วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566

Aeronautics อิสราเอลเปิดตัวอากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV ใหม่

Paris Air Show 2023: Aeronautics unveils Orbiter 5 UAV



The Orbiter 5 UAV was displayed fitted with Bird Aerosystems Micro Maritime Patrol Radar (MPR) and a Controp EO/IR payload. (Janes/Amit Lidor/GEOFFROY VAN DER HASSELT via Getty Images)



บริษัท Aeronautics อิสราเอลเปิดตัวอากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV(Unmanned Aerial Vehicle) ใหม่ของตน ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Paris Air Show 2023 ที่ Le Bourget ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 19-25 มิถุนายน 2023
Dan Slasky ผ้อำนวยการบริหารบริษัท Aeronautics กล่าวกับ Janes และตัวแทนสื่ออื่นๆว่า Orbiter 5 ได้ถูกพัฒนาเพื่อมอบขีดความสามารถอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE: Medium-Altitude, Long-Endurance) UAV ในระบบทางยุทธวิธี

และอากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV มีวัตถุประสงค์สำหรับภารกิจข่าวกรอง, ตรวจการณ์, ตรวจจับเป้าหมาย, และลาดตระเวน(ISTAR: Intelligence, Surveillance, Target Acquisition, and Reconnaissance)
การติดตั้งอากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV ต้องการเพียงประแจหกเหลี่ยม Allen key หนึ่งอัน และถูกปล่อยจากระบบรางดีด catapult ส่งขึ้นบินที่ติดตั้งบนยานพาหนะ

Orbiter 5 UAV ติดตั้งเครื่องยนต์กำลัง 11hp จากบริษัท Zanzottera Technologies ในเครือบริษัท Aeronautics ซึ่งผลิตกำลังไฟฟ้าได้ถึง 600W และทำให้ระบบสมรรถนะสูงต่างๆอย่างเช่น radar จะสามารถบูรณาการเข้ากับระบบได้ 
Orbiter 5 UAV มีความจุภารกรรมบรรทุกที่ 25kg มีระยะเวลาทำการบินได้นานสุดที่มากกว่า 25ชั่วโมง และสามารถทำการบินปฏิบัติการได้สูงที่ 18,000ft Slasky กล่าว

การบินเป็นเวลา 25ชั่วโมงหรือมากกว่ามีความเป็นไปได้เมื่ออากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV ติดตั้งน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่เพียง 10kg เท่านั้น Slasky เสริม
บริษัท Aeronautics ได้รับคำสั่งจัดหาที่สำคัญสองรายแล้วสำหรับ Orbiter 5 UAV และกำลังอยู่ในขั้นตอนการส่งมอบอากาศยาน Slasky กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/dp6-pathum-4.html)

Slasky ไม่สามารถที่จะให้ความเห็นได้ว่าระบบอากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV สามารถจะติดตั้งด้วยอาวุธได้หรือไม่ แม้ว่าเขาได้เน้นว่าขีดความสามารถการบินขึ้นลงทางดิ่ง(VTOL: Vertical Take-Off and Landing)กำลังอยู่ในแผนเส้นทางการออกแบบสำหรับตัวอากาศยาน 
การสาธิตของอากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV ได้รับการวางแผนจะมีขึ้นภายในสิ้นปี 2023 นี้ และต้นปี 2024(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/aeronautics-trojan.html)

อากาศยานไร้คนขับ Orbiter 5 UAV ที่จัดแสดงในงาน Paris Air Show 2023 ได้รับการติดตั้งด้วย radar ตรวจการณ์ทางทะเลแบบ Micro Maritime Patrol Radar(MPR) ของบริษัท Bird Aerosystems อิสราเอล
และกล้องตรวจการณ์ electro-optical/infrared(EO/IR) ของบริษัท Controp อิสราเอลในส่วนบรรทุกของตัวอากาศยานครับ

วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เบลเยียมเข้าร่วมโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต FCAS/SCAF ในฐานะชาติผู้สังเกตการณ์

Paris Air Show 2023: Belgium joins FCAS/SCAF as observer nation




A model of the New Generation Fighter element of the wider FCAS/SCAF programme at the Paris Air Show 2023. Belgium announced that it is to join the programme in an observer capacity. (Janes/Gareth Jennings)

