วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

IWI อิสราเอลส่งมอบระบบควบคุมการยิงอาวุธปืนเล็ก Arbel สำหรับต่อต้าน drone แก่กองทัพไทย

IWI delivers Arbel anti-drone system to Thailand







A rifle fitted with IWI's Arbel fire-control system. IWI said it installed the system in existing Thai military M4 rifles. IWI also offers an Arbel configuration for its Negev light machine guns. (IWI)







บริษัท Israel Weapon Industries(IWI) อิสราเอลกล่าวว่าตนได้ส่งมอบระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aerial System) ระบบควบคุมการยิงอาวุธปืนเล็ก Arbel แก่กระทรวงกลาโหมไทยแล้ว
บริษัท IWI อิสราเอลกล่าวเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ว่าระบบควบคุมการยิงอาวุธปืนประจำกาย Aebel ได้ถูกวางกำลังในกองทัพไทย(RTARF: Royal Thai Armed Forces) และ "กำลังอยู่ในการปฏิบัติงานสำหรับการใช้ทั้งกลางวันและกลางคืน"

IWI อิสราเอลกล่าวว่าตนได้ทำการติดตั้งระบบควบคุมการยิงปืนเล็กต่อต้านอากาศยานไร้คนขับแบบ Arbel ในปืนเล็กยาวที่มีอยู่แล้วในกองทัพไทยในประเทศไทยโดยการแทนที่โครงปืนส่วนล่าง(lower receiver) ของปืนเล็กยาวเหล่านั้น
IWI อิสราเอลกล่าวว่าแนวทางการเข้าถึงนี้ทำให้ลูกค้าต่างๆสามารถที่จะปรับปรุงระบบอาาวุธปืนประจำกายต่างๆที่มีในประจำการในกองทัพของตนอยู่แล้วโดยปราศจากการจัดซื้อจัดจ้างปืนเล็กยาวใหม่

ในการตอบสนองต่อคำถามต่างๆจาก Janes บริษัท IWI ระบุถึงปืนเล็กยาวเหล่านี้ของกองทัพไทยในฐานะปืนเล็กสั้นจู่โจม M4(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/dti-mi-5-556x45mm.html) และกล่าวว่า
ตนได้เสร็จสิ้นการส่งมอบและการติดตั้งในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙ บริษัท IWI ไม่ได้เปิดเผยจำนวนของระบบที่ถูกส่งมอบ, มูลค่าวงเงินสัญญา, หรือเหล่าทัพหรือหน่วยที่ใช้งานระบบควบคุมการยิงปืนเล็กต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ Arbel

IWI อิสราเอลยังกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ต่างๆของกองทัพไทยกำลังหารือสำหรับการสั่งจัดหาระบบควบคุมการยิงปืนเล็ก Arbel เพิ่มเติม บริษัท IWI ไม่ได้ให้รายละเอียดต่างๆของการจัดซื้อที่คาดว่าจะมีขึ้น
Arbel เป็นระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire-Control System) มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผู้ใช้ปืนเล็กยาวต่างๆในการโจมตีอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ขนาดเล็กและกำลังเคลื่อนที่

กลไกการยิงนัดแรก ขณะที่ผู้ใช้ปืนเล็กยาวยังคงทำการกดไกปืน ระบบควบคุมการยิงปืนเล็ก Arbel ทำการควบคุมจังหวะเวลาของการยิงหลายๆนัดอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจาก IWI อิสราเอล 
ระบบใช้กระสุนมาตรฐานขนาด 5.56mm และไม่ต้องการศูนย์เล็งเฉพาะ บริษัท IWI ยังเสนอระบบควบคุมการยิง Arbel ในรูปแบบสำหรับปืนกลเบา Negev ของตน ตามที่ Janes เคยรายงานในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)

บริษัท SK Group อิสราเอล บริษัทแม่ของบริษัท IWI ระบุถึงไทยในฐานะลูกค้าที่เป็นไปได้รายแรกในเอเชีย-แปซิฟิกในในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/iwi-arbel.html)
Doron Korol รองประธานฝ่ายการตลาดและการขายเอเชีย-แปซิฟิกของ SK Group อิสราเอลกล่าวกับ Janes ในเวลานั้นว่าไทยน่าจะจัดหาระบบควบคุมการยิงปืนเล็กต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ Arbel ในปี พ.ศ.๒๕๖๙ ครับ

