แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CH-47F แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CH-47F แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568

Sikorsky สหรัฐฯถอนตัวการเสนอเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-53K ในโครงการแข่งขันของเกาหลีใต้

ADEX 2025: Sikorsky exits bidding for South Korea's heavy helicopter project





Sikorsky has described the CH-53K King Stallion as a good fit for the SOHH programme, citing the platform's digital architecture that can support future software and hardware updates. (USMC/Lance Cpl James Bricker)



บริษัท Sikorsky สหรัฐฯได้ถอนเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-53K King Stallion ของตนจากการแข่งขันสำหรับโครงการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักปฏิบัติการพิเศษ(SOHH: Special Operations Heavy Helicopter) ของสาธารณรัฐเกาหลี
หลังจากการพิจารณาตัดสินใจว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรโดยรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีต่ำกว่าระดับที่คาดไว้(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/ch-47f-chinook-sth.html)

"หลังจากวิเคราะห์อย่างระมัดระวัง เราได้ข้อสรุปว่างบประมาณของโครงการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักปฏิบัติการพิเศษ SOHH ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับการลงทุนที่จำเป็นที่จะวางกำลังเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-53K"
Sikorsky สหรัฐฯกล่าวในแถลงการณ์ต่อ Janes เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2025 การถอนตัวของบริษัท Sikorsky จากการแข่งขันดูจะเป็นการทำให้เหลือเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47F Chinook ในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายเดียวสำหรับโครงการ

การพูดคุยกับ Janes ระหว่างนิทรรศการการบินและการป้องกันประเทศนานาชาติ Seoul International Aerospace & Defense Exhibition (ADEX) 2025 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17-24 ตุลาคม 2025
Frank Crisafulli ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนายุทธศาสตร์ทางพาณิชย์, การค้า และธุรกิจนานาชาติของบริษัท Sikorsky กล่าวว่าแม้ว่าบริษัทจะใช้เวลาไปสามปีในการทำให้ข้อเสนอของตนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

งบประมาณของสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี และหลักเกณฑ์การประเมินค่าไม่ได้คำนึงถึงระดับการลงทุนที่จำเป็นต่อการจัดหาและปฏิบัติงานของเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-53K
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี DAPA ได้อนุมัติโครงการ SOHH ในเดือนเมษายน 2025 เพื่อจะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักจำนวน 18เครื่อง งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรอยู่ที่วงเงิน 3.36 trillion Korean Won($2.3 billion)

จากมุมมองของบริษัท Sikorsky การจัดสรรทางงบประมาณของ DAPA สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับโครงการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักปฏิบัติการพิเศษ SOHH ไม่ได้รับการพิจารณาการเพิ่มวงเงินในหลายปีที่ผ่านมาล่าสุด
ตามข้อมูลจาก Crisafulli ความต้องการของ DAPA สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับโครงการ SOHH ได้เป็นรูปเป็นร่างก่อนการอุบัติขึ้นของ "เหตุการณ์หงส์ดำ"(black swan event) เช่น การแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เพิ่มขึ้น

"ในสามปี ทุกคนในภาคอุตสาหกรรม(ไม่ว่าจะเป็น)การผลิตแปรงสีฟันหรือเครื่องบินต่างได้รับประสบการณ์วิกฤตด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวได้เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ30, ร้อยละ40 และร้อยละ50" เขากล่าว ตามที่ Janes ได้รายงานก่อนหน้า
นอกจากนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) ในฐานะผู้ใช้งานหลักที่สั่งจัดหาจำนวน 200เครื่อง ลูกค้าส่งออกรายเดียวในขณะนี้ของเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-53K King Stallion คืออิสราเอลจำนวน 12เครื่องที่ได้รับมอบเครื่องแรกในปี 2028 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/ch-53k-kc-46a.html)

