วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ภาพ Oplot-T ที่ยูเครนล่าสุด-๑๕ และวิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ BM Oplot










Ukroboronprom announces delivery plan for next batch of Oplot tanks to Thailand.
https://www.facebook.com/DilanST/posts/1571000426258153


like to be complete Oplot-T Main Battle Tank and Turret part of Oplot tank in construction at Malyshev plant, Kharkiv, Ukraine



วิดีทัศน์รายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ยูเครนได้แสดงภาพการผลิตรถถังในโรงงาน Malyshev ใน Kharkiv ยูเครน โดยนอกจากการซ่อมปรับปรุงรถถังหลัก T-64 และ T-80 ในโรงงานแล้ว
ยังพบการเชื่อมขึ้นรูปป้อมปืนทรงเหลี่ยมที่ชัดเจนว่าน่าจะเป็นป้อมปืนของรถถังหลัก Oplot รวมถึงชิ้นส่วนรถแคร่ฐานของรถถัง Oplot และรถถังหลัก Oplot ที่ประกอบเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วอย่างน้อย ๑คัน
แสดงถึงสายการผลิตรถให้กองทัพบกไทยยังคงมีอยู่ แม้ว่ายูเครนจะส่งมอบรถถังหลัก Oplot-T เข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ ได้เพียง ๒๐คัน ยังเหลือที่ต้องจัดส่งอีก ๒๙คันก็ตาม

โดยรายงานล่าสุดจากหัวหน้าวิศวกรโรงงาน Malyshev ต่อสื่อยูเครนนั้น Ukroboronprom รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมความมั่นคงรัฐบาลยูเครน ประกาศที่จะมอบรรถังหลัก Oplot ที่เหลืออีก ๒๙คันให้ไทยได้ครบภายในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) นี้
ล่าสุดรถชุดใหม่ได้ถูกจัดส่งทางเรือเดินทางไปที่ฐานทัพเรือสัตหีบในสัปดาห์หน้าแล้ว(ประมาณ ๑๐คัน) ทำให้จำนวนรถที่กองทัพบกไทยมีจะเพิ่มเป็น ๓๐คัน
ทั้งนี้โรงงาน Malyshev ยังได้ลงวีดิทัศน์สามมิติประชาสัมพันธ์รถถังหลัก BM Oplot ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แสดงถึงการนำเสนอการขายรถถังหลัก Oplot ต่อต่างประเทศด้วยครับ

วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ภาพ Oplot-T ที่ยูเครนล่าสุด-๑๔ และกองทัพบกไทยทดสอบบินเฮลิคอปเตอร์ H145

Hull part No.50 of Oplot-M Main Battle Tank at Malyshev plant Ukraine, probably be Royal Thai Army's last Oplot-T or Demobee tank part
https://www.facebook.com/pasha.azone

ภาพล่าสุดที่โรงงาน Malyshev ในยูเครนแสดงภาพชิ้นส่วนตัวถังรถหมายเลข No.50 ที่น่าจะเป็นของรถถังหลัก Oplot-T ของกองทัพบกไทยคันสุดท้ายในสายการผลิต
อย่างก็ตามมีข้อสงสัยว่ากองทัพบกไทยได้สั่งจัดหารถถังหลัก Oplot จากยูเครนจำนวน ๔๙คัน วงเงิน ๗,๒๐๐ล้านบาท($240 million) ในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) โดยเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์
นั่นทำให้ชิ้นส่วนตัวถังรถคันสุดท้ายของไทยควรจะเป็นลำดับที่ No.49 มากกว่า ซึ่งตรงนี้น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการระบุลำดับหมายเลขบนชิ้นส่วนรถในโรงงานมากกว่านี้ ซึ่งตัวถังรถดังกล่าวเองก็มีการเขียนว่า "Dembelsky" ที่แปลว่า Demobee ในภาษาอังกฤษเป็นคำแสลงของ Demobilize คือ "ปลดประจำการ" ด้วย
แต่อย่างไรก็ตามจากที่ปัจจุบันยูเครนได้จัดส่งมอบรถถังหลัก Oplot ให้ไทยได้เพียง ๒๐คัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๕๙(2014-2016) ทำให้โครงการจัดหารถถังหลัก Oplot นี้่มีระยะเวลาล่าช้านานที่สุดเท่าที่เคยมีมาครับ



https://www.facebook.com/GeneralSupportAviationBattalion/videos/1330487587028649/
Video clip: Flight Test of Airbus Helicopters H145(EC145 T2) 41st Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center, Royal Thai Army

