LIMA 2019: Russia set to clear Sukhoi Su-57 for export
Russia’s Su-57 fifth-generation fighter aircraft has been given clearance for export. Source: Sukhoi
https://www.janes.com/article/87519/lima-2019-russia-set-to-clear-sukhoi-su-57-for-export
https://russianplanes.net
รัฐบาลรัสเซียกำลังวางแผนที่จะกำหนดการอนุมัติการอนุญาตสำหรับส่งออกเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi Su-57 PAK FA ตามที่เจ้าหน้าที่อาวุโสในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียเปิดเผย
Viktor Kladov ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือนานาชาติและนโยบายภูมิภาคของ Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวว่า รุ่นส่งออกของที่จะถูกประชาสัมพันธ์ต่อลูกค้านานาชาติจะได้รับการตั้งชื่อว่าเครื่องบินขับไล่ Su-57E(Export)
Kladov เสริมว่าเขาคาดว่าเครื่องบินขับไล่ Su-57 จะเป็นผู้เข้าชิงชัยในการแข่งขันสำหรับโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ในตะวันออกกลางและบางส่วนของเอเชีย-แปซิฟิก
จากการพูดคุย ณ งานแสดงการบินและอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ LIMA 2019 ใน Langkawi มาเลเซียระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม 2019 Kladov กล่าวว่า
"เอกสารที่จำเป็นทั้งหมด" เพื่อสนับสนุนการอนุมัติการส่งออกของ Su-57E ได้ถูกยื่นส่งต่อรัฐบาลรัสเซียโดย United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานและบริษัทแม่คือ Rostec แล้ว
การอนุมัติการส่งออกขั้นสุดท้ายคาดว่าจะได้รับการดำเนินการขึ้นโดยประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้
ตามข้อมูลจาก Kladov เครื่องบินขับไล่ Su-57E จะสามารถเปิดตัวอย่างทางการได้ ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Dubai Air Show 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 พฤศจิกายน 2019
และการเปิดตัวนี้จะสะท้อนเป้าหมายตลาดการส่งออกของ Su-57E "เราเชื่อว่าตะวันออกกลางเป็นตลาดที่น่าดึงดูดสำหรับเครื่องบินขับไล่นี้" Kladov กล่าว
ในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ประเทศที่น่าจะสนใจในเครื่องบินขับไล่ Su-57E ได้รวมถึงจีนและอินเดีย
"จีนได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Su-35 จำนวน 24เครื่องไปเมื่อเร็วๆนี้ และในอีกสองปีข้างหน้า(จีน) จะมีการตัดสินใจจะจัดหา Su-35 เพิ่มเติม, สร้าง Su-35 ในจีน หรือจะซื้อเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 นี่น่าจะเป็นอีกโอกาสสำหรับ Su-57E" Kladov กล่าว
กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) เป็นลูกค้าส่งออกรายแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ Su-35SK รุ่นส่งออกจำนวน 24เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2017/04/su-35s-10-mig-29.html)
ลูกค้ารายที่สองของ Su-35SK รัสเซียคือกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) จำนวน 11เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2018/02/su-35.html)
รวมถึงรายที่สามล่าสุดคือกองทัพอากาศอียิปต์(Egyptian Air Force) ที่สั่งจัดหา Su-35SK จำนวนมากกว่า 24เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/03/su-35.html)
ในการทำตลาดส่งออกอากาศยาน Kladov กล่าว่าลูกค้าไม่น่าจะถูกยับยั้งโดยรัฐบัญญัติต่อต้านปฏิปักษ์ของอเมริกาผ่านมาตรการคว่ำบาตร(CAATSA: Countering America's Adversaries Through Sanctions Act) ที่รัฐบาลสหรัฐฯนำมาใช้เมื่อเดือนสิงหาคม 2017
ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคว่ำบาตลูกค้าส่งออกอาวุธรัสเซียเป็นการตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานธิบดีสหรัฐฯปี 2016 และผนวก Crimea จากยูเครนในปี 2014 เช่นที่อินโดนีเซียกำลังถูกสหรัฐฯกดดันให้เลิกซื้อ Su-35 รัสเซียครับ(https://aagth1.blogspot.com/2018/11/su-35.html)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PAK FA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PAK FA แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
รัสเซียจะลงนามจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-57 ภายในสิ้นฤดูร้อน และอินเดียยังเดินหน้าโครงการ FGFA
UAC, Russia’s defense ministry to sign contract for Su-57 planes by end of summer
Regular supplies will start next year, UAC CEO said
http://tass.com/defense/1017791
India, Russia continue joint development of 5th generation fighter jet
"I hope very much our talks will be ultimately crowned by the designing stage and we will develop our joint fifth generation aircraft," UAC CEO said
http://tass.com/defense/1017788
Russian fifth-generation fighter Sukhoi Su-57 prototype T-50-5R (number 055) with 101KS-N targeting pod.(www.strizhi.ru)
United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียและกระทรวงกลาโหมรัสเซียวางแผนที่จะลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบ Sukhoi Su-57 ชุดแรกภายในสิ้นฤดูร้อนนี้
โดยเป็นไปได้ว่าจะมีการลงนามสัญญาในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Army 2018 ที่ Patriot Park, ภาค Moscow ระหว่างวันที่ 21-26 สิงหาคม 2018 ประธาน UAC รัสเซีย Yuri Slyusar กล่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา
"ภายในสิ้นฤดูร้อน ผมคิดว่าเป็นไปได้ที่ Patriot Park เราจะลงนามสัญญาจัดหาสำหรับ (Su-57) ชุดแรกกับกระทรวงกลาโหมรัสเซีย การส่งมอบตามปกติจะเริ่มต้นได้ในปีหน้า"
Slyusar กล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อ Deistvuyushchiye Litsa(นักกิจกรรมทางการเมือง) ในรายการของสถานีโทรทัศน์ Rossiya-1 รัสเซีย
Su-57 เป็นเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นยุคที่5 ที่มีคุณสมบัติวิทยาการตรวจจับได้ยาก(Stealth) ด้วยการใช้วัสดุผสมเป็นจำนวนมาก สามารถทำความเร็วเหนือเสียงเป็นความเร็วเดินทางได้โดยไม่ต้องใช้สันดาปท้าย
ติดตั้งอุปกรณ์วิทยุ-ไฟฟ้าขั้นก้าวหน้าสูงสุดในตัวเครื่องทั้ง Computer สมรรถนะสูง(ที่ถูกเรียกว่านักบินที่สองแบบสมองกล) ระบบ Radar ในส่วนต่างๆของตัวเครื่อง และนวัตกรรมอื่นๆบางส่วนโดยเฉพาะห้องติดอาวุธภายในลำตัวเครื่อง
เครื่องบินขับไล่ Su-57 นี้คาดว่าจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force, VKS) ในปี 2019 โดยเครื่องบินขับไล่ Su-57 ชุดแรกที่จะเป็นชุดนำร่องในการสั่งจัดหาจะมีจำนวน 12เครื่อง
Slyusar ยังกล่าวอีกว่าอินเดียไม่ได้กำลังจะถอนตัวจากโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 FGFA(Fifth Generation Fighter Aircraft) ร่วมกับรัสเซีย
"เรายังคงเดินหน้าหารือกับอินเดียในการร่วมพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ประเด็นนี้ยังไม่ถูกปิด มันมีการกล่าวว่าอินเดียกำลังจะถอนตัวจากโครงการ ไม่ พวกเขายังไม่ถอนตัว
ผมหวังเป็นอย่างมากว่าการพูดคุยของเราจะสำเร็จเสร็จสิ้นโดยขั้นตอนการออกแบบ และเราจะพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ของเราร่วมกัน" ประธาน UAC รัสเซีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์ของสถานีโทรทัศน์ Rossiya-1
มีรายงานจากสื่อก่อนหน้านี้ว่าอินเดียมีแผนที่จะถอนตัวจากโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ร่วมกับรัสเซีย ตามที่องค์การวิจัยและพัฒนาทางกลาโหม(DRDO: Defence Research and Development Organisation) อินเดียอ้างว่า
มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาทุกๆวิทยาการที่ตรงกันอย่างอิสระโดยอินเดียเอง ซึ่งเป็นผลจากความล่าช้าและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่มีมายาวนาน(http://aagth1.blogspot.com/2018/04/fgfa.html)
ข้อตกลงโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 FGFA ได้รับการลงนามร่วมระหว่างรัสเซีย-อินเดียในปี 2007 โดยมีพื้นฐานจากเครื่องบินขับไล่ Su-57 รัสเซียตามความต้องการทางเทคนิคของอินเดีย
โดยมีแผนที่กองทัพอากาศอินเดีย(Indian Air Force) จะเป็นลูกค้าเปิดตัวรายแรก และภายหลังจากนั้นยังมีแผนที่จะสร้างส่งออกให้ต่างประเทศด้วยครับ
Regular supplies will start next year, UAC CEO said
http://tass.com/defense/1017791
India, Russia continue joint development of 5th generation fighter jet
"I hope very much our talks will be ultimately crowned by the designing stage and we will develop our joint fifth generation aircraft," UAC CEO said
http://tass.com/defense/1017788
Russian fifth-generation fighter Sukhoi Su-57 prototype T-50-5R (number 055) with 101KS-N targeting pod.(www.strizhi.ru)
United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียและกระทรวงกลาโหมรัสเซียวางแผนที่จะลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบ Sukhoi Su-57 ชุดแรกภายในสิ้นฤดูร้อนนี้
โดยเป็นไปได้ว่าจะมีการลงนามสัญญาในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Army 2018 ที่ Patriot Park, ภาค Moscow ระหว่างวันที่ 21-26 สิงหาคม 2018 ประธาน UAC รัสเซีย Yuri Slyusar กล่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา
"ภายในสิ้นฤดูร้อน ผมคิดว่าเป็นไปได้ที่ Patriot Park เราจะลงนามสัญญาจัดหาสำหรับ (Su-57) ชุดแรกกับกระทรวงกลาโหมรัสเซีย การส่งมอบตามปกติจะเริ่มต้นได้ในปีหน้า"
Slyusar กล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อ Deistvuyushchiye Litsa(นักกิจกรรมทางการเมือง) ในรายการของสถานีโทรทัศน์ Rossiya-1 รัสเซีย
Su-57 เป็นเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นยุคที่5 ที่มีคุณสมบัติวิทยาการตรวจจับได้ยาก(Stealth) ด้วยการใช้วัสดุผสมเป็นจำนวนมาก สามารถทำความเร็วเหนือเสียงเป็นความเร็วเดินทางได้โดยไม่ต้องใช้สันดาปท้าย
ติดตั้งอุปกรณ์วิทยุ-ไฟฟ้าขั้นก้าวหน้าสูงสุดในตัวเครื่องทั้ง Computer สมรรถนะสูง(ที่ถูกเรียกว่านักบินที่สองแบบสมองกล) ระบบ Radar ในส่วนต่างๆของตัวเครื่อง และนวัตกรรมอื่นๆบางส่วนโดยเฉพาะห้องติดอาวุธภายในลำตัวเครื่อง
เครื่องบินขับไล่ Su-57 นี้คาดว่าจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force, VKS) ในปี 2019 โดยเครื่องบินขับไล่ Su-57 ชุดแรกที่จะเป็นชุดนำร่องในการสั่งจัดหาจะมีจำนวน 12เครื่อง
Slyusar ยังกล่าวอีกว่าอินเดียไม่ได้กำลังจะถอนตัวจากโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 FGFA(Fifth Generation Fighter Aircraft) ร่วมกับรัสเซีย
"เรายังคงเดินหน้าหารือกับอินเดียในการร่วมพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ประเด็นนี้ยังไม่ถูกปิด มันมีการกล่าวว่าอินเดียกำลังจะถอนตัวจากโครงการ ไม่ พวกเขายังไม่ถอนตัว
ผมหวังเป็นอย่างมากว่าการพูดคุยของเราจะสำเร็จเสร็จสิ้นโดยขั้นตอนการออกแบบ และเราจะพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ของเราร่วมกัน" ประธาน UAC รัสเซีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์ของสถานีโทรทัศน์ Rossiya-1
มีรายงานจากสื่อก่อนหน้านี้ว่าอินเดียมีแผนที่จะถอนตัวจากโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ร่วมกับรัสเซีย ตามที่องค์การวิจัยและพัฒนาทางกลาโหม(DRDO: Defence Research and Development Organisation) อินเดียอ้างว่า
มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาทุกๆวิทยาการที่ตรงกันอย่างอิสระโดยอินเดียเอง ซึ่งเป็นผลจากความล่าช้าและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่มีมายาวนาน(http://aagth1.blogspot.com/2018/04/fgfa.html)
ข้อตกลงโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 FGFA ได้รับการลงนามร่วมระหว่างรัสเซีย-อินเดียในปี 2007 โดยมีพื้นฐานจากเครื่องบินขับไล่ Su-57 รัสเซียตามความต้องการทางเทคนิคของอินเดีย
โดยมีแผนที่กองทัพอากาศอินเดีย(Indian Air Force) จะเป็นลูกค้าเปิดตัวรายแรก และภายหลังจากนั้นยังมีแผนที่จะสร้างส่งออกให้ต่างประเทศด้วยครับ
วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2561
รัสเซียเสร็จสิ้นการทดสอบเครื่องบินขับไล่ Su-57 ที่ซีเรีย และกาตาร์เจรจาจัดหา Su-35
Su-57 fifth-generation fighter jets successfully tested in Syria
Su-57 stealth fighter jet
The Su-57 (PAK FA) performed its maiden flight in 2010
http://tass.com/defense/992335
Russian two Su-57 stealth fighter at Khmeimim Air Force Base in Syria/ImageSat International(twitter.com/imagesatint)
Qatar mulls buying Russia's Su-35 fighter jets
Sukhoi-35 fighter jet
The talks are in progress
http://tass.com/defense/992351
เครื่องบินบินขับไล่ยุคที่5ที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก(Stealth) Sukhoi Su-57 รัสเซีย 2เครื่องได้ประสบความสำร็จของรายการทดสอบเป็นเวลาสองวันในการวางกำลังที่ซีเรีย ตามที่รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu กล่าวกับสื่อเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา
"แน่นอนพวกมันอยู่ที่นั่นมาระยะหนึ่งแล้วราวสองวัน ในช่วงเวลานั้นพวกมันได้เสร็จสิ้นรายการการทดลองรวมถึงการรบด้วย ผมสามารถบอกได้ว่าการทดสอบเหล่านั้นประสบความสำเร็จและเครื่องได้กลับบ้าน(ที่รัสเซีย)เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว" รัฐมนตรีกลาโหม Shoigu กล่าว
"ที่นั่น Su-57 สองเครื่องได้ทำการบินคุ้มกันเครื่องบินห้องทดลองลอยฟ้าและทดสอบการติดตามค่าการทำงานของอาวุธ" รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าวต่อโดยแสดงความเห็นต่อภาพถ่ายดาวเทียมที่ปรากฎใน Internet ถึงเครื่องบินขับไล่ Su-57 2เครื่องที่จอดข้างกันในฐานทัพอากาศที่ซีเรีย
"สำหรับภาพถ่ายดาวเทียมต่างๆ ผมสามารถแถลงได้ว่าขณะนี้ไม่ใช่ปี 1995 และเครื่องดังกล่าวไม่เคยวางอยู่ข้างกัน ผมไม่ทราบว่าภาพที่เผยแพร่ถูกถ่ายมาจากที่ใด แต่เครื่องได้ถูกเก็บไว้ในโรงเก็บเครื่องบินตลอดเวลา(ในภารกิจ)" รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าว
Su-57(หรือเดิมในชื่อ PAK FA Sukhoi T-50) ทำการบินครั้งแรกในปี 2010 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2017 Su-57 ได้การการบินพร้อมเครื่องยนต์แบบใหม่เป็นครั้งแรก
ซึ่งเครื่องยนต์ไอพ่น Product 117S ที่ติดตั้งในเครื่องต้นแบบปัจจุบันเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะขั้นที่หนึ่ง ขณะที่เครื่องยนต์แบบใหม่ที่ยังไม่มีชื่อที่มถูกอ้างอิงว่า Product 30 นั้นถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะขั้นที่สอง(http://aagth1.blogspot.com/2017/12/su-57.html)
มีรายงานในเดือนสิงหาคม 2017 ว่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA ของรัสเซียได้รับการกำหนดแบบเป็น Su-57(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/pak-fa-su-57-mig-29k.html)
งานออกแบบต้นแบบทดสอบของเครื่องบินขับไล่ที่มีความก้าวหน้าที่สุดนี้ควรจะเสร็จสิ้นในปี 2019 และควรสามารถเริ่มส่งมอบเครื่องให้กับกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ในเวลาดังกล่าว
"ผมหวังว่าเราน่าจะเสร็จสิ้นวงรอบการทดสอบเต็มอัตราในปีนี้(2018) ซึ่งจะเป็นอีกเรื่องที่จะสร้างความน่าประหลาดใจสำหรับคู่แข่งขันของเรา" รัฐมนตรีกลาโหม Shoigu เสริม
แม้จะไม่มีการตอบโต้จากกองทัพอากาศอิสราเอล(Israeli Air Force) อย่างเป็นทางการซึ่งเป็นประเทศเดียวในตะวันออกกลางที่มีเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Lockheed Martin F-35A Lightning II 'Adir' ประจำการ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าการที่รัสเซียนำ Su-57 มาทดสอบที่ซีเรียได้สร้างความกังวลต่ออิสราเอล
รัสเซียและกาตาร์กำลังดำเนินการเจราจาความเป็นไปได้ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-35 สำหรับกองทัพอากาศกาตาร์(QEAF: Qatar Emiri Air Force)
ตามที่ Vladimir Kozhin ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียด้านความร่วมมือทางเทคโนโลยีความมั่นคงกล่าวต่อสื่อเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา "การเจรจากำลังดำเนินการอยู่" เขากล่าว
Su-35 เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจยุคที่ 4++ ที่มีความคล่องแคล่วทางการบินสูงสุด ติดตั้ง Phased Array Radar และเครื่องยนต์ปรับทิศทางแรงขับ(TVC: Thrust Vector Control)ได้ ทำความเร็วได้สูงสุด 2,500km/h มีพิสัยการบินไกลสุด 3,400km และมีรัศมีการรบ 1,600km
ระบบอาวุธของ Su-35 ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ 30mm ความจุ 150นัดในลำตัวเครื่อง พร้อมตำบลอาวุธที่ปีกและใต้ลำตัวร่วม 12จุดแข็ง ซึ่งสามารถติดตั้งระเบิดและอาวุธปล่อยนำวิถีได้หลายแบบ
ทั้งนี้กองทัพอากาศกาตาร์มีความต้องการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Dassault Mirage 2000-5 จากฝรั่งเศส 12เครื่องที่มีอายุการใช้มานาน
โดยกาตาร์ได้มีการสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศส 36เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ Boeing F-15QA สหรัฐฯ 36เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สหราชอาณาจักร 24เครื่อง รวมเครื่องบินขับไล่ทั้งสามแบบถึง 96เครื่องครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/12/rafale-12.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/12/eurofighter-typhoon-24.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/12/boeing-f-15qa-36.html)
Su-57 stealth fighter jet
The Su-57 (PAK FA) performed its maiden flight in 2010
http://tass.com/defense/992335
Russian two Su-57 stealth fighter at Khmeimim Air Force Base in Syria/ImageSat International(twitter.com/imagesatint)
Qatar mulls buying Russia's Su-35 fighter jets
Sukhoi-35 fighter jet
The talks are in progress
http://tass.com/defense/992351
เครื่องบินบินขับไล่ยุคที่5ที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก(Stealth) Sukhoi Su-57 รัสเซีย 2เครื่องได้ประสบความสำร็จของรายการทดสอบเป็นเวลาสองวันในการวางกำลังที่ซีเรีย ตามที่รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu กล่าวกับสื่อเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา
"แน่นอนพวกมันอยู่ที่นั่นมาระยะหนึ่งแล้วราวสองวัน ในช่วงเวลานั้นพวกมันได้เสร็จสิ้นรายการการทดลองรวมถึงการรบด้วย ผมสามารถบอกได้ว่าการทดสอบเหล่านั้นประสบความสำเร็จและเครื่องได้กลับบ้าน(ที่รัสเซีย)เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว" รัฐมนตรีกลาโหม Shoigu กล่าว
"ที่นั่น Su-57 สองเครื่องได้ทำการบินคุ้มกันเครื่องบินห้องทดลองลอยฟ้าและทดสอบการติดตามค่าการทำงานของอาวุธ" รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าวต่อโดยแสดงความเห็นต่อภาพถ่ายดาวเทียมที่ปรากฎใน Internet ถึงเครื่องบินขับไล่ Su-57 2เครื่องที่จอดข้างกันในฐานทัพอากาศที่ซีเรีย
"สำหรับภาพถ่ายดาวเทียมต่างๆ ผมสามารถแถลงได้ว่าขณะนี้ไม่ใช่ปี 1995 และเครื่องดังกล่าวไม่เคยวางอยู่ข้างกัน ผมไม่ทราบว่าภาพที่เผยแพร่ถูกถ่ายมาจากที่ใด แต่เครื่องได้ถูกเก็บไว้ในโรงเก็บเครื่องบินตลอดเวลา(ในภารกิจ)" รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าว
Su-57(หรือเดิมในชื่อ PAK FA Sukhoi T-50) ทำการบินครั้งแรกในปี 2010 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2017 Su-57 ได้การการบินพร้อมเครื่องยนต์แบบใหม่เป็นครั้งแรก
ซึ่งเครื่องยนต์ไอพ่น Product 117S ที่ติดตั้งในเครื่องต้นแบบปัจจุบันเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะขั้นที่หนึ่ง ขณะที่เครื่องยนต์แบบใหม่ที่ยังไม่มีชื่อที่มถูกอ้างอิงว่า Product 30 นั้นถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะขั้นที่สอง(http://aagth1.blogspot.com/2017/12/su-57.html)
มีรายงานในเดือนสิงหาคม 2017 ว่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA ของรัสเซียได้รับการกำหนดแบบเป็น Su-57(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/pak-fa-su-57-mig-29k.html)
งานออกแบบต้นแบบทดสอบของเครื่องบินขับไล่ที่มีความก้าวหน้าที่สุดนี้ควรจะเสร็จสิ้นในปี 2019 และควรสามารถเริ่มส่งมอบเครื่องให้กับกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ในเวลาดังกล่าว
"ผมหวังว่าเราน่าจะเสร็จสิ้นวงรอบการทดสอบเต็มอัตราในปีนี้(2018) ซึ่งจะเป็นอีกเรื่องที่จะสร้างความน่าประหลาดใจสำหรับคู่แข่งขันของเรา" รัฐมนตรีกลาโหม Shoigu เสริม
แม้จะไม่มีการตอบโต้จากกองทัพอากาศอิสราเอล(Israeli Air Force) อย่างเป็นทางการซึ่งเป็นประเทศเดียวในตะวันออกกลางที่มีเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Lockheed Martin F-35A Lightning II 'Adir' ประจำการ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าการที่รัสเซียนำ Su-57 มาทดสอบที่ซีเรียได้สร้างความกังวลต่ออิสราเอล
รัสเซียและกาตาร์กำลังดำเนินการเจราจาความเป็นไปได้ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-35 สำหรับกองทัพอากาศกาตาร์(QEAF: Qatar Emiri Air Force)
ตามที่ Vladimir Kozhin ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียด้านความร่วมมือทางเทคโนโลยีความมั่นคงกล่าวต่อสื่อเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา "การเจรจากำลังดำเนินการอยู่" เขากล่าว
Su-35 เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจยุคที่ 4++ ที่มีความคล่องแคล่วทางการบินสูงสุด ติดตั้ง Phased Array Radar และเครื่องยนต์ปรับทิศทางแรงขับ(TVC: Thrust Vector Control)ได้ ทำความเร็วได้สูงสุด 2,500km/h มีพิสัยการบินไกลสุด 3,400km และมีรัศมีการรบ 1,600km
ระบบอาวุธของ Su-35 ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ 30mm ความจุ 150นัดในลำตัวเครื่อง พร้อมตำบลอาวุธที่ปีกและใต้ลำตัวร่วม 12จุดแข็ง ซึ่งสามารถติดตั้งระเบิดและอาวุธปล่อยนำวิถีได้หลายแบบ
ทั้งนี้กองทัพอากาศกาตาร์มีความต้องการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Dassault Mirage 2000-5 จากฝรั่งเศส 12เครื่องที่มีอายุการใช้มานาน
โดยกาตาร์ได้มีการสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศส 36เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ Boeing F-15QA สหรัฐฯ 36เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สหราชอาณาจักร 24เครื่อง รวมเครื่องบินขับไล่ทั้งสามแบบถึง 96เครื่องครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/12/rafale-12.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/12/eurofighter-typhoon-24.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/12/boeing-f-15qa-36.html)
ป้ายกำกับ:
Military Industry of Russia,
PAK FA,
Su-35,
Su-57,
Sukhoi
วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560
เครื่องบินขับไล่ Su-57 รัสเซียทำการบินพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ครั้งแรก
VIDEO: Russia flies first Su-57 fitted with new Product 30 engine
Russia’s latest fighter aircraft flew on 5 December for the first time with the NPO Saturn “Product 30” engine, which will be the production standard for the Sukhoi Su-57.
