วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565

วิเคราะห์จีนทำพิธีปล่อยเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สาม Type 003 ลงน้ำ CV-18 Fujian ซึ่งเทียบกับสหรัฐฯได้

China Launches First Aircraft Carrier Which Rivals U.S. Navy’s 







The Aircraft Carrier Fujian, also known as the Type-003, was launched in Shanghai, China, on June 17 2022. The aircraft carrier is comparable in size to the U.S. Navy's Nimitz and Ford classes.









เรือบรรทุกเครื่องบินกำลังเพิ่มขยายเป็นส่วนหนึ่งของความทะเยอทะยานที่จะเป็นกองเรือทะเลลึก(blue water navy) ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy)
ตามที่เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามและเป็นลำที่สองที่สร้างในจีน เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 003 เรือบรรทุกเครื่องบิน CV-18 Fujian ถูกปล่อยลงน้ำที่อู่เรือใน Shanghai เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2022(https://aagth1.blogspot.com/2018/06/type-003.html)

เรือบรรทุกเครื่องบิน CV-18 Fujian มีขนาดของเรือที่ใกล้เคียงกับเรือบรรทุกเครื่องบินประเภท super carrier อย่างเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/cvn.html) และเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy)
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 003 CV-18 Fujian เป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและน่าประทับใจที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่ใช่ของสหรัฐฯลำแรกที่มีขนาดเทียบได้
ข่าวกรองแหล่งข้อมูลเปิด(OSINT: Open source intelligence) ที่รวบรวมโดย Naval News การก่อสร้างของเรือก่อนการปล่อยเรือลงน้ำและได้สังเกตุการณ์ข้อบ่งชี้นำต่างๆ

10ปีหลังจากการเข้าประจำการของเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 001 เรือบรรทุกเครื่องบิน CV-16 Liaoning(https://aagth1.blogspot.com/2022/05/cv-16-liaoning-100.html)
เรือบรรทุกเครื่องบิน CV-18 Fujian Type 003 จะเพิ่มขยายและสร้างความสมบูรณ์ด้านขีดความสามารถต่างๆของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายไปสู่การปฏิบัติการกองเรือทะเลลึกอย่างแท้จริงในแปซิฟิกและทั่วโลกถ้ามีคำสั่งการ

ส่วนหนึ่งของคำขวัญที่ถูกเขียนบนเรือในพิธีปล่อยเรือลงน้ำที่เห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียมถูกแปลได้ว่า "เพื่อสร้างกองทัพเรือที่แข็งแกร่งและทันสมัย และมอบการสนับสนุนที่แข็งแรงสำหรับการทำความฝันของจีนของกองทัพที่แข็งแกร่งให้เป็นจริง
เพื่อทำให้เป้าหมายของพรรค(คอมมิวนิสต์จีน)เป็นจริงในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งกองทัพในยุคใหม่ และสร้างกองทัพของประชาชนไปสู่กองทัพชั้นนำของโลกอย่างรอบด้าน"

เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 003 มีขนาดเปรียบเทียบได้กับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz และชั้น Ford ของสหรัฐฯ และการออกแบบของเรือมีความคล้ายกันในหลายด้าน ในเวลาเดียวกันก็เป็นการวิวัฒนาการของเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำแรกของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนด้วย
CV-16 Liaoning Type 001 เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีนเดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Kuznetsov ของรัสเซียที่ชื่อ Varyag ที่เป็นเรือที่สร้างไม่เสร็จและถูกขายแก่จีนในฐานะซากเรือในปี 1998 ซึ่งเรือได้ถูกสร้างใหม่จนเสร็จสมบูรณ์และเข้าประจำการในปี 2012
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 002 เรือบรรทุกเครื่องบิน CV-17 Shandong(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/cv-17-shandong.html) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองและลำแรกที่สร้างในจีน มีคุณสมบัติการปรับปรุงเล็กน้อยจำนวนมากกว่าลำแรกแต่ในภาพรวมมีความเทียบเท่ากัน

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดในเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 003 คือการเปลี่ยนระบบส่งอากาศยานขึ้นบินจากทางวิ่ง Ski jump เป็นรางดีดส่งอากาศยาน catapult ซึ่งมีสามระบบเช่นเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 001 และเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 002 จะส่งอากาศยานขึ้นบินโดยกำลังขับจากตัวเครื่องบินเองจากทางวิ่งลาดขึ้นด้านหน้าของดาดฟ้าบิน(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/j-15.html) 

