วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เกาหลีเหนือทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก

North Korea commissions first Choe Hyon-class destroyer as Kim signals naval nuclearisation







Choe Hyon , seen here during its commissioning ceremony on 23 June 2026. (KCNA)



สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (หมายเลขเรือ 51) โดยผู้นำสูงสุดของประเทศ Kim Jong‑un
ได้ใช้พิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาต Choe Hyon เพื่อส่งสัญญาการเข้าใกล้การเป็นกองกำลังนิวเคลียร์ของกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy) และเปลี่ยนผ่านจากการวางตัวการป้องกันชายฝั่งเพียงอย่างเดียว

ในสุนทรพจน์ของเขา ณ พิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (51) ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un กล่าวว่า
กองทัพเรือประชาชนเกาหลีกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กองกำลังที่ติดตั้งด้วยขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ต่างๆ เน้นย้ำว่าโครงการที่จะติดอาวุธนิวเคลียร์แก่กองทัพเรือประชาชนเกาหลีกำลังมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน

Kim Jong-un ยังบ่งชี้ว่าบทบาทภารกิจของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีจะขยายไปนอกเหนือการป้องกันชายฝั่ง ระบุว่ากองทัพเรือประชาชนเกาหลีจะได้รับภารกิจที่จะปฏิบัติการในน่านน้ำต่างๆที่ซึ่งทรัพยากรทางทหารต่างๆของฝ่ายตรงข้ามได้ถูกวางกำลัง
และเพื่อจะดำเนินภารกิจป้องกันล่วงหน้า(pre-emptive) ต่างๆ พิธีขึ้นระวางประจำการเป็นเครื่องหมายถึงจุดสูงสุดของกระบวนการการพัฒนาที่ได้เรือพิฆาต Choe Hyon เดินหน้าอย่างรวดเร็วจากการปล่อยเรือสู่การทดสอบการปฏิบัติการ

เรือพิฆาต Choe Hyon ได้ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/choe-hyon.html) แต่ในเดือนมีนาคม 2026 เรือได้แสดงขีดความสามารถภารกิจการโจมตีหลักของตน
โดยการดำเนินการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนหลายนัดพร้อมกันอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/choe-hyon-2.html) ส่งสัญญาณว่าระบบการรบต่างๆและการบูรณาการระบบอาวุธต่างๆของเรือได้กำลังบใกล้พร้อมปฏิบัติการ 

นอกเหนือจากพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาต Choe Hyon เอง สุนทรพจน์ของ Kim Jong-un ได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเข้าสู่ทิศทางของยุทธศาสตร์ทางทะเลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
Kim Jong-un ทราบดีว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีปัจจุบันขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับเรือรบขนาดใหญ่ อธิบายถึงการก่อสร้างของฐานทัพเรือสมัยใหม่ต่างๆในฐานะความต้องการเร่งด่วน

Kim Jong-un ยังตอกย้ำซ้ำถึงความทะเยอทะยานต่างๆที่จะขยายกองเรือของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีด้วยเรือรบผิวน้ำขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงเรือลาดตระเวนขนาดระวางขับน้ำ 10,000tonne
และเขายังระบุว่าการปฏิบัติการทางเรือในอนาคตต่างๆจะถูกเพิ่มขยายไปนอกเหนือจากภูมิภาค(คาบสมุทรเกาหลี-เอเชียตะวันออกไกล)ด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศเยอรมนีนำเฮลิคอปเตอร์โจมตีเบา H145M LKH สองเครื่องแรกจาก 10เครื่องเข้าประจำการ

Luftwaffe inducts first H145M LKH special forces helicopters





The Luftwaffe announced on 24 June 2026 that the first two of 10 H145M LKH helicopters for its special operations forces (SOF) have been delivered into Laupheim Air Base. (Luftwaffe)

