วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กองทัพเรือไทยทำพิธีรับมอบเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเรือหลวงท่าจีนที่เกาหลีใต้







Delivery Ceremony of Royal Thai Navy's new Frigate FFG-471 HTMS Tachin at Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering(DSME) Okpo-Dong shipyard, Geoje, South Gyeongsang, Busan, Republic of Korea, 14 December 2018
the best frigate I've ever seen. @ Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2172928839438886&id=100001653746791
https://www.facebook.com/tik.smile/posts/2162567397115589
https://www.facebook.com/9yaud/posts/10214397978000193

วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑ กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ได้ทำพิธีรับมอบเรือฟริเกตสมรรถนะสูง เรือหลวงท่าจีน(ลำที่๓) ณ อู่ต่อเรือ Okpo-Dong บริษัท DSME(Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering CO., LTD.) ใน Busan สาธารณรัฐเกาหลี
โดยมีนายทหารระดับสูงและคณะของกองทัพเรือไทย กำลังพลชุดรับเรือฟริเกตใหม่ เจ้าหน้าที่บริษัท DSME และภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงของสาธารณรัฐเกาหลี และฝ่ายไทยร่วมงาน เป็นที่เข้าใจว่า ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) มีกำหนดจะออกเดินเรือจากเกาหลีใต้มายังไทยในอีกไม่นานนี้

กองทัพเรือไทยได้ลงนามสัญญาจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงระยะที่๑ คือ ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) จากบริษัท DSME สาธารณรัฐเกาหลีเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖(2013) วงเงินประมาณ ๑๔,๙๙๗ล้านบาท($396 million) ตามการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น
เรือฟริเกตสมรรถนะสูง ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) ได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือ เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๐(2017) ณ อู่เรือบริษัท DSME โดยมี พลเรือเอก ณะ อารีนิจ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้นเป็นประธานในพิธี(https://aagth1.blogspot.com/2017/01/blog-post_23.html)

เรือหลวงท่าจีน(ลำที่๓) มีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกต DW3000H ของ DSME เกาหลีใต้ ที่พัฒนาจากแบบเรือพิฆาตชั้น Gwanggaeto the Great(โครงการ KDX-I) ที่ประจำการในกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(ROKN: Republic of Korea Navy)
ร.ล.ท่าจีนได้รับการติดตั้งอุปกรณ์และอาวุธประจำเรือที่ทันสมัยมีสมรรถนะสูงและผ่านการทดลองเรือในทะเลในช่วงปี พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๑ ที่เดิมมีกำหนดจะส่งมอบเรือในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๑(https://aagth1.blogspot.com/2017/11/dsme-hhi.html) แต่ถูกเลื่อนมาเป็นเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ นี้

ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) มีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700tons ความเร็วสูงสุด 30knots ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000nmi กำลังพล ๑๓๖นาย ตัวเรือออกแบบโดยใช้ Stealth Technology ลดการแพร่คลื่นแม่เหล็กตัวเรือและแพร่เสียงใต้น้ำ ติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธจากยุโรปและสหรัฐฯ
เช่น ปืนใหญ่เรือ OTO Melara 76/62 ทรง Stealth, ปืนใหญ่กล MSI SEAHAWK(DS30MR) 30mm, ระบบป้องกันระยะประชิดปืนใหญ่กลหกลำกล้องหมุน Raytheon Phalanx 20mm CIWS อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Boeing RGM-84L Harpoon Block II(https://aagth1.blogspot.com/2017/08/harpoon-block-ii.html)

แท่นยิง Torpedo แฝดสาม SEA(Systems Engineering & Assessment Ltd.) TLS(Torpedo Launcher Systems) สำหรับ Torpedo เบา Mk54 Mod 0 ขนาด 324mm(https://aagth1.blogspot.com/2017/11/sea-torpedo-launcher-systems.html, https://aagth1.blogspot.com/2017/09/torpedo-mk54-mod-0.html)
แท่นยิงแนวดิ่ง Lockheed Martin Mk41 VLS(Vertical Launching System) แปดท่อยิงสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Raytheon RIM-162 ESSM รวมถึง Radar ตรวจการณ์ 3D AESA แบบ Saab Sea Giraffe 4A, Radar อำนวยการรบ Saab Sea Giraffe และระบบอำนวยการรบ Saab 9LV Mk4

ทั้งนี้ DSME เกาหลีใต้ยังมุ่งหวังที่จะได้รับการลงนามสัญญาจัดหาเรือฟริเกตชุด ร.ล.ท่าจีน ลำที่๒ จากกองทัพเรือไทย ที่จะมีการถ่ายทอด Technology ในการสร้างที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ โดยเร็ว(https://aagth1.blogspot.com/2017/03/blog-post_8.html)
ซึ่งโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ระยะที่๒ ที่จะดำเนินการสร้างในไทยนั้นอาจจะได้รับพระราชทานนามชื่อเรือว่า ร.ล.ประแส(ลำที่๓) หรือ ร.ล.แม่กลอง(ลำที่๒) อย่างใดอย่างหนึ่งครับ

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กองทัพอากาศไทยนำเครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ฝึกใช้อาวุธจริงครั้งแรก พร้อมเฮลิคอปเตอร์ S-92A และ EC725 ชุดใหม่








Royal Thai Air Force's two Korea Aerospace Industries (KAI) T-50TH Golden Eagle serial 40101 and 40103, 401st Squadron, Wing 4 droping Mk82 500lbs general-purpose bomb and firing 20mm Vulcan cannon
in Air Tactical Operations Competition 2019 at Chandy Range, Lopburi, Thailand, 14 December 2018





Royal Thai Air Force's New two Sikorsky S-92A 201st Squadron Royal Guard, Wing 2 in Air Tactical Operations Competition 2019 at Chandy Range, Lopburi, Thailand, 14 December 2018





Royal Thai Air Force's new Airbus Helicopters H225M(EC725) serial 20307 with Electro-Optical/Infrared sensor at nose and 20302, 203rd Squadron, Wing 2 in Air Tactical Operations Competition 2019 at Chandy Range, Lopburi, Thailand, 14 December 2018

Live Clip: Openning Ceremomy of Air Tactical Operations Competition 2019 at Chandy Range, Lopburi, Thailand, 14 December 2018
ถ่ายทอดสด การแข่งขันการปฏิบัติการใช้อาวุธทางอากาศ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๒ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑
https://www.facebook.com/RTAFpage/videos/1869304399863598/

การแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ประจำปี ๒๕๖๒
พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมี นาวาอากาศเอก วสันต์ บัณฑิตศักดิ์สกุล ผู้บังคับการกองบิน ๒ ให้การต้อนรับ 
ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑
https://www.facebook.com/wing2RTAF/posts/2273754406008787
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.776569589355149
https://www.facebook.com/thaiarmedforce/posts/10157060154134612
https://www.facebook.com/AirlineWeek/posts/1852331281530967

พิธีเปิดการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019) เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑(2018) ที่ผ่านมา ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ที่เปิดให้ประชาชมทั่วไปเข้าชมการสาธิตการปฏิบัติการและใช้อาวุธทางอากาศนั้น
เป็นครั้งแรกที่เครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ Korea Aerospace Industries(KAI) T-50TH Golden Eagle ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ตาคลี จากสาธารณรัฐเกาหลีที่เข้าประจำการชุดแรก ๔เครื่องเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑(https://aagth1.blogspot.com/2018/04/t-50th.html)
ได้สาธิตการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินด้วยลูกระเบิดทำลายแบบ Mk82 ขนาด 500lbs และปืนใหญ่อากาศสามลำกล้องหมุน 20mm Vulacn ความจุ 205นัด ด้วยสมรรถนะการบินที่สูงด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น General Electric F404 ความเร็วเหนือเสียง และระบบ Avionic ควบคุมการใช้อาวุธที่แม่นยำ
เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๑ บ.ขฝ.๑ Aero Vodochody L-39ZA/ART Albatros ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑๑ เชียงใหม่ ที่สาธิตการยิงจรวดอากาศสู่พื้น CVR7 70mm และปืนใหญ่อากาศแฝดสอง 23mm แล้ว บ.ขฝ.๒ T-50TH มีความทันสมัยเหนือกว่ามาก

การเดินทางมายังงานของท่านผู้บัญชาการทหารอากาศและคณะยังได้เปิดเผยถึง เฮลิคอปเตอร์แบบที่๑๐ ฮ.๑๐ Sikorsky S-92A ฝูงบิน๒๐๑ รักษาพระองค์ กองบิน๒ ชุดใหม่จำนวน ๒เครื่อง หมายเลข 920286 ทะเบียน ฮ.๑๐-๔/๖๑ และหมายเลข 920298  ทะเบียน ฮ.๑๐-๕/๖๑
ที่เป็น ฮ.ชุดใหม่ ๒เครื่องที่เข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) เพิ่มเติมจาก ฮ.๑๐ S-92A จำนวน ๓เครื่องที่เข้าประจำกาในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) โดยเดิมเป็นเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ(สีขาว-ฟ้า) ต่อมาจึงเปลี่ยนภารกิจเป็นเฮลิคอปเตอร์รับ-ส่งบุคคลสำคัญ(สีเทาขาว) ในปัจจุบัน
เข้าใจว่าการจัดหา ฮ.๑๐ S-92A เพิ่มเติมก็เพื่อเป็นการนำไปใช้ในภารกิจขนส่ง VIP โดยเฉพาะ แยกออกจากเฮลิคอปเตอร์แบบที่๑๑ ฮ.๑๑ Airbus Helicopters EC725 ฝูงบิน๒๐๓ กองบิน๒ ที่จะนำไปใช้ในภารกิจค้นหาและกู้ภัยและบรรเทาภัยพิบัติเป็นหลัก
เช่น ฮ.๑๑ EC725 หมายเลข 20307 ชุดล่าสุดที่ติดกล้อง EO/IR (https://aagth1.blogspot.com/2018/11/ec725-eoir.html) ที่นำมาสาธิตร่วมกับเครื่องชุดแรกหมายเลข 20302 ในการนำส่งทีมแพทย์ฉุกเฉิน(MERT: Medical Emergency Response Team) เพื่อสร้างโรงพยาบาลสนามครับ

สโลวาเกียลงนามจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16V สหรัฐฯ

Slovakia signs for F-16V fighters
The F-16V is the latest variant of the Fighting Falcon. Slovakia has ordered 14 (including a pair of two-seaters) to be delivered by the end of 2023. Source: Lockheed Martin
https://www.janes.com/article/85204/slovakia-signs-for-f-16v-fighters

รัฐบาลสาธารณรัฐสโลวักได้ลงนามสัญญาจัดหาวงเงิน 1.6 billion Euros($1.8 billion) กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯสำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16V Block 70/72 Fighting Falcon จำนวน 14เครื่อง
"สาธารณรัฐสโลวักได้ลงนามเอกสารอย่างเป็นทางการบนพื้นฐานที่จะมีการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่นที่นั่งเดี่ยว 12เครื่อง และรุ่นสองที่นั่ง 2เครื่อง" นายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย Peter Pellegrini กล่าวเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2018

สัญญาได้รวมบทบัญญัติสำหรับการสนับสนุนเช่นเดียวกับการฝึกของกำลังพลทางอากาศและภาคพื้นดิน ยังรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง Raytheon AIM-120C7 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้
AIM-9X Sidewinder
กองทัพอากาศสโลวาเกีย(Slovak Air Force) จะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16V ชุดแรกจำนวน 4เครื่องในปี 2022 ซึ่ง 2เครื่องจะเป็นรุ่นสองที่นั่ง และที่เหลืออีก 10เครื่องจะถูกส่งมอบภายในเดือนธันวาคม 2023

เครื่องบินขับไล่ F-16V ติดตั้ง AESA(Active Electronically Scanned Array) radar แบบ Northrop Grumman AN/APG-83 SABR(Scalable Agile Beam Radar) ที่มีพื้นฐานจาก radar แบบ AN/APG-80 ที่ติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ F-16E/F Block 60,
ระบบ Computer ภารกิจใหม่ของ Raytheon, เครือข่าย Link 16 Datalink, จอแสดงผลห้องนักบินแบบสมัยใหม่, ระบบสงคราม Electronic แบบขยายความสามารถ และระบบหลีกเลี่ยงการบินชนพื้น GCAS(Ground-Collision Avoidance System)

