แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Turkey แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Turkey แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569

Bell สหรัฐฯเริ่มการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ไนจีเรียเครื่องแรกจาก 12เครื่อง

Bell begins Viper build for Nigeria





A NAF delegation attended the commencement of production of the first of 12 AH-1Z Viper attack helicopters for the service. (Bell)

บริษัท Bell สหรัฐฯได้เริ่มต้นการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper เครื่องแรกจากจำนวน 12เครื่องสำหรับกองทัพอากาศไนจีเรีย(NAF: Nigerian Air Force) ณ ศูนย์ประกอบอากาศยาน Amarillo Assembly Center ในมลรัฐ Texas
บริษัท Textron สหรัฐฯประกาศเหตุการสำคัญนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 เป็นเวลา 2ปี 6เเดือนหลังจากตนได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ(ปัจจุบันกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ)ในเดือนมีนาคม 2024

เพื่อที่จะสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จำนวน 12เครื่องสำหรับไนจีเรียประเทศในแอฟริกาตะวันตก การประกาศการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) มีมูลค่าที่วงเงิน $455 million
ขณะที่หลากหลายโครงการของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ของไนจีเรียที่รวมถึงสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, อะไหล่ต่างๆ, อาวุธต่างๆ, การฝึก และการสนับสนุนมีมูลค่ารวมที่วงเงิน $997 million

"เฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จะมีบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและการต่อต้านการก่อความไม่สงบต่างๆของเรา และเพิ่มขยายความสามารถของเราที่จะปกป้องพลเมืองของไนจีเรีย" 
โฆษกกองทัพอากาศไนจีเรีย พลอากาศจัตวา Ehimen Ejodame ระหว่างพิธีลงลายมือในโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ใน Amarillo การผลิตเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z จะเสร็จสิ้นในต้นปี 2029 บริษัท Bell กล่าว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ยืนยันการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper แก่ไนจีเรีย โดยการแจ้งสัญญาที่เกี่ยวข้องได้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ah-1z.html)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายแก่ไนจีเรียในปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/ah-1z.html) ตามเอกสารแจ้งของสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z ที่สร้างโดยสหรัฐฯจะเข้าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Turkish Aerospace(TA) T129 ATAK จำนวน 6เครื่องที่สร้างโดยตุรกีในประจำการกองทัพอากาศไนจีเรีย
กองทัพอากาศไนจีเรียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี T129 ATAK จากตุรกีในปี 2023 โดยยังมีรายงานในสื่อตุรกีว่าไนจีเรียอาจจะจัดหาเพิ่มเติมอีก 6เครื่องรวม 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/t129b-atak.html)

กองทัพอากาศไนจีเรียยังมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป AgustaWestland AW109 อิตาลีจำนวน 10เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-24/Mi-35 (NATO กำหนดรหัส 'Hind') รัสเซียจำนวน 14เครื่อง 
กองทัพบกไนจีเรีย(Nigerian Army) มีกำหนดจะได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ MD Helicopters(MDH) MD 530F Cayuse Warrior Plus(CWP) สหรัฐฯจำนวน 12เครื่อง จากแผนที่จะจัดหารวม 32เครื่องด้วยครับ

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569

FNSS ตุรกีเสร็จสิ้นการทดสอบก่อนส่งมอบรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC คันแรกสำหรับอินโดนีเซีย

FNSS completes pre-delivery tests of first Kaplan APC for Indonesia



A Kaplan APC (Harimau APC) for Indonesia in Türkiye. (FNSS)

บริษัท FNSS ตุรกีผู้ผลิตยานเกราะได้เสร็จสิ้นการทดสอบตรวจรับก่อนการส่งมอบของรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC(Armoured Personnel Carrier) ก่อนหน้าการส่งมอบแก่อินโดนีเซียสำหรับการทดสอบโดยผู้ใช้งานขั้นสุดท้าย
FNSS ตุรกีได้ประกาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ว่าการทดสอบต่างๆได้รับการดำเนินการในตุรกีโดยการมีส่วนร่วมจาก PT Pindad รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอินโดนีเซีย

รถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC เป็นที่รู้จักในอินโดนีเซียในชื่อรถสายพานลำเลียงพล Harimau APC(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/harimau-apc-2026.html) ได้รับการพัฒนาภายใต้ข้อตกลงการผลิต
ระหว่าง FNSS ตุรกีและ PT Pindad อินโดนีเซียในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อให้ตรงความต้องการของกองทัพบกอินโดนีเซีย(Indonesian Army, TNI-AD: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Darat) สำหรับรถสายพานลำเลียงพล APC ขนาด 30-tonne

