วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

อากาศยานไร้คนขับ Baykar Kizilelma ตุรกีทดสอบการเคลื่อนที่บนทางขับและทางวิ่ง

Turkish ‘loyal wingman' conducts taxi and take-off trials ahead of first flight



The Baykar Kizilelma ‘loyal wingman' prototype conducting taxi and take-off trials ahead of a first flight anticipated in 2023. (Baykar)



ตุรกีได้ทำการทดสอบการเคลื่อนที่บนทางขับและทางวิ่งของอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี'(loyal wingman) แบบ Baykar Kizilelma เครื่องต้นแบบที่พัฒนาในประเทศก่อนหน้าการคาดการณ์การบินขึ้นครั้งแรกในปี 2023
บริษัท Baykar Technologies ตุรกีผู้ผลิตได้เผบแพร่วีดิทัศน์ของการทดสอบอากาศยานไร้คนคับที่เดิมถูกเรียกว่าอากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar MIUS เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2022

Baykar Technologies ตุรกีเน้นว่าการทดสอบได้เกินกว่าค่ากำหนดที่วางแผนไว้ของตนอย่างแท้จริง "เป้าหมายของเราเดิมคือที่จะค่อยๆวิ่งที่ความเร็วต่ำในการทดสอบวิ่งบนทางวิ่งครั้งแรก แต่เราทำได้เกินกว่าที่จำกัดไว้" 
ขอบคุณอย่างยิ่ง อากาศยานไร้คนขับ Kizilelma ประสบความสำเร็จการเสร็จสิ้นการเคลื่อนที่บนทางขับและการวิ่งบนทางวิ่งอัตโนมัติครั้งแรกโดยปราศจากปัญหาใดๆ" โฆษกบริษัท Baykar Technologies กล่าว

ตุรกีเปิดเผยแนวคิดอากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar MIUS UCAV(Unmanned Combat Aerial Vehicle) ครั้งแรกในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/baykar-makina-mius-ucav.html)
อากาศยานไร้คนขับ Kizilelma ตามที่เรียกตอนนี้เป็นระบบอากาศยานเครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยวที่มีคุณลักษณะตรวจจับได้ stealth ในการออกแบบโครงสร้างอากาศยาน(รวมถึงห้องเก็บอาวุธในลำตัว) และมีรายงานว่าจะถูกติดตั้งด้วยปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence)

โดยคาดว่ามีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 6,000kg(ซึ่งได้รวมน้ำหนัก 1,500kg ที่จะเป็นส่วนภารกรรมบรรทุก payload) Kizilelma UCAV จะถูกใช้สำหรับภารกิจการรบที่แตกต่างกันอย่างเช่น
การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support), การกดดันและทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(SEAD/DEAD: Suppression and Destruction of Enemy Air Defence) และการรบอากาศสู่อากาศ

นอกเหนือจากการบินขึ้นด้วยตนเองทางวิ่งพื้นผิวแข็ง มีการจินตนาการว่าอากาศยานไร้คนขับ Kizilelma จะปฏิบัติการจากเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ L-400 TCG Anadolu LHD(Landing Helicopter Dock) ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ได้
"แง่มุมที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างการทวีกำลังรบขนาดใหญ่ แตกต่างจากเครื่องต้นแบบอื่นที่ถูกพัฒนาในด้านนี้ในโลก สิ่งนี้นี่จะสามารถลงจอดและบินขึ้นจากเรือที่มีทางวิ่งสั้นของ TCG Anadolu ได้"

เดิมเป็นที่เข้าใจว่าตุรกีมีแผนจะนำเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II มาปฏิบัติการกับเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Anadolu ของตนในบทบาทเรือบรรทุกเครื่องบินเบา(https://aagth1.blogspot.com/2017/12/harrier-f-35b-lhd-tcg-anadolu.html)
แต่สหรัฐฯได้ตัดตุรกีของจากโครงการ JSF(Joint Strike Fighter)(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/f-35a.html) ล่าสุดกองทัพเรือตุรกีได้มีการทดสอบการขึ้นลงของเฮลิคอปเตอร์ SH-60B Seahawk และเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1W SuperCobra บนเรือ TCG Anadolu ครับ

