วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562

นาวิกโยธินสหรัฐฯพิจารณานำเครื่องบินขับไล่ F-35B บินจากเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ญี่ปุ่น

Marines Considering Flying U.S. F-35Bs Off of Japan’s Largest Warships
An F-35B Lightning II with Marine Fighter Attack Squadron 211, 13th Marine Expeditionary Unit (MEU), prepares to land aboard the Wasp-class amphibious assault ship USS Essex (LHD 2),
while another F-35B Lightning II flies over on Dec. 4, 2018. US Marine Corps Photo


Helicopter carrier Izumo (DDH-183) and Kaga (DDH-184). Japan Maritime Self-Defense Force Photos
https://news.usni.org/2019/08/23/marines-considering-flying-u-s-f-35bs-off-of-japans-largest-warships

เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลญี่ปุ่นได้ร้องขอต่อนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) ให้นำเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) มาวางกำลังปฏิบัติการบนเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo
ซึ่งเป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force) เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯยืนยันกับ USNI News เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2019

นาวิกโยธินสหรัฐฯกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะวางกำลังเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง STOVL(Short Take-Off Vertical Landing) ของตนบนเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ DDH-183 JS Izumo และ DDH-184 JS Kaga ของญี่ปุ่น
โดยเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ระวางขับน้ำเต็มที่ 24,000ton ที่มีดาดฟ้าบินขนาดใหญ่ยาวตลอดลำตัวเรือนี้ เดิมถูกออกแบบมาเพื่อวางกำลังฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) และตอบสนองการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ

อย่างไรก็ตามในเดือนธันวาคม 2018 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Shinzo Abe ได้อนุมัติความเคลื่อนไหวที่จะปรับปรุงเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ทั้งสองลำให้รองรับการวางกำลังเครื่องบินขับไล่ F-35B STOVL(https://aagth1.blogspot.com/2018/12/izumo-f-35.html)
คู่ขนานไปกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B จำนวน 42เครื่องสำหรับกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF: Japan Air Self-Defense Force) ที่จะนำมาวางกำลังบนเรือชั้น Izumo(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/f-35b-f-35a.html)

ในเดือนมีนาคม 2019 รัฐบาลนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Abe ได้สอบถามอดีตผู้บัญชาการนาวิกโยธินสหรัฐฯในขณะนั้น พลเอก Robert Neller ว่าสหรัฐฯจะพิจารณาการนำ F-35B ของนาวิกโยธินสหรัฐฯมาวางกำลังปฏิบัติการจากเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Izumo และ Kaga หรือไม่
การร้องขอโดยญี่ปุ่นนี้ ขณะนี้นาวิกโยธินสหรัฐฯได้จัดตั้งกลุ่มทำงานเพื่อตัดสินใจความเป็นไปได้ทางเทคนิคในการวางกำลัง F-35B สหรัฐฯจากเรือชั้น Izumo ทั้งสองลำก่อนที่กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นจะนำ F-35B ของตนวางกำลังบนเรือตามมา

ขณะที่เรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ทั้งสองลำของญี่ปุ่นถูกสร้างโดยมองหน้าไปยังการปฏิบัติการด้วยเครื่องบินขับไล่ STOVL สหรัฐฯมีอิสระในการตัดสินใจว่าจะนำเครื่องบินขับไล่ F-35B ของตนปฏิบัติการบนเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Izumo และ Kaga หรือไม่
ตัวอย่างเช่นเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์(LHD: Landing Helicopter Dock) ชั้น Wasp กองทัพเรือสหรัฐฯ(US Navy) ต้องได้รับเสริมความแข็งแรงและการรองรับการทนความร้อนของดาดฟ้าบิน ตามที่นาวิกโยธินสหรัฐฯเปลี่ยนแบบเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier มาเป็น F-35B

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะต้องมีงานปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการทำให้เรือชั้น Izumo ของญี่ปุ่นทั้งสองลำพร้อมรองรับ F-35B ปัจจุบันนาวิกโยธินสหรัฐฯได้วางกำลังเครื่องบินขับไล่ F-35B ในฐานส่วนหน้าของตนที่ญี่ปุ่น ณ ฝูงบินขับไล่โจมตี VMFA-121 "Green Knights"
ที่ปฏิบัติการร่วมกับกลุ่มเรือยกพลขึ้นบกพร้อมรบ LHD-1 USS Wasp(Wasp Amphibious Ready Group) เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยรบนาวิกโยธินนอกประเทศที่31(31st MEU: Marine Expediniaory Unit)(https://aagth1.blogspot.com/2017/01/f-35b.html)

นาวิกโยธินสหรัฐฯได้สร้างความสัมพันธ์ลักษณะเดียวกันนี้กับกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) ในการวางกำลังฝูงบิน F-35B ของตนจากเรือบรรทุกเครื่องบิน R08 HMS Queen Elizabeth ใหม่ของอังกฤษในการวางกำลังครั้งแรก
(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/f-35b-hms-queen-elizabeth.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/10/f-35b-hms-queen-elizabeth.html)