โดยเข้ามาในการแข่งขันภายหลัง นักออกแบบจีนได้ใช้ประโยชน์จากเวลาหลายทศวรรษของการวิจัยและพัฒนาโดยประเทศอื่นๆ ก้าวผ่านย่างก้าวระยะกลางเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่จีนได้รวบรวมแนวคิดล่าสุดต่างๆเป็นจำนวนมาก
เหมือนเรือชั้น Ford ของสหรัฐฯ catapult ของ Type 003 จีนจะเป็นระบบส่งอากาศยานแม่เหล็กไฟฟ้า EMALS(Electromagnetic Aircraft Launch System) ที่ใช้ระบบไฟฟ้าแทนไอน้ำแบบดั้งเดิม ซึ่งน่าจะให้ข้อได้เปรียบบางอย่าง 

ระบบ EMALS จะใช้พื้นที่ห้องภายในเรือน้อยกว่าและสามารถส่งอากาศยานขึ้นบินที่อัตราสูงกว่า ในเวลาเดียวกันเราไม่ควรประมาทความสำคัญของบทเรียนต่างที่ตนได้รับของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน
กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนได้ปฏิบัติการเรือบรรทุกเครื่องบินมาเป็นเวลา 10ปีแล้ว และได้พัฒนาการฝึก ระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติ และสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนต่างๆ

ในหลายเดือนที่ผ่านมาล่าสุดเรือบรรทุกเครื่องบิน CV-16 Liaoning จีนได้ปฏิบัติการในน่านน้ำเปิดของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นย้ำว่ามีการส่งอากาศยานขึ้นบินจากเรือมากกว่า 100ครั้ง นี่แสดงถึงจังหวะความเร็วการปฏิบัติการที่สำคัญ 
เป็นการบ่งชึ้ถึงการเติบโตอย่างมั่นใจและน่าเชื่อถือในการแข่งขันเรือบรรทุกเครื่องบิน ในเวลาเดียวกันจีนกำลังสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนเรือบรรทุกเครื่องบินของตน ฐานทัพเรือที่ Sanya และ Yulin ใน Hainan ในทะเลจีนใต้กำลังถูกขยายขึ้น
อู่แห้งขนาดใหญ่ใหม่ที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินถูกสร้างขึ้นที่นั่น และใกล้กันที่ฐานทัพอากาศ Lingshui ซึ่งเป็นที่ตั้งอากาศยานประจำเรือบรรทุกเครื่องบินเมื่อเรือจอดเทียบท่ากำลังได้รับการปรับปรุง

เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 003 จะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำล่าสุดและดีที่สุดในประจำการของจีน เป็นที่คาดว่าจะบรรทุกเครื่องบินขับไล่ J-35 แบบใหม่ล่าสุด ที่เป็นการตอบโต้เครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/f-35c.html)
อย่างไรก็ตาม J-35 เป็นเครื่องบินขับไล่สองเครื่องยนต์ไอพ่น ซึ่งเป็นคุณลักษณะดั้งเดิมที่เป็นที่นิยมสำหรับการปฏิบัติการทางเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/fc-31.html)

นัยสำคัญของเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงที่เพิ่มขึ้นจากเรือที่มีก่อนหน้า การมีเรือบรรทุกเครื่องบินสามลำจะทำให้กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนมีขีดความสามารถการแสดงกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ในฐานะกองเรือทะเลลึก จีนจะสามารถวางกำลังกองเรือบรรทุกเครื่องบิน(CBG: Carrier Battle Group) ด้วยความถี่ที่มากขึ้นอย่างมาก มันยังจะสามารถเพิ่มจำนวนกองเรือบรรทุกเครื่องที่จะรับมือต่อสถานการณ์ นี่อาจจะเป็นความเกี่ยวเนื่องทางยุทธวิธีและยุทธศาสตร์

Andreas Rupprecht ผู้เชี่ยวชาญด้านความั่นคงและผู้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA: People's Liberation Army) เน้นว่า เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ดังกล่าวเคยมีแต่เฉพาะกับกองทัพเรือสหรัฐฯเท่านั้น
"มันเป็นก้าวย่างหลักต่อไปในการแสวงหาขีดความสามารถใหม่ๆ และการเพิ่มประสบการณ์จำนวนมากในอีกหลายปีข้างหน้า กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนตระหนักว่าตนมีการปฏิบัติการมาเพียง 10ปี 
มันไม่มีทางที่จะเปรียบเทียบได้กับองค์ความรู้และความเข้าใจของกองทัพเรือสหรัฐฯ แต่ใครก็ตามที่ต้องการจะเดินจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการคลานก่อน...และนั่นคือสิ่งที่ Type 003 เป็น"

