วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินสหรัฐฯใกล้เสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านฝูงบินรบเป็นเครื่องบินขับไล่ F-35 ทั้งหมด

USMC tactical aviation transition plan nears finish line



An F-35C Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 314 landing on USS Abraham Lincoln (CVN 72). (3rd Marine Aircraft Wing)




An F-35B Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 121 takes off from USS Tripoli (LHA 7). (1st Marine Aircraft Wing)

นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) กำลังอยู่ในกระบวนการการเปลี่ยนผ่านโดยคราวๆราวสองในสามไปสู่ "ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าทั้งหมด" ที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II
ตามข้อมูลจาก พันเอก(USMC Colonel) Thomas Bolen หัวหน้ากองระบบสงครามทางอากาศการบินทางยุทธวิธี(AWS-TACAIR: Air Warfare Systems-Tactical Air) กองการบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMCA: US Marine Corps Aviation)

ฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR เก้าฝูงบินได้เข้าสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) กับเครื่องบินขับไล่  F-35 Lightning II แล้ว โดยเพิ่มเติมอีกสามฝูงบิน
"กำลังมุ่งไปสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา FOC โดยเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" พันเอก Bolen กล่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 ระหว่างนิทรรศการสันนิตบาตนาวี Navy League Sea Air Space 2026

ในด้านระบบอากาศยานรบแบบก่อนหน้าต่างๆของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฝูงบินเครื่องบินโจมตี McDonnell Douglas AV-8B Harrier II ถูกระบุว่า "ถึงเวลาอำลาการปลดประจำการในอีกสองสามเดือนข้างหน้า"(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/av-8b-harrier-ii-plus.html)
โดยยังมีเหลืออีกสามปีข้างหน้าสำหรับฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18 Hornet ในรุ่นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F/A-18A และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D ก่อนที่เครื่องบินเหล่านี้จะถูกปลดประจำการ พันเอก Bolen กล่าว

อัตราจัดกำลังทางหมดของฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯปัจจุบันมีอากาศยานในประจำการ 225เครื่อง โดยมีแผนที่จะเพิ่มเป็นทั้งหมด 250เครื่องภายในสิ้นปี 2026 นี้ ก่อนมุ่งไปสู่อัตรากำลังรบในอนาคตจำนวน 420เครื่อง
ประกอบด้วยฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing)(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/lockheed-martin-f-35-191-2025.html)

และฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35C รุ่นใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน(CV: Carrier Variant)(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) ตามข้อมูลที่ พันเอก Bolen กล่าว
"ตามที่เราเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะสุดท้ายของแผนการเปลี่ยนผ่านของเรา โดยพื้นฐานแล้วเรากำลังเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจะสร้างความมั่นใจว่าเรากำลังสร้างสมดุลขีดความสามารถการตอบสนองภาวะวิกฤตด้วยความพยายามการปรับปรุงความทันสมัย" หัวหน้า TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯกล่าว

เครื่องบินขับไล่ F-35B จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินโจมตี AV-8B ในการวางกำลังบนเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ทั้งเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Wasp และเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์จู่โจมชั้น America
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-35C จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ในการวางกำลังบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/laser-nimitz.html) และเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินไทยจะจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จาก Chaiseri ไทยเพิ่มเติม








The AWAVs (Armoured Wheeled Amphibious Vehicles) 8x8 of Royal Thai Marine Corps (RTMC) in actions during late 2025. (Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy)
Naval Acquisition Management Office (NAMO), Royal Thai Navy (RTN) issued announcement of winner of bidding for new lot of Armoured Wheeled Amphibious Vehicle (AWAV) 8x8 is Thai defence vehicle firm Chaiseri metal & rubber Co. Ltd. for 503,980,000 Baht ($15,586,448.35) on 24 April 2026. 

