วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

กลาโหมสหรัฐฯระงับการรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35 จากปัญหาค่าซ่อมกับ Lockheed Martin

Defense Department halts F-35 deliveries amid repair bill disagreement with Lockheed
An F-35 Lightning II flies alongside an F-16 Fighting Falcon at Luke Air Force Base, Arizona, in 2015. (Air Force)
https://www.defensenews.com/breaking-news/2018/04/11/defense-department-halts-f-35-deliveries-amid-repair-bill-disagreement-with-lockheed/

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯหรือ Pentagon ได้ระงับการตรวจรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II Joint Strike Fighters(JSF) ส่วนใหญ่ที่ส่งมอบจากผู้ผลิตคือบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ
และสำนักงานโครงการร่วม F-35(JPO: Joint Program Office) กำลังอภิปรายถกเถียงกันว่าใครควรจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมเครื่องบินเหล่านี้หลังจากที่มีปัญหาการผลิตในปีที่แล้ว

"ขณะที่งานทั้งหมดในโรงงานของเรายังคงดำเนินอยู่ สำนักงานโครงการร่วม F-35 ได้ระงับการรับมอบเครื่องเป็นการชั่วคราวจนกว่าเราจะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับหัวข้อสัญญาที่เป็นปัญหา และเราคาดว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว"
โฆษกหญิงของ Lockheed Martin ยืนยันในการแถลง โดยเสริมว่าบริษัทยังคงมั่นใจว่าตนสามารถที่จะส่งมอบ F-35 ได้ตามเป้าหมาย 91เครื่องสำหรับปี 2018 ข่าวนี้ถูกรายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าว Reuters

ข้อพิพาทนี้มีต้นตอมาจากปัญหาการควบคุมคุณภาพการผลิตอากาศยานที่ส่งผลให้การส่งมอบ F-35 ได้ถูกระงับลงชั่วคราวในช่วงวันที่ 21 กันยายนถึง 20 ตุลาคม 2017
โดยในเวลานั้นมีการพบการผุกร่อนของรูตัวยึดบนพื้นผิวอากาศยานของเครื่องบินขับไล่ F-35A ที่กำลังได้รับการซ่อมบำรุง ณ ฐานทัพอากาศ Hill กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: U.S. Air Force) ในมลรัฐ Utah

Lockheed Martin และ JPO สามารถที่จะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนการดำเนินการแก้ปัญหาได้ในขณะนั้น ทำให้ Lockheed Martin สามารถบรรลุแผนการส่งมอบ F-35 ได้ครบสำหรับปี 2017 แหล่งข่าวบางรายกล่าว
แต่บางช่วงหลังจากนั้นยังคงมีข้อพิพาทที่ว่าใครควรจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมผิวเครื่องใหม่ และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเลือกที่จะสั่งหยุดสายการผลิต F-35 ชั่วคราวอีกครั้ง แต่แหล่งข่าวปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าการระงับสายการผลิตครั้งใหม่นี้จะนานเท่าไร

สายการผลิตของเครื่องบินขับไล่ F-35 กำลังดำเนินการที่โรงงานอากาศยานของ Lockheed Martin ใน Fort Worth มลรัฐ Texas และมีโรงงานสายการประกอบและตรวจสอบขั้นสุดท้าย(FACO: Final Assembly and Check Out) นอกสหรัฐฯที่ Nagoya ญี่ปุ่น และ Cameri อิตาลี
แหล่งข่าวย้ำว่ามีลูกค้าระดับนานาชาติของเครื่องบินขับไล่ F-35 บางรายอย่างน้อยสองประเทศที่ไม่ยอมรับการรับมอบเครื่องเข้าประจำการเพิ่มเติมตามความต้องการในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ของตน

ตามข้อมูลจาก Reuters มี F-35 จำนวน 2เครื่องที่ถูกส่งมอบให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯตั้งแต่ที่มีคำสั่งระงับการส่งมอบชั่วคราว ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อม F-35 มากกว่า 200เครื่องกำลังอยู่ระหว่าการดำเนินการ
ปัญหาการผุกร่อนของพื้นผิวเครื่องนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัญญาจำนวนมากของการควบคุมคุณภาพสายการผลิตที่เกิดกับเครื่องบินขับไล่ F-35 ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขสำหรับทุกเครื่องที่ผลิตไปแล้วและเครื่องที่อยู่ในสายการผลิตต่อไปในอนาคต

โฆษกของสำนักงานโครงการร่วม F-35 ยังไม่ได้มีการให้ความเห็นตอบสนองโดยทันทีต่อกรณีดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา พลเรือโท Mat Winter เจ้าหน้าที่บริหารสำนักงานโครงการร่วม F-35 ได้พูดถึงเรื่องนี้
ในงานสัมมนาของสันนิบาตนาวี(Navy League) Sea Air Space 2018 แต่ไม่ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงว่าการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35 ได้ถูกระงับลงชั่วคราวแล้วครับ

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

นาวิกโยธินไทยจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG อิสราเอลที่ผลิตในไทย

Thai marines to procure Elbit howitzers
The RMTC is to procure six 155 mm autonomous truck-mounted howitzer systems from Elbit. Source: Soltam Systems
http://www.janes.com/article/79176/thai-marines-to-procure-elbit-howitzers

Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy ordered 6 Elbit Systems ATMG(Autonomous Truck Mounted Gun) 155mm/52caliber Self-Propelled Howitzer 6x6 from Weapon Production Center, Defence Industry and Energy Center, Ministry of Defence Thailand
 ... Story/Photo …Sompong Nondhasa(https://www.facebook.com/sompong.nondhasa/posts/1211431602293282)

นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps, RTN: Royal Thai Navy) ได้ลงนามสัญญาจัดหากับบริษัท Elbit Systems Land and C4I Ltd. อิสราเอล
ในการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ ATMG(Autonomous Truck Mounted Gun) ซึ่งมีพื้นฐานจากระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางแบบ ATMOS(Autonomous Truck Mounted howitzer System)

นาวิกโยธินไทยกล่าวในการแถลงว่าสัญญาที่ลงนามไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและมีเนื้อหาเพื่อการส่งมอบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ขนาด 155mm/52caliber จำนวน ๖ระบบ ซึ่งจะถูกสร้างภายในประเทศไทยผ่านการถ่ายทอด Technology จาก Elbit อิสราเอล
โดย ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท.(WPC: Weapon Production Center, DIEC: Defence Industry and Energy Center) สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมไทย(OPSD: Office of the Permanent Secretary for Defence, Ministry of Defence)

สัญญาการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ๖ระบบมีวงเงิน ๘๖๕ล้านบาท($26 million) และได้มอบโอกาสสำหรับการจัดหาระบบปืนใหญ่อัตตราจรเพิ่มเติมที่จะทำการผลิตประกอบสร้างภายในประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดส่งมอบภายในระยะเวลา ๒ปี ๔เดือน
โดยก่อนหน้านี้กองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ได้มีการสั่งจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG สามระยะ ระยะละ ๖ระบบ รวม ๑๘ระบบที่ผลิตโดย ศอว.ศอพท. นำเข้าประจำการใน กองพันทหารปืนใหญ่ที่๗๒๑ กองพลทหารปืนใหญ่ แล้ว

สัญญานี้จะเป็นการเติมเต็มความต้องการที่มีมานานของ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย เพื่อเพิ่มขยายขีดอำนาจการยิงของหน่วยปืนใหญ่สนามที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบัน กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน มีปืนใหญ่สนามใช้งานอยู่หลายแบบ
เช่น  ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง GC-45/GHN-45 ขนาด 155mm ซึ่งออกแบบโดยแคนาดา ประจำการใน กองพันทหารปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง(พัน.ปกค.กรม ป.พล.นย.) ที่มีอายุการใช้งานมานาน โดย GC-45 จัดหาในปี พ.ศ.๒๕๒๓(1980) และ GHN-45A1 APU ในปี พ.ศ.๒๕๓๑(1988)

นอกจากระบบปืนใหญ่อัตตาจรซึ่งนาวิกโยธินไทยมีความต้องการในการจัดหาตามที่เคยได้รายงานพิจารณาและประเมินค่าที่โรงงานของ ศอว.ศอพท.ไปนั้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/05/atmos.html)
มีรายงานว่า นาวิกโยธินไทยยังมีความสนใจที่จะจัดหาระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง(MLRS: Multiple Launch Rocket System) เพื่อเสริมสร้างการขยายอำนาจการยิงของตนด้วย แต่ยังไม่มีรายละเอียดใดๆในขณะที่เขียนนี้

ทั้งนี้นอกจากปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง Nexter Caesar ขนาด155mm/52cal ฝรั่งเศสจำนวน ๖ระบบ ที่ประจำการใน ป.พัน.๗๒๑ ร่วมกับ ป.อจ.ล้อยาง ATMG ๑๘ระบบแล้ว กองทัพบกไทยยังมีแผนที่จะจัดหา ป.อจ.ATGM เพิ่มเติมอีก ๓๖ระบบ หรือราวสองกองพันทหารปืนใหญ่(หนึ่ง พัน.ป.มี สามกองร้อยปืนใหญ่ หนึ่ง ร้อย.ป.มี หมู่ปืนใหญ่ ๖กระบอก รวมปืนใหญ่ ๑๘กระบอก)
ที่เข้าใจว่าเป็นความต้องการตามการปรับโครงสร้างอัตราจัดกำลังใหม่ในเหล่าทหารราบและเหล่าทหารม้า ที่จะมีเหล่าปืนใหญ่ทั้งปืนใหญ่ลากจูงและปืนใหญ่อัตตาจรเป็นหน่วยขึ้นตรงสนับสนุนในตัว อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงภายในของไทยด้วยครับ

สหรัฐอนุมัติการขายสิทธิบัตรเทคโนโลยีสำหรับโครงการพัฒนาเรือดำน้ำของไต้หวัน

US State Department OKs license for submarine tech sales to Taiwan
Three submarines are seen at port at the Tsoying navy base in Kaohsiung, southern Taiwan, on Jan. 18, 2017. (Sam Yeh/AFP via Getty Images)
https://www.defensenews.com/naval/2018/04/09/us-state-department-oks-license-for-submarine-tech-sales-to-taiwan/

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติให้กลุ่มบริษัทด้านความมั่นคงของสหรัฐฯทำการตลาดขาย Technology เรือดำน้ำแก่ไต้หวัน เพื่อช่วยโครงการพัฒนาและสร้างเรือดำน้ำภายในด้วยตนเองของไต้หวัน
ตามรายงานจากสื่อของไต้หวัน โฆษกกระทรวงกลาโหมไต้หวัน พลตรี Chen Chung-chi และโฆษกประจำสำนักประธานาธิบดีไต้หวัน Sidney Lin ยืนยันว่า สหรัฐฯได้อนุมัติการทำการตลาดสิทธิบัตรที่จำเป็นสำหรับการขาย Technology ให้ไต้หวัน

การอนุมัติการขายสิทธิบัตรนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับโครงการพัฒนาเรือดำน้ำของไต้หวัน และโฆษกประธานาธิบดีไต้หวัน Lin เสริมว่าการตัดสินใจนี้จะยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของไต้หวันเช่นเดียวกับเพื่อการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในภูมิภาค
แม้ว่าจะไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการทำการตลาดสิทธิบัตรระบบเรือดำน้ำที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ตาม Liao Yen-fan นักวิเคราะห์จาก Taipei ผู้ที่ให้ความสนใจไปยังกำลังทางอากาศและกองทัพไต้หวัน(Republic of China Armed Forces) กล่าวกับ Defense News ว่า

การอนุมัติครอบคลุมสิทธิบัตรการทำตลาดสำหรับระบบอำนวยการรบเรือดำน้ำ(CMS: Combat Management System) พร้อมแยกต่างหากจากข้อตกลงความช่วยเหลือทางเทคนิค ซึ่งครอบคลุมบางส่วนที่สำคัญของการพัฒนาเรือดำน้ำที่ไต้หวันยังขาดอยู่
ซึ่ง Dr.Collin Koh นักวิจัยโครงการความมั่นคงทางทะเลแห่งโรงเรียนการศึกษานานาชาติ S. Rajaratnam สิงคโปร์กล่าวว่ายังรวมถึงระบบ Sonar, กล้องตาเรือ(Periscope)สมัยใหม่ และระบบอาวุธด้วย

ภายหลังจะมีการเพิ่มเติม Torpedo หนักขั้นก้าวหน้า Mk48 ที่ไต้หวันได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯในการจัดหาเมื่อเดือนมิถุนายน 2017 ภายใต้การขายในรูปแบบโครงการ Foreign Miliary Sales(FMS)
อย่างไรก็ตาม Lioa กล่าวว่าการอนุมัติการขายสิทธิบัตรล่าสุดจะตกอยู่ภายใต้โครงการ Direct Commercial Sales และมีสองบริษัทที่ได้รับการรับรองอนุมัติซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ

ระบบขับเคลื่อนของเรือดำน้ำเป็นส่วนหนึ่งที่สหรัฐฯไม่สามารถที่จะให้ความช่วยเหลือแก่โครงการพัฒนาสร้างเรือดำน้ำของไต้หวันได้ โดยไต้หวันกำลังมองหาเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าตามแบบ ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ(U.S. Navy) ปัจจุบันมีประจำการเฉพาะเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เท่านั้น
ไต้หวันอาจจะจำเป็นต้องหาความช่วยเหลือจากปนะเทศอื่นสำหรับความช่วยเหลือในการสร้างเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า โดยเฉพาะการขยายการขับเคลื่อนใต้น้ำด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air-Independent Propulsion) ตามที่ Dr.Koh กล่าว