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Chaiseri ไทยจะส่งมอบรถยนต์สนับสนุนต่างๆ 34คันสำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มาเลเซีย

Chaiseri to supply 34 CAESAR support vehicles to Malaysia







Chaiseri's Jackal high-mobility armoured vehicle was unveiled at the Defense & Security 2025 show in Bangkok. (My Own Photos, DEFENSE INFO/Sukasom Hiranphan)

มาเลเซียลงนาม จัดหายุทธยานยนต์สนับสนุนชุดยิงปืนใหญ่อัตตาจรจากชัยเสรี
20 ตุลาคม 2569  บริษัทชัยเสรี /Thai Defense Industry(TDI) ลงนามร่วมกับ บริษัทSHAFLEENA ของมาเลเซีย ในการจัดหายานยนต์ล้อยาง สำหรับชุดสนับสนุนการปฏิบัติการของรถปืนใหญ่อัตตาจร(SPH)ที่จะเข้าประจำการในกองทัพบกมาเลเซีย
โดยมี คุณกานต์ กุลหิรัญ  กรรมการผู้จัดการบริษัทชัยเสรี/TDI ร่วมกับ Dato Shafii Hj Roshadกรรมการผู้จัดการบริษัทSHAFLEENA  เป็นผู้ลงนามในพิธี  และมีพลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้
การลงนามจัดหาในครั้งนี้เป็นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดหายานยนต์สนับสนุนรถปืนใหญ่อัตตาจร รุ่นใหม่ของกองทัพบกมาเลเซีย อันประกอบไปได้ยานยนต์5รุ่น คือ
-รถลำเลียงชุดกระสน(Ammunition Supply Verhicle/ASV)
- รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า(Forward Repair Verhicle/FRV )   
-รถประสานและควบคุมการยิง (Fire Control Cooridingnating/FCC)
- รถกู้ซ่อมขนาดกลาง (Medium Recovery Verhicle/MRV) 
และJACKAL 4x4  รถหุ้มเกราะลาดตระเวนความคล่องตัวสูง  รวมยานยนต์ทั้งหมดในชุดนี้ 34 คัน
ยานยนต์ทั้งหมดได้ทำการออกแบบและในประเทศไทย  ด้วยการประสานความร่วมมือกับบริษัท SHAFLEENA อย่างใกล้ชิด  ตามความต้องการของกองทัพมาเลเซีย
พิธีการลงนามในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมวันที่ระลึกวาระครบรอบ93ปีของกองทัพมาเลเซีย โดยมีเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย H.E. Datuk Wan Zaidi Wan Abdullah เป็นประธานในพิธี อันเป็นการตอกย้ำความร่วมมือระหว่างกันในด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ที่มีพัฒนาการร่วมกันมาอย่างแนบแน่น ในทุกมิติความสัมพันธ์
โดยเป็นการยกระดับ การประสานความร่วมมือกันของบริษัทอุตสาหกรรมความมั่นคงภาคเอกชนในภูมิภาคอาเซี่ยนได้อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย และบริษัท Thai Defense Industry จำกัด(TDI) ไทย กิจการร่วมทุน(joint venture) ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) และบริษัท Chaiseri ไทย
ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท Shafleena มาเลเซียเพื่อที่จะส่งมอบรถยนต์สนับสนุนล้อยางแบบต่างๆจำนวน ๓๔คันสำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางบนรถยนต์บรรทุก KNDS CAESAR Mk I SPH(Self-Propelled Howitzer) ขนาด 155mm/52calibre ของกองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) ที่กำลังสั่งจัดหา

เจ้าหน้าที่ Chaiseri ไทยกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ว่าข้อตกลงได้รับการลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ยานยนต์ต่างๆเหล่านี้รวมถึงรถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 ที่มีความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่สูงของบริษัท Chaiseri 
ที่เปิดตัวครั้งแรก ณ นิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html)