ตามข้อมูลจากบริษัท FNSS รถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC มีกำหนดที่จะถูกขนส่งไปยังอินโดนีเซียแล้ว ที่ซึ่งการทดสอบการตรวจรับขั้นสุดท้ายจะได้รับการดำเนินการกับผู้ใช้งานปลายทาง
"กิจกรรมการผลิตต่างๆของรถคันที่สองจะถูกผลิตขึ้น ณ สถานที่ประกอบการต่างๆของ PT Pindad ในอินโดนีเซีย และยังกำลังเดินหน้าต่อเนื่องในเวลาเดียวกัน" บริษัท FNSS ตุรกีเสริม

การประกาศมีขึ้นตามข้อตกลงที่ได้รับการลงนามโดย FNSS ตุรกีและ PT Pindad อินโดนีเซียในปี 2024 ที่จะมีความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาและผลิตรถสายพานลำเลียงพล APC สำหรับกองทัพบกอินโดนีเซีย
โครงการรถสายพานลำเลียงพล Harimau APC รวมถึงการถ่ายทอดวิทยาการจาก FNSS ตุรกีแก่ PT Pindad อินโดนีเซียเพื่อสนับสนุนการผลิตรถเกราะภายในประเทศในอินโดนีเซีย

โครงการรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC สร้างขึ้นบนพื้นฐานความเป็นหุ้นส่วน FNSS-PT Pindad ตุรกี-อินโดนีเซียที่ถูกจัดตั้งขึ้นผ่านโครงการรถถังขนาดกลาง Harimau
โครงการรถถังขนาดกลาง Harimau ที่เริ่มต้นในปี 2014 มีส่วนร่วมของการถ่ายทอดวิทยาการจาก FNSS ตุรกี และนำไปสู่การผลิตรถถังขนาดกลาง Harimau ในอินโดนีเซียโดย PT Pindad

อินโดนีเซียได้สั่งจัดหารถถังขนาดกลาง Harimau จำนวน 18คันในปี 2019 โดยได้รับมอบมอบรถชุดแรกจำนวน 10คันในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/pt-pindad-harimau.html) และที่เหลืออีก 8คันในเดือนตุลาคม 2024
รถถังขนาดกลาง Harimau ชุดแรกถูกส่งมอบโดยบริษัท FNSS ในรูปแบบกึ่งประกอบสำเร็จสำหรับการประกอบขั้นสุดท้ายโดย PT Pindad อินโดนีเซีย ขณะที่รถถังขนาดกลาง Harimau ชุดที่สองถูกผลิตในอินโดนีเซีย

รถสายพานลำเลียงพล Harimau APC ที่แบ่งปันส่วนรถแคร่ฐาน(chassis) เดียวกับรถถังขนาดกลาง Harimau จะสืบทอดคุณลักษณะหลักส่วนใหญ่ แต่จะแทนที่ระบบป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill Defence C3105 ที่มีพลประจำภายในป้อมปืน 2นาย ติดตั้งปืนใหญ่รถถังแรงดันสูง Cockerill 105mm และยังติดตั้งด้วยปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62mm 
ด้วยการติดตั้งป้อมปืน remote(RCWS: Remote-Controlled Weapon Station) พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7 และระบบตรวจจับ electro-optical ต่างๆ รถสายพานลำเลียงพล Harimau APC สามารถบรรทุกทหารไปกับรถได้ 13นาย รวมถึงพลประจำรถ 3นายคือพลยิง, พลขับ และผู้บังคับการรถครับ

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สามและลำสุดท้ายของมาเลเซีย KD Tunku Osman Jewa

Türkiye launches Malaysia's final LMS Batch 2 vessel



Tunku Osman Jewa , the third and final corvette of the Littoral Mission Ship Batch 2 (LMS Batch-2) programme for the Royal Malaysian Navy, seen here being launched at Istanbul Shipyard on 9 August 2026. (STM)



บริษัท STM ตุรกีได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Tunku Osman Jewa หมายเลขเรือ 143 ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการ ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 บริษัท STM ประกาศในวันเดียวกัน