กองพันบินที่๔๑ กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก กองทัพบกไทยได้ดำเนินทดสอบการบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Airbus Helicopters H145(EC145 T2) ซึ่งเพิ่งจะได้รับมอบชุดแรกตามวิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์นี้(น่าจะมีอย่างน้อย ๒เครื่อง)
โดยเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๘(2015) กองทัพบกไทยได้ลงนามจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ EC145 T2(H145) จำนวน ๖เครื่องวงเงิน ๙๙๙,๒๐๗,๔๓๖บาท($30.66 million) กับบริษัท Airbus Helicopters ฝรั่งเศส/เยอรมนี
ก่อนหน้านี้กองทัพบกไทยได้จัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ ฮ.ท.๗๒ UH-72A Lakota จำนวน ๖เครื่อง จากบริษัท Airbus Helicopters สาขาอเมริกาเหนือ ซึ่งได้เกิดอุบัติเหตุสูญเสียไปหนึ่งเครื่องตกที่เชียงใหม่เมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ ตามที่ได้เคยรายงานไป
ทั้งนี้กองทัพบกไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปเพื่อนำมาทดแทน ฮ.เก่าเช่น ฮ.ท.๑ UH-1H Huey ที่ใช้งานมานานจนหมดอายุการใช้งานและได้ปลดประจำการลงไปอีกหลายแบบครับ

Lockheed Martin ถอนอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ LRASM ออกจากโครงการกองทัพเรือสหรัฐ

Lockheed Martin Drops LRASM Out of Littoral Combat Ship/Frigate Missile Competition
A July 2016 test of the LRASM from a MK-41 launcher on the Navy’s Self Defense Test Ship. Lockheed Martin Photo

Lockheed Martin artist’s conception of the Long Range Anti-Ship Missile (LRASM). Lockheed Martin Photo
https://news.usni.org/2017/05/24/lockheed-martin-drops-lrasm-frigate-missile-competition


บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯตัดสินใจที่จะถอนอาวุธปล่อยนำวิถี Long Range Anti-Ship Missile(LRASM) ออกจากการแข่งขันโครงการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีเหนือขอบฟ้าของกองทัพเรือสหรัฐฯ(US Navy) สำหรับเรือ Littoral Combat Ship(LCS) และเรือฟริเกต
ตามที่เจ้าหน้าที่บริษัทได้ยืนยันกับ USNI ที่ได้รับเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมว่า "หลังการพิจารณาที่ยาวนานและรอบคอบ Lockheed Martin ได้ตัดสินใจจะถอนตัวจากการแข่งขันโครงการ Over-the-Horizon Weapon System(OTH-WS) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ตามที่ขณะนี้ขั้นตอนคัดเลือกเอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposal)ได้เลยเวลาไป มันเป็นที่ชัดเจนว่าการเสนอของเราไม่ได้เป็นที่คุ้มค่าเต็มที่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมต่อ RFP Lockheed Martin อาจจะทบทวนความต้องการใหม่ และประเมินว่าขีดความสามารถของเราจะดีตรงความต้องการของกองทัพเรือสหรัฐฯตามที่เราต้องการกับ RFP หรือไม่"

LRASM เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีที่พัฒนาจากอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน AGM-158 Joint Air-to-Surface Standoff Missile(JASSM) ซึ่งได้ถูกพัฒนาในฐานะส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการเร่งด่วนของกองบัญชาการแปซิฟิกกองทัพสหรัฐฯ(USPACOM: United States Pacific Command)
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำร่อนที่จะใช้กับเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18E/F Super Hornet กองทัพเรือสหรัฐฯ และเครื่องบินทิ้งระเบิด Boeing B-1B Lancer กองทัพอากาศสหรัฐฯ
โดยที่มีการพัฒนาควบคู่ไปกับรุ่นยิงจากอากาศยาน Lockheed Martin ยังได้ใช้ทุนวิจัยและพัฒนาภายในสำหรับการพัฒนารุ่นยิงจากเรือผิวน้ำและรุ่นยิงจากเรือดำน้ำด้วย

ก่อนหน้าในเดือนพฤษภาคมนี้บริษัท Boeing สหรัฐฯได้ถอนอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ RGM-84 Harpoon ของตนออกจากการแข่งขันโครงการ OTH ไปแล้วเช่นเดียวกับ Lockheed Martin ทั้งสองบริษัทแสดงความกังวลว่ากองทัพเรือสหรัฐฯให้การพิจารณาที่น้อยมากในด้านขีดความสามารถทางเครือข่ายของระบบอาวุธ
"Lockheed Martin เชื่ออย่างหนักแน่นว่าเราได้เสนอคุณค่าที่สำคัญ ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯมีความคุ้นเคยกับโครงการ LRASM รุ่นยิงจากอากาศยานมาก่อน เราจะเดินหน้าการลงทุนของเราในการขยับขยายขีดความสามารถของ LRASM รุ่นยิงจากเรือผิวน้ำสำหรับการแข่งขันในอนาคต ที่ซึ่งความอยู่รอด, พิสัยยิงไกล, และการสังหารต่อเรือศัตรูที่มีขีดความสามารถสูงสุดเป็นความต้องการ
จากความสำเร็จล่าสุดในการสาธิตการยิงจากระบบท่อยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launching System) การทดสอบยิงจากแท่นยิงแนวเฉียง(Topside Launcher) จะมีในฤดูร้อนสำหรับรุ่นที่ไม่ได้ยิงจาก VLS จะแสดงถึงความยืดหนุ่นและหลายหลายของ LRASM กับกองเรือผิวน้ำ"
Scott Callaway ผู้อำนวยการอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนความเร็วต่ำกว่าเสียงขั้นก้าวหน้า แผนกอาวุธปล่อยนำวิถีและระบบควบคุมการยิง Lockheed Martin แถลงกับ USNI