สำหรับญี่ปุ่นความเคลื่อนไหวนี้มีตามมาจากที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA: People's Liberation Army) ได้ขยายนาวิกานุภาพของตนไปทั่วทั้งภูมิภาค "ขีดความสามารถทางกองทัพเรือของจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค
และผมคิดว่านี่เป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งความเป็นพันธมิตรสหรัฐ-ญี่ปุ่น" Eric Wertheim ผู้เขียนหนังสือ Combat Fleets ของสถาบันทางเรือสหรัฐฯ(U.S. Naval Institute) กล่าวกับ USNI News เมื่อ 23 สิงหาคม 2019

"การจัดหา F-35B ของญี่ปุ่นจะขยายขีดความสามารถทางทะเลและอากาศยานของพวกเขาในภูมิภาค และจะเพิ่มการส่งเสริมการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นและกองทัพสหรัฐฯ
มันจะยังช่วยแบ่งเบาภาระในทรัพยากรของสหรัฐฯที่ถูกรีดให้บางลงในการตอบสนองต่อรายการอันยาวเหยียดของภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นทั่วโลก" Wertheim กล่าว

รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้วิจารณ์ความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นการนำเครื่องบินขับไล่ F-35B บนเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ทั้งสองลำว่า จีนสามารถพิจารณาว่านี่เป็นระบบอาวุธโจมตีเชิงรุกและขัดต่อรัฐธรรมนูญสันติภาพของญี่ปุ่น
ในเดือนมีนาคม 2019 อดีตผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติและอดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการแปซิฟิกกองทัพสหรัฐฯ(US Pacific Command) พลเรือเอก Dennis Blair กล่าวว่าการวางกำลัง F-35B บนเรือ Izumo และ Kaga สามารถพิจารณาว่าเป็นความเคลื่อนไหวในการป้องกันตน

"ความท้าทายที่จะป้องกันกองเรือป้องกันตนเองต่ออากาศยานที่ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน(หรืออาวุธนำวิถีร่อนความเร็วเหนือเสียง Hypersonic) เน้นย้ำความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงเรือชั้น Izumo เพื่อปฏิบัติการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35B STOVL
ตามที่อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำมีระยะยิงเฉลี่ยได้หลายร้อย miles ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศต่อต้านอากาศยานและต่อต้านอาวุธปล่อยนำวิถีมีระยะยิงเฉลี่ยเพียงราว 100 miles" พล.ร.อ.Blair เขียนในหนังสือ Proceeding

"การติดอาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำพิสัยใกล้ F-35B จะมีประสิทธิภาพอย่างมากในการต่อต้าน 'ยุทธวิธีการโจมตีเป็นฝูง' โดยเรือตรวจการณ์หรือเรือติดอาวุธทางทหารขนาดเล็ก
ในสถานการณ์ 'ชิงหมู่เกาะ' F-35B จะมีคุณค่าในการจัดตั้งการควบคุมทางอากาศท้องถิ่นที่จำเป็นสำหรับกรมยกพลขึ้นบกใหม่ของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น(JGSDF: Japan Ground Self-Defense Force) ในการชิงหมู่เกาะที่ห่างไกลคืน" นายพลเรือ Blair เขียนครับ

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Eitan อิสราเอลจะติดระบบป้องกันเชิงรุก Iron Fist

Israel MoD selects Iron Fist Light Decoupled for Eitan APC


The Iron Fist Light Decoupled active protection system integrated on the turret of an Israel Defence Force Eitan 8x8 APC. Source: Elbit Systems
https://www.janes.com/article/90616/israel-mod-selects-iron-fist-light-decoupled-for-eitan-apc



เป็นที่คาดว่าบริษัท Elbit Systems อิสราเอลจะได้รับงานเพื่อเพิ่มสายการผลิตของระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System) ของตนในอนาคตอันใกล้ตามการตัดสินใจโดยสำนักงานการจัดซื้อจัดจัดจ้างและการผลิต(MANHAR) กระทรวงกลาโหมอิสราเอล
ที่ได้เลือกให้ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Eitan 8x8 APC(Armoured Personnel Carrier) ที่จะเข้าประจำการในกองทัพอิสราเอล(IDF: Israel Defense Force) ในอนาคต และรถปราบดินหุ้มเกราะ Caterpillar D9 bulldozer ติดตั้งระบบป้องกันเชิงรุกแบบ Iron Fist Light Decoupled(IFLD) APS

ระบบป้องกันเชิงรุก IFLD APS ของ Elbit ได้รับเลือกเป็นทางเลือกการแก้ไขปัญหาสำหรับยานเกราะล้อยาง Eitan เหนือคู่แข่งขันคือระบบป้องกันเชิงรุก Trophy APS ที่เสนอโดยบริษัท Rafael Advanced Defense Systems อิสราเอล
โดยการเปรียบเทียบกับชุดทางเทคนิคต่อเกณฑ์ค่าใช้จ่าย ภายใต้การแข่งขันโครงการที่ออกโดยกนะทรวงกลาโหมอิสราเอลที่ออกมาก่อนหน้าในช่วงต้นปี 2019 นี้ การตัดสินใจนี้แสดงถึงการประสบความสำเร็จภายในประเทศคั้งแรกสำหรับระบบป้องกันเชิงรุก Iron First