https://www.flightglobal.com/news/articles/video-russia-flies-first-su-57-fitted-with-new-prod-443899/
PAK FA (T-50) flying lab took off for the first time with second stage engine
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 รุ่นใหม่ล่าสุด Sukhoi Su-57 รัสเซียทำการบินในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นของ NPO Saturn แบบ "Product 30" เป็นครั้งแรก ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ในสายการผลิตมาตรฐานของ Su-57
Sukhoi รัสเซียได้ทำการสร้างเครื่องบินขับไล่ต้นแบบ Su-57 หรือที่เดิมรู้จักในชื่อ PAK FA T-50 จำนวน 9เครื่อง ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ NPO Saturn Product 117S ซึ่งพัฒนาจากเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan มีสันดาปท้าย AL-41F-1S ที่พัฒนาสำหรับใช้กับเครื่องบินขับไล่ Su-35
แต่กองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force) วางแผนที่จะแทนที่ ย.ไอพ่น Product 117S ในสายการผลิตจำนวนมากของ Su-57 ที่จะเริ่มต้นในปี 2020 ด้วย ย.ไอพ่น Product 30 ใหม่ที่เป็นไปได้ว่ามีคุณสมบัติหลักของเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ซึ่งมีรายละเอียดน้อยมาก
รัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ย.Product 30 ใหม่ที่เป็นเครื่องยนต์ระยะที่สอง จะมีแรงขับสูงกว่า และมีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงดีกว่า ย.รุ่นก่อน ซึ่งจะลดน้ำหนักและความต้องการในการซ่อมบำรุงลงได้มาก
วันที่ 5 ธันวาคม การบินทดสอบดำเนินการโดย Sergei Bogdan หัวหน้านักบินทดสอบของ Sukhoi จากสถาบันวิจัยการบิน Gromov ที่ฐานทัพอากาศ Zhukovsky เป็นเวลา 17นาที ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov
ภาพถ่ายและวีดิทัศน์ของการบินทดสอบแสดงถึงเครื่องยนต์ Product 30 ติดตั้งในตำแหน่งเครื่องยนต์ที่1 ทางด้านซ้ายของเครื่อง ขณะที่ Product 117S ยังคงติดตั้งที่ตำแหน่งเครื่องยนต์ที่2 ทางด้านขวาของเครื่อง
จากภาพที่ปรากฎเครื่องยนต์ Product 30 มีปลายท่อไอพ่นที่หยักแหลมและมีความยาวสั้นกว่า เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ Product 117S ที่มีปลายท่อไอพ่นที่แบนเรียบ
การบินทดสอบดำเนินการโดยเครื่องต้นแบบของ Su-57 เครื่องที่สองหมายเลข 052 หรือที่รู้จักในชื่อ T-50-2
"นี่เป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพที่สูงของอุตสาหกรรมการสร้างอากาศยานของรัสเซีย ที่สามารถออกแบบระบบอากาศพลศาสตร์, นวัตกรรมส่งประกอบ Digital และเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดขั้นอัจฉริยะและก้าวหน้าได้"
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Manturov กล่าว เขายังกล่าวว่าการทดสอบเครื่องต้นแบบเครื่องบินขับไล่ Su-57 ระยะแรกใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว
Su-57 คาดว่าจะเข้าประจำการในฐานะเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบแรกของกองทัพอากาศรัสเซียในภายหลังสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีคุณสมบัติวิทยาการตรวจจับได้ยาก Stealth ทั้งห้องเก็บอาวุธภายในลำตัว
และระบบตรวจจับขั้นก้าวหน้าประกอบด้วย AESA(Active Electronically Scanned Array) Radar และระบบกล้องตรวจจับ IRST(Infrared Search and Track)
รัฐบาลประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ยังคงอยู่ระหว่างการประชุมการกำหนดแผนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัฐระยะผูกพันหลายปี ซึ่งจะมีการตัดสินใจระยะเวลาและจำนวนการจัดหา Su-57 จนถึงปี 2027
แต่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซียยังดำเนินการตามแผนเดิม ซึ่งเครื่องบินขับไล่ Su-57 จะเป็นอากาศยานทางทหารในสายการผลิตของ Sukhoi แบบล่าสุดในปี 2020 ครับ
Russia’s latest fighter aircraft flew on 5 December for the first time with the NPO Saturn “Product 30” engine, which will be the production standard for the Sukhoi Su-57.
https://www.flightglobal.com/news/articles/video-russia-flies-first-su-57-fitted-with-new-prod-443899/
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 รุ่นใหม่ล่าสุด Sukhoi Su-57 รัสเซียทำการบินในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นของ NPO Saturn แบบ "Product 30" เป็นครั้งแรก ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ในสายการผลิตมาตรฐานของ Su-57
Sukhoi รัสเซียได้ทำการสร้างเครื่องบินขับไล่ต้นแบบ Su-57 หรือที่เดิมรู้จักในชื่อ PAK FA T-50 จำนวน 9เครื่อง ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ NPO Saturn Product 117S ซึ่งพัฒนาจากเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan มีสันดาปท้าย AL-41F-1S ที่พัฒนาสำหรับใช้กับเครื่องบินขับไล่ Su-35
แต่กองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force) วางแผนที่จะแทนที่ ย.ไอพ่น Product 117S ในสายการผลิตจำนวนมากของ Su-57 ที่จะเริ่มต้นในปี 2020 ด้วย ย.ไอพ่น Product 30 ใหม่ที่เป็นไปได้ว่ามีคุณสมบัติหลักของเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ซึ่งมีรายละเอียดน้อยมาก
รัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ย.Product 30 ใหม่ที่เป็นเครื่องยนต์ระยะที่สอง จะมีแรงขับสูงกว่า และมีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงดีกว่า ย.รุ่นก่อน ซึ่งจะลดน้ำหนักและความต้องการในการซ่อมบำรุงลงได้มาก
วันที่ 5 ธันวาคม การบินทดสอบดำเนินการโดย Sergei Bogdan หัวหน้านักบินทดสอบของ Sukhoi จากสถาบันวิจัยการบิน Gromov ที่ฐานทัพอากาศ Zhukovsky เป็นเวลา 17นาที ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov
ภาพถ่ายและวีดิทัศน์ของการบินทดสอบแสดงถึงเครื่องยนต์ Product 30 ติดตั้งในตำแหน่งเครื่องยนต์ที่1 ทางด้านซ้ายของเครื่อง ขณะที่ Product 117S ยังคงติดตั้งที่ตำแหน่งเครื่องยนต์ที่2 ทางด้านขวาของเครื่อง
จากภาพที่ปรากฎเครื่องยนต์ Product 30 มีปลายท่อไอพ่นที่หยักแหลมและมีความยาวสั้นกว่า เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ Product 117S ที่มีปลายท่อไอพ่นที่แบนเรียบ
การบินทดสอบดำเนินการโดยเครื่องต้นแบบของ Su-57 เครื่องที่สองหมายเลข 052 หรือที่รู้จักในชื่อ T-50-2
"นี่เป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพที่สูงของอุตสาหกรรมการสร้างอากาศยานของรัสเซีย ที่สามารถออกแบบระบบอากาศพลศาสตร์, นวัตกรรมส่งประกอบ Digital และเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดขั้นอัจฉริยะและก้าวหน้าได้"
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Manturov กล่าว เขายังกล่าวว่าการทดสอบเครื่องต้นแบบเครื่องบินขับไล่ Su-57 ระยะแรกใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว
Su-57 คาดว่าจะเข้าประจำการในฐานะเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบแรกของกองทัพอากาศรัสเซียในภายหลังสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีคุณสมบัติวิทยาการตรวจจับได้ยาก Stealth ทั้งห้องเก็บอาวุธภายในลำตัว
และระบบตรวจจับขั้นก้าวหน้าประกอบด้วย AESA(Active Electronically Scanned Array) Radar และระบบกล้องตรวจจับ IRST(Infrared Search and Track)
รัฐบาลประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ยังคงอยู่ระหว่างการประชุมการกำหนดแผนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัฐระยะผูกพันหลายปี ซึ่งจะมีการตัดสินใจระยะเวลาและจำนวนการจัดหา Su-57 จนถึงปี 2027
แต่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซียยังดำเนินการตามแผนเดิม ซึ่งเครื่องบินขับไล่ Su-57 จะเป็นอากาศยานทางทหารในสายการผลิตของ Sukhoi แบบล่าสุดในปี 2020 ครับ
วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
รัสเซียอาจปรับปรุง Su-57 เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 และพัฒนาเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Su-34 รุ่นโจมตีที่นั่งเดี่ยว
Russia may upgrade advanced Su-57 aircraft to 6th-generation fighter jet
Russia’s cutting-edge Sukhoi Su-57 fifth-generation aircraft has the upgrade potential to become a sixth-generation fighter jet
Sergey Bobulev/TASS
http://tass.com/defense/973625
Russia may use Su-34 bomber to develop one-seat attack aircraft
A new attack aircraft will have the same engines as the Su-34
Sergey Bobylev/TASS
http://tass.com/defense/973608
Artificial intelligence to replace pilot in aircraft cockpit — Russian senator
Flying robots will be able to act in a formation rather than separately, Viktor Bondarev noted
http://tass.com/defense/973707
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi Su-57 รัสเซียอันล้ำยุคมีศักยภาพที่เป็นไปได้ในการปรับปรุงให้กลายเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่6
ตามที่อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) และประธานคณะกรรมาธิการสภากลาโหมและความมั่นคงสหพันธรัฐรัสเซีย พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General) Viktor Bondarev กล่าวกับ TASS เมื่อ 1 พฤศจิกายน
"(Su-57)นี่เป็นเครื่องบินที่วิเศษเลิศเลออย่างแท้จริงและมันสามารถโอบรับได้ทั้งคุณสมบัติเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 มันมีศักยภาพในการปรับปรุงความทันสมัยอย่างมหาศาล
ที่สำคัญมันเป็นที่สุดท่ามกลางเครื่องรุ่นต่างๆที่มีอยู่ด้วยคุณลักษณะตรวจจับได้ยาก(Stealth)ของมัน มันมีความเข้ากันได้กับทุกส่วนที่ดีที่สุดที่หามาได้ในวิทยาศาสตร์การบินสมัยใหม่ ทั้งในรัสเซียและทั่วโลก" นายพลอากาศ Bondarev กล่าว
เวลาที่จำเป็นในการเริ่มต้นสายการผลิตของเครื่องบินขับไล่ Su-57 ในรัสเซียนั้น Bondarev กล่าวว่า "ในปีแรกกองทัพอากาศรัสเซียจะไม่ได้รับมอบ 20 หรือ 15เครื่อง มันจะได้รับมอบเพียง 2 หรือ 3เครื่อง และเช่นนั้น
เราได้กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมอากาศยานเพื่อจัดการสายการผลิตบางชุดของเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ที่นำสมัย และตอนนี้มันมีความจำเป็นที่จะต้องพูดว่าเราไม่ต้องการพวกมันไม่ได้ เพราะขั้นตอนที่ย้อนกลับไม่ได้จะเริ่มขึ้น...รัสเซียไม่มีอนาคตที่ปราศจากอากาศยาน"
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi PAK FA T-50(Perspective Aviation Complex of Frontline Aviation) ทำการบินสู่ท้องฟ้าครั้งแรกในปี 2010 ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า
งานออกแบบเครื่องต้นแบบทดสอบของเครื่องบินขับไล่ล้ำยุคควรจะเสร็จสิ้นในปี 2019 และมีการส่งมอบให้กองทัพอากาศรัสเซียได้ในช่วงนั้น ตามที่ผู้อำนวยการบริหาร United Aircraft Corporation(UAC) นาย Yuri Slyusar กล่าวว่าเครื่องในชุดก่อนสายการผลิตจะมีราว 12เครื่อง
และมีรายงานในในช่วงเดือนสิงหาคมว่า Sukhoi T-50 ได้รับการกำหนดแบบเป็น Su-57(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/pak-fa-su-57-mig-29k.html)
ในช่วงเดียวกันนั้น พลอากาศโทพิเศษ Viktor Bondarev ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียได้เริ่มการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ซึ่งมีทั้งรุ่นมีคนขับและรุ่นไร้คนขับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/2025-6.html)
ปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence)จะทำให้สามารถนำมาแทนที่ทหารในสนามรบและนักบินในห้องนักบินได้ ในความเห็นของอดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย "ใช่แน่นอนและหุ่นยนต์บินจะทำการในรูปกระบวนกลุ่มมากว่าที่จะทำงานแบบแยกต่างหาก
บางทีผู้ปฏิบัติงานจะนั่งในสถานีภาคพื้นดินและควบคุมฝูงบินไร้คนขับทั้งหมดด้วยการช่วยเหลือจาก Computer วันนั้นใกล้มาถึงแล้วเมื่อยานพาหนะจะติดปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้นทำไมไม่ไว้วางใจพวกมันกับอากาศยานและระบบป้องกันภัยทางอากาศล่ะ" นายพลอากาศ Bondarev ตอบคำถาม
พลอากาศโทพิเศษ Viktor Bondarev ยังกล่าวกับ TASS ในวันเดียวกันว่า เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดพหุภารกิจ Sukhoi Su-34 อาจจะมีรุ่นเครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยว "ความเห็นของผมนั้นเครื่องบินโจมตีใหม่ควรจะสร้างจากพื้นฐานของ Su-34 นั้นทั้งหมด มันเป็นเครื่องบินที่เลอเลิศ
มันมีความคล่องตัวและบรรทุกระเบิดได้ 8tons ถ้าเทียบกับ Su-25 ที่บรรทุกได้เพียง 4tons มันมีคุณลักษณะที่ยอดเยี่ยม...ผมเชื่อว่ามันเป็นพื้นฐานและเรียบง่ายที่จะสร้างห้องนักบินสำหรับนักบินหนึ่งนายและปล่อยให้ส่วนที่เหลือคงไว้เหมือนเดิม"
นายพลอากาศ Bondarev เสริมว่า เครื่องบินโจมตีใหม่จะมีเครื่องยนต์แบบเดียวกับ Su-34 อย่างแท้จริง "เครื่องบินโจมตีจะเป็นสิ่งที่จำเป็นตลอด เครื่องบินโจมตี Su-25 ได้รับการปรับปรุงเป็นรุ่น Su-25SM3 แล้ว
มันมีโครงสร้างอากาศยานที่น่าเชื่อถือ มีการปรับปรุงความทันสมัยจำนวนมาก และมีศักยภาพในการซ่อม ผมเชื่อว่ามันจะบินได้อีกสัก 10-15ปี เป็นธรรมดาที่เราต้องจัดหาเครื่องทดแทนมันในท้ายที่สุด และตอนนี้เรามีทางเลือกหลายอย่างที่กำลังพิจารณา"
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวกับ TASS ว่า การออกแบบเครื่องทดสอบในงานพัฒนาเครื่องบินโจมตีที่มีพื้นฐานจากเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Su-34 คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในปี 2018
กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ลงนามสัญญาจัดหา Su-34 ครั้งแรกในปี 2008 คาดว่ากองทัพรัสเซียจะได้รับมอบรวม 150-200เครื่อง Su-34 สามารถบรรทุกอาวุธโจมตีภาคพื้นดินแบบต่างๆได้หนัก 8tons ทำความเร็วได้สูงสุด 1,900km/h และมีพิสัยทำการ 4,000km ครับ
Russia’s cutting-edge Sukhoi Su-57 fifth-generation aircraft has the upgrade potential to become a sixth-generation fighter jet
Sergey Bobulev/TASS
http://tass.com/defense/973625
Russia may use Su-34 bomber to develop one-seat attack aircraft
A new attack aircraft will have the same engines as the Su-34
Sergey Bobylev/TASS
http://tass.com/defense/973608
Artificial intelligence to replace pilot in aircraft cockpit — Russian senator
Flying robots will be able to act in a formation rather than separately, Viktor Bondarev noted
http://tass.com/defense/973707
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi Su-57 รัสเซียอันล้ำยุคมีศักยภาพที่เป็นไปได้ในการปรับปรุงให้กลายเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่6
ตามที่อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) และประธานคณะกรรมาธิการสภากลาโหมและความมั่นคงสหพันธรัฐรัสเซีย พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General) Viktor Bondarev กล่าวกับ TASS เมื่อ 1 พฤศจิกายน
"(Su-57)นี่เป็นเครื่องบินที่วิเศษเลิศเลออย่างแท้จริงและมันสามารถโอบรับได้ทั้งคุณสมบัติเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 มันมีศักยภาพในการปรับปรุงความทันสมัยอย่างมหาศาล
ที่สำคัญมันเป็นที่สุดท่ามกลางเครื่องรุ่นต่างๆที่มีอยู่ด้วยคุณลักษณะตรวจจับได้ยาก(Stealth)ของมัน มันมีความเข้ากันได้กับทุกส่วนที่ดีที่สุดที่หามาได้ในวิทยาศาสตร์การบินสมัยใหม่ ทั้งในรัสเซียและทั่วโลก" นายพลอากาศ Bondarev กล่าว
เวลาที่จำเป็นในการเริ่มต้นสายการผลิตของเครื่องบินขับไล่ Su-57 ในรัสเซียนั้น Bondarev กล่าวว่า "ในปีแรกกองทัพอากาศรัสเซียจะไม่ได้รับมอบ 20 หรือ 15เครื่อง มันจะได้รับมอบเพียง 2 หรือ 3เครื่อง และเช่นนั้น
เราได้กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมอากาศยานเพื่อจัดการสายการผลิตบางชุดของเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ที่นำสมัย และตอนนี้มันมีความจำเป็นที่จะต้องพูดว่าเราไม่ต้องการพวกมันไม่ได้ เพราะขั้นตอนที่ย้อนกลับไม่ได้จะเริ่มขึ้น...รัสเซียไม่มีอนาคตที่ปราศจากอากาศยาน"
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi PAK FA T-50(Perspective Aviation Complex of Frontline Aviation) ทำการบินสู่ท้องฟ้าครั้งแรกในปี 2010 ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า
งานออกแบบเครื่องต้นแบบทดสอบของเครื่องบินขับไล่ล้ำยุคควรจะเสร็จสิ้นในปี 2019 และมีการส่งมอบให้กองทัพอากาศรัสเซียได้ในช่วงนั้น ตามที่ผู้อำนวยการบริหาร United Aircraft Corporation(UAC) นาย Yuri Slyusar กล่าวว่าเครื่องในชุดก่อนสายการผลิตจะมีราว 12เครื่อง
และมีรายงานในในช่วงเดือนสิงหาคมว่า Sukhoi T-50 ได้รับการกำหนดแบบเป็น Su-57(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/pak-fa-su-57-mig-29k.html)
ในช่วงเดียวกันนั้น พลอากาศโทพิเศษ Viktor Bondarev ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียได้เริ่มการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ซึ่งมีทั้งรุ่นมีคนขับและรุ่นไร้คนขับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/2025-6.html)
ปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence)จะทำให้สามารถนำมาแทนที่ทหารในสนามรบและนักบินในห้องนักบินได้ ในความเห็นของอดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย "ใช่แน่นอนและหุ่นยนต์บินจะทำการในรูปกระบวนกลุ่มมากว่าที่จะทำงานแบบแยกต่างหาก
บางทีผู้ปฏิบัติงานจะนั่งในสถานีภาคพื้นดินและควบคุมฝูงบินไร้คนขับทั้งหมดด้วยการช่วยเหลือจาก Computer วันนั้นใกล้มาถึงแล้วเมื่อยานพาหนะจะติดปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้นทำไมไม่ไว้วางใจพวกมันกับอากาศยานและระบบป้องกันภัยทางอากาศล่ะ" นายพลอากาศ Bondarev ตอบคำถาม
พลอากาศโทพิเศษ Viktor Bondarev ยังกล่าวกับ TASS ในวันเดียวกันว่า เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดพหุภารกิจ Sukhoi Su-34 อาจจะมีรุ่นเครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยว "ความเห็นของผมนั้นเครื่องบินโจมตีใหม่ควรจะสร้างจากพื้นฐานของ Su-34 นั้นทั้งหมด มันเป็นเครื่องบินที่เลอเลิศ