กองทัพอากาศเยอรมนี(German Air Force, Luftwaffe) ได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปรุ่นโจมตีเบา Airbus Helicopters H145M LKH(Leichter Kampfhubschrauber) จำนวน 2เครื่องแรกจาก 10เครื่อง
สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ(SOF: Special Operations Forces) ของกองทัพอากาศเยอรมนีเข้าประจำการแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/h145m-lkh.html

กองทัพอากาศเยอรมนีประกาศเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ว่า เฮลิคอปเตอร์ H145M LKH สองเครื่องแรกได้ถูกส่งมอบให้แก่ฐานทัพอากาศ Laupheim ในตอนใต้ของเยอรมนีแล้ว
"การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามแผน! ขีดความสามารถใหม่ต่างๆสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเรา! เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปโจมตีเบาปฏิบัติการพิเศษ H145M LKH SOF สองเครื่องแรกได้ลงจอดใน Laupheim วันนี้"

"เฮลิคอปเตอร์โจมตีเบานี้จะสนับสนุนความพร้อมการปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษของเรา ที่มีคุณลักษณะนวัตกรรมวิทยาการระบบตรวจจับ, การเชื่อมโยงสมัยใหม่ และระบบอาวุธความแม่นยำสูง 
ด้วยเฮลิคอปเตอร์นี้ เรากำลังขยายขอบเขตขีดความสามารถต่างๆของเราสำหรับสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการสมัยใหม่ เพื่ออำนาจการโจมตีที่มหาศาลกว่า, ความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น, และประสิทธิภาพการปฏิบัติการที่เพิ่มขยายขึ้น! พร้อมที่จะปกป้อง! พร้อมที่จะต่อสู้!" กองทัพอากาศเยอรมนีกล่าว

เฮลิคอปเตอร์ H145M LKH เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งจัดหาสำหรับจำนวน 62เครื่อง(ภายหลังเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 82เครื่อง) ที่สั่งจัดหาในเดือนธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/h145m-62.html) สำหรับกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) 
โดยเฮลิคอปเตอร์ H145M LKH จำนวน 72เครื่องจะถูกจัดหาให้แก่กองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer) และจำนวน 10เครื่องให้แก่หน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพอากาศเยอรมนี

ในเดือนพฤศจิกายน 2024 บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปได้ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ H145M LKH ชุดแรกให้แก่ศูนย์การฝึกเฮลิคอปเตอร์นานาชาติ(International Helicopter Training Centre) ของกองทัพบกเยอรมนี ที่ Bückeburg ในตอนเหนือของเยอรมนี
การส่งมอบของเฮลิคอปเตอร์ H145M LKH ระยะแรกจำนวน 62เครื่องมีกำหนดที่จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/airbus-h145m-lkh.html)

ขณะที่ไม่มีการเปิดเผยสำหรับกำหนดการเสร็จสิ้นการส่งมอบระยะต่อไปที่เป็นขยายเป็นจำนวน 82เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ H145M LKH จะเข้าร่วมเฮลิคอปเตอร์ H145M จำนวน 15เครื่องที่ใช้ปฏิบัติการโดยหน่วยรบพิเศษ KSK(Kommando Spezialkräfte) 
และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดเบา H145 LUH(Light Utility Helicopter) จำนวน 9เครื่อง (โดยคาดว่าจะมีการสั่งจัดหาเพิ่มเติม) ที่กองทัพบกเยอรมนีใช้ในภารกิจค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search-and-Rescue) ครับ

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ฮังการีรับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C สวีเดน 2เครื่องสุดท้ายครบ 18เครื่อง

Hungary receives final Gripen combat aircraft







With deliveries of the follow-on batch now complete, Hungary fields 18 Gripen C/D combat aircraft. (Saab/Hungarian Air Force)



