวเรือของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-563 Ulyanovsk และย้ายเข้าสู่ขั้นระยะสุดท้ายของการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์และการทดสอบ

พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-563 Ulyanovsk มีขึ้น ณ อู่เรือ Sevmash ใน Severodvinsk เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ตามแถลงการของอู่เรือ Sevmash 
เรือดำน้ำ Ulyanovsk เป็นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์อเนกประสงค์ชั้น Project 885M Yasen-M เรือดำน้ำได้ถูกย้ายจากโรงประกอบสร้างของเรือลงสู่น้ำของอู่เรือที่ซึ่งงานจะดำเนินต่อเนื่องข้างแนวท่าจอดเรือ

ผู้บัญชาการกองทัพเรือรัสเซีย(Russian Navy) พลเรือเอก Aleksandr Moiseyev กล่าวว่าเรือดำน้ำ K-563 Ulyanovsk มีจุดประสงค์ที่จะเข้าร่วมกองเรือทะเลเหนือ(Northern Fleet) ตามหลังการเสร็จสิ้นการทดลองเรือต่างๆ
ผู้อำนวยการอู่เรือ Sevmash รัสเซีย Mikhail Budnichenko เรือดำน้ำ Ulyanovsk จะเข้ารับการทดลองเรือหน้าท่า, การทดลองเรือในทะเล และการทดสอบตรวจรับระดับรัฐก่อนการส่งมอบ ซึ่งอู่เรือมีแผนปัจจุบันในเดือนธันวาคม 2027

พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำ Ulyanovsk ได้เชิญเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลรัสเซีย, กองทัพเรือรัสเซีย และภาคอุตสาหกรรมรัสเซียเข้าร่วม รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Yuri Trutnev และตัวแทนจากสำนักออกแบบ Malakhit ผู้ออกแบบเรือดำน้ำชั้น Yasen-M
เรือดำน้ำ Ulyanovsk เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Project 885 Yasen/Project 885M Yasen-M ที่มีมาอย่างต่อเนื่องของรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/khabarovsk.html)

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Project 885 Yasen รุ่นดั้งเดิมลำแรกเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-560 Severodvinsk ถูกขึ้นระวางประจำการในกองเรือทะเลเหนือในปี 2014
เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Project 885M Yasen-M รุ่นปรับปรุงเริ่มต้นด้วยลำแรกเรือดำน้ำ K-561 Kazan, ลำที่สองเรือดำน้ำ K-573 Novosibirsk, ลำที่สามเรือดำน้ำ K-571 Krasnoyarsk และลำที่สี่ K-564 Arkhangelsk ถูกรายงานโดยอู่เรือ Sevmash ว่าถูกขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือรัสเซียแล้ว

ยังมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M อีกหลายลำที่กำลังถูกสร้างที่อู่เรือ Sevmash รวมถึงลำที่ห้าเรือดำน้ำ K-572 Perm ที่ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2025 และกำลังอยู่ระหว่างการทดลองเรือในทะเล
อู่เรือ Sevmash อธิบายเรือดำน้ำ Ulyanovsk ในฐานะเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่หกในชุดโครงการการปรับปรุงความทันสมัยที่เสร็จสิ้นขั้นระยะการสร้างในทางเลื่อน slipway(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/borei-k-555-knyaz-pozharskiy.html)

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 อู่เรือ Sevmash ยังได้ทำพิธีวางกระดูกงูเรือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่เก้าเรือดำน้ำ Murmansk ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในเรือดำน้ำหลายลำที่กำลังถูกสร้างที่อู่เรือ Sevmash 
ร่วมกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่เจ็ดเรือดำน้ำ Voronezh และลำที่แปดเรือดำน้ำ Vladivostok ที่มีพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2020 โดยกำลังอยู่ในหลากหลายขั้นระยะการสร้างเรือ

การออกแบบเรือดำน้ำชั้น Yasen-M SSGN มีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็นแบบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์อเนกประสงค์ตามหลักการของกองทัพเรือรัสเซีย ดำเนินการปฏิบัติภารกิจต่างที่ก่อนหน้านี้ทำโดยเรือดำน้ำแบบเก่าหลายชั้นเรือ
ภารกิจหลักต่างๆของเรือดำน้ำชั้น Yasen-M SSGN รวมถึงสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare), สงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), การโจมตีเป้าหมายพื้นดิน และการรวบรวมข่าวกรองต่างๆ

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M มีคุณลักษณะติดตั้งด้วยท่อยิง torpedo หนัก พร้อมแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launch System) ที่สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนของรัสเซียได้ ระบบยิงเหล่านี้มีความเข้ากันได้ร่วมกับอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนตระกูล Kalibr สำหรับภารกิจโจมตีภาคพื้นดินและต่อต้านเรือ เช่นเดียวกับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ P-800 Oniks
ทางการรัสเซียยังได้เผยแพร่ต่อสาธารณะเชื่อมโยงเรือดำน้ำชั้น Yasen-M กับโครงการอาวุธปล่อยนำวิถีความเร็วเหนือเสียงสูงมาก hypersonic แบบ Tsirkon(3M-22 Zircon) แม้ว่าการระบุอาวุธที่ติดตั้งและการบรรทุกอาวุธในปฏิบัติการจะไม่ถูกเปิดเผยโดยปกติ(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/admiral-gorshkov-hypersonic-tsirkon.html)