Dr.Koh เสริมว่าถ้าไต้หวันมีเรื่องที่จะหลีกเลี่ยงการนำระบบ AIP มาใช้กับเรือดำน้ำใหม่ ไต้หวันก็มีขีดความสามารถในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนดีเซล-ไฟฟ้าด้วยตนเอง หรือพัฒนาจากเครื่องยนต์และเครื่องกำเนิดพลังงานทางเรือที่ใช้ในเชิงพาณิชย์
โดยภาคอุตสาหกรรมทางเรือของไต้หวันหรือสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ Chung-Shan(NCSIST: National Chung-Shan Institute of Science and Technology) สำหรับใช้ในเรือดำน้ำ

เรือดำน้ำเป็นความปรารถนาที่สุ่มเสี่ยงของโครงการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพไต้หวันวงเงิน $15 billion โดยมีวงเงิน $94.81 million ที่ได้รับการอนุมัติแล้วในช่วงเดือนธันวาคม 2016 ถึงเดือนธันวาคม 2020 เพื่อการออกแบบเรือดำน้ำใหม่
มีรายงานว่าการออกแบบขั้นต้นได้เสร็จสิ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแม้ว่ากระทรวงกลาโหมไต้หวันจะปฏิเสธ กองทัพเรือไต้หวัน(Republic of China Navy) ยังคงดำเนินการยืดอายุการใช้งานเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Chien Lung(ชั้น Zwaardvis) 2ลำที่จัดหาจากเนเธอร์แลนด์ในปี 1987-1988

ไต้หวันมีภูมิประเทศเป็นเกาะห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่โดยมีทะเลส่วนช่องแคบไต้หวันกั้น ซึ่งผลจากสงครามกลางเมืองจีนในปี 1949 ที่จีนคณะชาติเป็นฝ่ายพ่ายแพ้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA: People's Liberation Army) และอพยพไปจัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐจีนที่เกาะไต้หวัน
สาธารณรัฐประชาชนจีนถือว่าเกาะไต้หวันเป็นมณฑลส่วนหนึ่งของจีน ซึ่งการปรับปรุงความทันสมัยอย่างมหาศาลของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในช่วง20ปีมานี้เป็นภัยคุกคามต่อไต้หวันอย่างมาก

เรือดำน้ำจึงเป็นกำลังที่สำคัญในขีดความสามารถด้านสงครามอสมมาตรที่จะทำให้ความพยามของจีนในการใช้กำลังทหารที่เหนือกว่าอย่างมากเข้าบุกยกพลขึ้นบกเพื่อควบคุมไต้หวันทำได้ยากขึ้น
ทว่าความสำเร็จด้านอำนาจเศรษฐกิจและการเมืองในระดับโลกของจีนปัจจุบันทำให้การขายอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ไต้หวันเป็นไปอย่างจำกัด แม้แต่สหรัฐฯที่มีความสัมพันธ์กับไต้หวันผ่านทางรัฐบัญญัติ Taiwan Relations Act ยังจำกัดการขายอาวุธแก่ไต้หวันเฉพาะเพื่อ 'ป้องกันตนเอง' เท่านั้นครับ

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561

สโลวาเกียรับการเสนอขายเครื่องบินขับไล่ F-16V สหรัฐฯโดยยังเจรจาการเช่า Gripen สวีเดน

Slovak MoD receives US F-16 offer as it continues talks on leasing Gripen
Slovakia has received a US offer of F-16s to replace its MiG-29s. Source: IHS Markit/Patrick Allen
http://www.janes.com/article/79119/slovak-mod-receives-us-f-16-offer-as-it-continues-talks-on-leasing-gripen

กระทรวงกลาโหมสโลวาเกียได้ยืนยันว่าตนได้รับจดหมายข้อเสนอและยอมรับจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯที่รวมถึงกำหนดการส่งมอบและชำระเงินสำหรับอากาศยาน, ระบบอาวุธ, การฝึก และการบริการ
ตามที่รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16V Block 70/72 สร้างใหม่ 14เครื่องวงเงิน $2.91 billion แก่สโลวาเกีย

เอกสารของสำนักงานความร่วมมือด้านความปลอดภัยความมั่นคงสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ที่ประกาศการอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70/72 จำนวน 14เครื่องแก่สโลวาเกียได้รวมถึง
เครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ General Electric F110(Block 70) หรือ Pratt & Whitney F100(Block 72) 16เครื่อง, ปืนใหญ่อากาศ M61A1 Vulcan 20mm 15กระบอก, AESA(Active Electronically Scanned Array) radar แบบ AN/APG-83 16ระบบ ที่ติดตั้งในเครื่องและเป็นอะไหล่

หมวกนักบินติดศูนย์เล็ง JHMCS II(Joint Helmet Mounted Cueing System II) 14ใบ, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง AIM-120C7 AMRAAM 30นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9X Sidewinder 100นัด,
ชุดนำวิถีระเบิดนำวิถี Laser GBU-12 Paveway II 500lbs 224ชุด, ชุดนำวิถีระเบิดนำวิถี Laser/ดาวเทียม GBU-49 Enhanced Paveway II 500lbs 20ชุด, ชุดนำวิถีระเบิดนำวิถีดาวเทียม GBU-38 JDAM 500lbs 150ชุด,

ระบบจัดการสงคราม Electronic AN/ALQ-213 16ระบบ, กระเปาะสงคราม Electronic AN/ALQ-211 16ระบบ, เครื่องปล่อยเป้าลวงต่อต้าน AN/ALE-47 16ระบบ, การฝึก และการสนับสนุนสำหรับนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
"เครื่องบินขับไล่ของสโวาเกียปัจจุบันไม่มีความเข้ากันได้ในการปฏิบัติการร่วมกันกับกองทัพสหรัฐฯและพันธมิตรในภูมิภาค" ข้อความในการแถลงตามเอกสารของ DSCA ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 เมษายนกล่าว

โฆษกกระทรวงกลาโหมสโลวาเกีย Dana Capakova ให้ข้อมูลต่อสื่อเมื่อวันที่ 4 เมษายนว่าข้อเสนอการขาย F-16V ของรัฐบาลสหรัฐฯนั้นอยู่ที่ประมาณ 1 billion Euros($1.2 billion) สูงเกินวงเงินแท้จริงที่เป็นไปได้ในการขายที่เปิดช่องทางในอนาคต
วงเงินที่เพิ่มขึ้นมาในข้างต้นนั้นมาจากข้อเสนอในการขายระบบอาวุธและระบบอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ต้องแยกออกจากกันจากที่สภา Congress สหรัฐฯอนุมัติการส่งออกให้สโลวาเกีย

อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมสโลวาเกียได้แถลงว่ายังคงเดินหน้าการเจรจากับรัฐบาลสวีเดนในเรื่องความเป็นไปได้ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Saab JAS-39C/D Gripen
โดยกระทรวงกลาโหมสโลวาเกียระบุว่าได้มีการเจรจากับสวีเดนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเช่าเครื่องบินขับไล่ Gripen อย่างน้อย 8เครื่องตั้งแต่ปี 2015

"หลังการประเมินค่าข้อเสนอของสหรัฐฯและสวีเดน รัฐมนตรีกลาโหมสโลวาเกีย Peter Gajdos จะแนะนำแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดต่อรัฐบาลสโลวาเกีย" โฆษกกลาโหมสโลวาเกีย Capakova กล่าว
ปัจจุบันกองทัพอากาศสโลวาเกีย(Slovak Air Force) มีเครื่องบินขับไล่ MiG-29AS ที่นั่งเดียว 10เครื่อง และ MiG-29UBS สองที่นั่ง 2เครื่อง ซึ่ง MiG-29AS/UBS รัสเซียทั้ง 12เครื่องน่าจะประจำการต่อไปไม่เกินปี 2019 ครับ

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561

ออสเตรเลียรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A สหรัฐฯที่พร้อมรบเต็มอัตราชุดแรก

Australia receives first ‘full combat’ F-35As
Australia currently plans to operate 72 F-35As, with a further batch of 28 to be considered at a later date. Source: Lockheed Martin
http://www.janes.com/article/79098/australia-receives-first-full-combat-f-35as


กองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force) ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighters(JSF) จากสหรัฐชุดใหม่เพิ่มเติม
และเป็น F-35A รุ่นขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing) ชุดแรกของออสเตรเลียที่ได้รับการติดตั้งชุดคำสั่งสำหรับขีดความสามารถการ 'พร้อมรบเต็มอัตรา' รุ่นล่าสุด

เครื่องบินขับไล่ F-35A รหัส AU-3, AU-4 และ AU-5 รวม 3เครื่องได้ถูกส่งมอบให้กองทัพอากาศออสเตรเลียเพิ่มเติมจาก F-35A ชุดแรก 2เครื่องรหัส AU-1 และ AU-2 ที่ได้รับมอบไปก่อนหน้า
ตามที่รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Christopher Pyne ประกาศเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา

ขณะที่ F-35A 2เครื่องแรกที่ได้รับมอบแล้วถูกติดตั้งชุดคำสั่งสั่งรุ่น Block 3i(ขีดความสามารถพร้อมรบขั้นต้น) F-35A 3เครื่องล่าสุดได้รับการติดตั้งชุดคำสั่งรุ่น Block 3F(ขีดความสามารถพร้อมรบเต็มอัตรา)
โดยออสเตรเลียเป็นประเทศหุ้นส่วนระดับนานาชาติของโครงการ JSF ประเทศแรกที่ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่ติดตั้งชุดคำสั่งมาตรฐาน Block 3F

(กองทัพอากาศอิสราเอล(Israeli Air Force) ซึ่งเป็นลูกค้าที่จัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 50เครื่องจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯมากกว่าที่จะเป็นหุ้นส่วน เป็นที่เข้าใจว่าเครื่องได้รับการติดตั้งชุดคำสั่งพร้อมรบเต็มอัตรา Block 3F ไปแล้ว
โดยกองทัพอากาศอิสราเอลน่าจะเป็นผู้ใช้รายแรกของ F-35I Adir ที่พร้อมปฏิบัติการรบชุดแรกราว 9เครื่องเข้าร่วมปฏิบัติการรบทางอากาศจริงในตะวันออกกลาง)

F-35A กองทัพอากาศออสเตรเลียทั้ง 5เครื่องปัจจุบันมีที่ตั้งอยู่ที่ ฝูงบินขับไล่ที่61(61st Fighter Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Luke กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในมลรัฐ Arizona ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฝูงบินฝึกนานาชาติสำหรับ F-35
กองทัพอากาศออสเตรเลียมีกำหนดที่จะได้รับมอบ F-35A เพิ่มเติมอีก 5เครื่องที่ฐานทัพอากาศ Luke ก่อนสิ้นปี 2018 นี้ โดย F-35A เครื่องแรกจะเดินทางถึงฐานทัพอากาศ Williamtown ในรัฐ New South Wales ออสเตรเลียภายหลังในเวลาอันสั้น

เครื่องบินขับไล่ F-35A ที่สั่งจัดหาจำนวน 100เครื่องจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศออสเตรเลียในปลายปี 2018 เป็นต้นไป เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18A/B Hornet รุ่นเก่าที่มีอายุการมานาน 71เครื่อง
และเสริมการปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18F Super Hornet 24เครื่องและเครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic Boeing EA-18G Growler 12เครื่อง โดย F-35A กองทัพอากาศออสเตรเลียมีกำหนดความพร้อมรบเต็มอัตราในปี 2023

F-35 เป็นทฤษฎีกลางในความปรารถนาของกองทัพอากาศออสเตรเลียที่จะสร้างตนเองเพื่อเป็นกองทัพอากาศยุคที่5 ที่ปฏิบัติการเป็นเครือข่ายเต็มรูปแบบกองทัพอากาศแรกของโลก
โดยความปรารถนาในโครงการจัดหานอกจากเครื่องบินขับไล่ Super Hoenet และเครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic Growler แล้วยังประกอบด้วย

เครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศและควบคุม Boeing E-7 Wedgetail AEW&C(Airborne Early Warning and Control) 6เครื่อง,
เครื่องบินข่าวกรอง, ตรวจการณ์, ลาดตระเวน และสงคราม Electronic(ISREW: Intelligence, Surveillance, Reconnaissance, and Electronic Warfare) Gulfstream 550 มากถึง 5เครื่อง

ระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) Northrop Grumman MQ-4C Triton 7เครื่อง
และอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE UAV: Medium-Altitude Long-Endurance Unmanned Aerial Vehicle) ติดอาวุธ เช่น General Atomics Aeronautical Systems Inc MQ-9 Reaper ครับ

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ลาวเยี่ยมชมการสาธิตรถถังหลัก T-72B1MS รุ่นปรับปรุงใหม่ที่รัสเซีย




T-72B1MS (Object 184-1MS) Belyy Orel "White Eagle" Main Battle Tank of Nicaragua Army

T-72B1MS Driver Station

T-72B1MS Gunner Station


T-72B1MS Commander Station
(Photos Source: http://www.yaplakal.com/forum2/topic1668705.html)

A Delegation from Laos Minister of National Defence led by Defense Minister Lieutenant General Chansamone Chanyalath visited the armored vehicle repair plant in St. Petersburg, Russia