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ยุคอนาคต PA-Ng ฝรั่งเศสออกแบบครบถ้วนแล้วก่อนเข้าสู่ขั้นการคัดกรอง

PA-Ng carrier design matures ahead of definition phase transition



A helicopter operating spot has been introduced on the starboard quarter. In addition, a maintenance area – occupied by an E-2D Advanced Hawkeye on the model – has been added aft of the island. (Richard Scott/NAVYPIX)



การออกแบบของเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ยุคอนาคต(CVN) ของกองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine Nationale) มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
โดยการกล่าวย้ำล่าสุดเปิดเผยถึงการคัดกรองอย่างละเอียดละออหลายชุดต่อแบบแผนดาดฟ้าบินและหอเรือดาดฟ้ายกของเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/pang.html)

โครงการเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ยุคอนาคต PA-Ng(Porte-Avions Nouvelle Génération) มีวัตถุประสงค์ที่จะทดแทนเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ R91 FS Charles de Gaulle ในปัจจุบันของกองทัพเรือฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2038
เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ยุคอนาคต PA-Ng ได้รับการเดินหน้าการดำเนินงานอย่างเป็นทางการโดยประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron ในเดือนธันวาคม 2020

สำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction générale de l'armement) และผู้รับสัญญาหลักภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศส MO Porte-Avions(กิจการร่วมค้าของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสและบริษัท Chantiers de l'Atlantique ฝรั่งเศส)
กำลังดำเนินกิจกรรมการออกแบบระบบ/สถาปัตยกรรมโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้การออกแบบพื้นฐานครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนหน้าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ขั้นระยะการคัดกรองในครึ่งแรกของปี 2023

ขั้นระยะการเตรียมการศึกษาโครงการ PA-Ng ที่เสร็จสิ้นในปลายปี 2019 ได้ปรากฏรูปทรงเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ความยาวประมาณ 300m กว้าง 80m และมีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ราว 75,000tonne
ขนาดโดยประมาณของกลุ่มอากาศยานที่วางกำลังบนเรือประกอบด้วยเครื่องขับไล่ความเร็วสูง เพิ่มเติมด้วยอากาศยานปีกตรึงและอากาศยานปีกหมุนมากกว่า 30เครื่อง

การออกแบบเรือขั้นต้นรวมถึงการจ่ายกระแสไไฟ้าตลอดทั่วเรือของระบบพลังงานและสิ่งอุปกรณ์, ดาดฟ้ายกหอเรือบูรณาการเดี่ยว, รางดีดส่งอากาศยานขึ้นบิน(catapult) แบบแม่เหล็กไฟฟ้า 2-3ระบบ,
ระบบรับอากาศยานกลับลงจอดด้วยการเกี่ยวลวด(wire arrestor system) 3ระบบ, lift ยกอากาศยาน(aircraft elevator) ที่ขอบดาดฟ้า 2ระบบ(แต่ละเครื่องยกได้หนัก 40tonne) เป็นชุดด้านกราบขวาเรือ

ปฏิบัติการจุดรับ-ส่งเฮลิคอปเตอร์ได้ถูกนำมาใช้ในพื้นที่ส่วนกราบขวาเรือโดยวางแบบจำลองเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH(NATO Frigate Helicopter)(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/nhi-nh90.html)
เพิ่มเติมด้วยพื้นที่ซ่อมบำรุงที่ถูกวางแบบจำลองเครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศและควบคุมประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน E-2D Advanced Hawkeye(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/e-2d-advanced-hawkeye.html) ที่เพิ่มเข้ามาด้านหลังหอเรือครับ

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

กองทัพอากาศสหรัฐฯกำหนดที่จะเริ่มการปลดประจำการเครื่องบินโจมตี A-10

IFC 2022: USAF set to launch A-10 divestment







Having been unsuccessful in its previous attempts, the US Air Force now looks set to begin the divestment of its A-10 fleet. (US AIr Force)