ยานเกราะล้องยาง Eitan ที่ได้รับการพัฒนาโดยสำนักงานรถถังหลัก Merkava และยานเกราะของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล มีจุดประสงค์เพื่อทดแทนรถสายพานลำเลียง M113 APC ดั้งเดิมในฐานะรถลำเลียงพลหุ้มเกราะหลักในกองทัพอิสราเอล
ในเดือนมีนาคม 2018 คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงอิสราเอลได้อนุมัติสายการผลิตจำนวนมากของยานเกราะล้อยาง Eitan โดยสายการผลิตของรถคาดว่าจะเริ่มต้นในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2016/08/eitan-8x8.html)

ในวันที่ 20 สิงหาคม 2019 แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมอิสรเอลกล่าว่าผู้เข้าแข่งในระบบ APS ของ Eitan "คาดว่าจะอยู่ที่หลายร้อยล้าน NIS(new Israeli shekels NIS1=$0.28) ภายในกรอบซึ่งกระทรวงกลาโหมอืสราเอลจะจัดซื้อระบบ APS หลายร้อยระบบในอีกทศวรรษหน้า"
อย่างไรก็ตามการประกาศสัญญาสำหรับโครงการเป็นหัวข้อที่จะต้องมีการเสร็จสิ้นการเจรจาระหว่างบริษัท Elbit Systems และ MANHAR ก่อน

การตัดสินใจของ MANHAR อิสราเอลมีตามหลังการตัดสินใจก่อนหน้าโดยสภากำกับการควบคุมความต้องการกองทัพบกสหรัฐฯ(AROC: US Army Requirements’ Oversight Council) ในเดือนธันวาคม 2018
เพื่อดำเนินการให้มีการจัดหา IFLD อิสราเอลเป็นระบบ APS สำหรับรถรบทหาราบสายพาน(IFV: Infantry Fighting Vehicle) และรถรบทหารม้า(CFV: Cavalry Fighting Vehicle) Bradley M2/M3

ภายใต้โครงการระบบป้องกันเชิงรุก APS ที่ไม่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องพัฒนาเร่งด่วน(Expedited NDI: Non-Developmental Item)  การตัดสินใจของกองทัพบกสหรัฐฯนี้ทำให้ Elbit Systems อิสราเอลเข้าสู่ระยะการพัฒนา Phase II
ของระบบ IFLD APS สำหรับรถรบทหารราบ Bradley IFV โดยขอบเขตที่เป็นไปได้ที่จะติดตั้งระบบป้องกันเชิงรุกให้กับหนึ่งในกองพลน้อย M2/M3 Bradley ของกองทัพบกสหรัฐฯครับ

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

นาวิกโยธินไทย-นาวิกโยธินอินโดนีเซียร่วมการฝึกผสม Sea Garuda 2019

Indonesian Marine Corps (Korps Marinir) and Royal Thai Marine Corps was joint conduct along with Indonesian Navy (TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) and Royal Thai Navy at exercise SEA GARUDA 2019 in Thailand, 15-21 August 2019.

Royal Thai Marine Corps was displayed its HMMWV 4x4 and HMMWV with TOW anti-tank guided missile to Indonesian Marine Corps in exercise SEA GARUDA 2019.

Indonesian Marine Corps was conduct joint training with Royal Thai Marine Corps at RTMC Division Headquarters in exercise SEA GARUDA 2019.

Special Operation Diver with HK G36C from RTMC Marine Reconnaissance Battalion in exercise SEA GARUDA 2019

Marine Reconnaissance Battalion, Royal Thai Marine Corps Division in exercise SEA GARUDA 2019


" Sea Garuda 2019 "
นาวิกโยธิน จัดกำลัง เข้าฝึกแลกเปลี่ยนกับกองทัพเรืออินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ของทหารนาวิกโยธินทั้งสองประเทศ และเป็นการเชื่อมต่อความสัมพันธ์อันดี ระหว่างมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน
https://www.facebook.com/rtmc2099/posts/1882215408547993

Clip: " Sea Garuda 2019 " Royal Thai Marine Corps and Indonesian Marine Corps (Korps Marinir)
https://www.facebook.com/rtmc2099/videos/2626524560704899/

การฝึกผสมทางเรือ Sea Garuda 2019 ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรืออินโดนีเซียที่จัดขึ้นในวันที่ ๑๕-๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒(2019) ที่ผ่านมานั้นทางอินโดนีเซียได้ส่งชุดปฏิบัติการนาวิกโยธินอินโดนีเซีย ๑๒ นาย เข้าร่วมการฝึกกับชุดปฏิบัติการนาวิกโยธิน ๓๐นายด้วย
โดยจัดพื้นที่การฝึกร่วมนาวิกโยธินไทยและนาวิกโยธินอินโดนีเซีย ณ บริเวณค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า กรมทหารราบที่๑ รักษาพระองค์ และค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/sea-garuda-2019.html)