Clip รายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ Zvezda รัสเซียที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา แสดงถึงการทำการงานซ่อมปรับปรุงรถถังหลักของโรงงานใกล้มหานคร Saint Petersburg
โดยในภาพการรายงานได้แสดงถึงคณะตัวแทนของกระทรวงป้องกันประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและกองทัพประชาชนลาว(Laos People's Army) ที่นำโดยรัฐมนตรีกลาโหมลาวเยี่ยมชมโรงงาน รวมถึงชมการสาธิตรถถังหลัก T-72B1MS ที่ปรับปรุงใหม่

พลโท จันสะหมอน จันยาลาด รัฐมนตรีกลาโหมลาวได้กล่าวต่อสื่อรัสเซียว่าลาวและรัสเซียมีความสัมพันธ์ทางการทหารที่ดีต่อกันมานาน โดยอาวุธจากรัสเซียรวมถึงรถถังหลักเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่คุ้นเคยในการใช้งานโดยทหารกองทัพประชาชนลาว
โดยรถถังรัสเซียเป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่ได้พิสูจน์ตนเองในสงครามการต่อสู้เพื่อเอกราชของลาว และยังได้กล่าวถึงโอกาสครบรอบการก่อตั้งกองทัพประชาชนลาวปีที่70 ที่จะมีการจัดพิธีสนามสนามทางทหารในเดือนมกราคม 2019 ด้วย

รถถังหลัก T-72B1MS (Object 184-1MS) 'Belyy Orel'("White Eagle" "อินทรีขาว" ในภาษารัสเซีย) เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของโรงงานซ่อมแซมรถถังที่ St.Petersburg ที่เป็นโครงการปรับปรุงความทันสมัยของรถถังหลัก T-72B เดิมอีกโครงการ
นอกจากรถถังหลัก T-72B3 ที่เข้าประจำการในกองทัพรัสเซียแล้ว ซึ่งปรับปรุงติดเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด(ERA: Explosive Reactive Armor) แบบ Kontakt-5 หรือรุ่นใหม่กว่าแบบ Relikt และกล้องเล็งพลยิงแบบ Sosna-U ใหม่

รถถังหลัก T-72B1MS มีการปรับปรุงสำคัญที่เห็นได้ชัดคือการติดตั้งกล้องตรวจการณ์ Panoramic ขนาดใหญ่ที่ด้านซ้ายของป้อมปืน และปรับปรุงระบบควบคุมการยิงและกล้องเล็งใหม่ในสถานีพลยิงและสถานีผู้บังคับการรถ รวมถึงระบบแสดงผลในสถานีพลบขับ
อย่างไรก็ตาม ถ.หลัก T-72B1MS ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล V-84 กำลัง 840HP เช่นเดิม รวมถึงเกราะป้องกันยังคงเป็นเกราะเหล็กกล้าวัสดุผสมเสริมด้วยเกราะ ERA แบบ Kontakt-1 รุ่นเก่า

รัสเซียได้ส่งออกรถถังหลัก T-72B1MS White Eagle ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แก่กองทัพบกนิการากัว(Nicaragua Army Ground Force) จำนวน 50คัน วงเงินราว $80 million ในปี 2015
ซึ่งกองทัพบกนิการากัวได้รับมอบ ถ.หลัก T-72B1MS ชุดแรกจำนวน 20คันในปี 2016 ซึ่งได้มีการเปิดตัวต่อสาธารณชน รวมถึงได้เข้าร่วมในพิธีสวนสนามของกองทัพแห่งชาตินิการากัว(Fuerzas Armadas de Nicaragua) มาแล้ว

ปัจจุบันมีรายงานว่ากองทัพประชาชนลาวมีรถถังที่จัดหาจากรัสเซียประจำการจำนวนไม่มาก เช่น รถถังเบา PT-76 ราว 10คัน และรถถังหลัก T-54/T-55 ราว 15คัน ซึ่งจัดหามาตั้งแต่สมัยอดีตสหภาพโซเวียตที่มีอายุการใช้งานมานานและล้าสมัย
ทั้งนี้ลาวได้แสดงความสนใจในการจัดหารถถังใหม่จากรัสเซียเพื่อปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพ เช่นที่เห็นได้จาการเข้าร่วมการแข่งขัน Tank Biathlon 2017 เป็นชาติแรกของ ASEAN โดยใช้รถถังหลัก T-72B3 รัสเซียในการแข่งครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/t-90s-type-85-iim-tank-biathlon-2017-1-2.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/08/namer-30mm-tank-biathlon-2017-3-4.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/08/tank-biathlon-2017-5-6.html)

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

อินเดียเปิดโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ 110เครื่องอีกครั้ง

India re-opens competition to supply 110 fighters
A global competition to sell more than 100 fighters to the Indian air force re-opened for the third time in a decade on 6 April.
https://www.flightglobal.com/news/articles/india-re-opens-competition-to-supply-110-fighters-447392/

Indian Air Force MiG-21 Bison at Aeroindia 2005(wikipedia.org)

การแข่งขันระดับนานาชาติสำหรับการเสนอขายเครื่องบินขับไล่ใหม่ถึง 110เครื่องแก่กองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) ได้เริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้งเป็นครั้งที่สามในรอบสิบปีเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา
กองทัพอากาศอินเดียได้ออกเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) 73หน้าต่อหกบริษัทผู้ผลิตอากาศยานชั้นนำทั่วโลกสำหรับการจัดหาเครื่องขับไล่ที่นั่งเดียวและเครื่องบินขับไล่สองที่นั่งรวม 110เครื่อง เป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 12ปี

ตามเส้นตายที่กำหนดในวันที่ 3 กรกฎาคม 6บริษัทที่คาดว่าจะส่งเครื่องบินขับไล่ของตนเข้าแข่งขันน่าจะมีเช่น Boeing F/A-18E/F Super Hornet Block III สหรัฐฯ, Lockheed Martin F-16 Block 70 สหรัฐฯ,
Dassault Rafale F3R ฝรั่งเศส, Eurofighter Typhoon สหราชอาณาจักร-เยอรมนี-สเปน, Saab Gripen E/F สวีเดน และ United Aircraft Corporation(UAC) MiG-35 รัสเซีย

ซึ่งจะดูคล้ายคลึงกับผู้เข้าแข่งขัน 6รายในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ MMRCA(Medium Multi-Role Combat Aircraft) เมื่อปี 2009 สำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ 126เครื่อง
โดยขณะนั้นกองทัพอากาศอินเดียได้เลือกเครื่องบินขับไล่ Rafale ฝรั่งเศสเป็นผู้ชนะ แต่ก็ได้มีการยกเลิกสัญญาในอีก 7ปีต่อมา