เบลเยียมเข้าร่วมกับฝรั่งเศส, เยอรมนี และสเปนในโครงการระบบการรบทางอากาศอนาคต FCAS/SCAF(Future Combat Air System/Système de Combat Aérien du Futur)
โดยรัฐมนตรีกลาโหมเบลเยียม Ludivine Dedonder กล่าวว่า เบลเยียมจะมีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ในโครงการ FCAS/SCAF(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/fcas.html)

การประกาศตรงกับงานแสดงการบินนานาชาติ Paris Air Show 2023 ที่ Le Bourget ฝรั่งเศส ข้อตกลงได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2023 โดยรัฐมนตรีกลาโหมเบลเยียม Dedonder ให้หลังหลายวันที่มีการคาดการณ์ว่า
เบลเยียมได้ตัดสินใจจะเป็นหุ้นส่วนกับประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดในยุโรป มากกว่ากับอิตาลี, ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรในโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก(GCAP: Global Combat Air Programme)(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/gcap.html)

"ฉันยินดียิ่งที่เยอรมนี, ฝรั่งเศส และสเปนต้อนรับเบลเยียมในฐานะผู้สังเกตการณ์ต่อโครงการ FCAS/SCAF ด้วยการเข้าร่วมโครงการ เราสามารถทำให้บริษัทต่างๆของเราจะยังคงอยู่ในแถวหน้าของนวัตกรรม
ขณะที่มีผลกระทบเชิงบวกเกี่ยวกับการจ้างงาน และเรากำลังเสริมความแข็งแกร่งของการป้องกันยุโรป!" Dedonder กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/lockheed-martin-f-35a.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/06/tempest.html)

ตามการกล่าวในแถลงการณ์ ความเคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของหลายการขับเคลื่อนโดยเบลเยียมที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับนวัตกรรม, การวิจัย และวิทยาการในอีกหลายปีกข้างหน้าที่จะมาถึงเพื่อจะส่งเสริมไม่เพียงแต่ความมั่นคงของตนและยุโรปเท่านั้น แต่ยังจะช่วยเหลือการกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศด้วย ในเรื่องนี้ ยุทธศาสตร์กลาโหม, อุตสาหกรรม และการวิจัย(DIRS: Defence, Industry, and Research Strategy) ได้รับการพัฒนาภายใต้การนำของสถาบันป้องกันประเทศขั้นสูง(Royal Higher Defence Institute, IRSD: Institut royal supérieur de défense)

ยุทธศาสตร์กลาโหม, อุตสาหกรรม และการวิจัย DIRS ตั้งเป้าที่จะพัฒนาและรวบรวมความแข็งแรงพื้นฐานทางอุตสาหกรรมและวิทยาการป้องกันประเทศ(DTIB: Defence Industrial and Technological Base) กระทรวงกลาโหมเบลเยียมกล่าว
เสริมว่าโครงการ FCAS/SCAF เป็นหนึ่งใน 15 ภาคส่วนพื้นที่ทางวิทยาการ ซึ่งเบลเยียมมีความประสงค์จะเข้าไปลงทุนในฐานะส่วนหนึ่งของนโยบาย DIRS ของตน

แกนหลักของโครงการ FCAS/SCAF คือระบบอาวุธยุคหน้า NGWS(Next-Generation Weapon System) ที่ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF(New Generation Fighter), ระบบไร้คนขับบรรทุกระยะไกล RC(Remote Carrier) คู่บินภักดี loyal wingman และระบบเครือข่าย cloud การรบ CC(Combat Cloud) 
ตามที่มีการเผยแพร่ล่าสุด เครื่องบินต้นแบบสาธิตของเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF มีกำหนดที่จะทำการบินในปี 2029 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/dassault-fcas.html)

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566

Lockheed Martin ทำแผนเส้นทางปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์ตระกูล Black Hawk ถึงปี 2070 และเพิ่มสายการผลิตที่โปแลนด์

Paris Air Show 2023: Lockheed Martin maps out Black Hawk upgrade path to 2070



With the Black Hawk still being built by PZL Mielec in Poland (pictured) and by Sikorsky in the US, parent company Lockheed Martin and the US Army have mapped out an upgrade path to keep the helicopter in operational service through to 2070. (PZL Mielec/Lockheed Martin)

Paris Air Show 2023: PZL Mielec prepared to increase Polish Black Hawk production to meet demand



The PZL Mielec facility in Poland could ramp up production to meet growing international demand for the Black Hawk helicopter. (Lockheed Martin)

บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้ทำแผนเส้นทางการปรับปรุงที่จะทำให้เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดกลางตระกูล S-70 Black Hawk ยังคงประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) และลูกค้าส่งออกนานาชาติไปจนถึงปี 2070
การพูดคุยกับ Janes และสื่อความมั่นคงอื่นๆก่อนหน้างานแสดงการบินนานาชาติ Paris Air Show 2023 ในต้นเดือนมิถุนายน 2023 Anthony Tite หัวหน้าฝ่ายการพัฒนาธุรกิจของบริษัท Lockheed Martin UK สาขาสหราชอาณาจักรกล่าวว่า

แม้ว่าจะมีอายุการใช้งานภายใต้เข็มขัดของมันมาถึงครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม เฮลิคอปเตอร์ Black Hawk จะเดินหน้าที่ยังคงประจำการเป็นเวลาต่อไปอีกครึ่งศตวรรษภายใต้แผนที่ร่างเค้าโครงโดยกองทัพบกสหรัฐฯ
"Black Hawk ได้ผ่านมาแล้ว 50ปี และต่อไปอีก 50ปีข้างหน้า มันเป็นเฮลิคอปเตอร์ครึ่งอายุ!" Tite กล่าว เพื่อจะบรรลุเป้าหมายนี้ Lockheed Martin จะดำเนินแผนการปรับปรุงและทำให้ทันสมัยอย่างครอบคลุม

บริษัท Lockheed Martin จะดำเนินการผ่านในเครือของตนคือบริษัท Sikorsky สหรัฐฯ และบริษัท PZL Mielec โปแลนด์ ตามลำดับ องค์ประกอบสำคัญซึ่ง Tite ร่างเค้าโครงระหว่างการให้ข้อมูลสื่อ ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิตของ PZL Mielec 
เฮลิคอปเตอร์ตระกูล Black Hawk เข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯในปี 1978 ตั้งแต่นั้นมารุ่น  EH-60A, EH-60L, UH-60A, UH-60L, UH-60V, UH-60M และ HH-60M ได้รับการพัฒนาผ่านมาสามยุคของวิทยาการและขีดความสามารถต่างๆ ตามที่กำหนดโดย Lockheed Martin สหรัฐฯ

บริษัท PZL Mielec โปแลนด์ในเครือบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ สามารถเพิ่มสายการผลิตของเฮลิคอปเตอร์ตระกูล S-70 Black Hawk ณ โรงงานของตนทางตอนใต้ของโปแลนด์เพื่อที่จะให้ตรงความต้องการที่เติบโตขึ้นของนานาชาติสำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดกลาง
Piotr Niedbała ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและโครงการกล่าวว่า บริษัท PZL Mielec มีศักยภาพสามารถเพิ่มสายการผลิตเป็นสองเท่าที่โรงงาน Mielec จากอัตราปัจจุบันที่เฮลิคอปเตอร์ 24เครื่องต่อปีเพื่อให้ตรงความต้องการ แม้ว่านี่จะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

"ตอนนี้มันมีความต้องการอย่างมหาศาลสำหรับเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk และลูกค้าของเราทุกรายต้องการเฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาตั้งแต่เมื่อวานนี้มากกว่าที่จะเป็นวันพรุ่งนี้
การเพิ่มอัตราการผลิตเป็นสองเท่ามาความเป็นไปได้ แต่มันต้องการการดัดแปลงสายการสั่งการและการอนุมัติ มันสามารถทำให้เสร็จได้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย" Niedbała กล่าวเสริม

ตั้งแต่สายการผลิตเฮลิคอปเตอร์ตระกูล Black Hawk เริ่มดำเนินการที่ Mielec โปแลนด์ในปี 2009 เฮลิคอปเตอร์จำนวน 90เครื่องได้ถูกส่งมอบแล้วแก่ บรูไน, ชิลี, โคลอมเบีย, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, โรมาเนีย, ซาอุดีอาระเบีย, ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/blog-post.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/12/blog-post.html), ตุรกี และสหรัฐฯ 
Niedbala เน้นว่าสายการผลิตของเครื่องที่ 130 ได้ดำเนินการแล้วในหลายห่วงโซ่อุปทานที่ส่วนใหญ่อยู่ในโปแลนด์ทั่วทั้งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่รู้จักในชื่อหุบเขาการบิน(Aviation Valley)