เรือดำน้ำชั้น Yasen-M เป็นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ทำให้เรือดำน้ำมีระยะเวลายาวนานที่ปฏิบัติกในช่วยระยะเวลาที่ยืดขยายออกไปโดยปราศจากข้อจำกัดต่างๆของเรือดำน้ำพลังงานตามแบบต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/lada-b-586-kronshtadt.html
อู่เรือ Sevmash อ้างว่าเรือดำน้ำชั้น Yasen-M ได้นำมาการออกแบบที่ใช้ระบบขับเคลื่อนที่เงียบกว่า, ระบบตรวจจับ sonar และระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) ต่างๆที่ได้รับการปรับปรุง และรูปแบบตัวเรือที่มีจุดประสงค์เพื่อลดการแพร่สัญญาณเสียงเมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์รุ่นก่อนหน้าของรัสเซีย

ขณะที่เรือดำน้ำ Ulyanovsk ขณะนี้ได้ถูกนำลงน้ำแล้ว ส่วนที่มีความจำเป็นมากที่สุดของโครงการยังคงรออยู่ข้างหน้า งานการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์, การทดลองเรือหน้าท่า, และการทดลองเรือในทะเลจะตัดสินว่าอู่เรือ Sevmash สามารถจะทำได้ตรงตามกำหนดการส่งมอบเรือของตนหรือไม่
เมื่อถูกขึ้นระวางประจำการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-563 Ulyanovsk คาดว่าจะเสริมความแข็งแกร่งแก่กองเรือทะเลเหนือของกองทัพเรือรัสเซียในขีดความสามารถการโจมตีจากใต้ทะเลระยะไกลและการต่อต้านเรือดำน้ำในการเข้าถึงมหาสมุทร Arctic และมหาสมุทร North Atlantic ครับ

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

การทดสอบยิงขีปนาวุธใต้น้ำ SLBM จากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ SSBN ล่าสุดแสดงการป้องปรามทางนิวเคลียร์ในทะเลของจีน

Special Report: Chinese SLBM test underscores sea-based nuclear deterrent capability



China likely launched the SLBM it fired into the Pacific in July 2026 from one of its Type 094 nuclear submarines. (China Military)

ชุดภาพที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีขึ้นตามการทดสอบยิงขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ(SLBM: Submarine-Launched Ballistic Missile) ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 
บ่งชี้ว่าอาวุธที่ถูกใช้ทดสอบยิงเป็นได้ทั้งขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ SLBM แบบ JL-2 หรือ JL-3 ภาพถ่ายยังตั้งข้อสังเกตว่าขีปนาวุธ SLBM อาจจะทำการยิงจากทะเลจีนใต้จากสภาพอากาศที่ปรากฎสอดคล้องกับชุดภาพเหล่านี้

เหตุการณ์เป็นเครื่องหมายถึงการเปิดเผยให้สาธารณชนรับรับเป็นครั้งแรกของการยิงขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์โดยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ(SSBN) ของจีนไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก
และมอบโอกาสที่หาได้ยากของการแสดงให้เห็นถึงศูนย์กลางขีดความสามารถการป้องปรามทางนิวเคลียร์(nuclear deterrent)ในทะเลของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในนครหลวง Beijing

การยิงมีขึ้นในเวลา 1201h ตามเวลานครหลวง Beijing จีนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 เมื่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ SSBN ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนทำการยิงขีปนาวุธ SLBM ที่ติดตั้วหัวรบจำลองไปยิงพื้นที่ตำบลกระสุนตกที่กำหนดไว้ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐบาลจีนหลังจากการยิงไม่นาน รัฐบาลจีนกล่าวว่าขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ SLBM ตกกระทบอย่างแม่นยำในพื้นที่ที่ตั้งใจไว้และอธิบายการยิงในฐานะการฝึกตามวงรอบ

รัฐบาลจีนยังกล่าวว่าประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยรอบได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการยิงเป็นไปตามกฎหมายและหลักปฏิบัติสากล ไม่มีรายละเอียดได้รับเปิดเผยเกี่ยวกับแบบของขีปนาวุธ, พื้นที่การยิง, เรือดำน้ำชั้นที่ทำการยิง หรือจุดที่ขีปนาวุธตกกระทบอย่างชัดเจน
การประเมินต่างๆช่วงแรกของการยิงมุ่งความสนใจที่แถลงการการณ์ที่ออกโดยรัฐบาลญี่ปุ่นและการแจ้งเตือนการเดินเรือที่ออกโดยหน่วยงานปกครองระดับมณฑลของจีน(https://aagth1.blogspot.com/2021/04/type-075-lhd-31-hainan-type-055-type-094.html)

แถลงการณ์ของญี่ปุ่นกล่าวว่าหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น(JCG: Japan Coast Guard) ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าจากจีนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 ว่าพื้นที่อันตรายได้ถูกประกาศทางตอนใต้ของแหลม Shionomisaki
มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าระบบที่ทำการยิงคือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 094 SSBN(NATO กำหนดรหัสชั้นเรือ Jin) ซึ่งเป็นเรือดำน้ำทางยุทธศาสตร์ในประจำการกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนแบบเดียวที่เป็นที่รับทราบต่อสาธารณะ