มีการเพิ่มจำนวนขีดความสามารถเรือบรรทุกเครื่องบินขึ้นทั่วโลก กองทัพเรือสหรัฐฯยังนำเป็นที่หนึ่งในจำนวนเรือที่มากที่สุด จีนจะได้เป็นที่สองในแง่จำนวนและขนาดของเรือในการเผชิญหน้าแข่งขันกัน
สหราชอาณาจักรได้ฟื้นฟูขีดความสามารถที่ครั้งหนึ่งตนเคยเป็นผู้บุกเบิก(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/f-35.html) และฝรั่งเศสกำลังจะสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่ในระดับเดียวกับจีน(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/pang.html)
แต่จีนอาจจะไม่เสร็จสิ้นที่สามลำ ปัจจุบันมีเพียงสหรัฐฯและฝรั่งเศสเท่านั้นที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ นักวิเคราะห์ความมั่นคงกำลังจับตาสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของจีนที่จะมีตามมาหลังเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 003 ครับ

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ฟิลิปปินส์มองหางบประมาณโครงการเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ MRF

Philippines multirole fighter project seeks funding



SAAB's JAS 39C/D Gripen is a leading contender for the Philippine Air Force multirole fighter project owing to its capabilities and affordability. (Gripen International)




Philippine Air Force is also evaluating Lockheed Martin's F-16 for the programme. (Lockheed Martin)

สำนักงานประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ Rodrigo Duterte ที่กำลังพ้นตำแหน่งได้อนุมัติการจัดซื้อของโครงการเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ MRF(Multirole Fighter) ที่มีมายาวนานของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) 
อย่างไรก็ตามวงเงินงบประมาณสำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ MRF คาดว่าจะมาจากรัฐบาลชุดใหม่ของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ Bongbong Marcos(https://aagth1.blogspot.com/2018/10/blog-post_2.html)

จากการพูดคุยกับ Janes กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ยืนยันว่าโครงการเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ MRF ได้รับการอนุมัติแล้ว(http://aagth1.blogspot.com/2018/06/saab-gripen.html) 
"น่าเสียดาย มันยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดหา ณ ช่วงเวลานี้ เรื่องนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะมาจะตัดสินใจ" แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์กล่าวกับ Janes

เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับรัฐบาลฟิลิปปินส์ชุดใหม่ที่กำลังเข้ารับตำแหน่งที่จะประเมินโครงการ สัญญาจัดหาน่าจะลงนามได้อย่างเร็วที่สุดในปีหน้า 2023
"กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ได้ให้คำแนะนำและความชัดเจนไปแล้วว่าตนต้องการจะได้รับเครื่องบินเครื่องบินขับไล่ใหม่ แต่อาจจะเป็นจนถึงปี 2023 ก่อนที่มีความเคลื่อนไหวในโครงการเหล่านี้" เขากล่าว

MRF เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพฟิลิปปินส์ Horizon 2 ที่มองจะจัดหาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจจำนวน 12เครื่องสำหรับภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศและการขัดขวางทางอากาศ
หนึ่งในเงื่อนไขต่างๆของโครงการนั่นคือเครื่องบินขับไล่ต้องสามารถที่จะบูรณาการกับระบบ Radar ที่มีอยู่ที่มีพิสัยทำการที่ 250nmi(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/radar.html)

ตามข้อมูลจากอดีตรัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Delfin Lorenzana ในปี 2019 กองทัพอากาศฟิลิปปินส์กำลังประเมินค่าเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen C/D สวีเดน และเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 สำหรับโครงการ MRF
อย่างไรก็ตามตั้งแต่นั้นมาประเทศอื่นๆได้แสดงความสนใจที่จะเข้าแข่งขันในโครงการเครื่องบินขับไล่ MRF เช่นกัน(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/f-16v-block-7072.html)

ผู้บัญชาการกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ พลอากาศโท Connor Anthony Canlas Sr กล่าวกับสำนักข่าว Philippine News Agency(PNA) ของรัฐบาลฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2022 ว่า
"ตัวเลือกคือระหว่าง F-16 สหรัฐฯ และ Gripen สวีเดน มีประเทศอื่นๆที่สนใจจะเข้าร่วมแต่พวกเขายังไม่ได้ยื่นหรือส่งต่อข้อเสนอของตน สำหรับตอนนี้เรามีเพียงสองข้อเสนอเท่านั้น" เขาเสริมครับ 

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565

กองทัพอากาศไทยมีแผนจะจัดหาชุดระเบิดร่อนนำวิถีดาวเทียม KGGB เกาหลีใต้



Republic of Korea Air Force (ROKAF) was displayed its KGGB (Korean GPS Guided Bomb) along with other weapons at Seoul International Aerospace & Defense Exhibition 2021 (ADEX 2021) event during 19-24 October 2021.

Saudi Arabia known as first export customer for South Korean KGGB precision guided glide bomb in 2018.





Directorate of Armament, Royal Thai Air Force (RTAF) announced to procure 10 set of Guidance-Extended Range Kits for 500 LBs General Purpose Bomb with related equipments for 47,952,712.92 Baht or $1,395,597 on 13 June 2022.
Single source middle price (reference price) from South Korean firm LIG Nex1 Co., Ltd., indicate that RTAF likely planned to acquire KGGB kits for equipped its combat aircrafts.