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568

กองทัพบกไทยและสิงคโปร์เสร็จสิ้นการฝึกผสม Flash Thunder 2025












Soldiers from our Army’s 1st Commando Battalion (1 Cdo Bn) and the Royal Thai Army (RTA) Rangers recently completed Exercise Flash Thunder (XFT) 2025 which was held from 21 to 29 June in Singapore. (Singapore Army, SMART Soldiers Strong Army)
The bilateral exercise featured components such as bilateral friendship jumps, professional exchanges in small unit tactics and weapons, field training exercise, and Muay Thai lessons conducted by the Royal Thai Army. 
The exercise concluded with a closing ceremony, where both armed forces exchanged airborne badges as a symbol of mutual respect and camaraderie.
XFT 2025 underscores the close and long-standing bilateral defence relations between both armies. 
Writer : LCP Adyson Tan (Army News)
Photos : CFC Sean Chew (Army News) , LCP Tu Yang (Army News) , LCP Vincent Bui (Army News) , 1 Cdo Bn Media Team

Flash Thunder 2025 สานต่อมิตรภาพกับกองทัพมิตรประเทศ ระหว่าง ทบ.ไทย และ ทบ.สิงคโปร์ 
ภาพบรรยากาศการฝึกแลกเปลี่ยนทักษะระหว่างกำลังพลจากกองพลรบพิเศษที่ 1 ทบ.ไทย และกองพันคอมมานโดที่ 1 ทบ.สิงคโปร์ ในการฝึกผสมรหัส Flash Thunder 2025 ในห้วงตั้งแต่ 21-29 มิ.ย.68 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์
หากย้อนกลับไปในอดีต การฝึกผสมระหว่าง ทบ.ไทยและ ทบ.สิงคโปร์ในรหัสนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2540 ภายใต้ชื่อรหัส Blue Thunder โดย ทบ.ไทยในขณะนั้นได้จัดกำลังจากกองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 3 (รพศ.3 พัน.1) เข้าร่วมการฝึก 
ต่อมาในปี 2541 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อรหัสเป็น Flash Thunder และทำการฝึกที่ค่าย Hendon ประเทศสิงคโปร์ โดย ทบ.ไทยจัดกำลังจากกองพันจู่โจมเข้าร่วมการฝึก และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพมาจนถึงปัจจุบัน
และสำหรับการฝึกผสม Flash Thunder 25 ในปีนี้ กำลังพลจากทั้งสองชาติจะทำการฝึกแลกเปลี่ยนกันในเรื่องต่างๆ ได้แก่ อาวุธศึกษาของหน่วยคอมมานโด การใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษ การใช้อุปกรณ์ในการระเบิดทำลาย การรบในพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง การยิงปืนด้วยกระสุนจริง การฝึกลงทางดิ่ง และจบการฝึกในปีนี้ด้วยการกระโดดร่มมิตรภาพทั้งแบบสายดึงประจำที่และแบบกระตุกเอง
โดยวันนี้เข้าสู่วันที่ 4 ของการฝึกแล้ว แอดเลยจะขอนำประมวลภาพการฝึกในเรื่องต่างๆ มาลงให้ดูกัน โดยหลังจากนี้ก็จะมาทยอยอัพเดทข่าวคราวการฝึกเป็นระยะๆ ครับ ทั้งการฝึก Flash Thunder 25 และการผสมรหัส Balance Torch 25-3 ระหว่าง รพศ.1 และ ร.31 รอ. กับชุด ODA ของ ทบ.สหรัฐฯ ด้วย 

อัพเดทการฝึกผสมรหัส Flash Thunder 2025 ระหว่างกำลังพลจากกองพันจู่โจม ทบ.ไทย และกองพันคอมมานโดที่ 1 ทบ.สิงคโปร์ วันที่ 25 มิ.ย.68
โดยวันนี้จะเป็นวันแรกของการฝึกทบทวนการกระโดดร่มทั้งแบบสายดึงประจำที่และการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง โดยทำการฝึกทบทวนเรื่องต่างๆ ได้แก่ การบังคับร่มด้วยระบบ PFS ( Parachute Flight Simlator ) , ฝึกทบทวนการกระโดดร่มแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง MFF ในอุโมงค์ลม และการใช้เครื่องจำลองฝึกการกระโดดร่ม (simulator) ในการฝึกลงพื้น