จัดหารถหุ้มเกราะล้อยาง (8X8) ชนิดลำเลียงพล (AWAV)
ปีงบประมาณ 2569 วงเงินงบประมาณ : 503,980,000.00 บาท วิธีเฉพาะเจาะจง
สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ วันที่ประกาศ 24 เม.ย. 2569

ประกาศ กองทัพเรือ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง (๘x๘) ชนิดลำเลียงพล โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ตามที่กองทัพเรือได้มีหนังสือเชิญชวนสำหรับซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง (๘x๘) ชนิดลำเลียงพล โดยวิธีเฉพาะเจาะจง นั้น
รถถัง จำนวน ๑ งาน ผู้ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด (ส่งออก,ขายส่ง,ขายปลีก,ให้บริการ, ผู้ผลิต) 
โดยเสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น ๕๐๓,๙๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยสามล้านเก้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวง
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๙

กองทัพเรือเสริมศักยภาพยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก เตรียมจัดหา AWAV 8x8 ฝีมือคนไทย หนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการพึ่งพาตนเอง
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงถึงความจำเป็นในการจัดหารถยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ AWAV 8x8 เพิ่มเติม จากบริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ว่าเป็นการดำเนินการต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเรือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนด้านตะวันออกในปัจจุบัน 
การป้องกันอธิปไตยทางทะเล และการตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมถึงภารกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ยานเกราะ AWAV 8x8 ได้รับการออกแบบโดยทีมวิศวกรคนไทย และผลิตโดยแรงงาน รวมถึงเครื่องมือเครื่องจักรภายในประเทศ สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการใช้วัสดุภายในประเทศในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่าการผลิต 
อันเป็นการสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางอุตสาหกรรมในระยะยาว
ตัวรถเป็นระบบขับเคลื่อน 8x8 มีความคล่องตัวสูง สามารถปฏิบัติการได้ในทุกภูมิประเทศ รองรับการปฏิบัติการร่วมกับเรือยกพลขึ้นบก (LPD) ของกองทัพเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ด้านการป้องกันและอำนาจการยิง AWAV มีมาตรฐานการป้องกันกระสุนและแรงระเบิดตามเกณฑ์ STANAG พร้อมติดตั้งปืนกลและระบบควบคุม อีกทั้งยังติดตั้งระบบสื่อสารซึ่งสามารถเชื่อมโยงเข้ากับโครงข่ายสื่อสารทางทหารของกองทัพเรือได้อย่างสมบูรณ์ ยานเกราะดังกล่าวยังผ่านมาตรฐานด้านความคงทนต่อสภาพแวดล้อมตาม MIL-STD ซึ่งเป็นมาตรฐานทางทหารสากล 
สะท้อนถึงความพร้อมในการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อมการรบ ทั้งในทะเลและบนบก
กองทัพเรือได้จัดหารถ AWAV เข้าประจำการแล้วจำนวน 7 คัน และจากผลการใช้งานพบว่าสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อมรบสูง และตอบสนองต่อภารกิจได้ตรงตามความต้องการของหน่วยปฏิบัติ จึงมีความจำเป็นในการจัดหาเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดกำลังและรองรับแผนการปฏิบัติการในอนาคต
การจัดหา AWAV เพิ่มเติมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยกระดับขีดความสามารถของกองทัพเรือเท่านั้น แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยอย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรไทยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของชาติทั้งในมิติทางทหารและเศรษฐกิจ
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
27 เมษายน 2569

Website จัดซื้อจัดจ้างของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ได้เผยแพร่เอกสารประกาศโดย สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ สยป.ทร.(NAMO: Naval Acquisition Management Office) เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026) เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง (๘x๘) ชนิดลำเลียงพล โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 
ผู้ชนะคือ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย เป็นวงเงิน ๕๐๓,๙๘๐,๐๐๐บาท($15,586,448.35) โฆษกกองทัพเรือไทย พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ ได้แถลงการณ์ยืนยันตามมาเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๙ ว่าเป็นการจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) เพิ่มเติม

กองทัพเรือไทยได้จัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จำนวน ๗คัน เข้าประจำการ ณ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๗(2024)(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8-chaiseri.html)
ตลอดปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) เป็นต้นมานาวิกโยธินไทยได้วางกำลังรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ของตนในการฝึกต่างๆทั้งการฝึกภายในกองทัพเรือไทยและนาวิกโยธินไทย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/awav-8x8.html) และการฝึกร่วมผสมนานาชาติกับมิตรประเทศต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/awav-8x8-cobra-gold-2025.html)

