วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX และพิธีปิดการฝึก Cobra Gold 2020







Royal Thai Army, Royal Thai Marine Corps Royal Thai Navy and Royal Thai Air Force with US Army, US Marine Corps, Japan Ground Self-Defense Force, Singapore Army, Malaysian Army and Indonesian Army conduct Live Firing in exercise Cobra Gold 2020 at Royal Thai Army 3rd Army Area firing range, Ban Dan Lan Hoi, Sukhothai, Thailand in 6 March 2020.




Joint Special Forces Free-Fall jumping.



Lockheed Martin F-16BM EMLU Fighting Falcon fighter aircraft of 403rd Squadron, Wing 4  Takhli, Royal Thai Air Force.



Royal Thai Army's Stingray light tanks and M113 armored personnel carriers (APC).



Bell AH-1F Cobra attack helicopter of 3rd Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center, Royal Thai Army.













Sikorsky UH-60 Blackhawk helicopters US Army.








Boeing AH-64 Apache attack helicopters US Army.




Sikorsky UH-60M Blackhawk helicopters of 9th Aviation Battalion and Airbus Helicopters AS550 C3 (H125M) armed scout helicopters of 1st Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center, Royal Thai Army.

Boeing CH-47F Chinook helicopters US Army.



HMMWV 4x4 Royal Thai Army, US Army and LAV-25 8x8 US Marine Corps.

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง และพิธีปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ ๒๐

วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา พลเรือเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
พร้อมด้วย ฯพณฯ นายไมเคิล จี. ดีซอมบรี (H.E. Mr. Michael G. Desombre) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ พลโท เฮอร์แมน สเตซี่ แคลร์ดี (LTG H. Stacy Clardy) ผู้บัญชาการกำลังรบนอกประเทศ นาวิกโยธินที่ ๓ และผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธิน ประจำประเทศญี่ปุ่น
เป็นประธานร่วมในพิธีปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ ๒๐ ณ สนามฝึกกองทัพภาคที่ ๓ อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย พร้อมทั้งชมการสาธิตการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) และชมนิทรรศการอาวุธยุทโธปกรณ์ 
โดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดจากมิตรประเทศ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้แทนเหล่าทัพเข้าร่วมในพิธีฯ

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ประกอบด้วย กำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา กองทัพสิงคโปร์ กองทัพมาเลเซีย และกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ยอดผู้เข้าร่วมการฝึกกว่า ๗๐๐ นาย 
กิจกรรมการฝึกฯ ประกอบด้วย การโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง การซุ่มยิง การบินขัดขวางทางอากาศ การยิงเตรียมและการยิงสนับสนุนของปืนใหญ่ การเจาะช่องเปิดเส้นทางของทหารช่าง การเคลื่อนที่ประกอบการยิง 
การโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด การยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การส่งกลับสายแพทย์ทางอากาศ และการเข้ายึดที่หมาย โดยมียุทโธปกรณ์สำคัญที่เข้าร่วมการฝึกฯ 
ประกอบด้วย รถถัง Stingray, รถโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก AAV, ปืนใหญ่ M101A1, ปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร, จรวดหลายลำกล้อง HIMARS, เครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning II, F-16 และเครื่องบิน P-8

ปัจจุบันการฝึกคอบร้าโกลด์ ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี 
การฝึกคอบร้าโกลด์ที่ผ่านมา นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง ในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และเป็นศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ หลักนิยม และเทคโนโลยีทางทหาร 
รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทยและกองทัพมิตรประเทศในปฏิบัติการร่วม/ผสม สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและผลประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาคโดยรวม 
นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น รวมทั้งได้แสดงออกถึง ความเอื้ออารี ยิ้มแย้มแจ่มใส และความมีน้ำใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยให้ปรากฏแก่สายตาของกำลังพลมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย
ภาพถ่ายโดย : นาย กิตติเดช สงวนทองคำ (Airlinesweek)
https://www.facebook.com/AirlineWeek/posts/2624985747598846

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๓(2020) กองกำลังนาวิกโยธินร่วมผสมระหว่างกองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และนาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้ทำการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง(FINEX: Final Exercise)
ณ สนามฝึกยิงปืนหมายเลข๑๖ กองทัพเรือ บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โดยมีการนำอาวุธยุทโธปกร์เข้าร่วมหลายรายการ เช่น รถยนต์บรรทุก HMMWV และ JLTV, รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1, ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล BTR-3E1
ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้งขนาด 155mm แบบ M777, ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานขนาด 40mm แบบ Bofors เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง UH-1Y และเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z(https://www.facebook.com/CobraGoldExercises/posts/183022359810563)

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX(Combined Arms Live Fire Exercise) ในพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2020 ณ สนามฝึกกองทัพภาคที่ ๓ อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓ จะเป็นการฝึกในรูปแบบ Heavy Year ก็ตาม
แต่ทว่าปีนี้ทั้งกองทัพบกสหรัฐฯ นาวิกโยธินสหรัฐฯ และกองทัพบกไทยไม่ได้มีการนำรถถังหลัก(MBT: Main Battle Tank) แบบใดเข้าร่วมการฝึกทั้งในส่วนการฝึก FINEX ที่สนามฝึกบ้านจันทเขลม กองทัพเรือไทย และการฝึก CALFEX ที่สนามฝึกบ้านด่านลานหอย กองทัพบกไทย
โดยกำลังยานยนต์และยานเกราะทางบกจะมีรถยนต์บรรทุก HMMWV ของกองทัพบกไทย กองทัพบกสหรัฐฯ และนาวิกโยธินสหรัฐฯ, รถสายพานลำเลียง รสพ.M113 กองทัพบกไทย, รถถังเบาแบบ๒๑ ถ.เบา.๒๑ Scorpion กองทัพบกไทย และรถถังเบาแบบ๓๒ ถ.เบา.๓๒ Stingray กองทัพบกไทย

ซึ่งการฝึก Cobra Gold ปีนี้ดูจะเน้นไปที่การปฏิบัติการเคลื่อนที่ทางอากาศเป็นหลักถ้าดูกับการที่นำอากาศยานใบพัดกระดก MV-22B VMM-265 และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-53E นาวิกโยธินสหรัฐฯ รวมถึง CV-22B  21st Special Operations Squadron กองทัพอากาศหรัฐฯมากฝึก
รวมถึงเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper นาวิกโยธินสหรัฐฯ, เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache กองทัพบกสหรัฐฯ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60 Blackhawk และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F Chinook กองทัพบกสหรัฐฯ โดยกองทัพบกไทยก็จัดกำลังอากาศยานจากศูนย์การบินทหารบก
ทั้งเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๕๕๐ AS550 C3 Fennec กองพันบินที่๑, เฮลิคคอปเตอร์โจมตี ฮ.จ.๑ AH-1F Cobra กองพันบินที่๓ และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60M กองพันบินที่๙ เสริมด้วยเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๙ก F-16BM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ กองทัพอากาศไทยครับ