การถอนตัวของ Lockheed Martin และ Boeing ทำให้ผู้เข้าแข่งขันในโครงการ OTH เหลือเพียงรายเดียวคือทีมร่วมระหว่าง Kongsberg นอร์เวย์กับ Raytheon สหรัฐฯที่เสนออาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM)
ซึ่งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM ได้มีการทดสอบยิงจากแท่นยิงแนวเฉียงบนเรือ LCS ชั้น Independence คือ LCS-4 USS Coronado ไปแล้ว(http://aagth1.blogspot.com/2015/10/lcs.html)
ทั้งนี้ทั้ง LRASM และ Harpoon ได้กำลังถูกนำไปพัฒนาเป็นรุ่นยิงจากอากาศยานตามคำสั่งของกองบัญชาการระบบอากาศนาวี(Naval Air Systems Command) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เบลารุสพัฒนาเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องพิสัยไกลใหม่ Polonez

Belarus to develop new long-range MRL
A Polonez B-200BM combat vehicle at MILEX 2017. As well as a longer-range version being developed, the system may also be adapted to fire the 750 mm M20 guided missile (shown in the foreground). Source: N Novichkov
http://www.janes.com/article/70744/belarus-to-develop-new-long-range-mrl



tech.onliner.by

ภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงเบลารุสได้พัฒนาเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง(MRL: Multiple Rocket Launcher) แบบใหม่ของตนซึ่งมีระยะยิงไกลถึง 300km
ตามที่โฆษกของคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมทหารรัฐบาลเบลารุส(GKVP) กล่าวกับ Jane's ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ MILEX 2017 ที่ Minsk ระหว่างวันที่ 20-22 พฤษภาคมที่ผ่านมา
"ตามที่ได้รับการสั่งจัดหาโดย GKVP โรงงานไฟฟ้า-เครื่องจักรความแม่นยำ ZTEM ได้เริ่มการพัฒนาเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องที่มีระยะยิงไกลถึง 300km ด้วยกรอบการทำงานความร่วมมือที่จัดตั้งขึ้น การผลิตภายในท้องถิ่นของมันควรจะมีถึง 85%" โฆษก GKVP กล่าว
เขาเสริมว่าการทดสอบยิงจริงครั้งแรกของระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องใหม่นี้มีกำหนดในเดือนตุลาคมนี้

ทางการชี้ให้เห็นว่าการส่งมอบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง B-200 Polonez ซึ่งมีระยะยิง 200km ให้กองทัพเบลารุสเป็นหนึ่งในความสำเร็จของอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศในปี 2016
ระบบดังกล่าวถูกผลิตภายในประเทศเบลารุสโดยมีความช่วยเหลือในการพัฒนาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีพื้นฐานจากระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง A200 ที่พัฒนาโดย China Aerospace Science and Technology Corporation(CASC) จีน
การปรับปรุงเป็นจรวดรุ่นระยะยิง 300km จะถูกกำหนดแบบเป็น B-300 โดยถูกนำเสนอสำหรับการส่งออกต่างประเทศโดยรัฐวิสาหกิจด้านการส่งออกอาวุธยุทโปกรณ์ของรัฐบาลเบลารุส Belspetsvneshtekhnika โดยระบบน่าจะถูกทดสอบและรับรองโดยกองทัพเบลารุสก่อน

ระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง Polonez ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน MILEX 2017 ประกอบด้วยรถฐานยิง B-200BM, รถบรรทุกและบรรจุจรวด B-200TMZ และรถที่บังคับการและควบคุม(C2: Command and Control) B-200BMU
Polonez ถูกออกแแบบมาสำหรับการโจมตีหน่วยยานเกราะ, สิ่งปลูกสร้าง, ศูนย์สัญญาณสื่อสาร และระบบอาวุธอื่นๆ จรวด B-200 มีระยะยิง 50-200km และพร้อมยิงได้ในเวลา 10นาที กองพล คจลก.Polonez จะมีอัตรากระสุนจรวดที่ 144นัด
รถฐานยิงจรวด B-200BM จะติดตั้งจรวดขนาด 301mm พร้อมยิง 8ท่อยิงในสองรางยิง จรวดติดตั้งบนรถบรรทุกหนัก MZKT-7930-300 8x8 ที่ผลิตโดย Minsk Wheeled Tractor ซึ่งรับน้ำหนักได้สูงสุด 46tons พลประจำรถ 3นาย ทำความเร็วบนถนนได้สูงสุด 70km/h
ทั้งนี้ Polonez ยังน่าจะสามารถใช้จรวดนำวิถี M20 ขนาด 750mm(ขีปนาวุธพิสัยใกล้ SRBM: Short-Rage Ballistic Missile แบบ DF-12 จีนรุ่นส่งออก) ระยะยิง 280-400km ที่นำมาจัดแสดงใกล้กันด้วยครับ

วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

จีนและกองทัพเรือพม่าร่วมการฝึกผสมทางเรือระหว่างกันครั้งแรก

China holds first joint exercise with Myanmar Navy
Warships from the Chinese and Myanmar navies led by guided-missile frigate UMS Aung Zeya steam in formation during a joint maritime exercise on 21 May. Source: Via JZ.81.cn
http://www.janes.com/article/70671/china-holds-first-joint-exercise-with-myanmar-navy








Myanmar Navy's F14 UMS Sinbyushin at Singapore International Maritime Review(IMR), IMDEX Asia 2017
https://www.facebook.com/www.myanmarnavy.org/posts/1512667922108691

กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) และกองทัพเรือพม่า(Myanmar Navy) ได้ดำเนินการฝึกผสมร่วมทางเรือระหว่างกันเป็นครั้งแรก
ซึ่งเป็นก้าวย่างสำคัญของจีนในการแผ่ขยายอำนาจทางของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนไปยังภูมิภาคอ่าวเบงกอลและมหาสมุทรอินเดีย(IOR: Bay of Bengal and the Indian Ocean Region)

ในการฝึกร่วมกำลังทางเรือของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนประกอบด้วย เรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Type 052C DDG-150 Changchun, เรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Type 054A FFG-532 Jingzhou และเรือส่งกำลังบำรุง Type 903A Chaohu(890)
โดยหมู่เรือเฉพาะกิจกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนได้เข้าเทียบท่าเรือ Thilawa ใน Yangon เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งการเยือนพม่าเป็นส่วนหนึ่งของการทูตทางเรือระยะยาว 6เดือน ที่เดินทางจาก Shanghai กองเรือทะเลตะวันออกจีนเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ซึ่งหมู่เรือเฉพาะกิจจีนจะได้เข้าเทียบท่าประเทศต่างๆในเอเชีย, แอฟริกา ยุโรป และแปซิฟิก โดยก่อนหน้าการเยือนพม่าที่มีกำหนดระยะเป็นเวลา 4วัน หมู่เรือจีนได้เดินทางเทียบท่าที่ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และมาเลเซียมาแล้ว

การฝึกเป็นเวลา 1วัน ณ อ่าวมะตะบัน(Gulf of Martaban) กองทัพเรือพม่าได้ส่งกำลังทางเรือของตน เช่น เรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถี F11 UMS Aung Zeya และเรือคอร์เวตติดอาวุธปล่อยนำวิถี UMS Anawrahta 771 ซึ่งเป็นเรือฟริเกตและเรือคอร์เวตลำแรกที่พม่าต่อเองในประเทศร่วมฝึก
ตามที่โฆษกกระทรวงกลาโหมจีนแถลง การฝึกครั้งนี้ได้มุ่งเน้นไปที่การจัดกระบวนเรือดำเนินกลยุทธ์, การสื่อสารของกองเรือ และปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยร่วม
สื่อจีนรายงานนักวิเคราะห์ทางเรือใน Beijing ที่กล่าวว่า หลังการแลกเปลี่ยนทางทหารระหว่าจีน-พม่าที่ "อ่อนแอและส่วนมากเป็นในเชิงสัญลักษณ์" การฝึกทางเรือร่วมล่าสุดนี้ได้แสดงถึง "สัญญาณที่ดีของความร่วมมือบนพื้นฐานความไว้วางใจทางการเมืองระหว่างกันของทั้งสองฝ่าย"