บริษัท STM ตุรกีกล่าวว่าเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ทั้งสามลำได้ถูกปล่อยเรือลงน้ำในช่วงระยะเวลาสี่เดือน ลำแรก เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026
(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lms-batch-2-kd-tunku-laksamana-abdul.html) และลำที่สอง เรือคอร์เวต KD Raja Laut หมายเลขเรือ 142 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/lms-batch-2-kd-raja-laut.html)

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำกำลังได้รับการสร้างโดยบริษัท STM ภายใต้ข้อตกลงระดับรัฐต่อรัฐ(G-to-G: government-to-government) ระหว่างมาเลเซียและตุรกี
โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html) เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance) สำหรับการจัดหาเรือจำนวน 3ลำ

บริษัท STM อธิบายโครงการนี้ในฐานะการส่งออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ลูกค้าในเอเชีย-แปซิฟิก พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul ในเดือนธันวาคม 2024 
ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html) ถูกออกแบบสำหรับความต้องการของกองทัพเรือมาเลเซียโดยมีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy)

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) 
ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots มีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้ 

ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ
มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence) ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94 million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี

สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน 16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html)
แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท ROKETSAN ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ที่จะถูกส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียได้ครบทั้ง 3ลำภายในปี 2027 ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

โรมาเนียขึ้นระวางประจำการเรือคอร์เวตชั้น Hisar ตุรกี Contraamiral August Roman ใหม่

Romania commissions new corvette





The Romanian Naval Forces corvette Contraamiral August Roman (261), was commissioned in June 2026. (Romanian Naval Forces/ASFAT)





กองทัพเรือโรมาเนีย(Romanian Naval Forces) ได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือคอร์เวต Contraamiral August Roman หมายเลขเรือ 261 ใหม่ของตนเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2026
ที่เดิมถูกสร้างสำหรับกองทัพเรือตุรกี(Turkish Naval Forces) โดยบริษัท ASFAT ตุรกีที่อู่เรือ Istanbul Naval Shipyard ในฐานะเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Hisar(OPV: Offshore Patrol Vessel) ลำแรก เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P-1220 TCG Akhisar

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P-1220 TCG Akhisar ได้ถูกขายให้แก่โรมาเนียก่อนที่เรือจะเข้าประจำการในกองทัพเรือตุรกี(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/istanbul.html)
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Hisar ลำที่สอง เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P-1221 TCG Koçhisar ได้ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือตุรกีในฐานะเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Hisar ลำแรกแทน

เรือคอร์เวต Contraamiral August Roman (261) ได้ถูกจัดหาโดยโรมาเนียเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025 ในสัญญาวงเงิน 223 million Euros($261 million)(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/istanbul-2.html) 
แสดงถึงการส่งมอบเรือรบแบบแรกที่สร้างโดยตุรกีแก่ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป(EU: European Union) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ NATO(North Atlantic Treaty Organization)

ภารกิจหลักต่างๆของเรือคอร์เวต Contraamiral August Roman รวมถึงการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) และการปฏิบัติการพิเศษทางทะเลต่างๆ
รูปแบบระบบอาวุธและระบบตรวจจับต่างๆในขั้นสุดท้ายของเรือคอร์เวตเป็นประเด็นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่เรือได้รับการสร้างในรูปแบบ 'พร้อมสำหรับแต่ยังไม่ได้ติด'(for but not with) กับระบบต่างๆที่หลากหลาย

อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุด เรือคอร์เวต Contraamiral August Roman ของโรมาเนีย และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Hisar ของตุรกีจะมีการติดตั้งอุปกรณ์และอาวุธต่างๆที่คาดว่าจะแตกต่างกัน
กองทัพเรือโรมาเนียกล่าวในเดือนมิถุนายน 2026 ว่าพวกตนจะใช้จ่ายงบประมาณวงเงิน 42 million Euros ในครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อจัดหาระบบอาวุธต่างๆเพิ่มเติมสำหรับเรือคอร์เวตใหม่ของตน

กองทัพเรือโรมาเนียยังกล่าวว่าตนมีความตั้งใจที่จะติดตั้งเรือคอร์เวต Contraamiral August Roman ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) นอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html)
ตามที่การจัดซื้อจัดจ้างเรือคอร์เวตได้รับงบประมาณผ่านโครงการสนับสนุนทางการเงินการดำเนินการด้านความมั่นคง(SAFE: Security Action for Europe) ของสหภาพยุโรป EU