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้กำหนดที่จะเริ่มต้นการปลดประจำการที่มองมานานของฝูงเครื่องบินโจมตี Fairchild-Republic A-10 Thunderbolt II ของตน
โดยเครื่องบินโจมตี A-10 เครื่องแรกได้ถูกเขียนเครื่องหมายให้ไปยัง 'สุสาน' ในปีงบประมาณ 2023(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/10.html)

การพูดคุยในงานสัมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2022(IFC 2022) ที่จัดขึ้นใน Berlin เยอรมนีระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา
พลอากาศโท Richard Moore รองเสนาธิการฝ่ายการวางแผนและโครงการกล่าว เครื่องบินโจมตี A-10 ชุดแรกจะถูกปลดปนะจำการในเวลาอันสั้นจากฝูงบินแนวหน้าของพวกมัน

ตามที่กองทัพอากาศสหรัฐฯวางแผนที่จะรวบรวมแบบอากาศยานรบของตนจาก 7แบบเเป็น 5แบบ(รู้จักในชื่อ '4+1' โดยหนึ่งแบบตอนนี้คือ อากาศยานรบทำงานร่วมกัน CCA: Collaborative Combat Aircraft ที่เป็นแนวคิดอากาศยานไร้คนขับคู่บินภักดี loyal wingman)
"เครื่องบินขับไล่ 7แบบที่แตกต่างกันจะถูกยุบรวมเหลือ 4แบบ หรือ 4+1แบบที่เคยเป็นรวมถึงเครื่องบินโจมตี A-10 ซึ่งตอนนี้รวมถึงอากาศยานรบ CCA แทน" พลอากาศโท Moore กล่าว

"ผมเชื่อว่าปี 2023 จะเป็นปีที่เครื่องบินโจมตี A-10 เครื่องแรกกำลังเข้าสู่การปลดประจำการจาก Fort Wayne(สถานีกองกำลังพิทักษ์ชาติทางอากาศ Air National Guard Station) มลรัฐ Indiana จะถูกทดแทนด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16" พล.อ.ท.Moore เสริม
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯมีเครื่องบินโจมตี A-10C จำนวน 230เครื่องในประจำการ โดยปฏิบัติการในตลอดทั้ง 9ฝูงบิน(https://aagth1.blogspot.com/2018/06/10-112.html)

การปลดประจำการเครื่องบินโจมตี A-10 ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน แต่เป็นครั้งแรกที่การจัดสรรงบประมาณกลาโหมประจำปี 2023 ไม่ได้บันทึกข้อความใดที่ห้ามกองทัพอากาศสหรัฐฯจากความเคลื่อนไหวดังกล่าว ตามที่มีกรณีนี้ในหลายปีก่อนหน้า 
กองทัพอากาศสหรัฐฯไม่ประสบความสำเร็จในความพยายามที่จะปลดประจำการเครื่องบินโจมตี A-10 ของตนมานาน โดยมีความต้องการที่จะให้ประจำการไปอย่างน้อยถึงปี 2030s จากเหล่าทัพอื่นเช่นกองทัพบกสหรัฐฯและนาวิกโยธินสหรัฐฯ รวมถึงฝ่ายการเมืองในสภา Congress

A-10 Thunderbolt II(หรือที่รู้จักกันในชื่อ Warthog หรือ Hog) เป็นเครื่องบินโจมตีที่ออกแบบมาสำหรับการสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดโดยเฉพาะการทำลายกองกำลังรถถังและยานเกราะข้าศึก เครื่องบินโจมตี A-10A รุ่นเก่าส่วนหนึ่งได้รับการปรับปรุงความทันสมัยเป็นรุ่น A-10C
บริษัท Boeing สหรัฐฯยังเคยเสนอต่อกองทัพอากาศสหรัฐฯถึงโอกาสในการขายเครื่องบินโจมตี A-10 พร้อมการคืนสภาพและปรับปรุงความทันสมัยให้แก่ต่างประเทศด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2015/05/boeing-10.html)

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

จีนเปิดตัวอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อนพิสัยไกลใหม่ AKF98A

Update – Airshow China 2022: New airborne stand-off weapons unveiled





The new AKF98A stand-off missile seen fitted onto a PLAAF Xi'an JH-7A2 fighter and a Shenyang J-16 fighter at the Airshow China 2022. 

