วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ Rafale โครเอเชีย 12เครื่องรับหน้าที่การป้องกันภัยทางอากาศประเทศตนต่อจาก NATO

Croatian Rafales take over national air-defence duties from NATO





Croatia has assumed national air-defence duties using its 12 Rafale combat aircraft. (MORH)



กองทัพอากาศโครเอเชีย(Croatian Air Force, HRZ i PZO: Hrvatsko ratno zrakoplovstvo i protuzračna obrana) ได้รับหน้าที่รับผิดชอบสำหรับการมอบหมายภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศแห่งชาติของตน
ด้วยการที่การจัดหาเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale จำนวน 12เครื่องจากฝรั่งเศสล่าสุดขณะนี้ได้มีความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/rafale-6-12.html)

กระทรวงกลาโหมโครเอเชีย(MORH: Ministarstva obrane Republike Hrvatske) ประกาศว่ากองทัพอากาศโครเอเชียได้รับหน้าที่ภารกิจนี้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา เป็นการลดการพึ่งพาชาติหุ้นส่วน NATO 
ฮังการี(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/gripen-c-4.html) และอิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/eurofighter-typhoon-24.html) ที่ทั้งสองชาติได้ดำเนินการปฏิบัติภารกิจเป็นการชั่วคราวขณะที่กองทัพอากาศโครเอเชียจัดตั้งขีดความสามารถใหม่ของตน

"สาธารณรัฐโครเอเชียได้เข้ารับหน้าที่ภารกิจการตรวจตราและปกป้องน่านฟ้าของตนเองด้วยเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Rafale(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/dassault-rafale-2025.html)
ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบป้องกันทางอากาศและอาวุธปล่อยนำวิถีบูรณาการ NATO(NATINAMDS: NATO Integrated Air and Missile Defence System)" กระทรวงกลาโหมโครเอเชียกล่าว

กระทรวงกลาโหมโครเอเชียเน้นว่าภารกิจการเฝ้าตรวจและปกป้องน่านฟ้าจะได้รับการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในความสอดคล้องกับมาตรฐาน NATO ต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติแห่งชาติต่างๆ
โครเอเชียได้เลือกเครื่องบินขับไล่ Rafale ฝรั่งเศสจำนวน 12เครื่องในเดือนพฤษภาคม 2021 ข้อตกลงวงเงิน 1.15 billion Euros($1.21 billion) ได้รับการลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/rafale.html) โดยการชำระค่าใช้จ่ายจะดำเนินตั้งแต่ปี 2021-2026 

เครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 12เครื่องส่วนเกินจากกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Rafale C จำนวน 10เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Rafale B จำนวน 2เครื่องในมาตรฐาน F3-R 
นอกเหนือจากเครื่องบินขับไล่ Rafale 12เครื่องเหล่านี้ โครเอเชียกำลังได้รับมอบเครื่องจำลองการบิน simulator, การฝึก และการสนับสนุนอื่นๆที่จะดำเนินไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 กองทัพอากาศโครเอเชียตั้งใจจะประจำการเครื่องบินขับไล่ Rafale ไปจนถึงต้นปี 2050s

เครื่องบินขับไล่ Rafale ที่ได้ถูกส่งมอบแก่กระทรวงกลาโหมโครเอเชีย ณ ฐานทัพอากาศของกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส ที่ Mont-de-Marsan ในฝรั่งเศสในปี 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/rafale.html
เครื่องบินขับไล่ Rafale ชุดแรกจำนวน 6เครื่องถูกรับมอบเข้าประจำการ ณ ที่ฝูงบินที่191(191 Squadron) ฐานบินปฏิบัติการที่91(91 operational base) ใกล้นครหลวง Zagreb ในปี 2024 และได้รับมอบเครื่องสุดท้ายครบ 12เครื่องในปี 2025 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินไทยฝึกอบรมระบบติดตามสถานการณ์และควบคุมบังคับบัญชาการรบ tablet ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ












Marine Signals Battalion, Marine Division, Royal Thai Marine Corps (RTMC) coducted knowledge training on Situation Awareness (SA) and Command and Control (C2) system at Camp Kromluang Chumporn, Sattahip District, Chonburi Province, Thailand on 16 January 2026.
Seen US Marine Corps (USMC) and JUSMAGTHAI (Joint United States Military Advisory Group, Thailand) offiers during training, it likely be a tablet-based the Marine Air-Ground Task Force Common Handheld (MCH) systems. (Royal Thai Marine Corps) 



เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน เดินทางตรวจเยี่ยม การอบรมความรู้เกี่ยวกับระบบติดตามสถานการณ์และควบคุมบังคับบัญชาการรบ ณ กองพันทหารสื่อสาร กองพลนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี โดยมี นาวาโท สุบรรณ ส่งสวัสดิ์ ผู้บังคับกองพันทหารสื่อสาร กองพลนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ

กองพันทหารสื่อสาร(Marine Signals Battalion) กองพลนาวิกโยธิน(Marine Division), นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ได้ทำการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับระบบติดตามสถานการณ์และควบคุมบังคับบัญชาการรบ ณ ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026)
สื่อสังคม online ทางการของกองพลนาวิกโยธินได้ลงชุดภาพการเดินทางตรวจเยี่ยมของ พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน พล.นย โดยมี นาวาโท สุบรรณ ส่งสวัสดิ์ ผู้บังคับกองพันทหารสื่อสาร กองพลนาวิกโยธิน พัน.ส.พล.นย. ให้การต้อนรับในวันเดียวกัน

ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมใดๆมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามจากการพบในชุดภาพว่ามีเจ้าหน้าที่ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) เจ้าหน้าที่ของคณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐประจำประเทศไทย(JUSMAGTHAI: Joint United States Military Advisory Group, Thailand) อยู่ในการอบรมด้วย
ประกอบกับภาพอุปกรณ์ smart tablet แบบมีความทนทานสูงตามมาตรฐานทางทหาร(military rugged tablet) ที่ปรากฎในชุดภาพ เป็นที่เข้าใจว่าระบบที่ใช้ในการฝึกอบรบกับนาวิกโยธินไทยนี้คือระบบมือถือร่วมกองกำลังเฉพาะกิจอากาศ-ภาคพื้นดินนาวิกโยธิน Marine Air-Ground Task Force Common Handheld(MCH)

ตามข้อมูลจากกองบัญชาการระบบนาวิกโยธิน(MCSC: Marine Corps Systems Command) หน่วยงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง, วิจัยและพัฒนา และฝึกศึกษาระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆสำหรับนาวิกโยธินสหรัฐฯได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบ MCH ที่ถูกนำมาใช้งานโดยหน่วยทหารราบนาวิกโยธินสหรัฐฯตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๒-๒๕๖๓(2019-2020) ว่า
เป็นระบบควบคุมบังคับบัญชา (C2: Command and Control) บนพื้นฐานอุปกรณ์พกพา tablet ที่เพิ่มการหยั่งรู้สถานการณ์(SA: Situation Awareness) ในสนามรบ โดยมีระบบสื่อสารวิทยุไร้สาย(wireless radio) และการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบเข้ารหัสเพื่อมอบการแบ่งปันข้อมูลในเวลาจริง(real time) และยังเป็นระบบเชิงพาณิชย์ที่มีในตลาดพร้อมจัดหาได้(COTS: Commercial off-the-Shelf)

ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าระบบติดตามสถานการณ์และควบคุมบังคับบัญชาการรบ MCH ที่นาวิกโยธินไทยได้ทำการฝึกอมรมล่าสุดนี้เป็นรุ่นใดทั้งรุ่นล่าสุดที่นาวิกโยธินสหรัฐฯใช้งาน หรือเป็นรุ่นสำหรับส่งออกให้แก่กองทัพมิตรประเทศ หรือระบบ MCH จะได้รับการจัดหามาใช้งานโดยนาวิกโยธินไทยหรือไม่ แต่ระบบนี้สามารถถือได้ว่าเป็นก้าวกระโดดและตัวเปลี่ยน game(game changer) สำหรับนาวิกโยธินไทยในสนามรบสมัยใหม่
ซึ่งระหว่างยุทธการตราดปราบปรปักษ์ ในจังหวัดตราด ภาคตะวันออกของไทย ระหว่างวันที่ ๗-๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ฉก.นย.(Marine Task Force) ที่เป็นส่วนหนึ่งของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กปช.จต.(Chanthaburi and Trat Border Defence Command) ได้แสดงขีดความสามารถการรบที่เหนือกว่ากองทัพประเทศฝ่ายตรงข้ามโดยปราศจาการสูญเสียกำลังพลครับ