ล่าสุดเรือคอร์เวต Contraamiral August Roman ได้ออกเดินทางจากมหานคร Istanbul ตุรกีโดยมีรัฐมนตรีกลาโหมโรมาเนีย Radu Miruță โดยสารมากับเรือหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอด NATO summit 2026 ในนครหลวง Ankara ตุรกี
โดยเดินทางมาถึงท่าเรือนคร Constanța ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือหลักของกองทัพเรือโรมาเนียเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 ซึ่งถือเป็นเรือคอร์เวตสร้างใหม่ที่เข้าประจำการในกองทัพเรือโรมาเนียในรอบ 35ปีครับ

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียมองจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ ANKA-S UAV ตุรกีเพิ่มเติม

Malaysia seeks additional Anka UAVs







The Royal Malaysian Air Force (RMAF) has started operations with its new Turkish Aerospace Industries ANKA-S unmanned aerial vehicles (UAVs). (Royal Malaysian Air Force)



กระทรวงกลาโหมมาเลเซียได้ยืนยันต่อ Janes ถึงแผนที่จะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ Turkish Aerospace Anka-S(นก Phoenix ในภาษาตุรกี) UAV(Unmanned Aerial Vehicle) ตุรกีเพิ่มเติม
หลังจากเริ่มต้นการปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกที่ประกอบด้วยตัวอากาศยาน(air vehicle) จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/anka-uav-3.html)

โฆษกกระทรวงกลาโหมมาเลเซียกล่าวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ว่ากระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะเริ่มต้นโครงการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 เร็วๆนี้แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
การจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้จำนวนอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ณ พิธีตรวจรับสำหรับอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จำนวน 3เครื่องแรกที่ฐานทัพอากาศ Labuan ในทางตะวันออกของมาเลเซียเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin กล่าวว่า
Anka-S UAV จำนวนเพิ่มเติมจะ "เสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ต่างๆของมาเลเซีย โดยเฉพาะเหนือทะเลจีนใต้"

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin เสริมว่าข้อเสนอการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 จะถูกยื่นเรื่องภายใต้กรอบการทำงานแผนการพัฒนาแห่งชาติปัจจุบัน ตามที่สื่อของรัฐบาลมาเลเซียรายงาน
อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกได้ถูกนำเข้าประจำการในฝูงบินที่11(No 11 Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Labuan โดยกำหนดแบบในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซียเป็นอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV

กองทัพอากาศมาเลเซียกล่าวว่าอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV จะสนับสนุน "การเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทางยุธศาสตร์ต่างๆในน่านน้ำต่างๆของประเทศ โดยเฉพาะในรัฐ Sabah และรัฐ Sarawak"
ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ถูกส่งมอบมายังฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่ต้นปี 2026(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/anka-uav-3.html)

บริษัท Turkish Aerospace ตุรกีได้เริ่มต้นการบินทดสอบต่างๆของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จากฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2026 ในฐานะส่วนหนึ่งของการเตรียมการส่งมอบแก่กองทัพอากาศมาเลเซีย
Anka เป็นอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE UAV: Medium-Altitude, Long-Endurance Unmanned Aerial Vehicle) ที่พัฒนาโดย Turkish Aerospace ตุรกี

ระบบอากาศยานไร้คนขับ Anka มีความเร็วระดับสูงสุดที่ 140knots, น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 1,700kg, รัศมีการปฏิบัติการที่ 135nmi และทำการบินได้นาน 30ชั่วโมง
ในรูปแบบ Anka-S ได้รวมถึงการติดตั้งระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม SATCOM(Satellite Communication), การสื่อสารเข้ารหัส, และระบบตรวจจับ EO/IR(Electro-Optic/Infrared) ตามข้อมูลจาก Janes ครับ

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองของมาเลเซีย KD Raja Laut

STM Launches Second Vessel of Malaysia’s LMS Batch II Project in Istanbul







The second vessel of the LMS Batch 2 project of the Royal Malaysian Navy, Raja Laut, seen here at its launch ceremony. (Malaysia Ministry of Defence)



บริษัท STM ตุรกีได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ลำที่สองจากทั้งหมดสามลำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Raja Laut หมายเลขเรือ 142 ได้ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการ ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard ในตุรกีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026

พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำที่สอง เรือคอร์เวต KD Raja Laut มีขึ้นตามพิธีปล่อยเรือลงน้ำของลำแรก เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 สองสัปดาห์ก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lms-batch-2-kd-tunku-laksamana-abdul.html) โครงการเดินหน้าเป็นไปตามแผนโดยเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำที่สาม (หมายเลขเรือ 143) มีกำหนดจะถูกปล่อยลงน้ำในเดือนสิงหาคม 2026