ฮังการีได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Saab Gripen C จำนวน 2เครื่องสุดท้ายจากสวีเดนตามชุดใหม่ที่ตนสั่งจัดหาในปี 2024 แล้ว บริษัท Saab สวีเดนประกาศเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026
เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Gripen C จำนวน 2เครื่องเป็นเครื่องชุดหลังต่อจาก 2เครื่องแรกที่ฮังการีได้รับมอบเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html

เครื่องบินขับไล่ Gripen C จำนวน 4เครื่องเพิ่มเติมได้ถูกสั่งจัดหาสำหรับกองทัพอากาศฮังการี(HuAF: Hungarian Air Force) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/gripen-c-4.html)
โดยเครื่องบินขับไล่ Saab Gripen C/D จำนวน 14เครื่องได้ถูกเช่าจากสวีเดนในปี 2001 และเข้าประจำการในกองทัพอากาศฮังการีในปี 2006(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/gripen-e.html

กองทัพอากาศฮังการีขณะนี้มีประจำการเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D รวมทั้งหมดจำนวน 18เครื่อง ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Gripen C จำนวน 16เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen D จำนวน 2เครื่อง ที่จะปกป้องและป้องกันน่านฟ้าของฮังการีและกลุ่มชาติ NATO 
แม้ว่าจะไม่ถูกกล่าวถึงในการประกาศเครื่องบินขับไล่ Gripen C เพิ่มเติม 4เครื่องเหล่านี้เป็นมาตรฐานชุดคำสั่ง MS20 Block 2 ล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุงต่อฝูงเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ที่มีอยู่ของกองทัพอากาศฮังการีแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/gripen-cd-ms20-block-2.html

มาตรฐาน MS20 Block 2 นี้รวมถึงการปรับปรุงต่อ radar แบบ Saab PS-05/A Mk4 ทั้งระยะการติดตามเป้าหมายอากาศสู่อากาศและสมรรถนะโดยรวม, การเพิ่มขยายขีดความสามารถเครือข่าย Link 16 datalink เช่นเดียวกับการติดตั้งระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification, Friend-or-Foe) มาตรฐาน NATO Mode 5 ล่าสุด 
มาตรฐาน MS20 Block 2 ทำให้ฮังการีสามารถที่จะเลือกระบบอาวุธต่างๆได้อย่างหลากหลาย รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Diehl IRIS-T(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/diehl-defence-iris-t.html

และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/meteor-gripen-e.html), 
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง RTX AIM-120C-8 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile)(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html),

ระเบิดนำวิถี laser และดาวเทียม Raytheon GBU-49 Paveway, และการปรับปรุงกระสุนเจาะเกราะแบบแตกหักได้ DM113 FAP(Frangible Armour Piercing) สำหรับปืนใหญ่อากาศ Mauser BK27 ขนาด 27mm ของเครื่องบินขับไล่ Gripen C
กองทัพอากาศฮังการีประจำการเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D จากสวีเดนของตนทั้ง 18เครื่องในฝูงบินขับไล่ที่ 101/1 'Puma' ของกองพลน้อยบินที่101(101st Aviation Brigade) ที่มีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Kecskemét ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เยอรมนียกเลิกโครงการเรือฟริเกต F126 6ลำในความชื่นชอบแบบเรือ MEKO A-200 แทน 8ลำ

Germany cancels F126 programme, favours MEKO A-200 instead





A computer generated image of TKMS' MEKO A-200 frigate design. (TKMS)

กองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) ได้ยกเลิกโครงการเรือฟริเกตสงครามปราบเรือดำน้ำ F126 ASW(anti-submarine warfare) ที่มีปัญหาแล้ว ตามประกาศของตนในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026
ในฐานะการทดแทนเรือฟริเกตชั้น F126 จำนวน 6ลำ กองทัพเยอรมนีกล่าวว่าตนจะได้รับมอบเรือฟริเกตอเนกประสงค์ผสมผสาน MEKO A-200 DEU(Multi-purpose Combination, MEKO: Mehrzweck-Kombination A-200 Deutschland) จำนวนถึง 8 ลำแทน