กองทัพอากาศสโลวาเกียสโลวาเกียเลือกเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70/72 รุ่นใหม่ล่าสุดจากสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/f-16v-gripen.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/04/f-16v-gripen.html)
เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ MiG-29(NATO กำหนดรหัส Fulcrum) จำนวน 12เครื่องจากรัสเซียของตนที่ได้กลายเป็นอากาศยานเก่าและล้าสมัยไปแล้ว(มี 2-3เครื่องเท่านั้นที่มีสภาพสมควรเดินอากาศในเวลาเดียวกัน)

แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมสโลวาเกียกล่าวว่าจะมีการขนายสัญญาเพื่อยืดอายุการใช้งานฝูงเครื่องบินขับไล่ MiG-29 ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2023 เมื่อกองทัพอากาศสโลวาเกียสโลวาเกียได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16V ครบทั้งหมด 14เครื่องแล้ว
กระทรวงกลาโหมสโลวาเกียจำเป็นที่จะต้องเจรจากับรัสเซียผู้ผลิตดั้งเดิม หรือประเทศที่สามที่มีขีดความสามารถ ในการสั่งจัดหาอะไหล่ที่จำเป็นสำหรับเครื่องบินขับไล่ MiG-29 ของตน

สโลวาเกียนับเป็นลูกค้ารายที่สองของเครื่องบินขับไล่ F-16V รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ต่อจากลูกค้ารายแรกคือกองทัพอากาศบาห์เรน(Royal Bahraini Air Force) ที่สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 จำนวน 16เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2018/06/f-16v-16.html)
ทำให้บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯสามารถสามารถเปิดสายการผลิตเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ยาวนานมากกว่า 40ปีต่อไปได้ โดยได้มีการย้ายสายการผลิตจากโรงงานอากาศยาน Fort Worth มลรัฐ Texas ไปโรงงานอากาศยาน Greenville มลรัฐ South Carolina ครับ

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เวียดนามอาจจะยกเลิกการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ SPYDER อิสราเอลชุดใหม่เพิ่ม

Vietnam may drop purchase of new batch of Israeli air defense missile systems – source

SPYDER short-range air defense missile systems was delivered to Vietnam People's Air Force in 2016
A source close to Vietnam’s Defense Ministry told TASS Israeli SPYDER short-range air defense missile systems "operate poorly in tropical conditions and regularly break down”
http://tass.com/defense/1035771

เวียดนามอาจจะยกเลิกการจัดซื้อระบบป้องกันทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้แบบ SPYDER (Surface-to-air PYthon and DERby) อิสราเอลชุดใหม่เพิ่มเติม
เนื่องจากข้อบกพร่องที่ถูกพบในระบบอาวุธระบบป้องกันทางอากาศจากอิสราเอลดังกล่าว แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดในกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามกล่าวกับ TASS

"กระทรวงกลาโหมเวียดนามได้ต่อต้านการจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้ SPYDER อิสราเอลชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทางทหาร
ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศเหล่านี้ทำงานได้แย่มากในสภาพอากาศเขตร้อนชื้น และมักจะทำงานล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง" แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมเวียดนามกล่าว

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ SPYDER อิสราเอลยังไม่มีความเข้ากันได้กับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศของรัสเซียที่กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ที่จัดหามาก่อนหน้านี้
"ซึ่งมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ต่ำกว่าในความเป็นเอกภาพของระบบป้องกันภัยทางอากาศของเวียดนาม" แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมเวียดนามเสริม

"ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลได้รับการทดสอบการยิงในเวียดนาม โดยตั้งแต่ที่เริ่มต้นการทดสอบในปีนี้(2018) การยิงทดสอบส่วนใหญ่เป็นที่ล้มเหลว" แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมเวียดนามย้ำ
ณ ขณะนี้ TASS ยังไม่ได้รับความเห็นอย่างเป็นทางการใดๆจากกระทรวงกลาโหมเวียดนามและกระทรวงกลาโหมอิสราเอล

ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ SPYDER ที่พัฒนาโดยบริษัท Rafael อิสราเอล ได้รับการลงนามสัญญาจัดหาจากเวียดนามในปี 2015 โดยมูลค่าวงเงินการจัดหานั้นไม่ได้ถูกเปิดเผย
ตามแหล่งข้อมูลเปิดกองทัพอากาศประชาชนเวียดนามได้รับมอบระบบ SPYDER จำนวน 5 หรือ 6ชุดยิง พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศนำวิถีความร้อน IR แบบ Python-5 หรืออาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศนำวิถี Active Radar แบบ Derby รวม 250นัด

จากภาพการส่งมอบที่ปรากฎในช่วงปี 2016 แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอัตตาจร และระบบ Radar ค้นหาเป้าหมายและควบคุมการยิงของระบบป้องกันภัยทางอากาศ SPYDER เวียดนามถูกติดตั้งบนรถยนต์บรรทุก RMMV HX(Rheinmetall MAN Military Vehicles) 8x8 เยอรมนี
ในกลุ่มชาติ ASEAN ระบบ SPYDER อิสราเอลยังประจำการในกองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) รวมถึงประเทศอื่นที่ส่งออกคือกองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) และจอร์เจียครับ

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กองทัพอากาศไทยกำลังทำการเชื่อมโยงระบบอาวุธหลักเข้ากับเครือข่าย Link-T ที่พัฒนาในประเทศ

Thailand’s military is working to further link major weapon systems
A Royal Thai Air Force pilot steps inside the Gripen C before a flight from Surat Thani Air Force Base on Nov. 28, 2018. (Valerie Insinna/Staff)

A Saab 340 airborne early warning aircraft, left, and Gripen C fighter jet sit on the ramp at Surat Thani Air Force Base in Thailand on Nov. 28, 2018. (Valerie Insinna/Staff)
https://www.defensenews.com/air/2018/12/11/in-thailand-a-networked-air-force-is-the-goal/




คำว่า "กองทัพอากาศแบบศูนย์กลางเป็นเครือข่าย"(Network-Centric Air Force) เป็นคำจำกัดความของการจัดตั้งทั้งหมดของ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)
กองบิน๗ เป็นที่ทราบว่าที่เป็นที่ตั้งของฝูงบิน๗๐๑ ที่ประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐ บ.ข.๒๐/ก Saab Gripen C/D สวีเดนจำนวน ๑๑เครื่อง เป็นฝูงบินแรกของกองทัพอากาศไทย
แต่ผู้บังคับฝูงบิน๗๐๑ และนักบิน Gripen กองทัพอากาศไทยกล่าวว่า ระบบเครือข่ายทางยุทธวิธีที่กองทัพไทยพัฒนาในประเทศที่เรียกว่า Link-T เป็นระบบหนึ่งที่มีความสำคัญในอนาคตของกองบิน