พิธีได้ทูลเชิญสุลต่านแห่งรัฐ Selangor Sultan Sharafuddin Idris Shah และพระอัครมเหสี Tengku Permaisuri Hajah Norashikin เสด็จเป็นองค์ประธาน, เชิญรองรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Haji Adly bin Zahari, รองประธานสำนักงานอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(Turkish Secretariat of Defence Industries, SSB: Savunma Sanayii Başkanlığı) และประธานคณะกรรมการบริหาร STM ตุรกี Prof. Dr. İhsan Kaya,
รองประธาน SSB ตุรกี Mustafa Murat Şeker, ผู้บัญชาการกองทัพเรือมาเลเซีย พลเรือเอก Tan Sri Zulhelmy bin Ithnain, ผู้จัดการทั่วไปบริษัท STM Özgür Güleryü เช่นเดียวกับคณะตัวแทนทางทหารจากทั้งสองชาติและตัวแทนจากบริษัทภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่างๆ

การกล่าวในพิธีผู้จัดการทั่วไป STM ตุรกี Güleryü เน้นย้ำถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองชาติและความเร็วในการต่อเรือที่ยอดเยี่ยมของโครงการ "ในโครงการสำคัญนี้ ซึ่งแสดงถึงข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล(G2G: Government-to-Government) แรกระหว่างตุรกีและมาเลเซีย และการสงออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เราได้ปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรก KD Tunku Laksamana Abdul Jalil แค่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน วันนี้การปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สอง KD Raja Laut เป็นการแสดงอย่างเป็นรูปธรรมของขีดความสามารถทางวิศวกรรมและความเร็วในการดำเนินงานของ STM ตุรกี เราตั้งเป้าที่จะปล่อยเรือคอร์เวตลำที่สามในเดือนสิงหาคม 2026 และส่งมอบเรือทั้ง 3ลำแก่กองทัพเรือมาเลเซียภายในปี 2027"

เรือคอร์เวตทั้ง 3ลำที่สร้างขึ้นภายใต้โครงการ LMS Batch 2 ได้รับการตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มาเลเซีย เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรกตั้งชื่อตามพระนาม "Tunku Laksamana Abdul Jalil" พระราชบุตรผู้ล่วงลับขององค์ Sultan Ibrahim ซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี 2015 และทรงเป็นเจ้าชายองค์แรกที่ได้รับพระยศ 'พลเรือเอกเจ้าชาย'(Prince Admiral)
เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองตั้งชื่อตามพระนาม "Raja Laut" บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียซึ่งทรงเป็นเจ้าชายแห่งราชวงศ์ Selangor ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ปกครองรัฐ Selangor และทรงเป็นผู้วางโครงสร้างการค้าทางทะเลในภูมิภาคระหว่างศตวรรษที19

ภายใต้รูปแบบข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างมาเลเซียและตุรกี โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html) เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance) สำหรับโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำนี้
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul ในเดือนธันวาคม 2024 ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html) 

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ตามข้อมูลจาก STM ตุรกี เรือมีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots

บริษัท STM ยังให้รายละเอียดตุณลักษณะของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ

มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence) ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94 million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน 16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html) 

แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท ROKETSAN ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ด้วย เรือยังได้รับการติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) ระบบปืนจากบริษัท HAVELSAN ตุรกี, 
ระบบ 3D radar ตรวจการณ์, ระบบ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar), ระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification, Friend-or-Foe), ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures), ระบบแท่นยิงเป้าลวง Chaff และชุดระบบตรวจจับอื่นๆจากบริษัท ASELSAN ตุรกีครับ

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรกของมาเลเซีย KD Tunku Laksamana Abdul Jalil

Türkiye launches Malaysia's first LMS Batch 2 vessel







Malaysia's first vessel in its LMS Batch 2 programme, Tunku Laksamana Abdul Jalil , seen here at its launch ceremony. (Malaysia Ministry of Defence)



เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ลำแรกของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการแล้ว ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard ในตุรกีเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026

เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil เป็นเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำแรกจากทั้งหมดจำนวน 3ลำที่ได้รับการสร้างโดยผู้รับสัญญาหลักทางเรือบริษัท STM ตุรกี 
ภายใต้รูปแบบข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างมาเลเซียและตุรกี โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html)

เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance) สำหรับโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำนี้ บริษัท STM อธิบายโครงการนี้ในฐานะการส่งออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ลูกค้าในเอเชีย-แปซิฟิก 
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul ในเดือนธันวาคม 2024 ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html)

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ตามข้อมูลจาก STM ตุรกี เรือมีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots

บริษัท STM ยังให้รายละเอียดตุณลักษณะของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ

มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence) ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94 million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน 16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html) 

แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท Roketsan ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ด้วย
STM ตุรกีตั้งเป้าที่จะทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองและลำที่สามในเดือนมิถุนายน 2026 และเดือนสิงหาคม 2026 ตามลำดับ โดยเรือลำแรกเรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil และเรืออีกสองลำจะถูกส่งมอบได้ครบ 3ลำภายในปี 2027 ครับ

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียลงนามจัดหาอากาศยานรบไร้คนขับ Kizilelma UCAV ตุรกี 12ระบบ

SAHA 2026: Baykar signs agreement to export Kizilelma to Indonesia





Baykar displayed a full-scale model of its Bayraktar Kızılelma unmanned combat aerial vehicle (UCAV) at SAHA 2026 International Defence and Aerospace Exhibition in Istanbul in May. (Baykar)



บริษัท Baykar Defence ตุรกี และบริษัท PT Republikorp Group อินโดนีเซียได้ลงนามข้อตกลงที่จะพัฒนาและวางตำแหน่งเพิ่มเติมของอากาศยานรบไร้คนขับ(UCAV: Unmanned Combat Aerial Vehicle) อัตโนมัติ
แบบ Bayraktar Kızılelma(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/kizilelma-ucav-gokdogan.html) สำหรับกองทัพอินโดนีเซีย(Indonesian Armed Forces, TNI: Tentara Nasional Indonesia)

ตัวแทนจากทั้งบริษัท Baykar ตุรกี และบริษัท PT Republikorp อินโดนีเซียได้ประกาศการปรับปรุงข้อตกลงความร่วมมือ ณ นิทรรศการการป้องกันประเทศและการบินนานาชาติ SAHA 2026 ในมหานคร Istanbul เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026
"ภายใต้ข้อตกลง อากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar Kızılelma UCAV จำนวน 12ระบบจะถูกส่งมอบให้อินโดนีเซียเริ่มต้นในปี 2028" Baykar ตุรกีกล่าวในแถลงการณ์ งานแสดง SAHA 2026 ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2026

ตามข้อมูลจาก Republikorp อินโดนีเซีย ข้อตกลงล่าสุดสร้างขึ้นบนข้อตกลงกิจการร่วมค้า(JV: Joint Venture) ที่ลงนามในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เพื่อจะทำการผลิตอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) สองแบบในอินโดนีเซีย
คืออากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar TB3 UAV(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/bayraktar-tb3-ucav-tcg-anadolu.html) และอากาศยานรบไร้คนขับ Akinci UAV(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/bayraktar-akinci-uav.html)

ข้อตกลงล่าสุดได้ขยายความเป็นหุ้นส่วนที่จะพัฒนาระบบสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมทางการบินในอินโดนีเซีย บริษัท PT Republikorp กล่าวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 Janes เข้าใจว่า
กรอบการทำงานข้อตกลงปัจจุบันมีจุดประสงค์ที่จะจัดตั้งสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์ซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมทำใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) ในอินโดนีเซีย

โฆษก Baykar ตุรกีกล่าวกับ Janes ณ นิทรรศการการป้องกันประเทศและการบินนานาชาติ SAHA 2026 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ว่า ข้อตกลงกับบริษัท Republikorp อินโดนีเซีย 
ร่วมถึงการกำหนดที่เพิ่มจำนวนการส่งมอบอากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar Kızılelma UCAV เป็นจำนวน 48ระบบแก่อินโดนีเซียในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/baykar-kizilelma.html)

ในระหว่างนี้ สายการผลิตจำนวนมากของอากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar Kızılelma UCAV ได้เริ่มต้นในตุรกีแล้ว โฆษกบริษัท Baykar กล่าวโดยเสริมว่า
บริษัท Baykar ตั้งเป้าที่จะเริ่มต้นการส่งมอบอากาศยานรบไร้คนขับ Kızılelma UCAV แก่กองทัพอากาศตุรกี(TurAF: Turkish Air Force, THK: Türk Hava Kuvvetleri) ในปี 2026 นี้ครับ