ต่อมาได้ถูกทดแทนโดยการที่กองทัพอากาศอินเดียลงนามสัญญาจัดหากับบริษัท Dassault ฝรั่งเศสในการจัดหา เครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 36เครื่องในปี 2016(http://aagth1.blogspot.com/2016/09/rafale-36.html)
และเปิดโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์เดียวใหม่จำนวน 114เครื่อง ซึ่งทำให้แบบเครื่องจำกัดเฉพาะเครื่องบินขับไล่ F-16 สหรัฐฯ และเครื่องบินขับไล่ Gripen สวีเดน

อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศอินเดียได้ยกเลิกโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์เดี่ยวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจากแรงกดดันของรัฐสภาอินเดียให้พิจารณาทั้งเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์เดียวและเครื่องบินขับไล่สองเครื่องยนต์
เอกสาร RFI ใหม่นี้ได้เปิดโอกาสให้เครื่องบินขับไล่สองเครื่องยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทจากสหรัฐฯ, ยุโรปตะวันตก และรัสเซียกลับเข้ามาแข่งขันในโครงการใหม่ได้

เอกสาร RFI ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนเครื่องยนต์ที่จะติดตั้งในเครื่องบินขับไล่ใหม่ในอนาคตของกองทัพอากาศอินเดีย โดยการอ้างอิงในเอกสารมีการใช้คำเอกพจน์และพหูพจน์คือ "engine/s" หลายครั้งในส่วนข้อมูลความต้องการระบบเครื่องยนต์
ตามเอกสาร RFI เครื่องขับไล่ใหม่ทั้ง 110เครื่อง ควรจะเป็นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว 82เครื่อง และควรเป็นเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง 28เครื่อง

จำนวนสูงสุดของเครื่องบินขับไล่ใหม่ที่จะทำการสร้างนอกประเทศอินเดียจะอยู่ที่ราว 16-17เครื่อง แต่เครื่องบินขับไล่ใหม่ที่เหลือกจะต้องทำการสร้างในอินเดียเองทั้งหมดโดยการถ่ายทอด Technology ให้แก่ภาคส่วนอุตสาหกรรมความมั่นคงภายในอินเดียทั้งของรัฐบาลและเอกชน
ตามที่คาดว่านโยบาย "Made in India" จะเป็นลำดับความสำคัญในการประเมินโครงการของกองทัพอากาศอินเดีย ผู้เข้าแข่งขันต้องอธิบายการตอบสนองต่อ RFI ว่าพวกตนจะใช้บริษัทของอินเดียในฐานะผู้จัดส่งสำหรับระบบและสายการผลิตอากาศยานได้อย่างไร

กองทัพอากาศอินเดียยังมีแผนจะตัดสินผู้เข้าแข่งขันว่าจะควบคุมการส่งมอบเกี่ยวกับการบูรณาการระบบอาวุธให้มากน้อยแค่ไหน "ผู้ขายจะต้องส่งมอบผู้ใช้ในขีดความสามารถเพื่อการปรับปรุงระบบ(ที่มาจากอินเดียหรือต่างประเทศ)โดยเฉพาะตัว ทั้งอาวุธและระบบตรวจจับ" เอกสาร RFI กล่าว
ทั้งนี้กองทัพอากาศอินเดียมีความต้องการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่เพื่อทดแทนเครื่องขับไล่ MiG-21 รัสเซียจำนวนราว 244เครื่องที่เก่าและล้าสมัย ซึ่งมีการปรับปรุงความทันสมัยเป็นรุ่น MiG-21 Bison ราว 125เครื่องในช่วงปี 1990s มาแล้ว และกำลังทยอยถูกปลดประจำการครับ

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561

กองทัพบกฝรั่งเศสเตรียมนำอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง MMP เข้าประจำการ

French Army prepares to deploy MMP
The French Army is preparing for the first operational deployment of its Missile Moyenne Portée (MMP) land combat system in Mali this year. Source: MBDA
http://www.janes.com/article/78997/french-army-prepares-to-deploy-mmp


กองทัพบกฝรั่งเศส(Armée de terre) กำลังเตรียมการสำหรับการวางกำลังปฏิบัติการครั้งแรกของระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อสู้รถถัง Digital ขนาด 140mm แบบ MMP(Missile Moyenne Portée)
พันตรี Jean-Luc Dietler แห่ง STAT(Section Technique de l’Armée de Terre) ที่กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสกล่าวกับ Jane's ว่าอาวุธปล่อยนำวิถีแบบพกพาด้วยบุคคลนี้จะเข้าประจำการในสี่กรมของกองทัพบกฝรั่งเศส

คือ กรมทหารราบต่างด้าวที่2(2e Régiment Etranger d'Infanterie), กรมทหารพลร่มต่างด้าวที่2(2e Régiment Etranger Parachutistes), กรมทหารม้าพลร่ม Hussars ที่1(1er Régiment de Hussards Parachutistes) และกรมทหารม้า Hussars ที่3(3e Régiment de Hussards)
และกรมรบพิเศษกองทัพบกฝรั่งเศสจะได้รับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง MMP เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติการรักษาสันติภาพและต่อต้านการก่อการร้ายในยุทธการ Barkhane ที่มาลีในเดือนมิถุนายนหรือกันยายนปี 2018 นี้

STAT แผนทางเทคนิคของกองทัพบกฝรั่งเศสกำลังรับผิดชอบในการประสานงานกับสำนักงานการจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(DGA: Direction Générale de l'Armement) สำหรับการชี้นำและประเมินค่าโครงการอาวุธทั้งหมดสำหรับกองทัพอากาศ(Armée de l'Air) และกองทัพบกฝรั่งเศส
อาวุธปล่อยนำวิถี MMP ถูกพัฒนาโดยบริษัท MBDA ในฝรั่งเศสตามความต้องการของกองทัพบกฝรั่งเศสในจุดประสงค์เพื่อทดแทนระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง(ATGM: Anti-Tank Guided Missile) หลายแบบ

ทั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง MBDA MILAN(Missile d'Infanterie Léger Antichar)ฝรั่งเศส-เยอรมนี, อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Lockheed Martin/Raytheon FGM-148 Javelin สหรัฐฯ ที่ปัจจุบันทั้งสองระบบยังคงประจำการในกองทัพบกฝรั่งเศสและหน่วยรบพิเศษฝรั่งเศส
อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Euromissile HOT(Haut subsonique Optiquement Téléguidé Tiré d’un Tube) ฝรั่งเศส-เยอรมนี และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง MBDA Eryx ฝรั่งเศส-แคนาดา ที่ติดตั้งบนยานเกราะล้อยางลำเลียงพล VAB 6x6(Véhicule de l’Avant Blindé) กองทัพบกฝรั่งเศส