"การมีกองบินแบบเครือข่ายศูนย์กลางเป็นรูปแบบหนึ่งในการมองภาพรวมขนาดใหญ่(Big Picture)ของกองทัพอากาศไทย เราต้องเริ่มต้นจากแทบเกือบจะศูนย์ แน่นอนไม่ใช่จากศูนย์ แต่เราได้ทำบางสิ่งที่จะสามารถเข้าถึง(วิสัยทัศน์)นั้นได้"
นาวาอากาศเอก ปรัชญา ทิพยรัตน์ รองผู้บังคับการกองบิน๗ กล่าว Link-T เป็นเครือข่ายทางยุทธวิธีที่พัฒนาโดยบริษัท Saab สวีเดนและบริหารด้วยกองทัพไทยและภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงเอกชนไทย(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/saab.html)
ทำให้เครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือน๑ บ.ค.๑ Saab 340B Erieye (AEW&C: Airborne Early Warning and Control) ฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗ สามารถแบ่งปันข้อมูลภาพพื้นที่การรบร่วมกันได้ ตามที่ Saab กล่าว

ล่าสุดขณะนี้กองทัพไทย(Royal Thai Armed Forces) กำลังทำงานเพื่อขยายเครือข่าย Link-T เพื่อให้ทำให้ระบบอาวุธยุทโธปกรณ์หลักของกองทัพไทยสามารถปฏิบัติการร่วมกันได้มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวนั้นฟังดูเหมือนจะเป็นคุ้นเคยของผู้สังเกตการณ์ทางทหารของสหรัฐฯ
ผู้นำระดับสูงของกองทัพสหรัฐฯ เช่น ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) พลอากาศเอก Dave Goldfein และผู้บัญชาการปฏิบัติการทางเรือ(Chief of Naval Operations เทียบเท่าผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ US Navy) พลเรือเอก John Richardson ได้รวบรวมแนวคิดว่า
สนามรบยุคอนาคตจำเป็นที่จะต้องให้ระบบต่างๆของแต่ละเหล่าทัพเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงเพื่อการแบ่งบันข้อมูลร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ การที่กองทัพไทยกำลังทำงานเครือข่าย Link-T กับอากาศยาน, เรือ และระบบอาวุธอื่นๆของตนเอง(https://aagth1.blogspot.com/2018/11/gripen-cd-ms20.html) แสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้ไม่มีปัญหาที่เป็นเอกลักษณ์จำเพาะกับระบบของสหรัฐฯและ NATO

ไทยได้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(ASEAN: Association of Southeast Asian Nations) ชาติมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตรของไทยยังมีสหรัฐฯและจีน ซึ่งกองทัพอากาศไทยได้มีการฝึกซ้อมรบร่วมกันหลายหลายการในปีนี้
เช่น การฝึกร่วมทางอากาศนานาชาติ Pitch Black 2018 ที่ออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ ๒๓ กรกฎาคม-๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๑(2018) ร่วมกับสหรัฐฯ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
และการฝึกผสม Falcon Strike 2018 ระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) เมื่อวันที่ ๔-๒๑ กันยายน ๒๕๖๑ ณ กองบิน๒๓ อุดรธานี

เนื่องจากประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับมิตรประเทศต่างๆ นั่นจึงอาจจะทำให้เกิดการแข่งขันหรือเป็นปฏิปักษ์กับแต่ละฝ่ายต่างๆในการปกป้องอธิปไตยของไทยและข้อมูลของไทยอันเป็นความสำคัญหลักของรัฐบาลไทย
"เรามุ่งไปที่การมีซึ่งความสามารถทางกลาโหมของตนเอง เราจึงต้องที่จะสามารถยืนอยู่บนเท้าของตนเองในการปกป้องประเทศ เครือข่าย Link-T นั้นทำให้เราสามารถใช้งานได้ทุกเวลาไม่ว่าจะในสถานการณ์หรือภัยคุกคามใด
Link-T เป็นระบบที่ง่ายต่อการใช้งาน เราสามารถเห็นได้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา เราสามารถเห็นกำลังฝ่ายมิตร เราสามารถเห็นศัตรูของเรา" นาวาอากาศเอก ปรัชญา ทิพยรัตน์ กล่าว

เส้นทางการพัฒนาระบบเครือข่าย Link-T ได้เริ่มต้นในราวปี พ.ศ.๒๕๕๑(2008) ตามที่ผู้บัญชาการทหารอากาศไทยท่านต่างๆนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้เริ่มต้นนโยบายการทำให้กองทัพอากาศไทยเป็น Digital Air Force มากขึ้น
ด้วยการนำวิทยาการคอมพิวเตอร์มาใช้และการเข้าใจภาษาอังกฤษของกำลังพล ซึ่งเจ้าหน้าที่ในกองทัพอากาศไทยได้เห็นหลักพื้นฐานดังกล่าวว่าสื่อสิ่งพิมพ์ทางเทคนิคที่มาจากต่างประเทศและยุทธวิธีสามารถถูกเข้าใจได้โดยนักบินและช่างอากาศยาน
แนวคิด "กองทัพอากาศแบบศูนย์กลางเป็นเครือข่าย" ได้ถูกพัฒนาไปสู่การรวมเครือข่าย Link-T, บ.ข.๒๐ บ.ข.๒๐ Gripen C/D, บ.ค.๑ Saab 340B Erieye และการจัดการองค์กรที่หลากหลายและการสนับสนุนการซ่อมบำรุงที่จำเป็นในการดำรงการปฏิบัติการต่อไปได้

กองทัพอากาศไทยมีแผนที่จะเพิ่มเครือข่าย Link-T เข้ากับเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๘ บ.ข.๑๘ข/ค Northorp F-5E/F Tiger II ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑ อุบลราชธานี ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัย F-5ST Super Tigris(https://aagth1.blogspot.com/2018/05/f-5ef-super-tigris.html)
น.อ.ปรัชญา กล่าวว่ามีเครื่องบินขับไล่ F-5E/F Super Tigris บางเครื่องที่ได้รับการปรับปรุงดังกล่าวแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามี บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F จำนวนกี่เครื่องที่ได้รับการปรับปรุงแล้วก็ตาม โดยกองทัพอากาศไทยยังมีแผนที่จะเพิ่มเครือข่าย Link-T กับอากาศยานทางทหารอื่นๆ แต่เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก Lockheeed Martin F-16AM/BM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลี ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดยบริษัท อุตสาหกรรมการบิน Thai Aviation Industries(TAI) ไทยนั้นจะไม่มีการใช้ Link-T แต่จะคงใช้เครือข่าย Link 16 มาตรฐาน NATO ต่อไป(https://aagth1.blogspot.com/2018/06/f-16ab.html)