นาวิกโยธินไทยยังได้นำรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ของตนในการปฏิบัติการจริงตั้งแต่ภารกิจการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief) น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติภารกิจภาคสนารมจริงครั้งแรกของรถรบหุ้มเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกที่ผลิตในไทยรุ่นนี้
ต่อเนื่องด้วยจัดกำลังเป็นส่วนหนึ่งของ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ฉก.นย.(Marine Task Force) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กปช.จต.(Chanthaburi and Trat Border Defence Command) ในการผลักดันขับไล่กองทัพต่างชาติออกจากพื้นที่อธิปไตยของไทยที่ชายแดนจังหวัดตราดช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ นับเป็นการรบจริงครั้งแรกของรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8

รถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 มีพลประจำรถ ๓นาย สามารถลำเลียงกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ได้ ๑๑นาย, ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลกำลัง 711hp ทำความเร็วบนถนนได้ที่ 105km/h และระบบขับเคลื่อน water jet ทำความเร็วขณะลอยตัวในน้ำได้ที่ 13km/h ติดตั้งระบบอาวุธคือป้อมปืน remote(RWS: Remote Weapon Station) แบบ Guardian 1.5 จากบริษัท Escribano Mechanical and Engineering(EM&E) สเปน พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7mm และเครื่องยิงลูกระเบิดควันขนาด 76mm 
ไม่มีการระบุว่าการจัดหารถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 เพิ่มเติมล่าสุดนี้มีจำนวนรวมทั้งหมดกี่คัน แต่จากวิเคราะห์จากการจัดหาระยะแรก จำนวน ๗คันที่วงเงิน ๔๔๘,๐๐๐,๐๐๐บาท($12,918,115) ราคาต่อหน่วยคันละ ๖๔,๐๐๐,๐๐๐บาท($1,845,445) ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023) และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเข้าใจว่าน่าจะอยู่จำนวนระหว่าง ๖-๘คันครับ

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569

อิตาลีจะปรับปรุงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง PPA ทุกลำเป็นมาตรฐานการรบเต็มรูปแบบ

Italy to upgrade all PPA vessels to full combat configuration





PPA Domenico Millelire (P 436) for the Italian Navy, one of the ships always intended to be in full combat configuration, is expected to be delivered in 2026. (Italian Navy)

องค์การความร่วมมืออาวุธยุทโธปกรณ์ร่วม(OCCAR: Organisation for Joint Armament Co-operation, Organisation Conjointe de Coopération en matière d’Armement) ยุโรป 
ดำเนินการในนามของอิตาลีได้เห็นชอบการแก้ไขสัญญากับกิจการค้าร่วม(consortium)ชั่วคราวของบริษัท Fincantieri อิตาลี และบริษัท Leonardo อิตาลี

ที่จะปรับปรุงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA(Pattugliatore Polivalenti d'Altura)/MPCS(Multi-Purpose Combat Ship) ชั้น Paolo Thaon di Revel ทุกลำของกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare) 
เป็นมาตรฐานระบบการรบเต็มรูปแบบ(Full Combat System) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA ที่ถูกสั่งจัดหาแล้ว 7ลำ มี 4ลำที่ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรืออิตาลีแล้วคือ

ลำแรก เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P430 ITS Paolo Thaon di Revel และลำที่สอง เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P431 ITS Francesco Morosini ที่อยู่ในรูปแบบเบา(light) 
ลำที่สาม เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P432 ITS Raimondo Montecuccoli ที่อยู่ในรูปแบบเบาบวก(light plus) เรือสามลำเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุงเป็นรูปแบบการรบเต็ม(full combat)

ลำที่สี่(เดิมควรจะเป็นลำที่ห้า) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P434 ITS Giovanni delle Bande Nere อยู่ในรูปแบบการรบเต็มอยู่แล้ว เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA สามลำที่ยังไม่ได้ถูกส่งมอบในขณะนี้
ลำที่ห้า(เดิมควรจะเป็นลำที่เจ็ด) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P436 ITS Domenico Millelire ถูกสร้างในรูปแบบการรบเต็มและคาดว่าจะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรืออิตาลีในปี 2026 นี้

