วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

การฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก AMPHIBEX Raid การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙




















Royal Thai Marine Corps (RTMC) conducted Amphibious Exercise (AMPHIBEX) Raid operation as part of Field Training Exercise (FTX) of Royal Thai Navy (RTN) annual exercise Fiscal Year 2026 at the Naval Training Field No. 15, in Hat Yao, Sattahip district, Chonburi province in Gulf of Thailand on 14 May 2026. (Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy)



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ 
นาวาเอก บุญมี แก้วสง่า รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน (๑) เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกสนับสนุนการปฏิบัติการด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับของกำลังทางเรือ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และการฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนามและภาคทะเล (FTX) ในการฝึกกองทัพเรือ ๖๙ การฝึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมของกำลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติการจริงรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป

การตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ 
ในวันนี้ (๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙) พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ให้การรับรอง พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โดยมี พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ๒๕๖๙
ในส่วนของกองเรือยุทธการ ได้จัดให้มีการฝึกในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนเรือ โดยมีการตรวจการณ์กระสุนตกด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) บนเรือหลวงนเรศวร ณ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และการฝึกการถอนตัวสะเทินน้ำสะเทินบก (Withdrawal) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี
นอกจากนี้ กองเรือยุทธการยังมีหัวข้อการฝึกที่สำคัญอื่น ๆ ประกอบด้วย การฝึกความคุ้นเคยในการนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนดาดฟ้าเรือ (DLQ), การฝึกควบคุมห้วงอากาศในพื้นที่การรบ โดยใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นฐานปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และเฮลิคอปเตอร์, การโจมตีเป้าหมายด้วยเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และโดรนพลีชีพ (Kamikaze Drone) แบบ MARCUSS-KK รวมถึงการปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือ อากาศยาน และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นให้กองเรือยุทธการมีความพร้อมรบสูงสุด และพร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ

การฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX: Amphibious Exercise Raid) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026)  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล(FTX: Field Training Exercise) การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙ ของนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) 
และกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) จะได้เห็นการบูรณาการกำลังรบทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก ซึ่งได้รรับประสบการณ์จากการปะทะตามแนวชายแดนจังหวัดตราดในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่มีส่วนร่วมโดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ฉก.นย.(Marine Task Force) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กปช.จต.(Chanthaburi and Trat Border Defence Command) อย่างมาก

โดยเน้นปฏิบัติการร่วมกับระบบไร้คนควบคุม(UXV: Unmanned X Vehicle) ทั้งอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) และการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ต่างๆเช่น อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ MARCUS-KK ที่พัฒนาโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร.(NRDO: Naval Research and Development Office)
และเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ ฮร.ตช.๑ Schiebel Camcopter S-100 ร่วมกับ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๕ ฮ.ลล.๕ Sikorsky MH-60S Knighthawk, เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๖ ฮ.ลล.๖ Airbus Helicopters H145M, และ เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ บ.ตช.๑ Cessna T-337 Skymaster ของ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division)

สนับสนุนด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command/RTN SEALs) เรือเร็วปฏิบัติการพิเศษชุดเรือ พ.51(Marsun M18 Fast Assault Boat) เรือ พ.52, เรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงทองแก้ว ร.ล.ทองแก้ว และเรือหลวงวังใน และเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง(ลำที่๓)(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/navantia-type-071et-lpd.html) กองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet)
และการยกพลขึ้นบกด้วยรถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAVP7A1 กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ที่ได้รับการปรับปรุงโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html) และทหารราบนาวิกโยธินครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/amphibex-cobra-gold-2026.html)

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินไทยฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙












Royal Thai Marine Corps (RTMC) conducted CALFEX (Combined Arms Live Fire Exercise) for Royal Thai Navy (RTN) annual exercise Fiscal Year 2026 at Naval Training Field no. 16, Ban Chan Krem, Khao Khitchakut District, Chanthaburi Province on 14 May 2026.
The Live Fire exercise included RTMC's Chaiseri AWAV (Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8, modernized AAVP7A1 Assault Amphibious Vehicles by Chaiseri, Thai Defense Industry (TDI) D-Tiger 4x4 (Chaiseri First Win MPV (Multi-Purpose Vehicle) 4x4), BTR-3E1 8x8 armored personnel carriers, upgraded Chaiseri V-150 4x4, and HMMWV 4x4 utillity trucks with TOW 2A RF anti-tank guided missile (ATGM) and M2 .050cal heavy machine gun, also M758 ATMG 155mm/52calibre wheeled self-propelled howitzers. (Royal Thai Marine Corps)
 