มันมีความคล่องตัวและบรรทุกระเบิดได้ 8tons ถ้าเทียบกับ Su-25 ที่บรรทุกได้เพียง 4tons มันมีคุณลักษณะที่ยอดเยี่ยม...ผมเชื่อว่ามันเป็นพื้นฐานและเรียบง่ายที่จะสร้างห้องนักบินสำหรับนักบินหนึ่งนายและปล่อยให้ส่วนที่เหลือคงไว้เหมือนเดิม"
นายพลอากาศ Bondarev เสริมว่า เครื่องบินโจมตีใหม่จะมีเครื่องยนต์แบบเดียวกับ Su-34 อย่างแท้จริง "เครื่องบินโจมตีจะเป็นสิ่งที่จำเป็นตลอด เครื่องบินโจมตี Su-25 ได้รับการปรับปรุงเป็นรุ่น Su-25SM3 แล้ว
มันมีโครงสร้างอากาศยานที่น่าเชื่อถือ มีการปรับปรุงความทันสมัยจำนวนมาก และมีศักยภาพในการซ่อม ผมเชื่อว่ามันจะบินได้อีกสัก 10-15ปี เป็นธรรมดาที่เราต้องจัดหาเครื่องทดแทนมันในท้ายที่สุด และตอนนี้เรามีทางเลือกหลายอย่างที่กำลังพิจารณา"
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวกับ TASS ว่า การออกแบบเครื่องทดสอบในงานพัฒนาเครื่องบินโจมตีที่มีพื้นฐานจากเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Su-34 คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในปี 2018
กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ลงนามสัญญาจัดหา Su-34 ครั้งแรกในปี 2008 คาดว่ากองทัพรัสเซียจะได้รับมอบรวม 150-200เครื่อง Su-34 สามารถบรรทุกอาวุธโจมตีภาคพื้นดินแบบต่างๆได้หนัก 8tons ทำความเร็วได้สูงสุด 1,900km/h และมีพิสัยทำการ 4,000km ครับ
ป้ายกำกับ:
Military Industry of Russia,
PAK FA,
Su-34,
Su-57,
Sukhoi
วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560
รัสเซียจะสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่ในปี 2025 และเริ่มพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่6
Russia to start building new aircraft carrier by 2025
The Russian Navy earlier said that it intended to get a perspective aircraft carrier with a nuclear-powered propulsion unit by late 2030
http://tass.com/defense/961820
การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่สำหรับกองทัพเรือรัสเซียมีแผนจะเริ่มต้นในปี 2025 ตามที่รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย นาย Yuri Borisov กล่าวเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม
"ผมสามารถยืนยันว่าแผนโครงการยุทโธปกรณ์รัฐที่วางไว้ในส่วนของโครงการนี้จะเสร็จในปี 2025 เพื่อเริ่มสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่ และพัฒนาอากาศยานใหม่สำหรับมัน"
รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าวในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และสัมมนาทางทหารและเทคนิคนานาชาติ Army-2017 ที่จัดที่ Patriot Park นอก Moscow ระหว่างวันที่ 22-27 สิงหาคม
กองทัพเรือรัสเซียแถลงก่อนหน้านี้ว่ามีความต้องการเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ประจำการภายในปี 2030
รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าสัญญาการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินน่าจะลงนามได้ภายในปลายปี 2025
เช่นเดียวกับที่รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียได้กล่าวในงานแสดงการบิน MAKS 2017 ที่สนามบินนานาชาติ Zhukovsky นครหลวง Moscow รัสเซียระหว่างวันที่ 18-23 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้มีการหารือกับผู้รับสัญญาในกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอากาศยานรัสเซียเพื่อพัฒนาอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินในอนาคต
เครื่องบินขับไล่ขึ้นลงทางดิ่ง(VTOL: Vertical Take-Off and Landing Figther) คาดว่าจะเป็นการพัฒนาเพิ่มเติมจากตระกูลอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งที่สร้างโดยบริษัท Yakolev เช่น เครื่องบินขับไล่ Yak-141(NATO กำหนดรหัส Freestyle)
ตามที่ Yuri Slyusar ประธาน United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียกล่าว บริษัท UAC ยังไม่ได้รับการมอบหมายทางเทคนิคใดๆสำหรับอากาศยานแบบดังกล่าวครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/vtol.html)
Russia launches work to develop sixth-generation fighter jet
The new military aircraft will be able to develop hypersonic speed
http://tass.com/defense/961784
Russia’s 6th-generation warplane to serve as transition to unmanned aircraft — commander
Military aircraft developers are currently preparing scientific and technical groundwork for developing the sixth-generation fighter jet
http://tass.com/defense/961860
กลุ่มผู้พัฒนาอากาศยานทหารกำลังสร้างรากฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคสำหรับการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ตามที่รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov กล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม
"การพิจารณาประสบการณ์ที่สั่งสม กลุ่มนักพัฒนาชั้นนำเราของอุตสาหกรรมอากาศยานทหารได้พร้อมการเตรียมงานรากฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคในกรอบของอุปกรณ์ประจำเครื่องและระบบควบคุมอาวุธปล่อยทางอากาศเพื่อพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า" Manturov กล่าว
เขากล่าวว่าปัจจุบันรัสเซียได้เสร็จสิ้นการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi Su-57 และกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการทดสอบภายใต้โครงการ PAK FA
Vladimir Mikheyev ที่ปรึกษารองประธานบริหารของ Radio-Electronic Technologies Group รัสเซียได้กล่าวกับ TASS ก่อนหน้านี้ว่า
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6จะถูกพัฒนาทั้งแบบมีนักบินบังคับและแบบไร้คนขับ สามารถทำความเร็วเหนือเสียง Hypersonic และจะติดตั้งปืนแม่เหล็กไฟฟ้า, ระบบป้องกันตัวอาวุธลำแสง Laser และ Radio-Photonic Radar
(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/6-laser-microwave-photonic-radar.html)
พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General) Viktor Bondarev ผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TV Zvezda เมื่อ 24 สิงหาคมว่า เครื่องบินขับไล่ยุคที่6จะเป็นจุดเปลี่ยนผ่านจากอากาศยานมีคนขับเป็นอากาศยานไร้คนขับ
"มันจะเป็นอย่างไร มีคนขับหรือไม่มีคนขับ? ผมเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ยืนยันเรื่องนี้และผมคิดว่านี่จะเป็นการเปลี่ยนผ่านแนวคิดอากาศยาน เราอาจจะเริ่มกับแบบมีนักบินยังคับและจากนั้นเปลี่ยนไปเป็นรุ่นไร้นักบิน
แต่ผมคิดว่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะเป็นอากาศยานแบบสุดท้ายที่มีนักบินประจำจริงๆในสภาพแวดล้อมทางอากาศ ร่วมกับระบบและดำเนินภารกิจพื้นฐาน" ผบ.กองทัพอากาศรัสเซียกล่าว
"เครื่องบินยุคที่6 ไม่ควรจะมีเป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นอย่างเดียว เครื่องบินยุคที่6 ควรจะมีอยู่ในทุกเหล่า เครื่องบินโจมตี เครื่องบินลำเลียงทางทหาร เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล ขณะที่เฮลิคอปเตอร์จะยังอยู่ในยุคที่6ในเวลาของมัน"
นายพล Bondarev กล่าว เขาเสริมว่าผู้ปฏิบัติงานของอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) จะประเมินผลให้สามารถปฏิบัติการอากาศยานหลายเครื่องได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov กล่าวในข้างต้นว่างานพัฒนารากฐานของเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วครับ
The Russian Navy earlier said that it intended to get a perspective aircraft carrier with a nuclear-powered propulsion unit by late 2030
http://tass.com/defense/961820
การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่สำหรับกองทัพเรือรัสเซียมีแผนจะเริ่มต้นในปี 2025 ตามที่รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย นาย Yuri Borisov กล่าวเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม
"ผมสามารถยืนยันว่าแผนโครงการยุทโธปกรณ์รัฐที่วางไว้ในส่วนของโครงการนี้จะเสร็จในปี 2025 เพื่อเริ่มสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่ และพัฒนาอากาศยานใหม่สำหรับมัน"
รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าวในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และสัมมนาทางทหารและเทคนิคนานาชาติ Army-2017 ที่จัดที่ Patriot Park นอก Moscow ระหว่างวันที่ 22-27 สิงหาคม
กองทัพเรือรัสเซียแถลงก่อนหน้านี้ว่ามีความต้องการเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ประจำการภายในปี 2030
รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าสัญญาการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินน่าจะลงนามได้ภายในปลายปี 2025
เช่นเดียวกับที่รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียได้กล่าวในงานแสดงการบิน MAKS 2017 ที่สนามบินนานาชาติ Zhukovsky นครหลวง Moscow รัสเซียระหว่างวันที่ 18-23 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้มีการหารือกับผู้รับสัญญาในกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอากาศยานรัสเซียเพื่อพัฒนาอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินในอนาคต
เครื่องบินขับไล่ขึ้นลงทางดิ่ง(VTOL: Vertical Take-Off and Landing Figther) คาดว่าจะเป็นการพัฒนาเพิ่มเติมจากตระกูลอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งที่สร้างโดยบริษัท Yakolev เช่น เครื่องบินขับไล่ Yak-141(NATO กำหนดรหัส Freestyle)
ตามที่ Yuri Slyusar ประธาน United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียกล่าว บริษัท UAC ยังไม่ได้รับการมอบหมายทางเทคนิคใดๆสำหรับอากาศยานแบบดังกล่าวครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/vtol.html)
Russia launches work to develop sixth-generation fighter jet
The new military aircraft will be able to develop hypersonic speed
http://tass.com/defense/961784
Russia’s 6th-generation warplane to serve as transition to unmanned aircraft — commander
Military aircraft developers are currently preparing scientific and technical groundwork for developing the sixth-generation fighter jet
http://tass.com/defense/961860
กลุ่มผู้พัฒนาอากาศยานทหารกำลังสร้างรากฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคสำหรับการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ตามที่รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov กล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม
"การพิจารณาประสบการณ์ที่สั่งสม กลุ่มนักพัฒนาชั้นนำเราของอุตสาหกรรมอากาศยานทหารได้พร้อมการเตรียมงานรากฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคในกรอบของอุปกรณ์ประจำเครื่องและระบบควบคุมอาวุธปล่อยทางอากาศเพื่อพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า" Manturov กล่าว
เขากล่าวว่าปัจจุบันรัสเซียได้เสร็จสิ้นการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi Su-57 และกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการทดสอบภายใต้โครงการ PAK FA
Vladimir Mikheyev ที่ปรึกษารองประธานบริหารของ Radio-Electronic Technologies Group รัสเซียได้กล่าวกับ TASS ก่อนหน้านี้ว่า
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6จะถูกพัฒนาทั้งแบบมีนักบินบังคับและแบบไร้คนขับ สามารถทำความเร็วเหนือเสียง Hypersonic และจะติดตั้งปืนแม่เหล็กไฟฟ้า, ระบบป้องกันตัวอาวุธลำแสง Laser และ Radio-Photonic Radar
(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/6-laser-microwave-photonic-radar.html)
พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General) Viktor Bondarev ผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TV Zvezda เมื่อ 24 สิงหาคมว่า เครื่องบินขับไล่ยุคที่6จะเป็นจุดเปลี่ยนผ่านจากอากาศยานมีคนขับเป็นอากาศยานไร้คนขับ
"มันจะเป็นอย่างไร มีคนขับหรือไม่มีคนขับ? ผมเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ยืนยันเรื่องนี้และผมคิดว่านี่จะเป็นการเปลี่ยนผ่านแนวคิดอากาศยาน เราอาจจะเริ่มกับแบบมีนักบินยังคับและจากนั้นเปลี่ยนไปเป็นรุ่นไร้นักบิน
แต่ผมคิดว่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะเป็นอากาศยานแบบสุดท้ายที่มีนักบินประจำจริงๆในสภาพแวดล้อมทางอากาศ ร่วมกับระบบและดำเนินภารกิจพื้นฐาน" ผบ.กองทัพอากาศรัสเซียกล่าว
"เครื่องบินยุคที่6 ไม่ควรจะมีเป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นอย่างเดียว เครื่องบินยุคที่6 ควรจะมีอยู่ในทุกเหล่า เครื่องบินโจมตี เครื่องบินลำเลียงทางทหาร เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล ขณะที่เฮลิคอปเตอร์จะยังอยู่ในยุคที่6ในเวลาของมัน"
นายพล Bondarev กล่าว เขาเสริมว่าผู้ปฏิบัติงานของอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) จะประเมินผลให้สามารถปฏิบัติการอากาศยานหลายเครื่องได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov กล่าวในข้างต้นว่างานพัฒนารากฐานของเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วครับ
วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ชื่อของ PAK FA คือเครื่องบินขับไล่ Su-57 และรัสเซียปฏิเสธการอ้างว่าอินเดียไม่พอใจ MiG-29K
Russia’s 5th-generation fighter jet named as Su-57
Russian state-of-the-art fighter jet took to the skies for the first time in 2010
http://tass.com/defense/960000
Russian army to start getting 5th-generation fighter jets in 2018
T-50 with the advanced engine would perform its debut flight in the fourth quarter of 2017
http://tass.com/defense/960039
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50 PAK FA ได้รับดัชนีอนุกรมอย่างเป็นทางการในชื่อเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-57
ตามที่พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General) Viktor Bondarev ผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TV Zvezdaเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม
"การตัดสินใจนี้ได้มีขึ้นแล้วและเครื่องบินได้รับการตั้งชื่อเหมือนเด็กแรกเกิด Su-57 เป็นชื่อที่ตอนนี้เราจะเรียกมัน T-50 หรือ Su-57 จะถูกเปิดตัว มันจะเริ่มการส่งมอบให้กองทัพอากาศรัสเซียในปีหน้า นักบินจะเรียนรู้ที่จะปฏิบัติการกับพวกมัน" นายพล Bondarev กล่าว
สื่อได้รายงานก่อนหน้านี้โดยการอ้างจากแหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียว่าเครื่องบินขับไล่ Sukhoi T-50 จะได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า Su-57
เครื่องบินขับไล่ PAK FA(Perspective Aviation Complex of Frontline Aviation) เครื่องต้นแบบเครื่องแรกได้ทำการบินขึ้นครั้งแรกในปี 2010 ตามที่ได้รายงานก่อนหน้างานออกแบบการทดลองของเครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยนี้ควรจะเสร็จสิ้นภายในปี 2019
Yuri Slyusar ผู้อำนวยการบริหาร United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มเครืออุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียกล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ Su-57 ในชุดก่อนสายการผลิตจริงจะมีจำนวน 12เครื่อง โดยจะส่งมอบเครื่องแรกได้ในปี 2018
มีรายงานว่าเครื่องยนต์ไอพ่นหลักขั้นก้าวหน้าที่จะใช้ติดตั้งกับ Su-57 ควรจะเปิดตัวได้ในไตรมาสที่4 ของปี 2017นี้ ปัจจุบันเครื่องยนต์ไอพ่นที่ถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะแรกคือ 117S ได้ถูกติดตั้งในเครื่องบินขับไล่ต้นแบบของรัสเซียแล้ว
ส่วนเครื่องยนต์แบบใหม่ที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อและถูกกำหนดตามแบบว่าเป็นเครื่องยนต์ระยะที่สองครับ
Russia refutes claim India unhappy with MiG-29K fighters
Media reports that the Indian Navy is unhappy with its carrier-based MiG-29K fighters have been refuted by Russian Aircraft Corporation. (US Navy)
http://www.janes.com/article/73018/russia-refutes-claim-india-unhappy-with-mig-29k-fighters
รัสเซียได้ปฏิเสธการอ้างของสื่อว่ากองทัพเรืออินเดีย(Indian Navy)ไม่พอใจกับความน่าเชื่อถือและการบริการของเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน MiG-29K(NATO กำหนดรหัส Fulcrum-D) ตามการแถลงด้วยข้อความที่รุนแรงซึ่งถูกส่งให้ Jane's เมื่อ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา
Russian Aircraft Corporation(RAC) รัสเซียกล่าวว่าการอ้างที่มีในบทความสหรัฐฯล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาการบำรุงรักษาอย่างร้ายแรงที่กองทัพเรืออินเดียมีประสบการณ์จากเครื่องบินขับไล่ MiG-29K จำนวน 45เครื่องของตนนั้น "ไม่เป็นความจริงเด็ดขาด"
"เราขอปฏิเสธทุกทางทุกข้อกล่าวหาในเชิงทุกในบทความที่เกี่ยวกับ...MiG-29 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่แบบเดียวบนเรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya ทั้งเราและหุ้มส่วนเราไม่ได้รับข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการใดๆเกี่ยวกับปัญหาในการปฏิบัติการกับเครื่องบินขับไล่ MiG รัสเซีย
มันควรจะอ้างถึงว่าเครื่องบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya และ INS Vikrant ได้ถูกปรับแต่งเพื่อบรรทุกอากาศยานที่รัสเซียออกแบบรวมถึง MiG-29K/KUB ระบบทางเทคนิคทั้งหมดของเรือ, radar และระบบอื่นๆบนเรือถูกผลิตในรัสเซียและถูกออกแบบเพื่อปฏิบัติการเฉพาะกับเครื่องบิน MiG"
RAC รัสเซียกล่าวในการแถลง
ในบทความต้นฉบับที่กระตุ้นให้ RAC ออกมาปกป้อง MiG-29K ของตนนั้น เจ้าหน้าที่กองทัพเรืออินเดียที่ไม่ระบุชื่อกล่าว่าเครื่องบินขับไล่ MiG-29K กำลังได้รับการสูญเสียจากความเสียหายตามการใช้งานปกติที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติงานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน
ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าชิ้นส่วนหลักของเครื่องทั้งหมดควรจะต้องได้รับการซ่อมโดยรัสเซียที่เป็นผลเนื่องมาจากโครงสร้างข้อตกลงการจัดซื้อว่าเป็นอย่างไร