Although the designation of the two missiles is identical, both feature design differences suggesting two different configurations or versions. (Janes)

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นใหม่สองแบบได้ถูกเปิดตัว ณ งานแสดงการบินและอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Airshow China 2022 ที่จัดขึ้นใน Zhuhai ตั้งแต่วันที่ 8-13 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา
ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นใหม่ที่ไม่เคยเห็นต่อสาธารณชนมากก่อนรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AKF98A และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AKF088C

ตามการวิเคราะห์โดย Janes อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AKF98A ดูปรากฏที่จะเป็นอาวุธนำวิถีระยะยิงนอกพิสัยการต่อต้านข้าศึก(stand-off) ความแม่นยำสูงระดับเดียวกับ
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน AGM-158 JASSM(Joint Air-to-Surface Standoff Missile) ของบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน Storm Shadow ของบริษัท MBDA ยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/typhoon-storm-shadow.html)

โครงสร้างอากาศยานของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อนพิสัยไกล AKF98A ได้ถูกปรับแต่สำหรับสมรรณะตรวจับได้ยากตรวจพบได้ต่ำ ด้วยรูปทรงเหลี่ยมเพชรที่ส่วนหน้าและลำตัวภาคตัดขวางรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู
ส่วนปลายหัวของอาวุธปล่อยนำวิถีถูกสันนิษฐานว่าจะเป็นที่ติดตั้งส่วนระบบค้นหาเป้าหมายขั้นสุดท้ายที่ไม่ทราบแบบ(เป็นได้ว่าจะเป็นระบบสร้างภาพความร้อน infrared), computer นำวิถี และเครื่อวัดความสูงด้วยคลื่นวิทยุ

ส่วนบรรทุกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของอาวุธปล่อยนำวิถีมีส่วนหลังแข็งพร้อมสลักจุดยึด และติดตั้งด้วยปีกพับได้ทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ่านที่พลิกออกได้บนพื้นผิวด้านบนของอาวุธ
ส่วนระบบขับเคลื่อนด้านหลังติดตั้งเครื่องยนต์และพื้นผิวควบคุม โดยไม่มีช่องรับอากาศเข้าให้เห็น สันนิษฐานว่าอาวุธปล่อยนำวิถีใช้เครื่องยนต์ turbojet โดยมีช่องรับอากาศเข้าใต้ท้องที่ถูกปิดอยู่ภายในที่ด้านท้ายของตัวอาวุธปล่อยนำวิถี

ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AKF98A ถูกประมาณโดย Janes ว่าจะมีความยาวราว 4m, ส่วนสูงที่ 490mm, ส่วนกว้างด้านท้ายสูงสุดที่ 750mm และมีน้ำหนักประมาณ 1,000kg
ภาพจากงานแสดง Airshow China 2022 แสดงถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AKF98A ถูกติดตั้งกับเครื่องบินรบสองแบบของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force)

คือเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Xi'an JH-7A2(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/jh-7aii.html) และเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Shenyang J-16(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/yy-20.html)
แม้ว่าการกำหนดแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AKF98A ที่ติดตั้งบนเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด JH-7A2 และเครื่องบินขับไล่ J-16 จะเหมือนกัน แต่อาวุธปล่อยนำวิถีทั้งสองแบบมีรายละเอียดการออกแบบที่แตกต่างกันทำให้มีข้อสังเกตว่าเป็นรูปแบบหรือรุ่นที่ต่างกันครับ

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

อินโดนีเซียอนุมัติเงินกู้ต่างประเทศสำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่รวม Mirage 2000 กาตาร์มือสอง

Indonesia approves USD3.9 billion in foreign loans for fighter aircraft programmes