ซื้อ Guidance-Extended Range Kits for 500 LB General Purpose Bomb จำนวน 10 Set พร้อมอุปกรณ์สนับสนุน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (เลขที่โครงการ : 65067246315)

website ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ(Thai Government Procurement) กรมบัญชีกลาง(CGD: Comptroller General's Department) ได้เผยแพร่เอกสารแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและรายละเอียดค่าใช้จ่ายการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๕(2022)
ถึงโครงการจัดซื้อ Guidance-Extended Range Kits for 500 LB General Purpose Bomb จำนวน 10 Set พร้อมอุปกรณ์สนับสนุน โดย กรมสรรพาวุธทหารอากาศ(Directorate of Armament) กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ซึ่งประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕
วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ๔๘,๑๔๘,๑๐๐บาท ราคากลาง(ราคาอ้างอิง) $1,395,597 หรือเท่ากับ ๔๗,๙๕๒,๗๑๒.๙๒บาท(อัตราแลกเปลี่ยน 1$=๓๔.๓๖บาท ของ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด(มหาชน) เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕)

แหล่งที่มาของราคากลาง(ราคาอ้างอิง) มีรายเดียวคือ บริษัท LIG Nex1 Co., Ltd. สาธารณรัฐเกาหลี ทำให้น่าจะบ่งชี้ได้ว่าโครงการนี้น่าจะเป็นการจัดซื้อชุดระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียม GPS(Global Positioning System) แบบ Korean GPS Guided Bomb(KGGB) สำหรับกองทัพอากาศไทย
แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกองทัพอากาศไทยหรือบริษัท LIG Nex1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐเกาหลี ไทยจะเป็นลูกค้าส่งออกรายที่สองต่อจากกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย(Royal Saudi Air Force) ที่มีรายงานในปี 2018 ว่าจัดหาระเบิดนำวิถีร่อน KGGB ไปใช้งาน
KGGB ยังน่าจะเป็นระเบิดนำวิถีดาวเทียมแบบแรกของกองทัพอากาศไทยซึ่งประกาศความต้องการของตนในต้นปี 2022 ว่ามองจะจัดหาระเบิดนำวิถีดาวเทียมเช่น JDAM(Joint Direct Attack Munition) และ SDB(Small Diameter Bomb) ของสหรัฐฯที่กองทัพสหรัฐฯใช้งานและส่งออกหลายประเทศ

ชุดระเบิดนำวิถีร่อน KGGB ที่ผลิตโดยบริษัท LIG Nex1 ออกแบบตามความต้องการที่กำหนดโดยสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) และสำนักงานการพัฒนาทางกลาโหม(ADD: Agency for Defense Development) สาธารณรัฐเกาหลี
เข้าประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) ตั้งแต่ปี 2013 ถูกทดสอบการใช้งานกับเครื่องบินรบหลายแบบตั้งแต่เครื่องบินขับไล่ F-4E, เครื่องบินขับไล่ F-5E/F, เครื่องบินขับไล่ F-16C/D, เครื่องบินขับไล่ F-15K และเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50
ตามข้อมูลจาก LIG Nex1 ระเบิดนำวิถีร่อน KGGB มีระยะยิงไกลสุดถึงราว 100km มีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้(CEP: Circular Error Probable) ที่ 13m ชุดนำวิถีประกอบด้วยชุดปีกร่อนและครีบหางสามารถติดตั้งเข้ากับลูกระเบิดทำลายอเนกประสงค์ Mk82 GP(General Purpose Bomb) ได้

คุณสมบัติสำคัญของชุดระเบิดร่อนนำวิถี KGGB คือสามารถติดตั้งใช้งานได้โดยไม่ต้องการการดัดแปลงโครงสร้างอากาศยานหรือชุดคำสั่งเพิ่มเติม โดยการบันทึกข้อมูลภารกิจล่วงหน้าให้กับอุปกรณ์หน่วยแสดงผลนักบิน Pilot Display Unit(PDU) ซึ่งนักบินจะนำไปไว้กับตนเองในห้องนักบินของเครื่อง
KGGB สามารถติดตั้งกับตำบลอาวุธของเครื่องบินรบที่จุดแข็ง(hardpoint pylon) รองรับลูกระเบิด Mk82 โดยนักบินจะทำการบินเครื่องเข้าสู่ตำแหน่งห่างจากเป้าหมายที่กำหนด PDU จะสื่อสารข้อมูลแบบไร้สาย(wireless) กับชุดปีก นักบินทำหน้าที่ปลดระเบิดที่จะนำวิถีร่อนเข้าหาเป้าหมายเอง
ทำให้อากาศยานหลายแบบของกองทัพอากาศไทยเช่นเครื่องบินขับไล่และฝึก บ.ขฝ.๒ T-50TH, เครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๙/ก F-16AM/BM EMLU(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/f-16ambm-lizard-3-amraam.html) และเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F TH สามารถใช้งานชุดระเบิดนำวิถีร่อน KGGB กับลูกระเบิดทำลาย Mk82 ที่ผลิตในไทยโดยกรมสรรพาวุธทหารอากาศได้โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงเพิ่มเป็นพิเศษครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565