ตามแผนของกระทรวงกลาโหมเยอรมนี(Federal Ministry of Defence, BMVg: Bundesministerium der Verteidigung) ขณะที่การดำเนินการต่างๆยังไม่บรรลุผลเสร็จสิ้น(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/kurs-marine-2025.html
กองทัพเยอรมนีเสริมว่า "ดังนั้นกระทรวงกลาโหมเยอรมนีต้องการที่จะนำเสนอหลักเกณฑ์พื้นฐานการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU แก่คณะกรรมาธิการงบประมาณของรัฐสภาเยอรมนี(Bundestag) โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

เรือฟริเกตหลายลำที่ใช้แบบเรือฟริเกตตระกูล MEKO A-200 อยู่ในประจำการประเทศต่างๆแล้วรวมถึงกองทัพเรือแอลจีเรีย(ANF: Algerian Naval Force) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Erradii จำนวน 2ลำ,
กองทัพเรืออียิปต์(Egyptian Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Al-Aziz จำนวน 4ลำ โดยกำลังสั่งจัดหาเพิ่ม 2ลำที่ลำสุดท้ายคาดว่าจะต่อในอียิปต์ และกองทัพเรือแอฟริกาใต้(South African Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Valour จำนวน 4ลำ

กองทัพเยอรมนีประมาณการณ์ราคาการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU สำหรับกองทัพเรือเยอรมนี(German Navy, Deutsche Marine) จำนวน 4ลำแรกที่วงเงินราว 6.3 billion Euros($7.1 billion)
ตัวเลือกสำหรับเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU เพิ่มเติมจำนวน 4ลำน่าจะเริ่มเปิดการดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2026 โดยมีราวที่วงเงินราว 5.3 billion Euros (รวม 8ลำที่ราว 11.6 billion Euros) กองทัพเยอรมนีเสริม

กองทัพเยอรมนีเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้กับ "ในคำสั่งจัดหา" ที่วงเงิน 18  billion Euros ซึ่งตนกล่าวว่าถูกใช้ในการจัดซื้อเรือฟริเกตชั้น F126 จำนวน 6ลำมีความเป็นได้ว่าจะมีราคาสูงถึงขนาดนั้น
แบบเรือฟริเกต MEKO A-200 ถูกออกแบบโดยบริษัท TKMS เยอรมนี บริษัทกล่าวกับ Janes ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ว่า "เราเริ่มต้นการทำงานขั้นต้นย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2026..."

"TKMS จะส่งมอบเรือฟริเกต F128 (MEKO A-200 DEU) ลำแรกแก่กองทัพเรือเยอรมนีในปี 2029 การประกาศที่จะจัดซื้อเรือฟริเกตจำนวน 4ลำอยู่ในระยะแรก ด้วยตัวเลือกที่จะจัดหาเพิ่มเติมอีก 4ลำ
เปิดโอกาสความเป็นไปได้ของการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมการต่อเรือของเยอรมนี เรากำลังเปิดรับการหารือกับหุ้นส่วนภาคอุตสาหกรรมต่างๆของเรา" บริษัท TKMS กล่าวในแถลงการณ์ที่มอบให้แก่ Janes

เรือฟริเกตชั้น Niedersachsen(Type 126/F126) จำนวน 6ลำ ได้รับการประกาศสัญญากับบริษัท NVL Group เยอรมนี(Lürssen Defence เดิม) และบริษัท Damen Shipyards Group เนเธอร์แลนด์ในเดือนมิถุนายน 2020
เรือลำแรกของชั้นเรือฟริเกต F226 FGS Niedersachsen ที่กำลังถูกสร้างตามพิธีตัดเหล็กในเดือนธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/f126.html) และพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนมิถุนายน 2024