นาวิกโยธินอินโดนีเซียนั้นได้มีการนำอาวุธประจำกายของตนเองมาเข้าร่วมการฝึก เช่น ปืนเล็กยาวจู่โจม Pindad SS1-M1 ซึ่งเป็นปืนที่อินโดนีเซียออกแบบและผลิตเองในประเทศ ขณะที่ทหารราบนาวิกโยธินไทยใช้ปืนเล็กยาวจู่โจม M16A2 และปืนเล็กกล FN Minimi เป็นต้น
ทางด้านนาวิกโยธินไทย กองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน ก็ได้จัดชุดปฏิบัติการร่วมฝึกทั้ง ชุดนักประดาน้ำทางยุทธวิธี และชุดเรือยางท้องแบนสำหรับภารกิจแทรกซึมชายหาด โดยมีอาวุธประจำการหลักคือปืนเล็กสั้นพิเศษ HK G36C เยอรมนี

นาวิกโยธินอินโดนีเซียยังได้เยี่ยมชมอาวุธยุทโธปกรณ์ของนาวิกโยธินไทย เช่น รถยนต์บรรทุก HMMWV ทั้งติดท่อ Snorkel สำหรับนาวิกโยธิน และรุ่นติดเครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง TOW, ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล BTR-3E1 8x8
และรถเกราะล้อยาง V-150 4x4 ติดป้อมปืน Remote ที่ได้รับการปรับปรุงโดยบริษัท Chaiseri ประเทศไทยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/03/v-150-remote.html)

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

การฝึกผสมกองทัพอากาศไทย-กองทัพอากาศจีน Falcon Strike 2019-๑





Openning ceremony of joint exersice Falcon Strike 2019 between Royal Thai Air Force and People's Liberation Army Air Force at Wing 23 Udon Thani RTAF Base, Thailand in 18 August 2019.
RTAF and PLAAF to conduct exersice Falcon Strike 2019 during 18-30 August 2019.



Saab Gripen C/D 701st Squadron, Wing 7 Surat Thani, Royal Thai Air Force was spotted at Wing 23 RTAFB during exersice Falcon Strike 2019, 18-30 August 2019.






Chengdu J-10C single-seat and J-10S twin-seat from 131st Air Brigade 'Red Eagle', People's Liberation Army Air Force was spotted at Wing 23 RTAFB during exersice Falcon Strike 2019.
PLAAF J-10C has carrying training round of PL-10 short-range air-to-air missile.





Shaanxi KJ-500 Airborne Early Warning and Control (AEW&C) of People's Liberation Army Air Force was spotted at Wing 23 RTAFB during exersice Falcon Strike 2019 for firtst time.


Shaanxi Y-9 and Ilyushin Il-76 transport aircraft of People's Liberation Army Air Force was spotted at Wing 23 RTAFB during exersice Falcon Strike 2019.







พิธีเปิดการฝึก FALCON STRIKE 2019
พลอากาศตรี สรรพชัย ศิลานิล ผู้อำนวยการสำนักยุทธการและการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ร่วมกับ พลอากาศตรี หลิว ตี ผู้บังคับการฐานทัพอากาศคุนหมิง กองทัพอากาศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 
เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึก FALCON STRIKE 2019 เมื่อวันที่ 18 ส.ค.62 ณ กองบิน 23 จ.อุดรธานี
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือ ในการรักษาสันติภาพ และความมั่นคง ในภูมิภาค 
ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถทางด้าน การบินระหว่างกองทัพอากาศไทย และ กองทัพอากาศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้กองอำนวยการฝึกผสม FALCON STRIKE 2019 มีกำหนดการฝึกระหว่างวันที่ 18-30 ส.ค.62
https://www.facebook.com/rtafnews.mi.th/posts/1359556467553958
https://www.facebook.com/Wing23.rtaf/posts/2386005951671816
https://www.facebook.com/people/พูนศักดิ์-คำภูธร/100002072946935
https://www.facebook.com/people/พีเตอร์-เช็ค/100000892382464
https://www.facebook.com/chai.single.50

การฝึกผสมทางอากาศ Falcon Strike 2019 ระหว่างกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) กับกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) ณ กองบิน๒๓ อุดรธานี ก็นับเป็นการฝึกที่มีมาต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2015 แล้ว
การฝึก Falcon Strike 2019 ปีนี้กองทัพอากาศไทยได้นำเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐ Saab Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือน๑ บ.ค.๑ Saab 340B Erieye (AEW&C: Airborne Early Warning and Control) ฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมการฝึก

การฝึก Falcon Strike 2019 ปีนี้เป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีนได้นำเครื่องบินขับไล่ Chengdu J-10C รุ่นใหม่ล่าสุดจากกองพลน้อยบินที่131(131st Air Brigade) ฉายา 'Red Eagle' ที่เป็นหน่วยเครื่องบินขับไล่ชั้นหัวกะทิของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน
เช่นเดียวกับเป็นครั้งแรกที่จีนนำเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Shaanxi KJ-500 AEW&C เข้าร่วมการฝึก ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าจะถูกนำมาใช้การฝึกปฏิบัติการทางอากาศร่วมเป็นเครือข่ายแข่งขันและเปรียบเทียบกับเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D และ Saab Erieye ของไทย