จอร์แดนลงนามจดหมายตอบรับเพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16 Block 70 สหรัฐฯ 8เครื่อง

Jordan signs LOA for F-16 Block 70s
Having been approved for 16 F-16 Block 70s earlier in 2022, Jordan has now signed an LOA for eight. It is likely that these are a first batch, with another eight to follow. (Lockheed Martin)



Jordan have received its first second-hand F-16 aircraft from the United States in 1997. (Royal Jordanian Air Force)

จอร์แดนกำลังจะเข้าร่วมโครงการเครื่องบินขับไล่ F-16 Block 70/72 นานาชาติโดยบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯผู้ผลิตประกาศเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2022 ว่า
จอร์แดนได้ลงนามจดหมายตอบรับ(LOA: Letter of Acceptance) สำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16 Block 70 แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/f-16cd-block-70-16.html)

ตามการประกาศกองทัพอากาศจอร์แดน(RJAF: Royal Jordanian Air Force) จะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16 Block 70 จำนวน 8เครื่อง ที่จะสร้าง ณ โรงงานอากาศยาน Greenville ในมลรัฐ South Carolina
(Block 70 ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ General Electric F100-GE-129D มากกว่าขณะที่ Block 72 ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ Pratt & Whitney F100-PW229EEP)

"การเลือกเครื่องบินขับไล่ F-16 สร้างใหม่ขยายฝูงบิน F-16 ที่มีอยู่ของจอร์แดน นำขีดความสามารถขั้นก้าวหน้าต่างๆต่อภารกิจที่ผสมผสานด้วยค่าใช้จ่ายการปฏิบัติการและตลอดอายุการใช้งานที่เหมาะสม"
Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าว ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าวงเงินสัญญาหรือกำหนดระยะเวลาการส่งมอบเปิดเผย การลงนามจดหมายตอบรับมีขึ้นตามมาราวสี่เดือนครึ่ง

หลังจากที่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอนุมัติความเป็นไปได้ในการขายเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว F-16C Block 70 จำนวน 12เครื่องและเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-16D Block 70 จำนวน 4เครื่องแก่จอร์แดน
เครื่องบินขับไล่ F-16C/D Block 70 จำนวน 8เครื่องที่ประกาศในจดหมายตอบรับปัจจุบันน่าจะเป็นเครื่องในการจัดหาระยะแรก โดยเเครื่องเพิ่มเติมอีก 8เครื่องจะมีตามมาในระยะต่อไปภายหลัง

เครื่องบินขับไล่ F-16 เป็นแกนหลักของขีดความสามารถกำลังรบทางอากาศของจอร์แดนที่ได้รับมอบเครื่องบินมือสองชุดแรกของตนจากสหรัฐฯในปี 1997
ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศจอร์แดนมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16A/B จำนวน 61เครื่อง 

แบ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว F-16A Block 15 OCU จำนวน 43เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-16B Block 15 OCU จำนวน 18เครื่อง
ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-16A/B ของกองทัพอากาศจอร์แดนประกอบด้วยเครื่องที่จัดหาจากสหรัฐฯและที่เคยประจำการในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ที่ได้การปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid Life Update) เป็นเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM

ภาพประกอบสร้างจาก computer ที่เผยแพร่โดยบริษัท Lockheed Martin แสดงถึงเครื่องบินขับไล่ F-16D Block 70 รุ่นสองที่นั่งสำหรับจอร์แดนติดตั้งถังเชื้อเพลิงเสริมภายนอกแนบลำตัว(CFT: Conformal Fuel Tank)
พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9X Sidewinder, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง AIM-120C AMRAAM และระเบิดนำวิถีดาวเทียมและ laser แบบ GBU-54 ขนาด 500lbs รวมถึงกระเปาะชี้เป้าหมาย AN/AAQ-33 Sniper ATP ครับ

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เนเธอร์แลนด์เลือกเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium บราซิลทดแทน C-130H Hercules

Netherlands selects Millennium to replace ageing Hercules



The Netherlands is to acquire five C-390 Millennium airlifters from Brazil (pictured) to replace four C-130 Hercules that have reached the end of their service lives. (Embraer)




C-390 jet transport aircraft to replace the four US-built C-130s (pictured) that have reached the end of their service lives. (Royal Netherlands Air Force)