A file image of a Qatar Emiri Air Force (QEAF) Mirage fighter taxiing at Incirlik Air Base, Turkey, in 2011. 
Indonesia is seeking to procure several airframes from the country as a stopgap measure to fulfil its security requirements. (US Department of Defense)

กระทรวงการคลังอินโดนีเซียได้เห็นชอบอนุมัติสำหรับการขอรับเงินกู้ต่างประเทศเป็นวงเงินถึง $3.9 billion สำหรับสามข้อเสนอโครงการที่แตกต่าง
ที่จะนำไปสู่การเดินหน้าเพื่อจะดำรงสภาพขีดความสามารถทางการรบของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)

ข้อเสนอโครงการเหล่านี้รวมถึงการประมูลเพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจเครื่องยนต์เดี่ยว Dassault Mirage 2000-5DA มือสองจากกองทัพอากาศกาตาร์(QEAF: Qatar Emiri Air Force)
การจัดหาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจสองเครื่องยนต์ Dassault Rafale ระยะที่สองจำนวนระหว่าง 12-18เครื่องสำหรับกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/rafale-6-2026.html)

กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท Dassault ฝรั่งเศสในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เพื่อจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ทั้งหมดจำนวน 42เครื่อง
เครื่องกำลังอยู่ในขั้นระยะการจัดหาและสัญญาสำหรับเครื่องระยะแรกจำนวน 6เครื่องได้มีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2022 หลังการจ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับสัญญาได้มีขึ้นแหล่งที่มาเงินทุนจากผู้ให้เงินกู้ต่างประเทศ

จดหมายการอนุมัติที่ได้ถูกมอบให้ Janes บ่งชี้ว่ากระทรวงการคลังอินโดนีเซียได้ผ่านการเห็นชอบที่จะจัดสรรวงเงินอีก $2.9 billion ในสิ่งอำนวยความสะดวกสินเชื่อกับผู้ให้เงินกู้ต่างประเทศเพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ระยะที่สอง
การอนุมัติได้รับความเห็นชอบในเดือนกันยายน 2022 หลังการปรึกษาหารือกับกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียและกระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซีย(BAPPENAS: Kementerian Perencanaan Pembangunan Nasional)

กองทัพอากาศอินโดนีเซียกำลังมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5 มือสองจำนวนหลายเครื่องจากกาตาร์เป็นมาตรการหยุดช่องว่างเพื่อเติมความต้องการด้านความมั่นคงของตน
ตามที่กองทัพอากาศอินโดนีเซียไม่เคยมีเครื่องบินรบจากฝรั่งเศสประจำการมาก่อน เครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5 จำนวน 12เครื่องมือสองจากาตาร์น่าจะถูกใช้เป็นเครื่องคั่นระยะก่อนการรับมอบเครื่องบินขับไล่ Rafale ชุดแรกในปี 2026

กองทัพอากาศกาตาร์เป็นลูกค้าส่งออกรายที่สองสำหรับเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5 โดยกำหนดแบบเป็นเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5DA จำนวน 12เครื่องในปี 1994
แบ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5EDA ที่นั่งเดียวจำนวน 9เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5DDA สองที่นั่งจำนวน 3เครื่อง ซึ่งถูกทดแทนด้วยเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 36เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/06/rafale.html)

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เยอรมนียืนยันแผนจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A และ Eurofighter EK รุ่นสงครามอิเล็กทรอนิกส์

IFC 2022: Luftwaffe reaffirms F-35A, Eurofighter EK procurement plan



The Luftwaffe is to acquire 35 F-35As (seen here in USAF service) to partially satisfy its Tornado replacement requirement. (US Air Force)




The Luftwaffe also intent to procure 15 Eurofighter EKs. (Janes/Gareth Jennings)

กองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ได้ย้ำการประกาศความตั้งใจของตนอีกครั้งที่จะปรารถนาความต้องการทดแทนเครื่องบินขับไล่ Tornado ของตนด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF)
และเครื่องบินขับไล่สงคราม electronic แบบ Eurofighter EK(Elektronischer Kampf: Electronic Combat) ท่ามกลางรายงานล่าสุดว่าเรื่องนี้กำลังได้รับการพิจารณาใหม่เนื่องจากแรงกดดันด้านงบประมาณ(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/f-35a-eurofighter-ecr.html)

การพูดคุย ณ งานสัมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2022(IFC 2022) ที่จัดขึ้นใน Berlin เยอรมนีตั้งแต่วันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2022
ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองกำลังกองทัพอากาศเยอรมนี พลอากาศโท Günter Katz กล่าวว่าความตั้งใจที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 35เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/f-35a-35.html) และ Eurofighter EK จำนวน 15เครื่องยังคงมีอยู่

การแถลงนี้เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2022 ได้สวนทางกับรายงานของสื่อเยอรมนีตลอดช่วงหลายสัปดาห์ล่าสุดว่าจำนวนเครื่องบินขับไล่ F-35A ได้รับการปรับจำนวนลดลง และ Eurofighter EK จะถูกแทนที่โดยเครื่องบินโจมตีสงคราม electronic แบบ Boeing EA-18G Growler
ที่เป็นผลจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อของกองทุนพิเศษ Söndervermögen วงเงิน 100 billion Euros($103.86 billion) ที่ยกขึ้นในการใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมแห่งชาติ ที่ถูกนำมาใช้ในการสนับสนุนยูเครนต่อต้านการรุกรานจากรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2022

กองทัพสหพันธรัฐเยอรมนี(Bundeswehr) ประกาศเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2022 ว่าตนได้เลือกเครื่องบินขับไล่ F-35A และเครื่องบินขับไล่สงคราม electronic แบบ Eurofighter EK เพื่อเติมเต็มความต้องการทดแทนเครื่องบินขับไล่ Tornado ของตน
"การตัดสินใจเกี่ยวกับเครื่องบินรบใหม่แทน Tornado ได้มีขึ้นแล้ว ด้วยเครื่องบินขับไล่แบบ F-35 ภารกิจของการแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์จะถูกรับประกันในอนาคต เป้าหมายคือจะทดแทน Tornado ในปี 2030" กองทัพเยอรมนีกล่าวในเวลานั้น

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter จะยังคงประจำการอยู่ในกองทัพ และจะได้รับพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับภารกิจโจมตี electronic" กองทัพเยอรมนีเสริม ต่อมารัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 35เครื่องแก่เยอรมนี
สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) เผยแพร่เอกสารว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯประกาศการอนุมัติการขายเป็นวงเงินประมาณ $8.4 billion นี้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2022

ขณะที่ Eurofighter EK ถูกประกาศว่าจะเป็นสำหรับความต้องการโครงการ luWES การทดแทน Tornado ด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35A และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Tranche 5 รวม 85เครื่อง และ Eurofighter EK จำนวน 15เครื่อง
เป็นการเพิ่มเติมต่อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 จำนวน 38เครื่องภายใต้โครงการ Project Quadriga(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/eurofighter-typhoon-quadriga.html) สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินรบใหม่รวมทั้งหมด 138เครื่องครับ

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เครื่องบินโจมตีและฝึก AT-6E Wolverine สหรัฐฯเดินทางมาถึงไทยแล้ว









Beechcraft AT-6E Wolverine registered N610AT callsign "TEX2" was arrived Chiang Mai international Airport, Thailand on 15 November 2022.
AT-6E Wolverine N610AT has flight to Royal Thai Air Force (RTAF) Flying Training School Kamphaeng Saen in Nakhon Pathom Province on 16 November 2022.
The 8 of Beechcraft  AT-6TH Wolverine to be delivered to RTAF 411st Squadron, Wing 41 Chiang Mai in 2024, more 4 of AT-6TH to be order follow. (Teerapat Saengmanee/Blue Modeler)