เรือฟริเกต F126 ทั้ง 6ลำเดิมได้รับการสร้างในเยอรมนีทั้งหมดที่อู่เรือ Blohm+Voss ใน Hamburg และอู่เรือ Peene-Werft ของบริษัท NVL Group ใน Wolgast เช่นเดียวกับอู่เรือของบริษัท German Naval Yards เยอรมนีใน Kiel
ตามแผนเดิมเรือฟริเกต F126 ความยาวตัวเรือ 166m และระวางขับน้ำถึง 10,000tonnes คาดว่าเรือลำแรกจะเริ่มต้นการทดลองเรือในทะเลในปี 2027 โดยมองจะส่งมอบในปี 2028 เรือทั้ง 6ลำมีกำหนดจะส่งมอบครบภายในหลังปี 2033 ครับ

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

โปแลนด์ยืนยันแผนจัดหาเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT

Poland confirms planned MRTT procurement




A NATO MRTT was displayed at the ILA Berlin Airshow 2026 adorned in a German flag. Poland is set to become the latest customer for the tanker-transport aircraft, with procurement talks now in their final stages. (Airbus)

โปแลนด์กำลังอยู่ในขั้นระยะสุดท้ายของการเจรจาการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus Defence and Space(DS) A330 MRTT(Multi Role Tanker Transport) ยุโรป
รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Władysław Kosiniak-Kamysz ยืนยันเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/airbus-a330-mrtt.html)

รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Kosiniak-Kamysz กล่าวว่าการหารือได้มีขึ้นเพื่อจะจัดหาเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT ที่ไม่ระบุจำนวน
ผ่านโครงการสนับสนุนทางการเงินการดำเนินการด้านความมั่นคง(SAFE: Security Action for Europe) ของสหภาพยุโรป(EU: European Union)(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/nordic-airbus-a330-mrtt.html)

เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT เหล่านี้จะทำให้กองทัพอากาศโปแลนด์(Polish Air Force, ISP: Inspektorat Sił Powietrznych) จะสนับสนุนการปฏิบัติการที่ดีขึ้นแก่ทั้ง
ฝูงเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/mlu-f-16v-48.html) และเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35PL (F-35A) Husarz(ทหารม้า Hussar ในภาษาโปแลนด์) ที่ได้รับมอบล่าสุดของตน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35pl-husarz-3-32.html)

"เบื้องหน้าของเราคือการเจรจาขั้นสุดท้ายในการจัดซื้อเครื่องบิน Airbus A330 MRTT สำหรับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการการดำเนินการด้านความมั่นคง SAFE ของโปแลนด์
ขอบคุณพวกมัน ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35 ของเราจะสามารถที่จะปฏิบัติการมาเพิ่มเติมมากขึ้น, ยาวนานขึ้น และมีประสิทภาพที่มากขึ้นอย่างมหาศาล นี่เป็นหนึ่งในขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้ที่เพิ่มขยายความแข็งแกร่งของกองทัพโปแลนด์อย่างแท้จริง!"

รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Kosiniak-Kamysz กล่าวก่อนหน้าการเดินทางเยือนสเปนที่ซึ่งเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT ถูกสร้างขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/airbus-a330-mrtt-3.html
Kosiniak-Kamysz ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT ที่คาดว่าจะถูกจัดหาหรือกำหนดวันส่งมอบที่คาดไว้ และไม่ได้กล่าวว่าเมื่อไรที่เขาคาดว่าสัญญาจะบรรลุผลเสร็จสิ้น

โดยที่กองทัพอากาศโปแลนด์กำลังจัดลำดับความสำคัญการปรับปรุงโครงสร้าง(recapitalisation) ของทรัพยากรการรบแนวหน้าของตนตลอดหลายปีที่ผ่านมาล่าสุด(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/aim-120d-3-amraam-f-35a.html)
ความสนใจขณะนี้กำลังหันไปสู่การพัฒนาระบบสนับสนุนต่างๆเหล่านั้นที่กองทัพอากาศโปแลนด์สามารถทำได้แต่ไม่เคยมีระบบเหล่านั้นมาก่อนแต่ดั้งเดิม รวมถึงการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/airbus-a330-mrtt-nato.html)