ข้อตกลงยังคลุมการส่งมอบระบบต่างๆบนพื้นฐานรถยนต์บรรทุกแบบ 6x6 ชุดรถยนตร์บรรทุก 6x6 ต่างๆเหล่านี้ประกอบด้วย รถกู้ซ่อมขนาดกลาง(MRV: Medium Recovery Vehicle) จำนวน ๑คัน 
และรถจ่ายกระสุน(ASV: Ammunition Supply Vehicle), รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า(FRV: Forward Repair Vehicle), และรถประสานการควบคุมการยิง(FCCV: Fire-Control Co-ordination Vehicle) ที่ไม่เปิดเผยจำนวนหลายคัน

รถจ่ายกระสุน ASV มีวัตถุประสงค์ที่จะจ่ายกระสุนปืนใหญ่ 155mm แก่ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I 155mm/52calibre SPH ขณะที่รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า FRV และรถกู้ซ่อมขนาดกลาง MRV จะมอบการสนับสุนการซ่อมบำรุงและกู้รถ
รถประสานการควบคุมการยิง FCCV มีวัตถุประสงค์เพื่อทวนข้อมูลการยิงแก่ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ตามข้อมูลจาก Chaiseri ไทย รถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 มีความเหมาะสมสำหรับการคุ้มกันขบวนรถ, การตรวจการณ์หน้า(forward observation) และการลาดตระเวน

การส่งมอบต่างๆของรถยนต์สนับสนุนต่างๆเหล่านี้จะเริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๕๗๐(2027) เจ้าหน้าที่ Chaiseri ไทยกล่าว รถยนต์สนับสนุนต่างๆจะถูกผลิตในไทยและมาเลเซีย แม้ว่าเขาไม่ได้ให้รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติม
มาเลเซียได้เลือกจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I SPH จำนวน 18ระบบในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/caesar-knds-18.html) บริษัท KNDS ฝรั่งเศสผู้ผลิตกล่าวว่า

การจัดซื้อจัดจ้างรวมถึงการถ่ายทอดวิทยาการและการประกอบในมาเลเซียที่บริษัท Advance Defense Systems(ADS) มาเลเซียจะทำการซ่อมบำรุงปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR การส่งมอบคาดว่าจะมีขึ้่นระหว่างปี 2028-2030
โฆษกบริษัท KNDS กล่าวกับ Janes ในเดือนมิถุนายน 2026 ว่า ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ของมาเลเซียจะใช้ระบบควบคุมการยิง AS4000 ที่ติดตั้งแล้วในปืนใหญ่เบาลากจูง LG1 Mk III ขนาด 105mm ของกองทัพบกมาเลเซีย

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I SPH จำนวน 18ระบบสำหรับกองทัพบกมาเลเซียจะยังอยู่ในรูปแบบขับด้วยพวงมาลัยขวา(right-hand drive) ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I สามารถบรรทุกกระสุนได้ 18นัด
และตามรายงานก่อนหน้าของ Janes รถแคร่ฐานของระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I ของมาเลเซียจะถูกติดตั้งบนรถยนต์บรรทุก Renault แบบ 6x6 ที่จะมีการประกอบรวมขั้นสุดท้าย ณ โรงงานของบริษัท ADS ในมาเลเซียครับ

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ภาพเปิดเผยอาร์เมเนียเป็นลูกค้าที่ไม่เปิดเผยก่อนหน้าของเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox

Armenia revealed to be previously undisclosed L-39 Skyfox customer





The Armenian MoD posted a series of images on 20 October 2026 showing the country's defence minister, Suren Papikyan, visiting the Czech manufacturer's facility near Prague. One showed a finished aircraft in Armenian Air Force markings. (Armenian MoD)

อาร์เมเนียได้ถูกเปิดเผยว่าเป็นลูกค้าที่ไม่เปิดเผยก่อนหน้าของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา Aero Vodochody L-39 Skyfox(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/l-39-skyfox.html)
กระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียเผยแพร่ชุดของภาพถ่ายเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 แสดงถึงรัฐมนตรีกลาโหมอาร์เมเนีย Suren Papikyan เยี่ยมชมสถานที่ประกอบการของบริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กใกล้นครหลวง Prague

ชุดภาพได้รวมถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ที่เสร็จสมบูรณ์ในเครื่องหมายลวดลายของกองทัพอากาศอาร์เมเนีย(Armenian Air Force, HRU: Hayastani Razmaodayin Uzher)
ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเครื่องหรือกำหนดส่งมอบที่ถูกเปิดเผย โดยชุดภาพแสดงถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ในเครื่องหมายของกองทัพอากาศอาร์เมเนียอย่างน้อย 3เครื่อง หมายเลข "0527" "0528" และ "0529"