แม้ว่าเป็นที่เชื่อว่ากำลังพัฒนาและทดสอบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 096 SSBN แบบใหม่ต่อจากเรือดำน้ำชั้น Type 094 SSBN ที่ยังไม่มีหลักฐานเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเรือดำน้ำชั้น Type 096 ถูกนำเข้าประจำการแล้วหรือไม่
เป็นที่ทราบว่ากองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนมีประจำการด้วยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 094 Jin SSBN จำนวน 6ลำ ซึ่งแต่ละลำสามารถบรรทุกขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ SLBM ได้จำนวน 12นัดครับ

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

แคนาดาเลือกเรือดำน้ำ Type 212CD เยอรมนีเป็นผู้ชนะโครงการ CPSP ใหม่ 12ลำ

Canada Selects German Firm to Build 12 Attack Boats for Royal Canadian Navy 



Rendering of the German Thyssenkrupp Marine Systems’ (TKMS) Type 212 CD. Thyssenkrupp Marine Systems Photo



แคนาดาประกาศเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 ว่าตนจะจัดซื้อเรือดำน้ำชั้น Type 212CD จำนวน 12ลำจากบริษัท Thyssenkrupp Marine Systems(TKMS) เยอรมนีภายใต้โครงการเรือดำน้ำลาดตระเวนของแคนาดา CPSP(Canadian Patrol Submarine Project)
ตามการแข่งขันอย่างเข้มข้นกับบริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ยุคอนาคตของกองทัพเรือแคนาดา(RCN: Royal Canadian Navy)(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/tkms-hanwha-ocean-cpsp.html)

"นี่จะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แคนาดาและจะติดตั้งกองทัพเรือแคนาดาด้วยขีดความสามารถต่างๆที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยของชาวแคนาดา" นายกรัฐมนตรีแคนาดา Mark Carney กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์การแข่งขัน
รัฐบาลแคนาดาในนครหลวง Ottawa ได้เลือกเรือดำน้ำชั้น Type 212CD ของ TKMS เยอรมนีในฐานะผู้จัดส่งที่พึ่งปรารถนาสำหรับโครงการเรือดำน้ำ CPSP ชนะ Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีที่เสนอเรือดำน้ำ KSS-III CPS

ทั้งเรือดำน้ำชั้น Type 212CD เยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/type-212cd-4.html) และเรือดำน้ำ KSS-III สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/kss-iii-batch-ii-ss-087-roks-jang-yeong.html
การออกแบบเรือดำน้ำทั้งสองแบบแสดงขีดความการรบใต้น้ำต่างๆที่ทันสมัยที่สุดที่ทั้งสองชาติสามารถพัฒนาได้ เรือดำน้ำทั้งสองชั้นกำลังอยู่ในกระบวนการเข้าประจำการในแนวหน้าในกองทัพเรือชาติผู้สร้างในอีกหลายปีข้างหน้า

เริ่มต้นในปี 2024 โครงการเรือดำน้ำ CPSP ตั้งเป้าที่จะปรับปรุงความทันสมัยและขยายกองเรือดำน้ำของกองทัพเรือแคนาดา ซึ่งปัจจุบันวางกำลังด้วยเรือดำน้ำชั้น Victoria จำนวน 4ลำ ซึ่งเดิมคือเรือดำน้ำชั้น Upholder ยุคสงครามเย็นที่ปลดประจำการจากกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) ในปี 1994
คือเรือดำน้ำ SSK876 HMCS Victoria ที่เข้าประจำการในปี 2000, เรือดำน้ำ SSK877 HMCS Windsor และเรือดำน้ำ SSK878 HMCS Corner Brook ที่เข้าประจำการในปี 2003, และเรือดำน้ำ SSK879 HMCS Chicoutimi ที่เข้าประจำการในปี 2015

สำนักนายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวว่ามีเรือดำน้ำชั้น Victoria เพียงหนึ่งลำเท่านั้นที่ยังคงมีความสมควรเดินทะเล(Seaworthiness) ในการเปรียบเทียบกับโครงการ CPSP ที่มองจะส่งมอบเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า SSK ชั้นเรือใหม่จำนวน 12ลำ
ซึ่งเป็นสามเท่าของกองเรือดำน้ำชั้น Victoria ในปัจจุบันของกองทัพเรือแคนาดา และการพัฒนาพื้นฐานภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของแคนาดาเพื่อที่จะสนับสนุนเรือดำน้ำชั้นใหม่ในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/fincantieri-u212nfs.html)

ตามข้อมูลจากรัฐบาลแคนาดากำหนดเวลาการบรรลุผลสัญญากับบริษัท TKMS เยอรมนีสำหรับโครงการเรือดำน้ำลาดตระเวนของแคนาดา CPSP ควรจะเสร็จสิ้นได้ภายในปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/type-212-nfs.html)
กองทัพเรือแคนาดาต้องการจะได้รับมอบเรือดำน้ำชั้น Type 212CD จำนวน 4ลำแรกของตนภายในปี 2034 อย่างไรก็ตามถ้าการเจราจาไม่ประสบความสำเร็จ รัฐบาลแคนาดากล่าวว่าตนสามารถจากเลือกเรือดำน้ำ KSS-III ของ Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีเหนือ TKMS เยอรมนีได้