เนเธอร์แลนด์ได้เลือกเครื่องบินลำเลียง Embraer C-390 Millennium บราซิลเพื่อทดแทนฝูงเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130H Hercules สหรัฐฯที่มีอายุการใช้งานมานานของตน
กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ประกาศการตัดสินใจเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2022 กล่าวว่าตนจะสั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 จำนวน 5เครื่องเพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียง C-130H จำนวน 4เครื่องที่ใกล้จะสิ้นสุดอายุการใช้งาน การส่งมอบจะดำเนินการในปี 2026

"เครื่องบินลำเลียง C-130 สี่เครื่องได้ใกล้หมดอายุการใช้งาน ขั้นต้นมีความตั้งใจที่ทำการบินต่อไปจนถึงปี 2031 เป็นอย่างน้อย แต่เครื่องมีความพร้อมวางกำลังได้น้อยลงเรื่อยๆเนื่องจากข้อบกพร่องต่างๆ ดังนั้นจึงมีการตัดสินใจที่จะทดแทนพวกมันในปี 2020
แผนเริ่มต้นคือจะจัดหาเครื่องบินลำเลียงใหม่ 4เครื่องนี่ต่อมาเป็น 5เครื่อง เป็นความจำเป็นเพื่อชั่วโมงบินที่มากขึ้น ตามการอพยพล่าสุดในอัฟกานิสถานในปี 2021 และสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากในแนวตะวันออกของยุโรป" กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์กล่าว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์กำลังมองที่เพิ่มจำนวนชั่วโมงบินต่อปีจาก 2,400ชั่วโมงบินเป็น 4,000ชั่วโมงบินที่จะไม่เพียงตรงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตนแต่ยังรวมถึงประเทศต่างๆในยุโรป
"ความตั้งใจคือ C-390 ยังมีส่วนร่วมในกองบัญชาการขนส่งทางอากาศยุโรป(European Air Transport Command) C-390 เพิ่มเติมจะใช้ประโยชน์การรวมและแบ่งปันขีดความสามารถในบริบทสภาพแวดล้อมของยุโรป" กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์กล่าว

กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์เน้นในการประกาศของตนว่า เพราะการเพิ่มขึ้นของชั่วโมงบินเหล่านี้ วงเงินที่ประมาณไว้ของโครงการจัดซื้อจัดจ้างจะยังเพิ่มขึ้นด้วย
"ขั้นต้นคาดการณ์ว่าอยู่ที่ระหว่าง 250 million Euros ถึง 1 billion Euros ที่ขณะนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระหว่าง 1 billion Euros ถึง 2.5 billion Euros" กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์กล่าว

เนเธอร์แลนด์จะเป็นประเทศในยุโรปชาติที่สามที่เป็นลูกค้าของเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ต่อจากโปรตุเกสที่สั่งจัดหาจำนวน 5เครื่องโดยจะส่งมอบระหว่างปี 2023-2027(https://aagth1.blogspot.com/2019/07/embraer-kc-390.html)  
และฮังการีที่สั่งจัดหาจำนวน 2เครื่องซึ่งจะได้รับมอบในปี 2024(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/embraer-kc-390.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/11/embraer-kc-390.html)

กองทัพอากาศบราซิล(Brazilian Air Force, FAB: Força Aérea Brasileira) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ KC-390 Millennium จำนวน 28เครื่องจากบริษัท Embraer บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/embraer-kc-390.html)
เมื่อรวมกับเนเธอร์แลนด์ล่าสุดทำให้จำนวนเครื่องที่จะถูกสั่งจัดหารวมเป็น 40เครื่อง อย่างไรก็ตามในเดือนพฤศจิกายน 2021 กองทัพอากาศบราซิลประกาศว่าต้องการจะลดจำนวนเครื่องที่สั่งจัดหาของตนเหลือเพียง 15เครื่องครับ

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565

KMW เยอรมนีจัดแสดงรถเกราะสายพาน Boxer tracked

Eurosatory 2022: KMW presents tracked version of Boxer







KMW displayed a tracked version of the Boxer armoured vehicle at Eurosatory 2022. (Janes/Nicholas Fiorenza)

บริษัท Krauss-Maffei Wegmann(KMW) เยอรมนีได้จัดแสดงรุ่นรถสายพานของรถเกราะ Boxer ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Eurosatory 2022 ที่จัดขึ้นใน Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน 2022
รถเกราะสายพาน Boxer ที่ถูกจัดแสดงได้ใช้สายพานเหล็กกล้า แต่รถยังสามารถจะติดตั้งด้วยสายพานหุ้มยางเพื่อลดน้ำหนักของรถได้(https://aagth1.blogspot.com/2022/05/boxer-8x8.html)