ยังมีการพบเห็นว่าเครื่องบินขับไล่ J-10C จีนได้ติดตั้งลูกฝึกสีฟ้าของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ PL-10 ซึ่งมีสมรรถนะใกล้เคียงกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ IRIS-T ที่ติดกับ Gripen C/D, F-16AM/BM และ F-5E/F Super Tigris ของกองทัพอากาศไทย
กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีนยังได้นำเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสี่เครื่องยนต์ใบพัด Shaanxi Y-9 และเครื่องลำเลียงหนักสี่เครื่องยนต์ไอพ่น Ilyushin IL-76 ของตนมาสนับสนุนการฝึก Falcon Strike 2019 ที่กองบิน๒๓ ของกองทัพอากาศไทยด้วยครับ

ญี่ปุ่นยืนยันการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะรับมอบ F-35A เพิ่ม

Seoul to receive four more F-35As, as Tokyo confirms F-35B

Tokyo formally confirmed that it will obtain 42 F-35Bs, the short take-off and vertical landing (STOVL) version of the fighter, for use aboard its pair of Izumo-class helicopter destroyers, which will be modified to accommodate the jets.


South Korea is set to receive four additional Lockheed Martin F-35As, bringing the number of the type on the Korean peninsula to eight.
https://www.flightglobal.com/news/articles/seoul-to-receive-four-more-f-35as-as-tokyo-confirm-460364/

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าตนจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง STOVL(Short Take-Off Vertical Landing) จำนวน 42เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2018/12/izumo-f-35.html)
สำหรับนำมาใช้ปฏิบัติการบนเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ทั้งสองลำขององกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force) ที่จะถูกปรับปรุงให้รองรับอากาศยานไอพ่น(https://aagth1.blogspot.com/2018/11/f-35b-izumo.html)

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นได้ประกาศแถลงการณ์บรรยายสรุปใน Website ของตนเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2019 ซึ่งเป็นไปตามที่คาดว่าเครื่องบินขับไล่ F-35B เป็นเครื่องบินขับไล่เพียงแบบเดียวที่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติการกับเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ได้
"F-35B ตอบสองความต้องการทั้งหมดสำหรับเครื่องบินขับไล่บินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่งของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF: Japan Air Self-Defense Force)" แถลงการณ์กล่าว

เครื่องบินขับไล่ F-35B จำนวน 42เครื่องจะเสริมจำนวนของเครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 105เครื่องที่กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นจะจัดหามาปฏิบัติการ ซึ่งญี่ปุ่นได้สั่งจัดหา F-35A แล้ว 42เครื่อง และสั่งจัดหาเพิ่มอีกจำนวน 63เครื่อง
ซึ่งได้รวมสายการผลิต FACO(Final Assembly and Check Out) ภายในประเทศที่โรงงานอากาศยานของบริษัท Mitsubishi Heavy Industries(MHI) ญี่ปุ่น(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/f-35.html)

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(ROKAF: Republic of Korea Air Force) มีกำหนดจะรับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) จากสหรัฐฯเพิ่มเติมอีก 4เครื่อง
ทำให้จำนวนเครื่องบินขับไล่ F-35A ที่มีในคาบสมุทรเกาหลีจะรวมเป็น 8เครื่อง ตามรายงานจากสำนักข่าว Yonhap สาธารณรัฐเกาหลีที่อ้างอิงจากแหล่งข่าวทางทหาร

เครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 4เครื่องจะมีกำหนดเดินทางมาถึงเกาหลีใต้ในสัปดาห์นี้ โดยภายในสิ้นปี 2019 กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีจะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A รวม 10เครื่องจากที่สั่งจัดหาทั้งหมด 40เครื่อง
เครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกจำนวน 2เครื่องได้เดินทางมาถึงเกาหลีใต้ในเดือนมีนาคม 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/04/f-35a_3.html) และชุดที่สอง 2เครื่องในเดือนกรกฎาคม 2019 โดยจะมีการส่งมอบครบ 40เครื่องภายในสิ้นปี 2021

ยังมีรายงานว่ากองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(ROKN: Republic of Korea Navy) กำลังมองที่จะจัดหาเรือยกพลพลขึ้นบกใหม่ที่สามารถนำมาปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบินขับไล่ F-35B ได้ตามที่ปัจจุบันมีเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Dokdo แล้วสองลำ
คือ LPH-6111 ROKS Dokdo และ LPH-6112 ROKS Marado(https://aagth1.blogspot.com/2018/05/lph-6112-marado.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/05/lph-6112-marado_21.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/05/lph-6112-marado-k-saam.html)