ภายหลังการฝึกดังกล่าวหมู่เรือเฉพาะกิจกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนได้เดินทางไปเทียบท่าที่ Chittagong ในบังคลาเทศต่อไป
ทั้งนี้ก่อนหน้าในการสวนสนามทางเรือ International Maritime Review(IMR) ในงานแสดงยุทโธปกรณ์ทางเรือ IMDEX Asia 2017 ที่สิงคโปร์วันที่ 16-18 พฤษภาคม กองทัพเรือพม่าได้ส่งเรือฟริเกต Stealth F14 UMS Sinbyushin ที่ต่อเองในประเทศเข้าร่วมงานด้วยครับ(มีทหารเรือพม่าที่เป็นสุภาพสตรีร่วมการฝึกไปกับเรือด้วยครับ)

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

รัสเซียประกาศแผนการรับมอบรถถังหลัก T-14 Armata ชุดแรก

Russia announces delivery plan for first batch of Armata tanks
T-14 Armata MBTs roll across Red Square during this year's 9 May Victory Day military parade in Moscow marking the 72nd anniversary of the victory of the 'Great Patriotic War'. Source: M Metzel/TASS/PA
http://www.janes.com/article/70620/russia-announces-delivery-plan-for-first-batch-of-armata-tanks

กองทัพบกรัสเซียได้ประกาศว่ารถถังหลักยุคหน้า T-14 Armata ที่พัฒนาโดย Uralvagonzavod จะเข้าสู่การนำเข้าประจำการเพื่อปฏิบัติการขั้นต้นใน กรมรถถังพิทักษ์รัฐที่1 กองพลทหารราบปืนเล็กยานเกราะพิทักษ์รัฐที่2 Tamanskaya  ตามที่ Izvestiya รายงานไปเมื่อ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวได้ย้ำเตือนว่ารถถังใหม่นี้จะยังไม่เข้าประจำการก่อนปี 2020 การประกาศนี้มีขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังช่วงวันหยุดยาวเดือนพฤษภาคมที่เริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนและสิ้นสุดหลังพิธีสวนสนามวันประกาศชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่2 เมื่อ 9 พฤษภาคม ที่ Red Square ใน Moscow

หน่วยที่ตั้งที่รถถังหลัก T-14 Armata จะเข้าประจำการนั้นเป็นหน่วยทหารที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย และมีจุดประสงค์ในสร้างผลสะท้อนในเชิงบวกมากกว่าหนึ่งภาคส่วนของยุทโธปกรณ์ในกองทัพรัฐบาลรัสเซีย
กรมรถถังพิทักษ์รัฐที่1 เป็นหน่วยรถถังในตำนานของกองทัพบกรัสเซีย ที่เคยเป็นหน่วยรบหนึ่งของกองทัพโซเวียตที่บุกเข้า Berlin เยอรมนีในช่วงวันสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่2 ในยุโรป

การจัดวางกำลังที่ตั้งของรถถังรุ่นใหม่ล่าสุดของรัสเซียในหน่วยที่เป็นที่สุดของหน่วยรบในตำนานนี้ มีวัตถุประสงค์ที่มากกว่าที่จะสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกและเป็น "ภาพที่ระลึกบนไปรษณียบัตร" วันประกาศชัยชนะ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังหวังที่ "จะเป็นการกระตุ้นการปรับปรุงโดยทั่วไปของระดับการศึกษา และความสามารถในการใช้ของระบบอาวุธหลายหลายประเภท ระหว่างกำลังพลระดับชั้นต่างๆของกองทัพ" ตามสื่อสิ่งพิมพ์รัสเซียให้ความเห็น

จนเมื่อเร็วๆนี้ T-14 จะยังไม่พบว่าถูกใช้งานในหน่วยอันทรงเกียรติดังกล่าว "ตั้งแต่ปี 2009 กรมรถถังพิทักษ์รัฐที่1 ได้เป็นส่วนหนึ่งของกองพล Tamansky แต่ระหว่างการปรับโครงสร้างโดยอดีตรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Anatoly Serdyukov กรมร่วมกับหน่วยขึ้นตรงในกองพลนี้ถูกยุบไป
ตราและธงประจำหน่วยได้ถูกส่งมอบให้กับ กองพลน้อยทหารราบปืนเล็กยานเกราะภูเขาที่8 แต่เมื่อสิ้นปีที่แล้วกระทรวงกลาโหมรัสเซียตัดสินใจที่ที่จะจัดตั้งกรมรถถังในตำนานนี้ขึ้นมาใหม่" Izvestiya รายงานครับ

วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ปากีสถานมองการนำเครื่องบินฝึกใบพัด Super Mushshak ติดอาวุธในภารกิจต่อต้านการก่อความไม่สงบ

Pakistan looks at COIN role for Super Mushshak aircraft
PAC is fitting weapons onto its Super Mushshaks. This aircraft is armed with two Chinese FT-10s PGBs in late April. (Alan Warnes)
http://www.janes.com/article/70586/pakistan-looks-at-coin-role-for-super-mushshak-aircraft

