วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เกาหลีใต้จะศึกษาความเป็นไปได้เพื่อปรับปรุงเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50

South Korea's ADD to study possible upgrades for FA-50 light attack aircraft


South Korea’s ADD is aiming to improve the combat capabilities of the KAI FA-50 light combat aircraft, 60 units of which are currently in RoKAF service. (KAI)



สำนักงานการพัฒนาทางกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี(ADD: Agency for Defense Development) กำลังมุ่งเป้าที่จะเพิ่มขยายรูปแบบขีดความสามารถและการรบของเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา Korea Aerospace Industries (KAI) FA-50 Fighting Eagle
ซึ่งปัจจุบันเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา KAI FA-50 จำนวน 60เครื่องได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) แล้ว

ตามที่เครื่องบินขับไล่ Northrop F-5E/F Tiger II และเครื่องบินขับไล่ McDonnell Douglas F-4E Phantom II ที่มีอายุการใช้งานมานานกำลังทยอยปลดประจำการจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี
เครื่องบินขับไล่โจมตีเบาสองที่นั่งเครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว FA-50 ซึ่งเดิมถูกพัฒนาสำหรับภารกิจการสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support) น่าจะมีบทบาทที่ใหญ่ยิ่งขึ้นในกองทัพ เจ้าหน้าที่กองทัพสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวกับ Jane's เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2020

ผลที่ตามมา ADD สาธารณรัฐเกาหลีจะดำเนินการศึกษาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2020 เพื่อเพื่อตรวจสอบว่าจะขีดความสามารถของเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ในหลายภาคส่วนอย่างไร
รวมถึงความเป็นไปได้ในการติดตั้งถังเชื้อเพลิงเสริมภายนอกแนบลำตัว(CFT: Conformal Fuel Tank) เช่นเดียวกับกระเปาะชี้เป้าหมายและระบบอาวุธใหม่ที่รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond-Visual-Range Air-to-Air Missile)

เครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 Fighting Eagle เป็นรุ่นโจมตีเบาของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า T-50 Golden Eagle ที่ถูกพัฒนาขึ้นในแนวทางเดียวกับเครื่องบินฝึกไอพ่นต่างประเทศที่มีรุ่นฝึกและรุ่นโจมตีเบา
เช่นเครื่องบินฝึกไอพ่น Yakolev Yak-130 รัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2019/03/yak-130-asean.html) และเครื่องบินฝึกไอพ่น Leonardo M-346 อิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/m-346.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/02/leonardo.html)

F-50 ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ General Dynamics M197 Gatling-gun สามลำกล้องหมุนขนาด 20mm(ดัดแปลงจากปืนใหญ่อากาศ M61A2) ภายในลำตัวเครื่อง 
และตำบลอาวุธภายนอกลำตัว 7จุดแข็ง(หนึ่งจุดใต้ส่วนกลางลำตัวเครื่อง, สองจุดใต้ปีกทั้งสองข้างรวมเป็นสี่จุด และรางที่ปลายปีกทั้งสองข้างสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ)

FA-50 สามารถติดตั้งอาวุธได้หลายแบบ เช่น อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9 Sidewinder, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-65 Maverick,
กระเปาะจรวดอากาศสู่พื้น, ระเบิดทำลาย เช่น Mk 82 ขนาด 500lbs, ระเบิดอมภัณฑ์ย่อย, ระเบิดฝึก หรืออุปกรณ์ และเป้าหมายสำหรับการฝึกครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/10/kai-fa-50.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/01/fa-50-asean.html)

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Boeing ส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F Super Hornet Block 3 เครื่องทดสอบชุดแรกให้กองทัพเรือสหรัฐฯ

Boeing delivers first Super Hornet Block 3 test aircraft to US Navy


Boeing announced delivery of the first two Super Hornet Block 3 test aircraft to the US Navy on 17 June. (Boeing)