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Lockheed Martin สหรัฐฯเปิดตัวระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยางอเนกประสงค์ HIMARS FLEX

Eurosatory 2026: Lockheed Martin launches HIMARS FLEX





Lockheed Martin has launched HIMARS FLEX, pictured left to right with 12 GMLRS, eight PAC-3s, and four PrSM. (Lockheed Martin, Bloomberg via Getty Images)

บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯเปิดตัวระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS(High Mobility Artillery Rocket System) FLEX เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026
Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวในสื่อประสัมพันธ์ว่าระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX จะใช้ 'ระบบนิเวศวิทยาการ FLEXFires' ใหม่ของตน

ระบบนิเวศ FLEXFires ใหม่จะมอบทางเลือกระสุนใหม่และความเป็นอิสระต่างๆ ทำให้มีขีดความสามารถภารกิจที่มากขึ้นขณะที่ยังคงความแม่นยำของระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS
บริษัท Lockheed Martin กล่าวว่าระบบ HIMARS FLEX ซึ่งมีพื้นฐานจากระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS ซึ่งได้รับการพิสูจน์ในสนามรบแล้ว โดยถูกใช้งานเป็นระยะเวลามากกว่า 2.5ล้านชั่วโมงทั่วโลก

บริษัท Lockheed Martin เสริมว่าระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX เป็นระบบที่สามารถทำงานร่วมกันได้ ด้วยขีดความสามารถที่จะใช้กระสุนต่างๆร่วมกันในคลังแสงต่างๆ
และบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการควบคุมการยิงร่วมต่างๆของ NATO ได้(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/cv90-mkiv-m142-himars-3.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/08/m142-himars-4.html)

จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX สามารถใช้จรวดพื้นสู่พื้น GMLRS(Guided Multiple Launch Rocket Systems), จรวดพื้นสู่พื้นรุ่นเพิ่มระยะยิง ER GMLRS,
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น PrSM(Precision Strike Missile)(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/prsm-m142-himars.html), ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นทางยุทธวิธี ATACMS(Army Tactical Missile System)(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/m142-himars-42.html),

และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Patriot Advanced Capability-3(PAC-3)(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/patriot-pac-3.html) Lockheed Martin สหรัฐฯได้จัดแสดงแบบจำลอง mock-up ของจรวดพื้นสู่พื้น ER GMLRS และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น PrSM
ที่ส่วนจัดแสดงของตน ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา

บริษัท Lockheed Martin กล่าวว่าระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX อยู่ในรูปแบบกระเปาะคู่ เพิ่มอำนาจการยิงเชิงรุกของระบบเป็นสองเท่าและกำหนดตั้งค่ารูปแบบระบบสำหรับการป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธปล่อยนำวิถี
ด้วยการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Patriot PAC-3 และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ IFPC(Indirect Fire Protection Capability)(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/iron-dome.html)

Carolyn Orzechowski รองประธานแผนกอาวุธยิงความแม่นยำสูง, แท่นยิง และอาวุธปล่อยนำวิถี precision fires, launchers, and missiles ของ Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวกับ Janes ในงาน Eurosatory 2026 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ว่า
การบรรจุอาวุธของระบบ HIMARS FLEX ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าคือ Patriot PAC-3 จำนวน 8นัด, PrSM จำนวน 4นัด, GMLRS/ER GMLRS จำนวน 12นัด, และ ATACMS จำนวน 2นัด พร้อมขีดความสามารถในการยิงตัวสกัดกั้น(interceptor) IFPC ได้จำนวน 12นัดหรือมากกว่าครับ

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ถูกสั่งจัดหาโดยแองโกลาและลูกค้าใหม่ที่ไม่เปิดเผยในอเมริกาเหนือ