ในเดือนมีนาคม 2024 เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA สองลำได้ถูกขายต่อให้แก่กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Brawijaya คือ
ลำแรก เรือฟริเกต KRI Brawijaya(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/ppa-kri-brawijaya.html) และลำที่สอง เรือฟริเกต KRI Prabu Siliwangi(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/brawijaya-kri-prabu-siliwangi.html)

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA สองลำที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อเพื่อทดแทนเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P433 Marcantonio Colonna และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P435 ITS Ruggiero di Lauria
ที่เดิมควรเป็นเรือลำที่สามและลำที่หกที่จะเข้าประจำการในกองทัพเรืออิตาลี ที่ได้รับการสั่งจัดเพิ่มใหม่เพื่อทดแทนที่ขายให้แก่อินโดนีเซียยังอยู่ในรูปแบบการรบเต็ม(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/fincantieri-ppa-2.html)

ในสื่อประชาสัมพันธ์ขององค์การความร่วมมืออาวุธยุทโธปกรณ์ร่วมยุโรป OCCAR ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 ให้วงเงินการปรับปรุงรูปแบบการรบเต็มที่อัตราค่าเงินปี 2014 ที่ 392 million Euros($521 million)
ในปี 2014 เมื่อบริษัท Fincantieri และบริษัท Leonardo ประกาศครั้งแรกถึงข้อตกลงที่จะจัดตั้งกลุ่มกิจการค้าร่วมเพื่อส่งมอบโครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA การปรับปรุงจะเห็นเรือในรูปแบบเบาและเบาบวกหายไป 

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA ทุกลำจะติดตั้งระบบรูปแบบการรบเต็ม นอกจากนี้ OCCAR ยุโรปกล่าวว่าการแก้ไขสัญญาจะมอบขีดความสามารถการป้องกันทาง Cyber ต่างๆที่ไม่ถูกระบุ
OCCAR ยุโรปเสริมว่าตนให้มอบให้มีการการจัดหา ยานใต้น้ำควบคุมระยะไกล(ROV: Remotely Operated Vehicle) และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ต่างๆด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569

Cendana มาเลเซียและ Hanwha เกาหลีใต้เปิดตัวรถรบทหารราบ K200 MIFV-CH25 รุ่นปรับปรุงใหม่

DSA 2026: Hanwha, Cendana showcase upgraded K200 IFV







Hanwha's upgraded MIFV-CH25. (Amiruddin Narif, Adly Zahari)

บริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีได้จัดแสดงต้นแบบพิสูจน์แนวคิด(proof-of-concept) ของรถรบทหารราบสายพาน K200 IFV(Infantry Fighting Vehicle) รุ่นปรับปรุง
ที่ได้รับการพัฒนาในความร่วมมือกับบริษัท Cendana Auto มาเลเซียผู้ผลิตยานยนต์(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/hanwha-dti-chaiseri-k200-ifv.html)

รถรบทหารราบ K200 IFV รุ่นปรับปรุงสำหรับกองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) ได้รับการตั้งชื่อว่ารถรบทหารราบ MIFV-CH25(Malaysian IFV-Cendana Hanwha 2025)
ได้ถูกนำมาจัดแสดง ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศ Defence Services Asia(DSA) 2026 ที่จัดขึ้นในกรุง Kuala Lumpur มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 20-23 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha กล่าวกับ Janes ว่า รถรบทหารราบ MIFV-CH25 เป็นการแสดงถึงการออกแบบใหม่ของระบบรถรบทหารราบ K200 IFV รุ่นดั้งเดิม อธิบายถึงระบบรถรบหุ้มเกราะสายพานที่ปรับปรุงใหม่
ในฐานะรถเกราะแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาบนพื้นฐานการออกแบบที่มีอยู่ "แทบจะทุกอย่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้ว เราเปลี่ยนใหม่หมดทุกอย่างจนถึงน็อต(bolt)ทุกตัวเลย" เขากล่าว