บริษัท Boeing สหรัฐฯประกาศการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F Super Hornet Block 3 เครื่องทดสอบชุดแรกจำนวน 2เครื่องแก่กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2020
หลักก้าวย่างซึ่งมีขึ้นราวสองสัปดาห์หลังที่เครื่องบินขับไล่ Super Hornet Block 3 รุ่นเพิ่มขยายขีดความสามารถทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา

เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว F/A-18E และเครื่องขับไล่สองที่นั่ง F/A-18F ถูกส่งมอบให้กับกองทัพเรือสหรัฐฯสำหรับการทดสอบความเหมาะสมกับกับเรือบรรทุกเครื่องบินของขีดความสามารถการคำนวณและเครือข่ายขั้นก้าวหน้าของรุ่น Block 3
ล่วงหน้าการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ Super Hornet Block 3 เครื่องสำหรับใช้ปฏิบัติการชุดแรกที่คาดว่าจะเป็นในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/fa-18ef-super-hornet-block-2-block-3.html)

ตามรายงานก่อนหน้านี้การปรับปรุงเครื่องรุ่น Block 3 ได้รวมการเปลี่ยนแปลงห้าประการหลัก หรือข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรม(ECP: Engineering Change Proposal) แก่เครื่องบินขับไล่ Super Hornet
แบบแผน ECP เหล่านี้ประกอบด้วยขั้นตอนการดัดเแปลงอายุการใช้งาน(SLM: Service Life Modification) ที่จะยืดอายุการใช้งานโครงสร้างอากาศยานจาก 6,000ชั่วโมงบิน เป็น 10,000ชั่วโมงบิน(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/boeing-fa-18ef-super-hornet.html)

ระบบห้องนักบินขั้นก้าวหน้า(ACS: Advanced Cockpit System) ซึ่งสร้างขึ้นโดยใช้จอแสดงผลขนาดใหญ่ (LAD: Large-Area Display) ขนาด 11x19 inch ของบริษัท Elbit Systems อิสราเอล
ระบบ computer ภารกิจเข้ารหัสหลายระดับแบบสถาปัตยกรรมเปิดแบบ DTP-N(Distributed Targeting Processor-Network) ใหม่(ซึ่งเร็วกว่าระบบ computer ในรุ่น Block 2 ราว 17เท่า)

ระบบสื่อสารดาวเทียม(SATCOM: Satellite Communications) ติดตั้งในตำแหน่งแกนหลังของเครื่องบินสำหรับการติดต่อเชื่อโยงเครือข่ายขั้นก้าวหน้า และถังเชื้อเพลิงเสริมภายนอกแนบลำตัว(CFT: Conformal Fuel Tank) ที่เพิ่มความจุเชื้อเพลิงอีก 3,500lbs(1,588kg) จากสองถัง(ผสมกัน) 
ถังเชื้อเพลิงเสริม CFT ติดตั้งในรูปแบบมีแรงต้านอากาศต่ำ(low-drag) เหนือโคนปีกของเครื่อง(เครื่องบินขับไล่ Super Hornet Block 3 จะมีความพร้อมสำหรับการรองรับถังเชื้อเพลิง CFT โดยกองทัพเรือสหรัฐฯกำลังตัดสินว่าเป็นอย่างไรและเมื่อไรที่จะติดตั้งพวกมัน)

นอกเหนือจากนี้เครื่องบินขับไล่ Super Hornet Block 3 จะได้รับการติดตั้งระบบตรวจับ IRST(Infrared Search and Track) แบบ Lockheed Martin AN/ASG-34 Block 2 
ซึ่งเป็นกระเปาะชี้เป้าหมายเชิงรับพิสัยไกลที่เป็นโครงการตามรายการ(PoR: Programme-of-Record) ของตนเองครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/lockheed-martin-sniper-lantirn-irst.html)

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Sikorsky สหรัฐฯจะเสนอเฮลิคอปเตอร์ S-70i Black Hawk รุ่นติดอาวุธให้ฟิลิปปินส์