Aero Vodochody secures first African, North America customer for L-39 Skyfox





With the latest announcement, Aero Vodochody has now secured sales for its L-39NG Skyfox in Africa, Asia, Europe and North America. (Aero Vodochody)

บริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้รับสัญญาการขายเป็นลูกค้าใหม่แรกของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox ของตนแก่ประเทศในแอฟริกาและในอเมริกาเหนือ
Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 กล่าวว่าสองสัญญาใหม่จะได้เห็นบริษัทเพิ่มเติมต่อการขายที่ได้รับสัญญาจากประเทศในยุโรปและเอเชียแล้ว

"ด้วยการลงนามสัญญาใหม่ต่างๆนี้ เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox กำลังเข้าสู่สองทวีปเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับยุโรปและเอเชียขณะนี้เครื่องบินจะยังปฏิบัติการในแอฟริกาและอเมริกาเหนือ
ทั้งสองคำสั่งซื้อได้มีผลใช้งานแล้ว เครื่องบินอยู่ในสายการผลิตแล้วและจะถูกส่งมอบตามกำหนดการที่ตกลงไว้ สัญญาใหม่ยังมีความหมายว่าขีดความสามารถการผลิตของบริษัท Aero ได้ถูกเติมเต็มจนถึงไตรมาสสองของปี 2027"

สัญญาสำหรับลูกค้าใหม่รายแรกในแอฟริกา เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox จำนวน 4เครื่องจะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศแองโกลา(Angolan Air Force) ตามที่เน้นในการประกาศ
กองทัพอากาศแองโกลาตัดสินใจที่จะจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox สร้างใหม่แทนการซ่อมคืนสภาพ(refurbishing) เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Albatros รุ่นเก่ากว่าของตน

สำหรับสัญญาลูกค้าใหม่รายแรกในอเมริกาเหนือเป็นลูกค้าพลเรือนที่ไม่เปิดเผยโดยมีประสบการณ์การใช้งานเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Albatros อยู่แล้วและจะได้รับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ที่ไม่เปิดเผยจำนวน
ลูกค้าที่ไม่ระบุรายนี้อาจจะเป็นบริษัท Airborne Tactical Advantage Company(ATAC) สหรัฐฯ, บริษัท Draken International สหรัฐฯ, บริษัท Jet Warbird Center สหรัฐฯ, หรือโรงเรียนนักบินทดสอบ National Test Pilot School ในสหรัฐฯ, หรือบริษัท AEX Skyline แคนาดา

ในจำนวนกิจการเอกชนต่างๆเหล่านี้ Draken International สหรัฐฯน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดตามที่มีข้อตกลงความร่วมมือก่อนหน้ากับ Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กสำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ในอเมริกาเหนือ
บริษัท Aero Vodochody ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าวงเงินหรือกำหนดการส่งมอบสำหรับทั้งสองสัญญาของแองโกลาและลูกค้าที่ไม่เปิดเผยในอเมริกาเหนือ(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/l-39ng-l-39-skyfox.html)

ลูกค้าของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox ในยุโรปรวมถึง LOM Praha รัฐวิสาหกิจด้านการบินของสาธารณรัฐเช็กสำหรับการฝึกนักบินของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády Ceské Republiky)
(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aero-vodochody-l-39-skyfox.html) และกองทัพอากาศฮังการี(HuAF: Hungarian Air Force, Magyar Légierő)(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/l-39ng.html)

ขณะที่ลูกค้าส่งออกในเอเชียคือและกองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ที่เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา L-39 Skyfox ใหม่จะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39C รุ่นเก่าซึ่งเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1980
โดย Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox จำนวน 12เครื่องที่เวียดนามสั่งจัดหาแล้วในเดือนมีนาคม 2025 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/l-39-skyfox-12.html)

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียมองจะบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีสำหรับเรือดำน้ำ Scorpene ที่จะจัดหาเพิ่ม 2ลำจากที่สั่งแล้ว 2ลำรวม 4ลำ