Beechcraft AT-6E Wolverine

มาช้าแต่มาแน่นอนครับ

Website ติดตามการบินอากาศยานทั่วโลก Flightradar24.com ได้แสดงข้อมูลว่าเครื่องบินโจมตีและฝึก AT-6E Wolverine ทะเบียนสหรัฐฯ N610AT นามเรียกขาน "TEX2" ได้บินเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติ Netaji Subhash Chandra Bose ใน Kolkata อินเดียมายังไทย
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕(2022) และหนึ่งวันให้หลังวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ก็ทำการบินจากเชียงใหม่ มายังโรงเรียนการบินกำแพงแสน กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ในจังหวัดนครปฐม

เครื่องบินโจมตีและฝึก AT-6E Wolverine N610AT เป็นหนึ่งในเครื่องแสดงสาธิตของบริษัท Textron Aviation Defense สหรัฐฯผู้ผลิต ซึ่งทำการบินเดินทางข้ามทวีปจากสหรัฐฯมายัง Glasgow สหราชอาณาจักร, Lyon ฝรั่งเศส, Catania อิตาลี, Heraklion กรีซ ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕
โดยได้ถูกจัดแสดง ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Bahrain International Airshow 2022 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Awali บาห์เรน ระหว่างวันที่ ๙-๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และเดินทางต่อไปยัง Muscat โอมาน, Ahmedabad และ Kolkata อินเดียก่อนจะมาถึงไทยเป็นเวลารวมมากกว่าสองสัปดาห์

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ กองทัพอากาศไทยได้ทำพิธีต้อนรับเครื่องบินฝึกแบบที่๒๒ บ.ฝ.๒๒ Beechcraft T-6TH Texan II สองเครื่องแรกจาก ๑๒เครื่องที่สั่งจัดหาในปี พ.ศ.๒๕๖๓(2020) ที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/t-6th.html)
ซึ่งได้บินเดินทางข้ามทวีปมายังท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/t-6th-01-02.html) โดยอีก ๑๐เครื่องแรกถูกจัดส่งทางเรือมาประกอบในไทยโดยบริษัทอุตสาหกรรมการบินจำกัด(TAI: Thai Aviation Industries) ไทย

เครื่องบินฝึก บ.ฝ.๒๒ T-6TH ซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องบินฝึก Beechcraft T-6C Texan II จะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินฝึกแบบที่๑๙ บ.ฝ.๑๙ Pilatus PC-9 Mustang ของฝูงบินฝึกขั้นปลาย โรงเรียนการบินกำแพงแสน ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔(1991)
บ.ฝ.๒๒ T-6TH ยังมีพื้นฐานร่วมกับเครื่องบินโจมตีและฝึกแบบที่๒๒ บ.จฝ.๒๒ Beechcraft AT-6TH Wolverine ที่มีพื้นฐานจาก AT-6E ที่ลงนามจัดหาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ในวงเงิน ๔,๓๑๔,๐๓๙,๙๘๐.๘๐บาท($143 million)ด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/at-6th.html)

เครื่องบินโจมตีและฝึก บ.จฝ.๒๒ AT-6TH Wolverine จำนวน ๘เครื่อง จะเข้าประจำการในฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ ในปี พ.ศ.๒๕๖๗(2024) เพื่อทดแทนเครื่องขับไล่และฝึกแบบที่๑ บ.ขฝ.๑ Aero L-39ZA/ART Albatros ที่ปลดประจำการไปแล้ว โดยคาดว่าจะมีการสั่งจัดหาเพิ่มเติมอีก ๔เครื่อง
ภายใต้การถ่ายทอดวิทยาการเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินของไทย เครื่องบิน AT-6E N610AT อาจจะถูกใช้เพื่อทดสอบสาธิตการบูรณาการระบบตามความต้องการของกองทัพอากาศไทย รวมถึงเครือข่ายทางยุทธวิธี Link TH datalink และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/aeronet-at-6th.html)

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เครื่องบินขับไล่ F-35A เบลเยียมเครื่องแรกเข้าสู่สายการผลิต

First F-35 for Belgium enters assembly



The first parts of the first F-35A for Belgium were announced to have entered the assembly line in Texas on 14 November. (Lockheed Martin)