Pakistan Aeronautical Complex(PAC) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมอากาศยานปากีสถานที่มีที่ตั้งใน Kamra ทางตอนเหนือของประเทศ กำลังมองหาแนวทางการนำเครื่องบินฝึกใบพัด Super Mushshak มาติดอาวุธใช้ในภารกิจต่อต้านการก่อความไม่สงบ(COIN: Counter-Insurgency)
การเดินหน้านี้มีหลังจากความสำเร็จในการนำระบบห้องนักบิน Glass Cockpit มาติดตั้งกับเครื่องบินฝึกขั้นประถม Super Mushshak ที่ส่งออกให้กับไนจีเรีย 10เครื่อง, กาตาร์ 8เครื่อง และตุรกี 52เครื่องเมื่อปีที่ผ่านมา
ขณะนี้ PAC กำลังเพิ่มขีดความสามารถด้านข่าวกรอง, การตรวจการณ์ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence, Surveillance and Reconnaissance) กับเครื่องด้วยการติดตั้งกล้อง EO/IR(Eletro-Optic/Infrared)

โดยมี Super Mushshak 1เครื่องที่ได้ติดตั้งกล้องตรวจการณ์ L3 Wescam MX-10 แล้ว ประธานของ PAC พลอากาศโท Arshad Malik บอกกับ Jane's ว่า "เรามีลูกค้าหลายรายได้สอบถามเกี่ยวกับการบูรณาการระบบ ISR ดังนั้นเรากำลังมองหาตัวเลือก
ขณะที่ในที่นั่งขวาของห้องนักบินเจ้าหน้าที่ป้อมกล้องจะควบคุมกล้องและมองภาพวิดีทัศน์ที่แสดงบนจอกระจก เป็นเวลาเดียวกับที่ภาพจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้บัญชาการการรบที่ภาคพื้นดิน มันเป็นระบบที่ง่ายมาก" นายพลอากาศโทกล่าวเสริม
การริเริ่มขั้นที่สองคือการติดอาวุธให้ Super Mushshak หลังจากการวิเคราะห์ด้านอากาศพลศาสตร์และโครงสร้างขั้นต้น หนึ่งในนั้นคือการนำระเบิดนำวิถีความแม่นยำสูง FT-10 ขนาด 25kg ของจีนติดตั้งที่ปีกข้างละ 1นัดเมื่อ 29 เมษายนที่ผ่านมา

การบูรณาการระบบจะเสร็จสิ้นคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 3-4เดือน ซึ่งจะยังครอบคลุมการออกแบบและการสร้างตำบลติดตั้งอาวุธ, การตรวจสอบคุณภาพ, การบินทดสอบ และการประเมินการทดสอบการทิ้งอาวุธ
ประธาน PAC ชี้ให้เห็นว่าเพื่อความสะดวกของนักบิน "PAC กำลังอยู่ในขั้นตอนของการรวม Servos สำหรับ Autopilot ด้วย" การออกแบบระบบใหม่จะช่วยให้นักบินควบคุมเครื่องได้อย่างที่ควรไม่มีความไม่แน่นอนทางอากาศพลศาสตร์ใดๆหลังทิ้งระเบิดหนึ่งลูกหรือทั้งสองลูก
ผู้เชี่ยวชาญของ PAC ที่ Kamra แผนกออกแบบ, วิทยาการ และบูรณาการ ยอมรับว่ามันต้องใช้เวลาสักระยะในการยืนยันและทำให้เป็นผลทางกายภาพในการค้นหาการวิเคราะห์ทางอากาศพลศาสตร์ครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian กองทัพบกอินโดนีเซียทำการบินครั้งแรก


Indonesian Army's Boeing AH-64E Apache Guardian Attack Helicopter first batch flight test at U.S.A.(photo by Wayan Agus/Penerbad)
http://angkasa.grid.id/info/militer/apache-puspenerbad-jalani-uji-terbang/

ภาพที่เปิดเผยล่าสุดช่วงวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมาในสังคม online อินโดนีเซียนั้นแสดงภาพการทดสอบการบินครั้งแรกของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian ของกองทัพบกอินโดนีเซีย(TNI-AD: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Darat) ที่สหรัฐฯ
กองทัพบกอินโดนีเซียได้สั่งจัดหา ฮ.โจมตี AH-64E Apache จากบริษัท Boeing สหรัฐฯจำนวน 8เครื่องในการขายรูปแบบ FMS(Foreign Military Sale) วงเงิน $296 million เมื่อปี 2013
ตามที่มีข้อมูล AH-64E ของอินโดนีเซียชุดแรกได้ออกจากจากโรงงานอากาศยานของ Boeing เมื่อปลายปี 2016 โดยนักบินกองทัพบกอินโดนีเซียได้ทำการฝึกบินที่สหรัฐฯไปก่อนหน้าแล้ว