การกระโดดร่มระหว่างกำลังพลจาก พัน.จจ. ทบ.ไทย และพัน.คอมมานโดที่ 1  ทบ.สิงคโปร์ ทั้งแบบสายดึงประจำที่และการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง ในการฝึกผสมรหัส Flash Thunder 25 และการแลกเปลี่ยนเครื่องหมายนักกระโดดร่มระหว่างกันในพิธีปิดการฝึกฯ ในปีนี้
โดยกองทัพบกไทยและกองทัพบกสิงคโปร์ ถือเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีทางทหารร่วมกันมาอย่างยาวนาน ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการฝึกในระดับต่างๆ ด้วยกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพทั้งสองประเทศให้มีความพร้อมในการรับมือต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต 

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และกองทัพบกสิงคโปร์(Singapore Army) ได้เสร็จสิ้นการฝึกผสมรหัส Flash Thunder 2025 ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยการฝึกผสม Flash Thunder ได้ถูกจัดขึ้นตั้งแต่ในชื่อการฝึกผสม Blue Thunder ในปี พ.ศ.๒๕๔๐(1997) และเปลี่ยนชื่อเป็น Flash Thunder ในปี พ.ศ.๒๕๔๑(1998) 
การฝึกผสม Flash Thunder ที่จัดขึ้นทุกปีโดยสลับกันเป็นเจ้าภาพระหว่างไทยและสิงคโปร์ในการฝึก Flash Thunder 2025 ปีนี้กองทัพบกไทยจัดกำลังจาก กองพันจู่โจมรักษาพระองค์ พัน.จจ.รอ(Ranger Battalion King's Guard) กรมรบพิเศษที่๓ รักษาพระองค์ รพศ.๓(3rd Special Forces Regiment King's Guard) กองพลรบพิเศษที่๑ พล.รพศ.๑(1st Special Forces Division) ไปฝึกที่สิงคโปร์
ขณะที่กองทัพบกสิงคโปร์จัดกำลังจากกองพันคอมมานโดที่๑(1 CDO BN: 1st Commando Battalion) ณ ค่าย Hendon Camp การฝึกได้ครอบคลุมยุทธวิธีหน่วยทหารขนาดเล็กและอาวุธ การกระโดดร่มแบบสายดึงประจำที่(static line) และการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง(HALO: High Altitude Low Opening) ร่วม ซึ่งได้เห็นอุปกรณ์การฝึกที่ทันสมัยของกองทัพสิงคโปร์ การแลกเปลี่ยนเครื่องหมายนักกระโดดร่ม และด้านวัฒนธรรมศิลปะการป้องกันตัวมวยไทยครับ

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ออสเตรเลียเครื่องแรกจาก 29เครื่องเข้าสู่การประกอบขั้นสุดท้ายแล้ว

Avalon 2025: First Australian Army AH-64E enters final assembly







A US Army Boeing AH-64E Apache helicopter arrives at the Avalon 2025 international airshow on 25 March. Australian Army AH-64E v6 helicopters on contract are nearly identical to US Army AH-64Es, BDA has previously said. (LAC Campbell Latch/Commonwealth of Australia, Boeing)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache v6 เครื่องแรกจาก 29 ที่อยู่ในสัญญาจัดหาสำหรับกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้เข้าสู่การประกอบขั้นสุดท้ายแล้ว บริษัท Boeing สหรัฐฯประกาศ
กำหนดรหัสเป็น AT001 เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache เครื่องแรก "จะได้รับการดำเนินการติดตั้งโครงสร้าง, การเดินสายไฟฟ้า, การประกอบย่อยหลัก และทางกลไกในการประกอบขั้นสุดท้ายก่อนเข้าสู่การบินทดสอบในกลางปี 2025"

บริษัท Boeing กล่าว ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Avalon 2025 ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคม 2025 จากการพูดคุยในงาน พลจัตวา Steven Cleggett ผู้อำนวยการทั่วไปของระบบการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Army Aviation Systems)
ได้เน้นย้ำอีกครั้งว่า เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6 จำนวน 4เครื่องจะถูกส่งมอบแก่ออสเตรเลียในปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/ah-64e-apache-2025.html)