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569

กองทัพเรือฝรั่งเศสสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ VSR700 UAV 6ระบบ

France orders VSR700 unmanned helicopters





A VSR700 UAV. The French Navy is to receive six systems from 2028. (Airbus)



ฝรั่งเศสได้สั่งจัดหารระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) ขึ้นลงทางดิ่ง(VTOL: Vertical Take-off and Landing) แบบ Airbus Helicopters VSR700 บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปผู้ผลิตประกาศ
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 สำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction Générale de l'Armement) ได้วางคำสั่งจัดซื้อกับบริษัท Airbus Helicopters และบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส

สำหรับระบบอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง VSR700 จำนวน 6ระบบที่จะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale) ในปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/fdi-d660-amiral-ronarch.html)
"ระบบอากาศยานไร้คนขับ VSR700 จะถูกส่งมอบในรูปแบบข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ที่ประกอบด้วย radar ตรวจการณ์, ระบบ electro-optical, และตัวรับสัญญาณระบบแสดงตนอัตโนมัติ(AIS: Automatic Identification System)"

"บริษัท Naval Group จะสร้างความมั่นใจการบูรณาการของตนเข้ากับสถาปัตยกรรมโดยรวมของเรือต่างๆ และการเชื่อมต่อกับระบบการรบที่ต้องขอบคุณต่อระบบภารกิจ Steeris Mission System" บริษัท Airbus Helicopters กล่าว
ระบบอากาศยานไร้คนขับ VSR700 โดยพื้นฐานแล้วคือเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา Hélicoptères Guimbal Cabri G2 ที่ได้รับการติดตั้งด้วยวิทยาการอัตโนมัติต่างๆที่รวมถึงขีดความสามารถการรับรู้และหลีกเลี่ยง(sense-and-avoid)

ระบบอากาศยานไร้คนขับ VSR700/เฮลิคอปเตอร์ Cabri G2 ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ลูกสูบ Lycoming O-360 กำลังขับ 180hp(ถูกลดกำลังขับเป็น 145hp) มีน้ำหนักรวมที่ 700kg
ระบบอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง VSR700 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 185km/h, มีระยะปฏิบัติการไกลที่ 700km และมีเพดานบินปฏิบัติการที่เพียงต่ำกว่า 13,000feet

ระบบภารกิจที่ได้รับการติดตั้งกับระบบอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง VSR700 รวมถึง radar ตรวจการณ์ทางทะเลย่านความถี่ X-band แบบ Diadès C-Ranger 200, ระบบตรวจจับ electro-optic/infrared(EO/IR) แบบ L3Harris Wescam MX-10 
และตัวรับสัญญาณระบบแสดงตนอัตโนมัติ AIS บริษัท Airbus Helicopters ยังได้สาธิตขีดความสามารถของ VSR700 ที่จะทำงานเป็นทีมกับเฮลิคอปเตอร์ที่มีนักบินบังคับต่างโดยการใช้ระบบ HTeaming ด้วย

บริษัท Airbus Helicopters ได้เปิดตัวการส่งระบบอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง VSR700 ของตนเข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับกองทัพเรือฝรั่งเศสในเดือนตุลาคม 2024
โดยมีสายผลิต ณ โรงงานอากาศยานของบริษัท Airbus Helicopters ใน Marignane ฝรั่งเศส ระบบอากาศยานไร้คนขับ VSR700 ได้เสร็จสิ้นการรณรงค์การบินทดสอบต่างๆแล้วในปี 2023 ครับ

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

กองทัพบกไทยและสิงคโปร์เสร็จสิ้นการฝึกผสม Kocha Singa 2025

Singapore and Thai Armies Conclude 25th Edition of Exercise Kocha Singa
Personnel from the Singapore Army and the RTA conducting urban operations training.

The Hunter Armoured Fighting Vehicle (AFV) manoevring in SAFTI City during the joint field training exercise.

Personnel from the Singapore Army introducing the Hunter AFV to the RTA counterparts during a static display.

Chief of Staff - General Staff, Brigadier General Wong Shi Ming (left) and Royal Thai Army’s (RTA) Assistant Chief of Army, General Narongrit Kumpeera (right) co-officiating the opening ceremony of Exercise Kocha Singa.