คาดว่ากองทัพบกอินโดนีเซียจะได้รับมอบ ฮ.โจมตี AH-64E ชุดแรก 3เครื่องภายในปี 2017 นี้ ซึ่งอาจจะทันการเข้าพิธีสวนสนามวันกองทัพอินโดนีเซียในเดือนตุลาคมนี้ และอีก 5เครื่องจะส่งมอบจนครบภายในปี 2018
เป็นที่เข้าใจว่า ฮ.โจมตี AH-64E Apache ทั้ง 8เครื่องจะเข้าประจำการในฝูงบินที่11 กองบัญชาการการบินกองทัพบกอินโดนีเซีย(Puspenerbad: Pusat Penerbangan Angkatan Darat) ซึ่งมีที่ตั้งที่ Semarang เช่นเดียวกับฝูงบินที่31 ที่มี ฮ.จู่โจม Mi-35P ประจำการ 5เครื่อง
ทำให้กองทัพบกอินโดนีเซียเป็นประเทศที่สองในกลุ่ม ASEAN ที่จัดหา ฮ.โจมตี Apache เข้าประจำการ ต่อจากกองทัพอากาศสิงคโปร์ที่ได้จัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D Apache Longbow จำนวน 20เครื่องเข้าประจำการในช่วงปี 1999-2001 ครับ

วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนโจมตี Z-19E รุ่นส่งออกของจีนทำการบินครั้งแรก

Export version of China's Z-19 attack helo makes maiden flight



The Z-19E, the export version of the China's Z-19 attack helicopter, made its maiden flight on 18 May. Source: Via news.cn
http://www.janes.com/article/70558/export-version-of-china-s-z-19-attack-helo-makes-maiden-flight


เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ/โจมตี Z-19E รุ่นสำหรับส่งออกที่พัฒนาโดย Harbin Aviation Industries (Group) Company (HAIG) สาธารณรัฐประชาชนจีนทำการบินทดสอบครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา
Z-19E ซึ่งเป็นรุ่นส่งออกของ ฮ.ลาดตระเวนติดอาวุธ/โจมตี Z-19 Black Whirlwind ที่มีประจำการในกองทัพอากาศปลดปล่อยนประชาชนจีน(PLAAF:  People's Liberation Army Air Force) ทำการบินครั้งแรกเหนือเมือง Harbin ในมณฑล Heilongjiang ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

"Z-19E ได้ดำเนินแสดงท่าทางการบินลอยตัวนิ่ง, การบินใกล้เรี่ยดพื้นดิน และการบินผ่านในระดับต่ำเหนือสนามบินเพื่อสาธิตสมรรถนะเครื่อง" รายงานโดยสำนักข่าว Xinhua จีน
สื่อยังได้รายงานคำกล่าวของ Aviation Industry Corporation of China(AVIC) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมอากาศยานจีนซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ HAIG ว่าเครื่องรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ "ให้ตรงความต้องการของตลาดการค้าอาวุธระดับนานาชาติ"

เฮลิคอเตอร์แบบลำตัวเครื่องแคบ ที่นั่งเรียงกันนั้นเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่เน้นเพื่อการส่งออกแบบแรกของจีน โดยรูปแบบห้องนักบินสามารถให้นักบินประจำเครื่องทั้งสองนายมีวิสัยทัศน์มุมมองที่ดี
"มันสามารถถูกนำไปวางกำลังเพื่อการสนับสนุนในสนามรบและภารกิจอื่นๆที่หลากหลายในสภาพแวดล้อมสนามรบที่ซับซ้อนทั้งกลางวันและกลางคืน ความคล่องแคล่วและความเป็นไปได้ในการอยู่รอดในสนามรบของมันได้พัฒนาให้สูงขึ้น" Li Shengwei รองหัวหน้านักออกแบบของ HAIG กล่าว

ฮ.ลาดตระเวนติดอาวุธ Z-19E มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 4.25tons ทำให้เป็น ฮ.ติดอาวุธขนาดเบาที่มีข้อได้เปรียบด้านความเร็วเดินทาง, อัตราการไต่ และเพดานบินที่ใช้ปฏิบัติการได้
ฮ.Z-19E ถูกพัฒนามาเพื่อการโจมตียานเกราะและเป้าหมายภาคพื้นดินอื่นๆ เห็นได้จากการบินทดสอบที่มีการติดตั้งอาวุธทั้ง กระเปาะปืนกลอากาศ, กระเปาะจรวด และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อสู้รถถังครับ

วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Saab สวีเดนเปิดตัวเรือดำน้ำชั้น A26 ที่ติดตั้งท่อยิงแนวดิ่งสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน Tomahawk