ปัจจุบัน PZL Mielec กำลังสร้างเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป S-70i Black Hawk สำหรับกองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) โดย 16เครื่องได้รับการส่งมอบแล้วใน Lot 1 และ Lot 2 ประกอบเพิ่มเติม 32เครื่อง,

โรมาเนีย โดยข้อตกลงกรอบการทำงานสำหรับเฮลิคอปเตอร์ 12เครื่อง และ 7เครื่องได้รับการลงนามสัญญาแล้ว และโปแลนด์ โดยหน่วยรบพิเศษโปแลนด์ได้รับมอบแล้ว 4แล้ว และจะได้รับอีก 4เครื่อง
ขณะที่ตำรวจโปแลนด์ได้รับมอบแล้ว 5เครื่องและจะได้รับมอบอีก 2เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/sikorsky-s-70i-black-hawk.html)

วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เยอรมนีจะจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM และ Arrow อิสราเอล

Germany to procure Arrow, IRIS-T air-defence systems



The Bundestag's budget committee on 14 June approved the procurement of six IRIS-T SLM ground-based air defence systems and the Arrow Weapon System and Arrow 3 missiles for the Bundeswehr. (Diehl/IAI)

คณะกรรมาธิการงบประมาณของรัฐสภาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี(Bundestag) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2023 ได้อนุมัติการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน(GBAD: Ground-Based Air Defence) 
แบบ IRIS-T SLM(InfraRed Imaging System Tail Surface Launched Medium Range) จำนวน 6ระบบ และระบบอาวุธป้องกันภัยทางอากาศ Arrow Weapon System(AWS) รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถี

เยอรมนีวางแผนที่จะลงนามจดหมายแสดงเจตจำนง(letter of commitment) กับรัฐบาลอิสราเอลภายในสิ้นปี 2023 เกี่ยวกับการจัดหาระบบอป้องกันภัยทางอากาศ AWS และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Arrow 3
โดยวางแผนที่จะมีความพร้อมการปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ภายในไตรมาสที่สี่ของปี 2025 กระทรวงกลาโหมเยอรมนีกล่าวใน website ของตนเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2023

เรื่องนี้จะต้องการให้รัฐบาลอิสราเอลจะทำการชำระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและว่าจ้างการสร้างขีดความสามารถทางการผลิต "ในเวลาที่เหมาะสม" เร่งความเร็วกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายใน 6เดือนตามข้อมูลกระทรวงกลาโหมเยอรมนี
การจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ Arrow มุ่งเป้าที่จะอุดช่องว่างขีดความสามารถของเยอรมนีในการป้องกันอาวุธปล่อยนำวิถีในดินแดนของตนทั้งประชากรและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Arrow จะเสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศ NATO ตามที่กระทรวงกลาโหมเยอรมนีเน้นว่า 
ระบบ AWS ประกอบด้วยที่บังคับการและควบคุม, ระบบ radar, แท่นยิง และอาวุธปล่อยนำวิถี และมีขีดความสามารถในการตรวจจับและสกัดกั้นขีปนาวุธและทำลายพวกมันที่นอกชั้นบรรยากาศโลกด้วยขีดความสามารถพุ่งชนเพื่อสังหาร(hit-to-kill)

กระทรวงกลาโหมเยอรมนีกล่าวว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T เป็นระบบที่ได้รับการพิสูจน์การรบในยูเครน ซึ่งมันถูกใช้ในการป้องกันประชาชนพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานจากการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย
กองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) กำลังฝึกกำลังพลทางทหารของยูเครนเกี่ยวกับระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T ในเยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/iris-t-slm.html)

คณะกรรมาธิการงบประมาณรัฐสภาเยอรมนีได้อนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณวงเงินถึง 950 million Euros(มากกว่า $1 billion) ของงบประมาณพิเศษ Zeitenwende วงเงิน 100 billion Euros ที่ได้รับการอนุมัติหลังรัสเซียรุกรานยูเครน
ในการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน IRIS-T รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถี, การตรวจสอบคุณสมบัติ และการรับรอง โดยการส่งมอบระบบจะเริ่มต้นในปี 2024 ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ข้อตกลงกลาโหมญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ส่งสัญญาณการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งใน ASEAN

Japan, Singapore deal signals Tokyo's deeper ASEAN engagement







Both Japan and Singapore plan to acquire the Lockheed Martin F-35B short take-off and vertical landing (STOVL) aircraft. (Lockheed Martin Aeronautics)