เรือดำน้ำลาดตระเวนในอนาคตของกองทัพเรือแคนาดาคาดว่าจะเติมเต็มการบรรทุกภารกิจที่ใหญ่ขึ้นเพื่อต่อต้านภัยคุกคามต่างๆที่ขยายตัวมากขึ้น สำนักนายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวว่า "สมมติฐานต่างๆที่เป็นรูปร่างมาหลายทศวรรษของการป้องกันประเทศและความมั่นคงของแคนาดากำลังถูกพลิกผัน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุให้ภูมิภาค Artic ของเราจะอุ่นขึ้นเกือบสามเท่าเร็วกว่าทั่วโลกโดยเฉลี่ย การเปลี่ยนนั้นทำให้ฝ่ายตรงข้ามต่างๆกำลังมองที่เข้ามาประโยชน์เชิงรุก ในการเพิ่มขึ้นของโลกที่อันตรายและถูกแบ่งแยกนี้ แคนาดาต้องเตรียมตัวที่จะป้องกันตัวเราเองและพันธมิตรต่างๆของเรา" 

นอกเหนือจากพันธกรณีตามธรรมเนียมของตนต่ององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ NATO(North Atlantic Treaty Organization) แคนาดาได้เพิ่มการมองความท้าทายต่างๆที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากอาร์กติกและการแสดงตัวของตนในแปซิฟิกตะวันตก
สำนักนายกรัฐมนตรีแคนาดาเน้นย้ำการเลือกเรือดำน้ำ Type 212CD ว่าเพิ่มขยายการทำงานร่วมกันของแคนาดากับกองทัพเรือเยอรมนี(German Navy, Deutsche Marine) และกองทัพเรือนอร์เวย์(RNoN: Royal Norwegian Navy, Sjøforsvaret) ซึ่งจะประจำการเรือดำน้ำชั้นนี้ในอนาคตได้อย่างไร(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/u212cd.html)

ในการตอบสนองต่อการเลือกเรือดำน้ำชั้น Type 212CD ของรัฐบาลแคนาดา บริษัท Hanwha Ocean กล่าวว่าความพยายามการแข่งขันของตน "ไม่สามารถเอาชนะอุปสรรคที่มาจากความเป็นพันธมิตร NATO ได้"
เพื่อสนับสนุนการแข่งขันโครงการเรือดำน้ำ CPSP ของแคนาดา Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีได้รวมข้อเสนอการผลิตยานเกราะและปืนใหญ่(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k9-112.html) ที่สามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภาคส่วนอื่นๆของแคนาดาได้

กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ยังได้ส่งเรือดำน้ำ KSS-III ลำแรกเรือดำน้ำ SS-083 ROKS Dosan Ahn Chang-ho มาเยือนกองเรือแปซิฟิกของกองทัพเรือแคนาดาในเดือนพฤษภาคม 2026 
ก่อนหน้าการเลือกแบบเพื่อแสดงขีดความสามารถของแบบเรือดำน้ำ KSS-III ระยะทางการเดินเรือระหว่างฐานทัพเรือ Busan สาธารณรัฐเกาหลีมายังฐานทัพเรือ Victoria ยังเป็นการเดินเรือที่ไกลที่สุดของเรือดำน้ำกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีในปัจจุบันนี้ครับ

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

PT PAL จะเริ่มการสร้างเรือดำน้ำ Scorpene ของอินโดนีเซียลำแรกในเดือนกรกฎาคม 2026

PT PAL brings forward steel cutting for Indonesia's Scorpene programme





A PT PAL employee conducts metal fabrication work as the company prepares to begin construction of Indonesia's first Scorpene submarine. (PT PAL)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้เร่งพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียให้เร็วขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/scorpene-2-2-4.html)
PT PAL อินโดนีเซียกล่าวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ว่าการตัดเหล็กแผ่นแรกสำหรับเรือดำน้ำ Scorpène ลำแรกขณะนี้จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2026 จากก่อนหน้าที่ตั้งเป้าหมายในเดือนกันยายน 2026

ไม่มีการให้การระบุวันที่จะทำพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกสำหรับสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)
แต่ PT PAL อินโดนีเซียกล่าวว่าความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความพร้อมของบุคลากรของตนที่จะดำเนินโครงการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

การประกาศมีขึ้นตามการเสร็จสิ้นขั้นระยะการรับรองของโครงการ เหตุการณ์สำคัญดังกล่าวมัวัตถุประสงค์ที่จะยืนยันการรับรองว่าบุคลากรของ PT PAL อินโดนีเซีย
สามารถที่จะทำการผลิตโครงสร้างต่างๆของเรือดำน้ำ Scorpène ที่สอดคล้องกับมาตรฐานต่างๆของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ตามข้อมูลจาก PT PAL อินโดนีเซีย วิศวกรและช่างเทคนิคของอินโดนีเซียกำลังเข้ารับการฝึก ณ สถานที่ของบริษัท Naval Group ในฝรั่งเศสครอบคลุมการเชื่อม, การวิศวกรรมการสร้าง, ระบบเชิงกลต่างๆ, ระบบไฟฟ้าต่างๆ, และการรับประกันคุณภาพ
สัญญาสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียได้ถูกลงนามในเดือนมีนาคม 2024 ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย, รัฐมนตรีกระทรวงกองทัพและทหารผ่านศึกฝรั่งเศส, Naval Group ฝรั่งเศส และ PT PAL อินโดนีเซีย