Belgium approved for extended-range AMRAAMs for F-16s, F-35s



Belgium has been cleared to field the extended-range AIM-120C-8 AMRAAM missile for its F-16 (pictured) and F-35 aircraft fleets. (Belgian MoD)

เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เครื่องแรกสำหรับเบลเยียมได้เข้าสู่สายการผลิตการประกอบแล้ว
ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ของบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯในมลรัฐ Texas กระทรวงกลาโหมเบลเยียมประกาศเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2022

ชิ้นส่วนกล่องปีก(wingbox) ส่วนนอกของเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกจากทั้งหมด 34เครื่องสำหรับกองทัพอากาศเบลเยี่ยม(BAC: Belgian Air Component)
ได้เข้าสู่สายการประกอบตามการส่งมอบจากโรงงานอากาศยานสายการผลิตชิ้นส่วนประกอบเครื่องบินขับไล่ F-35 ของบริษัท Leonardo อิตาลี ใน Cameri อิตาลี

ตามการเน้นจากกระทรวงกลาโหมเบลเยียม เครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกจะถูกส่งมอบภายในสิ้นปี 2023(https://aagth1.blogspot.com/2018/10/f-35a-f-16.html
และจะยังคงอยู่ที่สหรัฐฯกับอีก 7เครื่องของกองทัพอากาศเบลเยียมที่จะถูกใช้สำหรับการฝึกนานาชาติ ณ ฐานทัพอากาศ Luke Air Force Base(AFB) ในมลรัฐ Arizona

การส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A ไปยังฐานทัพอากาศ Florennes ในเบลเยียมจะได้รับการดำเนินการในปี 2025 ซึ่ง ณ เวลานั้นจะเข้าประจำการแทนเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16AM/BM Fighting Falcon
ความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operating Capability) ซึ่งเชื่อมโยงกับความสามารถที่ดำเนินการปฏิบัติการวางกำลังนอกประเทศ คาดการณ์ว่าจะเป็นในกลางปี 2027

และความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operating Capability) สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35A กองทัพอากาศเบลเยียม วางแผนจะมีขึ้นในปลายปี 2030
ก่อนหน้านี้เกือบหนึ่งสัปดาห์เบลเยียมยังได้รับการอนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลางเพิ่มขยายระยะยิง Raytheon AIM-120C-8 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM และเครื่องบินขับไล่ F-35A ของตน

สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ประกาศเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2022 ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS)
ของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120C-8 จำนวนถึง 120นัดแก่เบลเยี่ยมที่จะถูกจัดหาแบบเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆเป็นวงเงินประมาณ $380 million

"ข้อเสนอการขายจะช่วยปรับปรุงขีดความสามารถของเบลเยียมเพื่อจะตรงต่อภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคตโดยดำรงฝูงเครื่องบินขับไล่ F-16 และ F-35 ในสถานะพร้อมรบ และมอบการป้องปรามที่น่าเชื่อถือแก่ภัยคุกคามในภูมิภาค
เบลเยียมจะไม่มีความยุ่งยากในการรับและนำเข้าประจำการในกองทัพของตน" DSCA สหรัฐฯกล่าวในเอกสารแจ้งเตือนของตน นอกเหนือจากจรวดจริงข้อเสนอการขายยังรวมถึงอะไหล่, การฝึก, การสนับสนุน และอุปกรณ์อื่นๆด้วย

AIM-120C-8 เป็นที่รู้จักแพร่หลายตอนนี้มากกว่าว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120D ยังคงใช้ motor จรวดขับเคลื่อนเชื้อเพลิงแข็งเช่นเดียวกับรุ่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120C-5 และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120C-7
แต่มีการเพิ่มพูนขีดความสามารถการครอบคลุมพื้นที่สังหารเป้าหมายโดยไม่มีทางหลบหนีได้(no-escape envelope) และการเล็งเป้าหมายมุมสูง(high-angle off-boresight) มากกว่ารุ่นก่อนหน้าครับ