ตามที่เข้าใจอาวุธปล่อยนำวิถี MMP ทั้งระบบที่เคลื่อนย้ายได้ด้วยบุคคลและที่ติดตั้งบนยานพาหนะมีความเข้ากันได้กับโครงการทหารราบยุคอนาคตของกองทัพบกฝรั่งเศส FÉLIN(Fantassin à Équipement et Liaisons Intégrés)
MMP ยังถูกบูรณาการเข้ากับป้อมปืนใหญ่กล Nexter Systems CT40M 40mm ที่ถูกเลือกโดยกองทัพบกฝรั่งเศสสำหรับยานเกราะล้อยาง 6x6 ในอนาคต

คือรถรบหุ้มเกราะลาดตระเวน EBRC(Engin Blindé de Reconnaissance et de Combat) หรือ Jaguar 6x6 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มยานเกราะพหุภารกิจ EBMR(Engin Blindé Multi-Rôles)
ตามโครงการปรับปรุงความทันสมัย Scorpion วงเงินราว 5 billion Euros($5.93 billion) ของกองทัพบกฝรั่งเศส

อาวุธปล่อยนำวิถี MMP ใช้ระบบค้นหาแบบ Dual-Mode มีระบบจับความร้อนแบบไม่หล่อเย็น(uncooled thermal), กล้องโทรทัศน์กลางวัน(Daylight TV) และหน่วยอ้างอิงความเฉื่อย(IRU: inertial reference unit) ของบริษัท Sagem ฝรั่งเศส
มีระบบ Datalink สองทาง สามารถทำการยิงได้แบบ Fire and Forget, Man in the Loop และ Non Line Of Sight(NLOS) ลูกจรวดขนาด 140mm ติดหัวรบสองชั้น Tandam สามารถเลือกโจมตีเป้าหมายได้แบบพุ่งใส่โดยตรงและพุ่งโจมตีจากด้านบน โดยมีระยะยิง 4,000m ครับ

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561

อังกฤษเตรียมทดสอบเครื่องบินขับไล่ F-35B บนเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Queen Elizabeth และปลดเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ HMS Ocean

RN carrier team prepares for F-35B trials
Test pilot commander Nathan Gray ‘on the deck’ in the F-35B simulator. Source: Richard Scott/NAVYPIX
http://www.janes.com/article/79039/rn-carrier-team-prepares-for-f-35b-trials

HMS Ocean leaves service
http://www.janes.com/article/78939/hms-ocean-leaves-service

กำลังพลของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) ได้เสร็จสิ้นการฝึกด้วยเครื่องจำลองช่วงแรกและการพัฒนาการปฏิบัติการ
เพื่อมุ่งสู่งการทดสอบการปฏิบัติการบินของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II Joint Strike Fighter จากเรือบรรทุกเครื่องบิน R08 HMS Queen Elizabeth ที่มีกำหนดการภายหลังในปี 2018 นี้

ภายใต้การดำเนินการโดยศูนย์บูรณาการเรือ/อากาศยาน ของบริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรที่ Warton ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ England กลางเดือนมีนาคม
การทดสอบสัปดาห์ระยะยาวได้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรลุขั้นตอนการปฏิบัติการมาตรฐานมุ่งไปสู่แผนการทดลองการบินอากาศยานปีกตรึงชั้นแรก(FOCFT: fixed-wing first of class flying trials) สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2018

เช่นเดียวกับกำลังหลักของแผนกอากาศยานของเรือ Queen Elizabeth การทดสอบยังได้ดึงนักบินกองทัพเรืออังกฤษจากฝูงบินทดสอบและประเมินค่า No 17(R) Test and Evaluation Squadron(TES) ณ ฐานทัพอากาศ Edwards กองทัพอากาศสหรัฐฯ ทางใต้มลรัฐ California
และนักบินทดสอบของกองทัพเรืออังกฤษจากกองกำลังทดสอบบูรณาการ F-35 ณ สถานีอากาศนาวี Patuxent River กองทัพเรือสหรัฐฯ ในมลรัฐ Maryland

การถูกออกแบบเพื่อขจัดความเสี่ยงการบูรณาการเรือ/อากาศยานสำหรับ F-35B และเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth(QEC) ศูนย์เครื่องฝึกจำลองที่ Warton ได้บูรณาการสององค์ประกอบคือ
มีห้องนักบินจำลองจาก F-35 เต็มรูปแบบบนระบบสร้างการความเคลื่อนไหวด้วยไฟฟ้าแบบหกแกนภายในห้องโดมโค้งที่ฉายภาพแบบจำลองสามมิติเรือชั้น QEC ความละเอียดสูงร่วมกับการจำลองลักษณะของผิวทะเลอย่างสมจริงและเป็นพลวัตร

นักบิน F-35 จะทำการฝึกร่วมกับกำลังพลประจำเรือแผนกอื่นๆในระบบเครื่องฝึกจำลองร่วมที่ใกล้กัน อย่างสภาพแวดล้อมภายในห้องควบคุมการบิน(FLYCO: flying control) ที่ตั้งในดาดฟ้ายกหอเรือด้านหลังของเรือ
การบูรณาการเต็มรูปแบบกับเครื่องฝึกจำลองนักบินภายหลังรวมถึงสถานีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณลงจอด(LSO: landing signals officer) และระบบฉายภาพจอกว้างแสดงฉากโลกภายนอก รวมถึงการเลือกการบันทึกล่วงหน้าการบินขึ้น/ลงจอด หรือการบิน 'สด' ที่ดำเนินโดยนักบินในเครื่องจำลอง

ก่อนหน้านี้เมื่อ 27 มีนาคมที่ผ่านมาเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์(LPH: Landing Platform Helicopter) L12 HMS Ocean ได้ปลดประจำการจากกองทัพเรือสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ ณ ฐานทัพเรือ Devonport
พิธีการปลดประจำการเรือมีสมเด็จพระราชินี Elizabeth II เสด็จเป็นองค์ประธาน และ First Sea Lord พลเรือเอก Sir Philip Jones ผู้บัญชาการทหารเรืออังกฤษร่วมพิธี

เรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ HMS Ocean ได้ถูกปลดประจำการโดยมีระยะเวลาประจำการเพียง 20ปีตั้งแต่เข้าประจำการในกองทัพเรือสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1998
การตัดสินใจปลดประจำการเรือเป็นการยืนยันตามแผนทบทวนยุทธศาสตร์กลาโหมและความมั่นคง 2015(Strategic Defence and Security Review 2015)

ทั้งนี้ HMS Ocean ได้ถูกขายให้แก่กองทัพเรือบราซิล(Brazilian Navy, Marinha do Brasil) ด้วยวงเงิน 84 million British Pound($118 million)(http://aagth1.blogspot.com/2018/02/hms-ocean-4.html)
โดยบราซิลจะได้รับมอบเรือในเดือนมิถุนายนเพื่อทดแทนเรือบรรทุกเครื่องบิน A12 NAe Sao Paulo ที่ตัดสินใจปลดประจำการไปครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/12/hms-ocean-2018.html)