เรือดำน้ำ Scorpène จำนวน 2ลำจะถูกสร้างในอินโดนีเซียที่สถานที่สร้างเรือดำน้ำเฉพาะของ PT PAL โดยการสนับสนุนการถ่ายทอดวิทยาการจาก Naval Group ฝรั่งเศสผู้สร้างเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)
เรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียมีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำ Evolved Scorpène ของบริษัท Naval Group ซึ่งมีการนำวิทยาการ lithium-ion battery มาใช้แทนที่ระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) รุ่นก่อนหน้า

แบบเรือดำน้ำ Evolved Scorpène มีระวางขับน้ำขณะดำลงใต้น้ำที่ราว 2,000tonnes, ความยาวเรือรวมที่ประมาณ 70m และมีกำลังพลประจำเรือที่ราว 40นาย ระบบอาวุธติดตั้งด้วยท่อยิงขนาด 533mm จำนวนหกท่อยิง
สามารถทำการยิง Torpedo หนัก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/orka-torpedo-f21-mk-2.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ และจะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ SUBTICS ของ Naval Group ฝรั่งเศสครับ

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2026 ล่าสุดเปิดเผยโครงการเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กของกองทัพเรือพม่า

Vessel seen at Myanmar dockyard points to operational coastal submarine programme
Satellite imagery shows a patrol craft and an unidentified submarine ashore at Sinmailik Naval Dockyard in Myanmar. (Map data: Google, © 2026 CNES / Airbus/© 2026 Janes)




The submarine's dimensions are significantly smaller than the Myanmar Navy's ex-Indian Kilo-class boat and the Type 035B submarine transferred from China. (Map data: Google, © 2026 CNES / Airbus)

ภาพถ่ายดาวเทียมที่วิเคราะห์โดย Janes ได้มอบการบ่งชี้ที่แข็งแรงที่สุดที่เคยมีว่าโครงการเรือดำน้ำใกล้ฝั่ง(coastal-submarine) ที่ถูกปกปิดของกองทัพเรือพม่า(Myanmar Navy, Tatmadaw Yay)
ที่ถูกระบุการพบครั้งแรกในปี 2024 ยังคงอยู่ในประจำการและใช้ปฏิบัติงาน ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกภาพในเดือนมีนาคม 2026 แต่เพิ่งสามารถเข้าถึงได้เมื่อเร็วๆนี้

แสดงภาพถึงเรือดำน้ำขนาดเล็กถูกจอดบนบกในสิ่งที่ปรากฏว่าจะเป็นอู่แห้งยกเรือลงน้ำ syncrolift ณ อู่ทหารเรือ Sinmalaik Naval Dockyard กองทัพเรือพม่าใน Thanlyin
ตั้งข้อสังเกตุว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กลำนี้กำลังได้รับการซ่อมบำรุงหรือซ่อมทำอยู่(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/ums-king-thalun.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/12/ums-king-thalun.html)

บนพื้นฐานของการทำการวัดขนาดจากภาพถ่ายดาวเทียม เรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กของกองทัพเรือพม่าถูกประเมินว่าจะมีความยาวเรือราว 37m และมีคุณลักษณะรูปแบบหางเรือทรงเครื่องหมายบวก
คุณลักษณะต่างๆเหล่านี้ตรงกับคุณลักษณะต่างๆของเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กที่พบในแม่น้ำ Yangon ในภาพถ่ายดาวเทียมที่จับภาพได้ในเดือนเมษายน 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/5.html)

ในภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กถูกตั้งอยู่ด้านหน้าร่วมกับเรือคอร์เวตปราบเรือดำน้ำชั้น Yan Nyein Aung ขนาด 63m ในในอู่แห้ง syncrolift โดยปรากฏว่าเรือทั้งสองลำกำลังได้รับการซ่อมบำรุงหรือซ่อมทำ
Janes ประเมินว่าการพบเห็นบ่งชี้ว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งของกองทัพเรือพม่าลำนี้ไม่ได้เป็นระบบสาธิตทางวิทยาการ, ระบบเพื่อการประเมินค่า, หรือเรือที่ถูกยืมมาสำหรับการสร้างความคุ้นเคย

ตรงกันข้ามการที่เรือดำน้ำขนาดเล็กลำนี้ปรากฎตัวที่สถานที่ซ่อมบำรุงของอู่ทหารเรือพม่าตั้งข้อสังเกตว่าเรือกำลังอยู่ในประจำการภายในโครงสร้างกำลังรบของกองทัพเรือพม่า
หมายความว่าอย่างน้อยเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กลำนี้ได้ถูกใช้งานในการปฏิบัติการและการสนับสนุนสถาบันการฝึกศึกษาของกองทัพเรือพม่าในระดับหนึ่ง(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/sea-shield-2022.html)