Indonesia eyes missile integration for follow-on Scorpene submarines





A Naval Group Scorpene submarine model on display on Naval Group's stand during Euronaval 2024, LAAD 2025, and Indo Defence 2025. (Naval Group, Dimitar Dilkoff / NurPhoto via Getty Images)

เรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่ที่คาดหวังไว้ในอนาคตของอินโดนีเซียอาจจะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบสำหรับขีดความสามารถการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีจากท่อยิง torpedo ตั้งแต่เริ่มต้น
ได้รับการสนับสนุนโดยการขยายขีดความสามารถการบูรณาการะบบเรือดำน้ำต่างๆของ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

การพูดคุยกับ Janes ระหว่างการให้สัมภาษณ์ล่าสุดในมหานคร Surabaya ผู้อำนวยการบริหารของ PT PAL อินโดนีเซีย Kaharuddin Djenod กล่าวว่านี่จะทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียใน Jakarta
มีตัวเลือกในการบูรณาการการใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีเข้ากับการสร้างและรูปแบบพื้นฐานของเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำต่อๆไปที่จะถูกสั่งจัดหาตามมาแทนที่จะเก็บมันไว้ในฐานะขีดความสามารถแฝงหรือเลื่อนออกไปก่อน

ขีดความสามารถดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตระกูลเรือดำน้ำ Scorpène ซึ่งได้รับการออกแบบมายาวนานที่จะวางกำลังใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ได้
อย่างเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากใต้น้ำ MBDA Exocet SM39(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/exocet-scorpene-kasturi-lekiu.html) เพิ่มเติมจาก torpedo หนักขนาด 533mm

อย่างไรก็ตามโครงการส่งออกต่างๆในปัจจุบันและในอดีตที่ผ่านมารวมถึงสัญญาเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) 
ไม่ได้รวมการบูรณาการและการรับรองอย่างเต็มรูปแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ใต้น้ำไว้ในสัญญาพื้นฐานเสมอไป(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ใต้ฉากหลังนี้ความเห็นของ Djenod ได้ตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียอาจจะมองที่จะสร้างความมั่นใจว่าเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่จะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีอย่างเต็มรูปแบบ
เข้ากับสถาปัตยกรรมระบบการรบตั้งแต่ต้น รวมถึงระบบควบคุมการยิง, ชุดคำสั่ง software, และงานการรับรองที่จำเป็น Djenod กล่าวว่าขีดความสามารถการบูรณาการระบบต่างๆที่เติบโตขึ้นของ PT PAL อินโดนีเซียจะสนับสนุนการเข้าถึงนี้

PT PAL อินโดนีเซียได้สร้างความคืบหน้าการขยายบทบาทของตนในการบูรณาการระบบการรบ รวมถึงงานที่จะนำระบบ torpedo เบาพัฒนาในประเทศมาใช้งานกับระบบเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/pt-pal-ksot.html)
สร้างบนพื้นฐานของขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้ PT PAL อินโดนีเซียคาดที่จะเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติมของขีดความสามารถการบูรณาการต่างๆของตนภายใต้โครงการเรือดำน้ำต่างๆในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/type-039a-3.html)

ทำให้สร้างความเป็นไปได้ในความต้องการต่างๆในการบูรณาการระบบอาวุธที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นที่จะได้รับการดำเนินการภายในอินโดนีเซีย นี่จะทำให้เรือดำน้ำต่างๆในอนาคตสามารถที่จะวางกำลังด้วยขีดความสามารถต่างๆดังกล่าว
เมื่อถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรืออินโดนีเซีย มากกว่าที่จะต้องพึ่งพาการปรับปรุงต่างๆที่จะตามมาภายหลังหรือการตัดสินใจต่างๆต่อการจัดซื้อจัดจ้างระบบอาวุธต่างๆแยกออกไปต่างหาก Djenod เสริมครับ