ตามรายงานก่อนหน้านี้กองทัพเรืออินเดียประสบปัญหาจำนวนมากกับเครื่องบินขับไล่ MiG-29K/MiG-29KUB ซึ่งมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเครื่องของอินเดียนั้นมีความแตกต่างจาก MiG-29K ที่กองทัพเรือรัสเซียสร้างเพื่อประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov ตนเอง
ซึ่งรายการอุปกรณ์ของ MiG-29K/KUB อินเดียวส่วนหนึ่งที่ผลิตจากยูเครนและตะวันตกได้รับผลกระทบจากการระงับการส่งออกยุทโธปกรณ์ให้รัสเซีย อินเดียจึงต้องนำเข้ามาเองและมาติดตั้งกับเครื่องของตนโดยตรง(http://aagth1.blogspot.com/2016/07/vikramaditya-mig-29k.html)
เช่นเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya ซึ่งเดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Gorshkov ก่อนที่จะเข้าประจำการในกองทัพเรืออินเดียได้ในปี 2013 การดัดแปลงเรื่องใหม่มีปัญหาความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงบานปลายมาก
ซึ่งการดัดแปลงเรือลาดตระเวนบรรทุกเครื่องบินชั้น Kiev ที่เดิมปฏิบัติการด้วยอากาศขึ้นลงทางดิ่งเช่นเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินขับไล่ขึ้นลงทางดิ่ง Yak-38 ให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน STOBAR(Short Take-Off But Arrested Recovery) ยังไม่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นอีกมาก
ทั้งนี้กองทัพเรืออินเดียได้ประกาศโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบินแบบใหม่(MRCBF: Multi-Role Carrier Borne Fighters) จำนวน 57เครื่อง สำหรับประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya ที่ประจำการแล้วและ INS Vikrant ที่กำลังสร้าง
หลังจากที่เครื่องบินขับไล่ Tejas รุ่นปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบิน(Tejas Navy/Naval LCA) ที่พัฒนาโดย Hindustan Aeronautics Limited(HAL)อินเดียเองถูกยกเลิกโครงการไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/01/blog-post_29.html)
เครื่องบินขับไล่ที่คาดว่าจะถูกนำเสนอในโครงการ MRCBF กองทัพเรืออินเดียมีเช่น Dassault Rafale M ฝรั่งเศส รวมถึง SAAB Gripen M(หรือ Sea Gripen เดิม) เป็นต้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/03/saab-gripen-m-gripen-cd.html)
อย่างไรก็ตามสำหรับเครื่องบินขับไล่ MiG-29K รัสเซียนั้นจะยังคงเป็นกำลังเครื่องบินขับไล่หลักประจำเรือบรรทุกเครื่องบินอินเดียต่อไปจนกว่าจะมีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบินแบบใหม่ครับ
Russian state-of-the-art fighter jet took to the skies for the first time in 2010
http://tass.com/defense/960000
Russian army to start getting 5th-generation fighter jets in 2018
T-50 with the advanced engine would perform its debut flight in the fourth quarter of 2017
http://tass.com/defense/960039
เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50 PAK FA ได้รับดัชนีอนุกรมอย่างเป็นทางการในชื่อเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-57
ตามที่พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General) Viktor Bondarev ผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TV Zvezdaเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม
"การตัดสินใจนี้ได้มีขึ้นแล้วและเครื่องบินได้รับการตั้งชื่อเหมือนเด็กแรกเกิด Su-57 เป็นชื่อที่ตอนนี้เราจะเรียกมัน T-50 หรือ Su-57 จะถูกเปิดตัว มันจะเริ่มการส่งมอบให้กองทัพอากาศรัสเซียในปีหน้า นักบินจะเรียนรู้ที่จะปฏิบัติการกับพวกมัน" นายพล Bondarev กล่าว
สื่อได้รายงานก่อนหน้านี้โดยการอ้างจากแหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียว่าเครื่องบินขับไล่ Sukhoi T-50 จะได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า Su-57
เครื่องบินขับไล่ PAK FA(Perspective Aviation Complex of Frontline Aviation) เครื่องต้นแบบเครื่องแรกได้ทำการบินขึ้นครั้งแรกในปี 2010 ตามที่ได้รายงานก่อนหน้างานออกแบบการทดลองของเครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยนี้ควรจะเสร็จสิ้นภายในปี 2019
Yuri Slyusar ผู้อำนวยการบริหาร United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มเครืออุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียกล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ Su-57 ในชุดก่อนสายการผลิตจริงจะมีจำนวน 12เครื่อง โดยจะส่งมอบเครื่องแรกได้ในปี 2018
มีรายงานว่าเครื่องยนต์ไอพ่นหลักขั้นก้าวหน้าที่จะใช้ติดตั้งกับ Su-57 ควรจะเปิดตัวได้ในไตรมาสที่4 ของปี 2017นี้ ปัจจุบันเครื่องยนต์ไอพ่นที่ถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะแรกคือ 117S ได้ถูกติดตั้งในเครื่องบินขับไล่ต้นแบบของรัสเซียแล้ว
ส่วนเครื่องยนต์แบบใหม่ที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อและถูกกำหนดตามแบบว่าเป็นเครื่องยนต์ระยะที่สองครับ
Media reports that the Indian Navy is unhappy with its carrier-based MiG-29K fighters have been refuted by Russian Aircraft Corporation. (US Navy)
http://www.janes.com/article/73018/russia-refutes-claim-india-unhappy-with-mig-29k-fighters
รัสเซียได้ปฏิเสธการอ้างของสื่อว่ากองทัพเรืออินเดีย(Indian Navy)ไม่พอใจกับความน่าเชื่อถือและการบริการของเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน MiG-29K(NATO กำหนดรหัส Fulcrum-D) ตามการแถลงด้วยข้อความที่รุนแรงซึ่งถูกส่งให้ Jane's เมื่อ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา
Russian Aircraft Corporation(RAC) รัสเซียกล่าวว่าการอ้างที่มีในบทความสหรัฐฯล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาการบำรุงรักษาอย่างร้ายแรงที่กองทัพเรืออินเดียมีประสบการณ์จากเครื่องบินขับไล่ MiG-29K จำนวน 45เครื่องของตนนั้น "ไม่เป็นความจริงเด็ดขาด"
"เราขอปฏิเสธทุกทางทุกข้อกล่าวหาในเชิงทุกในบทความที่เกี่ยวกับ...MiG-29 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่แบบเดียวบนเรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya ทั้งเราและหุ้มส่วนเราไม่ได้รับข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการใดๆเกี่ยวกับปัญหาในการปฏิบัติการกับเครื่องบินขับไล่ MiG รัสเซีย
มันควรจะอ้างถึงว่าเครื่องบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya และ INS Vikrant ได้ถูกปรับแต่งเพื่อบรรทุกอากาศยานที่รัสเซียออกแบบรวมถึง MiG-29K/KUB ระบบทางเทคนิคทั้งหมดของเรือ, radar และระบบอื่นๆบนเรือถูกผลิตในรัสเซียและถูกออกแบบเพื่อปฏิบัติการเฉพาะกับเครื่องบิน MiG"
RAC รัสเซียกล่าวในการแถลง
ในบทความต้นฉบับที่กระตุ้นให้ RAC ออกมาปกป้อง MiG-29K ของตนนั้น เจ้าหน้าที่กองทัพเรืออินเดียที่ไม่ระบุชื่อกล่าว่าเครื่องบินขับไล่ MiG-29K กำลังได้รับการสูญเสียจากความเสียหายตามการใช้งานปกติที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติงานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน
ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าชิ้นส่วนหลักของเครื่องทั้งหมดควรจะต้องได้รับการซ่อมโดยรัสเซียที่เป็นผลเนื่องมาจากโครงสร้างข้อตกลงการจัดซื้อว่าเป็นอย่างไร
ตามรายงานก่อนหน้านี้กองทัพเรืออินเดียประสบปัญหาจำนวนมากกับเครื่องบินขับไล่ MiG-29K/MiG-29KUB ซึ่งมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเครื่องของอินเดียนั้นมีความแตกต่างจาก MiG-29K ที่กองทัพเรือรัสเซียสร้างเพื่อประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov ตนเอง
ซึ่งรายการอุปกรณ์ของ MiG-29K/KUB อินเดียวส่วนหนึ่งที่ผลิตจากยูเครนและตะวันตกได้รับผลกระทบจากการระงับการส่งออกยุทโธปกรณ์ให้รัสเซีย อินเดียจึงต้องนำเข้ามาเองและมาติดตั้งกับเครื่องของตนโดยตรง(http://aagth1.blogspot.com/2016/07/vikramaditya-mig-29k.html)
เช่นเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya ซึ่งเดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Gorshkov ก่อนที่จะเข้าประจำการในกองทัพเรืออินเดียได้ในปี 2013 การดัดแปลงเรื่องใหม่มีปัญหาความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงบานปลายมาก
ซึ่งการดัดแปลงเรือลาดตระเวนบรรทุกเครื่องบินชั้น Kiev ที่เดิมปฏิบัติการด้วยอากาศขึ้นลงทางดิ่งเช่นเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินขับไล่ขึ้นลงทางดิ่ง Yak-38 ให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน STOBAR(Short Take-Off But Arrested Recovery) ยังไม่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นอีกมาก
ทั้งนี้กองทัพเรืออินเดียได้ประกาศโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบินแบบใหม่(MRCBF: Multi-Role Carrier Borne Fighters) จำนวน 57เครื่อง สำหรับประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya ที่ประจำการแล้วและ INS Vikrant ที่กำลังสร้าง
หลังจากที่เครื่องบินขับไล่ Tejas รุ่นปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบิน(Tejas Navy/Naval LCA) ที่พัฒนาโดย Hindustan Aeronautics Limited(HAL)อินเดียเองถูกยกเลิกโครงการไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/01/blog-post_29.html)
เครื่องบินขับไล่ที่คาดว่าจะถูกนำเสนอในโครงการ MRCBF กองทัพเรืออินเดียมีเช่น Dassault Rafale M ฝรั่งเศส รวมถึง SAAB Gripen M(หรือ Sea Gripen เดิม) เป็นต้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/03/saab-gripen-m-gripen-cd.html)
อย่างไรก็ตามสำหรับเครื่องบินขับไล่ MiG-29K รัสเซียนั้นจะยังคงเป็นกำลังเครื่องบินขับไล่หลักประจำเรือบรรทุกเครื่องบินอินเดียต่อไปจนกว่าจะมีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบินแบบใหม่ครับ
วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6รัสเซียจะติดอาวุธ Laser ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า Microwave และ Photonic Radar
Russia’s 6th-generation fighter jet to get lasers capable of burning missile homing heads
In addition to electromagnetic guns, the Russian sixth-generation fighter jet will also get guided electronic munitions
Yuri Smityuk/TASS
http://tass.com/defense/958026
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6ของรัสเซียจะได้รับการติดตั้ง Laser ที่มีความสามารถทางกายภาพในการเผาอาวุธปล่อยนำวิถีข้าศึกที่หันหัวเข้ามา ที่ปรึกษารองผู้อำนวยการบริหารอันดับที่หนึ่งของกลุ่มวิทยาการวิทยุ-ไฟฟ้า KRET นาย Vladimir Mikheyev กล่าวกับ TASS เมื่อ 27 กรกฎาคม
รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Dmitry Rogozin กล่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2016 ว่า รัสเซียได้เริ่มงานพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 แล้ว โดย KRET กำลังพัฒนาอุปกรณ์ประจำเครื่องและอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตที่ตนริเริ่มเอง
"เราได้ติดตั้งระบบป้องกัน Laser กับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์แล้ว และตอนนี้เรากำลังพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาในขอบเขตของพลังงาน Laser ที่จะสามารถทำลายอาวุธปล่อยนำวิถีที่เข้าโจมตีทางกายได้
กล่าวอย่างคราวๆ เราจะสามารถเผาผลาญ 'ดวงตา' ของอาวุธปล่อยนำวิถีที่ 'มองมายังเรา' โดยธรรมชาติระบบเช่นนี้จะถูกติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 เช่นเดียวกัน" ที่ปรึกษากล่าวเสริม
ปัจจุบัน KRET ได้ส่งมอบระบบป้องกันตัวอากาศยาน President-S ซึ่งประกอบด้วยสถานี Laser ของการต่อต้าน Elctro-Optical ด้วยการประสานระบบต่อต้านและพลุไฟ(Flare) President-S สามารถป้องกันอาวุธปล่อยนำวิถีข้าศึกได้หลายแบบให้หันหัวบินผ่านเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์
นอกจากปืนแม่เหล็กไฟฟ้า(Microwave Electromagnetic Gun) เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะยังได้รับอมภัณฑ์ไฟฟ้านำวิถี(Guided Electronic Munition)ด้วย ตามที่ที่ปรึกษารองผู้อำนวยการบริหารอันดับที่หนึ่งของ KRET กล่าว
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะมีรูปแบบหมู่บินที่มีอากาศยานมีคนขับ 1-2เครื่อง บินร่วมกับอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) 20-30เครื่องที่สามารถติดตั้งอาวุธแบบต่างๆได้
"Drone เครื่องหนึ่งในหมู่บินนั้นจะติดตั้งอาวุธคลื่น Microwave รวมถึงอาวุธไฟฟ้านำวิถี ขณะที่ Drone เครื่องอื่นจะติดตั้งระบบต่อต้านและทำลายวิทยุ-ไฟฟ้า และ UAV เครื่องที่สามจะติดกลุ่มอาวุธมาตรฐาน ภารกิจเฉพาะแต่ละอย่างขึ้นกับอาวุธที่ติดตั้งแตกต่างกัน" เขากล่าว
ที่ปรึกษาของ KRET ไม่ได้ระบุรูปแบบของอมภัณฑ์ไฟฟ้านำวิถีหรือ mode การปฏิบัติงานของพวกมัน Mikheyev เคยกล่าวกับ TASS ก่อนหน้าว่า UAV ในรุ่นเครื่องบินขับยุคที่6นั้นจะติดตั้งปืนแม่แหล็กไฟฟ้า(Microwave Gun)
ตามที่เขาอธิบายในตอนนั้น ปืน Microwave จะรวมจุดและเปลี่ยนทิศทางการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความร้อนให้วัตถุ เช่น สายอากาศ และทำลายมันทางกายภาพ
ขนาดของหมู่บินอาจจะมีการปรับเมื่องานพัฒนาเครื่องต้นแบบจริงเริ่มขึ้น เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 รุ่นไร้คนบังคับจะสามารถติดตั้งปืนแม่เหล็กไฟฟ้าหรือปืน Microwave นาย Mikheyev กล่าว
"การใช้อาวุธ Microwave เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเครื่องที่มีนักบินซึ่งจำเป็นต้องรักษาชีวิตของเขา แต่ถ้าเราพัฒนาระบบเพิ่มเติมในการปกป้องนักบินจาก Microwave ของเราเอง เราจะเสียพื้นที่และน้ำหนักของตัวเครื่องไปมาก นอกนี้แม้ระบบที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพอาจไร้ประสิทธิภาพได้"
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 นั้นจะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi PAK FA T-50 ที่จะสามารถสร้างภาพ radar ของเครื่องบินข้าศึกและระบุประเภทและอาวุธของพวกมันได้โดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมของมนุษย์
KRET ได้พัฒนาระบบ Radar วิทยุ-Photonic สำหรับเครื่องบินรบยุคอนาคต บริษัทได้พร้อมสร้างต้นแบบทดลองและแบบจำลองเท่าของจริง ระบบ Radar ใหม่นี้จะมีความเหนือกว่า Radar ที่มีแบบใดๆทั้งพลังและระยะทำการ
"Radio-Photonic Radar จะมีการมองเห็นที่ไกลกว่า Radar ใดๆที่มีอยู่ตามที่เราคาด และเช่นที่เราแพร่คลื่นใส่ข้าศึกด้วยความถี่ระยะกว้างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เราจะรู้ตำแหน่งพวกมันด้วยความแม่นยำสูงสุด และหลังจากขั้นตอนนี้เราจะได้รับภาพเกือบทั้งหมดของมันในมุมมองวิทยุ
นี่เป็นสิ่งสำคัญในการระบุประเภท(ของอากาศยาน) Computer ของเครื่องจะระบุวัตถุบินทันทีและอัตโนมัติ เช่น F-18 พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีที่ติดมา" Mikheyev กล่าว
Radar ใหม่ยังมีขีดความสามารถที่ดีกว่าในการต่อต้านการถูกรบกวนสัญญาณ ด้วยแถบคลื่นความถี่สูงยิ่งและตัวรับสัญญาณ Dynamic Range มหาศาล มันยังมีความสามารถเพิ่มเติมภารกิจสงคราม Electronic การส่งข้อมูล และทำการสื่อสาร Mikheyev ย้ำว่า
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะยังได้รับ "ระบบกล้อง Multi-Spectral พลังสูง ทำงานได้หลายแบบทั้ง Laser, Infrared, Ultraviolet และแท้จริงในแถบ Optical ซึ่งอย่างไรก็ตามช่วง Spectrum มันเกินกว่าที่ตามมนุษย์จะมองเห็นได้" กล้อง Optic ใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของ Radio-Photonic Radar
KRET ได้พัฒนาต้นแบบทดลองของ Radio-Photonic Radar สำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ทั้งต้นแบบตัวส่งสัญญาณ, ตัวรับสัญญาณ และตัวประมวลผลสัญญาณ การดำเนินการพัฒนาอุปกรณ์วิทยุไฟฟ้าสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 โดยเฉพาะจานสัญญาณค้นหา Radio- Optical Photonic
"ทั้งตัวส่งสัญญาณและตัวรับสัญญาณได้ถูกสร้างในพื้นฐานต้นแบบทดลองในฐานะส่วนหนึ่งของงานวิจัยและพัฒนา การทำงานทั้งหมดนี้ดำเนินในที่ตั้ง เราปล่อยสัญญาณความถี่สูงยิ่ง มันสะท้อนกลับและเรารับ-ประมวลผลมันและได้ภาพ radar ของวัตถุ เราเห็นว่าเราจำเป็นต้องทำให้มันดีที่สุด"
"ตอนนี้แบบจำลองเต็มตัวของจานสัญญาณ Radio-Photonic Radar ได้ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะส่วนหนึ่งของงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งทำให้เราสามารถทดสอบคุณลักษณะของชุดต้นแบบ เราจะสามารถเข้าใจได้ว่าอะไรที่ Radar ควรเป็นในขนาดทรงเรขาคณิต และระยะและพลังอะไรที่ควรเป็น"
KRET ยังได้ทดสอบเทคโนโลยีของ Radar ใหม่ในส่วนประกอบเฉพาะ ทั้งตัวส่งสัญญาณ(Emitter), Photonic Crystal, ส่วนรับสัญญาณ(Receiver) และตัวสะท้อนสัญญาณ(Resonator)
รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Dmitry Rogozin ได้เข้าไปรับผิดชอบในส่วนกลาโหมโดยประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2016 เกี่ยวกับการเริ่มการทำงานของเครื่องบินขับไล่ยุคที่6
ตามที่หัวหน้าคณะกรรมการเพื่อโครงการอากาศยานทางทหารที่ United Aircraft Corporation(UAC) นาย Vladimir Mikhailov กล่าวกับ TASS เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 เครื่องต้นแบบของรัสเซียจะทำการบินครั้งแรกก่อนปี 2025
ในการให้สัมภาษณ์กับ TASS ก่อนหน้า ที่ปรึกษา KRET นาย Mikheyev กล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ใหม่จะมีสองรุ่นแบบมีคนขับกับไร้คนขับ เครื่องบินขับไล่ใหม่จะปฏิบัติการเป็นหมู่บินนำโดยเครื่องมีคนขับ สามารถติดปืนแม่เหล็กไฟฟ้า บินด้วยความเร็วเหนือเสียง Hypersonic และบินไปอวกาศได้
เวลานี้ Mikheyev เสริมว่า รุ่น UAV จะมีความคล่องแคล่วในระดับที่เครื่องที่มีนักบินบังคับทำไม่ได้จากข้อจำกัดของมนุษย์ที่ทนรับมากเกินไปไม่ได้ เครื่องทั้งสองรุ่นจะสร้างบนพื้นฐานเหมือนกัน ต่างกันที่ระบบอาวุธ อุปกรณ์ และรูปร่างภายนอกครับ
Russian ultra-high frequency guns are now ‘the real thing,’ developer asserts