เจ้าหน้าที่ Hanwha สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าการปรับปรุงต่างๆรวมถึงการแทนที่ป้อม cupola ที่ติดแท่นยิงอาวุธควบคุมด้วยมือ manual ดั้งเดิมด้วยแท่นยิง remote(RCWS: Remote‑Controlled Weapon Station)
นี่เปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนผ่านหน้าที่ของพลยิง(gunner) จากการปฏิบัติงานด้วยมือไปสู่ระบบอัตโนมัติและเป็น digital โดยรวมระบบวัดระยะ digital rangefinder มาใช้และทำให้สามารถทำการยิงอาวุธขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ได้

เจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha เสริมว่าประตูปิด-เปิดท้ายรถ ramp ของรถรบทหารราบ MIFV-CH25 ยังได้รับการปรับปรุงด้วย ก่อนหน้านี้ประตู ramp ทำงานด้วยระบบ hydraulic เพียงอย่างเดียวที่จำเป็นต้องเดินเครื่องยนต์ตลอด
ประตู ramp ท้ายรถตอนนี้ได้รับการเปลี่ยนแบบไปเป็นระบบผสมไฟฟ้า-ไฮดรอลิก electric–hydraulic แล้ว นี่ทำให้ประตู ramp สามารถเปิดและปิดโดยปราศจากกำลังเครื่องยนต์และทำให้กำลังพลเข้าและออกจากตัวรถได้เร็วขึ้น

ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha รถรบทหารราบ MIFV-CH25 รถต้นแบบได้เข้ารับการทดสอบประเมินค่าโดยกองทัพบกมาเลเซียแล้วในเดือนสิงหาคม 2025 หลังจากที่ได้รับการเปิดตัวในฐานะรถต้นแบบแนวคิด
ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศ DSA 2024 ในกรุง Kuala Lumpur มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/chaiseri-wildcat-hmv-4x4.html)

เจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha ยืนยันว่ากองทัพบกมาเลเซียปัจจุบันมีประจำการด้วยรถรบทหารราบ K200 IFV จำนวน 111คัน และรถรบทหารราบ MIFV-CH25 นั้นถูกวางตำแหน่งในฐานะตัวเลือกการปรับปรุงความทันสมัยสำหรับ K200 ที่อยู่ในประจำการ
อย่างไรก็ตามยังไม่มีประกาศสัญญาการปรับปรุง "เรากำลังมองไปข้างหน้าที่จะได้รับสัญญากับกองทัพบกมาเลเซียสำหรับการปรับปรุงและติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ของรถที่เหลือทั้งหมด" เจ้าหน้าที่ Hanwha สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวครับ

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศบรูไนเสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295MW ใหม่ครบ 4เครื่อง

Brunei completes C295MW acquisition





The RBAirF has completed its acquisition of four Airbus C295MW aircraft with the delivery of the two final platforms. (Airbus, Brunei Ministry of Defence/Anishaik Tmski)

กองทัพอากาศบรูไน(RBAirF: Royal Brunei Air Force) ได้เสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินลำเลียง Airbus C295MW จำนวน 4เครื่องของตนด้วยการส่งมอบเครื่องบิน 2เครื่องสุดท้าย
บรูไนสั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295MW จำนวน 4เครื่องจากบริษัท Airbus Defence and Space SAU ยุโรปสาขาสเปนในเดือนธันวาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/c295-18.html)

เครื่องบินลำเลียง C295MW จำนวน 2เครื่องแรกได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศบรูไนในเดือนมกราคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/c295mw.html)
ขณะที่เครื่องบินลำเลียง C295MW สองเครื่องสุดท้ายได้มาถึงศูนย์ความเคลื่อนไหวทางอากาศ(Air Movement Centre) ฐานทัพอากาศ Rimba ในบรูไนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าว

"เครื่องบินลำเลียง C295MW สองเครื่องได้เสร็จสิ้นเที่ยวบินเดินทางระยะเวลา 7วันจากโรงงานอากาศยานของผู้ผลิต(ในสเปน) ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026" กระทรวงกลาโหมบรูไนเสริม
ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมบรูไน เครื่องบินลำเลียง C295MW เครื่องที่สามและเครื่องที่สี่จะถูกกำหนดหมายเลข 'TUDB 504' และ 'TUDB 505' ในประจำการกองทัพอากาศบรูไน