“ รบอย่างไร  ฝึกอย่างนั้น ” 
นาวิกโยธิน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และคณะผู้บังคับบัญชาหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 
เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) และกรมทหารราบเคลื่อนที่เร็ว เตรียมรับสถานการณ์ ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดชลบุรี 
และตรวจเยี่ยมการฝึกยิงปืนใหญ่ทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สนับสนุนด้วย UAV ในการฝึกกองทัพเรือ ๖๙  บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองประแกต อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอรฝ.(ACDC: Naval Air and Coastal Defence Command) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดชลบุรี
และ ณ อ่างเก็บน้ำคลองประแกต อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกกองทัพเรือประจำปี๒๕๖๙ ปีนี้จะเห็นการเน้นความสำคัญของการนำระบบไร้คนควบคุม(UXV: Unmanned X Vehicle) ซึ่งครอบคลุมอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) และการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ต่างๆ

ยุทโธปกรณ์ที่เข้าร่วมการฝึก CALFEX ล่าสุดเห็นได้ว่าได้รับประสบการณ์จากการปะทะตามแนวชายแดนจังหวัดตราดในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่มีส่วนร่วมโดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ฉก.นย.(Marine Task Force) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กปช.จต.(Chanthaburi and Trat Border Defence Command) อย่างมาก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/d-tiger-4x4-calfex-cobra-gold-2026.html)
ทั้งรถรบของ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) รวมถึง รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8 ที่กองทัพเรือไทยสั่งจัดหาเพิ่มเติมจากบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย จำนวน ๗คันจากที่มีอยู่แล้ว ๗คัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/awav-8x8-chaiseri.html),

และ รถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAVP7A1 ที่ได้รับการปรับปรุงโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html) และรถรบของ กองพันรถถัง พัน.ถ.พล.นย.(Marine Tank Battalion, Marine Division) รวมถึงยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4 ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป.(DTI: Defence Technology Institute) ร่วมกับ Chaiseri ไทย,
ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8, และรถเกราะล้อยาง V-150 4x4 ที่ได้รับการปรับปรุงโดย Chaiseri ไทย, และรถยนต์บรรทุก รยบ.HMMWV 4x4 ติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง TOW 2A RF และติดปืนกลหนัก M2 .50caliber ที่มีการติดเกราะไม้กันอาวุธต่อสู้รถถัง และเกราะตาข่ายบนหลังคารถกัน drone โจมตี ซึ่งถูกนำมาใช้จริงในการปะทะเพื่อขับไล่กองทัพต่างชาติที่ชายแดนจังหวัดตราดในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ แล้ว

การฝึกยิงปืนใหญ่ทางยุทธวิธียังมีส่วนร่วมจากปืนใหญ่สนามขนาด 155mm แบบอัตราจรล้อยาง M758 ATMG(Autonomous Truck-Mounted Gun) ของกรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน กรม ป.พล.นย.(Marine Artillery Regiment, Royal Thai Marine Division) ที่ได้รับมอบแล้ว ๑๒ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/m758-atmg-155mm.html)
และปืนใหญ่รักษาฝั่งกระสุนวิถีโค้ง GHN-45 ขนาด 155mm ของกองพันรักษาฝั่งที่๑๑(11th Coastal Defense Battalion) กรมรักษาฝั่งที่๑(1st Coastal Defence Regiment) หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ. จะเห็นได้ว่าการฝึกนี้มีส่วนร่วมของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนาและผลิตในประเทศไทยจำนวนมาก และถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่ต่อเนื่องของกองทัพเรือไทยครับ

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำชั้น Hangor ปากีสถานสืบทอดคุณลักษณะหลักต่างๆจากเรือดำน้ำชั้น Type 039B จีน

Pakistan's Hangor class inherits main features of China's Type 039







Pakistan's first Hangor-class submarine seen here approaching a naval pier at Kota Kinabalu in East Malaysia. (Royal Malaysian Navy)

ชุดภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) บ่งชี้ว่าเรือดำน้ำชั้น Hangor ของกองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy)
ได้รับสืบทอดคุณลักษณะการออกแบบต่างๆเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำชั้น Type 039B(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuan) ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy)

ชุดภาพถ่าเหล่านี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 20226 เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงการมาถึงของเรือดำน้ำชั้น Hangor ลำแรก เรือดำน้ำ PNS Hangor ณ ฐานทัพเรือ Teluk Sepanggar ของกองทัพเรือมาเลเซีย
ใน Kota Kinabalu รัฐ Sabah ทางตะวันออกของมาเลเซีย มอบมุมมองที่หาได้ยากของแบบแผนของเรือดำน้ำชั้น Hangor ที่ได้จากภายถ่ายที่จำกัดที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือปากีสถาน

เรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Hangor ที่สร้างโดยจีนได้แวะเทียบท่าที่มาเลเซียเป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังบำรุง, การประสานงานการขนส่งทางทะเล และการพักผ่อนของลูกเรือก่อนเดินทางต่อไปยังปากีสถาน
เรือดำน้ำ PNS Hangor ได้ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการใน Sanya มณฑล Hainan สาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/hangor-pns-hangor.html)

ชุดภาพถ่ายแสดงถึงรตัวเรือทรงหยดน้ำตา(teardrop) ตากหลักอุทกพลศาสตร์(hydrodynamic) ที่ถูกปรับแต่งสำหรับการปฏิบัติการใต้น้ำต่างๆ ด้วยการจัดวางรูปแบบหางเสือท้ายเรือรูปเครื่องหมายบวกแบบดั้งเดิม
และครีบปรับการดำแนวนอนคู่ที่ติดที่หอเรือ(sail) แบบแผนพื้นผิวควบคุมนี้เป็นรูปแบบทั่วไปของเรือดำน้ำตามแบบของจีน เป็นการเน้นย้ำถึงการควบคุมเรือที่ความเร็วต่ำที่คาดการณ์ได้และการลดการแพร่สัญญาณเสียง

แผงรูปสี่เหลี่ยนมผืนผ้าที่เว้าเข้าไปด้านในที่เห็นได้จากด้านข้างของหอเรือ น่าจะถูกใช้เป็นช่องเข้าออกในตัวเรือ ตลอดโครงด้านหน้าส่วนบนของเรือดำน้ำ เป็นช่องระบายน้ำแบบร่องหลายช่องเรียงเป็นแถวแนวนอน
ช่องปล่อยน้ำเข้าออกได้อย่างอิสระเหล่านี้ถูกจัดวางอย่างสม่ำเสมอและไปตามแนวโค้งของตัวเรือทำให้ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเรือขึ้นสู่ผิวน้ำ โครงส่วนหน้าของหอเรือด้านบนมีความโค้งมนลงล่างไปยังฐานของหอเรือ

ไม่มีระบบอาวุธต่างๆภายนอกหรือการติดตั้งบนดาดฟ้าใดๆเห็นได้ บ่งชี้ถึงการพึ่งพาการใช้งาน torpedo ที่ติดตั้งภายในตัวเรือดำน้ำและเป็นไปได้กับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีที่ยิงจากท่อยิง torpedo มาตรฐานที่หัวเรือ
ชุดภาพยังยืนยันว่าเช่นเดียวกับเรือดำน้ำชั้น Type 039B ของจีน เรือดำน้ำชั้น Hangor ของปากีสถานติดตั้งท่อยิง torpedo หนักขนาด 533mm หกท่อยิงที่หัวเรือซึ่งเห็นการจัดวางรูปแบบ 2ท่อยิงด้านบนและ 4ท่อยิงด้านล่างครับ

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นอร์เวย์เปิดสายการผลิตรถถังหลัก Leopard 2A8NO และรับมอบรถ 2คันแรกจาก 54คัน

Norway opens Leopard 2A8 production line, receives first two MBTs





The first two Leopard 2A8NO MBTs were delivered to the Norwegian Army on 30 April. (Forsvaret/Synne Nilsson)