มิติขนาดของเรือดำน้ำใกล้ฝั่งมีขนาดเล็กกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำตามแบบสองลำของกองทัพเรือพม่าคือ เรือดำน้ำ UMS Minye Theinkhathu (71) ที่เดิมคือเรือดำน้ำชั้น Sindhughosh(Project 877EKM Kilo รัสเซียรุ่นส่งออก) 
ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) ซึ่งมีความยาวเรือราว 72.6m(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/ums-minye-theinkhathu-73.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/12/kilo-ums-minye-theinkhathu.html)

และเรือดำน้ำ UMS Minye Kyaw Htin (72) ซึ่งเดิมคือเรือดำน้ำชั้น Type 035B (NATO กำหนดรหัสชั้นเรือ Ming) ที่เคยประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ที่จีนส่งมอบให้กองทัพเรือพม่า
ซึ่งมีความยาวเรือราว 76m(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/type-035-ums-minye-kyaw-htin.html) ที่ถูกพบว่าจอดในท่าเทียบเรือสองแห่งของฐานทัพเรือ Yangon ในแม่น้ำ Yangon ใน Thanlyin พร้อมกับเรือลำอื่นๆของกองทัพเรือพม่า

มิติขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดของเรือดำน้ำใกล้ฝั่งของกองทัพพม่าตั้งข้อสังเกตว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งถูกออกแบบสำหรับภารกิจการปฏิบัติการที่แตกต่างจากเรือดำน้ำชั้น Kilo และเรือดำน้ำชั้น Type 035B
Janes ประเมินว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งน่าจะถูกวางกำลังโดยกองทัพเรือพม่าสำหรับภารกิจการตรวจการณ์แบบปกปิดอำพราง, การส่งหน่วยรบพิเศษแทรกซึมเข้าพื้นที่, การรวบรวมข่าวกรอง, และการฝึกต่างๆครับ

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Saab สวีเดนรับสัญญาจัดหาเรือดำน้ำ A26 แก่โปแลนด์ 3ลำ

Saab receives order for three submarines for Poland





Concept image of Poland's future Orka (A26)-class submarine. (Saab, Polish Armaments Agency)




บริษัท Saab สวีเดนได้รับการลงนามสัญญากับสำนักงานยุทโธปกรณ์โปแลนด์(Polish Armaments Agency) โปแลนด์และได้รับคำสั่งสำหรับการผลิตและส่งมอบเรือดำน้ำชั้น A26 จำนวน 3ลำ
พิธีลงนามสัญญาได้มีขึ้น ณ ฐานทัพเรือของกองทัพเรือโปแลนด์(Polish Navy, Marynarka Wojenna) ใน Gdynia เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 บริษัท Saab และสำนักงานยุทโธปกรณ์โปแลนด์ประกาศในวันเดียวกัน

การลงนามสัญญาสำหรับการจัดหาเรือดำน้ำชั้น A26 จำนวน 3ลำของกองทัพเรือโปแลนด์ได้รับการลงนามโดยรองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Władysław Kosiniak-Kamysz
และหุ้นส่วนของเขารัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน Pål Jonson โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานของรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของทั้งสองประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/a26-orka-3.html)

ภายใต้โครงการเรือดำน้ำ Orka หรือเรือดำน้ำแบบใหม่ OPNT(Okręt Podwodny Nowego Typu, New Submarine Type) สัญญายังครอบคลุมชุดระบบอาวุธและชุดการฝึกและการสนับสนุน คำสั่งจัดหามีมูลค่าที่วงเงินประมาณ 47 billion Swedish Krona($4.8 billion)
ตามการเลือกแบบในเดือนพฤศจิกายน 2025 Saab สวีเดนจะส่งมอบเรือดำน้ำชั้น A26 ลำแรกแก่กองทัพเรือโปแลนด์ในช่วงปี 2031-2032 และส่งมอบอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดการส่งมอบเรือดำน้ำ A26 ลำสุดท้ายของโปแลนด์อยู่ในระหว่างปี 2038

เรือดำน้ำ A26 ที่สร้างอู่เรือของบริษัท Saab Kockums สวีเดนได้ถูกออกแบบเพื่อให้ตรงความต้องการสถานะการปฏิบัติการของทะเล Baltic และทางวิศวกรรมโดยเฉพาะเพื่อปฏิบัติการในสถานะที่เงียบโดยสมบูรณ์และยังคงไม่สามารถถูกตรวจจับได้
เรือดำน้ำ A26 มีส่วนส่งเสริมอย่างมีนัยสำคัญต่อการปฏิบัติหลากหลายมิติ(Multi Domain Operations) ทางเรือต่างๆผ่านเสรีภาพในการเคลื่อนที่ของเรือ, การตรวจจับได้ยาก stealth และขีดความสามารถข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ต่างๆ

"เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่โปแลนด์ได้เลือกเรือดำน้ำของ Saab สวีเดนเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถการป้องกันประเทศของตนและเสริมความแข็งแกร่งความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองชาติของเรา
เรือดำน้ำ A26 สามลำตรงต่อความต้องการการป้องกันประเทศในปัจจุบันและอนาคตของโปแลนด์และจะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขยายความมั่นคงในภูมิภาคทะเล Baltic" ประธานและผู้อำนวยการบริหาร Saab สวีเดน Micael Johansson กล่าว