Sikorsky set to pitch armed Black Hawk for Philippine requirement


Sikorsky is positioning the armed version of its latest S-70i Black Hawk (pictured) for a Philippine Air Force requirement to procure an initial six attack helicopters. (Sikorsky)







บริษัท Sikorsky ในเครือบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯกำลังเตรียมการข้อเสนอเพื่อเสนอเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป S-70i Black Hawk รุ่นติดอาวุธแบบใหม่ล่าสุดของตนแก่ฟิลิปปินส์
ข้อเสนอจะถูกวางตำแหน่งเพื่อตรงตามความต้องการของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) ที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีขั้นต้นจำนวน 6เครื่อง Sikorsky สหรัฐฯกล่าวกับ Jane's เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2020

ข้อเสนอจะดำเนินการผ่านรูปแบบการขายเชิงพาณิชย์โดยตรง(DCS: Direct Commercial Sale) ข้อเสนอยังถูกสร้างขึ้นบนสัญญาของ Sikorsky ที่ได้รับการประกาศในเดือนเมษายน 2019 เพื่อสร้างและส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป S-70i Black Hawk จำนวน 16เครื่อง
เพื่อให้ตรงกับโครงการเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปรบ(CUH: Combat Utility Helicopter) ที่แยกออกไปของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์(https://aagth1.blogspot.com/2018/12/t129_21.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/12/t129.html)

Sikorsky สหรัฐฯกล่าวว่าสายการผลิตของเฮลิคอปเตอร์ S-70i ในโครงการ CUH กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ ไม่ได้รับผลกระทบจาการระบาดของ Coronavirus Covid-19
เฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ชุดแรก 6เครื่อง ซึ่งทั้งหมดกำลังได้รับการผลิตโดยบริษัท PZL Mielec โปแลนด์ในเครือของ Sikorsky จะถูกส่งมอบแก่ฟิลิปปินส์ในไตรมาสที่4 ของปี 2020 โดยเครื่องที่เหลือมีกำหนดส่งมอบในปี 2021

ตามที่สื่อฟิลิปปินส์รายงาน โครงการเฮลิคอปเตอร์ CUH มีมูลค่าวงเงินประมาณ $240 million ขณะเดียวกันโครงการเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ได้รับงบประมาณโดยรัฐบาลฟิลิปปินส์มีวงเงินที่ราว $265 million
งบประมาณโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวข้องกับการเสนอที่มีขึ้นโดยรัฐบาลสหรัฐฯในเดือนเมษายน 2020 ล่าสุด

ข้อเสนอเหล่านี้ซึ่งควรจะดำเนินการผ่านกลไกการจัดหารูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) มีเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian หรือเฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper
ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯประมาณราคาของการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E ที่วงเงิน $1.5 billion และเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z ที่วงเงิน $450 million ตามลำดับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/ah-64e-apache-ah-1z-viper.html)

แต่ทางด้านรัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Delfin Lorenzana ได้แถลงว่า ฟิลิปปินส์ "ไม่สามารถที่จะจัดสรรวงเงินเพื่อจ่าย" ให้กับทั้ง ฮ.โจมตี Apache และ ฮ.โจมตี Viper ได้ Jon Rudy ผู้บริหารภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ Sikorsky กล่าวกับ Jane's
ทั้งนี้ในเดือนพฤษภาคม 2020 บริษัท Boeing สหรัฐฯกล่าวว่าตนกำลังหารือความเป็นไปได้ในการขายเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ AH-6i สำหรับกองทัพบกฟิลิปปินส์(Philippine Army) ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/boeing-ah-6i-ah-64e.html)

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ปืนเล็กสั้น Dasan DSAR-15PC ถูกเลือกสำหรับหน่วยรบพิเศษกองทัพบกเกาหลีใต้