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

ยูเครนเริ่มสายการผลิตรถสายพานกู้ซ่อม Atlet สำหรับกองทัพบกไทย

Armoured Recovery Vehicle "Atlet" from "Morozov KMDB" - serial production has begun


The State Enterprise "Kharkiv Morozov Machine Building Design Bureau"(KMDB) named after "Alexander A. Morozov", a part of the State Enterprise "Ukrboronprom", began mass production of Armoured Recovery Vehicle (ARV) "Atlet"
https://www.facebook.com/ukroboronprom/posts/1508356375954420


วันที่ ๔ เมษายนที่ผ่านมา Ukrboronprom รัฐวิสาหกิจด้านการจัดการอุตสาหกรรมความมั่งคงของรัฐบาลยูเครนได้ประกาศว่า สำนักออกแบบการสร้างเครื่องจักร Kharkiv Morozov(KMDB: Kharkiv Morozov Machine Building Design Bureau) ที่อยู่ในเครือ
ได้เริ่มสายการผลิตรถสายพานกู้ซ่อม Atlet ARV(Armoured Recovery Vehicle) จำนวน ๒คันสำหรับกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจัดหารถถังหลัก Oplot-T จำนวน ๔๙คันแล้ว

รถสายพานกู้ซ่อม Atlet มีพื้นฐานพัฒนาจากรถสายพานกู้ซ่อม BREM-84(Object 478BP) ที่ใช้พื้นฐานรถแคร่ฐานของรถถังหลัก T-80UD ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6TD-1 กำลัง 1,000HP (รถถังหลัก T-80U ใช้เครื่องยนต์ Gas Turbine GTD-1250 กำลัง 1,250HP)
รถสายพานกู้ซ่อม BREM-84 รถต้นแบบถูกพัฒนาโดย KMDB ยูเครนในปี 1997 และเข้าประจำการในกองทัพบกยูเครนในปี 2008 แต่ที่ผ่านมาก็มีเพียงรถต้นแบบ 1คันเท่านั้น โดยมีตัวเลือกติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 6TD-2 กำลัง 1,200แรงม้า ได้เช่นเดียวกับรถถังหลัก T-84 Oplot

รถสายพานกู้ซ่อม Atlet มีน้ำหนักรถ 46tons ย.ดีเซล 6TD-1 1,000HP สามารถทำความเร็วบนถนนได้สูงสุด 70km/h ตัวรถสร้างจากเกราะเหล็กกล้าเชื่อม มีอาวุธปืนกลหนัก KT-12.7(NSVT) 12.7x108mm เพื่อป้องกันตัว และสามารถบรรทุกอุปกรณ์และสัมภาระเสริมเพิ่มได้อีก 1.5tons
ติดตั้งแขนยกซึ่งสามารถยกวัตถุได้หนักสุด 25tons สำหรับการเปลี่ยนชิ้นส่วนรถถังหลักเช่นเครื่องยนต์ มีรอกกว้านกำลัง 250kN สำหรับการลากรถถังออกจากพื้นที่ โดยรถสายพานกู้ซ่อม Atlet สามารถเคลื่อนที่ขณะลากจูงรถรบในสนามได้ด้วยความเร็วถึง 25km/h

รถสายพานกู้ซ่อม Atlet ๒คันซึ่งถูกผลิตโดย KMDB เอง(ไม่ใช่โรงงาน Malyshev ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตรถถังหลัก Oplot-T ทั้ง ๔๙คัน) เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการจัดหารถถังหลัก Oplot
ที่กองทัพบกไทยได้สั่งจัดหารถถังหลัก Oplot-T จำนวน ๔๙คัน วงเงิน ๗,๒๐๐ล้านบาท($240 million) จาก Ukroboronprom ยูเครน ในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) เพื่อเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์

อย่างก็ตามผลกระทบจากการที่รัสเซียเข้าผนวก Crimea และแทรกแซงสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธนิยมรัสเซียทำสงครามกับกองกำลังความมั่นคงรัฐบาลยูเครนตั้งแต่ปี 2014 ทำให้ยูเครนมีความล่าช้าในการผลิตรถถังหลัก Oplot-T ส่งมอบให้กองทัพบกไทยเป็นอย่างมาก
ทั้งที่โรงงาน Malyshev ต้องให้ความสำคัญในซ่อมปรับปรุงรถถังหลัก T-64, T-72 และ T-80 ให้กองทัพยูเครนเอง และปัญหาการจัดหาชิ้นส่วนประกอบทดแทนในส่วนที่ขาดไปจากผลกระทบของสงคราม

โดยกองทัพบกไทยได้รับมอบรถถังหลัก Oplot ชุดแรก ๕คันในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๗(2014), ชุดที่สอง ๕คันในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘(2015), ชุดที่สาม ๕คันในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๙(2016) และชุดที่สี่ ๕คันในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๙
ชุดที่ห้า ๕คันในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๑(2017) ชุดที่หก ๖คันในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๑ และชุดที่เจ็ดอีก ๕คันในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑  รวมส่งมอบให้แล้ว ๓๖คัน

ล่าสุด Ukroboronprom ยูเครนได้แถลงเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคมว่า สัญญาการจัดหารถถังหลัก Oplot-T กับกองทัพบกไทยได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ตามที่ Oplot-T ชุดสุดท้ายสำหรับไทยได้ออกจากโรงงาน Malyshev และผ่านการตรวจรับมอบโดยคณะกรรมการของกองทัพบกไทยที่นยูเครนแล้ว
มีรายงานว่ายูเครนได้ทำการจัดส่งรถถังหลัก Oplot-T ชุดที่แปด ๗คันมายังไทยแล้ว ทำให้ ม.พัน.๒ พล.ร.๒ รอ. ได้รับมอบรถถังหลัก Oplot-T รวม ๔๓คันแล้ว เหลือการส่งมอบรถชุดที่เก้าเป็นชุดสุดท้ายอีก ๖คัน(http://aagth1.blogspot.com/2018/03/oplot-t.html)

ตามที่ได้รายงานจากงาน Defense and Security 2017 ว่า UkrOboronProm ยูเครนยืนยันจะส่งมอบรถถังหลัก  Oplot-T ให้กองทัพบกไทยครบตามสัญญาในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) นี้(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/btr-4e-oplot-t-2018.html)
ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นสายการผลิต ถ.หลัก Oplot-T ให้ไทยครบ ๔๙คันแล้วนั้น รถถังหลัก Oplot ชุดต่อไปที่โรงงาน Malyshev จะผลิตจะเป็นรถสำหรับกองทัพบกยูเครนเองโดยมีความต้องการขั้นต้น ๑๐คันครับ(http://aagth1.blogspot.com/2018/02/oplot-t.html)