"เราจะทยอยรับมอบเฮลิคอปเตอร์ที่จะมาถึงเรื่อยๆตลอดไปจนถึงปี 2028 เมื่อเราจะมีเฮลิคอปเตอร์(เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6) จำนวน 29เครื่อง" พลจัตวา Cleggett กล่าว
ตามข้อมูลจาก พลจัตวา Andy Thomas รองผู้บัญชาการกองบัญชาการการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation Command) กองทัพบกออสเตรเลียจะทำการบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache โดยเร็วหลังเครื่องมาถึงในสิ้นปี 2025

"เราคาดว่าเราจะบรรลุความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ภายในปี 2028" พลจัตวา Thomas กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html)
เขายืนยันว่าออสเตรเลียจะจัดหาชุด module ระบบทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ-เพิ่มขยาย(MUMT-X: Manned-Unmanned Teaming-Extended) ที่วางบนยอดแกนใบพัดประธานของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E

ที่จะทำให้กองทัพบกออสเตรเลียจะบูรณาการการยิงตัวทำลาย(LE: Launched Effect) ทางอากาศเข้ากับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ของตนได้(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/ka-52-mi-28.html)
"เราคาดที่จะพัฒนาขีดความสามารถ(MUMT-X) นั้นตามที่เรานำมันเข้าสู่ประจำการที่กำลังจะไปเป็นส่วนสำคัญของยุทธวิธี, เทคนิค และขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆของเรา" พลจัตวา Thomas กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/ah-64e-apache-184.html)

อย่างไรก็ตาม พลจัตวา Thomas ไม่ได้ระบุว่าระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) แบบใดที่จะถูกบูรณาการกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6 ต่อไปภายหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/ah-64e-apache.html)
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache v6 ใหม่ 29เครื่องจะทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger ARH ของกองทัพบกออสเตรเลียที่มีแผนจะปลดประจำการในปี 2028 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/ah-64e-apache-tiger-arh.html)

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2567

เฮลิคอปเตอร์ H225M และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F สิงคโปร์ประกาศความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตรา

Singapore's fleet of H225M, CH-47F helicopters attain full operational capability







A Republic of Singapore Air Force H225M and CH-47F seen here at a ceremony where full operational capability was declared for both aircraft types. (Ministry of Defence of Singapore)



กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้ประกาศความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) สำหรับฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง Airbus Helicopters H225M 
และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดหนัก Boeing CH-47F Chinook ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/h225m.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/03/h225m.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/07/rss-invincible-h225m-ch-47f-covid-19.html

พิธีที่เป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์สำคัญได้ถูกจัดขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ Sembawang เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2024 โดยเชิญรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ Ng Eng Hen ร่วมเป็นประธานในพิธี
รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์อธิบายถึงเฮลิคอปเตอร์ในฐานะทรัพยากรที่จะเพิ่มขยายขีดความสามารถการลำเลียงทางทหารต่างๆของกองทัพสิงคโปร์(SAF: Singapore Armed Forces)

"พวกมันจะสร้างความแข็งแกร่งความสามารถของกองทัพสิงคโปร์ที่จะดำเนินการปฏิบัติการต่างๆที่หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Rearch-and-Rescue),
การส่งกลับทางสายแพทย์ทางอากาศ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief)" Ng กล่าวในการปราศัยของเขาต่อเครื่องหมายเหตุการณ์สำคัญ

"ที่สำคัญกว่า เฮลิคอปเตอร์แบบใหม่สองแบบเหล่านี้จะเพิ่มขยายการบูรณาการข้ามเหล่าทัพ ทำให้กองทัพอากาศสิงคโปร์จะสนับสนุนกองทัพบกสิงคโปร์(Singapore Army) 
และกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) ของเราในการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ต่างๆได้ดียิ่งขึ้น" รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ Ng เสริม

เฮลิคอปเตอร์ H225M จะประจำการในฝูงบินที่125(125 squadron) และฝูงบินที่126(126 squadron) ของกองทัพอากาศสิงคโปร์
และทยอยทดแทนฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ AS332M Super Puma ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1985 การส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ H225M เครื่องแรกมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2021

เฮลิคอปเตอร์ H225M มีความเร็วสูงสุดที่ 175knots มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 11,200kg และมีระยะปฏิบัติการไกลสุดมากกว่า 400nmi
เฮลิคอปเตอร์ H225M รองรับการบรรทุกกำลังพลได้มากกว่า 20นาย รวมถึงผู้อพยพ 11คนบนเปลหาม และบรรทุกสัมภาระบนสายยึดโยงภายนอกได้ถึง 4,750kg

สำหรับเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F การส่งมอบเครื่องแรกถูกประกาศโดยกองทัพอากาศสิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคม 2021 และเฮลิคอปเตอร์ได้ถูกรับมอบโดยหน่วยส่วนแยกของกองทัพอากาศสิงคโปร์ใน Oakey ออสเตรเลีย
ที่ซึ่งกองทัพสิงคโปร์ดำรงการคงอยู่ของกำลังพลจำนวนราว 100นาย ณ ศูนย์การฝึกการบินทหารบกกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation Training Centre)

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F จะประจำการในฝูงบินที่127(127 squadron) ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ 
และทยอยทดแทนเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47D ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1994 สิงคโปร์ได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H225M และ CH-47F โดยไม่เปิดเผยจำนวนในปี 2016 ครับ

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กองทัพบกสหรัฐฯยกเลิกโครงการอากาศยานลาดตระเวนโจมตีอนาคต FARA

US Army cancels FARA and UH-60V in revamp of aviation acquisition, intends to purchase additional UH-60Ms and CH-47Fs


The Bell 360 Invictus prototype for the US Army's FARA competition is substantially complete, pending first flight in late 2024. (Bell Flight)



The Sikorsky Raider X prototype for the US Army's FARA competition at the company's West Palm Beach, Florida factory. (Lockheed Martin Corporation – Sikorsky)

กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้ยกเลิกโครงการอากาศยานลาดตระเวนโจมตีอนาคต(FARA: Future Attack Reconnaissance Aircraft) กองทัพบกสหรัฐฯประกาศเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2024
การแข่งขันโครงการ FARA มีจุดประสงค์ที่จะมอบกองทัพบกสหรัฐฯด้วยเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ที่จะทำภารกิจที่ยังไม่ถูกเติมเต็มหลังการปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน Bell OH-58C Kiowa ในปี 2000(https://aagth1.blogspot.com/2017/09/oh-58d-kiowa-warrior.html)

"เราได้เรียนรู้จากสนามรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยูเครน ที่การลาดตระเวนทางอากาาศได้มีการเปลี่ยนแปลงทางหลักพื้นฐาน ระบบตรวจจับและอาวุธต่างๆที่ติดตั้งบนระบบไร้คนขับและในอวกาศ
มีความแพร่หลายทุกหนแห่งมากขึ้น, เข้าถึงได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และมีราคาที่ถูกลงมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาก่อน" หัวหน้าคณะเสนาธิการร่วมผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐฯ พลเอก Randy George กล่าวในแถลงการณ์

"ผมมั่นใจว่ากองทัพบกสหรัฐฯสามารถมอบให้กองกำลังร่วมได้ทั้งยุทธภูมิพื้นที่ที่มีความสำคัญและตลอดทั่วทั้งโลกโดยการเร่งนวัตกรรม, การจัดซื้อจัดจ้าง และการวางกำลังระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) สมัยใหม่
รวมถึงระบบอากาศยานไร้คนขับทางยุทธวิธีอนาคต(FTUAS: Future Tactical Unmanned Aircraft System), การเปิดตัวระบบ eEffects และระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กเชิงพาณิชย์" พลเอก George เสริม

บริษัท Bell Helicopters สหรัฐฯ และบริษัท Sikorsky สหรัฐฯเป็นผู้เข้าแข่งขันโครงการ FARA สองรายตามการคัดเลือกในปี 2020 ได้สร้างต้นแบบเฮลิคอปเตอร์ที่เสร็จสมบูรณ์อย่างมีนัยสำคัญในการคาดหมายที่จะทำการบินขึ้น
ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองรายได้อยู่ในกระบวนการการบูรณาการและทดสอบเครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ General Electric(GE) T901 Improved Engine Turbine Program(ITEP) แล้ว ที่คาดการณ์การบินขึ้นครั้งแรกจะมีภายหลังในปี 2024

