วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569

เยอรมนีสั่งจัดหากระสุนปืนกล 30mm สำหรับรถรบทหารราบ Puma IFV เพิ่ม

Bundeswehr orders more 30 mm IFV ammunition





A Bundeswehr Puma IFV. (Rheinmetall)

กองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) ได้วางคำสั่งจัดหากับบริษัท Rheinmetall เยอรมนีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 สำหรับกระสุนปืนใหญ่กลขนาด 30mm เพิ่มเติม
สำหรับรถรบทหารราบ Puma IFV(Infantry Fighting Vehicle, SPz: Schützenpanzer) ของกองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer)(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/puma-nato.html

คำสั่งซื้อที่มีมูลค่าเป็นวงเงินหลายร้อยล้าน Euros เป็นการเพิ่มขยายสัญญากรอบการทำงานในเดือนธันวาคม 2022 สำหรับการจัดส่งกระสุนปืนใหญ่กลขนาด 30x173mm สัญญากรอบการทำงานจะดำเนินไปจนถึงปี 2029 
จนถึงขณะนี้ได้เห็นการส่งมอบกระสุน 30mm "จำนวนหลักแสนกลางๆ" นัดแล้ว ขณะนี้จะเห็นกระสุนเพิ่มเติมอีกหลายแสนนัดมูลค่าวงเงินราว 1 billion Euros($1.2 billion) ที่จะถูกส่งมอบ

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2025 สำนักงานยุทโธปกรณ์, สารสนเทศ, วิทยาการ และการสนับสนุนระหว่างประจำการกองทัพสหพันธรัฐเยอรมนี(Federal Office of Bundeswehr Equipment, Information Technology and In-Service Support ,BAAINBw: Bundesamt für Ausrüstung, Informationstechnik und Nutzung der Bundeswehr)
ได้ขยายสัญญากรอบการทำงานที่ลงนามในเดือนพฤษภาคม 2023 เพื่อจะว่าจ้าง บริษัท Projekt System & Management GmbH(PSM) เยอรมนี กิจการร่วมค้า(JV: Joint Venture) ระหว่างบริษัท Rheinmetall และบริษัท KNDS Deutschland(KNDS) เยอรมนี

ที่จะส่งมอบรถรบทหารราบ Puma IFV เพิ่มเติมจำนวนมากกว่า 200คันเพื่อขยายขนาดกำลังของกองทัพเยอรมนี คำสั่งซื้อขั้นต้นสำหรับสัญญาในเดือนพฤษภาคม 2023 คือสำหรับรถรบทหารราบ Puma IFV จำนวน 50คัน
การจัดซื้อจัดจ้างรถรบทหารราบ Puma IFV มีมูลค่ารวมที่วงเงิน 4.2 billion Euros ซึ่งวงเงิน 2.1 billion Euros จะถูกจ่ายให้แก่บริษัท KNDS และวงเงิน 2.1 billion Euro จะถูกจ่ายให้แก่บริษัท Rheinmetall Landsysteme GmbH เยอรมนีซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ Rheinmetall เยอรมนี 

กำหนดการส่งมอบจะได้เห็นรถรบทหารราบ Puma IFV ชุดแรกถูกส่งมอบในไตรมาสที่สองของปี 2028 รถรบทหารราบ Puma IFV ติดตั้งปืนใหญ่กล MK30-2/ABM(Airburst Munition) ของ Rheinmetall 
ปืนใหญ่กล MK30-2/ABM ขนาด 30x173mm สามารถทำการยิงกระสุนแบบตั้งค่ากำหนดได้ที่เกิน 2,000m ต่อเป้าหมายบนพื้น, ในอากาศ และในทะเล บริษัท Rheinmetall กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 

Rheinmetall เยอรมนีทำการผลิตและส่งมอบกระสุนสองแบบสำหรับรถรบทหารราบ Puma IFV กระสุนพลังงานจลน์ชนวนเวลา(KE-TF: Kinetic Energy Time Fuse) แบบ DM21 และกระสุนพลังงานจลน์ (KE: Kinetic Energy) แบบ DM33 ทั้งสองแบบเป็นกระสุนปืนกลขนาด 30x173mm
กระสุน DM21 KE-TF แบบตั้งค่าได้ถูกออกแบบเพื่อทำให้รถรบทหารราบ Puma IFV สามารถที่จะโจมตีเป้าหมายผิวบางขนาดใหญ่และเป้าหมายผิวกึ่งแข็ง หรืออากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ต่างๆได้ครับ

กองทัพเรืออังกฤษรับมอบยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่มาก XV Excalibur

UK's Submarine Delivery Agency hands Excalibur XLUUV over to Royal Navy





XV Excalibur (MSubs Cetus XLUUV) during launch in March 2025. Image provided by Brett Phaneuf, MSubs, via email on 5 June 2025 for use in Janes reference publications. (MSubs)



สำนักงานการส่งมอบเรือดำน้ำ(SDA: Submarine Delivery Agency) กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ส่งมอบยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่มาก XLUUV(Extra-Large Unmanned Underwater Vehicle)
แบบ XV Excalibur แก่กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) ในเดือนธันวาคม 2025 ที่ยังถูกเรียกว่าเรือดำน้ำอัตโนมัติ(autonomous submarine) โดยกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร

ด้วยความยาวเรือ 12m และระวางขับน้ำ 19tonne XV Excalibur เป็นยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยมีการทดลองเรือมาโดยกองทัพเรือสหราชอาณาจักร
ยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่มาก XV Excalibur XLUUV ได้รับการตั้งชื่อและถูกเปิดตัว ณ พิธีในฐานทัพเรือ HMNB(His Majesty's Naval Base) Devonport เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025

ในการฝึกผสมนานชาติ Talisman Sabre 2025 เดือนสิงหาคม 2025 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรได้ประสบความสำเร็จในการควบคุมยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่มาก XV Excalibur
ในน่านน้ำของสหราชอาณาจักรจากศูนย์การปฏิบัติการระยะไกล(remote operating centre) ในออสเตรเลีย เป็นระยะทางมากกว่าถึง 16,000km จากฐานทัพเรือของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรใน Plymouth

การฝึกผสมนานชาติ Talisman Sabre 2025 เป็นเครื่องหมายถึงครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียได้แสดงการทำงานร่วมกันของยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่มาก XLUUV ในฐานะกำลังรบเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/anduril-ghost-shark-xl-auv.html)
เห็นได้จากกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรที่มีความคืบหน้าช่วงที่สองของความเป็นหุ้นส่วนทางกลาโหมออสเตรเลีย-สหราชอาณาจักร-สหรัฐฯที่รู้จักในชื่อ AUKUS Pillar 2(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/bae-systems-asc-aukus.html)

การส่งมอบเป็นจุดสูงสุดของโครงการ Project Cetus โดยยานใต้น้ำไร้คนขับ Excalibur อยู่ภายใต้การพัฒนาตั้งแต่ปี 2022 โดยสำนักงานการส่งมอบเรือดำน้ำสหราชอาณาจักร SDA ในความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท MSubs Ltd.สหราชอาณาจักร
กองทัพเรือสหราชอาณาจักรมีวัตถุประสงค์สำหรับโครงการ Project Cetus ที่จะสร้างความเชื่อถือในระบบอัตโนมัติทางเรือและจะเป็นฐานการทดสอบเพื่อจะประเมินภารกรรมบรรทุกและระบบภารกิจทางทหารต่างๆ

ยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่มาก XV Excalibur ได้เสร็จสิ้นหลากหลายการทดลองเรือต่างๆไปแล้ว โดยกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรกล่าวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 ว่าการทดสอบเหล่านี้รวมถึง "เกินกว่าคุณลักษณะการออกแบบดั้งเดิมหลายอย่าง"
XV Excalibur ขณะนี้จะเข้ารับการทดลองเรือในทะเลอย่างเข้มงวดจนถึงปี 2027 โดยหน่วยระบบอัตโนมัติ(Autonomy Unit) ของ SDA จะเดินหน้าที่จะสนับสนุนการทดสอบโครงการทดสอบและประเมินค่า XV Excalibur ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรต่อไปครับ

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569

ปืนเล็กยาวจู่โจม Grot A3 รุ่นล่าสุดพร้อมส่งมอบให้กองทัพโปแลนด์ในเดือนมิถุนายน 2026

Poland's Grot A3 rifles ready for delivery in June 2026, says Fabryka Broni





The newest version of Grot A3. (Fabryka Broni)

