วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ออสเตรียจะฟ้องร้อง Airbus เรื่องการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

Austria to sue Airbus over Eurofighter deal
Austria is to sue manufacturer Airbus over the country's purchase of Eurofighter Typhoon fighter aircraft. Source: Bundesheer
http://www.janes.com/article/67793/austria-to-sue-airbus-over-eurofighter-deal

ออสเตรียประกาศที่จะเปิดการฟ้องร้องคดีความมูลค่าสูงถึง 1.1 billion Euros($1.17 billion) ต่อบริษัท Airbus ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขายเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ให้ออสเตรียในปี 2003
รัฐบาลออสเตรียได้เผยแพร่เอกสารอรรถคดี 130หน้าต่อการดำเนินคดีกับ Airbus เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื้อหาสรุปการอ้างอิงผลการสอบสวนในปี 2012 ที่จัดทำด้วยชุดเฉพาะกิจโดยกระทรวงกลาโหมและกีฬาออสเตรีย(BMLVS) ซึ่งได้เพิ่มการฟ้องร้อง
ในรายงานทาง Airbus ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและเรียกว่าเป็นการดำเนินการรุกรานทางกฎหมายที่น่ารังเกียจโดยตัวแทนจากรัฐบาล Vienna ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ออสเตรียได้ตั้งข้อกล่าวหาสองกระทงคือ ข้อหาที่หนึ่งว่าบริษัท(EADS เดิม) ได้รวมเงิน 183 million Euros อันไม่จำเป็นในข้อเสนอที่เกี่ยวข้องในอนาคตเป็นการเพิ่มเติมราคาที่รวมเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรีย Hans Peter Doskozil ได้กล่าวหาว่าเงินทุนดังกล่าวได้ถูกนำไปแจกจ่ายให้กับ 'เครือข่ายอาชญากรรม' ผ่านทางบริษัทบังหน้าที่เป็นเปลือกที่จดทะเบียนใน London อังกฤษในชื่อ Vector Aerospace(ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทแคนาดาที่มีชื่อเดียวกัน)
การฟ้องร้องนี้ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับการบุกจับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 โดยตำรวจเยอรมนี, อิตาลี และออสเตรีย ในการสอบสวนข้อกล่าวหากรณีการติดสินบนการรักษาความปลอดภัยการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของออสเตรีย

ข้อหาที่สองคือกล่องว่า Airbus รู้ดีว่าไม่มีทางที่จะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Typhoon Tranche 2/Block 8 ให้ออสเตรียตามระยะเวลาที่กำหนดในปี 2007 ได้
แม้จะมีการวางพวกตนเองของ BMLVS ในการตรวจจสอบคุณภาพที่โรงงานสายการประกอบอากาศยานที่ Manching เยอรมนี
ตอนนี้ออสเตรียได้ฟ้องร้องว่าเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จะไม่มีทางประสบความสำเร็จในการแข่งขันโครงการจัดหา ถ้ารู้ว่ามันได้พลาดกำหนดเส้นตายที่วางไว้

ออสเตรียเดิมได้ตัดสินใจจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 2/Block 8 จำนวน 18เครื่อง
แม้ว่าชุดแรก 6เครื่องจะเป็น Typhoon Tranche 1/Block 5  ซึ่งภายหลังสัญญาได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องมาตรฐานรุ่น Tranche 2/Block 8
อย่างไรก็ตามรัฐบาลออสเตรียมีความแน่ใจในขณะนี้ว่าการปรับปรุงนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และทาง Airbus ไม่เคยมีการวางแผนที่จะดำเนินการจริงแต่อย่างใดครับ

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รัสเซียส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 ชุดแรกให้กองทัพอากาศพม่า


Myanmar Air Force receives its first three Yak-130 jet Trainer form Russia
http://www.menadefense.net/2017/02/17/myanmar-recoit-trois-premiers-yak-130/

หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพการทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 ของกองทัพอากาศพม่าที่โรงงานอากาศยาน Irkutsk ของสำนักออกแบบ Yakovlev บริษัท Irkut Corporation ในเครือ United Aircraft Corporation รัสเซียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016
ล่าสุดมีรายงานภาพเผยแพร่ออกมาว่ารัสเซียได้ทำการส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 ชุดแรกจำนวน 3เครื่องให้กองทัพอากาศพม่าแล้ว โดยเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 หมายเลข 1801, 1802 และ 1803 ได้เดินทางมาถึงฐานทัพอากาศในพม่าแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ตามเอกสารของ Rosoboronexport รัฐวิสาหกิจด้านการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัฐบาลรัสเซีย กองทัพอากาศพม่าได้ลงนามสัญญาจัดหา Yak-130 ขั้นต้น 3เครื่องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2015 โดยมีรายงานว่าพม่ามีความต้องการจัดหา Yak-130 ทั้งหมดรวม 12เครื่อง
ปัจจุบันกองทัพอากาศพม่ามีเครื่องบินฝึกไอพ่น Hongdu K-8 สาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 18เครื่อง จากความต้องการ 50เครื่อง โดยได้ดำเนินการประกอบในโรงงานอากาศยานของพม่า ซึ่ง K-8 ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องบินโจมตีเบาติดอาวุธโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังชนกลุ่มน้อย
ซึ่งพม่าเป็นลูกค้ารายที่4ที่จัดหา Yak-130 จากรัสเซียต่อจาก กองทัพอากาศเบลารุส 8เครื่อง, กองทัพอากาศแอลจีเรีย 16เครื่อง และกองทัพอากาศบังคลาเทศ 16เครื่องครับ

การลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-35 รัสเซียให้อินโดนีเซียจะมีขึ้นในเร็วๆนี้