ข้อเสนอเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ (LPH: Landing Platform Helicopter) ใหม่ของเกาหลีใต้จะมีระวางขับน้ำ 30,000tons มากกว่าเรือพิฆาตเอนกประสงค์ชั้น Izumo ญี่ปุ่นที่มีระวางขับน้ำเต็มที่ 27,000tons
เรือ LPH ใหม่ของเกาหลีใต้น่าจะมีการปล่อยลงน้ำได้ในราวสักช่วงของปลายทศวรรษปี 2020s(https://aagth1.blogspot.com/2017/12/f-35b.html) อย่างไรก็ตามรัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่มีการสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B สหรัฐฯครับ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562

การฝึกผสมกองทัพเรือไทย-กองทัพเรืออินโดนีเซีย Sea Garuda 2019-๑











Indonesian Navy (TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) KRI Bung Tomo (357) the Bung Tomo class corvette and KRI Frans Kaisiepo (368) the Diponegoro class corvette at Sattahip naval base, Royal Thai Navy, Thailand
to joint execise SEA GARUDA 2019 with RTN include FFG-471 HTMS Bhumibol Adulyadej guided missile frigate, FS-441 HTMS Rattanakosin guided missile corvette, Donier Do 228, Sikorsky S-76B, Leonardo Super Lynx 300
as well as 12 Indonesian Marine Corps (Korps Marinir) and 30 Royal Thai Marine Corps include Marine Reconnaissance Battalion in 15-21 August 2019.

Royal Thai Navy's guided missile frigate FFG-471 HTMS Bhumibol Adulyadej is involved in exercise SEA GARUDA 2019.(https://www.facebook.com/sompong.nondhasa/)

เปิดการฝึกอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยเเล้วในวันนี้ โดยเริ่มจากการมีพิธีต้อนรับการเข้ามาของเรือรบจากกองทัพเรืออินโดนีเซียที่เข้ามาเทียบท่ายังท่าเรือจุกเสม็ด
ทหารเรือไทยให้การต้อนรับมิตรประเทศด้วยไมตรีของชาวเรืออย่างดียิ่งสร้างความประทับใจเเรกของการเข้ามาร่วมการฝึกที่มีกองทัพเรือไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้
จากนั้นได้มีการทำพิธีเปิดการฝึก SEA GARUDA 2019 อย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ร.ต.กำจร เจริญเกียรติ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกเเบบทวิภาคีในครั้งนี้
กองทัพเรือไทยมีกำลังที่เข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เรือหลวงรัตนโกสินทร์ เครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนี่ย เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง S76 B เฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ผิวน้ำ ซุปเปอร์ลิงค์ และ 1 ชุดปฏิบัติการนาวิกโยธิน 30 นาย
กองทัพเรืออินโดนีเซียมีกำลังที่เข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย เรือฟริเกต KRI BUNG TOMO เรือคอร์เวต KRI FRANS KAISIEPO รวม 2 ลำ และ 1 ชุดปฏิบัติการนาวิกโยธิน 12 นาย
โดยหลังจากพิธีเปิดการฝึกเรียบร้อยเเล้ว นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรืออินโดนีเซีย ได้เข้าเยี่ยมคำนับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่เพื่อเเสดงออกถึงมิตรไมตรีอันดีของชาวเรือที่มีต่อกัน
โดยผลที่จะได้รับจากการฝึกในครั้งนี้นั้นจะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันของทหารเรือของทั้งสองประเทศ ตลอดจนการปฏิบัติการของทหารนาวิกโยธินอีกด้วย
https://www.facebook.com/RoyalThaiNavyFanpage/posts/2841046915922807



Clip: SEA GARUDA 2019 "มิตรภาพทางทหาร ไทย - อินโดนีเซีย"
https://www.facebook.com/RoyalThaiNavyFanpage/videos/912718612394334/

การฝึกผสมทางเรือ Sea Garuda 2019 เป็นการฝึกทวิภาคีครั้งที่๒๐ ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรืออินโดนีเซีย โดยเป็นการฝึกที่จัดขึ้นปีเว้นปีที่ในครั้งนี้กองทัพเรือไทยเป็นเจ้าภาพ นับความสัมพันธ์ทางทหารของทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
การฝึกระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ มีตั้งแต่การฝึกทักษะของเจ้าหน้าที่ตามหน้าที่ จนถึงการปฏิบัติและการวางแผนของฝ่ายอำนวยการในการปฏิบัติการร่วมกันของภัยคุกคามทั้งสามมิติ คือ ภัยจากใต้น้ำ(Anti-Submarine) ภัยทางอากาศ(Anti-Air) และภัยจากผิวน้ำ(Anti-Surface)

การฝึกได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อเสริมสร้างการปฏิบัติการร่วมกันให้มีความเข้าใจตรงกันระหว่างกองทัพเรือทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ โดยจัดตั้งฝ่ายอำนวยการจากกองทัพเรือของทั้งสองประเทศในการควบคุมการฝึก ซึ่งในการฝึกครั้งนี้มีการฝึกยิงอาวุธจริงด้วยปืนเรือด้วย
พื้นที่ฝึกหน่วยเรือบริเวณฐานทัพเรือสัตหีบและอ่าวไทยตอนบน ห้วงเวลาการฝึกแบ่งเป็นสามขั้นคือ ขั้นการฝึกในท่า ขั้นการฝึกในทะเล และสรุปผลการฝึก พื้นที่หน่วยนาวิกโยธิน บริเวณค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า กรมทหารราบที่๑ รักษาพระองค์ และค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