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศอาร์เมเนียปัจจุบันมีประจำการด้วยฝูงบินอากาศยานแบบต่างๆจำนวนน้อยโดยประกอบไปด้วยอากาศยานแบบต่างๆจากยุคสหภาพโซเวียตเป็นหลัก
สำหรับภารกิจเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา กองทัพอากาศอาร์เมเนียใช้เครื่องบินฝึกไอพ่น Aero Vodochody L-39C Albatros จำนวน 6เครื่องที่ค่อนข้างใหม่กว่าโดยได้รับมอบในปี 2004(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/l-39-skyfox-12.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39C Albatros ทั้ง 6เครื่องเหล่านี้ประจำการในฝูงบินโจมตีที่121(121st Attack Aviation Squadron) ที่มีที่ตั้ง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Shirak
ฝูงบินโจมตีที่121 ยังมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25 (NATO กำหนดรหัส 'Frogfoot') ซึ่งได้รับมอบเครื่องแรกตั้งแต่ปี 1992-1993 โดยกองทัพอากาศอาร์เมเนียปัจจุบันมีประจำการราวจำนวน 13เครื่อง

เปรียบเทียบกับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 รุ่นพื้นฐาน เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox รุ่นล่าสุดมีคุณลักษณะติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Williams International FJ44-4M ที่มีกำลังขับมากกว่า,
ปีกแบบมีถังเชื้อเพลิงภายใน wet wing, ห้องนักบินแบบสมัยใหม่ และโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ที่เบากว่ารุ่นก่อนหน้าของมัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aero-vodochody-l-39-skyfox.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีตำบลอาวุธ 5จุดแข็ง(เทียบกับ 2จุดแข็งสำหรับ L-39 รุ่นพื้นฐาน) สามารถที่จะบรรทุกภารกรรมบรรทุก(payload) ทั้งอาวุธและอุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีตัวเลือกสำหรับกระเปาะปืนใหญ่อากาศ gun pod ด้วย
ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Aircraft: Development & Production เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีความเร็วสูงสุดที่ 420knots, น้ำหนักบรรทุกที่ 1,200kg, ระยะเวลาการปฏิบัติการที่ 4.5ชั่วโมง, ระยะทำการบินที่ 1,400nmi และมีเพดานบินปฏิบัติการที่ 38,000feet ครับ

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯประกาศสัญญาฉบับแก้ไขเพื่อการทดลองเรือในทะเลของเรือพิฆาตชั้น Zumwalt ลำที่สาม DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson

HII Ingalls Shipbuilding awarded contract modification to conduct DDG 1002 sea trials





Ingalls Shipbuilding received a contract modification to conduct sea trials for DDG 1002, shown here. (HII)

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้ประกาศสัญญาฉบับแก้ไขกับแผนกอู่เรือ Ingalls Shipbuilding ของบริษัท Huntington Ingalls Industries(HII) สหรัฐฯใน Pascagoula มลรัฐ Mississippi เป็นวงเงิน $99 million
เพื่อที่จะดำเนินการทดลองเรือในทะเลสำหรับเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Zumwalt ลำที่สาม เรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson บริษัท HII สหรัฐฯยืนยันในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026

เรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson ได้เดินทางมาถึงอู่เรือ Ingalls Shipbuilding ในเดือนมกราคม 2022 เพื่อที่จะเสร็จสิ้นการติดตั้ง, เปิดการทำงาน, และทดสอบระบบการรบต่างๆ
และสัญญาฉบับแก้ไขมาขึ้นตามาหลังเรือพิฆาต USS Lyndon B. Johnson ได้รับการเตรียมการสำหรับการบูรณาการระบบอาวุธ Conventional Prompt Strike(CPS) บริษัท HII ระบุ(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/zumwalt-hypersonic.html)

ในปี 2021 กองทัพเรือสหรัฐฯตัดสินใจที่จะเพิ่มอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นความเร็วเหนือเสียงสูงมาก hypersonic CPS ที่มีราคาตามแบบที่เกือบ $50 million ต่อนัดแก่เรือพิฆาตชั้น Zumwalt ทั้งสามลำ
เรือพิฆาต DDG-1000 USS Zumwalt, เรือพิฆาต DDG-1001 USS Michael Monsoor ที่ขึ้นระวางประจำการในปี 2016 และปี 2019 ตามลำดับ และเรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson ที่วางแผนที่จะขึ้นระวางประจำการในปี 2027