Contract for delivery of Russia’s Su-35 fighter jets to Indonesia to be signed soon
Su-35 fighter jet
Russia plans to sign a contract with Indonesia on the delivery of ten Su-35 multipurpose fighter jets
http://tass.com/defense/931461

สัญญาการส่งมอบเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้า Sukhoi Su--35 รัสเซียให้อินโดนีเซียคาดว่าจะมีการลงนามได้ในราวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ตามที่ Viktor Kladov ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและนโยบายภูมิภาคของ Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีนยกล่าวในงานแสดงการบิน Aero India 2017 ที่ Bangalore อินเดียเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์นั้น
"เราหวังว่าสัญญาสำหรับ Su-35 จะได้รับการลงนามในอนาคตอันใกล้ เราเชื่อว่ามันจะถูกลงนามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" นาย Kladov กล่าว

รายงานก่อนหน้านี้นั้นรัสเซียมีแผนที่จะลงนามสัญญากับอินโดนีเซียในการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Su-35 จำนวน 10เครื่อง ซึ่งกองทัพอินโดนีเซียแล้วได้มีการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซียเป็ฯจำนวนมาก
เฉพาะกองทัพอากาศอินโดนีเซียก็ได้จัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-27SK และ Su-30MK จากรัสเซียเข้าประจำการไปก่อนหน้านี้แล้ว
ซึ่ง Su-35 จะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินขับไล่ Northop F-5E Tiger II สหรัฐฯที่กองทัพอากาศอินโดนีเซียประจำการมาตั้งแต่ปี 1980 ซึ่งเก่าและล้าสมัยครับ

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อังกฤษประกาศการนำเข้าประจำการขั้นต้นเครื่องบินขับไล่ F-35B และสาธิตการปฏิบัติการร่วมกับเครื่อบินขับไล่ Typhoon

UK awards F-35B initial Release to Service
The initial Release to Service for the F-35B will allow for the start of peacetime and ab initio student training. Source: Crown Copyright
http://www.janes.com/article/67775/uk-awards-f-35b-initial-release-to-service

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ยืนยันกับ Jane's ว่าได้ลงนามการนำเข้าประจำการขั้นต้น(RtS: Release to Service) ของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์แล้ว
RtS ซึ่งเป็นการกำหนดที่ครอบคลุมการปฏิบัติการที่ปลอดภัยของ F-35B ถือเป็นหลักสำคัญของโครงการของอังกฤษที่จะอนุญาตให้มีการฝึกนักบินในยามสงบ
สำหรับเครื่องบินบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing) แบบนี้ ที่รวมถึงการฝึกนักบินเปลี่ยนแบบชุดเริ่มต้นเป็นครั้งแรกด้วย

กำลังพลที่ปฏิบัติการกับ F-35B ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) และกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) ปัจจุบันได้ประจำการที่สถานีอากาศนาวิกโยธิน(MCAS: Marine Corps Air Station) Beaufort ในมลรัฐ South Carolina สหรัฐฯ
ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกนักบินเปลี่ยนแบบ F-35B ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) (หรือที่ถูกตั้งชื่อโดยเจ้าหน้าที่ว่า Cat 1) ซึ่งได้เริ่มการฝึกตั้งแต่กลางปี 2016 โดยหลักสูตรได้พร้อมสำหรับนักเรียนศิษย์การบินอังกฤษรุ่นแรกตามมา
ถึงตอนนี้อังกฤษได้รับมอบ F-35B ชุดทดสอบและประเมินค่า 5เครื่อง และเครื่องที่จะใช้ปฏิบัติการ 10เครื่องเพิ่งมีการลงนามาสัญญา จากความต้องการทั้งหมด 138เครื่อง
ที่จะนำมาปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Queen Elizabeth ทั้ง 2ลำของกองทัพเรืออังกฤษ และปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของกองทัพอากาศอังกฤษ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 ฝูงบินสำรองที่17 ของกองทัพอากาศอังกฤษได้ถูกจัดตั้งขึ้นในฐานะเป็นฝูงบินปฏิบัติการทดสอบและประเมินค่าที่ฐานทัพอากาศ Edwards ในมลรัฐ California สหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมอังกฤษได้ประกาศหน่วยปฏิบัติการแรกคือฝูงบินที่617 Dambusters ที่เคยจะจัดตั้งที่ MCAS Beaufort ก่อนสิ้นปี 2016 ช่วงที่จะจัดตั้งหน่วยอย่างเป็นทางการคือเมื่อเครื่องเดินทางถึงอังกฤษในปี 2018
และที่ตั้งหลักของฝูงในอนาคตที่อังกฤษคือฐานทัพอากาศ Marham กองทัพอากาศอังกฤษ อย่างไรก็ตาม Jane's ได้รับแจ้งข้อมูลกองกำลังที่ปฏิบัติการกับ F-35B (UK Lightning Force) ของอังกฤษว่าการจัดตั้งหน่วยจะอย่างเต็มรูปแบบจะเริ่มในปี 2018
ตามข้อมูลเพิ่มเติมของกองกำลัง Lightning ฝูงบินอากาศนาวีที่ 809 Immortals กองทัพเรืออังกฤษนั้นจะได้ถูกจัดขึ้นตามมาเป็นหน่วยที่สองและจะทำการทดสอบปฏิบัติการในทะเลในปี 2018 และจะตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2023 ครับ

RAF demos F-35B and Typhoon interoperability
The F-35B and Typhoon will form the UK's combat aviation force from 2019, making interoperability between the fifth- and fourth-generation types essential. Source: Lockheed Martin
http://www.janes.com/article/67763/raf-demos-f-35b-and-typhoon-interoperability

ตามประกาศเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรได้สาธิตระบบการทำงานร่วมกันใหม่ที่จะอนุญาตให้เครื่อบินขับไล่ยุคที่4 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 สามารถสื่อสารร่วมกับอีกได้
ระบบ Northrop Grumman Airborne Gateway ได้ถูกออกแบบมาใช้กับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon FGR4 และ Lockheed Martin F-35B Lightning II เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งได้มีการทดลองเป็นเวลา 2สัปดาห์ที่สหรัฐฯ

ระบบนี้ถูกเรียกในชื่อ Babel Fish III กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้สนับสนุนทุนในการบินทดสอบระบบที่ทะเลทราย Mojave ในมลรัฐ California ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมรบ High Rider ของกองทัพอากาศอังกฤษในสหรัฐฯ
ระหว่างการทดสอบระบบ Airborne Gateway ได้แปลงข้อความจากระบบ MADL(Multifunction Advanced Data Link) ของ F-35B เป็นรูปแบบที่พร้อมในการอ่านโดย Link 16 datalink ของ Typhoon
ซึ่งในขณะที่ F-35B สามารถสื่อสารกับ Typhoon ผ่าน Link 16 ได้โดยตรง แต่ไม่สามรถส่งข้อมูลผ่าน MADL data link ได้

"นี่เป็นครั้งแรกที่เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่4ที่ไม่ใช่เครื่องของสหรัฐฯได้แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน MADL และความสำคัญของการสาธิตการปฏิบัติการร่วมนี้คืออังกฤษได้เข้าใกล้ความพร้อมการปฏิบัติการขั้นต้นของ F-35 Lightning II ของตนในปลายปี 2018
ความสามารถของเครือข่ายระบบข้อมูลตรวจจับระหว่างเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่4 และพื้นที่การรบอื่นที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก ซึ่งเป็นความสำคัญยิ่งของการเสนอขีดความสามารถเต็มรูปแบบของเครื่องบินขับไล่ยุคที่5" บริษัท Northrop Grumman แถลง
องค์ประกอบสำคัญของระบบ Airborne Gateway คือชุดคำสั่งกำหนดวิทยุ Northrop Grumman Freedom 550 ซึ่งนำการบูรณาการการสื่อสาร, การนำร่อง, การพิสูจน์ทราบชุด Avionic ของบริษัทที่พัฒนาและผู้ผลิตสำหรับ F-35 วิทยุนี้ได้รับการตรวจสอบภายใต้โครงการ Jetpack Joint Capability Technology Demonstration ที่ดำเนินในปี 2014 แล้ว

Northrop Grumman ได้นำระบบที่มีขีดความสามรถเดียวกับ Airborne Gateway ในเดือนมีนาคม 2016 มาใช้ในการฝึก Jericho Dawn 16-3 ออสเตรเลีย
โดยประสบความสำเร็จในการสาธิตการบูรณาการปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดินระหว่างการซ้อมรบยิงด้วยกระสุนจริงครับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บราซิลยกเลิกแผนการปรับปรุงและเตรียมปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo

Brazil Gives Up Modernization Plans for Aircraft Carrier Sao Paulo, Prepares for Decommissioning 
Sao Paulo at sea, December 2013. Picture: Rob Schleiffert

View of the forward flight deck of the Brazilian aircraft carrier Sao Paulo in 2003. Four McDonnell Douglas AF-1 (A-4) Skyhawk fighters and an Argentine Navy Grumman S-2T Tracker are visible. Picture: US Navy.
http://navyrecognition.com/index.php/news/defence-news/2017/february-2017-navy-naval-forces-defense-industry-technology-maritime-security-global-news/4895-brazil-gives-up-modernization-plans-for-aircraft-carrier-sao-paulo-prepares-for-decommissioning.html

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์บราซิล Estado กองทัพเรือบราซิล(Marinha do Brasil) ได้ตัดสินใจที่จะปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน A12 Sao Paulo หรือเดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบิน Foch ของกองทัพเรือฝรั่งเศสที่บราซิลจัดหามาในปี 2000
บราซิลได้ใช้ระยะเวลายาวนานในการพิจารณาปรับปรุงเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีอยู่ลำเดียวของตนโดยบริษัทผู้สร้างเรือคือ DCNS ฝรั่งเศส แต่ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงเรือนั้นถูกพิจารณาว่ามากเกินไปโดยเจ้าหน้าที่กองทัพเรือบราซิล จึงต้องล้มเลิกความตั้งใจในที่สุด

โดยแผนการปรับปรุงเรือนั้นได้รวมการเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมด, รางดีดส่งอากาศยาน catapult และระบบอำนวยการรบ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเกินกว่า 1 billion Brazilian Reals (ประมาณ $324 million)
ขั้นตอนการปลดประจำการนั้นถูกตั้งให้เริ่มต้นทันทีและเสร็จสิ้นภายในปี 2020 กระบวนการอีกสามลำดับขั้นจะต้องใช้เวลาทำงานอีก 10ปี โดยเครื่องบินโจมตี A-4 Skyhawk ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องบินขับไล่ประจำเรือ Sao Paulo จะยังคงประจำการต่อไปที่ฐานบิน Sao Pedro da Aldeia
วาระสุดท้ายของเรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo ยังไม่ได้มีการกำหนดตอนนี้ โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน A11 Minas Gerais(ชั้น Colossus ชื่อ R71 HMS Vengeance อังกฤษเดิม) ที่ปลดประจำการไปก่อนในปี 2001 นั้นถูกขายไปแยกชิ้นส่วนในตลาดนานาชาติ