น.อ.ปรัชญา ทิพยรัตน์ กล่าวว่านั่นเป็นเรื่องดีเพราะมันทำให้กองทัพอากาศไทยมีทางเลือกได้ว่าจะมีข้อมูลเท่าไรบ้างที่จะต้องการจะแบ่งปันหรือถูกป้องกันขึ้นอยู่กับแล้วแต่กรณี "เราไม่มีปัญหาที่จะทำงานกับเครือข่ายทั้งสอง Link เราเห็นว่ามันเป็นจุดแข็ง
เพราะถ้าเราต้องทำบางสิ่งกับของของเรา(โดยไม่มีพันธมิตรสนับสนุน) เราสามารถใช้ Link-T ไม่สำคัญว่าเมื่อไหร่ อย่างไร หรืออะไรก็ตาม เราสามารถใช้ระบบที่เราเป็นเจ้าของเอง และถ้าเราต้องเราต้องร่วมมือกับพันธมิตรเราก็มี(Data Link)อื่นคือ Link 16 สำหรับ F-16"
น.อ.ปรัชญา ไม่ได้ลงในรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการที่นักบินกองทัพอากาศไทยจะปกป้องข้อมูลของตนเมื่อต้องดำเนินการฝึกร่วมกับจีน แต่ได้กล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเชื่อใจในพันธมิตร ขณะที่ต้องทราบข้อจำกัดว่าอะไรเป็นสิ่งที่สามารถจะแบ่งปันได้

"เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร เป็นเวลาสามปีมาแล้วที่เรา(กองทัพอากาศไทย) ได้ฝึกกับพวกเขา(กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน) แน่นอนมันเป็นการเปิดหูเปิดตาสำหรับเรา
เรารู้สึกได้ว่าเรามีสิทธิพิเศษ เพราะมีประเทศไม่มากนักในโลกนี้ที่จะมีโอกาสได้ทำการฝึกบินอากาศสู่อากาศกับกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน เราเรียกรู้จากพวกเขามาก และเราหวังว่าพวกเขาจะเรียนรู้จากพวกเราเช่นกัน" นาวาอากาศเอก ปรัชญา ทิพยรัตน์ กล่าว
ในการฝึกผสม Falcon Strike 2015 ครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๕๘ จีนได้นำเครื่องบินขับไล่ Shenyang J-11(Sukhoi Su-27SK รัสเซียสร้างในจีน) มาฝึกกับไทย ในปีต่อๆมาคือ Falcon Strike 2017 พ.ศ.๒๕๖๐ และ Falcon Strike 2018 จีนได้นำเครื่องบินขับไล่ Chengdu J-10A มาฝึกกับไทยครับ

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เครื่องบินขับไล่ Typhoon อังกฤษขึ้นบินโดยติดอาวุธปล่อยนำวิถี Meteor ครั้งแรก

RAF flies Meteor BVRAAM on Typhoon for first time
An RAF Typhoon fitted with four Meteor missiles departs on a QRA scramble to intercept an unknown aircraft off the north of the UK. Source: Crown Copyright
https://www.janes.com/article/85102/raf-flies-meteor-bvraam-on-typhoon-for-first-time


อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor ขณะนี้ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) โดยใช้ติดตั้งปฏิบัติการกับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon แล้ว
ตามที่กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรประกาศเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2018 เป็นครั้งแรกที่เครื่องบินขับไล่ Typhooon ที่ติดอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ได้บินขึ้นสกัดกั้น(Scramble) จากฐานทัพอากาศ RAF Lossiemouth ใน Scotland(QRA North, Quick Reaction Alert)
เพื่อสกัดกั้นอากาศยานไม่ระบุสัญชาติที่เข้ามาในพื้นที่ผลประโยชน์ของสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามเครื่องบินขับไล่ Typhooon กองทัพอากาศอังกฤษได้บินกลับฐานก่อนที่การสกัดกั้นจะเกิดขึ้น

ด้วยความเร็วที่มากกว่า Mach 4 และพิสัยการยิงที่เกินกว่า 100km อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ได้ถูกอธิบายโดยภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงและทางการกองทัพในฐานะการเปลี่ยนระดับชั้นในขีดความสามารถการรบอากาศสู่อากาศ
ตรงข้ามกับอาวุธปล่อยนำวิถีที่คล้ายกัยที่มีช่วงเวลาการจุดเชื้อเพลิงขับเคลื่อนหลังการยิงที่สั้น ซึ่งหลังจากนั้นพวกมันจะร่อนเข้าหาเป้าหมายโดยที่สูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ แต่เครื่องยนต์ Ramjet ของ Meteor นั้นทำให้มันมีพลังขับเคลื่อนไปถึงจุดปะทะเป้าหมายได้ต่อเนื่อง
นี่จึงเป็นการลดโอกาสที่อากาศยานเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามจะหลบหลีกจากการถูกยิงด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีและทำให้มั่นใจได้มากขึ้นว่านักบินขับไล่จะประสบความสำเร็จในการโจมตีอากาศยานข้าศึก

หุ้นส่วนของโครงการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ประกอบด้วย ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน, สวีเดน และสหราชอาณาจักร
โดยอาวุธปล่อยนำวิถี Meteor ได้ถูกนำมาบูรณาการติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ Saab Gripen C/D เป็นแบบแรก(https://aagth1.blogspot.com/2018/05/gripen-cd-ms20.html) และเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสแล้ว
กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรได้กลายเป็นชาติแรกในกลุ่มชาติผู้ใช้งานเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon(เยอรมนี, อิตาลี, สเปน, ออสเตรีย, ซาอุดีอาระเบีย, โอมาน, คูเวต และกาตาร์) ที่วางกำลังด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี Meteor