เพื่อทำให้สหรัฐฯสามารถโจมตีเป้าหมายที่มีคุณค่าได้รับการป้องกันอย่างหนาแน่นจากระยะไกลโดยที่ไม่ใช่ระบบอาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ สำนักงานตรวจสอบบัญชีความรับผิดชอบรัฐบาลสหรัฐฯ(GAO: Government Accountability Office)
ระบุในรายงานของตนในเดือนกรกฎาคม 2026 'ยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมความจำเป็นกระทรวงการสงครามสหรัฐฯในการปรับปรุงความทันสมัยเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯเพื่อวางกำลังขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถี hypersonic'(Navy Ship Modernisation DOD Needs Comprehensive Strategy to Field Hypersonic Missile Capability)

เพื่อสร้างระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น CPS ทางทะเลแบบเรกของตน กองทัพเรือสหรัฐฯจำเป็นต้องปรับปรุงความทันสมัยเรือพิฆาตชั้น Zumwalt รวมถึงการติดตั้งแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี CPS
GAO รายงาน โดยในรายงานของตนได้ให้รายละเอียดเหตุผลต่างๆสำหรับความล่าช้าในความพยายามการปรับปรุงความทันสมัยเรือพิฆาตชั้น Zumwalt สำหรับเรือพิฆาต USS Zumwalt และเรือลำต่อๆมาในชั้นเรือ

"จนถึงกลางปี 2025 โครงการเรือพิฆาต DDG-1000 โดยรวมได้ตรงตามเป้าหมายด้านค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับการติดตั้งระบบอาวุธ CPS ระหว่างช่วงเวลาปรับปรุงความทันสมัยอู่เรือสร้าง(BYMP: Build Yard Modernisation Period) ของเรือพิฆาต USS Zumwalt
และช่วงเวลาเปิดทำงานระบบภารกิจต่างๆ(MSA: Mission Systems Activation)" GAO กล่าว เจ้าหน้าที่โครงการกองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวว่าแผนที่จะปรับปรุงความทันสมัยต่อเนื่องบนแผนการวางกำลังของเรือพิฆาต USS Michael Monsoor กำลังทำงานไปด้วยดี GAO รายงานครับ

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

นิวซีแลนด์สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk สหรัฐฯ 5เครื่อง

New Zealand orders MH-60R Seahawks





New Zealand's acquisition of five MH-60R Seahawk helicopters will enhance the NZDF's ability to operate alongside similarly equipped regional partners such as Australia. (Commonwealth of Australia)

นิวซีแลนด์สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin(Sikorsky) MH-60R Seahawk เพื่อเสริมต่อฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ทางทะเลของกองทัพนิวซีแลนด์(NZDF: New Zealand Defence Force)
กระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์ประกาศเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ว่าตนได้ลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk จำนวน 5เครื่อง, ระบบภารกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆ และอาวุธต่างๆ

"ข้อตกลงครอบคลุมการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R ซึ่งจะถูกส่งมอบตั้งแต่ปี 2030 เช่นเดียวกับชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ, อาวุธต่างๆ และอุปกรณ์ การจัดงบประมาณยังได้รับแยกไว้
สำหรับค่าใช้จ่ายการออกแบบสิ่งอำนวนความสะดวกในอนาคตและสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราวเพื่อวางกำลัง ณ ฐานทัพอากาศ Auckland กองทัพอากาศนิวซีแลนด์(RNZAF: Royal New Zealand Air Force) ใน Whenuapai" กระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์กล่าวเสริม

ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์ การจัดสรรงบประมาณหลักวงเงิน NZ$1.64 billion ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการ ในการเพิ่มเติมต่อวงเงิน NZ$110 million ในการจัดสรรงบประมาณการปฏิบัติการประจำปีเฉลี่ยตลอดระยะเวลา 10ปีข้างหน้า
การประกาศสัญญามีขึ้นตามมา 4เดือนหลังจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk แก่นิวซีแลนด์ภายใต้โครงการรูปแบบการขาย Foreign Military Sales (FMS)