บริษัท KNDS เยอรมนีประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2025 ว่าตนและบริษัท RITEK นอร์เวย์ผู้ให้บริการและซ่อมบำรุงยานยนต์ได้เปิดโรงงานสายการผลิตใหม่
สำหรับรถถังหลัก Leopard 2A8NO MBT(Main Battle Tank) ใน Levanger นอร์เวย์ โดยการผลิตรถถังหลัก Leopard 2 สำหรับนอร์เวย์จะเริ่มต้นในไตรมาสที่สามของปี 2026

KNDS เยอรมนียังประกาศว่ารถถังหลัก Leopard 2A8NO MBT สองคันแรกจาก 54คันได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพบกนอร์เวย์(Norwegian Army, Hæren) เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026 ด้วยขีดความสามารถที่จะผลิตรถถังได้ 36คันต่อปี
โรงงานการผลิตและทดสอบบูรณาการใน Levanger นอร์เวย์มีสนามทดสอบต่างๆ เช่น สนามทดสอบการวัดระยะ laser พร้อมทางลาดชันและสระน้ำจมได้ทั้งคัน แหล่งพลังงานของโรงงานมาจากแหล่งความร้อนใต้พิภพ ตามข้อมูลจากบริษัท KNDS

รถถังหลัก Leopard 2A8NO จำนวน 17คันกำลังได้รับการผลิตโดยโรงงานของบริษัท KNDS Deutschland เยอรมนีใน Munich(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/leopard-2a7-44.html) และอีกจำนวน 37คันในโรงงานที่ Levanger นอร์เวย์
การวางแผนกำหนดให้รถถังหลัก Leopard 2A8NO จะเริ่มต้นเข้าประจำการในกองทัพบกนอร์เวย์ในปี 2027 หลังการทดสอบและรับรองจะเสร็จสิ้นในปี 2028 เพื่อทดแทนรถถังหลัก Leopard 2A4NO รุ่นเก่าที่ใช้งานมา 30ปี

ก่อนการส่งมอบรถถังหลัก Leopard 2A8NO สองคันแรกที่ค่าย Rena Camp ของกองทัพบกนอร์เวย์ใน Østerdalen รถถังหลัก Leopard 2A8 MBT ชุดแรกสำหรับกองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer) และนอร์เวย์ 
ร่วมไปกับปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน Panzerhaubitze(PzH) 2000 A4 ถูกเปิดตัว ณ บริษัท KNDS Deutschland ใน Munich เยอรมนี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/leopard-2a8-pzh-2000-a4.html)

ในพิธีเปิดตัวผู้บัญชาการกองทัพบกนอร์เวย์ พลตรี Lars Lervik ได้อธิบายถึงรถถังหลัก Leopard 2A8NO MBT ในฐานะ "เสาหลักในการจัดตั้งกองพลน้อยเหนือ(Brigade North) เพื่อให้ตรงเป้าหมายกำลังรบของ NATO สำหรับกองพลน้อยทหารราบยานเกราะ"
สำนักงานยุทโธปกรณ์กลาโหมนอร์เวย์(NDMA: Norwegian Defence Materiel Agency, FMA: Forsvarsmateriell) ได้สั่งจัดหารถถังหลัก Leopard 2A7+ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น Leopard 2A8 จำนวน 54คันในปี 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/leopard-2a7-54.html)

รถถังหลัก Leopard 2A8 รุ่นล่าสุดที่สร้างใหม่ได้ถูกสั่งจัดหาโดยเยอรมนีจำนวน 124คัน, นอร์เวย์จำนวน 54คัน, เนเธอร์แลนด์จำนวน 46คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/leopard-2a8-46.html), ลิทัวเนียจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/leopard-2a8-44.html), 
สวีเดนจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/leopard-2a8-strv-123-44.html) และสาธารณรัฐเช็กจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/leopard-2a8-44.html) ยังรวมถึงโครเอเชียในอนาคตจำนวนถึง 50คันด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/leopard-2a8-m142-himars.html)

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำ SS-711 Hai Kun ไต้หวันทดสอบการยิง Torpedo ใต้ทะเล

Taiwan conducts torpedo test from indigenous submarine





Taiwan's donestically developed submarine seen here at its sea trials. (CSBC Corporation)



บริษัท CSBC Corporation ไต้หวันได้เผยแพร่วีดิทัศน์แสดงถึงการยิง torpedo อย่างน้อยสองนัดจากเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ของกองทัพเรือไต้หวัน(RoCN: Republic of China Navy)
ภาพเคลื่อนไหวได้ให้การบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดในปัจจุบันว่าเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ได้มีความคืบหน้าเข้าสู่ขั้นการบูรณาการและรับรองระบบการรบต่างๆแล้ว