Electromagnetic weapons are to be installed on a remote-controlled configuration of the sixth generation fighter jet
Donat Sorokin/TASS
http://tass.com/defense/957945
ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า(Electromagnetic Gun) ที่มีสามารถเผาอุปกรณ์ไฟฟ้าและอาวุธได้กำลังถูกทดสอบโดยห้องทดลองของรัสเซีย โดยบริษัทวิทยุ-ไฟฟ้า KRET อย่างเดินหน้าไม่ถดถอย
ตามที่ที่ปรึกษารองผู้อำนวยการบริหารอันดับที่หนึ่งของ KRET นาย Vladimir Mikheyev กล่าวกับ TASS ในการให้สัมภาษณ์
"อาวุธคลื่นความถี่สูงยิ่ง(UHF: Ultra-High Frequency) เป็นความจริง ห้องทดลองพวกเรากำลังดำเนินการทดสอบอย่างไม่หยุด ตัวอย่างเช่น เราอาจจะเผาอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างเพื่อให้เห็นว่าพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่ต้องการจะมากน้อยเท่าไร" เขากล่าว
Mikheyev ยังกล่าวว่ามีหลายประเทศได้กำลังทดสอบอาวุธแบบเดียวกันนี้อยู่ด้วย ดังนั้น KRET จึงยังคงทำงานกับระบบในการปกป้องจากอาวุธ UHF ของศัตรู
"อุปกรณ์รับสัญญาณอาจจะต้องติดตั้งด้วยตัวกั้นกรองพลังงานที่จะเข้ามา จากนั้นระบบตรวจจับจะรับเฉพาะข้อมูลและสัญญาณอื่นๆที่เป็นประโยชน์เท่านั้น
ระบบป้องกันเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้กับ computer ซึ่งจะป้องกันศัตรูจากการระบุช่องโหว่ที่เป็นไปได้ในตัวกรอง เรากำลังดำเนินการในประเภทนี้และการวิจัยด้วย" Mikheyev กล่าว
อาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าจะถูกนำไปติดตั้งกับป้องอาวุธแบบ Remote ที่จะปรับแต่งสำหรับใช้กับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ตามที่รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Dmitry Rogozin กล่าวเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่แล้วว่า
งานพัฒนาสำหรับอากาศยานไร้คนขับ(Drone)ลักษณะดังกล่าวได้กำลังดำเนินการอยู่แล้ว KRET กำลังพัฒนาอุปกรณ์ประจำเครื่องสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 และอาวุธปืนแม่เหล็กไฟฟ้าคลื่นความถี่สูงยิ่งที่ริเริ่มด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตามเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ของรัสเซียคือ Sukhoi PAK FA T-50 นั้นจะยังได้รับการติดตั้งปืนใหญ่อากาศ 9A1-4071K GSh-301 ขนาด 30x165mm อยู่เหมือนเครื่องบินขับไล่รัสเซียส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
โดยตั้งแต่ทำการบินครั้งแรกในปี 2010 มีการสร้างเครื่องต้นแบบ PAK FA T-50 แล้วประมาณ 9เครื่อง โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบการบินขั้นสุดท้าย และการเปิดสายการผลิตเต็มอัตราและส่งมอบเครื่องชุดแรกให้กองทัพอากาศรัสเซีย 12เครื่องจะมีขึ้นในปี 2019 ครับ
In addition to electromagnetic guns, the Russian sixth-generation fighter jet will also get guided electronic munitions
Yuri Smityuk/TASS
http://tass.com/defense/958026
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6ของรัสเซียจะได้รับการติดตั้ง Laser ที่มีความสามารถทางกายภาพในการเผาอาวุธปล่อยนำวิถีข้าศึกที่หันหัวเข้ามา ที่ปรึกษารองผู้อำนวยการบริหารอันดับที่หนึ่งของกลุ่มวิทยาการวิทยุ-ไฟฟ้า KRET นาย Vladimir Mikheyev กล่าวกับ TASS เมื่อ 27 กรกฎาคม
รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Dmitry Rogozin กล่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2016 ว่า รัสเซียได้เริ่มงานพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 แล้ว โดย KRET กำลังพัฒนาอุปกรณ์ประจำเครื่องและอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตที่ตนริเริ่มเอง
"เราได้ติดตั้งระบบป้องกัน Laser กับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์แล้ว และตอนนี้เรากำลังพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาในขอบเขตของพลังงาน Laser ที่จะสามารถทำลายอาวุธปล่อยนำวิถีที่เข้าโจมตีทางกายได้
กล่าวอย่างคราวๆ เราจะสามารถเผาผลาญ 'ดวงตา' ของอาวุธปล่อยนำวิถีที่ 'มองมายังเรา' โดยธรรมชาติระบบเช่นนี้จะถูกติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 เช่นเดียวกัน" ที่ปรึกษากล่าวเสริม
ปัจจุบัน KRET ได้ส่งมอบระบบป้องกันตัวอากาศยาน President-S ซึ่งประกอบด้วยสถานี Laser ของการต่อต้าน Elctro-Optical ด้วยการประสานระบบต่อต้านและพลุไฟ(Flare) President-S สามารถป้องกันอาวุธปล่อยนำวิถีข้าศึกได้หลายแบบให้หันหัวบินผ่านเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์
นอกจากปืนแม่เหล็กไฟฟ้า(Microwave Electromagnetic Gun) เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะยังได้รับอมภัณฑ์ไฟฟ้านำวิถี(Guided Electronic Munition)ด้วย ตามที่ที่ปรึกษารองผู้อำนวยการบริหารอันดับที่หนึ่งของ KRET กล่าว
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะมีรูปแบบหมู่บินที่มีอากาศยานมีคนขับ 1-2เครื่อง บินร่วมกับอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) 20-30เครื่องที่สามารถติดตั้งอาวุธแบบต่างๆได้
"Drone เครื่องหนึ่งในหมู่บินนั้นจะติดตั้งอาวุธคลื่น Microwave รวมถึงอาวุธไฟฟ้านำวิถี ขณะที่ Drone เครื่องอื่นจะติดตั้งระบบต่อต้านและทำลายวิทยุ-ไฟฟ้า และ UAV เครื่องที่สามจะติดกลุ่มอาวุธมาตรฐาน ภารกิจเฉพาะแต่ละอย่างขึ้นกับอาวุธที่ติดตั้งแตกต่างกัน" เขากล่าว
ที่ปรึกษาของ KRET ไม่ได้ระบุรูปแบบของอมภัณฑ์ไฟฟ้านำวิถีหรือ mode การปฏิบัติงานของพวกมัน Mikheyev เคยกล่าวกับ TASS ก่อนหน้าว่า UAV ในรุ่นเครื่องบินขับยุคที่6นั้นจะติดตั้งปืนแม่แหล็กไฟฟ้า(Microwave Gun)
ตามที่เขาอธิบายในตอนนั้น ปืน Microwave จะรวมจุดและเปลี่ยนทิศทางการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความร้อนให้วัตถุ เช่น สายอากาศ และทำลายมันทางกายภาพ
ขนาดของหมู่บินอาจจะมีการปรับเมื่องานพัฒนาเครื่องต้นแบบจริงเริ่มขึ้น เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 รุ่นไร้คนบังคับจะสามารถติดตั้งปืนแม่เหล็กไฟฟ้าหรือปืน Microwave นาย Mikheyev กล่าว
"การใช้อาวุธ Microwave เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเครื่องที่มีนักบินซึ่งจำเป็นต้องรักษาชีวิตของเขา แต่ถ้าเราพัฒนาระบบเพิ่มเติมในการปกป้องนักบินจาก Microwave ของเราเอง เราจะเสียพื้นที่และน้ำหนักของตัวเครื่องไปมาก นอกนี้แม้ระบบที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพอาจไร้ประสิทธิภาพได้"
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 นั้นจะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi PAK FA T-50 ที่จะสามารถสร้างภาพ radar ของเครื่องบินข้าศึกและระบุประเภทและอาวุธของพวกมันได้โดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมของมนุษย์
KRET ได้พัฒนาระบบ Radar วิทยุ-Photonic สำหรับเครื่องบินรบยุคอนาคต บริษัทได้พร้อมสร้างต้นแบบทดลองและแบบจำลองเท่าของจริง ระบบ Radar ใหม่นี้จะมีความเหนือกว่า Radar ที่มีแบบใดๆทั้งพลังและระยะทำการ
"Radio-Photonic Radar จะมีการมองเห็นที่ไกลกว่า Radar ใดๆที่มีอยู่ตามที่เราคาด และเช่นที่เราแพร่คลื่นใส่ข้าศึกด้วยความถี่ระยะกว้างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เราจะรู้ตำแหน่งพวกมันด้วยความแม่นยำสูงสุด และหลังจากขั้นตอนนี้เราจะได้รับภาพเกือบทั้งหมดของมันในมุมมองวิทยุ
นี่เป็นสิ่งสำคัญในการระบุประเภท(ของอากาศยาน) Computer ของเครื่องจะระบุวัตถุบินทันทีและอัตโนมัติ เช่น F-18 พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีที่ติดมา" Mikheyev กล่าว
Radar ใหม่ยังมีขีดความสามารถที่ดีกว่าในการต่อต้านการถูกรบกวนสัญญาณ ด้วยแถบคลื่นความถี่สูงยิ่งและตัวรับสัญญาณ Dynamic Range มหาศาล มันยังมีความสามารถเพิ่มเติมภารกิจสงคราม Electronic การส่งข้อมูล และทำการสื่อสาร Mikheyev ย้ำว่า
เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 จะยังได้รับ "ระบบกล้อง Multi-Spectral พลังสูง ทำงานได้หลายแบบทั้ง Laser, Infrared, Ultraviolet และแท้จริงในแถบ Optical ซึ่งอย่างไรก็ตามช่วง Spectrum มันเกินกว่าที่ตามมนุษย์จะมองเห็นได้" กล้อง Optic ใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของ Radio-Photonic Radar
KRET ได้พัฒนาต้นแบบทดลองของ Radio-Photonic Radar สำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ทั้งต้นแบบตัวส่งสัญญาณ, ตัวรับสัญญาณ และตัวประมวลผลสัญญาณ การดำเนินการพัฒนาอุปกรณ์วิทยุไฟฟ้าสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 โดยเฉพาะจานสัญญาณค้นหา Radio- Optical Photonic
"ทั้งตัวส่งสัญญาณและตัวรับสัญญาณได้ถูกสร้างในพื้นฐานต้นแบบทดลองในฐานะส่วนหนึ่งของงานวิจัยและพัฒนา การทำงานทั้งหมดนี้ดำเนินในที่ตั้ง เราปล่อยสัญญาณความถี่สูงยิ่ง มันสะท้อนกลับและเรารับ-ประมวลผลมันและได้ภาพ radar ของวัตถุ เราเห็นว่าเราจำเป็นต้องทำให้มันดีที่สุด"
"ตอนนี้แบบจำลองเต็มตัวของจานสัญญาณ Radio-Photonic Radar ได้ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะส่วนหนึ่งของงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งทำให้เราสามารถทดสอบคุณลักษณะของชุดต้นแบบ เราจะสามารถเข้าใจได้ว่าอะไรที่ Radar ควรเป็นในขนาดทรงเรขาคณิต และระยะและพลังอะไรที่ควรเป็น"
KRET ยังได้ทดสอบเทคโนโลยีของ Radar ใหม่ในส่วนประกอบเฉพาะ ทั้งตัวส่งสัญญาณ(Emitter), Photonic Crystal, ส่วนรับสัญญาณ(Receiver) และตัวสะท้อนสัญญาณ(Resonator)
รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Dmitry Rogozin ได้เข้าไปรับผิดชอบในส่วนกลาโหมโดยประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2016 เกี่ยวกับการเริ่มการทำงานของเครื่องบินขับไล่ยุคที่6
ตามที่หัวหน้าคณะกรรมการเพื่อโครงการอากาศยานทางทหารที่ United Aircraft Corporation(UAC) นาย Vladimir Mikhailov กล่าวกับ TASS เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เครื่องบินขับไล่ยุคที่6 เครื่องต้นแบบของรัสเซียจะทำการบินครั้งแรกก่อนปี 2025
ในการให้สัมภาษณ์กับ TASS ก่อนหน้า ที่ปรึกษา KRET นาย Mikheyev กล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ใหม่จะมีสองรุ่นแบบมีคนขับกับไร้คนขับ เครื่องบินขับไล่ใหม่จะปฏิบัติการเป็นหมู่บินนำโดยเครื่องมีคนขับ สามารถติดปืนแม่เหล็กไฟฟ้า บินด้วยความเร็วเหนือเสียง Hypersonic และบินไปอวกาศได้
เวลานี้ Mikheyev เสริมว่า รุ่น UAV จะมีความคล่องแคล่วในระดับที่เครื่องที่มีนักบินบังคับทำไม่ได้จากข้อจำกัดของมนุษย์ที่ทนรับมากเกินไปไม่ได้ เครื่องทั้งสองรุ่นจะสร้างบนพื้นฐานเหมือนกัน ต่างกันที่ระบบอาวุธ อุปกรณ์ และรูปร่างภายนอกครับ
Russian ultra-high frequency guns are now ‘the real thing,’ developer asserts
Electromagnetic weapons are to be installed on a remote-controlled configuration of the sixth generation fighter jet
Donat Sorokin/TASS
http://tass.com/defense/957945
ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า(Electromagnetic Gun) ที่มีสามารถเผาอุปกรณ์ไฟฟ้าและอาวุธได้กำลังถูกทดสอบโดยห้องทดลองของรัสเซีย โดยบริษัทวิทยุ-ไฟฟ้า KRET อย่างเดินหน้าไม่ถดถอย
ตามที่ที่ปรึกษารองผู้อำนวยการบริหารอันดับที่หนึ่งของ KRET นาย Vladimir Mikheyev กล่าวกับ TASS ในการให้สัมภาษณ์
"อาวุธคลื่นความถี่สูงยิ่ง(UHF: Ultra-High Frequency) เป็นความจริง ห้องทดลองพวกเรากำลังดำเนินการทดสอบอย่างไม่หยุด ตัวอย่างเช่น เราอาจจะเผาอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างเพื่อให้เห็นว่าพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่ต้องการจะมากน้อยเท่าไร" เขากล่าว
Mikheyev ยังกล่าวว่ามีหลายประเทศได้กำลังทดสอบอาวุธแบบเดียวกันนี้อยู่ด้วย ดังนั้น KRET จึงยังคงทำงานกับระบบในการปกป้องจากอาวุธ UHF ของศัตรู
"อุปกรณ์รับสัญญาณอาจจะต้องติดตั้งด้วยตัวกั้นกรองพลังงานที่จะเข้ามา จากนั้นระบบตรวจจับจะรับเฉพาะข้อมูลและสัญญาณอื่นๆที่เป็นประโยชน์เท่านั้น
ระบบป้องกันเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้กับ computer ซึ่งจะป้องกันศัตรูจากการระบุช่องโหว่ที่เป็นไปได้ในตัวกรอง เรากำลังดำเนินการในประเภทนี้และการวิจัยด้วย" Mikheyev กล่าว
อาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าจะถูกนำไปติดตั้งกับป้องอาวุธแบบ Remote ที่จะปรับแต่งสำหรับใช้กับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 ตามที่รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Dmitry Rogozin กล่าวเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่แล้วว่า
งานพัฒนาสำหรับอากาศยานไร้คนขับ(Drone)ลักษณะดังกล่าวได้กำลังดำเนินการอยู่แล้ว KRET กำลังพัฒนาอุปกรณ์ประจำเครื่องสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 และอาวุธปืนแม่เหล็กไฟฟ้าคลื่นความถี่สูงยิ่งที่ริเริ่มด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตามเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ของรัสเซียคือ Sukhoi PAK FA T-50 นั้นจะยังได้รับการติดตั้งปืนใหญ่อากาศ 9A1-4071K GSh-301 ขนาด 30x165mm อยู่เหมือนเครื่องบินขับไล่รัสเซียส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
โดยตั้งแต่ทำการบินครั้งแรกในปี 2010 มีการสร้างเครื่องต้นแบบ PAK FA T-50 แล้วประมาณ 9เครื่อง โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบการบินขั้นสุดท้าย และการเปิดสายการผลิตเต็มอัตราและส่งมอบเครื่องชุดแรกให้กองทัพอากาศรัสเซีย 12เครื่องจะมีขึ้นในปี 2019 ครับ
วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
รัสเซียพัฒนาเครื่องยนต์หลักเครื่องบินขับไล่ PAK FA และแบบจำลอง Digital เครื่องบินทิ้งระเบิด PAK DA ใหม่
Russia develops main engine for 5th-generation fighter jet
The T-50 features some unique characteristics, combining the functions of a strike aircraft and a fighter jet
Sergei Bobylev/TASS
http://tass.com/defense/944399
รัสเซียได้พัฒนาเครื่องยนต์หลักสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50 ตามที่หัวหน้านักออกแบบและรองประธานฝ่ายนวัตกรรมของ United Aircraft-Building Corporation(UAC) นาย Sergei Korotkov กล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม
"วันนี้เครื่องยนต์ยุคหน้าได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างแท้จริงและการทดสอบร่วมกันกับ Sukhoi T-50 จะเริ่มในไม่ช้าตามที่มันได้ถูกสร้างขึ้นมา สำนักออกแบบได้กำลังดำเนินงานเฉพาะ เรากำลังทำงานในโครงการนี้ร่วมกันกับพวกเขา" หัวหน้านักออกแบบ UAC กล่าว
PAK FA T-50 เป็นเครื่องบินขับไล่ที่พัฒนาโดย Sukhoi ซึ่งทำการบินครั้งแรกในปี 2010 มีรายงานก่อนหน้าว่าสายการผลิตจำนวนมากจะเริ่มต้นได้ในปี 2017 หลังจากนั้นเครื่องจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ข้อมูลล่าสุดขั้นตอนการทดสอบแรกคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2018
มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินขับไล่ Sukhoi T-50 พร้อมเครื่องยนต์ใหม่จะพร้อมทำการบินครั้งแรกในไตรมาสที่4 ปี 2017 ซึ่งเครื่องบินต้นแบบที่มการสร้างออกมาในปัจจุบันใช้เครื่องยนต์ไอพ่น 117S ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ในระยะแรก เครื่องยนต์ใหม่สำหรับเครื่องบินขับไล่ PAK FA ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อและถูกเรียกระบุว่าเป็นเครื่องยนต์ระยะที่สอง
เปรียบเทียบกับเครื่องบินขับไล่ยุคก่อนหน้า PAK FA T-50 มีคุณสมบัติที่มีเอกลักษณ์บางอย่าง, ผสมผสานความสามารถของทั้งเครื่องบินโจมตีและเครื่องบินขับไล่ไอพ่น วัสดุผสมและนวัตกรรมทางวิทยาการ
แบบแผนโครงสร้างพลศาสตร์อากาศยานถูกออกแบบมาเพื่อลดการเปิดเผยเครื่องยนต์ทำให้ T-50 มีสัญญานที่ถูกตรวจจับได้จาก Radar และ Infared ต่ำ นี่จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพการรบต่อเป้าหมายทางอากาศและภาคพื้นดินทุกกาลอากาศไม่ว่าจะกลางวันกลางคืนในสภาพอากาศใดๆครับ
Russia develops next-generation bomber’s digital model
Tupolev-160 bomber
Russian Defence Ministry's Press and Information Department/TASS
A digital model of the next-generation strategic bomber PAK DA has been developed in Russia
http://tass.com/defense/944362
แบบจำลอง Digital ของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ยุคหน้า PAK DA กำลังถูกพัฒนาในรัสเซียตามที่หัวหน้านักออกแบบและรองประธานฝ่ายนวัตกรรมของ UAC นาย Sergei Korotkov กล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม
"ทั่วโลกกำลังพัฒนาไปตามเส้นทางสู่การเป็นระบบ Digital และการสร้างแบบจำลองอากาศยานที่ซับซ้อนที่สามารถสร้างให้เป็นไปได้นั้น ไม่ได้ง่ายดายแค่การวาดภาพ แต่ผ่านการทำงานข้อมูล Digit ตลอดระยะเวลาตั้งแต่สร้างแบบจำลอง Digital สูงคุณสมบัติที่ปฏิบัติการได้หรือระบบ
เรากำลังไปตามเส้นทางนี้ แบบจำลอง Digital เป็นสิ่งที่ใช้งานได้ มากกว่านั้น United Aircraft-Building Corporation ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบสารสนเทศเดี่ยว" หัวหน้านักออกแบบ UAC กล่าวตอบต่อคำถามที่เกี่ยวข้อง
ระบบสารสนเทศเดี่ยวช่วยให้วิศวกรและนักออกแบบที่ทำงานให้กับบริษัทอากาศยาน Tupolev ตัวอย่างเช่นการแลกเปลี่ยนแนวความคิดกับวิทยาลัยของพวกเขาจากบริษัทหรือภาคส่วนองค์กรอื่นๆ เขากล่าว
"มันไม่สำคัญหรือไม่นี่ว่าจะคือ Tupolev, Sukhoi หรือ MiG ทุกคนกำลังทำการในพื้นที่สารสนเทศเดี่ยว ทีมวิศวกร-นักออกแบบสามารถใช้งานขององค์กรไม่เฉพาะสำหรับตนเองแต่ยังรวมถึงองค์กรที่บูรณาการกับ United Aircraft Corporation"
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวกับ TASS ก่อนหน้าว่า Tupolev รัสเซียได้มีการสร้างแบบจำลองไม้ขนาดเท่าของจริง และแบบจำลองขนาดเล็กหลายตัวที่สร้างด้วยวัสดุผสม ของเครื่องบินทิ้งระเบิด PAK DA แล้ว
PAK DA(Perspective Airborne Complex of Long-Range Aviation) เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ยุคหน้าที่ถูกพัฒนาโดย Tupolev ซึ่งานวิจัยและพัฒนาได้เริ่มในปี 2009