ตามเอกสารแจ้งที่ถูกเผยแพร่สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ในเดือนมิถุนายน 2026 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะได้รับการติดตั้งด้วย
ระบบ sonar ความถี่ต่ำทางอากาศ, เครือข่ายทางยุทธวิธี Link 16 ระบบวิทยุสื่อสารทางยุทธวิธีร่วมและข้อมูลอเนกประสงค์ MIDS-JTR(Multifunctional Information Distribution System Joint Tactical Radio),

ระบบนำร่องดาวเทียม/inertial และวางแผนการบินล่วงหน้า GPS/PPS/INS พร้อมระบบเข้ารหัสต่อต้านการปลอมแปลง SAASM(Selective Availability/Anti-Spoofing Module) และระบบตรวจจับความผิดปกติทางแม่เหล็ก(MAD: Magnetic Anomaly Detection) แบบ digital
นิวซีแลนด์จะยังจัดหาระบบอาวุธต่างๆสำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R รวมถึงชุดจรวดนำวิถีอากาศสู่พื้น WGU-59/B APKWS(Advanced Precision Kill Weapon System) จำนวน 225ชุด(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/typhoon-apkws-c-uas.html),

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire จำนวน 65นัด และปืนกลอากาศ M240D ขนาด 7.62mm จำนวน 5กระบอก ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะยังติดตั้งด้วย torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Mk 54 ด้วย
การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk จำนวน 5เครื่องจะทำให้นิวซีแลนด์สามารถเลิกใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Kaman SH-2G(I) Super Seasprite ที่มีอายุการใช้งานมานานได้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/sh-2gi-super-seasprite.html)

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สวีเดนบรรลุข้อตกลงการให้โปแลนด์เช่าเรือดำน้ำชั้น A17 Södermanland

Sweden formalises preparations for Poland's temporary submarine





HMS Södermanland surfaced in coastal waters with small islands in the background which are characteristic of the Swedish archipelago. The image was taken from an FMV press release issued on 15 October 2026. (Swedish Armed Forces)

สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) และกองทัพสวีเดน(Swedish Armed Forces, Försvarsmakten) ได้เห็นชอบหน้าที่ของพวกตน
ในการเตรียมการเรือดำน้ำชั้น A17 Södermanland เรือดำน้ำ HMS Södermanland สำหรับให้เช่าแก่โปแลนด์ สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026

รัฐบาลโปแลนด์ในนครหลวง Warsaw ได้สั่งจัดหาเรือดำน้ำชั้น A26 จำนวน 3ลำจากบริษัท Saab สวีเดนที่ได้มีการลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 ตามข้อมูลจากสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัท Saab
ในวันเดียวกันนั้น สวีเดนและโปแลนด์ได้ลงนามข้อตกลงการเช่าสำหรับเรือดำน้ำ HMS Södermanland ในฐานะระบบคั่นระยะด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/saab-a26-3.html)

ข้อตกลงต่อเนื่องตามมาที่ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 กำหนดความรับผิดชอบต่างๆให้สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV และกองทัพสวีเดน สำหรับการเตรียมการ, การบำรุงรักษา, 
และการสนับสนุนเรือดำน้ำ HMS Södermanland ที่เดิมขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen) ระหว่างการเช่าของโปแลนด์

กองทัพสวีเดนพิจารณาก้าวกระโดดทางวิทยาการของเรือดำน้ำชั้น A26 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำชั้น Project 877E(NATO กำหนดรหัสชั้น Kilo) ยุคสงครามเย็น
ที่มีลำเดียวของกองทัพเรือโปแลนด์(Polish Navy, Marynarka Wojenna) เรือดำน้ำ ORP Orzeł(291) การเปลี่ยนผ่านมาพร้อมกับระดับกระบวนการการเรียนรู้ที่ยากลำบาก

ตามที่ระบบเรือดำน้ำชั้น A26 ใหม่มอบความเงียบที่มากกว่า, การปฏิบัติการบูรณาการแบบ digital ต่างๆ และขีดความสามารถที่จะวางกำลังยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ต่างๆ Saab สวีเดนกล่าว
การส่งมอบเรือดำน้ำชั้น A26 แก่โปแลนด์จะมีขึ้นโดยแบ่งเป็นระยะๆ โดยเรือดำน้ำชั้น A26 ลำที่สามและลำสุดท้ายสำหรับโปแลนด์มีกำหนดการสำหรับการส่งมอบในปี 2038 บริษัท Saab เสริม