Personnel from the Singapore Army and the RTA training with the Hunter AFV simulator.







Exercise Kocha Singa was successfully conducted by the Singapore Army and the Royal Thai Army (RTA) in Singapore from 8 to 14 January 2026.

“SMART SOLDIERS STRONG ARMY : 
ทบ.ไทย – สิงคโปร์ ร่วมฝึกผสม คชสีห์ 2025 เสริมสร้างขีดความสามารถกำลังพล พัฒนาปฏิบัติการร่วมมิตรประเทศ"
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69 พล.ต. ณัฏฐพงศ์  อัศวินวงศ์ ผบ.พล.ร.9 เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึก และเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกผสมรหัส คชสีห์ 2025 (Kocha Singa 25) ณ พื้นที่ฝึก SAFTI CITY สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมี พันเอก โยว เทียม โปว เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3 กองทัพบกสิงคโปร์ เป็นประธานร่วมในพิธี
การฝึกผสมรหัสคชสีห์ เป็นการฝึกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านการฝึกระหว่าง กองทัพบกไทย – กองทัพบกสิงคโปร์ (Counterpart) ซึ่งเริ่มดำเนินการฝึกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โดยกองทัพบกของทั้งสองประเทศผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ ในการนี้ พล.ร.9 ได้มอบหมายให้ ร.29 พัน.3 เป็นหน่วยหลักในการจัดกำลังพลเข้าร่วมการฝึก
การฝึกในครั้งนี้ กำลังพลของกองทัพบกไทยและกองทัพบกสิงคโปร์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ทางยุทธวิธี เสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม และเพิ่มความพร้อมในการรองรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ให้มีความมั่นคงและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และกองทัพบกสิงคโปร์(Singapore Army) ได้ประสบความสำเร็จการเสร็จสิ้นการฝึกผสมรหัส Kocha Singa 2025(คชสีห์ 2025) ในสิงคโปร์ระหว่างวันที่ ๘-๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ที่เป็นเจ้าภาพโดยกองบัญชาการกองพลน้อยยานเกราะสิงคโปร์ที่๘(8th Singapore Armoured Brigade) 
และกองพันที่๔๒ กรมยานเกราะสิงคโปร์(42nd Battalion, Singapore Armoured Regiment) การฝึกผสม Kocha Singa ครั้งที่๒๕ นี้มีส่วนร่วมจากกำลังพลราว ๗๒๐นายจากกองทัพบกสิงคโปร์ และกองพันทหารราบที่๓ กรมทหารราบที่๒๙ ร.๒๙ พัน.๓(3rd Infantry Battalion, 29th Infantry Regiment) กองพลทหารราบที่๙ พล.ร.๙(9th Infantry Division) กองทัพบกไทย

การฝึกผสม Kocha Singa 2025 ได้เห็นทั้งสองกองทัพดำเนินการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในหลายภาคส่วน รวมถึงการปฏิบัติในเขตชุมชน, การฝึกยิงด้วยกระสุนจริง, การวางแผนด้วยแผนที่ digital เช่นเดียวกับประสบการณ์เครื่องฝึกจำลองรถเกราะสายพาน Hunter AFV(Armoured Fighting Vehicle)(https://aagth1.blogspot.com/2019/06/hunter.html)
การฝึกผสม Kocha Singa 2025 ได้ถึงจุดสูงสุดด้วยการฝึกการจู่โจมร่วมระดับกองพันซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่การฝึกเมืองจำลอง SAFTI City ของสถาบันการฝึกกองทัพสิงคโปร์(Singapore Armed Forces Training Institute) เป็นครั้งแรกสำหรับการฝึกการฝึกผสม Kocha Singa ระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/kocha-singa-2024.html)

พิธีเปิดการฝึกผสม Kocha Singa 2025 เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ โดยมีหัวหน้าเสนาธิการทหารบกคณะเสนาธิการกองทัพบกสิงคโปร์ พลจัตวา Wong Shi Ming และพลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกกองทัพบกไทยร่วมเป็นประธาน ในการกล่าวสุนทรพจน์พิธีเปิด พลจัตวา Wong เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึก Kocha Singa ครั้งที่๒๕ นี้
โดยกล่าวว่า "เหตุการณ์สำคัญนี้เป็นเครื่องหมายที่พิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ด้านกลาโหมทวิภาคีที่ใกล้ชิดและยาวนานระหว่างกองทัพของเราทั้งสองชาติ ตั้งขึ้นบนพื้นฐานของความร่วมมือการทำงานร่วมกันอันแข็งแกร่งและการแลกเปลี่ยนอย่างมืออาชีพเป็นเวลาหลายปี"