เพื่อสนับสนุนสัญญาและการปฏิบัติการเรือดำน้ำ A26 ของกองทัพเรือโปแลนด์ Saab สวีเดนมีความุ่งมั่นที่จะจัดตั้งขีดความสามารถการซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมทำใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) ในโปแลนด์
ในความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรมของโปแลนด์ ด้วยเหตุนี้นี่จึงเป็นการสนับสนุนความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของโปแลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/saab-fmv-a26-blekinge.html)

โปแลนด์ยังได้ลงนามสัญญาแยกออกไปต่างหากมูลค่าวงเงิน 1.9 billion Swedish Krona สำหรับข้อตกลงการเช่าเรือดำน้ำชั้นเรือดำน้ำชั้น A17 Södermanland จำนวน 1ลำ(เรือดำน้ำชั้น A17 Västergötland เดิม 4ลำ สองลำถูกขายต่อให้สิงคโปร์ในชื่อเรือดำน้ำชั้น Archer)
เรือดำน้ำ HMS Södermanland จะถูกส่งมอบเพื่อเข้าประจำการในกองทัพเรือโปแลนด์ในปี 2027 ในฐานะมาตรการอุดช่องว่างจนกว่าจะได้รับมอบเรือดำน้ำ A26 ลำแรก(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/saab-gotland-hswms-halland-mlu.html)(อีกลำคือเรือดำน้ำ Östergötland ถูกปลดประจำการในปี 2021)

ในการประกาศเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026  รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน Jonson กล่าวว่า "สวีเดนยังมีความมุ่งมั่นที่จะมอบการสนับสนุนสำหรับโครงการเรือดำน้ำแบบใหม่(NTS: New Type Submarine) ระหว่างประมาณปี 2027-2038
โดยมีความเป็นไปได้ที่จะขยายระยะเวลา ท่ามกลางสิ่งต่างๆเหล่านี้การสนับสนุนรวมถึงการมีส่วนร่วมของโปแลนด์ในกิจกรรมการทดสอบและทดลองเรือดำน้้ำ A26 เรือดำน้ำ HMS Blekinge และเรือดำน้ำ HMS Skåne"

กองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen) กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาเรือดำน้ำชั้น A26 Blekinge จำนวน 2ลำ เรือดำน้ำ HMS Blekinge และเรือดำน้ำ HMS Skåne ที่มีกำหนดจะส่งมอบในปี 2031 และปี 2035 ตามลำดับ 
ขณะที่โครงการ Orka มีจุดประสงค์ที่จะทดแทนเรือดำน้ำชั้น Project 877E(NATO กำหนดรหัสชั้น Kilo) ที่มีลำเดียวของกองทัพเรือโปแลนด์ เรือดำน้ำ ORP Orzeł(291) ที่มีอายุการใช้งานมานานโดยเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1986 และคาดว่าอาจจะไม่มีความสมควรเดินทะเล(Seaworthiness) แล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียมองจะบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีสำหรับเรือดำน้ำ Scorpene ที่จะจัดหาเพิ่ม 2ลำจากที่สั่งแล้ว 2ลำรวม 4ลำ

Indonesia eyes missile integration for follow-on Scorpene submarines





A Naval Group Scorpene submarine model on display on Naval Group's stand during Euronaval 2024, LAAD 2025, and Indo Defence 2025. (Naval Group, Dimitar Dilkoff / NurPhoto via Getty Images)

เรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่ที่คาดหวังไว้ในอนาคตของอินโดนีเซียอาจจะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบสำหรับขีดความสามารถการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีจากท่อยิง torpedo ตั้งแต่เริ่มต้น
ได้รับการสนับสนุนโดยการขยายขีดความสามารถการบูรณาการะบบเรือดำน้ำต่างๆของ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

การพูดคุยกับ Janes ระหว่างการให้สัมภาษณ์ล่าสุดในมหานคร Surabaya ผู้อำนวยการบริหารของ PT PAL อินโดนีเซีย Kaharuddin Djenod กล่าวว่านี่จะทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียใน Jakarta
มีตัวเลือกในการบูรณาการการใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีเข้ากับการสร้างและรูปแบบพื้นฐานของเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำต่อๆไปที่จะถูกสั่งจัดหาตามมาแทนที่จะเก็บมันไว้ในฐานะขีดความสามารถแฝงหรือเลื่อนออกไปก่อน

ขีดความสามารถดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตระกูลเรือดำน้ำ Scorpène ซึ่งได้รับการออกแบบมายาวนานที่จะวางกำลังใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ได้
อย่างเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากใต้น้ำ MBDA Exocet SM39(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/exocet-scorpene-kasturi-lekiu.html) เพิ่มเติมจาก torpedo หนักขนาด 533mm

อย่างไรก็ตามโครงการส่งออกต่างๆในปัจจุบันและในอดีตที่ผ่านมารวมถึงสัญญาเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) 
ไม่ได้รวมการบูรณาการและการรับรองอย่างเต็มรูปแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ใต้น้ำไว้ในสัญญาพื้นฐานเสมอไป(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ใต้ฉากหลังนี้ความเห็นของ Djenod ได้ตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียอาจจะมองที่จะสร้างความมั่นใจว่าเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่จะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีอย่างเต็มรูปแบบ
เข้ากับสถาปัตยกรรมระบบการรบตั้งแต่ต้น รวมถึงระบบควบคุมการยิง, ชุดคำสั่ง software, และงานการรับรองที่จำเป็น Djenod กล่าวว่าขีดความสามารถการบูรณาการระบบต่างๆที่เติบโตขึ้นของ PT PAL อินโดนีเซียจะสนับสนุนการเข้าถึงนี้