A12 Sao Paulo เดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Clemenceau ชื่อ Foch ของกองทัพเรือฝรั่งเศสที่เข้าประจำการครั้งแรกในปี 1963 และถูกขายต่อให้บราซิลในปี 2000 และได้เป็นเรือธงของกองทัพเรือบราซิล
เรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo มีระวางขับน้ำ 32,800tons ตัวเรือยาว 265m กำลังพลประจำเรือ 1,920นาย บรรทุกอากาศยานไปกับเรือได้ 39เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องบินปีกตรึงไอพ่น 22เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ 17เครื่อง
โดยกำลังอากาศยานประจำเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือบราซิลประกอบด้วย เครื่องบินโจมตี A-4KU Skyhawk, เฮลิคอปเตอร์ AS532SC Cougar, HB350 และ HB355 Ecureuil และ SH-3 Sea King

ระหว่างปี 2005-2010 ซึ่งเรือได้ถูกพิจารณาโครงการปรับปรุง การปรับปรุงเรือประกอบด้วย การตรวจสอบและซ่อมเครื่องยนต์กังหันไอน้ำการซ่อมบำรุงเครื่องควบแน่น(surface condenser), เปลี่ยนท่อหม้อต้มน้ำใหม่(boiler), ซ่อมเครื่องอัดความดันสูง(high-pressure compressor) 2ตัว, แก้ไขเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ, จัดซื้ออะไหล่, ซ่อมบำรุงปั๊ม, วาล์ว, เพิ่มเครื่องแยกน้ำ-น้ำมัน, ติดตั้งระบบเครื่องทำน้ำเย็น, ปรับปรุงเครื่องสร้าง oxygen เคมี, ซ่อมและรักษาสภาพถังน้ำมัน, ทดแทนระบบข้อมูลทางยุทธวิธีทางเรือ(Naval Tactical Data System)ใหม่, ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด, ติดตั้งตัวส่งสัญญาณพิสูจน์ฝ่าย IFF, ติดตั้งระบบ MAGE(ESM), ตรวจสอบดาดฟ้าบิน ซ่อม และทาสีใหม่, ปรับปรุงระบบปฏิบัติการลงจอด(Optical Landing System) และแก้ไขรางดีดส่งอากาศยานขึ้นบิน(catapult)
อย่างไรก็ตามข้อบกพร่องในส่วนระบบเครื่องยนต์, ระบบขับเคลื่อนใบจักร, และรางดีดส่งนั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เรือ Sao Paulo ออกทะเลน้อยครั้งมากตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา

บริษัท SAAB สวีเดนเคยเสนอเครื่องบินขับไล่ Sea Gripen หรือในปัจจุบันชื่อ Gripen M แก่กองทัพเรือบราซิลเพื่อทดแทน A-4 Skyhawk หรือเครื่องบินขับไล่โจมตี AF-1 ตามการกำหนดแบบของกองทัพบราซิล
แต่การจะปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo ทำให้ลูกค้าที่เป็นไปได้รายเดียวของเครื่องบินขับไล่ Gripen M คือกองทัพเรืออินเดียในโครงการ MRCBF(Multi-Role Carrier Borne Fighters) ตามที่เคยรายงานไป
โดย SAAB ยังมองความเป็นไปได้ในการเสนอเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่เบาใหม่ของกองทัพอากาศอินเดีย และการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ Tejas LCA ด้วย AESA radar รุ่น Compact

ทั้งนี้ปัจจุบันการให้ลำดับความสำคัญใหม่ของกองทัพเรือบราซิลถูกมุ่งไปยังโครงการจัดหาและสร้างเรือดำน้ำภายในประเทศที่ร่วมเป็นหุ้นส่วนกับ DCNS ฝรั่งเศส
ทั้งการจัดหาและสร้างเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าแบบ Scorpene 4ลำ และการสร้างเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของกองทัพเรือบราซิลครับ

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รัสเซียจะทำการบินเครื่องบินขับไล่ PAK FA ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ในปี 2017 จะพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถี S-400 เครื่องบินแจ้งเตือนควบคุมทางอากาศ A-50 ให้อินเดีย

Russia’s PAK FA 5th-generation jet with new engine to make maiden flight in 2017
The project of creating the new engine is "in line with the timeframe," a spokesman for Russia’s United Engine Corporation said
http://tass.com/defense/930699

ตามข้อมูลฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ United Engine Corporation รัสเซีย เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50 PAK FA(Prospective Airborne Complex of Frontline Aviation) ที่ติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่มีกำหนดจะทำการบินครั้งแรกในไตรมาสที่4 ปี 2017นี้
"การบินครั้งแรกของเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่คาดว่าจะมีขึ้นในไตรมาสที่4 ของปี 2017 โครงการสร้างเครื่องยนต์ใหม่นั้นอยู่ในเส้นทางตามกรอบเวลา" โฆษกของบริษัท UEC ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานทางทหารและพลเรือนของรัสเซียกล่าว

ขณะนี้เครื่องบินขับไล่ยุคที่5ของรัสเซียยังคงติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น 117C ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นเครื่องยนต์ระยะที่1 เครื่องยนต์แบบใหม่ที่ถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะที่2ยังไม่ได้มีการรับมอบอย่างเป็นทางการ
PAK FA T-50 เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่5ที่มีแนวโน้มสดใส ทำการบินครั้งแรกในปี 2010 โดยเครื่องในสายการผลิต 5เครื่องแรกคาดว่าจะส่งมอบให้กองทัพอากาศรัสเซียได้ในปีนี้ ซึ่งเครื่องจะเริ่มเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียได้หลังปี 2018

รัสเซียและอินเดียได้ร่วมการทำงานในร่างสัญญางานวิจัยและพัฒนาในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ตามที่รองผู้อำนวยการกองบริการเพื่อความร่วมมือด้านทหารและเทคนิครัฐบาลรัสเซีย Vladimir Drozhzhov กล่าวกับ TASS
"ผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียและอินเดียได้เห็นชอบและลงนามร่างสัญญาเพื่อการวิจัยและพัฒนาสำหรับการพัฒนาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้า ด้านรัสเซียได้พร้อมสำหรับการลงนาม เราคาดว่าจะมีการตัดสินใจจากทางอินเดียในเรื่องนี้" เขากล่าว
ตามที่นาย Drozhzhov กล่าว เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้าจะไม่ด้อยไปกว่า PAK FA ในด้านขีดความสามารถทางการรบและคุณสมบัติ