พิธีปิดการฝึกผสม Kocha Singa 2025 ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ โดยมีพลตรี ณัฏฐพงศ์  อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่๙ กองทัพบกไทย และพันเอก Yeo Thiem Po เสนาธิการกองพลสิงคโปร์ที่๓(3rd Singapore Division) กองทัพบกสิงคโปร์ ร่วมเป็นประธาน
การฝึกผสม Kocha Singa ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๔๐(1997) ได้เน้นย้ำความสัมพันธ์ด้านกลาโหมทวิภาคีที่ใกล้ชิดและยาวนานระหว่างไทยและสิงคโปร์โดยสลับการเป็นเจ้าภาพในแต่ละปี นอกเหนือจากการฝึกทวิภาคีต่างๆกองทัพทั้งสองชาติยังมีการติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอผ่านการเยือนของนายทหารระดับสูง การแลกเปลี่ยนอย่างมืออาชีพ และการเข้าร่วมการฝึกหลักสูตรต่างๆร่วมกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

กองทัพบกไทยลงนามจัดหายานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ระยะที่๔ เพิ่มกับ NORINCO จีน

Thai army signs deal to procure additional VN1 vehicles from China



The Royal Thai Army Norinco VN1 armoured vehicles of 15th Cavalry Battalion, 2nd Cavalry Regiment, 1st Cavalry Division, seen displayed at the Children's Day 2026 in Chaiyathan Subdistrict, Mueang Nan District, Nan Provincei, Thailand on 10 January 2026. (Royal Thai Army)


The RTA has signed an agreement with Norinco to procure additional VN1 8x8 IFVs on 12 January 2026. (Office of the Defence and Army Attaché of Royal Thai Embassy at Beijing)


The RTA was deployed its VN1 8x8 IFVs at Thailand-Cambodia border during the two countries' conflict in Decenber 2025. (Royal Thai Army)

เมื่อ 10 มกราคม 2569 เวลา 0800 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยกองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของหน่วย 
ซึ่งมีกิจกรรมสันทนาการ ได้แก่ เก้าอี้ดนตรี และเหยียบลูกโป่ง พร้อมทั้งกิจกรรมตอบคำถาม เพื่อให้เด็กรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สร้างความสามัคคีรักใคร่กันฉันพี่น้อง และให้เด็กได้ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก สามารถทำกิจกรรมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ 
ณ หน้ากองบังคับการกองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

เมื่อวันจันทร์ ที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 1130 พันเอกศิวัตม์ รัตนอนันต์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง และ จ่าสิบเอกภราดา แจ่มปรีชาสกุล เสมียนประจำสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง 
ได้ร่วมติดตามคณะผู้แทนกองทัพบก มี พลโทณัฐพร ขวัญแย้ม เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เป็นหัวหน้าคณะ เข้าหารือข้อราชการกับ นาย Liu Jinkui รองประธานอาวุโส บริษัท China North Industries Corporation (NORINCO) และร่วมพิธีลงนามในข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1 ฉบับ 
ซึ่งเป็นการลงนามโดย เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ผู้แทนฝ่ายไทย และ นาย Zhang Xin หัวหน้าผู้แทนบริษัท NORINCO ประจำประเทศไทย ผู้แทนฝ่ายจีน ณ ห้องรับรองภายในอาคารสำนักงาน บริษัท NORINCO กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยบริษัท NORINCO เป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ได้ลงนามข้อตกลงกับ China North Industries Corporation(NORINCO) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน
เพื่อที่จะจัดหารถรบทหาราบ(IFV: Infantry Fighting Vehicle) ยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 เพิ่มเติม ข้อตกลงได้ถูกลงนามในนครหลวง Beijing เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026)

และถูกประกาศในสื่อสังคม online หนึ่งวันให้หลังโดยสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกและผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรไทย ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙
ตามข้อมูลจากสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานทูตไทย ณ จีน ข้อตกลงได้รับการลงนามโดยเจ้าหน้าระดับสูงจากทั้งกองทัพบกไทยและ NORINCO จีน และประกอบขึ้นเป็น "พิธีลงนามสำหรับโครงการยานเกราะ VN1 ของกองทัพบกไทย"

ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง กล่าวว่าเป็นข้อตกลงที่อยู่ระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล โดย NORINCO ทำหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาลจีน ชุดภาพที่เผยแพร่โดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทยประจำสถานทูตไทยในจีน
ยังแสดงถึงนายทหารระดับสูงของไทยเดินทางเยือนสถานที่ของ NORINCO ในนครหลวง Beijing ด้วย ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงที่ถูกมอบให้โดยสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง

โฆษกของกองทัพไทย(RTARF: Royal Thai Armed Forces), กองทัพบกไทย หรือกระทรวงกลาโหมไทย ไม่ได้ตอบสนองต่อการร้องขอความเห็นจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่
งบประมาณสำหรับการจัดซื้อยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ใหม่จะมีแหล่งที่มาจากงบประมาณกลาโหมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ซึ่งได้รับการจัดสรรที่วงเงินราว ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($32 million)

เพื่อให้ตรงความต้องการที่จะจัดซื้อรถรบหุ้มเกราะเพิ่มเติมสำหรับการปฏิบัติการรบในแนวหน้าของกองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/vn1-8x8.html) ความต้องการสำหรับการจัดซื้อยานเกราะล้อยางเพิ่มเติม
ยังได้ถูกร่างเค้าโครงในสมุดปกขาวกองทัพบกไทย พ.ศ.๒๕๖๗(Royal Thai Army White Paper 2024) ฉบับล่าสุด ซึ่งถูกเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ที่ให้การจัดหาในช่วงปี พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๗๐(2023-2027)

ก่อนหน้านี้กองทัพบกไทยได้รับมอบยานเกราะล้อยาง VN1 ในการจัดซื้อระยะที่๑ จำนวน ๓๘คัน, ระยะที่๒ จำนวน ๓๔คัน และระยะที่๓ จำนวน ๓๙คัน รวมทุกรุ่นจำนวน ๑๑๑คัน จาก Norinco จีนแล้ว โดยมีหลากหลายรุ่นรวมถึง
รุ่นรถเกราะลำเลียงพล VN1 APC(Armoured Personnel Carrier), รถเกราะติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดหนักขนาด 120mm SM4A, รถเกราะกู้ซ่อม VS27 Recovery Vehicle, รถเกราะที่บังคับการ VE36, และรถเกราะพยาบาล VN1 Ambulance

ความเห็นวิเคราะห์
กองทัพบกไทยได้นำยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 เข้าประจำการในกองพันทหารม้าที่๑๐ ม.พัน.๑๐(10th Cavalry Battalion), กองพันทหารม้าที่๗ ม.พัน.๗(7th Cavalry Battalion) และกองพันทหารม้าที่๑๕ ม.พัน.๑๕(15th Cavalry Battalion) ของ กรมทหารม้าที่๒ ม.๒(2nd Cavalry Regiment), กองพลทหารม้าที่๑ พล.ม.๑(1st Cavalry Division) 
ในความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาระหว่างวันที่ ๗-๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ กองทัพบกไทยได้วางกำลังยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ของตนในการปะทะกับกองทัพกัมพูชา(Royal Cambodian Armed Forces) ซึ่งมีภาพและวีดิทัศน์ปรากฏในสื่อของไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/gam102lr.html)

ประเมินจากวงเงินการจัดซื้อในสามระยะก่อนหน้าตั้งข้อสังเกตว่า การจัดซื้อยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ระยะที่๔ ที่วงเงินราว ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท น่าจะมีการจัดหารถใหม่เพิ่มเติมที่จำนวนน้อยกว่า ๒๐คัน และโดยที่กรมทหารม้าที่๒ ม.๒ ซึ่งเปลี่ยนอัตราจัดจากเดิมที่เป็นหน่วยทหารม้าลาดตระเวน(reconnaissance cavalry) มาเป็นทหารม้าบรรทุกยานเกราะ(armoured cavalry) ได้รับมอบ VN1 8x8 รุ่นต่างๆครบแล้ว
ยกเว้นรุ่นรถเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm แบบ ST-1 8x8 ที่ควรจะทดแทนรถเกราะล้อยาง V-150 รุ่นติดปืนใหญ่รถถังขนาด 90mm ที่พบว่ายังคงใช้ในหน่วยอยู่ จึงเข้าใจว่าการจัดหาระยะที่๔ อาจจะเป็นรุ่น ST-1 นี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการมีรถยิงสนับสนุน(FSV: Fire Support Vehicle) ที่มีพื้นฐานรถแคร่ฐานร่วมเหมือนกัน(common chassis)ทั้งหน่วยที่จะส่งผลดีต่อการส่งกำลังบำรุงและการซ่อมในระยะยาวครับ