เครื่องต้นแบบเฮลิคอปเตอร์ Bell 360 Invictus ของบริษัท Bell มีแบบแผนเป็นเฮลิคอปเตอร์ตามแบบ(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/bell-360-invictus-2023.html)
ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ Raider X ของบริษัท Sikorsky เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบผสม(compound)ติดตั้งสองใบพัดประธานร่วมแกนหมุนสวนทางกันและใบพัดผลักดันประกอบร่วมด้านท้าย(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/sikorsky-raider-x-98.html) ที่มีพื้นฐานจากเฮลิคอปเตอร์ทดลอง X2

การทำงานเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์ Bell 360 Invictus และเฮลิคอปเตอร์ Sikorsky Raider X มีกำหนดที่จะดำเนินต่อจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2024 ในเดือมิถุนายน 2024 ตามมาด้วยอนาคตของเครื่องต้นแบบและวิทยาการที่เกี่ยวข้องที่ไม่มีความแน่นอน
กองทัพบกสหรัฐฯยังได้ยกเลิกการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60V Black Hawk และจะแทนที่ด้วยการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Boeing CH-47F Block II Chinook รุ่นใหม่เพิ่มเติมครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/uh-60-black-hawk.html)

วันอังคารที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2567

กองทัพบกสหรัฐฯจะตัดลดจำนวนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60 Black Hawk

US Army to trim UH-60 Black Hawk fleet





A US Army Sikorsky UH-60L in medical evacuation markings. (P Jackson)

กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) มีกำหนดที่จะปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60 Black Hawk จำนวน 157เครื่อง ตามที่กองทัพบกสหรัฐฯจะลดจำนวนเครื่องส่วนเกินลง
และเตรียมการสำหรับการเข้าประจำการของอากาศยานใบพัดกระดก Bell V-280 Valor ในกองทัพบกสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/sikorsky-boeing-flraa.html)

"การตัดลดจำนวนเครื่องส่วนหลักมาจากเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L รุ่นเก่าควบคู่ไปกับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60A ที่ยังมีอยู่จำนวนไม่มาก" สำนักงานบริหารโครงการด้านการบิน(PEO: Program Executive Office for Aviation) กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2023 
เฮลิคอปเตอร์ UH-60 จะถูกคัดออกจากหน่วยที่ไม่ได้วางกำลังหรือกำลังที่จะเตรียมการวางกำลัง PEO Aviation กล่าว ปัจจุบันกองทัพบกสหรัฐฯมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L มากกว่า 600เครื่อง ตามข้อมูลจาก Janes: World Armies 

"นี่เป็นการปรับแต่งหน่วยบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป กองทัพบกสหรัฐฯได้เพิ่มจำนวนเครื่อง ฮ.UH-60 มาโดยตลอด(จากสงครามในอัฟกานิสถานและอิรัก) และตอนนี้มันกำลังถูกปรับแต่งหน่วยบินสำหรับความแข็งแกร่งปลายทางปัจจุบันและการปรับปรุงความทันสมัยหน่วยบิน" 
การตัดสินใจการปรับสมดุลความพร้อมปัจจุบันและอนาคตตามที่กองทัพบกสหรัฐฯจะเตรียมการที่จะจัดหาอากาศยานจู่โจมระยะไกลอนาคต(FLRAA: Future Long-Range Assault Aircraft)" PEO Aviation กล่าว

กองทัพบกสหรัฐฯเลือกอากาศยานใบพัดกระดก Bell V-280 Valor เพื่อเติมเต็มความต้องการโครงการ FLRAA ในปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/bell-v-280-valor.html)
โดยมีจุดประสงค์ที่จะเสริมและทยอยทดแทนหน่วยบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60 Black Hawk การนำอากาศยานใบพัดกระดก V-280 Valor เข้าประจำการมีกำหนดการในปี 2030

หน่วยบินเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Boeing CH-47F Chinook กองทัพบกสหรัฐฯมีกำหนดที่จะเข้าสู่การทบทวนเช่นเดียว ตามที่กองทัพบกสหรัฐฯพิจารณาจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F Block II ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มพิสัยการบินท่ามกลางการดัดแปลงอื่นๆ

หน่วยบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64 Apache จะไม่ได้รับการเข้าสู่การปรับแก้ขนาดจำนวนเครื่องเช่นเดียวกัน PEO Aviation กล่าวครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/ah-64e-apache-184.html,

วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

กองทัพบกไทยเสร็จสิ้นการฝึกผสม JPMRC 24-01 กับสหรัฐฯและอังกฤษที่ฮาวาย


Royal Thai Army Soldiers maintain a sightline down the road looking for opposition forces as the area ahead is scouted for opposing forces at Kahuku Training Area, Hawaii, Nov. 9, 2023.