PAK DA เป็นอากาศยานความเร็วต่ำกว่าเสียงติดตั้งอาวุธภายในลำตัวเครื่อง และถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก(Stealth) ด้วยการใช้วัสดุดูกลืนคลื่น Radar อย่างสูงสุด
เดิม PAK DA มีแผนจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียในปี 2023-2025 และมีกำหนดบินครั้งแรกในปี 2019-2020 แต่มีการเลื่อนกำหนดการออกไปจากการกลับมาเปิดสายการผลิตใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160M2
โดยรองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov กล่าวก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด PAK DA จะทำการบินครั้งแรกได้ในปี 2025-2026 และจะเปิดสายการผลิตได้ในปี 2028-2029 ครับ
The T-50 features some unique characteristics, combining the functions of a strike aircraft and a fighter jet
Sergei Bobylev/TASS
http://tass.com/defense/944399
รัสเซียได้พัฒนาเครื่องยนต์หลักสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50 ตามที่หัวหน้านักออกแบบและรองประธานฝ่ายนวัตกรรมของ United Aircraft-Building Corporation(UAC) นาย Sergei Korotkov กล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม
"วันนี้เครื่องยนต์ยุคหน้าได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างแท้จริงและการทดสอบร่วมกันกับ Sukhoi T-50 จะเริ่มในไม่ช้าตามที่มันได้ถูกสร้างขึ้นมา สำนักออกแบบได้กำลังดำเนินงานเฉพาะ เรากำลังทำงานในโครงการนี้ร่วมกันกับพวกเขา" หัวหน้านักออกแบบ UAC กล่าว
PAK FA T-50 เป็นเครื่องบินขับไล่ที่พัฒนาโดย Sukhoi ซึ่งทำการบินครั้งแรกในปี 2010 มีรายงานก่อนหน้าว่าสายการผลิตจำนวนมากจะเริ่มต้นได้ในปี 2017 หลังจากนั้นเครื่องจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ข้อมูลล่าสุดขั้นตอนการทดสอบแรกคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2018
มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินขับไล่ Sukhoi T-50 พร้อมเครื่องยนต์ใหม่จะพร้อมทำการบินครั้งแรกในไตรมาสที่4 ปี 2017 ซึ่งเครื่องบินต้นแบบที่มการสร้างออกมาในปัจจุบันใช้เครื่องยนต์ไอพ่น 117S ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ในระยะแรก เครื่องยนต์ใหม่สำหรับเครื่องบินขับไล่ PAK FA ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อและถูกเรียกระบุว่าเป็นเครื่องยนต์ระยะที่สอง
เปรียบเทียบกับเครื่องบินขับไล่ยุคก่อนหน้า PAK FA T-50 มีคุณสมบัติที่มีเอกลักษณ์บางอย่าง, ผสมผสานความสามารถของทั้งเครื่องบินโจมตีและเครื่องบินขับไล่ไอพ่น วัสดุผสมและนวัตกรรมทางวิทยาการ
แบบแผนโครงสร้างพลศาสตร์อากาศยานถูกออกแบบมาเพื่อลดการเปิดเผยเครื่องยนต์ทำให้ T-50 มีสัญญานที่ถูกตรวจจับได้จาก Radar และ Infared ต่ำ นี่จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพการรบต่อเป้าหมายทางอากาศและภาคพื้นดินทุกกาลอากาศไม่ว่าจะกลางวันกลางคืนในสภาพอากาศใดๆครับ
Russia develops next-generation bomber’s digital model
Tupolev-160 bomber
Russian Defence Ministry's Press and Information Department/TASS
A digital model of the next-generation strategic bomber PAK DA has been developed in Russia
http://tass.com/defense/944362
แบบจำลอง Digital ของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ยุคหน้า PAK DA กำลังถูกพัฒนาในรัสเซียตามที่หัวหน้านักออกแบบและรองประธานฝ่ายนวัตกรรมของ UAC นาย Sergei Korotkov กล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม
"ทั่วโลกกำลังพัฒนาไปตามเส้นทางสู่การเป็นระบบ Digital และการสร้างแบบจำลองอากาศยานที่ซับซ้อนที่สามารถสร้างให้เป็นไปได้นั้น ไม่ได้ง่ายดายแค่การวาดภาพ แต่ผ่านการทำงานข้อมูล Digit ตลอดระยะเวลาตั้งแต่สร้างแบบจำลอง Digital สูงคุณสมบัติที่ปฏิบัติการได้หรือระบบ
เรากำลังไปตามเส้นทางนี้ แบบจำลอง Digital เป็นสิ่งที่ใช้งานได้ มากกว่านั้น United Aircraft-Building Corporation ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบสารสนเทศเดี่ยว" หัวหน้านักออกแบบ UAC กล่าวตอบต่อคำถามที่เกี่ยวข้อง
ระบบสารสนเทศเดี่ยวช่วยให้วิศวกรและนักออกแบบที่ทำงานให้กับบริษัทอากาศยาน Tupolev ตัวอย่างเช่นการแลกเปลี่ยนแนวความคิดกับวิทยาลัยของพวกเขาจากบริษัทหรือภาคส่วนองค์กรอื่นๆ เขากล่าว
"มันไม่สำคัญหรือไม่นี่ว่าจะคือ Tupolev, Sukhoi หรือ MiG ทุกคนกำลังทำการในพื้นที่สารสนเทศเดี่ยว ทีมวิศวกร-นักออกแบบสามารถใช้งานขององค์กรไม่เฉพาะสำหรับตนเองแต่ยังรวมถึงองค์กรที่บูรณาการกับ United Aircraft Corporation"
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวกับ TASS ก่อนหน้าว่า Tupolev รัสเซียได้มีการสร้างแบบจำลองไม้ขนาดเท่าของจริง และแบบจำลองขนาดเล็กหลายตัวที่สร้างด้วยวัสดุผสม ของเครื่องบินทิ้งระเบิด PAK DA แล้ว
PAK DA(Perspective Airborne Complex of Long-Range Aviation) เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ยุคหน้าที่ถูกพัฒนาโดย Tupolev ซึ่งานวิจัยและพัฒนาได้เริ่มในปี 2009
PAK DA เป็นอากาศยานความเร็วต่ำกว่าเสียงติดตั้งอาวุธภายในลำตัวเครื่อง และถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก(Stealth) ด้วยการใช้วัสดุดูกลืนคลื่น Radar อย่างสูงสุด
เดิม PAK DA มีแผนจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียในปี 2023-2025 และมีกำหนดบินครั้งแรกในปี 2019-2020 แต่มีการเลื่อนกำหนดการออกไปจากการกลับมาเปิดสายการผลิตใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160M2
โดยรองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov กล่าวก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด PAK DA จะทำการบินครั้งแรกได้ในปี 2025-2026 และจะเปิดสายการผลิตได้ในปี 2028-2029 ครับ
วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
รัสเซียจะทำการบินเครื่องบินขับไล่ PAK FA ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ในปี 2017 จะพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถี S-400 เครื่องบินแจ้งเตือนควบคุมทางอากาศ A-50 ให้อินเดีย
Russia’s PAK FA 5th-generation jet with new engine to make maiden flight in 2017
The project of creating the new engine is "in line with the timeframe," a spokesman for Russia’s United Engine Corporation said
http://tass.com/defense/930699
ตามข้อมูลฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ United Engine Corporation รัสเซีย เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50 PAK FA(Prospective Airborne Complex of Frontline Aviation) ที่ติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่มีกำหนดจะทำการบินครั้งแรกในไตรมาสที่4 ปี 2017นี้
"การบินครั้งแรกของเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่คาดว่าจะมีขึ้นในไตรมาสที่4 ของปี 2017 โครงการสร้างเครื่องยนต์ใหม่นั้นอยู่ในเส้นทางตามกรอบเวลา" โฆษกของบริษัท UEC ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานทางทหารและพลเรือนของรัสเซียกล่าว
ขณะนี้เครื่องบินขับไล่ยุคที่5ของรัสเซียยังคงติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น 117C ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นเครื่องยนต์ระยะที่1 เครื่องยนต์แบบใหม่ที่ถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะที่2ยังไม่ได้มีการรับมอบอย่างเป็นทางการ
PAK FA T-50 เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่5ที่มีแนวโน้มสดใส ทำการบินครั้งแรกในปี 2010 โดยเครื่องในสายการผลิต 5เครื่องแรกคาดว่าจะส่งมอบให้กองทัพอากาศรัสเซียได้ในปีนี้ ซึ่งเครื่องจะเริ่มเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียได้หลังปี 2018
รัสเซียและอินเดียได้ร่วมการทำงานในร่างสัญญางานวิจัยและพัฒนาในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ตามที่รองผู้อำนวยการกองบริการเพื่อความร่วมมือด้านทหารและเทคนิครัฐบาลรัสเซีย Vladimir Drozhzhov กล่าวกับ TASS
"ผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียและอินเดียได้เห็นชอบและลงนามร่างสัญญาเพื่อการวิจัยและพัฒนาสำหรับการพัฒนาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้า ด้านรัสเซียได้พร้อมสำหรับการลงนาม เราคาดว่าจะมีการตัดสินใจจากทางอินเดียในเรื่องนี้" เขากล่าว
ตามที่นาย Drozhzhov กล่าว เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้าจะไม่ด้อยไปกว่า PAK FA ในด้านขีดความสามารถทางการรบและคุณสมบัติ
Sergei Chemezov ประธาน Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย ได้กล่าวเมื่อปลายปีที่แล้วว่า การลงนามสัญญาการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 กับอินเดียน่าจะมีขึ้นก่อนสิ้นปี 2016
ทั้งนี้ในปี 2007 รัสเซียและอินเดียได้ลงนามข้อตกลงในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ร่วมกัน โดยคาดว่ากองทัพอากาศอินเดียน่าจะเป็นลูกค้ารายแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ดังกล่าว ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการจัดหาให้ประเทศที่สามได้ด้วยครับ
Russia may sign contract with India on S-400 air defense system delivery
The S-400 can engage targets at a distance of 400 km and at an altitude of up to 30 km
http://tass.com/defense/930856
รองผู้อำนวยการกองบริการเพื่อความร่วมมือด้านทหารและเทคนิครัฐบาลรัสเซีย Vladimir Drozhzhov กล่าวกับ TASS ว่ารัสเซียอาจจะลงนามสัญญาจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยไกล S-400 Triumf กับอินเดียภายในสิ้นปีนี้
"การเจราจาต่อรองสัญญาคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเหตุผลที่ยังไม่ถึงเวลาที่สมควรจะกล่าวถึงเกี่ยวกับจำนวนระบบที่จะจัดส่ง เราหวังว่าสัญญาสำหรับการจัดส่งระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านอากาศยาน S-400 Triumf จะมีการลงนามภายในสิ้นปีนี้" เขากล่าว
ในข้อตกลงระหว่างรัฐบาลในการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกล S-400 Triumf ให้อินเดียมีการลงนามเมื่อเดือนตุลาคม 2016
ทั้งนี้จีนเป็นลูกค้ารายแรกที่จัดหา S-400 จากรัสเซียซึ่งมีการลงนามไปเมื่อฤดูใบไม่ผลิปี 2015 ตามรายงานคือในวงเงิน $3 billion ครับ
Russia to deliver A-50 early warning and control aircraft to India
India currently operates three Russian-made A-50EI aircraft with Israeli radars aboard
http://tass.com/defense/930867
Yuri Slyusar ประธานบริหาร United Aircraft-Building Corporation กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ว่า รัสเซียได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ A-50EI AEW&C(Airborne Early Warning and Control) กับอินเดียแล้ว
"ดังนั้น เราได้ลงนามสัญญากับอินเดียสำหรับเครื่องบิน AEW&C" เขากล่าวในงานแสดงการบิน Aero India 2017 ที่ Bangalore อินเดีย โดยไม่ระบุจำนวนเครื่องบิน A-50EI ที่อินเดียจะจัดหา
นาย Slyusar ยังกล่าวอีกว่าขณะนี้รัสเซียกำลังเจรจากับแอลจีเรียและคาซัคสถานในการส่งมอบเครื่องบินลำเลียงหนัก IL-76 ที่ผ่านการดัดแปลงแล้วให้ประเทศดังกล่าว
ปัจจุบันกองทัพอากาศอินเดียมีเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ A-50EI ที่ติดตั้ง Radar ของอิสราเอลประจำการอยู่แล้ว 3เครื่องซึ่งลงนามจัดหามาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งอินเดียยังต้องการเครื่องบินแบบนี้เพิ่มเติมอีก
ตามรายงานก่อนหน้านี้รัสเซีย อินเดีย และอิสราเอลได้ลงนามสัญญาร่วมกันในปี 2016 เพื่อส่งมอบเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศแบบเดียวกันนี้เพิ่มเติมอีก 2เครื่องครับ
The project of creating the new engine is "in line with the timeframe," a spokesman for Russia’s United Engine Corporation said
http://tass.com/defense/930699
ตามข้อมูลฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ United Engine Corporation รัสเซีย เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50 PAK FA(Prospective Airborne Complex of Frontline Aviation) ที่ติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่มีกำหนดจะทำการบินครั้งแรกในไตรมาสที่4 ปี 2017นี้
"การบินครั้งแรกของเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่คาดว่าจะมีขึ้นในไตรมาสที่4 ของปี 2017 โครงการสร้างเครื่องยนต์ใหม่นั้นอยู่ในเส้นทางตามกรอบเวลา" โฆษกของบริษัท UEC ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานทางทหารและพลเรือนของรัสเซียกล่าว
ขณะนี้เครื่องบินขับไล่ยุคที่5ของรัสเซียยังคงติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น 117C ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นเครื่องยนต์ระยะที่1 เครื่องยนต์แบบใหม่ที่ถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ระยะที่2ยังไม่ได้มีการรับมอบอย่างเป็นทางการ
PAK FA T-50 เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่5ที่มีแนวโน้มสดใส ทำการบินครั้งแรกในปี 2010 โดยเครื่องในสายการผลิต 5เครื่องแรกคาดว่าจะส่งมอบให้กองทัพอากาศรัสเซียได้ในปีนี้ ซึ่งเครื่องจะเริ่มเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียได้หลังปี 2018
รัสเซียและอินเดียได้ร่วมการทำงานในร่างสัญญางานวิจัยและพัฒนาในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ตามที่รองผู้อำนวยการกองบริการเพื่อความร่วมมือด้านทหารและเทคนิครัฐบาลรัสเซีย Vladimir Drozhzhov กล่าวกับ TASS
"ผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียและอินเดียได้เห็นชอบและลงนามร่างสัญญาเพื่อการวิจัยและพัฒนาสำหรับการพัฒนาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้า ด้านรัสเซียได้พร้อมสำหรับการลงนาม เราคาดว่าจะมีการตัดสินใจจากทางอินเดียในเรื่องนี้" เขากล่าว
ตามที่นาย Drozhzhov กล่าว เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้าจะไม่ด้อยไปกว่า PAK FA ในด้านขีดความสามารถทางการรบและคุณสมบัติ
Sergei Chemezov ประธาน Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย ได้กล่าวเมื่อปลายปีที่แล้วว่า การลงนามสัญญาการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 กับอินเดียน่าจะมีขึ้นก่อนสิ้นปี 2016
ทั้งนี้ในปี 2007 รัสเซียและอินเดียได้ลงนามข้อตกลงในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ร่วมกัน โดยคาดว่ากองทัพอากาศอินเดียน่าจะเป็นลูกค้ารายแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ดังกล่าว ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการจัดหาให้ประเทศที่สามได้ด้วยครับ
Russia may sign contract with India on S-400 air defense system delivery
The S-400 can engage targets at a distance of 400 km and at an altitude of up to 30 km
http://tass.com/defense/930856
รองผู้อำนวยการกองบริการเพื่อความร่วมมือด้านทหารและเทคนิครัฐบาลรัสเซีย Vladimir Drozhzhov กล่าวกับ TASS ว่ารัสเซียอาจจะลงนามสัญญาจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยไกล S-400 Triumf กับอินเดียภายในสิ้นปีนี้
"การเจราจาต่อรองสัญญาคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเหตุผลที่ยังไม่ถึงเวลาที่สมควรจะกล่าวถึงเกี่ยวกับจำนวนระบบที่จะจัดส่ง เราหวังว่าสัญญาสำหรับการจัดส่งระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านอากาศยาน S-400 Triumf จะมีการลงนามภายในสิ้นปีนี้" เขากล่าว
ในข้อตกลงระหว่างรัฐบาลในการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกล S-400 Triumf ให้อินเดียมีการลงนามเมื่อเดือนตุลาคม 2016
ทั้งนี้จีนเป็นลูกค้ารายแรกที่จัดหา S-400 จากรัสเซียซึ่งมีการลงนามไปเมื่อฤดูใบไม่ผลิปี 2015 ตามรายงานคือในวงเงิน $3 billion ครับ
Russia to deliver A-50 early warning and control aircraft to India
India currently operates three Russian-made A-50EI aircraft with Israeli radars aboard
http://tass.com/defense/930867
Yuri Slyusar ประธานบริหาร United Aircraft-Building Corporation กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ว่า รัสเซียได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ A-50EI AEW&C(Airborne Early Warning and Control) กับอินเดียแล้ว
"ดังนั้น เราได้ลงนามสัญญากับอินเดียสำหรับเครื่องบิน AEW&C" เขากล่าวในงานแสดงการบิน Aero India 2017 ที่ Bangalore อินเดีย โดยไม่ระบุจำนวนเครื่องบิน A-50EI ที่อินเดียจะจัดหา
นาย Slyusar ยังกล่าวอีกว่าขณะนี้รัสเซียกำลังเจรจากับแอลจีเรียและคาซัคสถานในการส่งมอบเครื่องบินลำเลียงหนัก IL-76 ที่ผ่านการดัดแปลงแล้วให้ประเทศดังกล่าว
ปัจจุบันกองทัพอากาศอินเดียมีเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ A-50EI ที่ติดตั้ง Radar ของอิสราเอลประจำการอยู่แล้ว 3เครื่องซึ่งลงนามจัดหามาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งอินเดียยังต้องการเครื่องบินแบบนี้เพิ่มเติมอีก
ตามรายงานก่อนหน้านี้รัสเซีย อินเดีย และอิสราเอลได้ลงนามสัญญาร่วมกันในปี 2016 เพื่อส่งมอบเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศแบบเดียวกันนี้เพิ่มเติมอีก 2เครื่องครับ
วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
รัสเซียอาจจะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Su-35 ให้จีน 10เครื่องในปี 2017 และอาจจะเริ่มรับมอบเครื่องบินขับไล่ PAK FA T-50 ในปี 2018
Russia may supply ten Su-35 fighter jets to China in 2017
Marina Lystseva/TASS
Four Su-35 fighter jets were delivered to China in 2016, the second batch of fighter jets is expected to be delivered this year, according to a source
http://tass.com/defense/928577
การส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-35 ชุดที่สองจำนวน 10เครื่องให้กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) จะมีขึ้นในปี 2017 นี้และชุดต่อไปอีก 10เครื่องจะส่งมอบตามมาในปี 2018