Saab A26 submarine gets vertical launched Tomahawks
Singapore – Saab has unveiled a modified A26 submarine fitted with vertical launched land attack cruise missiles at the IMDEX Asia maritime and defense exhibition in Singapore, the first time such a system has been fitted on a conventionally powered boat.
http://www.defensenews.com/articles/saab-a26-submarine-gets-vertical-launched-tomahawks

twitter.com/sweeneygov

บริษัท Saab สวีเดนได้เปิดตัวเรือดำน้ำชั้น A26 ที่ติดตั้งท่อยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launching System) สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนโจมตีภาคพื้นดิน Tomahawk ในงานแสดงอาวุธทางทะเล IMDEX 2017 ที่สิงคโปร์ เป็นครั้งแรกที่ระบบลักษณะนี้ถูกติดตั้งกับเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้าตามแบบ
แบบจำลองในส่วนจัดแสดงของ Saab แสดงท่อยิง VLS ทรงกระบอก 3ท่อยิงซึ่งแต่ละท่อติดตั้งท่อยิง VLS ย่อยสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนยิงจากเรือดำน้ำใต้น้ำโจมตีภาคพื้นดิน UGM-109 TLAM(Tomahawk Land Attack Missile) 6นัด
ซึ่งท่อยิง VLS 3ท่อดังกล่าวถูกติดตั้งในส่วนขยายกลางตัวแบบจำลองเรือดำน้ำ A26 ทาง Saab กล่าวว่าเป็นส่วนพื้นที่ที่ขยายความยาวเพิ่มอีก 10m และเพิ่มระวางขับน้ำเรืออีก 400-500tons

ตามที่ Gunnar Öhlund หัวหน้าฝ่ายการตลาด Saab Kockums กล่าวส่วน module ที่ถูกเพิ่มความยาว "แสดงความยืดหยุ่นในปฏิบัติการภารกิจที่แตกต่างกัน" ของ A26
ซึ่งเขากล่าวว่าท่อยิง VLS ขนาดใหญ่สามารถใช้บรรจุและรับส่งยานใต้น้ำไร้คนขับ (UUV: Unmanned Underwater Vehicle) จนถึงหน่วยรบพิเศษ และนักประดาน้ำกองทัพเรือได้
(มีรูปแบบเดียวกับท่อยิงแนวดิ่งเอนกประสงค์ Virginia Payload Tubes และ Virginia Payload Module ของเรือดำน้ำโจมตีนิวเคลียร์ชั้น Virginia กองทัพเรือสหรัฐฯ)

Saab กล่าวว่าการเพิ่มส่วน Module ความยาวนี้สามารถติดตั้งได้กับเรือดำน้ำที่สร้างใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติมกับเรือดำน้ำที่มีอยู่แล้วในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid-Life Upgrade)
ทาง Saab มีประสบการณ์หลังจากการปรับปรุงเรือดำน้ำชั้น Archer กองทัพเรือสิงคโปร์ซึ่งเดิมคือเรือดำน้ำชั้น A17 Västergötland กองทัพเรือสวีเดน โดยขยายความยาวตัวเรือเพิ่มอีก 12m เพื่อติดตั้งระบบขับเคลื่อน AIP(Air-Independent Propulsion) แบบเครื่องยนต์ Stirling
เมื่อ Defense News ถามถึงผลกระทบเพิ่มเติมเมื่อติดตั้งส่วนขยายนี้เพิ่มเติมต่อสมรรถนะของเรือดำน้ำ A26 นาย Öhlund กล่าวว่า Saab มีประสบการณ์ก่อนหน้ากับงานแบบเดียวกันในเรือดำน้ำอื่นที่ไม่ได้แสดงผลกระทบใดๆต่อประสิทธิภาพตัวเรือในภาพรวม

Defense News เข้าใจว่าอาวุธปล่อยนำวิถี Tomahawk TLAM ได้ถูกเสนอโดย Saab สำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำใหม่ของกองทัพเรือประเทศในยุโรปที่เป็นไปได้
มีข้อเท็จจริงว่าการที่ Saab สามารถนำข้อเสนอระบบเช่นนี้ได้แสดงให้เห็นว่า Saab ได้รับการอนุมัติจากทางสหรัฐฯในการบูรณาการ Tomahawk กับเรือดำน้ำ A26 (ทั้งบริษัท Raytheon ผู้ผลิตและรัฐบาล)
Saab ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าประเทศใดเป็นลูกค้าที่นำเสนอระบบนี้ แม้ว่าจะไม่มีประเทศในยุโรปมากนักที่มีโครงการจัดหาเรือดำน้ำใหม่ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯมากพอที่จะขาย Tomahawk ให้ครับ(ที่มีการคาดเดาคือเนเธอร์แลนด์หรือโปแลนด์ครับ http://aagth1.blogspot.com/2016/10/a26-saab.html)