South Korea's DAPA selects DSAR-15PC carbine variant for RoKA's Special Warfare Command

Dasan Machineries, the South Korean company will be providing a slightly modified variant of its DSAR-15PC CBQ model (seen here) for the RoKA’s Special Warfare Command. (Dasan Machineries)


South Korea’s DAPA has selected Dasan Machineries as the preferred bidder in a programme to replace the S&T Motiv K1A 5.56 mm carbine (pictured). (S&T Motiv)





สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีได้เลือกบริษัท Dasan Machineries ผู้ผลิตอาวุธปืนภายในประเทศ เป็นผู้ชนะโครงการวงเงิน 3.8 billion Korean Won ($3.1 million)
เพื่อทดแทนปืนเล็กสั้น S&T Motiv K1A ขนาด 5.56x45mm ที่ปัจจุบันถูกใช้งานโดยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(Special Warfare Command) กองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี(RoKA: Republic of Korea Army)

จาการพูดคุยกับ Jane's เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2020 เจ้าหน้าที่กองทัพสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่า บริษัท Dasan สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้รับเลือกเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2020
ได้เสนอปืนเล็กสั้น DSAR-15PC CQB(Close Quarter Battle) ขนาด 5.56mm ของตนในรุ่นที่มีการดัดแปลงเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะเข้าประจำการตามที่ผู้ใช้งานและการทดสอบประเมินค่ามีกำหนดจะเริ่มในเดือนกรกฎาคม 2020

เจ้าหน้าที่กองทัพเกาหลีใต้ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มภารกิจพิเศษที่707(707th Special Mission Group) และกองพลน้อยภารกิจพิเศษที่13(13th Special Mission Brigade) หน่วยขึ้นตรงของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษจะเป็นหน่วยแรกได้รับมอบปืนเล็กสั้นที่ไม่ได้รับการดัดแปลงราว 1,000กระบอก 
ซึ่งหลังจากมีผลตอบกลับของหน่วยผู้ใช้งานเป็นพื้นฐาน ปืนเล็กยาวที่ได้รับการดัดแปลงเพิ่มเติมประมาณ 15,000กระบอก มีกำหนดจะถูกส่งมอบให้กับทุกหน่วยขึ้นตรงในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษภายในปี 2023

ปืนเล็กสั้น Dasan DSAR-15PC ซึ่งเป็นเพียงปืนเล็กยาว Heckler & Koch HK416 5.56mm เยอรมนีผสมคุณสมบัติของปืนเล็กยาวตระกูล AR-15 สหรัฐฯบางส่วนด้วยระบบลูกสูบช่วงชักสั้น
มีระยะยิงหวังผลที่ 550m และมีอัตราการยิงระหว่าง 700-950นัดต่อนาที ตัวปืนมีน้ำหนัก 3kg และความยาวลำกล้องปืนที่ 11.5 inches ทำให้ปืนมีความเหมาะสมกับปฏิบัติการรบระยะประชิด CQB

ปืนเล็กสั้น K1A ที่ผลิตโดยบริษัท Daewoo Precision Industries(ปัจจุบันคือบริษัท S&T Motiv) ซึ่งถูกอธิบายในบทความทำการตลาดในฐานะปืนกลมือ ได้เข้าประจำการในกองทัพสาธารณรัฐเกาหลีในปี 1982
โดยมีการผลิตออกมาราว 180,000กระบอกที่ถูกใช้งานโดยกองทัพเกาหลีใต้เอง และส่งออกต่างประเทศ เช่น กัมพูชา, สิงคโปร์, บังคลาเทศ, ปาปัวนิวกินี และเซเนกัล