บริษัท Fabryka Broni โปแลนด์ผู้ผลิตอาวุธขนาดเล็ก(small-arms)กล่าวกับ Janes ในเดือนธันวาคม 2025 ว่าตนคาดว่าจะส่งมอบปืนเล็กยาวจู่โจม Grot A3 ชุดแรกของตนแก่กองทัพบกโปแลนด์(Polish Army) ได้ในเดือนมิถุนายน 2026
กำหนดระยะเวลาการส่งมอบถูกจัดตั้งขึ้น ณ งานสัมมนาอาวุธขนาดเล็ก Grotowisko ในเดือนมิถุนายน 2024 ที่ซึ่ง Fabryka Broni เปิดตัวปืนเล็กยาวจู่โจม Grot A3 โดยไม่ได้ระบุมากไปกว่าชุดแรกในปี 2026

ระหว่างงานสัมมนายุทโธปกรณ์ประจำกายกองทัพบกโปแลนด์(งานสัมมนา Szpejowisko 2.0) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 Seweryn Figurski ประธานคณะกรรมการบริหาร Fabryka Broni “Łucznik” Radom โปแลนด์
ได้ยืนยันกับ Janes ว่าการส่งมอบแก่กองทัพบกโปแลนด์คือเดือนมิถุนายน 2026 เสริมว่าปืนเล็กยาวจู่โจม Grot A3 รุ่นมาตรฐานได้ผ่านการทดสอบประเภทอาวุธปืนแล้วต่างๆแล้ว

ปืนเล็กสั้นจู่โจม Grot รุ่นลำกล้องสั้น 10.5inch จะได้รับการปรับปรุงไปเป็นมาตรฐานปืนเล็กสั้นจู่โจม Grot A3 และคาดว่าจะได้รับการทดสอบในไตรมาสแรกของปี 2026 นี้
Figurski กล่าวเสริมว่าคำสั้งซื้อเพิ่มเติมสำหรับปืนเล็กยาวจู่โจม Grot A3 รุ่นล่าสุดเป็นที่คาดไว้ สอดคล้องกับแผนการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆได้รับการอนุมัติแล้ว

Figurski กล่าวมีความตั้งใจที่จะจัดซื้อปืนเล็กสั้นจู่โจม Grot A3 บางส่วนในรูปแบบปืนเล็กยาว bullpup นี่เป็นหนึ่งในการประกาศชัดเจนดังกล่าวครั้งแรกจากกองทัพบกโปแลนด์ 
ซึ่งจนถึงตอนนี้ได้มองปืนเล็กยาว bullpup ด้วยความสงสัย Figurski เสริมว่าก่อนคำสั่งซื้อจะสามารถเริ่มต้นได้ รุ่นปืนเล็กยาวจู่โจม bullpup จะต้องได้รับการทดสอบเพิ่มเติมก่อน

แม้ว่าการประกาศที่ชัดเจนไม่ได้มีขึ้น Janes เข้าใจว่ากองพลน้อยส่งทางอากาศที่6(6th Airborne Brigade) ได้รับการสนับสนุนสำหรับปืนเล็กยาวจู่โจม Grot ในรูปแบบ bullpup มาเป็นเวลาหลายปี
หน่วยอื่นที่ได้รับมอบปืนเล็กยาวจู่โจม Grot แบบ bullpup อีกหน่วยนอกเหนือจากเหล่าทหารพลร่มน่าจะเป็นทหารของกองพลน้อยทหารม้าอากาศที่25(25th Air Cavalry Brigade)

กองพลน้อยทหารม้าอากาศที่25 กองทัพบกโปแลนด์เป็นหน่วยเคลื่อนที่ทางอากาศที่กำลังได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปติดอาวุธภาคสนาม Leonardo AW149(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/aw149-27.html)
กองทัพบกโปแลนด์กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปติดอาวุธภาคสนาม AW149 จำนวน 32เครื่อง ซึ่งจำนวน 27เครื่องจะถูกสร้างในโปแลนด์เพิ่มเติมต่อ 5เครื่องที่สร้างในอิตาลี และมีกำหนดการที่จะดำเนินไปจนถึงปี 2029 ครับ

เครื่องบินโจมตีเบาใบพัด A-29 Super Tucano บราซิลจะขยายขีดความสามารถระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ C-UAS ในครึ่งหลังปี 2026

Embraer to expand A-29 Super Tucano C-UAS capabilities in H2 2026





A two-ship formation of A-29 Super Tucanos fly over Kabul, Afghanistan, during a mission on 28 April 2016. Embraer is working on giving the aircraft C-UAS capabilities. (US Air Force/Staff Sgt Larry E Reid Jr)