ข้อตกลงการค้ากลาโหมใหม่ของญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ที่ลงนามในต้นเดือนมิถุนายน 2023 เป็นการบ่งชี้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นใน Tokyo กำลังพยายามที่จะขยายความสัมพันธ์ด้านยุทโธปกรณ์และวิทยาการกลาโหม กับกลุ่มประเทศทั่วภูมิภาค ASEAN เอเชียตะวันตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร
กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับ Janes ยืนยันว่า ข้อตกลงใหม่ของญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ซึ่งมีชื่อว่าข้อตกลงการถ่ายทอดยุทโธปกรณ์และวิทยาการกลาโหม(Transfer of Defense Equipment and Technology Agreement) นั้น

ทั้งสองประเทศกำลังแสวงหาการสำรวจโอกาสที่จะร่วมมือเกี่ยวกับการวิจัย, การพัฒนา และการผลิตของขีดความสามารถการป้องกันประเทศ โฆษกของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นไม่ได้เปิดเผยภาคส่วนที่น่าจะมีความร่วมมือภายใต้ข้อตกลง
อย่างก็ตามส่วนเหล่านี้น่าจะรวมถึงวิทยาการต่างๆที่ไม่ใช่อาวุธเพื่อการสังหาร(non-lethal) ที่เกี่ยวกับ การรักษาความปลอดภัยทางทะเล, การลาดตระเวน, การตรวจการณ์, การสื่อสาร, การนำร่อง และการส่งกำลังบำรุง

ยังมีความเป็นควมร่วมมือจะมีคุณสมบัติขีดความสามารถการซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) เครื่องบินขับไล่
กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF: Japan Air Self-Defense Force) วางแผนที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II จำนวน 147เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/f-15j-f-35b.html)

F-35 ของญี่ปุ่นมีผสมกันด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35A รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing) และเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off Vertical Landing)(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/f-35b-izumo.html) 
สิงคโปร์วางแผนจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B จำนวน 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/f-35b-stovl.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/02/f-35b-8.html)

ข้อตกลงทวิภาคีใหม่ระบุว่าญี่ปุ่นและสิงคโปร์จะสร้างความพร้อมต่อแต่ละฝ่ายในด้านยุทโธปกรณ์และวิทยาการกลาโหมที่ "มีความจำเป็นในการดำเนินการ" ในโครงการร่วมต่างๆ
เสริมว่า "โครงการดังกล่าวเหล่านั้นอาจจะเป็นเพื่อการส่งเสริมต่อสันติภาพและความมั่นคงนานาชาติ, โครงการวิจัย พัฒนา และผลิตร่วม หรือการเพิ่มขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ"

ภายใต้ข้อตกลงทั้งสองประเทศจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อจะกำหนดโครงการความร่วมมือต่างๆ ข้อตกลงซึ่งดำเนินการขั้นต้นเป็นระยะเวลา 5ปีก่อนที่จะมีตัวเลือการขยายเวลาออกไป ยังห้ามประเทศต่างๆจากการแบ่งวิทยาการที่พัฒนาร่วมกันใดๆกับบุคคลที่สาม(third party) ด้วย
ข้อตกลงนี้ทำให้กองทัพสิงคโปร์(SAF: Singapore Armed Forces) มีตัวเลือกมากขึ้นที่จะตรงความต้องการฝึกและการปฏิบัติการของตน หลายประเทศใน ASEAN รวมถึงไทยยังได้ลงนามข้อตกลงนี้กับญี่ปุ่นด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/blog-post.html)

วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2566

อินโดนีเซียลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5 กาตาร์มือสอง

Indonesia signs contract to acquire Qatar Mirage 2000 fleet







Indonesia's planned acquisition of 12 Dassault Mirage 2000-5s from Qatar is intended to prevent the decline of the Indonesian Air Force's combat capabilities. 
This photo was taken in 2011, when the Qatar Emiri Air Force Mirages were part of the international military operation in Libya. (Louisa Gouliamaki/AFP via Getty Images)

กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้ลงนามสัญญาที่จะจัดหาฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Dassault Mirage 2000-5 ทั้งหมด 12เครื่องของกองทัพอากาศกาตาร์(QEAF: Qatar Emiri Air Force)
การจัดซื้อจัดจ้างได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการในสื่อของรัฐบาลอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2023 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/mirage-2000.html)

ทางการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้อ้างตามที่กล่าวว่าการจัดซื้อจัดจ้างจะเป็นการป้องกันการลดลงของประสิทธิภาพทางการรบของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)
ตามข้อมูลสื่อรัฐบาลอินโดนีเซีย สัญญาขายและจัดซื้อของการจัดซื้อจัดจ้างเป็นวันที่ 31 มกราคม 2023 แหล่งข่าวกล่าวกับ Janes ว่าการจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ที่ $734.5 million

"(วงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร)นั้นเป็นเงินกู้ต่างประเทศซึ่งได้รับการอนุมัติโดยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังอินโดนีเซียปีที่แล้ว(2022)" แหล่งข่าวเสริม
กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียประกาศราคาการซื้อเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5 ที่วงเงิน 733 million Euros($792.7 million) และบริษัท Excalibur International AS สาธารณรัฐเช็กอยู่ในฐานะผู้ส่งมอบ 

การจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5 จะได้รับงบประมาณผ่านเงินกู้ Janes ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า กระทรวงการคลังอินโดนีเซียได้เห็นชอบการอนุมัติในเดือนพฤศจิกายน 2022 ที่จะขอรับเงินกู้ต่างประเทศถึง $3.9 billion
วงเงินนี้จะถูกใช้ในสามข้อเสนอที่แยกจากกันเพื่อจะดำรงขีดความสามารถทางการรบของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย รวมถึงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000 จากกองทัพอากาศกาตาร์ 

และเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Dassault Rafale ระยะที่สอง จำนวนระหว่าง 12-18เครื่องสำหรับกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/rafale-6-2026.html)
Janes เข้าใจว่าสัญญานี้รวมเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Mirage 2000-5EDA ทั้ง 9เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ฝึกสองที่นั่ง Mirage 2000-5DDA ทั้ง 3เครื่องของกองทัพอากาศกาตาร์

กองทัพอากาศกาตาร์เป็นลูกค้าส่งออกรายที่สองสำหรับเเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5DA จำนวน 12เครื่องในปี 1994 ซึ่งถูกทดแทนด้วยเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 36เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/06/rafale.html)
ตามที่กองทัพอากาศอินโดนีเซียไม่เคยมีเครื่องบินรบจากฝรั่งเศสประจำการมาก่อน เครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5 จำนวน 12เครื่องมือสองจากาตาร์น่าจะถูกใช้เป็นเครื่องคั่นระยะก่อนการรับมอบเครื่องบินขับไล่ Rafale ชุดแรกจำนวน 6เครื่องในปี 2026 ครับ

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566

อังกฤษปลดประจำการเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules หลังประจำการรุ่นแรกเมื่อ 56ปีก่อน

RAF retires Hercules after 56 years







One of the three Hercules that took part in the type's farewell flypast manoeuvres through the Welsh valleys as the trio made their way around the UK. (Crown Copyright)







กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) ได้ปลดประจำการเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130 Hercules เครื่องสุดท้ายของตน
เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการสิ้นสุดการประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรมา 56ปี ด้วยการทำการบินผ่านรอบสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2023

โดยการสวนสนามการปลดประจำการอย่างเป็นทางการได้ถูกจัดขึ้น ณ ที่ตั้งของฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules ที่ฐานทัพอากาศ RAF Brize Norton ใน Oxfordshire เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2023
เครื่องบินลำเลียง C-130J-30 C4 สามเครื่องจากจำนวน 14เครื่องสุดท้ายที่ยังอยู่ในประจำการ ทำการบินเหนือแคว้น England, Northern Ireland, Scotland และ Wales เพื่อปิดฉากการปฏิบัติการที่ถูกยืดอายุการใช้งานมานานมากกว่าห้าทศวรรษ

การปรากฎตัวต่อสาธารณะครั้งสุดท้ายของเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรจะเป็นการบินผ่านในพิธีฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระราชาธิบดี Charles III ในวันที่ 17 มิถุนายน 2023
เครื่องบินลำเลียงตระกูล Hercules เข้าประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรครั้งแรกในรุ่นเครื่องบินลำเลียง C-130K รูปแบบสำหรับสหราชอาณาจักรโดยเฉพาะในเดือนตุลาคม 1966