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

โครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ KF-21 เกาหลีใต้เสร็จสิ้นการบินทดสอบแล้ว

KF-21 development programme completes flight tests





The Korea Aerospace Industries KF-21 ‘Boramae' development programme conducted about 1,600 sorties over a 42-month period, while employing six prototypes. (Korea Aerospace Industries)



โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคที่4.5 Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae ได้ประสบความสำเร็จการเสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วหลังจากการทดสอบเป็นเวลา 42เดือน
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/kai-hanwha-kf-21-f414.html)

การทดสอบทางการบินที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาขั้นสุดท้ายได้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 และมีส่วนร่วมของภารกิจการรับรองสมรรถนะการบินสำหรับเครื่องบินขับไล่ KF-21 004 เครื่องบินต้นแบบเครื่องที่สี่
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี DAPA กล่าวโดยเสริมว่า เที่ยวบินทดสอบสุดท้ายได้รับการดำเนินการเหนือเกาะ Namhae ใกล้เมือง Sacheon ในจังหวัด South Gyeongsang ทางตอนใต้ของประเทศ

บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีได้ทำการสร้างเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องต้นแบบจำนวน 6เครื่องสำหรับโครงการการพัฒนา รวมถึงเครื่องบินขับไล่สองที่นั่งจำนวน 2เครื่อง
"ด้วยการพัฒนาระบบของเครื่องบินขับไล่ KF-21 มีกำหนดที่จะเสร็จสิ้นในครึ่งแรกของปี 2026 การส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) จะมีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2026" DAPA กล่าว

ตามข้อมูลจาก DAPA เครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องต้นแบบทั้ง 6เครื่อง(เครื่องที่นั่งเดียวหมายเลข "001" "002" "003" และ "005" และเครื่องสองที่นั่งหมายเลข "004" และ "006") ได้ทำการบินรวมเกิน 1,600เที่ยวบิน
"โดยปราศจากอุบัติเหตุ" ตั้งแต่ที่เครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องต้นแบบเครื่องแรกทำการบินครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/kf-21.html)

มากกว่า 13,000 สถานการณ์การทดสอบต่างๆได้ถูกดำเนินการปฏิบัติระหว่างโครงการการบินทดสอบเพื่อประเมินเสถียรภาพและสมรรถนะของระบบอากาศยาน DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าว การบินได้ประเมินขีดความสามารถการรบต่างๆที่หลากหลาย
รวมถึงการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/dapa-offset.html), การเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/kf-21.html),

การดำเนินกลยุทธ์ความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ที่มุมปะทะสูง(HAOA: High-Angle-of-Attack), การการกู้คืนการควบคุมที่ระดับความสูงสุดขีดเพื่อสาธิตขีดความสามารถการรบของอากาศยานในฐานะเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ตามข้อมูลจาก DAPA
"นอกเหนือจากนี้ การบินทดสอบได้ยืนยันสมรรถนะการปฏิบัติการของระบบ Avionic หลักต่างๆของระบบอากาศยาน เช่น Active Electronically Scanned Array(AESA) radar และอุปกรณ์ระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare)" DAPA กล่าว

นอกจากนี้ DAPA กล่าวว่ามี "การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและของเขตของการทดสอบอย่างมีนัยสำคัญโดยการขยายสนามบินทดสอบจาก Sacheon ไปยัง Seosan และนำการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศเข้ามาในการบินทดสอบเป็นครั้งแรกในเกาหลี"
สายการผลิตเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในการจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่องได้เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/kf-21-20.html) มีกำหนดที่จะส่งมอบเครื่องแรกแก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีภายในปลายปี 2026 และต่อเนื่องจนถึงปี 2028 ครับ