Sergei Chemezov ประธาน Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย ได้กล่าวเมื่อปลายปีที่แล้วว่า การลงนามสัญญาการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 กับอินเดียน่าจะมีขึ้นก่อนสิ้นปี 2016
ทั้งนี้ในปี 2007 รัสเซียและอินเดียได้ลงนามข้อตกลงในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ร่วมกัน โดยคาดว่ากองทัพอากาศอินเดียน่าจะเป็นลูกค้ารายแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ดังกล่าว ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการจัดหาให้ประเทศที่สามได้ด้วยครับ

Russia may sign contract with India on S-400 air defense system delivery
The S-400 can engage targets at a distance of 400 km and at an altitude of up to 30 km
http://tass.com/defense/930856

รองผู้อำนวยการกองบริการเพื่อความร่วมมือด้านทหารและเทคนิครัฐบาลรัสเซีย Vladimir Drozhzhov กล่าวกับ TASS ว่ารัสเซียอาจจะลงนามสัญญาจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยไกล S-400 Triumf กับอินเดียภายในสิ้นปีนี้
"การเจราจาต่อรองสัญญาคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเหตุผลที่ยังไม่ถึงเวลาที่สมควรจะกล่าวถึงเกี่ยวกับจำนวนระบบที่จะจัดส่ง เราหวังว่าสัญญาสำหรับการจัดส่งระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านอากาศยาน S-400 Triumf จะมีการลงนามภายในสิ้นปีนี้" เขากล่าว

ในข้อตกลงระหว่างรัฐบาลในการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกล S-400 Triumf ให้อินเดียมีการลงนามเมื่อเดือนตุลาคม 2016
ทั้งนี้จีนเป็นลูกค้ารายแรกที่จัดหา S-400 จากรัสเซียซึ่งมีการลงนามไปเมื่อฤดูใบไม่ผลิปี 2015 ตามรายงานคือในวงเงิน $3 billion ครับ

Russia to deliver A-50 early warning and control aircraft to India
India currently operates three Russian-made A-50EI aircraft with Israeli radars aboard
http://tass.com/defense/930867

Yuri Slyusar ประธานบริหาร United Aircraft-Building Corporation กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ว่า รัสเซียได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ A-50EI AEW&C(Airborne Early Warning and Control) กับอินเดียแล้ว
"ดังนั้น เราได้ลงนามสัญญากับอินเดียสำหรับเครื่องบิน AEW&C" เขากล่าวในงานแสดงการบิน Aero India 2017 ที่ Bangalore อินเดีย โดยไม่ระบุจำนวนเครื่องบิน A-50EI ที่อินเดียจะจัดหา
นาย Slyusar ยังกล่าวอีกว่าขณะนี้รัสเซียกำลังเจรจากับแอลจีเรียและคาซัคสถานในการส่งมอบเครื่องบินลำเลียงหนัก IL-76 ที่ผ่านการดัดแปลงแล้วให้ประเทศดังกล่าว

ปัจจุบันกองทัพอากาศอินเดียมีเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ A-50EI ที่ติดตั้ง Radar ของอิสราเอลประจำการอยู่แล้ว 3เครื่องซึ่งลงนามจัดหามาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งอินเดียยังต้องการเครื่องบินแบบนี้เพิ่มเติมอีก
ตามรายงานก่อนหน้านี้รัสเซีย อินเดีย และอิสราเอลได้ลงนามสัญญาร่วมกันในปี 2016 เพื่อส่งมอบเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศแบบเดียวกันนี้เพิ่มเติมอีก 2เครื่องครับ

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กองทัพอากาศสหรัฐฯมองหาระเบิดขนาด 500lbs ที่สามารถโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่ได้สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35

USAF seeks interim 500 lb bomb with moving target capability for F-35
An F-35A, at Edwards AFB, California, is pictured with the F-35 Systems Development and Demonstration Weapons Suite the aircraft is designed to carry.
The USAF now wants to add an interim 500 lb-class bomb with a moving target capability. Source: Edwards AFB
http://www.janes.com/article/67679/usaf-seeks-interim-500-lb-bomb-with-moving-target-capability-for-f-35

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: United States Air Force) กำลังมองหาระเบิดนำวิถีขั้นระยะระหว่างกาลใหม่ขนาด 500lbs ที่สามารถโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่ได้สำหรับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II Joint Strike Fighter(JSF)
แหล่งข่าวที่กล่าวมานี้ถูกแสดงใน Website Federal Business Opportunities เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ในการเรียกข้อมูลจากอุตสาหกรรมในสหรัฐฯเฉพาะสำหรับอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง(PGM: Precision-Guided Munition) ที่ไม่ได้อยู่ในขั้นการพัฒนา
ซึ่งสามารถนำไปติดตั้งใช้กับเครื่องบินขับไล่ F-35A ได้ ตามการคาดการณ์ล่วงหน้าของเอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposals)

ตามบันทึกในเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) ของกองบัญชาการการรบทางอากาศ(ACC: Air Combat Command) อาวุธจำนวนขั้นต้น 400นัดจะถูกจัดหาจากความต้องการในจำนวนคลังทั้งหมด 1,200นัด
สัญญาแรกคาดว่าจะมีการลงนามในไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2017 โดยการส่งมอบการสั่งซื้อขั้นต้นจะเริ่มหลังจากวันที่ลงนามจัดหาไม่เกิน 6เดือน
"ในการตอบสนองต่อกองบัญชาการการบทางอากาศ ตามความต้องการขีดความสามารถตอบโต้ฉับพลัน(QRC: Quick Reaction Capability) กองทัพอากาศสหรัฐฯกำลังมองหาระยะเวลาที่สำคัญ
ทางเลือกขั้นระยะเพื่อเพิ่มระเบิดนำวิถีขนาด 500lbs ที่สามารถโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่และมีความคล่องแคล่วทางการบินได้ ที่มีความเข้ากันได้ทางกลไก, ทางไฟฟ้า และทางชุดคำสั่ง กับ F-35 Block 3F Operational Flight Program(OFP)
ระเบิดจะต้องเดินทางพุ่งชนเป้าหมายโดนตลอดตามการตั้งทิศทางคงที่ที่ความเร็วทางการมากกว่า 70mph และเป้าหมายที่คล่องแคล่วในช่วงดำเนินท่าทางการบิน +-2G ที่ความเร็ว 40mph ขึ้นไป
ขีดความสามารถดังกล่าวจะต้องไม่กระทบกับกำหนดการวางกำลังในปัจจุบันของ F-35 Block 3F คือวันที่ 15 พฤษภาคม 2018" เอกสาร RFI ระบุ ซึ่งการตอบรับจะต้องไม่เกินหลังเวลา 15:00 ตามมาตรฐานเวลา CDT(Central Daylight Time) ของวันที่ 12 มีนาคม

F-35A มีความพร้อมในการใช้งานระเบิดนำวิถี Laser Raytheon GBU-12 ขนาด 500lbs และระเบิดนำวิถีดาวเทียม GBU-38 JDAM(Joint Direct Attack Munition) ขนาด 500lbs แล้ว แต่ระบบอาวุธดังกล่าวไม่มีขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่ได้
ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นได้สำหรับความต้องการมีเช่น Boeing GBU-54/B Laser JDAM ซึ่งมีพื้นฐานจากระเบิดธรรมดา MK 82 หรือ BLU-111 ขนาด 500lbs
เช่นเดียวกับ Lockheed Martin Dual Mode Plus LGB ซึ่งเป็นชุดประกอบติดตั้งกับระเบิดธรรมดา MK 82 หรือ BLU-111 ครับ

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ฟิลิปปินส์สนใจจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนรวมถึงอากาศยานไร้คนขับ UAV

Philippines interested to purchase military equipment from China including UAVs.
Chinese-made UAVs (Unmanned Aerial Vehicles) at Zhuhai Air Show (Copyright Army Recognition)
http://armyrecognition.com/february_2017_global_defense_security_army_news_industry/philippines_interested_to_purchase_military_equipment_from_china_including_uavs_11202171.html

ฟิลิปปินส์ได้ส่งข้อเสนอต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนถึงรายงานอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคง โดยหวังว่ารัฐบาลจีนจะสามารถอนุมัติการสนับสนุนการจัดหาอาวุธวงเงิน $14 million ให้ฟิลิปปินส์ได้
ตามที่รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Delfin Lorenzana กล่าวเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาใน website Rappler.com

รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ยังได้เปิดเผยความต้องการจัดซื้อเพิ่มเติมวงเงิน $500 million สำหรับอาวุธจีนที่รวมถึงอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง, เรือ และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle)
รัฐมนตรี Lorenzana กล่าวว่าเขาได้ส่งรายการดังกล่าวให้ทูตจีนประจำฟิลิปปินส์ Zhao Jianhua เมื่อสามสัปดาห์ก่อน ถ้าทางด้านจีนอนุมัติงบประมาณให้ ตัวแทนของรัฐบาลฟิลิปปินส์จะเดินทางไปจีน
"เรายังไม่ได้ไปที่นั่น(เพื่อส่งตัวแทน)เพราะเราพึ่งจะส่งรายการให้พวกเขา, ดัวนั้นถ้าพวกเขาสามารถจัดส่งยุทโธปกรณ์ได้ เมื่อนั้นเราถึงจะไป" รัฐมนตรี Lorenzana กล่าว
เมื่อถามถึงรายการความต้องการที่ร่วมถึงอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง Lorenzana กล่าวว่า "ใช่ เราถามถึงสำหรับหลายๆอย่าง ทั้งเรือ Drone"

แต่รายงานดังกล่าวในช่วงหลังนั้น Lorenzana กล่าวว่าอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงนั้นอยู่ในรายการอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ครอบคลุมส่วนการกู้ยืมเงินดอกเบี้ยต่ำวงเงิน $500 million ไม่ใช่การขออนุมัติในวงเงิน $14 million
ตามรายงานเขาระบุว่าฟิลิปปินส์ได้ร้องขออาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง ไม่ใช่อาวุธปล่อยนำวิถีซึ่งมี"ความซับซ้อน" มากกว่า อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงเป็นระเบิดนำวิถีด้วยดาวเทียมที่ออกแบบมาสำหรับโจมตีเป้าหมายเฉพาะ
ซึ่งรัฐมนตรี Lorenzana กล่าวว่า อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงจะ "ลด" จำนวนความสูญเสียลง เมื่อเทียบกับการใช้ระเบิดธรรมดาไม่นำวิถีครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หมู่เรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov รัสเซียเดินทางกลับถึงฐานหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการในซีเรีย โดยจะนำประสบการณ์ไปพัฒนายุทธวิธีใหม่

Russia’s naval task force back home after successful operation off Syria's coast

It was Russian Navy’s first-ever large-scale voyage to the Mediterranean in which naval aircraft were used in combat
http://tass.com/defense/929913