"เครื่องชุดแรก 4เครื่องได้ส่งมอบไปเมื่อปลายปีที่แล้วและเครื่องชุดที่สอง 10เครื่องจะส่งมอบให้ลูกค้าในปีนี้" แหล่งข้อมูลในกลุ่มความร่วมมือด้านการทหารและเทคนิคต่างประเทศกล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามหน่วยงานความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารของสหพันธรัฐรัสเซียได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016 รองผู้อำนวยการหน่วยงานความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารรัสเซีย Vladimir Drozhzhov ได้ให้ข้อมูลกับ TASS ว่า รัสเซียได้เริ่มการประชุมข้อผูกมัดภายใต้สัญญาในการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ให้จีน
โดยรัสเซียและจีนได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-35 จำนวน 24เครื่องเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 โดยเป็นสัญญาผูกพัน 3ปีในการส่งมอบอากาศยาน, อุปกรณ์ภาคพื้นดิน และเครื่องยนต์อะไหล่ ในวงเงิน $2 billion
Su-35(NATO กำหนดรหัส Flanker-E) เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจยุคที่ 4++(4.75) ที่มีสมรรถนะความคล่องแคล่วทางการบินสูงเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ทำความเร็วได้สูงสุด 2,500km/h บินได้ไกล 3,400km รัศมีการรบ 1,600km
อย่างไรก็ตามทางจีนกล่าว่า Su-35 นั้นจะเป็นเครื่องบินขับไล่แบบสุดท้ายที่จีนจะจัดหาจากต่างประเทศ เนื่องจากในอนาคตจีนจะมีขีดความสามารถในการพัฒนาสร้างเครื่องบินรบสมรรถนะสูงแบบต่างๆได้ด้วยตนเองในประเทศครับ
Russian army may start receiving 5th-generation T-50 fighter jets in 2018
Sergey Bobylyov/TASS
It is first necessary to complete the fighter jet’s trials, the deputy defense minister said
http://tass.com/defense/928694
รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov กล่าวว่าการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50(PAK FA) ให้กองทัพอากาศรัสเซียอาจจะเริ่มต้นได้หลังปี 2018
"น่าจะเป็นเช่นนั้น โครงการอาวุธขั้นต่อไปนี้จะพร้อมสักราวปี 2018-2025 ความจำเป็นแรกคือให้การทดสอบเครื่อบินขับไล่เสร็จสิ้น เราไม่ได้รีบมากนัก
ตราบที่ระบบที่มีอยู่แล้วยังสามารถตอบสนองความต้องการของกองทัพได้ นั่นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ที่มีราคาแพง
เรากำลังดำเนินการประเมินค่าการปฏิบัติการและจะจัดซื้อในจำนวนจำกัด เราจะได้เห็นว่าพวกมันจะถูกใช้ในการฝึก เรากำลังเผยให้เห็นข้อบกพร่องทั้งหมดและสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มั่นใจว่าเราจัดซื้อตัวอย่างที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเมื่อถึงเวลา"
นาย Borisov กล่าวในการตอบคำถามเกี่ยวความเป็นไปได้ของกรอบระยะเวลาในการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 นี้ให้กับกองทัพรัสเซียครับ
Marina Lystseva/TASS
Four Su-35 fighter jets were delivered to China in 2016, the second batch of fighter jets is expected to be delivered this year, according to a source
http://tass.com/defense/928577
การส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-35 ชุดที่สองจำนวน 10เครื่องให้กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) จะมีขึ้นในปี 2017 นี้และชุดต่อไปอีก 10เครื่องจะส่งมอบตามมาในปี 2018
"เครื่องชุดแรก 4เครื่องได้ส่งมอบไปเมื่อปลายปีที่แล้วและเครื่องชุดที่สอง 10เครื่องจะส่งมอบให้ลูกค้าในปีนี้" แหล่งข้อมูลในกลุ่มความร่วมมือด้านการทหารและเทคนิคต่างประเทศกล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามหน่วยงานความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารของสหพันธรัฐรัสเซียได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016 รองผู้อำนวยการหน่วยงานความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารรัสเซีย Vladimir Drozhzhov ได้ให้ข้อมูลกับ TASS ว่า รัสเซียได้เริ่มการประชุมข้อผูกมัดภายใต้สัญญาในการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ให้จีน
โดยรัสเซียและจีนได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-35 จำนวน 24เครื่องเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 โดยเป็นสัญญาผูกพัน 3ปีในการส่งมอบอากาศยาน, อุปกรณ์ภาคพื้นดิน และเครื่องยนต์อะไหล่ ในวงเงิน $2 billion
Su-35(NATO กำหนดรหัส Flanker-E) เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจยุคที่ 4++(4.75) ที่มีสมรรถนะความคล่องแคล่วทางการบินสูงเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ทำความเร็วได้สูงสุด 2,500km/h บินได้ไกล 3,400km รัศมีการรบ 1,600km
อย่างไรก็ตามทางจีนกล่าว่า Su-35 นั้นจะเป็นเครื่องบินขับไล่แบบสุดท้ายที่จีนจะจัดหาจากต่างประเทศ เนื่องจากในอนาคตจีนจะมีขีดความสามารถในการพัฒนาสร้างเครื่องบินรบสมรรถนะสูงแบบต่างๆได้ด้วยตนเองในประเทศครับ
Russian army may start receiving 5th-generation T-50 fighter jets in 2018
Sergey Bobylyov/TASS
It is first necessary to complete the fighter jet’s trials, the deputy defense minister said
http://tass.com/defense/928694
รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov กล่าวว่าการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50(PAK FA) ให้กองทัพอากาศรัสเซียอาจจะเริ่มต้นได้หลังปี 2018
"น่าจะเป็นเช่นนั้น โครงการอาวุธขั้นต่อไปนี้จะพร้อมสักราวปี 2018-2025 ความจำเป็นแรกคือให้การทดสอบเครื่อบินขับไล่เสร็จสิ้น เราไม่ได้รีบมากนัก
ตราบที่ระบบที่มีอยู่แล้วยังสามารถตอบสนองความต้องการของกองทัพได้ นั่นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ที่มีราคาแพง
เรากำลังดำเนินการประเมินค่าการปฏิบัติการและจะจัดซื้อในจำนวนจำกัด เราจะได้เห็นว่าพวกมันจะถูกใช้ในการฝึก เรากำลังเผยให้เห็นข้อบกพร่องทั้งหมดและสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มั่นใจว่าเราจัดซื้อตัวอย่างที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเมื่อถึงเวลา"
นาย Borisov กล่าวในการตอบคำถามเกี่ยวความเป็นไปได้ของกรอบระยะเวลาในการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 นี้ให้กับกองทัพรัสเซียครับ
วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560
รัสเซียและอินเดียจะพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถี BrahMos รุ่นเบาสำหรับเรือดำน้ำ เครื่องบินขับไล่ PAK FA และอาจจะส่งออกให้ประเทศที่สาม
Russia and India to develop BrahMos light cruise missile for PAK FA 5th-generation jet
The missile has a range of 290 km and carries a warhead weighing from 200 to 300 kg
http://tass.com/defense/927705
อาวุธปล่อยนำวิถีร่อนต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือเสียงแบบ BrahMos รุ่นขนาดเบาจะถูกพัฒนาเพื่อนำมาติดตั้งใช้กับเรือดำน้ำโดยยิงจากท่อ Torpedo ใต้น้ำและเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50 PAK FA(Prospective Airborne Complex of Frontline Aviation)
ตามที่ Alexander Leonov ผู้อำนวยการบริหารและนักออกแบบทั่วไปของ Machine-Building Research and Development Consortium กล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา
"เรากำลังทำงานกับอาวุธปล่อยนำวิถีรุ่นขนาดเบา มันควรจะมีขนาดพอดีกับท่อ Torpedo และควรจะมีขนาดเล็กลง 1.5เท่าตามน้ำหนักของมัน มันจะเป็นไปได้ที่จะติดตั้งในแบบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นกับ(อากาศยาน)หลายรูปแบบของเรา
แน่นอนเรากำลังพัฒนามันอยู่ อย่างแรกสุดคือสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แต่มันก็เป็นไปได้ที่จะติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ MiG-35 ได้ แม้ว่าเราจะยังไม่ได้ดำเนินการพัฒนาดังกล่าวก็ตาม" นาย Leonov กล่าว
Russian-Indian BrahMos cruise missiles may be supplied to third countries
http://tass.com/defense/927693
นาย Leonov ยังกล่าวด้วยว่ารัสเซียและอินเดียอาจจะเริ่มต้นการส่งมอบอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน BrahMos ส่งออกให้กับประเทศที่สามด้วย
"การส่งออกให้ประเทศที่สามมีความเป็นไปได้ มันเคยถูกยับยั้งไปก่อนหน้านี้เช่นที่กองทัพบกอินเดียได้จัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีจำนวนมาก และเช่นนั้นความสำคัญจึงถูกจัดไปให้ประเทศที่เป็นกลุ่มร่วมทุนเป็นหลัก แต่ตอนนี้เราสามารถเจรจากับประเทศอื่นๆได้แล้ว" เขากล่าว
BrahMos เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนความเร็วเหนือเสียงที่เป็นผลงานพัฒนาร่วมกันระหว่าง Machine-Building Research and Development Consortium รัสเซีย และ Defense Research and Development Organization(DRDO)อินเดีย
ซึ่งทั้งสองจัดกลุ่มร่วมทุน BrahMos ในปี 1998 โดยชื่ออาวุธปล่อยนำวิถีนำมาจากชื่อแม่น้ำ Brahmaputra(พรมหบุตร)ของอินเดีย และแม่น้ำ Moscow รัสเซีย อาวุธปล่อยนำวิถี BrahMos มีระยะยิง 290km และติดตั้งหัวรบขนาด 200-300kg
ปัจจุบัน BrahMos มีทั้งรุ่นฐานยิงบนชายฝั่ง รุ่นยิงจากเรือรบผิวน้ำ รุ่นอากาศสู่พื้นเช่นที่ติดกับเครื่องบินขับไล่ Su-30MKI กองทัพอากาศอินเดีย และรุ่นยิงจากท่อยิงแนวดิ่ง VLS ในเรือดำน้ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นรุ่นที่ตัวจรวดมีขนาดใหญ่ครับ
The missile has a range of 290 km and carries a warhead weighing from 200 to 300 kg
http://tass.com/defense/927705
อาวุธปล่อยนำวิถีร่อนต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือเสียงแบบ BrahMos รุ่นขนาดเบาจะถูกพัฒนาเพื่อนำมาติดตั้งใช้กับเรือดำน้ำโดยยิงจากท่อ Torpedo ใต้น้ำและเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 Sukhoi T-50 PAK FA(Prospective Airborne Complex of Frontline Aviation)
ตามที่ Alexander Leonov ผู้อำนวยการบริหารและนักออกแบบทั่วไปของ Machine-Building Research and Development Consortium กล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา
"เรากำลังทำงานกับอาวุธปล่อยนำวิถีรุ่นขนาดเบา มันควรจะมีขนาดพอดีกับท่อ Torpedo และควรจะมีขนาดเล็กลง 1.5เท่าตามน้ำหนักของมัน มันจะเป็นไปได้ที่จะติดตั้งในแบบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นกับ(อากาศยาน)หลายรูปแบบของเรา
แน่นอนเรากำลังพัฒนามันอยู่ อย่างแรกสุดคือสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แต่มันก็เป็นไปได้ที่จะติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ MiG-35 ได้ แม้ว่าเราจะยังไม่ได้ดำเนินการพัฒนาดังกล่าวก็ตาม" นาย Leonov กล่าว
Russian-Indian BrahMos cruise missiles may be supplied to third countries
http://tass.com/defense/927693
นาย Leonov ยังกล่าวด้วยว่ารัสเซียและอินเดียอาจจะเริ่มต้นการส่งมอบอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน BrahMos ส่งออกให้กับประเทศที่สามด้วย
"การส่งออกให้ประเทศที่สามมีความเป็นไปได้ มันเคยถูกยับยั้งไปก่อนหน้านี้เช่นที่กองทัพบกอินเดียได้จัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีจำนวนมาก และเช่นนั้นความสำคัญจึงถูกจัดไปให้ประเทศที่เป็นกลุ่มร่วมทุนเป็นหลัก แต่ตอนนี้เราสามารถเจรจากับประเทศอื่นๆได้แล้ว" เขากล่าว
BrahMos เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนความเร็วเหนือเสียงที่เป็นผลงานพัฒนาร่วมกันระหว่าง Machine-Building Research and Development Consortium รัสเซีย และ Defense Research and Development Organization(DRDO)อินเดีย
ซึ่งทั้งสองจัดกลุ่มร่วมทุน BrahMos ในปี 1998 โดยชื่ออาวุธปล่อยนำวิถีนำมาจากชื่อแม่น้ำ Brahmaputra(พรมหบุตร)ของอินเดีย และแม่น้ำ Moscow รัสเซีย อาวุธปล่อยนำวิถี BrahMos มีระยะยิง 290km และติดตั้งหัวรบขนาด 200-300kg
ปัจจุบัน BrahMos มีทั้งรุ่นฐานยิงบนชายฝั่ง รุ่นยิงจากเรือรบผิวน้ำ รุ่นอากาศสู่พื้นเช่นที่ติดกับเครื่องบินขับไล่ Su-30MKI กองทัพอากาศอินเดีย และรุ่นยิงจากท่อยิงแนวดิ่ง VLS ในเรือดำน้ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นรุ่นที่ตัวจรวดมีขนาดใหญ่ครับ
วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
รัสเซียจะซื้อเครื่องบินขับไล่ PAK FA T-50 ให้มากที่สุดเท่าที่จะผลิตได้ และจะเปิดสายการผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 ใหม่
Russia to Buy as Many T-50 PAK-FA Fighters as Manufacturers Can Produce
http://sputniknews.com/military/20150528/1022662230.html
ผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General เป็นยศที่อยู่ระหว่างพลโทและพลเอกของกองทัพรัสเซีย) Viktor Bondarev ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า
สายการผลิตแบบเต็มอัตราของเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50 ที่จะเริ่มในปี 2017 นั้นจะมีข้อจำกัดด้านจำนวนที่จัดหาได้เพียงขีดความสามารถในการผลิตของโรงงานเท่านั้น
ตามคำสัมภาษณ์ของรองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov ที่กล่ามเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ทางกระทรวงกลาโหมรัสเซียมีแผนที่จะลดจำนวนการจัดหา PAK FA T-50 เนื่องจากผลกระทบด้านเศรษกิจ
แผนขั้นต้นในการผลิตเครื่องสายการผลิตขั้นต้น 10เครื่องสำหรับการทดสอบสมรรถนะในกองทัพอากาศรัสเซียนั้น จะนำไปสู่การสั่งจัดหาเครื่องในสายการผลิตจำนวนมาก 60เครื่องต่อไป
นอกจากนี้นายพล Bondarev ยังได้กล่าวถึงการทดสอบเครื่อง PAK FA ว่ากำลังอยู่ในอยู่ในขั้นต้นโดยเครื่องแสดงสมรรถนะได้อย่างยอดเยี่ยมและระบบอาวุธภาคอากาศและภาคพื้นดินทำงานอย่างได้ดีเยี่ยม
"มัน(PAK FA T-50) ไม่ด้อยกว่าเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯอย่าง F-22 และ F-35 แน่ และจะเหนือเกินกว่าเครื่องเหล่านี้ในทุกด้านด้วย" นายพล Bondarev กล่าว
PAK FA T-50 เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ซึ่งออกแบบโดย Sukhoi ซึ่งเครื่องบินต้นแบบเครื่องแรกทำการบินตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2010
นับเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่5ที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก ติดตั้งระบบอุปกรณ์ ระบบตรวจจับ และระบบอาวุธขั้นก้าวหน้าระดับสูงแบบแรกของกองทัพอากาศรัสเซีย
Russian Air Force to Get at Least 50 New Strategic Tu-160 Blackjack Bombers
http://sputniknews.com/military/20150528/1022644596.html
ปัจจุบันกองทัพอากาศรัสเซียกำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยขึ้น เช่น การปรับปรุงเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160 ที่มีอยู่ 16เครื่องให้ทันสมัยขึ้น
โดยแผนการปรับปรุง Tu-160M ในขั้นแรกเป็นการปรับปรุงระบบอาวุธให้รองรับระเบิดนำวิถี laser และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนอากาศสู่พื้น Kh-55 (NATO กำหนดรหัส AS-15 Kent) จำนวน 12นัด
ขั้นที่สองเป็นการปรับปรุงติดตั้งระบบ Radar ใหม่ ระบบนำร่องใหม่ และระบบสื่อสารใหม่ที่โรงงานอากาศยาน Kazan มีกำหนดรับมอบเครื่องสุดท้ายในปี 2019
ซึ่ง Tu-160 สามารถติดตั้งได้ทั้งอาวุธตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์ในห้องบรรทุกอาวุธภายในลำตัวเป็นน้ำหนักรวม 40,000kg ทำความเร็วได้สูงสุด 1,800km/h พิสัยทำการไกลสุด 12,297km เมื่อไม่เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ
อีกทั้งนายพล Bondarev ยังกล่าวถึงแผนการกลับมาเปิดสายการผลิต Tu-160 ใหม่อีกครั้ง คาดว่าจะมีการสั่งจัดหาให้มีจำนวนเครื่องรวมอย่างน้อยราว 50เครื่อง โดยมีการประเมินค่าใช้จ่ายโครงการแล้ว
ก่อนหน้านี้รัฐมตรีกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu เองก็ได้กล่าวถึงแนวคิดการกลับมาเปิดสายการผลิต Tu-160 ใหม่มาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามนายพล Bondarev ไม่ได้กล่าวว่ากำหนดการเปิดสายผลิต Tu-160 ใหม่จะเริ่มขึ้นเมื่อใด
ในอนาคตกองทัพอากาศรัสเซียจะพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์แบบใหม่คือโครงการ PAK DA ซึ่งเครื่องต้นแบบเครื่องแรกจะมีกำหนดบินขึ้นครั้งแรกในปี 2019
และจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียปี 2023 เพื่อทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นเก่าที่ใช้งานมานานมากอย่าง Tu-22M3 และ Tu-95 โดยการเปิดสายการผลิต Tu-160 ใหม่จะไม่ขัดกับการพัฒนาและจัดหา PAK DA ครับ
http://sputniknews.com/military/20150528/1022662230.html
ผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย พลอากาศโทพิเศษ(Colonel General เป็นยศที่อยู่ระหว่างพลโทและพลเอกของกองทัพรัสเซีย) Viktor Bondarev ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า
สายการผลิตแบบเต็มอัตราของเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50 ที่จะเริ่มในปี 2017 นั้นจะมีข้อจำกัดด้านจำนวนที่จัดหาได้เพียงขีดความสามารถในการผลิตของโรงงานเท่านั้น
ตามคำสัมภาษณ์ของรองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov ที่กล่ามเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ทางกระทรวงกลาโหมรัสเซียมีแผนที่จะลดจำนวนการจัดหา PAK FA T-50 เนื่องจากผลกระทบด้านเศรษกิจ
แผนขั้นต้นในการผลิตเครื่องสายการผลิตขั้นต้น 10เครื่องสำหรับการทดสอบสมรรถนะในกองทัพอากาศรัสเซียนั้น จะนำไปสู่การสั่งจัดหาเครื่องในสายการผลิตจำนวนมาก 60เครื่องต่อไป
นอกจากนี้นายพล Bondarev ยังได้กล่าวถึงการทดสอบเครื่อง PAK FA ว่ากำลังอยู่ในอยู่ในขั้นต้นโดยเครื่องแสดงสมรรถนะได้อย่างยอดเยี่ยมและระบบอาวุธภาคอากาศและภาคพื้นดินทำงานอย่างได้ดีเยี่ยม
"มัน(PAK FA T-50) ไม่ด้อยกว่าเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯอย่าง F-22 และ F-35 แน่ และจะเหนือเกินกว่าเครื่องเหล่านี้ในทุกด้านด้วย" นายพล Bondarev กล่าว
PAK FA T-50 เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ซึ่งออกแบบโดย Sukhoi ซึ่งเครื่องบินต้นแบบเครื่องแรกทำการบินตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2010
นับเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่5ที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก ติดตั้งระบบอุปกรณ์ ระบบตรวจจับ และระบบอาวุธขั้นก้าวหน้าระดับสูงแบบแรกของกองทัพอากาศรัสเซีย