นักดำเรือดำน้ำกองทัพเรือโปแลนด์จะฝึกที่จะปฏิบัติการเรือดำน้ำ HMS Södermanland เรือดำน้ำชั้น Södermanland ที่มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น A17 Västergötland ที่ Karlskrona สวีเดนเป็นเวลามากกว่า 18เดือน
ตามข้อมูลจากกองทัพเรือสวีเดน ซึ่งเผนแพร่ภาพเคลื่อนไหววีดิทัศน์การมากถึงของนักดำเรือดำน้ำกองทัพเรือโปแลนด์ ณ ฐานทัพเรือ Karlskrona ใน Post บน X เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026

การฝึกได้เริ่มต้นโรงเรียนการรบทางเรือ(Naval Combat School) และจากนั้นต่อเนื่องที่กองเรือดำน้ำที่1(First Submarine Flotilla) กองทัพเรือสวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/a26-orka-3.html)
เรือดำน้ำ HMS Södermanland จะเข้าประจำการในกองทัพเรือโปแลนด์ในปี 2028 ในฐานะมาตรการอุดช่องว่างด้วยการเช่าเป็นเวลาชั่วคราว จนกว่าจะได้รับมอบเรือดำน้ำ A26 ลำแรกในปี 2032 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสเริ่มโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก ACF แทนเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต NGF ที่ถูกยกเลิก

France launches ACF to replace cancelled NGF future combat aircraft





A model of the recently aborted NGF future fighter showcased on the Dassault stand of the Paris Airshow 2025. France is now building on the work done over the previous decade to develop its own national ACF solution, albeit with European cooperation. (Thomas Samson, Benoit Tessier and Bloomberg via Getty Images/Dassault)

ฝรั่งเศสจะพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่หกภายใต้โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต Avion de Combat Futur(ACF) แห่งชาติ เพื่อแทนที่โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF(New Generation Fighter) ไตรภาคีที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้าในปี 2026
การพูดคุยกับวุฒิสมาชิกต่างๆในวุฒิสภาฝรั่งเศส หัวหน้าคณะเสนาธิการ(ผู้บัญชาการ)กองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) พลอากาศเอก Jérôme Bellanger กล่าวว่า

โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต ACF จะเป็นความพยายามแห่งชาติของฝรั่งเศสที่จะทดแทนโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF ที่ฝรั่งเศสเคยกำลังพัฒนาร่วมกับเยอรมนีและสเปน
ก่อนการยกเลิกโครงการในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-team-gen-6-ngf.html) แต่ความร่วมมือระดับนานาชาติกับทั้งสองประเทศเหล่านั้นและประเทศอื่นๆต่างๆนั้นจะเป็น "ความจำเป็น"

"ความเกี่ยวข้องกับจุดเริ่มต้นของโครงการ ACF 'เครื่องบินรบยุคอนาคต'(Future Combat Aircraft) แนวทางการเข้าถึงเป็นระดับแห่งชาติ(ของฝรั่งเศส)ตามที่สามารถทำให้ความเป็นไปในความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ
ภายใต้กรอบการรทำงานต่างๆที่ไม่ได้เป็นการจัดตั้งรากฐานทางโครงสร้างต่อการพัฒนาของอากาศยาน" พลอากาศเอก Bellanger กล่าวในการรับฟังเพื่อการพิจารณาของวุฒิสภาฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026

"มีประเด็นหลักสองประการในเรื่องนี้ ประการแรกมันเป็นความจำเป็นที่เรา(ฝรั่งเศส)กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องกับเยอรมนีและชาติต่างๆอื่นๆในระบบ combat cloud ประการที่สองซึ่งเป็นความสำคัญยิ่งเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถการทำงานร่วมกันทางการระบบแบบมีนักบินบังคับต่างๆของยุโรปของเรา"