ในวีดิทัศน์ที่เผยแพร่บนช่อง YouTube ทางการของบริษัท CSBC เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 อู่เรือ CSBC อธิบายการยิง torpedo จากเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun
ในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการการยืนยันรับรองระบบอาวุธต่างๆของเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ss-711-hai-kun.html)

ภาพเคลื่อนไหวแสดงถึงลำดับเหตุการณ์ต่างๆที่ต่อเนื่องกันด้วยการปล่อย torpedo จากเรือดำน้ำ รวมถึงภาพถ่ายใต้น้ำของ torpedo ที่ออกมาจากท่อยิงและทิ้งรอยพริ้วคลื่นไว้
CSBC ไต้หวันไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดต่างๆของ torpedo ที่ถูกใช้คือการตั้งค่ากำหนดการทดสอบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/ss-711-hai-kun.html)

อย่างไรก็ตามหลักฐานภาพที่เห็นในวีดีทัศน์ตั้งข้อสังเกตุอย่างหนักแน่นว่า torpedo สองนัดที่ถูกยิงเป็นรุ่นลูกฝึกหรือลูกบันทึกข้อมูล telemetry ของ torpedo หนักแบบ Mk 48
การประเมินนี้มีพื้นฐานจากลวดลายที่ถูกนำมาใช้กับ torpedo ทั้งสองนัด และและข้อเท็จจริงที่ว่า torpedo ทั้งสองนัดได้ถูกเก็บขึ้นมาจากทะเลหลังจากที่ถูกปล่อยจากเรือดำน้ำแล้ว

เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun เป็นเรือดำน้ำลำแรกที่สร้างในประเทศของไต้หวัน และได้รับการพัฒนาโดย CSBC ไต้หวันภายใต้โครงการเรือดำน้ำกลาโหมภายในประเทศ(IDS: Indigenous Defence Submarine)
เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ถูกเปิดตัวในเดือนกันยายน 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/ss-711-hai-kun.html) และเป็นเรือลำแรกจากแผนที่จะสร้างเรือดำน้ำจำนวน 8ลำ

เพื่อปรับปรุงความทันสมัยการป้องปรามใต้ทะเลของไต้หวันท่ามกลางความตึงเครียดข้ามช่องแคบที่เพิ่มสูงขึ้นกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่นั้นมาเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ได้มีความคืบหน้าในการทดลองเรือหลายชุด
ในเดือนมกราคม 2026 บริษัท CSBC ยืนยันว่าเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ประสบความสำเร็จในการเสร็จสิ้นการทดลองเรือดำลงใต้น้ำครั้งแรกของตนเป็นเครื่องหมายถึงการอยู่ใต้น้ำครั้งแรกของเรือภายสภาวะการปฏิบัติการต่างๆ

แม้ว่ารายละเอียดคุณลักษณะของเรือดำน้ำชั้น Hai Kun ไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ถูกประมาณว่ามีความยาวเรือที่ราว 70m โดยมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes โดยประมาณ
ขณะที่ยังคงรูปทรงเรือหลักจากเรือดำน้ำชั้น Hai Lung จำนวน 2ลำของกองทัพเรือไต้หวัน(เรือดำน้ำ SS-793 ROCS Hai Lung และเรือดำน้ำ SS-794 ROCS Hai Hu) ที่จัดหาจากเนเธอร์แลนด์ในปี 1980s ซึ่งเก่ากว่า

เรือดำน้ำชั้น Hai Kun ที่ใหม่กว่ามีคุณลักษณะต่างๆที่ได้รับการเพิ่มขยายหลายประการในการออกแบบของเรือ รวมถึงหางเสือรูปทรงกากบาทเพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ในเขตน่านน้ำตื้น
เป็นที่คาดว่าเรือดำน้ำชั้น Hai Kun จะได้รับการติดตั้งระบบอาวุธด้วย torpedo หนักแบบ MK 48 Mod6 และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากเรือดำน้ำใต้น้ำ UGM‑84L Harpoon ที่ยิงจากท่อยิง torpedo ของสหรัฐฯครับ