บริษัท Embraer บราซิลจะสร้างขีดความสามารถระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ C-UAS(Counter-Unmanned Aircraft System) ให้พร้อมสำหรับเครื่องบินโจมตีเบาเครื่องยนต์ใบพัด A-29 Super Tucano ของตน
ในครึ่งหลัง(H2: second half) ของปี 2026 บริษัท Embraer กล่าวกับ Janes(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/29n-super-tucano-5-12.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/09/29n-super-tucano-12.html)

"Embraer ได้เสร็จสิ้นการทดสอบภาคพื้นดินและการบินทดสอบต่างๆเพื่อรับรองแนวคิดการปฏิบัติการ(CONOPS: Concept of Operations) ของขีดความสามารถอากาศสู่อากาศของระบบตรวจจับกล้อง EO/IR(Electro-Optical/Infrared)
ในช่วงเวลานี้เรากำลังดำเนินการปรับปรุงชุดคำสั่งระบบภารกิจต่างๆเพื่อเพิ่มขยายประสิทธิภาพของระบบอาวุธในภารกิจอากาศสู่อากาศต่างๆ" Marcio Monteiro รองประธานข่าวกรองการตลาดของบริษัท Embraer Defense & Security กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2025

"เราคาดว่าเราจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกนำมาปฏิบัติใช้สำหรับการแสดงสาธิตต่างๆและพร้อมให้แก่ลูกค้าในปัจจุบันและลูกค้าใหม่ต่างๆ"ในครึ่งหลังของปี 2026" Monteiro เสริม(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/29-super-tucano-4-6.html)
เส้นทางขีดความสามารถของขีดความสามารถระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ C-UAS ของ Embraer บราซิลถูกประกาศโดยบริษัทเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2025 (https://aagth1.blogspot.com/2025/05/29n-super-tucano-12-2025.html)

Embraer ได้วางตำแหน่งเครื่องบินโจมตีเบาใบพัด A-29 Super Tucano ซึ่งถูกใช้งานโดย 22 กองทัพอากาศทั่วโลกในฐานะอากาศยานระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ C-UAS ชั้นนำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/29-super-tucano-5-6.html
เครื่องบินโจมตีเบาใบพัด A-29 Super Tucano ทุกเครื่องกำลังได้รับการดัดแปลงสำหรับการติดตั้งด้วยจรวดนำวิถี laser เพื่อกำจัดระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/embraer-29-super-tucano-4.html)

Monteiro กล่าวอธิบายในฐานะภารกิจใหม่ที่ถูกเพิ่มให้กับเครื่องบินโจมตีเบา A-29 "A-29 Super Tucano ตั้งแต่การออกแบบดั้งเดิมของมันได้ตั้งใจแต่แรกที่จะดำเนินการปฏิบัติการอากาศสู่อากาศต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสกัดกั้นทางอากาศต่ออากาศยานขนากเล็กและบินช้าในเพดานบินต่ำ" Monteiro กล่าวเน้นความสำคัญสิ่งที่เขาเรียกว่าความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่และการควบคุมของเครื่องบิน

"มีความเร็วที่ช้ากว่าเครื่องบินขับไล่กระแสหลักทำให้มีความได้เปรียบมหาศาลอย่างแท้จริงสำหรับการติดตามและกำหนดเป้าหมายะบบอากาศยานไร้คนขับ UAS ที่โดยทั่วไปเครื่องเหล่านี้จะทำการบินที่ความเร็วที่เกือบ 100knots"
เขากล่าวกับ Janes ว่ามีเครื่องบินโจมตีเบาใบพัด A-29 Super Tucano มากกว่า 300เครื่องที่ได้รับการสั่งจัดหาแล้ว โดยกองทัพอากาศทั่วโลกมีความต้องการเครื่องบินโจมตีเบา A-29 "เกือบ 500เครื่อง" ในอีก 20ปีข้างหน้าครับ

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสลงนามจัดหาเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye สวีเดน 2เครื่อง

France signs for GlobalEye as AWACS replacement





The French Air and Space Force is to initially replace its four E-3F AWACS aircraft with two GlobalEyes (pictured), with a further two to potentially follow. (Saab)

ฝรั่งเศสได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดหาเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye สวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/saab-globaleye-2.html)
เพื่อทดแทนเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Boeing E-3F AWACS(Airborne Warning and Control System) ที่มีอายุการใช้งานมานานของตน บริษัท Saab สวีเดนประกาศเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2025

สำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction Générale de l'Armement) ได้ลงนามสัญญาสำหรับเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye จำนวน 2เครื่องรวมตัวเลือสำหรับเพิ่มเติมอีก 2เครื่อง
เป็นวงเงินประมาณ 12.3 billion Swedish Krona($1.34 billion) เป็นการยืนยันข้อตกลงการเลือกแบบที่ได้รับการประกาศ ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Paris Air Show 2025 ที่นครหลวง Paris ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 16-22 มิถุนายน 2025

ข้อตกลงที่รวมอยู่ในสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye รวมถึงสิ่งอุปกรณ์ภาคพื้นดิน, การฝึกและการสนับสนุน โดยการส่งมอบจะมีขึ้นในระหว่างปี 2029-2032
สัญญาเป็นการปูทางที่ชัดเจนสำหรับกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) ที่จะปลดประจำการเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ E-3F จำนวน 4เครื่องของตนที่ได้รับมอบมาตั้งแต่ปี 1991

ระบบควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ GlobalEye ถูกสร้างจากพื้นฐาน radar แบบ Saab Erieye ER(Extended Range) ที่ยังคงใช้จานสัญญาณ Radar ทรง 'แท่งแผ่นกระดาน' หนอกบนหลังภายนอกเครื่องเช่นเดียวกับระบบ Erieye ดั้งเดิมของบริษัท Saab
ติดตั้งด้วย Gallium Nitride(GaN) และวิทยาการต่างๆอื่นๆ Erieye ER เป็นระบบ AESA(Active Electronically Scanned Array) radar ที่มีประสิทธิภาพพลังงานเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับ Erieye radar รุ่นก่อน

Erieye ER มีระยะการทำงานของ radar ที่มากกว่า 650km ซึ่งสามารถเพิ่มขยายโดยการเน้นในจุดสนใจของพลังงานของ AESA radar สมรรถนะที่เปิดเผยโดยการให้ข้อมูลจาก Saab สวีเดน GlobalEye มีระยะเวลาการบินปฏิบัติการมากกว่า 13ชั่วโมง และมีความเร็วสูงสุดที่ 450knots
กองทัพอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAEAF&D: United Arab Emirates Air Force and Defence) เป็นลูกค้าส่งออกรายแรกสำหรับเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye โดยได้รับมอบจำนวน 5เครื่องที่ตนสั่งจัดหาครบแล้วในเดือนกันยายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/saab-globaleye-5.html)

กองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) ยังได้สั่งจัดหา Saab GlobalEye จำนวน 3เครื่องโดยกำหนดแบบเป็นเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/saab-globaleye-2.html)
เพื่อทดแทนเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab ASC 890 AEW&C(Saab 340 ERIEYE) จำนวน 1เครื่องจากทั้งหมด 2เครื่องของตนที่บริจาคให้ยูเครน ซึ่งสองเครื่องแรกจะส่งมอบได้ก่อนกำหนดเดิมในปี 2027 และเครื่องสามในปี 2029 ครับ

เบลเยียมจะทดแทนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH ในภารกิจค้นหาและกู้ภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์แบบใหม่ 4เครื่อง

Update: Belgium to replace NH90 NFH in search-and-rescue role with new helicopter type





NH90 NFH Belgian Air Force. (Belgian Navy)

เบลเยียมจะทดแทนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NHIndustries(NHI) NH90 NFH(NATO Frigate Helicopter) ของตนในภารกิจค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search-and-Rescue) ด้วยเฮลิคอปเตอร์แบบใหม่
รัฐมนตรีกลาโหมเบลเยียม Theo Francken กล่าวเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2025 ว่า แผนการจัดซื้อจัดจ้างเฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัย SAR แบบใหม่สำหรับกองทัพอากาศเบลเยียม(BAF: Belgian Air Force)

เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนงบประมาณวงเงิน 232 million Euros($270 million) ในฐานทัพอากาศ Koksijde ซึ่งเป็นที่ตั้งปฏิบัติการหลักสำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH
กองทัพอากาศเบลเยียมมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ NH90 จำนวน 8เครื่อง ประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH จำนวน 4เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปทางยุทธวิธี NH90 TTH(Tactical Transport Helicopter) จำนวน 4เครื่อง

กองทัพอากาศเบลเยียมได้ปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป NH90 TTH ที่ใช้ในภารกิจภาคพื้นดินก่อนกำหนดในปี 2025 โดยอ้างถึงความพร้อมปฏิบัติการที่ย่ำแย่(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/nh90-tth.html)
ณ เวลาเดียวกัน กองทัพอากาศเบลเยียมกล่าวว่าตนยังจะคงใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH ต่อไปในภารกิจภารกิจค้นหาและกู้ภัยและภารกิจสงครามต่อต้านเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) บนเรือฟริเกต