ในปี 2018 ปืนเล็กสั้น K1A ได้รับการปรับปรุงภายใต้โครงการ ‘Warrior Platform’ ของกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี ที่เพิ่มการเจาะเกราะและระยะยิงของปืนโดยการเปลี่ยนลำกล้องปืนใหม่เพื่อให้สามารถใช้กระสุนแบบ K-100(SS109) ได้
นอกจากนี้พานท้ายแบบใหม่และระบบรางติดอุปกรณ์เสริมมาตรฐาน MIL-STD-1913 Picatinny ยังได้รับการติดตั้ง ซึ่งการติดราง Picatinny เพิ่มนั้นทำให้ปืนสามารถติดตั้งเครื่องชี้เป้าหมาย laser และศูนย์เล็งสะท้อนได้ครับ

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เดนมาร์กเริ่มเตรียมการรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A สหรัฐฯ

Denmark begins F-35 preparations


Seen here in US Air Force service, the F-35A will be fielded by the Royal Danish Air Force also. The country recently approved the building of facilities related to the jet, and revealed its national livery and markings for the fleet. (US Air Force)



เดนมาร์กกำลังเริ่มการเตรียมการสำหรับการรับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lighting II Joint Strike Fighter(JSF) เครื่องแรกของตน
โดยรัฐสภาเดนมาร์กอนุมัติการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก และกองทัพอากาศเดนมาร์ก(RDAF: Royal Danish Air Force, Flyvevåbnet) ได้เปิดเผยการทำสีเครื่องหมายประจำการของเครื่องบินขับไล่ F-35A

กองทัพอากาศเดนมาร์กมีกำหนดจะรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกจำนวน 27เครื่องตามสัญญาที่ลงนามไว้ในปี 2021 รัฐสภาเดนมาร์กได้อนุมัติการบัญญัติกฎหมายเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2020
เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับเครื่องบินขับไล่ F-35A ณ ฐานทัพอากาศ Skveststrup Flyvestation ใน Jutland ตอนใต้ ก่อนการเริ่มต้นนำเครื่องเข้าประจำการปฏิบัติการที่นั่นในปี 2023

"ด้วยที่รัฐสภาเดนมาร์ก(Folketing) ยอมรับการนำพระราชบัญญัติสำนักงานบริหารการบินพลเรือน Skrydstrup มาบังคับใช้ในวันนี้ การก่อสร้างศูนย์อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับอากาศยานยุคหน้าสามารถเริ่มต้นได้
การขุดดินครั้งแรกจะมีขึ้นในวันจันทร์(15 มิถุนายน 2020) โดยท่ามกลางรัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์ก Trine Bramsen และเลขาธิการกลาโหมเดนมาร์ก(ผู้บัญชาการกองทัพเดนมาร์ก) พลเอก Bjørn Bisserup และแขกรายอื่นๆ" กระทรวงกลาโหมเดนมาร์กประกาศ

ตามการเน้นย้ำโดยกระทรวงกลาโหมเดนมาร์ก เช่นเดียวกับเร่งเสริมงานก่อสร้างของสิ่งอำนวยความสะดวก F-35 ใหม่ การนำพระราชบัญญัติสำนักงานบริหารการบินพลเรือน Skrydstrup มามีผลบังคับใช้
ได้เปิดเผยถึงแผนกำหนดการจ่ายเงินค่าชดเชยสำหรับผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นที่จะได้รับผลกระทบจากเสียงของเครื่องบินขับไล่ F-35 ในพื้นที่

"ภาคการเมืองหลักในวงกว้างประกอบด้วย ฝ่ายซ้าย, ฝ่ายอนุรักษ์นิยม, พรรคประชาชนเดนมาร์ก, พันธมิตรฝ่ายเสรีนิยม, ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง และฝ่ายสังคมนิยมประชาธิปไตย อยู่เบื้องหลังข้อตกลงทางการเมือง
เพื่อการจ่ายเงินชดเชยแก่ประมาณ 1,600หลังคาเรือนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบทางเสียงเพิ่มเติมที่มาจากเครื่องบินขับไล่ F-35 ในการเปรียบเทียบกับเครื่องบินขับไล่ F-16" กระทรวงกลาโหมเดนมาร์กกล่าวครับ