Russian Air Force to Get at Least 50 New Strategic Tu-160 Blackjack Bombers
http://sputniknews.com/military/20150528/1022644596.html
ปัจจุบันกองทัพอากาศรัสเซียกำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยขึ้น เช่น การปรับปรุงเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160 ที่มีอยู่ 16เครื่องให้ทันสมัยขึ้น
โดยแผนการปรับปรุง Tu-160M ในขั้นแรกเป็นการปรับปรุงระบบอาวุธให้รองรับระเบิดนำวิถี laser และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนอากาศสู่พื้น Kh-55 (NATO กำหนดรหัส AS-15 Kent) จำนวน 12นัด
ขั้นที่สองเป็นการปรับปรุงติดตั้งระบบ Radar ใหม่ ระบบนำร่องใหม่ และระบบสื่อสารใหม่ที่โรงงานอากาศยาน Kazan มีกำหนดรับมอบเครื่องสุดท้ายในปี 2019
ซึ่ง Tu-160 สามารถติดตั้งได้ทั้งอาวุธตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์ในห้องบรรทุกอาวุธภายในลำตัวเป็นน้ำหนักรวม 40,000kg ทำความเร็วได้สูงสุด 1,800km/h พิสัยทำการไกลสุด 12,297km เมื่อไม่เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ
อีกทั้งนายพล Bondarev ยังกล่าวถึงแผนการกลับมาเปิดสายการผลิต Tu-160 ใหม่อีกครั้ง คาดว่าจะมีการสั่งจัดหาให้มีจำนวนเครื่องรวมอย่างน้อยราว 50เครื่อง โดยมีการประเมินค่าใช้จ่ายโครงการแล้ว
ก่อนหน้านี้รัฐมตรีกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu เองก็ได้กล่าวถึงแนวคิดการกลับมาเปิดสายการผลิต Tu-160 ใหม่มาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามนายพล Bondarev ไม่ได้กล่าวว่ากำหนดการเปิดสายผลิต Tu-160 ใหม่จะเริ่มขึ้นเมื่อใด
ในอนาคตกองทัพอากาศรัสเซียจะพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์แบบใหม่คือโครงการ PAK DA ซึ่งเครื่องต้นแบบเครื่องแรกจะมีกำหนดบินขึ้นครั้งแรกในปี 2019
และจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียปี 2023 เพื่อทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นเก่าที่ใช้งานมานานมากอย่าง Tu-22M3 และ Tu-95 โดยการเปิดสายการผลิต Tu-160 ใหม่จะไม่ขัดกับการพัฒนาและจัดหา PAK DA ครับ
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
รัสเซียเปิดเผยแผนการพัฒนาเรือพิฆาตและเรือบรรทุกเครื่องบินแบบใหม่
Russian destroyer design revealed
KSRC's new Project 23560E Shkval destroyer design. Source: Nikolai Novichkov
http://www.janes.com/article/51453/russian-destroyer-design-revealed
Russia developing Shtorm supercarrier
KRSC's design for a future Russian supercarrier. The model features a split air wing comprising navalised T-50 PAKFAs and MiG-29Ks,
as well as jet-powered naval early warning aircraft and Ka-27 naval helicopters. Source: Nikolai Novichkov
http://www.janes.com/article/51452/russia-developing-shtorm-supercarrier
รัสเซียได้เปิดเผยแบบจำลองแบบแผนการพัฒนาเรือรบแบบใหม่สำหรับกองทัพเรือรัสเซียในอนาคต
คือเรือพิฆาต Project 23560E Shkval และเรือบรรทุกเครื่องบิน Project 23000E Shtorm
ซึ่งแบบแผนเรือทั้งสองแบบนั้นออกแบบโดย Krylov State Research Center (KSRC) ซึ่งได้ทำการเปิดข้อมูลต่อ Jane's ขณะเยือนบริษัท
เรือพิฆาต Project 23560E Shkval นั้นทาง Valery Polyakov รองผู้อำนวยการ KSRC ได้อธิบายว่า
เป็นเรือพิฆาตยุคใหม่ของกองทัพเรือรัสเซียซึ่งออกแบบให้สามารถปฏิบัติในเขตไกลฝั่งและมหาสมุทร
มีขีดความสามารถในการทำลายเป้าหมายได้ทั้งในทะเลและบนฝั่ง การต่อต้านภัยคุกคามทางอากาศทั้งอากาศยานและอาวุธปล่อยนำวิถีที่จะโจมตีกองเรือแบบพื้นที่
รวมถึงรองรับการการปฏิบัติการในภารกิจยามสงบทุกพื้นที่ทั่วโลก
เรือพิฆาต Project 23560E มีระวางขับน้ำเต็มที่ 15,000-18,000tons ความยาวตัวเรือ 200m ทำความเร็วได้สูงสุด 32knots ความเร็วมัธยัสถ์ 20knots ระยะเวลาปฏิบัติการ 90วัน ลูกเรือ 250-300นาย
ใช้เครื่องยนต์ Gas Turbine (ซึ่งตอนนี้รัสเซียกำลังมีปัญหาเรื่องแหล่งจัดหาเพราะเดิมใช้ระบบของยูเครนซึ่งตัดความสัมพันธ์ทางทหารกันแล้วหลังการผนวก Crimea)
ติดตั้งระบบอำนวยการรบที่ทันสมัย พร้อม multi-functional phased array radar ระบบสงคราม electronic ระบบสื่อสาร ระบบลาดตระเวณใต้น้ำรุ่นล่าสุด
มีอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำหรืออาวุธปล่อยนำวิถีร่อนโจมตีภาคพื้นดิน 60-70นัด อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ 128นัด อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือดำน้ำ 16-24นัด และปืนใหญ่เรือเอนกประสงค์ 130mm
สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ไปกับเรือได้สองเครื่อง แต่ทั้งนี้ Polyakov ได้กล่าวว่าคุณสมบัติของเรือทั้งหมดอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของลูกค้า
ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบิน Project 23000E Shtorm นั้นเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเอนกประสงค์ขนาดหนัก มีระวางขับน้ำ 90,000-100,000tons ตัวเรือยาว 330m
ทำความเร็วได้สูงสุด 30knots ความเร็วมัธยัสถ์ 20knots ระยะเวลาปฏิบัติการ 120วัน ลูกเรือ 4,000-5,000นาย ทนทานต่อระดับคลื่นลมในทะเลที่ sea state 6-7
เครื่องยนต์สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ตามแบบหรือพลังงานนิวเคลียร์ตามความต้องการของลูกค้าคือกองทัพเรือรัสเซีย
เรือบรรทุกเครื่องบิน Project 23000E รองรับการปฏิบัติการของอากาศยานจำนวน 80-90เครื่อง เช่นเครื่องบินขับไล่ MiG-29K, เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50 รุ่นใช้งานทางทะเล, ฮ.Ka-27 และเครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศเครื่องยนต์ไอพ่น
ระบบส่งอากาศยานสามารถเลือกได้ว่าจะเป็น Ski-Jump หรือรางดีดส่งแม่เหล็กไฟฟ้า(electromagnetic catapults) สองระบบ มีหอบังคับการบินสองหอเช่นเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth ของกองทัพเรืออังกฤษ
ติดตั้งระบบอำนวยการรบ ระบบตรวจจับ และสื่อสารแบบบูรณาการ ทั้ง multifunction phased array radar ระบบสงคราม electronic และระบบสื่อสาร พร้อมระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน 4ระบบ และระบบต่อต้าน Torpedo
ทำให้เรือมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่อเป้าหมายที่อยู่ไกลในมหาสมุทร โจมตีเป้าหมายทั้งในทะเลและบนฝั่ง สามารถปกป้องกองเรือและสนับสนุนปฏิบัติการทางเรือได้ทุกรูปแบบ และป้องกันตนเองได้ดี
แต่ทั้งนี้ Polyakov ได้กล่าวว่าคุณสมบัติของเรือทั้งหมดอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของลูกค้าเช่นกันครับ
KSRC's new Project 23560E Shkval destroyer design. Source: Nikolai Novichkov
http://www.janes.com/article/51453/russian-destroyer-design-revealed
Russia developing Shtorm supercarrier
KRSC's design for a future Russian supercarrier. The model features a split air wing comprising navalised T-50 PAKFAs and MiG-29Ks,
as well as jet-powered naval early warning aircraft and Ka-27 naval helicopters. Source: Nikolai Novichkov
http://www.janes.com/article/51452/russia-developing-shtorm-supercarrier
รัสเซียได้เปิดเผยแบบจำลองแบบแผนการพัฒนาเรือรบแบบใหม่สำหรับกองทัพเรือรัสเซียในอนาคต
คือเรือพิฆาต Project 23560E Shkval และเรือบรรทุกเครื่องบิน Project 23000E Shtorm
ซึ่งแบบแผนเรือทั้งสองแบบนั้นออกแบบโดย Krylov State Research Center (KSRC) ซึ่งได้ทำการเปิดข้อมูลต่อ Jane's ขณะเยือนบริษัท
เรือพิฆาต Project 23560E Shkval นั้นทาง Valery Polyakov รองผู้อำนวยการ KSRC ได้อธิบายว่า
เป็นเรือพิฆาตยุคใหม่ของกองทัพเรือรัสเซียซึ่งออกแบบให้สามารถปฏิบัติในเขตไกลฝั่งและมหาสมุทร
มีขีดความสามารถในการทำลายเป้าหมายได้ทั้งในทะเลและบนฝั่ง การต่อต้านภัยคุกคามทางอากาศทั้งอากาศยานและอาวุธปล่อยนำวิถีที่จะโจมตีกองเรือแบบพื้นที่
รวมถึงรองรับการการปฏิบัติการในภารกิจยามสงบทุกพื้นที่ทั่วโลก
เรือพิฆาต Project 23560E มีระวางขับน้ำเต็มที่ 15,000-18,000tons ความยาวตัวเรือ 200m ทำความเร็วได้สูงสุด 32knots ความเร็วมัธยัสถ์ 20knots ระยะเวลาปฏิบัติการ 90วัน ลูกเรือ 250-300นาย
ใช้เครื่องยนต์ Gas Turbine (ซึ่งตอนนี้รัสเซียกำลังมีปัญหาเรื่องแหล่งจัดหาเพราะเดิมใช้ระบบของยูเครนซึ่งตัดความสัมพันธ์ทางทหารกันแล้วหลังการผนวก Crimea)
ติดตั้งระบบอำนวยการรบที่ทันสมัย พร้อม multi-functional phased array radar ระบบสงคราม electronic ระบบสื่อสาร ระบบลาดตระเวณใต้น้ำรุ่นล่าสุด
มีอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำหรืออาวุธปล่อยนำวิถีร่อนโจมตีภาคพื้นดิน 60-70นัด อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ 128นัด อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือดำน้ำ 16-24นัด และปืนใหญ่เรือเอนกประสงค์ 130mm
สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ไปกับเรือได้สองเครื่อง แต่ทั้งนี้ Polyakov ได้กล่าวว่าคุณสมบัติของเรือทั้งหมดอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของลูกค้า
ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบิน Project 23000E Shtorm นั้นเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเอนกประสงค์ขนาดหนัก มีระวางขับน้ำ 90,000-100,000tons ตัวเรือยาว 330m
ทำความเร็วได้สูงสุด 30knots ความเร็วมัธยัสถ์ 20knots ระยะเวลาปฏิบัติการ 120วัน ลูกเรือ 4,000-5,000นาย ทนทานต่อระดับคลื่นลมในทะเลที่ sea state 6-7
เครื่องยนต์สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ตามแบบหรือพลังงานนิวเคลียร์ตามความต้องการของลูกค้าคือกองทัพเรือรัสเซีย
เรือบรรทุกเครื่องบิน Project 23000E รองรับการปฏิบัติการของอากาศยานจำนวน 80-90เครื่อง เช่นเครื่องบินขับไล่ MiG-29K, เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50 รุ่นใช้งานทางทะเล, ฮ.Ka-27 และเครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศเครื่องยนต์ไอพ่น
ระบบส่งอากาศยานสามารถเลือกได้ว่าจะเป็น Ski-Jump หรือรางดีดส่งแม่เหล็กไฟฟ้า(electromagnetic catapults) สองระบบ มีหอบังคับการบินสองหอเช่นเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth ของกองทัพเรืออังกฤษ
ติดตั้งระบบอำนวยการรบ ระบบตรวจจับ และสื่อสารแบบบูรณาการ ทั้ง multifunction phased array radar ระบบสงคราม electronic และระบบสื่อสาร พร้อมระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน 4ระบบ และระบบต่อต้าน Torpedo
ทำให้เรือมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่อเป้าหมายที่อยู่ไกลในมหาสมุทร โจมตีเป้าหมายทั้งในทะเลและบนฝั่ง สามารถปกป้องกองเรือและสนับสนุนปฏิบัติการทางเรือได้ทุกรูปแบบ และป้องกันตนเองได้ดี
แต่ทั้งนี้ Polyakov ได้กล่าวว่าคุณสมบัติของเรือทั้งหมดอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของลูกค้าเช่นกันครับ
วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557
กองทัพอากาศอินเดียไม่พอใจความคืบหน้าของ PAK FA T-50
Indian Air Force unhappy at progress of PAK-FA fifth-gen fighter
The fifth flying Sukhoi T-50 PAK-FA prototype (side number '055') caught fire on 10 June after landing. Source: UAC
http://www.janes.com/article/42765/indian-air-force-unhappy-at-progress-of-pak-fa-fifth-gen-fighter
กองทัพอากาศอินเดียได้แสดงความกังวลต่อรัสเซียถึงความล่าช้าและปัญหาทาง Technic ของการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50
ซึ่งจะเป็นต้นแบบพิ้นฐานของโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5ของอินเดีย FGFA(Fifth Generation Fighter Aircraft) วงเงิน $10.5Billion
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องยนต์หลัก AL-41F1 ที่ยังมีการพัฒนาไม่เพียงพอ คุณสมบัติการตรวจจับได้ยาก การบรรทุกอาวุธของเครื่อง
ขีดความสามารถของ Radar AESA แบบ Byelka ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา การบำรุงรักษาและด้านความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น
นั่นทำให้กองทัพอากาศอินเดียวางแผนที่จะลดจำนวนเครื่อง FGFA ลงจาก 220เครื่อง เหลือ 130-145เครื่อง และลดจำนวนเครื่องฝึกสองที่นั่งเหลือ 45-50เครื่อง
นอกจากนี้รัสเซียยังเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากอินเดียอีกราว $1 billion สำหรับการพัฒนาด้วย
แต่ประเด็นสำคัญคืออินเดียไม่พอใจมากที่รัสเซียดูจะไม่เต็มใจที่จะแบ่งปัน Technology ในการพัฒนาเครื่องของตนให้อินเดียมากนัก
โดย HAL(Hindustan Aeronautics Limited) ผู้ผลิตเครื่องบินของอินเดียมีปัญหาการเข้าถึงฐานข้อมูล Technology ระบบอากาศยานของรัสเซีย
ตั้งแต่ไม่อนุญาตให้เข้าถึงการวิเคราะห์สาเหตุที่เครื่องต้นแบบเกิดเพลิงไหม้ การแบ่งส่วนการทำงานที่ลดลงจากร้อยละ25 เป็นร้อยละ13 ในปี 2013
ทำให้ HAL จะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเฉพาะ ยางล้อ ระบบนำร่องพื้นฐาน กระเปาะ Laser ชี้เป้า จอแสดงภาพตรงหน้า HUD และ ระบบหล่อเย็นของ Radar สำหรับเครื่อง FGFA เท่านั้น
เมื่อประกอบกับเงินที่อินเดียต้องจ่ายมากขึ้นกว่าครึ่ง นี่จึงเป็นข้อจำกัดอย่างร้ายแรกที่อินเดียดูจะเสียเปรียบต่อรัสเซียในโครงการนี้
อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศอินเดียและ HAL ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ
สายการผลิตของ PAK FA โดย United Aircraft Corporation ของรัสเซียจะเริ่มขึ้นในปี 2016-2017
ส่วน FGFA คาดว่าจะเริ่มสายการผลิตโดย HAL ในอินเดียปี 2020-2021
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความล่าช้าในการพัฒนาของเครื่องยนต์และ Radar AESA ที่อินเดียยืนยันว่าต้องการระบบที่ดีกว่าด้วยครับ
The fifth flying Sukhoi T-50 PAK-FA prototype (side number '055') caught fire on 10 June after landing. Source: UAC
http://www.janes.com/article/42765/indian-air-force-unhappy-at-progress-of-pak-fa-fifth-gen-fighter
กองทัพอากาศอินเดียได้แสดงความกังวลต่อรัสเซียถึงความล่าช้าและปัญหาทาง Technic ของการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 PAK FA T-50
ซึ่งจะเป็นต้นแบบพิ้นฐานของโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5ของอินเดีย FGFA(Fifth Generation Fighter Aircraft) วงเงิน $10.5Billion
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องยนต์หลัก AL-41F1 ที่ยังมีการพัฒนาไม่เพียงพอ คุณสมบัติการตรวจจับได้ยาก การบรรทุกอาวุธของเครื่อง
ขีดความสามารถของ Radar AESA แบบ Byelka ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา การบำรุงรักษาและด้านความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น
นั่นทำให้กองทัพอากาศอินเดียวางแผนที่จะลดจำนวนเครื่อง FGFA ลงจาก 220เครื่อง เหลือ 130-145เครื่อง และลดจำนวนเครื่องฝึกสองที่นั่งเหลือ 45-50เครื่อง
นอกจากนี้รัสเซียยังเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากอินเดียอีกราว $1 billion สำหรับการพัฒนาด้วย
แต่ประเด็นสำคัญคืออินเดียไม่พอใจมากที่รัสเซียดูจะไม่เต็มใจที่จะแบ่งปัน Technology ในการพัฒนาเครื่องของตนให้อินเดียมากนัก
โดย HAL(Hindustan Aeronautics Limited) ผู้ผลิตเครื่องบินของอินเดียมีปัญหาการเข้าถึงฐานข้อมูล Technology ระบบอากาศยานของรัสเซีย
ตั้งแต่ไม่อนุญาตให้เข้าถึงการวิเคราะห์สาเหตุที่เครื่องต้นแบบเกิดเพลิงไหม้ การแบ่งส่วนการทำงานที่ลดลงจากร้อยละ25 เป็นร้อยละ13 ในปี 2013
ทำให้ HAL จะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเฉพาะ ยางล้อ ระบบนำร่องพื้นฐาน กระเปาะ Laser ชี้เป้า จอแสดงภาพตรงหน้า HUD และ ระบบหล่อเย็นของ Radar สำหรับเครื่อง FGFA เท่านั้น
เมื่อประกอบกับเงินที่อินเดียต้องจ่ายมากขึ้นกว่าครึ่ง นี่จึงเป็นข้อจำกัดอย่างร้ายแรกที่อินเดียดูจะเสียเปรียบต่อรัสเซียในโครงการนี้
อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศอินเดียและ HAL ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ
สายการผลิตของ PAK FA โดย United Aircraft Corporation ของรัสเซียจะเริ่มขึ้นในปี 2016-2017
ส่วน FGFA คาดว่าจะเริ่มสายการผลิตโดย HAL ในอินเดียปี 2020-2021
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความล่าช้าในการพัฒนาของเครื่องยนต์และ Radar AESA ที่อินเดียยืนยันว่าต้องการระบบที่ดีกว่าด้วยครับ
วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556
อาวุธปล่อยนำวิถี R-77M สำหรับ PAK FA จะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2015
http://www.i-mash.ru/news/nov_otrasl/44702-pak-fa-ukomplektujut-cifrovymi-raketami.html
อาวุธปล่อยวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ R-77M จะพร้อมเข้าสู่สายการผลิตภายในปี 2015
ซึ่ง Detal ผู้ออกแบบอาวุธปล่อยจะไม่เริ่มการผลิตจนกว่าจะถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015
R-77M เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศรุ่นใหม่ที่จะเป็นอาวุธหลักของเครื่องขับไล่ยุคที่5 PAK FA
โดยระบบนำวิถี Radar ค้นหาเป้าหมายของ R-77M นั้นจะประกอบด้วย AESA Radar จำนวน 64ตัว
และมีความสามารถในการต่อตีเป้าหมายอากาศในระยะไกลได้ทุกท่าการบิน
ซึ่งนับเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดแบบหนึ่งที่มีการพัฒนามาครับ
อาวุธปล่อยวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ R-77M จะพร้อมเข้าสู่สายการผลิตภายในปี 2015
ซึ่ง Detal ผู้ออกแบบอาวุธปล่อยจะไม่เริ่มการผลิตจนกว่าจะถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015
R-77M เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศรุ่นใหม่ที่จะเป็นอาวุธหลักของเครื่องขับไล่ยุคที่5 PAK FA
โดยระบบนำวิถี Radar ค้นหาเป้าหมายของ R-77M นั้นจะประกอบด้วย AESA Radar จำนวน 64ตัว
และมีความสามารถในการต่อตีเป้าหมายอากาศในระยะไกลได้ทุกท่าการบิน
ซึ่งนับเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดแบบหนึ่งที่มีการพัฒนามาครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
