สื่อเบลเยียมได้รายงานว่าเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH ขณะนี้จะสูญเสียภารกิจค้นหาและกู้ภัย SAR ของตน และจะถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์แบบใหม่ที่ยังไม่ได้รับการตัดสินใจในปี 2026
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2025 กองประชาสัมพันธ์กองทัพเบลเยียม(Belgian Defence Press Service) ได้มอบการแถลงการณ์แก่ Janes ที่มีเนื้อหาใจความว่า

"สภาคณะรัฐมนตรีเบลเยียมได้ผ่านความเห็นชอบที่แก่กองทัพเบลเยียมที่จะจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัยใหม่จำนวน 4เครื่อง เฮลิคอปเตอร์เหล่านี้จะทดแทนเฮลิคอปเตอร์ Sea King ที่เคยมีในอดีต
และและแสดงถึงการเริมสร้างกำลังที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยต่างๆ, การส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation) ต่างๆ, การขนส่งอวัยวะเร่งด่วน, และช่วยเหลือฉุกเฉิน"

กองทัพอากาศเบลเยียมเคยมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Westland Sea King Mk.48 จำนวน 5เครื่องในภารกิจภารกิจค้นหาและกู้ภัยบนเรือของกองทัพเรือเบลเยียม(Belgian Navy) ซึ่งเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1976
กองทัพอากาศเบลเยียมได้ปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Sea King เครื่องสุดท้ายของตนในเดือนมีนาคม 2019 หลังประจำการมากว่า 43ปี และถูกแทนที่เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH ครับ

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon แก่เดนมาร์ก 3เครื่อง

US approves Poseidon sale to Denmark





Seen in US Navy service, the Poseidon has now been approved for sale to Denmark. (US Navy)

รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลพหุภารกิจ Boeing P-8A Poseidon MMA(Multimission Maritime aircraft) แก่เดนมาร์ก(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/boeing-p-8a-poseidon.html)
สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ประกาศการอนุมัติโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 กล่าวว่า

การจัดหารูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) วงเงินประมาณ $1.8 billion ครอบคลุมเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-p-8a-poseidon.html),
เช่นเดียวกับสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, การฝึก, การสนับสนุน, และวัสดุอื่นๆ(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/p-8a-poseidon-4.html) ระบบอาวุธต่างๆไม่ได้ถูกรวมในการอนุมัตินี้(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/boeing-p-8a-poseidon.html)

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มขยายขีดความสามารถของเดนมาร์กเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตโดยการมอบกำลังรบที่น่าเชื่อถือที่มีขีดความสามารถของการป้องปรามฝ่ายตรงข้ามต่างๆและการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการของ NATO
ข้อเสนอการขายจะสนับสนุนเป้าหมายของของเดนมาร์ในการเพิ่มการป้องกันชาติและดินแดนเช่นเดียวกับการทำงานร่วมกันกับกองทัพสหรัฐฯและกองกำลังชาติ NATO" DSCA สหรัฐฯกล่าวในเอกสารแจ้งการอนุมัติ

ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา Congrss สหรัฐฯเป็นอันดับแรกจึงจะสามารถลงนามสัญญาได้ ด้วยน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่(85,139 kg) มากที่สุดในเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแท้ใดๆที่มีในตลาด
เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A ติดตั้งระบบตรวจจับหลักต่างๆด้วย radar ตรวจการณทางทะเลแบบ Raytheon AN/APY-10 และกล้อง digital electro-optic/infrared(EO/IR) แบบ L-3 Wescam MX-20HD

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A สามารถบรรจุทุ่นวิเคราะห์เสียงใต้น้ำ sonobuoy ได้ถึง 126ทุ่น และสามารถบรรทุกอาวุธต่อต้านเรือดำน้ำและอาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำครบถ้วนเต็มรูปแบบภายในห้องเก็บอาวุธในตัวเครื่องหรือเช่นเดียวกับที่ตำบลอาวุธจุดแข็งใต้ปีก
ในห้องโดยสารหลักมีการจัดวางตำแหน่งสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจ 7นายที่ 6สถานีปฏิบัติงาน(workstation) แม้ว่าจะมีพื้นที่มากเพียงพอและมีระบบจ่ายพลังงานและระบบระบายความร้อนที่จำเป็นสำหรับการเพิ่มขยายก็ตาม

นอกจากกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) และแคนาดา ชาติยุโรปสมาชิก NATO ที่ได้จัดหาเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon แล้วรวมถึงกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/p-8a-poseidon.html), 
กองทัพอากาศนอร์เวย์(RNoAF: Royal Norwegian Air Force, Luftforsvaret)(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/p-8a-poseidon.html) และกองการบินทหารเรือเยอรมนี(Marineflieger) กองทัพเรือเยอรมนี(German Navy, Deutsche Marine) ครับ

อังกฤษลงนามสัญญาการทดสอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง RCH 155 เยอรมนี

UK signs GBP52 million RCH 155 testing contract



RCH 155 mm/52 calibre wheeled SPH displayed at DVD 2024. (Crown Copyright, KNDS)


German Defence Minister Boris Pistorius handed over the first Remote Controlled Howitzer 155 8×8 SPH for Ukraine to the Ukrainian ambassador in Germany, Oleksii Makeiev, at KNDS Deutschland's plant in Kassel on 13 January 2025. (Bundeswehr)



สหราชอาณาจักรและเยอรมนีได้ลงนามสัญญาวงเงิน 52 million British pound sterling($70 million) สำหรับระบบสาธิตขีดความสามารถช่วงเริ่มต้น
สำหรับยานเกราะล้อยาง Boxer 8x8(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/boxer-8x8-100.html) ติดตั้งป้อมปืนใหญ่ขนาด 155mm Remote Controlled Howitzer(RCH 155)

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง RCH 155 SPH(Self-Propelled Howitzer) ที่พัฒนาโดยบริษัท KNDS เยอรมนี และบริษัท Rheinmetall เยอรมนีได้ถูกเลือกโดยกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรสำหรับระบบการยิงแบบเคลื่อนที่ของตน 
กองทัพสหราชอาณาจักร(British Army) ปัจจุบันประจำการด้วยปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง BAE Systems Archer จำนวน 14ระบบในฐานะกำลังอุดช่องว่าง(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/archer.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/04/archer.html)

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรยืนยันในแถลงการณ์เสรีภาพในข้อมูล(FOI: Freedom of Information) ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าตนได้บริจาคปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน AS90 ทั้งหมด 99ระบบที่มีอยู่แก่ยูเครน
ที่ประกาศโดยสหราชอาณาจักรในทะเบียนอาวุธตามแบบของสหประชาชาติ(UN ROCA: United Nations Register of Conventional Arms) ในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/challenger-2.html)

ในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรกล่าวว่า ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง RCH 155 มีความเร็วสูงสุดที่ 100km/h และมีระยะปฏิบัติการบินถนนไกลสุดที่ 700km
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเสริมว่า ปืนใหญ่อัตตาจร RCH 155 สามารถทำการยิงได้ถึง 8นัดต่อนาทีขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ มีมุมยิงส่ายซ้าย-ขวาได้ 360องศา มีระยะยิงไกลสุดที่ถึง 70km ต้องขอบคุณระบบอัตโนมัติทำให้สามารถปฏิบัติการกำลังพล 2นาย

สหราชอาณาจักรจะได้รับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง RCH 155 ระบบสาธิต 1ระบบ และเยอรมนีจะได้รับ 2ระบบในโครงการทดสอบร่วม ทั้งสองประเทศจะแบ่งปันข้อมูลการทดสอบและสถานที่
ด้วยความตั้งใจที่จะเร่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้เร็วขึ้นขณะที่ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ กล่าวโดยรัฐมนตรีด้านความพร้อมและอุตสาหกรรมกลาโหมสหราชอาณาจักร Luke Pollard

ก่อนหน้านี้เยอรมนีได้ส่งมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง RCH 155 SPH ระบบแรกแก่ยูเครนในพิธีที่มีขึ้น ณ โรงงานของบริษัท KNDS Deutschland เยอรมนีใน Kassel เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2025 กระทรวงกลาโหมเยอรมนีกล่าวในเวลานั้นว่า
ยูเครนจะได้รัมอบปืนใหญ่อัตตาจร RCH 155 ชุดแรก 6ระบบจาก 54ระบบในปี 2025 โดยยูเครนได้ลงนามจัดหา 18ระบบในปี 2022 และเพิ่มเติมอีก 36ระบบในปี 2023 ซึ่งเพียงพอสำหรับเข้าประจำการในสามกองพันทหารปืนใหญ่ครับ

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

เรือประจัญบานชั้น Trump ลำแรก BBG-1 USS Defiant จะมีราคาสูงเท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford

First Trump-class battleship will cost as much as aircraft carrier, predicts analyst



US President Donald Trump confirmed details of the new class of large surface combatants, the battleships at a press conference on 22 December. (The White House)


It took the US Navy 11 years from programme start to commission the USS Zumwalt shown here. (US Navy)

เรือลำแรกของเรือประจัญบานชั้น Trump เรือประจัญบาน BBG-1 USS Defiant จะมีราคาค่าใช้จ่ายที่สูงเทียบเท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ford-nimitz.html)
ตามการวิเคราะห์จากศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ(CSIS: Center for Strategic and International Studies) เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงและอุปสรรคการพัฒนาต่างๆที่มีนัยสำคัญอื่นๆ

"เรือลำนี้จะไม่มีวันออกเดินเรือ"("This ship will never sail") เขียนโดย พันเอก(colonel) Mark Cancian อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) ที่เกษียณแล้วผู้ซึ่งขณะนี้เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของแผนกกลาโหมและความมั่นคงของ CSIS 
ในการให้ความเห็นในบทความ 'เรือประจัญบานของกองเรือทองคำจะไม่มีวันออกเดินเรือ'(Golden Fleet's Battleship Will Never Sail) ที่ CSIS เผยแพร่ทาง online เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2025

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ได้ยืนยันรายละเอียดต่างๆของเรือรบผิวน้ำขนาดใหญ่เรือประจัญบานชั้นใหม่ในการประชุมสื่อเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/trump-bbg-1-uss-defiant.html)
เรือประจัญบานชั้น Trump แต่ละลำจะมีระวางขับน้ำที่มากกว่า 27,216tonnes ถึง 36,287tonnes จะรวมการจัดหาเรือระยะแรกจำนวน 10ลำ แต่จะทยอยรวมการขยายกองเรือที่จำนวนระหว่าง 20-25ลำ ซึ่งเรือประจัญบานจำนวน 2ลำแรกจะพร้อมภายใน 2ปี 6เดือน

Cancian เน้นว่า "ที่ระวางขับน้ำ 30,000tons ถึง 40,000tons(27,216tonnes ถึง 36,287tonnes) ที่อ้างโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump เรือมีขนาดใหญ่มากกว่าเรือลำใดๆที่สหรัฐฯได้สร้างใน 80ปีที่ผ่านมานี้ นอกเหนือจากเรือบรรทุกเครื่องบินต่างๆ
เรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Zumwalt ที่ถูกตัดลดจำนวนลง(ถูกสร้างเพียง 3ลำ) มีระวางขับน้ำ 15,000tons(13,608tonnes) แต่ใช้เวลาถึง 11ปีตั้งแต่โครงการเริ่มต้น(ในปี 2005) ที่จะขึ้นระวางประจำการเรือลำแรก(เรือพิฆาต DDG-1000 USS Zumwalt ในปี 2016)"

"เรือประจัญบานจะเป็นมากกว่าสองเท่าตามที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีความซับซ้อนมากกว่าด้วยขีดความสามารถทางนิวเคลียร์กับระบบอาวุธพลังงานตรง(DEW: Directed Energy Weapon) ต่างๆ
เรือลำแรกเรือประจัญบาน BBG-1 USS Defiant น่าจะขึ้นระวางประจำการในต้นถึงกลางปี 2030s ถ้าสมมุติว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ" Cancian เน้น(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/zumwalt-hypersonic.html)

ปัจจุบันเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke Flight III(ลำแรก Flight I เรือพิฆาต DDG-51 USS Arleigh Burke) มีระวางขับน้ำที่ 9,000tons(8,165tonnes) และมีราคาต่อลำที่ $2.8 billion ความเห็นของศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ CSIS เน้น
กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้วางกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ลำแรกแล้ว เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-78 USS Gerald R Ford ที่ขึ้นระวางประจำการในปี 2017(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/cvn-78-uss-gerald-r-ford.html)

เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สองเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ยังคงมีความล่าช้าในการสร้างโดยกำหนดส่งมอบล่าสุดคือราวเดือนมีนาคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/cvn-79-uss-john-f-kennedy-f-35c.html)
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สามเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-80 USS Enterprise ลำที่สี่เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller กำลังในระหว่างการสร้าง และลำที่ห้าเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-82 USS William J. Clinton และลำที่หกเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-83 USS George W. Bush ได้รับการวางแผนจัดหาแล้วครับ