ฝูงเครื่องบินลำเลียง C295MW ทั้ง 4เครื่องจะปฏิบัติการในฝูงบินที่15(No 15 Squadron) ที่มีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Rimba ของกองทัพอากาศบรูไน ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมบรูไน
เครื่องบินลำเลียง C295 รุ่นพื้นฐานมีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MToW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 23,200kg, ความเร็วเดินทางที่ 260knots, ระยะการบินไกลสุดที่ 2,477nmi ด้วยเชื้อเพลิงสูงสุด, และมีเพดานบินสูงสุดที่ 9,145m

เครื่องบินลำเลียง C295 ยังเป็นที่รู้จักในด้านขีดความสามารถการบินขึ้นและลงจอดระยะสั้น(STOL: Short Takeoff and Landing) ของเครื่อง โดยต้องการความยาวทางวิ่งเพื่อบินขึ้นที่ 844m และลงจอดที่ 420m
กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าวว่า ภารกิจการปฏิบัติการต่างๆของเครื่องบินลำเลียง C295MW ในประจำการกองทัพอากาศบรูไนรวมถึงการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief),

การส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation), การอพยพผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบออกจากพื้นที่ขัดแย้ง(NEO: Non-Combatant Evacuation Operation), และการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search and Rescue)
กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าวว่าเครื่องบินลำเลียง C295MW ยังสามารถจัดรูปแบบสำหรับการขนส่งกำลังพลและสัมภาระ, การขนส่งบุคคลสำคัญ VIP, การส่งทางอากาศกระโดดร่มแบบกระตุกเอง(free-fall) และสายตรึงประจำที่(static line), และการทิ้งร่มสัมภาระทางอากาศต่างๆครับ

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียจะจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM เกาหลีใต้สำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ตุรกี

DSA 2026: Malaysia to procure K-SAAM for LMS Batch 2





A model of the K-SAAM on display at Defense & Security 2025 in Bangkok, Thailand. Malaysia has become the first export customer of the weapon. (My Own Photos, LIG Defense & Aerospace, STM)

มาเลเซียได้ลงนามสัญญากับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี(บริษัท LIG Nex1 เดิม) สำหรับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด
สัญญาวงเงิน $94 million ได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศ Defence Services Asia(DSA) 2026 ในกรุง Kuala Lumpur มาเลเซียระหว่างวันที่ 20-23 เมษายน 2026

ตามข้อมูลจากสื่อประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่โดยบริษัท LIG Defense & Aerospace เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ตามการแถลงการณ์ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM จะถูกติดตั้งบนเรือที่กำลังสร้างในตุรกี
เป็นการอ้างอิงถึงโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 จำนวน 3ลำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)

มาเลเซียและบริษัท STM ตุรกีได้ลงนามสัญญาสร้างเรือคอร์เวต LMS Batch 2 จำนวน 3ลำในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html)
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point‑defence) ทางเรือที่ออกแบบเพื่อต่อต้านอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: anti‑ship missile) และอากาศยานต่างๆที่เข้าหาเรือ

อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM ใช้ส่วนค้นหาเป้าหมาย seeker แบบ dual‑mode ที่ผสมผสานระบบนำวิถีคลื่นความถี่วิทยุ(RF: radio frequency) และความร้อน infrared(IIR: imaging infrared)
การพัฒนาของระบบอาวุธ K-SAAM ได้รับการนำโดยสำนักงานการพัฒนาทางกลาโหม(ADD: Agency for Defense Development) สาธารณรัฐเกาหลี โดยบริษัท LIG Defense & Aerospace ทำหน้าที่เป็นผู้รับสัญญาหลัก 

ด้วยข้อตกลงนี้มาเลเซียจะกลายเป็นลูกค้าส่งออกรายแรกสำหรับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM ที่ถูกวางกำลังใช้งานแล้วบนเรือรบของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy)
การสร้างเรือคอร์เวต LMS Batch 2 กำลังได้รับการดำเนินการ ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard ตุรกี ซึ่งเรือลำแรกเรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 เมื่อเข้าประจำการในกองทัพเรือมาเลเซีย

