Japan, Indonesia begin talks on potential Asagiri-class destroyer transfer
Lead vessel Asagiri , seen here while it was in Joint Base Pearl Harbor-Hickam, Hawaii in 2014. (JMSDF)
กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นประกาศเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นในกรุง Tokyo และรัฐบาลอินโดนีเซียในนครหลวง Jakarta ได้เห็นชอบที่จะเริ่มต้นการเจรจาหารือต่างๆเกี่ยวกับความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ
รวมถึงความเป็นได้ที่จะส่งมอบเรือพิฆาตชั้น Asagiri จำนวนหนึ่งให้แก่กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)
ข้อตกลงมีขึ้นตามการประชุมร่วมกันในกรุง Tokyo ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น Shinjiro Koizumi และคู่หุ้นส่วนของเขารัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย Sjafrie Sjamsoeddin
ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นทั้งสองฝ่ายจะใช้กรอบการทำงานระดับการปฏิบัติงานที่จัดตั้งขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อตรวจสอบในแง่มุมการฝึก, การซ่อมบำรุง, และการปฏิบัติการต่างๆของการส่งมอบที่เป็นไปได้ใดๆ
การประกาศไม่ได้ถือเป็นการตัดสินใจการส่งมอบแต่เป็นการยืนยันว่าการเจรจาอย่างเป็นทางการต่างๆกำลังอยู่ในการดำเนินการเป็นครั้งแรกในความเป็นไปได้การส่งออกเรือพิฆาตญี่ปุ่นแก่อินโดนีเซีย
ความคืบหน้านี้มีขึ้นตามที่กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force) ได้เริ่มต้นการลดจำนวนกองเรือพิฆาตชั้น Asagiri ของตนลง
เรือพิฆาตชั้น Asagiri เป็นเรือพิฆาตอเนกประสงค์ที่ถูกขึ้นระวางประจำการในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายปี 1980s เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำแรก เรือพิฆาต DD-151 JS Asagiri
ถูกขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 1988 และถูกปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 หลังจากประจำการมา 38ปีทั้งให้ภารกิจการปฏิบัติการรบและเรือฝึก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/asagiri-dd-151-js-asagiri.html)
เรือพิฆาตชั้น Asagiri ทั้งหมดจำนวน 8ลำถูกต่อขึ้นระหว่างกลางปี 1980s ถึงต้นปี 1990s ประกอบด้วยลำแรก เรือพิฆาต DD-151 JS Asagiri ถูกส่งมอบในเดือนมีนาคม 1988 ในฐานะเรือพิฆาตชั้น Asagiri และภายหลังได้รับการเปลี่ยนแบบเป็นเรือฝึก TV-3516 JS Asagiri ในปี 2005 ก่อนได้รับการคืนกลับเป็นเรือรบแนวหน้าอีกครั้งในปี 2012
เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่สอง เรือพิฆาต DD-152 JS Yamagiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมกราคม 1989 ภายหลังถูกเปลี่ยนแบบเป็นเรือฝึก TV-3515 JS Yamagiri ในปี 2004 ก่อนคืนสภาพเป็นเรือรบแนวหน้าในปี 2011 และเปลี่ยนกลับเป็นเรือฝึกอีกครั้งในปี 2025
เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่สาม เรือพิฆาต DD-153 JS Yugiri และเรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่สี่ เรือพิฆาต DD-154 JS Amagiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนกุมภาพันธ์ 1989, เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่ห้า เรือพิฆาต DD-155 JS Hamagiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมกราคม 1990
เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่หก เรือพิฆาต DD-156 JS Setogiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนกุมภาพันธ์ 1990, เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่เจ็ด เรือพิฆาต DD-157 JS Sawagiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 1990 และเรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่แปดและลำสุดท้าย เรือพิฆาต DD-158 JS Umigiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 1991
เรือพิฆาตชั้น Asagiri ถูกออกแบบเป็นระบบเรือคุ้มกันพหุภารกิจ จัดตั้งเป็นองค์ประกอบหลักของกองกำลังกองเรือคุ้มกันอเนกประสงค์ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นเป็นเวลามากกว่าสามทศวรรษ
เรือพิฆาตชั้น Asagiri แต่ละลำมีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ประมาณ 4,900tonnes ความยาวเรือรวมที่ 137m และความกว้างที่ 14.6m ระบบขับเคลื่อนติดตั้งเครื่องยนต์ gas turbine แบบ Spey SM1C สี่เครื่องในรูปแบบ COGAG(Combined Gas and Gas) ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 30knots
เรือพิฆาตชั้น Asagiri รองรับกำลังพลประจำเรือที่ประมาณ 220นาย และได้รับการติดตั้งด้วยดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Mitsubishi Heavy Industries(MHI)/Sikorsky SH-60J Seahawk หนึ่งเครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/sh-60l.html)
ในแง่ระบบอาวุธ เรือพิฆาตชั้น Asagiri ติดตั้งแท่นยิงจรวดปราบเรือดำน้ำ Mk 112 ASROC(Anti-Submarine Rocket) แปดท่อยิงสำหรับสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti‑Submarine Warfare), แท่นยิง Mk 29 แปดท่อยิงสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ RIM-7 Sea Sparrow,
และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ RGM-84 Harpoon แท่นยิงสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด ระบบอาวุธปืนรวมถึงปืนเรือหลัก Oto Melara 76mm/62 และระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) Phalanx สองแท่นยิง
ตามที่เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำแรก เรือพิฆาต DD-151 JS Asagiri ถูกปลดระวางประจำการแล้วทำให้เธอเป็นเรือหนึ่งลำที่พร้อมจะส่งออกให้แก่อินโดนีเซียได้ขณะนี้ เข้าใจว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียน่าจะมีความต้องการที่จะจัดหาเรือมากกว่าหนึ่งลำครับ




















