เครื่องบินลำเลียง C-130K ได้ถูกเลิกใช้งานแล้ว และควรจะถูกทำการบินต่อด้วยรุ่นมาตรฐานเครื่องบินลำเลียง C-130J/C-130J-30 ที่ใหม่กว่าไปจนถึงปี 2035(https://aagth1.blogspot.com/2019/02/c-130j-2027.html)
อย่างไรก็ตามสมุดบัญชาการกลาโหม(Defence Command Paper) ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2021 นำวันการปลดประจำการเร็วขึ้นเป็นปี 2023 ด้วยเหตุผลด้านงบประมาณ(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/c-130j-e-3d.html)

ด้วยการปลดประจำการก่อนหน้าของรุ่นเครื่องบินลำเลียง C-130J C5 ได้ถูกจัดหาไปใช้ต่อโดยบาห์เรน, บังคลาเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2018/05/c-130j-2.html) และสหรัฐฯ
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเปิดเผยล่าสุดว่าความสนใจของนานาชาติในรุ่นเครื่องบินลำเลียง C-130J-30 C4 มีมาจาก 15ประเทศที่แตกต่างกัน รวมถึง 11ชาติสมาชิก NATO ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/c-130j-hercules.html)

Lockheed Martin สหรัฐฯเริ่มการสร้างเครื่องบินขับไล่ F-35A ของเบลเยียม

Lockheed Martin begins Belgian F-35 build



Belgian Air Chief Major General Thierry Dupont signed the bulkhead of the first of Belgium's F-35As while visiting Lockheed Martin's Fort Worth factory on 5 June. (Belgian Air Component)




Belgium selected the F-35A as its F-16s replacement in October 2018. (Belgian Air Component)

บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เริ่มต้นการสร้างเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เครื่องแรกสำหรับเบลเยียม ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ของตนในมลรัฐ Texas
กองทัพอากาศเบลเยียม(BAC: Belgian Air Component) ประกาศเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2023 โดยเผยแพร่ภาพพลอากาศตรี Thierry Dupont ลงนามบนชิ้นส่วนแผงกั้นหัวเครื่อง(bulkhead) ของเครื่องบินขับไล่ F-35A รหัส AY-01 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2023

เหตุการณ์สำคัญนี้จะมีตามมาด้วยการประกอบเครื่องบินขับไล่ F-35A หลายเครื่อง ก่อนหน้าการส่งมอบให้กองทัพอากาศเบลเยียมในเดือนธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/f-35a.html)
กองทัพอากาศเบลเยียมจะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A Block 4 รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing) จำนวน 34เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องแรกที่ได้รับการสร้างในโครงการสายการผลิต lot 15 ถึง lot 17

เบลเยียมได้เลือกเครื่องบินขับไล่ F-35A ในฐานะการทดแทนเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon ของตนในเดือนตุลาคม 2018(https://aagth1.blogspot.com/2018/10/f-35a-f-16.html)
นักบินเบลเยียมและเจ้าหน้าที่สนับสนุนปฏิบัติการเบลเยียมได้เริ่มต้นการฝึกกับเครื่องบินขับไล่ F-35A ในสหรัฐฯในปี 2022 โดยช่างเทคนิคจะได้รับการฝึกตามมาในปี 2023

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces เครื่องบินขับไล่ F-35A ของกองทัพอากาศเบลเยียมควรจะเริ่มต้นการนำเข้าประจำการได้ในในปี 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/f-35-technology.html)
และขีดความสามารถความพร้อมการปฏิบัติการพื้นฐาน(basic operational capability) และการบินขึ้นสกัดกั้นฉับพลัน(QRA: Quick Reaction Alert) มีกำหนดที่จะบรรลุผลขีดความสามารถในปี 2025

ปี 2025 นี้เป็นเป็นปีเดียวกับระหว่างที่เครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 4เครื่องแรกของกองทัพอากาศเบลเยียมมีกำหนดจะเดินทางมาถึง ณ Florennes
ความพร้อมการปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ซึ่งเชื่อมโยงกับขีดความสามารถที่จะดำเนินการปฏิบัติการวางกำลังนอกที่ตั้งแบบจำกัดถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นในกลางปี 2027

และความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) จะเป็นในปลายปี 2030 เมื่อการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A แก่เบลเยียมได้เสร็จสิ้นลง
เบลเยียมยังได้รับการอนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลางเพิ่มขยายระยะยิง Raytheon AIM-120C-8 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM และเครื่องบินขับไล่ F-35A ของตนจากสหรัฐฯด้วยครับ