PT PAL อินโดนีเซียได้สร้างความคืบหน้าการขยายบทบาทของตนในการบูรณาการระบบการรบ รวมถึงงานที่จะนำระบบ torpedo เบาพัฒนาในประเทศมาใช้งานกับระบบเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/pt-pal-ksot.html)
สร้างบนพื้นฐานของขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้ PT PAL อินโดนีเซียคาดที่จะเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติมของขีดความสามารถการบูรณาการต่างๆของตนภายใต้โครงการเรือดำน้ำต่างๆในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/type-039a-3.html)

ทำให้สร้างความเป็นไปได้ในความต้องการต่างๆในการบูรณาการระบบอาวุธที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นที่จะได้รับการดำเนินการภายในอินโดนีเซีย นี่จะทำให้เรือดำน้ำต่างๆในอนาคตสามารถที่จะวางกำลังด้วยขีดความสามารถต่างๆดังกล่าว
เมื่อถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรืออินโดนีเซีย มากกว่าที่จะต้องพึ่งพาการปรับปรุงต่างๆที่จะตามมาภายหลังหรือการตัดสินใจต่างๆต่อการจัดซื้อจัดจ้างระบบอาวุธต่างๆแยกออกไปต่างหาก Djenod เสริมครับ

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

PT PAL อินโดนีเซียได้รับสัญญาจัดหาเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT

PT PAL secures contract for KSOT autonomous submarine





Indonesia's prototype KSOT submarine, seen here during its sea trials. (PT PAL)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียสำหรับเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT(Kapal Selam Otonom) ที่ไม่เปิดเผยจำนวน
ผู้อำนวยการบริหารของ PT PAL อินโดนีเซีย Kaharuddin Djenod กล่าวกับ Janes เปิดเผยถึงสัญญาระหว่างการใหก้สัมภาษณ์ล่าสุด ณ ที่ตั้งของบริษัทในมหานคร Surabaya อินโดนีเซีย

ความเห็นของ Djenod เป็นเครื่องหมายถึงการยืนยันครั้งแรกว่าโครงการเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT ได้ผ่านขั้นระยะต้นแบบและการสาธิตเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อประเมินค่าแล้ว
รายละเอียดต่างๆยังคงมีจำกัด แต่ Djenod กล่าวว่ารุ่นที่ได้รับสัญญาจะมีขนาดใหญ่อย่างมีนัยสำคัญกว่าต้นแบบที่สาธิตในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/torpedo-ksot.html)

และรุ่นที่ได้รับสัญญาจัดหาจะสามารถบรรทุก torpedo เบาได้ 8นัด รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาและเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT รุ่นที่จะถูกส่งมอบจะถูกเปิดเผยในเดือนตุลาคม 2026
ที่สอดคล้องกับการจัดงานในโอกาสครบรอบ 81ปีการก่อตั้งกองทัพอินโดนีเซีย(Indonesian Armed Forces, TNI: Tentara Nasional Indonesia) Djenod กล่าว

โครงการเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT ของอินโดนีเซียได้ถูกเปิดเผยโดย PT PAL อินโดนีเซีย ณ นิทรรศการและการประชุมการป้องกันประเทศ Indo Defence 2022 ที่จัดขึ้นในนครหลวง Jakarta ระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2022 
ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามต่างๆที่พัฒนาขีดความสามารถสงครามใต้น้ำภายในประเทศของอินโดนีเซีย แนวคิดต่างๆช่วงแรกมีศูนย์กลางที่ระบบทำงานด้วยปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) ที่ออกแบบเพื่อภารกิจต่างๆ

รวมถึงการตรวจการณ์, การลาดตระเวน, และการโจมตี ขณะที่ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล ระบบได้รับการวางกรอบตั้งแต่นั้นในฐานะขีดความสามารถสงครามอสมมาตรใต้น้ำ(underwater-based asymmetric warfare)
ที่ทำให้กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) สามารถที่จะโจมตีเหล่าศัตรูที่มีขนาดใหญ่กว่าด้วยระบบที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่มีขีดความสามารถการใช้ torpedo จากระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม(stand-off)

ในรุ่นต้นแบบสาธิตเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT มีขนาดความยาวที่ราว 15m มีระวางขับน้ำที่ประมาณ 37tonnes ได้ถูกใช้ในการทดลองเรือล่าสุดต่างๆ รวมถึงการยิง torpedo ที่ดำเนินการในสถานที่ของกองทัพเรืออินโดนีเซียใน Surabaya ในเดือนตุลาคม 2025
การสาธิตดังกล่าวได้มีการยิง torpedo เบาจากสิ่งที่น่าจะเป็นท่อยิงติดภายนอกตัวเรือดำน้ำไร้คนขับ Djenod กล่าวว่า PT PAL อินโดนีเซียยังคาดว่าจะได้รับสัญญาแยกต่างหากสำหรับการพัฒนา torpedo เบาแบบ Piranha ที่พัฒนาในประเทศด้วยครับ