กำลังฝ่ายไทยประกอบด้วย กองเรือฟริเกตที่๑ เรือฟริเกตสมรรถนะสูง ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดช, เรือคอร์เวต ร.ล.รัตนโกสินนทร์, กองการบินทหารเรือ เครื่องบินลาดตระเวน บ.ลว.๑ Do 228, เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง ฮ.ลล.๔ S-76B และเฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือผิวน้ำ ฮ.ตผ.๑ Super Lynx 300
กำลังฝ่ายอินโดนีเซียประกอบด้วยเรือคอร์เวตชั้น Bung Tomo คือ KRI Bung Tomo(357) และเรือคอร์เวตชั้น Diponegoro(SIGMA 9113) คือ KRI Frans Kaisiepo(368) รวมถึงชุดปฏิบัติการนาวิกโยธินอินโดนีเซีย ๑๒นาย เช่นเดียวกับ กองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน ๓๐นายของไทยครับ

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562

กองทัพเรือไทยจะจัดหายานขับเคลื่อนใต้น้ำสำหรับนักประดาน้ำ EOD ที่ปล่อยจากเรือดำน้ำได้



The Torpedo Seal's hydro dynamic shape and internal space enables 2 divers with combat gear and mission essential equipment to be transported inside the hull protected from the streaming water.
https://www.jfdglobal.com/products/swimmer-delivery/torpedo-seal/


จัดซื้อ ยานขับเคลื่อนใต้น้ำ จำนวน 1 เครื่อง
http://www.supplyonline.navy.mi.th/pdf4/37824.pdf
http://www.supplyonline.navy.mi.th/pdf2/37824.pdf




เอกสารกำหนดร่างขอบเขตของงาน(TOR: Terms of Reference) ที่ประกาศวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒(2019) ด้วยกรมสรรพาวุธทหารเรือ สพ.ทร.(Naval Ordnance Department), กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy)
มีความประสงค์จะจัดซื้อยานขับเคลื่อนใต้น้ำ(SDV: Swimmer Delivery Vehicle or UPV: Underwater Propulsion Vehicle) จำนวน ๑เครื่อง สำหรับกองประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ กปถ.(Diver and Explosive Ordnance Disposal Division) ภายในวงเงิน ๑๒,๙๙๐๐,๐๐๐บาท($420,298)
โดยวิธีคัดเลือก ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐(2017) มาตรา ๕๖(๑)(ข) พัสดุที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษหรือซับซ้อน
หรือต้องผลิต จำหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการโดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือมีความชำนาญเป็นพิเศษ หรือมีทักษะสูง และผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด โดยมีข้อกำหนดและรายละเอียดดังนี้

๑.คุณลักษณะทั่วไป
ยานขับเคลื่อนใต้น้ำเป็นยานสำหรับช่วยในการเคลื่อนที่ใต้น้ำของนักประดาน้ำ พร้อมอุปกรณ์ประกอบให้สามารถเคลื่อนที่สู่เป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งยานขับเคลื่อนใต้น้ำถูกออกแบบมาให้ใช้งานในน้ำทะเล
สามารถทนต่อสภาพการกัดกร่อนของน้ำทะเลได้ดี และเป็นระบบ Electric Jet Power ให้พลังการขับเคลื่อนสูง เงียบและไม่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นของใหม่ ไม่เก่าเก็บ และไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน

๒.คุณลักษณะเฉพาะ
๒.๑ ผลิตจากวัสดุ Reinforced Polyurethane PVC Closed Cell Foam Hard Intergral Plastics Aluminium Carbon Composites ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการผลิตยานขับเคลื่อนใต้น้ำเป็นวัสดุไม่เกิดการสึกกร่อน(Non-Corrosive) ไม่มีวัสดุที่เป็นโลหะเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งสามารถรับแรงกดได้
๒.๒ สามารถนำพานักประดาน้ำพร้อมอุปกรณ์ประกอบได้ไม่มากกว่า ๒ นาย (ผู้ขับยาน ๑ นาย และผู้ติดตาม ๑ นาย)
๒.๓ ขับเคลื่อนด้วยระบบ Electric Jet Motor ระบบ High-Torque Synchronized Unit ร่วมกับ Microprocessor-controlled 3-phase Sinus Power ขณะเครื่องยนต์ทำงานและมีเสียงดังน้อยมากและไม่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน
๒.๔ สามารถขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 7km/h ควบคุมระดับความเร็วได้อย่างน้อย ๑๐ระดับ มีกำลังเครื่องยนต์ 2.5kW หรือ 3.4HP สามารถทำงานด้วยความเร็วสูงสุดได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๓๕นาที ที่ระยะทาง 5km
๒.๕ สามารถขับเคลื่อนใต้ด้วยความเร็ว 4.5km/h ได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๒๐๐นาที
๒.๖ สามารถขับเคลื่อนใต้น้ำได้ลึกไม่น้อยกว่า 55m หรือ 180feet
๒.๗ สามารถทำงานใต้น้ำที่อุณหภูมิระหว่าง -10 ถึง 45 degree Celsius หรือดีกว่า
๒.๘ ทำงานด้วยพลังงานจาก Battery Lithium-Ion หรือดีกว่า
๒.๙ ขนาด กว้าง x ยาว x สูง ไม่มากกว่า 510mm x 1,160mm x 380mm
๒.๑๐ น้ำหนักไม่มากว่า 40kg
๒.๑๑ ระบบควบคุมด้วยมือบังคับ สามารถบังคับทิศทางยานขับเคลื่อนใต้น้ำได้พียงขยับร่างกาย และมีด้ามมือจับในการควบคุมความเร็ว มี Function สำหรับการปรับเพิ่ม/ลดความเร็วของการขับเคลื่อน ในการใช้ปรับความเร็วของยานขับเคลื่อนใต้น้ำ
๒.๑๒ มีระบบแสดงสถานะ Battery ของยานขับเคลื่อนใต้น้ำที่ง่ายต่อการมองเห็นใต้น้ำ
๒.๑๓ มีอุปกรณ์แสดงค่าความลึก และสามารถกำหนดค่าความลึก (Diving Depth Sensor)
๒.๑๔ Compass Technology ซึ่งเป็น Technology ทีทันสมัย เพื่อใช้ในการนำทาง
๒.๑๕ มีจอแสดงผล TFT สามารถปรับค่าความสว่างของหน้าจอได้ โดยแสดงผลข้อมูลทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้
-๒.๑๕.๑ ระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้ (Remain Battery Run Time and Status)
-๒.๑๕.๒ ระดับกำลังที่ใช้ขณะนั้น (Selected motor power level)
-๒.๑๕.๓ ระดับความลึก (Depth Gauge)
-๒.๑๕.๔ เข็มทิศ Electronic Compass
-๒.๑๕.๕ อุณหภูมิน้ำ (Water Temperature)
-๒.๑๕.๖ นาฬิกาจับเวลา (Stop Watch)
๒.๑๖ ผู้ใช้งานสามารถขับเคลื่อนด้วยการใช้ 2 Intelligent Controlgrips ที่ผสมผสาม Technology แบบ Piezo
๒.๑๗ มีกลไกลในการขับเคลื่อนของ Controlgrips ที่อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา สามารถหยุดการเคลื่อนที่เพียงปล่อยมือจากไก
๒.๑๘ สามารถใช้งานร่วมกับท่อ Torpedo ของเรือดำน้ำที่มีมาตรฐาน NATO
๒.๑๙ ออกแบบโดยใช้หลักพลศาสตร์ของไหล (Hydrodynamic) ช่วยลดแรงต้าน ทำให้คล่องตัวในขณะขับเคลื่อนใต้น้ำ
๒.๒๐ มีสายรัดสำหรับผู้ขับยานดำน้ำ เพื่อลดความเหนื่อยล้า เมื่อขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง หรือการปฏิบัติภารกิจในระยะทางไกล
๒.๒๑ มีตำแหน่งสำหรับบรรทุกอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม
๒.๒๓ มีอุปกรณ์สำหรับ Charge Battery ขนาด 50.8VDC Power Input 110-240VAC 50-60Hz น้ำหนัก 14kg ขนาดกว้าง x ยาว x สูง 143mm x 433mm x 252mm สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP64
๒.๒๔ มีกล่องสำหรับบรรจุยานขับเคลื่อนใต้น้ำและอุปกรณ์ เพื่อความสะดวกและป้องกันความเสียหายระหว่างการเคลื่อนย้ายตามมาตรฐาน Mil-Spec

แหล่งที่มาของราคากลาง(ราคาอ้างอิง) มีสามรายคือ บริษัท ซีซีจี จำกัด(CCG Co.,Ltd.), บริษัท โอเพ่นเทค เวิลด์ ไวด์ จำกัด(Opentech worldwide Ltd.) และ บริษัท แอคเซ็ป โปรดักส์ จำกัด(ACCEPT PRODUCT Co.,Ltd.)
ขณะที่เขียนนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดของแบบยานขับเคลื่อนใต้น้ำจากสามบริษัทในข้างต้น แต่เข้าใจน่าจะมีรูปแบบคล้ายคลึงกับยานขับเคลื่อนใต้น้ำสำหรับนักประดาน้ำปฏิบัติการพิเศษที่สามารถปล่อยจากท่อยิง Torpedo ขนาด 533mm มาตรฐาน NATO ของเรือดำน้ำได้
เช่น ยานขับเคลื่อนใต้น้ำแบบ Torpedo SEAL ของบริษัท JFD สหราชอาณาจักร ที่นำภาพมาเป็นตัวอย่าง ซึ่งมีข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นได้ที่ กปถ.สพ.ทร.จะนำมายานใช้กับเรือดำน้ำแบบ S26T จีนที่น่าจะมีคุณสมบัติผสมผสานระบบจากจีนและตะวันตกครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/s26t-lpd.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/02/s26t.html)