ได้ถูกทำพิธีตัดเหล็กในเดือนธันวาคม 2024 ตามมาด้วยพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html) และถูกปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026
เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ทั้งสามลำมีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Naval Forces) ซึ่งมีความยาวเรือรวมที่ราว 100m และมีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ประมาณ 2,500tonnes

นอกเหนือจาก K-SAAM เรือคอร์เวต LMS Batch 2 แต่ละลำมีรูปแบบที่จะติดตั้งอาวุธปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง แยกออกไปต่างหาก
ตัวแทนบริษัท Roketsan ตุรกีกล่าวกับ Janes ว่ามาเลเซียยังได้ลงนามสัญญาจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 กับตน ณ งาน DSA 2026 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ด้วยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯทดสอบระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz

US Navy tests containerised directed energy weapon







AV containerised its Locust X2 laser weapon system for maritime use during a test on the flight deck of Nimitz-class aircraft carrier USS George HW Bush (CVN 77) in October 2025. (US Navy)

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ยืมระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงแบบ Palletized-High Energy Laser(P-HEL) ของกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) เพื่อทดสอบยิงระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) ในทะเลในเดือนตุลาคม 2025 
ตามแถลงการณ์เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2025 ระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงแบบ P-HEL เป็นรุ่นที่ติดตั้งในตู้บรรทุก container ของระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงแบบ Locust HEL ของบริษัท AeroVironment(AV) สหรัฐฯ

ระบบอาวุธ Laser แบบ P-HEL ถูกบรรทุกบนเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-77 USS George HW Bush ในเดือนตุลาคม 2025 สำหรับการทดสอบยิงจริง
ตามคำบรรยายของภาพถ่ายที่กองทัพเรือสหรัฐฯเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2025 ระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS จำนวน 17เป้าหมาย ถูกระบบอาวุธ laser สามารถยิงโดนทั้งหมด ผู้บริหารของบริษัท AV สหรัฐฯกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2025

สำนักงานขีดความสามารถรวดเร็วและวิทยาการสำคัญ(RCCTO: Rapid Capabilities and Critical Technologies Office) ของกองทัพบกสหรัฐฯได้นำระบบอาวุธ Laser แบบ P-HEL ทำการทดสอบแล้วหลายครั้ง
และจากนั้นบริษัท AV ได้ทำการปรับปรุง 10 "รายการที่สำคัญ" เพื่อการใช้งานระบบทางทะเลและในตู้บรรทุก John Garrity รองประธานฝ่ายระบบพลังงานตรงของ AeroVironment สหรัฐฯกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026

การปรับปรุงต่างๆรวมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความทนทานของชิ้นส่วนประกอบไฟฟ้าต่างๆ Garrity กล่าว การยิงจริงเป็นประโยชน์ต่อกองทัพบกสหรัฐฯนอกเหนือจากจะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือสหรัฐฯเนื่องจาก
"มันยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับ...สภาวะทางสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทายต่างๆมากขึ้นที่เราไม่ได้ทำการทดสอบระบบต่างๆของกองทัพบกสหรัฐฯของเราเสมอไป" เขากล่าว

จากการยิง 17ครั้งที่มีขึ้นโดยระบบอาวุธ Laser ของ AV สหรัฐฯ เจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯได้สร้างการสังหารที่มากกว่าร้อยละ50 หลังจากทำการฝึกเป็นเวลประมาณ 30นาที Garrity กล่าว
บริษัท AV สามารถที่จะใช้รถยก forklift ยกระบบอาวุธ Laser แบบ Locust วางบนดาดฟ้าบินของเรือบรรทุกเครื่องบินระหว่างที่หยุดการปฏิบัติการบินต่างๆและย้ายมันกลับหลังจากนั้นเพื่อเริ่มการปฏิบัติการบินใหม่ เขากล่าว

"ในการทดสอบต่างๆในอนาคตและการวางกำลังประจำการในท้ายที่สุด เราคาดว่าระบบจะถูกวางติดตั้งในตำแหน่งและถูกใช้งานได้โดยปราศจากการขัดขวางต่อกิจกรรมอื่นๆของเรือ" Garrity กล่าว
ตามข้อมูลจาก Janes World Navies เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-77 USS George H.W. Bush เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ลำที่สิบและลำสุดท้ายที่เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2009 ครับ