รถเกราะสายพาน tracked Boxer มีคุณสมบัติความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่เช่นเดียวกับรถรบทหารราบ(IFV: Infantry Fighting Vehicle) ตามข้อมูลจาก KMW เยอรมนี
เหมือนรถเกราะล้อยาง Boxer 8x8 รถรุ่นสายพานสามารถจะบูรณาการด้วยชุด module ที่แตกต่างกันมากกว่า 20แบบ แต่ขนาดที่กว้างขึ้นดังนั้นห้องบรรทุกและเกราะเพิ่มเติมยังสามารถจะเพิ่มด้านข้าง

โดยการเพิ่มขยายความเป็นไปได้สำหรับการป้องกันเชิงรุก/เกราะปฏิกิริยาบน module ภารกิจและบนตัวระบบของรถเกราะสายพาน Boxer tracked เอง
รุ่นจัดแสดงในงาน Eurosatory 2022 ติดตั้งป้อมปืน remote แบบ KMW RCH120 ติดอาวุธปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบ 120mm พร้อมระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ โดยมีกระสุน 15นัดในป้อมปืนและตัวเลือกสำหรับการบรรจุอัตโนมัติจากรถแคร่ฐาน

ป้อมปืนไร้พลประจำภายในยังติดตั้งปืนกลหนักขนาด 12.7mm, อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Spike LR2, ระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System) แบบ Trophy และเครื่องยิงลูกระเบิดควัน โดยมีตัวเลือกปืนกลร่วมแกนขนาด 30mm
ชุดระบบตรวจจับ multispectral โดยเป็นอิสระจาดกล้องเล็งของพลยิงและผู้บังคับรถมอบขีดความสามารถ hunter-killer และ killer-killer แก่รถ

เปรียบเทียบรถเกราะสายพาน Boxer tracked/รถเกราะล้อยาง Boxer 8x8:  มีพลประจำรถ 2นาย+(ผบ.รถและพลขับ+อื่นๆตาม module ภารกิจ) มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่ 0.45m/0.504m น้ำหนัก(พร้อมรบ)ที่ 45 tonnes/36.5tonnes
ทำความเร็วได้ถึง 70km/h/103km/h ระยะปฏิบัติการ 500km/1,050km ข้ามน้ำได้ลึก(ไม่มีการเตรียมการ)ที่ 1.8m/1.5m ไต่ลาดชันได้ที่ 60%/60% ไต่ลาดเอียงได้ที่ 30%/30% และข้ามคูได้กว้าง 2.5m/2m ครับ

อิสราเอลเปิดตัวยานยนต์ไร้คนขับ BLR Mk 2

Eurosatory 2022: BLR Mk 2 unmanned ground vehicle breaks cover



The BLR Mk 2 at Eurosatory 2022. (Sonny Butterworth/Janes)



ระบบสาธิตวิทยาการยานยนต์ไร้คนขับ(UGV: Unmanned Ground Vehicle) แบบ BLR Mk 2 อิสราเอลได้ถูกเปิดตัวในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Eurosatory 2022 ที่ Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน 2022
ชุดภาพที่เผยแพร่ก่อนหน้าถึงยานยนต์ที่ไม่ระบุแบบที่กำลังถูกขนส่งที่ปรากฎในสื่อสังคม Online ก่อนหน้า ทำให้เกิดการคาดเดาถึงต้นกำเนิดและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ของระบบ

ในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2022 กระทรวงกลาโหมอิสราเอลยืนยันว่าระบบเป็นยานยนต์ไร้คนขับ UGV ที่ผลิตโดยบริษัท BL Advanced Ground Support Systems Ltd. อิสราเอลที่มีที่ตั้งใน Tel Aviv
การพูดคุยกับ Janes แหล่งข่าวภาคอุตสาหกรรมยืนยันว่าการเน้นย้ำภายหลังของระบบที่จัดแสดงคาดว่าน่าจะทำภารกิจการรบภาคพื้นดินและตรวจการณ์ โดยปกติในฐานะระบบแนวหน้าภายในกองกำลังยานยนต์

กระทรวงกลาโหมอิสราเอลกำหนดประเภทยานยนต์ไร้คนขับ BLR Mk 2 UGV ว่าเป็นรถรบหุ่นยนตร์ขนาดกลาง(M-RCV: Medium Robotic Combat Vehicle) แหล่งข่าวยังยืนยันว่ารุ่นบรรรทุกอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) อุทิศ ยังได้รับการพัฒนาด้วย
UGV รุ่นบรรทุก UAV อุทิศนี้จะไม่มีป้อมปืนแต่จะแทนที่ด้วยขีดความสามารถที่จะปล่อยฝูง UAV ระบบการจัดหาฝูง UAV เป็นที่เข้าใจว่าจะอยู่ในการพัฒนาโดยกระทรวงกลาโหมอิสราเอลสำหรับวัตถุประสงค์นี้