ในเดือนกรกฎาคม 2018 กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรได้นำเครื่องบินขับไล่ Typhoon ชุดแรกที่ได้รับการปรับปรุงขีดความสามารถตามโครงการ Project Centurion กลับเข้าประจำการใหม่ที่รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถี Meteor(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/typhoon-centurion.html)
โครงการ Project Centurion มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการใช้อาวุธของเครื่องบินขับไล่ Typhoon กองทัพอากาศอังกฤษที่ประกอบด้วย อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor
ระเบิดนำวิถี Laser แบบ Raytheon Paveway IV สหรัฐฯ, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน Storm Shadow และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นสร้างผลความเสียหายข้างเคียงต่ำ Brimstone

เครื่องบินขับไล่ Typhoon ที่ได้รับการปรับปรุงตามโครงการ Project Centurion จะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado GR4 ที่กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรจะปลดประจำการในช่วงต้นปี 2019(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/typhoon-protector.html)
จากจำนวนทั้งหมด เครื่องบินขับไล่ Typhoon Tranche 2 และ และเครื่องบินขับไล่ Typhoon Tranche 3 รวม 107เครื่องของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรจะได้รับการปรับปรุงตามมาตรฐานโครงการ Project Centurion
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ Typhoon Tranche 1 รุ่นแรกจำนวน 24เครื่องยังคงไม่มีการปรับปรุงโดยจะถูกนำไปวางกำลังในฐานะกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศส่วนแยกอิสระ ขณะที่รุ่น Tranche 2 และ Tranche 3 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ขีดความสามารถมากกว่าจะถูกใช้ในรูปแบบเครื่องขับไล่พหุภารกิจครับ

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ยานเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง Centauro II อิตาลีได้รับสัญญาจัดหาแรก

Centauro II Mobile Gun Systems takes shape

The first example of the CIO Centauro II 8x8 MGS showing its 120 mm smoothbore gun fitted with muzzle brake, muzzle reference system, and fume extractor. Source: Leonardo Defence Systems
https://www.janes.com/article/85023/centauro-ii-mobile-gun-systems-takes-shape

บริษัท Leonardo Defence Systems อิตาลีได้ยืนยันว่ากองทัพบกอิตาลี(Italian Army) ได้ลงนามสัญญาจัดหาแรกสำหรับยานเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง Centauro II 8x8 MGS(Mobile Gun System) จำนวน 11คันในเดือนกรกฎาคม 2018
รายละเอียดของสัญญาได้รับการเปิดเผยกับ Jane's ในเดือนพฤศจิกายน 2018 การสั่งจัดหานี้ประกอบรถต้นแบบ 1คันที่จะนำไปสู่มาตรฐานสายผลิตเต็มอัตรา เช่นเดียวกับยานเกราะล้อยาง Centauro II ใหม่ 10คัน และชุดการสนับสนุนระยะเวลา 2ปี

ผลการทดสอบอย่างเข้มงวดโดยผู้ใช้งานได้ให้คำแนะนำปรับปรุงหลายอย่าง และคำแนะนำเหล่านี้กำลังได้รับการนำไปติดใช้กับรถต้นแบบที่จะเสร็จสิ้นในปี 2019 สำหรับการทดสอบและประเมินค่าขั้นสุดท้าย
การปรับปรุงเพิ่มเติมประกอบด้วยการติดตั้งระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF:  Identification, Friend-or-Foe), ระบบวิทยุรุ่นล่าสุด และเครื่องยิงลูกระเบิดใหม่ ที่ตรงความต้องการสภาพแวดล้อมของยุโรป

ฝาปิดเปิดเข้าออกของผู้บังคับการรถและพลบรรจุสามารถที่จะยกออกได้รอบ 180องศา และการหยั่งรู้สถานการณ์ของพลขับได้รับการปรับปรุงขึ้นสำหรับการขับเคลื่อนในตำแหน่งปิดป้อม
หลังคาป้อมปืนรถติดตั้งป้อมปืน Remote(RWS: Remote Weapon System) แบบ Hitrole พร้อมปืนกลหนัก 12.7mm จะถูกเปลี่ยนตำแหน่งใหม่

เนื่องจากตำแหน่งของป้อมปืน Hitrole RWS บนส่วนด้านหน้าของป้อมปืนเดิมทำให้เกิดข้อจำกัดในมุมมองของกล้อง ผบ.รถ แบบ Leonardo Attila
โดยกล้อง Leonardo Attila เป็นกล้องแบบมีระบบรักษาการทรงตัวกลางวันสี(colour CCD: Charge Device Camera)/ระบบกล้องเล็งสร้างภาพความร้อนรุ่นที่สาม ที่รวม Laser วัดระยะด้วย

การผลิตตัวรถแคร่ฐานที่เสร็จสมบูรณ์และชุด running gear จะถูกดำเนินการโดยโรงงาน Iveco Defence Vehicles Bolzano ขณะที่ป้อมปืนจะถูกผลิต ณ โรงงาน Leonardo Defence Systems ใน La Spezia
ยานเกราะล้อยาง Centauro II 8x8 MGS จากสายการผลิต 4คันแรกมีกำหนดจะสร้างเสร็จในครึ่งหลังปี 2020 ตามด้วยอีก 6คันในปี 2021

กองทัพบกอิตาลีมีความต้องการสำหรับยานเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง Centauro II 8x8 MGS เมื่อได้รับการอนุมัติงบประมาณจำนวน 148คัน แบ่งเป็นสองระยะระยะละ 74คัน โดยแบ่งเป็นสองรุ่นในแต่ละระยะเหล่านี้ เพื่อทดแทนรถหุ้มเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง B1 Centauro 105mm รุ่นก่อน
Centauro II 8x8 ซึ่งเป็นยานเกราะพิฆาตรถถัง(Tank Destroyer) หรือระบบปืนเคลื่อนที่ MGS ติดปืนใหญ่รถถังขนาด 120mm ได้เปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Eurosatory 2016 ที่ Paris ฝรั่งเศสปี 2016 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2016/06/iveco-centauro-ii.html)

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

บราซิลเตรียมปล่อยเรือดำน้ำ Scorpene ลำแรก S40 Riachuelo ลงน้ำ

Brazil prepares to launch first Riachuelo-class submarine

The first-of-class is scheduled to be launched in mid-December. Source: Victor Barreira
https://www.janes.com/article/85046/brazil-prepares-to-launch-first-riachuelo-class-submarine

เรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Riachuelo(ปรับแต่งจากแบบเรือดำน้ำ Scorpene บริษัท Naval Group ฝรั่งเศส) โครงการ S-BR ลำแรกในชั้นของกองทัพเรือบราซิล(Marinha do Brasil) คือ S40 Riachuelo
มีกำหนดการปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 14 ธันวาคม 2018 ณ ศูนย์อู่เรือ Itaguaí Naval Complex ใน Itaguaí บราซิล ที่ซึ่งเรือดำน้ำถูกสร้างโดยบริษัท Itaguaí Construções Navais(ICN) บราซิล

ตัวเรือปัจจุบันอยู่ในอู่โรงประกอบ Estaleiro de Construção(ESC)(https://aagth1.blogspot.com/2018/01/scorpene-s40-riachuelo.html) และจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังที่ยกเรือ(ship lift) ของ TTS Syncrolift เพื่อทำการยกเรือลงลงน้ำในวันปล่อยเรือ
จากนั้นเรือจะใช้เวลาอีกประมาณ 2ปีในการดำนินการทดลองเรือหน้าท่าและการทดลองเรือในทะเล โดยเรือดำน้ำ S40 Riachuelo มีกำหนดการส่งมอบให้กองทัพเรือบราซิลในปี 2020

โครงการเรือดำน้ำ S-BR บราซิลถูกสร้างโดยแบ่งเป็น 5ส่วน โดยส่วนหัวเรือของเรือดำน้ำ Riachuelo ในส่วนที่สามและส่วนที่สี่ถูกสร้างที่ Cherbourg ฝรั่งเศส
ขณะที่เรือดำน้ำชั้น Riachuelo ที่เหลืออีก 3ลำคือ S41 Humaitá, S42 Tonelero และ S43 Angostura ทั้งหมดจะถูกสร้างภายในบราซิลอย่างเต็มรูปแบบ

โดยเรือทั้งสามลำต่างถูกในสถานะการก่อสร้างที่แตกต่างกัน การเตรียมประกอบ(Pre-outfit)ส่วนลำตัวเรือและการติดตั้งอุปกรณ์ภายในของเรือดำน้ำ S41 Humaitá และเรือดำน้ำ S42 Tonelero กำลังดำเนินการ ณ หน่วยผลิตโครงสร้างโลหะ UFEM
ขณะที่รัฐวิสาหกิจบราซิล Nuclebrás Equipamentos Pesados(NUCLEP) จะทำการประกอบสร้าง(fabricate) ส่วนลำตัวเรือของเรือดำน้ำ S43 Angostura

ส่วนลำตัวเรือของของเรือดำน้ำ Humaitá มีกำหนดจะเคลื่อนย้ายทางถนนจากโรงประกอบของ ESC ในเดือนมีนาคม 2019 โดยมีกำหนดการปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกันยายน 2020 และเข้าประจำการในปี 2021
เรือที่เหลือคือเรือดำน้ำ Tonelero มีกำหนดจะปล่อยเรือลงน้ำในเดือนธันวาคม 2021 และเข้าประจำการในปี 2022 และเรือดำน้ำ Angostura มีกำหนดจะปล่อยเรือลงน้ำในเดือนธันวาคม 2022 และเข้าประจำการในปี 2023 ตามลำดับ

เรือดำน้ำชั้น Riachuelo S-BR มีความยาวตัวเรือ 71.62m มีระวางขับน้ำที่ผิวน้ำ 1,870tons ถูกออกแบบสำหรับภารกิจหลายรูปแบบรวมถึงภารกิจสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ, การปฏฺิบัติการพิเศษ และการรวบรวมข่าวกรอง
มีท่อยิง Torpedo ขนาด 533mm 6ท่อยิงสำหรับ Torpedo หนักแบบ Naval Group F21 หรืออาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ MBDA Exocet SM39 Block 2 Mod 2 พร้อมเป้าลวง Naval Group CANTO จากแท่นยิงเป้าลวง Naval Group Contralto-S สำหรับการต่อต้าน torpedo ครับ

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561

รัสเซียเปิดเผยรายละเอียดระบบป้องกันภัยทางอากาศ Viking รุ่นส่งออกใหม่

Almaz-Antey details new Viking air-defence system


The Buk-M3 (9K317M) mobile 9A317M launcher. Almaz-Antey has developed an export variant of this system designated 9K317E Viking. Source: N. Novichkov
https://www.janes.com/article/85019/almaz-antey-details-new-viking-air-defence-system
https://saidpvo.livejournal.com

Almaz-Antey ผู้ผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศรัสเซียในเครือ Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย ได้เปิดเผยรายละเอียดของระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ(SAM: Surface-to-Air Missile) แบบ Buk-M3(NATO กำหนดรหัส SA-11 Gadfly) รุ่นส่งออกคือ 9K317E Viking
โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจัดแสดงระบบป้องกันภัยทางอากาศ Buk-M3 ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และสัมมนาทางทหารนานาชาติ Army 2018 ที่ Patriot Park ใน Kubinka ภาค Moscow รัสเซีย ระหว่างวันที่ 21-26 สิงหาคม 2018

ตามข้อมูลจากบริษัทระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ 9K317E Viking สามารถโจมตีเป้าหมายได้ต่อเนื่องพร้อมกัน 36เป้าหมาย และ"ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน, อากาศยานรบในแนวหน้าและทางยุทธศาสตร์, อาวุธความแม่นยำสูง,
เป้าหมายตรวจับยาก Stealth, ระบบอากาศยานปีกหมุน(รวมถึงขณะที่ลอยตัวอยู่) และเป้าหมายผิวน้ำและภาคพื้นดินที่ปรากฎการแพร่คลื่นวิทยุในพื้นที่สู้รบ"

ในรูปแบบพื้นฐานระบบป้องกันภัยทางอากาศ Viking ประกอบด้วยรถที่บังคับการและควบคุมอัตตาจร 9S510ME, ระบบตรวจจับเป้าหมาย, รถ Radar 9S36ME จำนวน 6ระบบ
แท่นยิงอัตตราจรแบบยกแท่นยิงตั้งขึ้นเมื่อทำการยิง(TEL: Transport-Erector Launcher) 9A317ME จำนวน 6ระบบ, แท่นยิงอัตตาจร 9A316ME 12ระบบ และอาวุธปล่อยนำวิถีสกัดกั้น 9M317ME

ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีสกัดกั้น 9M317ME สามารถโจมตีอากาศยานรบได้ในระยะ 60km, เฮลิคอปเตอร์ในระยะน้อยกว่า 60km, อากาศยานตรวจจับยาก Stealth ในระยะน้อยกว่า 40km,
ขีปนาวุธทางยุทธวิธีในระยะน้อยกว่า 25km, อาวุธปล่อยนำวิถีร่อนในระยะน้อยกว่า 20km, เป้าหมายภาคพื้นดินและผิวน้ำที่แพร่คลื่น Radar ในระยะน้อยกว่า 15km และเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังลอยตัวอยู่ในระยะน้อยกว่า 12km

แท่นยิงอัตตราจร 9A317ME TEL ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีระบบละ 6นัด ขณะที่แท่นยิงอัตตาจร 9A316ME ติดตั้่งอาวุธปล่อยนำวิถีระบบละ 12นัด
ระบบทั้งหมดมีเวลาตอบสนองในเวลาไม่เกิน 10-12วินาที และมีเวลาที่ทำให้ระบบพร้อมรบใน 5-10นาที ตามที่แหล่งข่าวของ Almaz-Antey รัสเซียกล่าวกับ Jane's

กองทัพรัสเซียได้รับมอบระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยกลาง Buk-M3 ชุดแรกเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2016 แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2016/10/buk-m3.html) และพร้อมส่งออกระบบแก่ต่างประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2017/01/buk-m3-5.html)
มีรายงานว่าอียิปต์สนใจที่จะจัดหาระบบ Viking จำนวนหนึ่งโดยกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศอียิปต์(Egyptian Air Defense Forces) กองทัพอียิปต์เองก็มีระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Buk-M1 และ Buk-M2E รุ่นส่งออกของรัสเซียประจำการอยู่แล้วครับ

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ภาพเปิดเผยรถถัง T-34-85 รัสเซียของกองทัพประชาชนลาว




March of steel veterans: Russian TV channel 'TV Zvezda' documentary program 'Combat Approved' showed the Legendary Soviet medium tank T-34-85 which are still in service with the Lao People's Army
https://tvzvezda.ru/news/forces/content/201812061619-sa82.htm


Combat Approved: Laos, Full documentary

รายการสารคดีชุด 'Combat Approved' ของสถานีโทรทัศน์รัสเซีย TV Zvezda ที่จะออกอากาศในวันที่ 9 ธันวาคม 2018 ตามวิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์รายการที่เผยแพร่ทาง Youtube
ได้แสดงถึงรถถังขนาดกลางของโซเวียตในตำนาน T-34-85 ซึ่งยังคงประจำการอยู่ในกองทัพประชาชนลาว(Lao People's Army) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ชุดภาพวีดิทัศน์ที่แสดงถึงการเคลื่อนที่ดำเนินกลยุทธ์ของรถถังกลาง T-34-85 โซเวียตของกองทัพประชาชนลาว ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์หลายแบบที่ลาวได้จัดหาจากรัสเซียนั้น
ปัจจุบันในรัสเซีย รถถัง T-34-85 ดูจะเป็น 'โบราณวัตถุทางทหาร' ที่ถูกจัดแสดงเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ หรือนำมาวิ่งร่วมขบวนในงานสวนสนามวันชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สองของรัสเซีย

แต่สำหรับกองทัพบกประชาชนลาว ถ.T-34-85 ยังคงประจำการในฐานะรถถังประจำหน่วยรบอย่างเต็มอัตราอยู่ "ในกองพันเรามีรถถังแบบนี้(T-34-85) 31คัน และพวกมันยังมีในกองพันอื่น" พันโท Khamphong Tummanivong(คำพง ทุมมานิวง) ผู้บังคับกองพันยานเกราะกล่าวกับ TV Zvezda
อัตราจัดกองพันรถถังของกองทัพประชาชนลาวจะเป็นในรูปแบบเดียวกับกองทัพบกรัสเซียคือ หนึ่งกองพันมีรถถัง 31คัน แบ่งเป็น สามกองร้อยรถถัง+รถถัง ผบ.พัน. 1คัน แต่ละกองร้อยมีสามหมวดรถถัง+รถถัง ผบ.ร้อย. 1คัน  และแต่ละหมวดมีรถถัง 3คัน

โดย ถ.T-34-85 เหล่านี้เป็นรถที่ผลิตในปี 1944 ช่วงที่รัสเซียอยู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และเข้าประจำการในกองทัพบกประชาชนลาวในช่วงปี 1987 ซึ่งเป็นเวลาที่เกิดกรณีพิพาททางพรมแดนกับประเทศไทย(สมรภูมิบ้านร่มเกล้า 1987-1988)
เป็นที่ควรค่าแก่การจดจำว่าแม้จะมีอายุการใช้งานถึงเกือบ 75ปีแล้วก็ตาม แต่รถถัง T-34-85 เหล่านี้ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน แม้จะถูกใช้ปฏิบัติงานในสภาพอากาศเขตร้อนชื้นของประเทศลาวก็ตาม

ปัจจุบันกองทัพประชาชนลาวยังมีรถถังรัสเซียซึ่งจัดหามาตั้งแต่สมัยอดีตสหภาพโซเวียตประจำการอีกหลายแบบ เช่น รถถังเบา PT-76 และรถถังหลัก T-54/T-55 ที่ต่างมีอายุการใช้งานมานานและล้าสมัย
กองทัพประชาชนลาวได้แสดงความสนใจที่จะจัดหารถถังหลักแบบใหม่ที่มีความทันสมัยกว่า เช่นการเยี่ยมชมการสาธิตรถถังหลัก T-72B1MS รุ่นปรับปรุงใหม่ที่รัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2018/04/t-72b1ms.html)

กองทัพประชาชนลาวเป็นชาติแรกในกลุ่มประเทศ ASEAN ที่ได้ส่งกำลังพลเข้าร่วมการแข่งขันรถถังหลักนานาชาติ Tank Biathlon 2017 ที่รัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2017/08/tank-biathlon-2017-5-6.html)
และลงแข่ง Tank Biathlon 2018 เป็นปีที่สองร่วมกับชาติ ASEAN อื่นประกอบด้วยกองทัพบกพม่า(Myanmar Army) และกองทัพประชาชนเวียดนาม(People's Army of Vietnam) ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/tank-biathlon-2018-asean.html)