Royal Thai Army Soldiers perform reconnaissance for opposition forces at Kahuku Training Area, Hawaii, Nov. 9, 2023.

A Royal Thai Army soldier relays information via radio during the final attack on opposition forces at the Kahuku Training Area, Hawaii, Nov. 9, 2023.

A Royal Regiment of Scotland soldier directs a Royal Thai Army soldier to have his team spread out while pulling security during the final attack on opposition forces at the Kahuku Training Area, Hawaii, Nov. 9, 2023.

A U.S. Army Soldier assigned to 2nd Battalion, 27th Infantry Regiment, 3rd Infantry Brigade Combat team, 25th Infantry Division, directs a Soldier with the Royal Thai Army where to place his Soldiers at Kahuku Training Area, Hawaii, Nov. 9, 2023.

A U.S. Army Soldier assigned to 2nd Battalion, 27th Infantry Regiment, 3rd Infantry Brigade Combat team, 25th Infantry Division, converses with Royal Thai Army Soldiers at Kahuku Training Area, Hawaii, Nov. 9, 2023.
The Joint Pacific Multinational Readiness Center (JPMRC) is the Army's newest Combat Training Center (CTC) and generates readiness in the environments and conditions where our forces are most likely to operate in. 
JPMRC 24-01 includes over 5,300 training participants from across the U.S. Joint Force, New Zealand, the United Kingdom, Indonesia, and Thailand. (U.S. Army photo by Sgt. Samantha Cate and Spc. Joshua Linfoot) 







105 Royal Thai Army (RTA) soldiers who participated in JPMRC 24-01 at Scholfield Barracks, Hawaii, USA returned to Thailand on November 15, 2023, after effectively completing their training. 
They’re prepared to utilize their expanded expertise to the fullest extent to serve RTA and the country. (Royal Thai Army)