ณ งาน Eurosatory 2022 ยานยนต์ไร้คนขับ BLR Mk 2 ได้ถูกจัดถูกจัดแสดงร่วใกับเครื่องปล่อย UAV เดี่ยวและเครื่องมือรับกลับ ปืนใหญ่กล 30mm ระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System) แบบ Elbit Iron Fist 
และชุดระบบอัตโนมัติ ป้อมปืนอัตโนมัติ 30mm เป็นผลิตภัณฑ์ของกองการรถถังและรถสายพานลำเลียง(Tank and APC Directorate) กระทรวงกลาโหมอิสราเอล

ชุดระบบอัตโนมัติหรือพลยิงเสมือน 'virtual gunner' มีขีดความสามารถในการพิสูจน์ทราบ, คำนวนระยะ, ลำดับความสำคัญเป้าหมาย และเลือกอาวุธและกระสุนที่เหมาะสมเพื่อโจมตี 
การมีมนุษย์ในวงรอบการทำงาน(human-in-the-loop) จะจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากคนจริงๆระยะไกลสำหรับการใช้อาวุธโจมตีใดๆ ตามข้อมูลจากตัวแทนในภาคอุตสาหกรรมครับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565

Rheinmetall เยอรมนีเปิดตัวรถถังหลัก KF51 Panther ติดปืนใหญ่ 130mm

Eurosatory 2022: Rheinmetall unveils KF51 Panther tank with 130 mm gun











Rheinmetall unveiled its KF51 Panther MBT technology demonstrator armed with a 130 mm gun at Eurosatory 2022. (Rheinmetall)



บริษัท Rheinmetall เยอรมนีเปิดรถต้นแบบแนวคิดรถถังหลัก KF51 Panther ติดปืนใหญ่รถถังขนาด 130mm ใหม่ของตนในวันแรกของงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Eurosatory 2022 ที่จัดขึ้นใน Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน 2022
ระหว่างพิธีนำเสนอรถถังใหม่ ผู้อำนวยการบริหาร Rheinmetall เยอรมนี Armin Papperger อธิบายว่ารถถังหลัก KF51 Panther เป็น "ตัวเปลี่ยน game" ผสมผสานอำนาจการสังหาร, เกราะป้องกัน, การลาดตระเวน, การเป็นเครือข่าย และความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่

อำนาจการสังหารของรถถังหลัก KF51 Panther มาจากปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 130x850mm แบบระบบปืนยุคอนาคต Rheinmetall Future Gun System(FGS)
เพิ่มเติมด้วยปืนกลร่วมแกนขนาด 12.7x99mm สำหรับการป้องกันตัวระยะใกล้ และเพื่อต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle)

ตัวเลือกอื่นๆยังรวมถึงป้อมปืน remote(RCWS: Remote-Controlled Weapon Station) แบบ Natter พร้อมปืนกลขนาด 7.62x51mm ของ Rheinmetall
และอาวุธปล่อยอากาศยานไร้คนขับโจมตีทำลายตนเอง(loitering munition) Hero 120 ของบริษัท UVision อิสรเอลที่เป็นหุ้นส่วนกับ Rheinmetall เยอรมนี เพื่อโจมตีเป้าหมายนอกระยะมองเห็นในศูนย์เล็ง

ปืนใหญ่รถถัง FGS ขนาด 130mm สามารถยิงกระสุนพลังงานจลน์, กระสุนระเบิดแตกอากาศตั้งค่าได้ และกระสุนฝึกได้ ระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ(autoloader)ในด้านท้ายป้อมปืนบรรจุกระสุนพร้อมใช้ได้ 20นัด
เปรียบเทียบกับกระสุนจำนวน 15+27นัดในห้องเก็บกระสุนของรถถังหลัก Leopard 2(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/leopard-2-trophy-aps.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/02/trophy-aps-leopard-2.html) 

ระบบอาวุธของรถถังหลัก KF51 Panther ถูกเชื่อมโยงกล้องเล็งและระบบควบคุมการยิงของผู้บังคับรถและพลยิงผ่านระบบสถายปัตยกรรมยานยนต์ทั่วไป NATO(NGVA: NATO Generic Vehicle Architecture) แบบ digital เต็มรูปแบบของรถ
ทำให้รถถังหลัก KF51 Panther สามารถจะปฏิบัติการในรูปแบบ hunter-killer และ killer-killer ที่สนับสนุนโดยปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) ในอนาคต

Papperger กล่าวว่ารถถังหลัก KF51 Panther มีประสิทธิภาพมากกว่ารถถังหลัก(MBT: Main Battle Tank) ในปัจจุบันถึงร้อยละ50 และมีพิสัยยิงไกลกว่ามาก
ระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติทำให้พลประจำรถหนึ่งนายจากทั้งหมด 4นายเป็นอิสระจากหน้าที่พลบรรจุเพื่อที่จะทำหน้าที่อื่น อย่างเช่นการปฏิบัติงานระบบย่อยหรือสามารถจะรองรับตำแหน่งผู้บังคับการกองร้อยรถถังหรือกองพันรถถังได้ครับ