"เราจำเป็นต้องก้าวข้ามไปเกินกว่าแนวคิดของการต่อสู้เคียงข้างกันเพียงอย่างเดียว และมุ่งไปสู่การต่อสู้ร่วมกันอย่างแท้จริง ระบบ combat cloud และผลลัพธ์ขีดความสามารถการทำงานร่วมกันของระบบต่างๆของเราเป็นแกนหลักของเรื่องนี้ 
นี่คือสิ่งที่เรากำลังเริ่มต้นโครงการในระดับแห่งชาติอย่างไร" หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส พลอากาศเอก Bellanger เสริม(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/airbus-fcasscaf-dassault.html)

รัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศการปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ของโครงการระบบการรบทางอากาศอนาคต FCAS/SCAF(Future Combat Air System/Système de Combat Aérien du Futur) ของยุโรปที่มีเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 
ซึ่งนำมาสู่จุดจบการล่มสลายของโครงการ NGF เนื่องจากความแตกต่างที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ต่างๆระหว่างบริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปตัวแทนเยอรมนีและสเปน และบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสตัวแทนฝรั่งเศสครับ

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สวีเดนรับมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye เครื่องแรกจาก 3เครื่อง

Sweden receives first GlobalEye under accelerated delivery timeline





The first of three contracted Saab GlobalEye AEW&C aircraft has now been delivered to the Swedish Air Force, with a fourth optioned aircraft yet to be exercised. (Saab)

สวีเดนได้รับมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C(Airborne Early Warning and Control) เครื่องแรกจากจำนวน 3เครื่องที่ทำสัญญาจัดหาแล้ว
พิธีรับมอบได้ถูกจัดขึ้น ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิต Linköping ของบริษัท Saab สวีเดนเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินขณะนี้ได้เข้าสู่ขั้นระยะการทดสอบและการยืนยันรับรอง

ก่อนหน้าการทำการบินครั้งแรกและต่อเนื่องด้วยการส่งมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C เครื่องแรกแก่กองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet)
เหตุการณ์สำคัญนี้มีขึ้นตามมาเป็นเวลา 4ปี 6เดือนหลังจากบริษัท Saab และสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) 

ได้ลงนามสัญญาในเดือนมิถุนายน 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/globaleye.html) สำหรับเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye จำนวน 2เครื่องพร้อมตัวเลือกเพิ่มเติมอีก 2เครื่อง
เป็นวงเงิน 2.6 billion Swedish Krona($250 million ในเวลานั้น) GlobalEye เครื่องที่สามได้รับการดำเนินการปฏิบัติในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/saab-globaleye-2.html)

ตามการตัดสินใจของสวีเดนที่จะบริจาคเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab ASC 890 AEW&C(Saab 340 ERIEYE) จำนวน 1เครื่องจากทั้งหมด 2เครื่องของกองทัพอากาศสวีเดนแก่ยูเครน
ณ เวลานั้นกำหนดกาารส่งมอบจะได้เห็นเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye จำนวน 2เครื่องเรกถูกส่งมอบแก่กองทัพอากาศสวีเดนในปี 2027 โดยเครื่องที่สามตามมาในปี 2029

อย่างไรก็ตามในเดือนตุลาคม 2024 รัฐบาลสวีเดนประกาศว่ากำหนดเวลาส่วมอบนี้จะถูกเร่งให้เร็วขึ้น ขณะที่ไม่มีกำหนดวันส่งมอบต่างๆที่ได้รับการเปิดเผย กองทัพอากาศสวีเดนกล่าวกับ Janes ในปี 2024 ว่า
เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C สองเครื่องแรกจะถูกส่งมอบแก่กองทัพอากาศสวีเดน "เร็วขึ้นกว่ากำหนดวันส่งมอบเดิม"

ตามการประกาศต่างๆก่อนหน้าเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye สองเครื่องแรกที่ได้รับการส่งมอบแก่กองทัพอากาศสวีเดนอยู่ในรูปแบบคั่นระยะ(interim) 
ก่อนได้รับการดัดแปลงภายหลังเพื่อส่งมอบในขีดความสามารถที่จำเป็นเต็มรูปแบบ เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ GlobalEye เครื่องที่สามจะถูกส่งมอบในรูปแบบสุดท้าย

ทั้ง Saab สวีเดนและกองทัพอากาศสวีเดนไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบคั่นระยะ และ/หรือรูปแบบสุดท้าย โดยตัวเลือกเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ GlobalEye เครื่องที่สี่ยังไม่ได้รับการปฏิบัติครับ