หมู่เรือเฉพาะกิจกองทัพเรือรัสเซียซึ่งมีเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov เป็นเรือธงและเรือลาดตระเวนประจัญบานพลังงานนิวเคลียร์ Pyotr Velikiy ประกอบกำลัง ได้เสร็จสิ้นความสำเร็จในปฏิบัติการที่ซีเรีย ทั้งในอากาศ, ทะเลหลวง และใต้น้ำ
ตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือรัสเซีย พลเรือเอก Vladimir Korolyov กล่าวเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในพิธีต้อนรับหมู่เรือเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือ Severomorsk กองเรือทะเลเหนือ กองทัพเรือรัสเซีย

"ประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือเรือรัสเซียเป็นบันทึกประวัติแห่งชัยชนะที่ยาวนานทั้งใหญ่และเล็ก ผมมั่นใจว่าหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจของหมู่เรือเฉพาะกิจเรือบรรทุกเครื่องบินนี้จะเป็นบทพิเศษในหน้าประวัติศาสตร์การรบของกองทัพเรือรัสเซีย
ในปฏิบัติการต่อต้านผู้ก่อการร้ายคุณได้แสดงคือความเป็นเอกภาพ, ความกล้าหาญ, ความมุ่งมั่น และความจงรักภักดีต่อธง St. Andrew แต่ละไมล์ที่คุณที่ไว้เบื้องหลังได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิสูงสุด กำลังพลได้ปฏิบัติงานด้วยความสำเร็จในทุกสื่อ ในอากาศ, บนผิวน้ำทะเล และใต้น้ำ
เท่าที่ได้สร้างบาดแผลความสูญเสียร้ายแรงต่อศัตรู และประสบการณ์อันล้ำค่าที่นักบินกองทัพเรือได้เกี่ยวข้อง พวกเขาเป็นข้อโต้แย้งที่มีตัวตนในการตอบสนองความเคลือบแคลงที่ถูกกล่าวในคำถามถึงขีดความสามารถและความพร้อมรบของกองทัพเรือ
เราจะศึกษาบทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติภารกิจนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ต้องสงสัยเราจะวิจารณ์แผนเราสำหรับปฏิการในอนาคตของหมู่เรือและกองเรือ และปรับนำไปใช้ในการฝึกที่ตามมา ผลสรุปของการเดินเรือจะถูกรวมในหลักสูตรหรือสถาบันการศึกษาของกองทัพเรือเรา"
นายพลเรือ Korolyov กล่าวในพิธีต้อนรับบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov

ขณะนี้เรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov เป็นเรือธงและเรือลาดตระเวนประจัญบานพลังงานนิวเคลียร์ Pyotr Velikiy ได้จอดทอดสมอที่ฐานทัพเรือ Severomorsk ในอ่าว Kola ซึ่งทั้งสองลำเดินทางมาถึงตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นี่เป็นการเดินเรือของหมู่เรือขนาดใหญ่ครั้งแรกของกองทัพเรือรัสเซียในทะเล Mediterranean ซึ่งมีการนำอากาศยานมาใช้ในการรบ หมู่เรือเฉพาะกิจของจากเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov และเรือลาดตระเวนประจัญบานนิวเคลียร์ Pyotr Velikiy แล้ว
ยังประกอบด้วยเรือพิฆาตปราบเรือดำน้ำชั้น Udaloy 2ลำคือเรือพิฆาต Severomorsk และเรือพิฆาต Vice-Admiral Kulakov กับเรือช่วยรบ ซึ่งออกเดินทางไปทะเล Mediterranean ตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2016 ครับ

Russian aircraft carrier’s Syria voyage to help develop new tactics for Navy
The Russian naval task force led by the sole aircraft carrier Admiral Kuznetsov has returned to its home base in northwest Russia after its anti-terror operation in Syria
Admiral Kuznetsov aircraft carrier
Andrei Luzik/Russian Navy Northern Fleet Press Office/TASS
http://tass.com/defense/929968

รัสเซียจะใช้ประสบการณ์ที่ได้จากการเดินเรือหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินปฏิบัติการในซีเรียนำไปพัฒนายุทธวิธีใหม่เพื่อการวางกำลังกองกำลังทางเรือเฉพาะกิจในมหาสมุทรทั่วโลก
"ยุทธวิธีที่ใช้ในการเดินเรือจะถูกนำไว้วิเคราะห์โดยเรา เราจะพัฒนาแนวทางใหม่ในการวางกำลังกองกำลังทางเรือเฉพาะกิจในหลายส่วนของมหาสมุทรทั่วโลก"
พลเรือเอก Korolyov ผู้บัญชาการทหารเรือรัสเซียกล่าว ซึ่งกองบัญชาการกองทัพเรือรัสเซียจะวิเคราะห์ผลที่ได้ในเชิงบวกทั้งหมดจากการฝึกในทะเลครั้งแรก

"แต่ละการเดินเรือที่ตามมาภายหลังของเรือรบหมายถึงการวิเคราะห์ และเราจะไม่วิเคราะห์เฉพาะปฏิบัติการของเรือรบในทะเลแต่ยังรวมถึงปัญหาระยะเวลาในการเตรียมการสำหรับการเดินเรือ เช่นเดียวกับขั้นตอนการวางกำลังเรือรบ
นี่จะยังถูกนำไปใช้กับอากาศยานประจำดาดฟ้าเรือ เรือรบ และเรืออื่นในหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินเฉพาะกิจ กองทัพเรือจะยังปรับบางแผนการวางกำลังที่รวมระดับยุทธวิธีเฉพาะเรือรบและหมู่เรือ
เราจะสร้างการปรับแต่งต่อหลักสูตรการฝึกของเราในสถาบันการศึกษาของกองทัพเรือ เริ่มต้นจากโรงเรียนและวิทยาลัยของเรา และแม้กระทั่งอาจจะโรงเรียนกองทัพเรือ Nakhimov และโรงเรียนนายเรือ และสถาบันของเรา" นายพลเรือ Korolyov กล่าว

รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu ได้รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2016 ว่าหมู่เรือเฉพาะกิจได้เดินทางถึงทะเล Mediterranean นับตั้งออกเดินทางจากรัสเซียตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2016
ตลอดระยะเวลาสองเดือนของการปฏิบัติการมีการปฏิบัติการบินจากดาดฟ้าอากาศยาน 420เที่ยวบิน ซึ่งร่วมถึงปฏิบัติการบินเวลากลางคืน 117เที่ยวบิน สามารถทำลายเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายได้ 1,000เป้าหมาย
กำลังอากาศยานประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov ได้สูญเสียเครื่องบินขับไล่ MiG-26K และ Su-33 อย่างเครื่อง รวม2เครื่องระหว่างการลงจอด ซึ่งนักบินทั้งสองนายดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย

Russian Navy Aircraft Carrier's Admiral Kuznetsov Ship's Cat


โดยก่อนหน้าที่หมู่เรือเฉพาะกิจจะกลับเทียบท่าที่ฐานทัพเรือ Severomorsk กำลังอากาศยานประจำเรือทั้งเครื่องบินขับไล่ Su-33 และ MiG-29K เฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52 เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ Ka-27 และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงจู่โจม Ka-29
ได้ทำการบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov เพื่อเดินทางกลับไปลงจอดที่ฐานบินกองทัพเรือบนชายฝั่งที่ Severomorsk แล้ว ซึ่งนี่ถือว่าเป็นปฏิบัติการรบของกำลังอากาศนาวีกองทัพเรือรัสเซียที่ใหญ่ที่สุดครั้งแรกที่เคยมีมา
ทั้งนี้จากรายงานปฏิบัติการหมู่เรือเฉพาะกิจกองทัพเรือรัสเซียที่ซีเรียของสื่อ ที่พบแมวบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov ทำให้ดูเหมือนว่ากองทัพเรือรัสเซียจะยังคงมีอนุญาตให้มี 'แมวประจำเรือ' อยู่ ขณะที่กองทัพเรือชาติตะวันตกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 1960s-1970s แล้วด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัยครับ

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

นาวิกโยธินอินโดนีเซียจะพิจารณาตัวเลือกรถหุ้มเกราะลำเลียงพลใหม่จากตุรกี เกาหลีใต้ และรัสเซีย

Indonesia mulls Turkish, South Korean, Russian options for marines APC requirement
A Russian-made BTR-80 (8x8) amphibious armoured personnel carrier in service with the Turkish Gendarmerie. The vehicle is a contender in the Indonesian programme to acquire 50 units. Source: Aselsan
http://www.janes.com/article/67630/indonesia-mulls-turkish-south-korean-russian-options-for-marines-apc-requirement

กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียกำลังประเมินค่าการพิจารณาข้อเสนอในโครงการจัดหารถหุ้มเกราะลำเลียงพล(APC: Armoured Personnel Carrier) ใหม่จำนวน 50คันสำหรับนาวิกโยธินกองทัพเรืออินโดนีเซีย(KORMAR: Korps Marinir)
Jane's เข้าใจจากแหล่งข้อมูลภายในขั้นตอนการจัดหาว่าตัวเลือกแบบรถนั้นประกอบไปด้วย รถหุ้มเกราะล้อยาง BTR-80 จาก Military-Industrial Company รัสเซีย, รถรบหุ้มเกราะสายพาน ACV-19 จาก FNSS ตุรกี และรถรบทหารราบสายพาน K21 NIFV(Next Infantry Fighting Vehicle) จาก Doosan สาธารณรัฐเกาหลี

งบประมาณวงเงิน $95 million สำหรับโครงการได้ถูกอนุมัติแล้ว และจะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียประจำปี 2017
นอกจากการวางกำลังประจำการในหน่วยนาวิกโยธินในพื้นที่อินโดนีเซียแล้ว รถหุ้มเกราะลำเลียงพลใหม่ดังกล่าวมีแผนที่จะถูกนำไปใช้วางกำลังในปฏิบัติการนานาชาติ เช่นภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ(UN: United Nation)

ตามเอกสารสรุปโครงการที่ Jane's ได้รับหนึ่งในความต้องการของสัญญาจัดหาคือผู้ชนะการแข่งในโครงการจะต้องส่งมอบรถหุ้มเกราะ 10-15คันในรูปแบบ Semi-Knocked Down(SKD) เพื่อนำมาประกอบในอินโดนีเซีย ซึ่งขั้นตอนการประกอบรถขั้นสุดท้ายจะทำในประเทศโดยการถ่ายทอด Technology
การจัดส่งรถในชุดที่จะตามมาอีก 35-40คัน จะเป็นการส่งมอบพร้อมกับสิทธิบัตรการผลิตโดยบริษัทท้องถิ่นของอินโดนีเซีย ที่ได้รับรองจากรัฐบาลอินโดนีเซียแล้วว่ามีขีดความสามารถในการเปิดสายการผลิตรถจำนวนมากได้

เป็นที่คาดการณ์ในวงกว้างว่าบริษัทที่ได้รับผิดชอบโครงการนี้คือ PT Pindad ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลอินโดนีเซียที่มีประสบการณ์ในการผลิตและออกแบบรถหุ้มเกราะต่างๆเข้าประจำการในกองทัพอินโดนีเซีย
กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียคาดว่าการตัดสินใจโครงการจะมีขึ้นในเดือนเมษายน 2017 ซึ่งขั้นตอนการอนุมัติการจัดหาอย่างเป็นทางการจะต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกลาโหม, ข่าวกรอง และการต่างประเทศ ของสภาผู้แทนราษฏรอินโดนีเซีย(Komisi I) ครับ