ฝึกผสมไทย/สหรัฐฯ JPMRC 24-01 ณ รัฐฮาวาย สำเร็จลุล่วง กำลังพลทั้ง ๑๐๕ นาย กลับถึงไทย พร้อมนำความรู้และประสบการณ์พัฒนากองทัพ
กองทัพบกให้ความสำคัญและดำรงนโยบายด้านการฝึกร่วม/ผสมกับกองทัพมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกำลังพลกองทัพบก จำนวน ๑๐๕ นาย ที่เดินทางไปเข้าร่วมการฝึกผสมรหัส JPMRC 24-01 (Joint Pacific Multinational Readiness Center Rotation 24-01) ) 
ร่วมกับกำลังพลจากกองพลทหารราบที่ ๒๕ กองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก ณ ค่าย Schofield รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เมื่อ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ได้เข้ารับการฝึกจนเสร็จสิ้นและเดินทางกลับถึงราชอาณาจักรไทยแล้ว เมื่อ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖
ทั้งนี้กองทัพบกไทยได้จัดกำลังพลจากกองร้อยทหารราบเข้าร่วมฝึกและประเมินผล JPMRC ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๖๒ สำหรับในปีนี้กองทัพบกมอบให้ กองทัพภาคที่ ๒ โดยกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๖ เป็นหน่วยหลักในการจัดกำลังพลเข้าร่วมการฝึก 
พร้อมด้วยกำลังพลจากกองทัพภาคที่ ๑, กองทัพภาคที่ ๓, กองทัพภาคที่ ๔ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า,โรงเรียนนายสิบทหารบก ซึ่งการฝึกประกอบด้วยการฝึกการปฏิบัติการร่วม (Interoperability) และการปฏิบัติผสมนานาชาติ (Multinational Integration) 
โดยปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของกองพลน้อยชุดรบ (Infantry Brigade Combat Team : IBCT)  ซึ่งการฝึกในครั้งนี้กองทัพบกไทยทำการฝึกภาคสนาม (FTX) ร่วมกับกองทัพบกสหรัฐฯ และกองทัพบกสหราชอาณาจักร ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้หลักนิยมและรูปแบบการปฏิบัติทางยุทธวิธีของแต่ละประเทศ 
รวมถึงเรียนรู้ระบบการจัดการฝึกในรูปแบบเสมือนจริงและการใช้เครื่องช่วยฝึกที่ทันสมัย อีกทั้งยังได้เปิดโอกาสให้นายทหารหญิงของกองทัพบกไทยที่สำเร็จหลักสูตรส่งทางอากาศจำนวน ๒ นาย 
ได้เข้าร่วมการฝึกในหน่วยดำเนินกลยุทธ์ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ตามมาตรฐานเดียวกับทหารชายทุกประการ
การฝึกครั้งนี้นอกจากกำลังพลของกองทัพบกจะได้ความรู้และทักษะในการปฏิบัติการทางทหารต่างๆ แล้ว ยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีกับกองทัพมิตรประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโนบายสำคัญของ 
พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยใน ๑๖ - ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นี้กองทัพบกไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบก
กลุ่มประเทศอาเซียนครั้งที่ ๓๑ (31st ASEAN Armies Rifle Meet (31st AARM) อีกทั้งใน ๒๒ - ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ กองทัพบกไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ ๒๔ (24th ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting : ACAMM) และการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์นายทหารประทวนอาวุโส ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ ๑๑  (11th ASEAN Army Sergeant Majors Annual Meeting ASMAM) อันจะเป็นความร่วมมือของมิตรประเทศในกลุ่มอาเซียน ที่ร่วมกันพัฒนาภูมิภาคในหลากหลายมิติต่อไป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก 
โดยทีมโฆษกกองทัพบก, ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ได้เสร็จสิ้นการฝึกผสม Joint Pacific Multinational Readiness Center(JPMRC) 24-01 ระหว่างวันที่ ๒๗ ตุลาคม-๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖(2023) ณ ค่าย Schofield มลรัฐฮาวาย สหรัฐฯ ซึ่งกำลังทั้งหมด ๑๐๕นายได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว
กำลังพลในการจัดเป็นกองร้อยทหารราบในการฝึกผสม JPMRC 24-01 ครั้งนี้ได้จัดกำลังหลักจาก กองพันทหารราบที่๓ กรมทหารราบที่๖ กองพลทหารราบที่๖(3rd Infantry Battalion, 6th Infantry Regiment, 6th Infantry Division) กองทัพภาคที่๒(2nd Army Area) ทางภาคอีสานของไทย
และบางส่วนจากกองทัพภาคที่๑(1st Army Area), กองทัพภาคที่๓(3rd Army Area), กองทัพภาคที่๔(4th Army Area), โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า(CRMA: Chulachomklao Royal Military Academy) และโรงเรียนนายสิบทหารบก(Army Non Commissioned Officer School)

กำลังพลพร้อมเครื่องสนามที่ทันสมัยของกองทัพบกไทยยังรวมถึงทหารหญิง ๒ นายที่สำเร็จหลักสูตรส่งทางอากาศ(Airborne) เป็นส่วนหนึ่งของกองพลน้อยชุดรบ(IBCT: Infantry Brigade Combat Team) ซึ่งทำการฝึกภาคสนาม(FTX: Field Training Exercise) ณ สนามฝึก Kahuku ในฮาวายร่วมกับ
กองพลทหารราบที่๒๕(25th Infantry Division) กองพลส่งทางอากาศที่๘๒(82nd Airborne Division) กองพลส่งทางอากาศที่๑๐๑(101st Airborne Division) กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) กรมทหารราบหลวงสกอตแลนด์(Royal Regiment of Scotland) กองทัพบกสหราชอาณาจักร(British Army)
การฝึกผสม JPMRC 24-01 ที่มลรัฐฮาวายยังรวมถึงประเทศอื่น เช่น นิวซีแลนด์ และอินโดนีเซีย ซึ่งศูนย์ฝึกการรบ(CTC: Combat Training Center) ใหม่ล่าสุดของกองทัพสหรัฐฯนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรทางหารกับมิตรประเทศภายใต้นโยบาย Free and Open Indo-Pacific ครับ