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า T-5 ไต้หวันทำการบินครั้งแรก

Update: Taiwan's T-5 advanced jet trainer conducts maiden flight





Taiwan’s T-5 ‘Brave Eagle’ AJT conducted its first flight on 10 June from Ching Chuan Kang Air Base in Taichung City. (Taiwanese MND)



Aerospace Industrial Development Corporation(AIDC) ไต้หวันได้ทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า/เครื่องบินขับไล่เบา T-5 'Brave Eagle'(หรือชื่อก่อนหน้า 'Blue Magpie') ของตน
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2020 ซึ่งเครื่องบินฝึกไอพ่นต้นแบบ XT-5 กำลังได้รับการพัฒนาสำหรับกองทัพอากาศไต้หวัน(RoCAF: Republic of China Air Force)

เครื่องบินต้นแบบซึ่งได้รับการพัฒนาในความร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ Chung-Shan(NCSIST: National Chung-Shan Institute of Science and Technology) ไต้หวัน
ได้ทำการบินในท้องฟ้าเป็นเวลาราว 20นาที จากฐานทัพอากาศ Ching Chuan Kang ในเมือง Taichung ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมไต้หวันในนครหลวง Taipei

"การทดสอบวันแรกของการทดสอบสามวันได้ถูกดำเนินการโดยกองทัพอากาศไต้หวันก่อนการทดสอบการบินอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2020 ณ ฐานทัพอากาศ
กองทัพอากาศไต้หวันได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าได้ผ่านการทดสอบพลวัตรก่อนการบินและบนพื้นดินแล้ว ทำให้การบินทดสอบจะดำเนินการสักช่วงเวลาภายหลังในเดือนนี้ได้" สำนักข่าว Central News Agency(CNA) ไต้หวันกล่าว

เครื่องบินฝึกไอพ่น T-5 เครื่องต้นแบบได้เปิดตัวในเดือนกันยายน 2019 ในพิธีที่เชิญประธานาธิบดีไต้หวัน Tsai Ing-wen ร่วมงาน(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/xt-5-yong-ying.html)
เครื่องบินฝึกสองเครื่องยนต์ไอพ่นความเร็วเหนือเสียง T-5 เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าต้นแบบ XT-5 เพิ่มเติมอีก 3เครื่องคาดว่าจะถูกสร้างขึ้นมา

กองทัพอากาศไต้หวันคาดว่าจะจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นสองที่นั่ง AIDC T-5 จำนวน 66เครื่องภายใต้สัญญาวงเงิน T$ 68.6 billion($2.2 billion) ที่ประกาศลงนามในปี 2017
เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า T-5 คาดว่าจะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น AIDC AT-3 ที่มีอายุการใช้งานมานานของกองทัพอากาศไต้หวันภายในปี 2026

ขณะที่รุ่นเครื่องบินโจมตีเบา/เครื่องบินขับไล่เบาของเครื่องบินฝึกไอพ่น T-5 มีจุดประสงค์ที่จะนำเข้าประจำการทดแทนเครื่องบินขับไล่ Northrop F-5E/F Tiger II กองทัพอากาศไต้หวัน
T-5 มีพื้นฐานจากเครื่องบินขับไล่ AIDC F-CK-1 Ching Kuo IDF(Indigenous Defence Fighter) ซึ่งเข้าประจำการในกองทัพอากาศไต้หวันตั้งแต่กลางปี 1990s

เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า T-5 แตกต่างจากเครื่องบินขับไล่ F-CK-1D รุ่นสองที่นั่ง โดยมีชิ้นส่วนประกอบใหม่ร่วมร้อยละ80 การเปลี่ยนแปลงหลักรวมถึงการใช้ชิ้นส่วนวัสดุผสมอย่างมากเพื่อลดน้ำหนัก, เพิ่มความจุเชื้อเพลิงมากขึ้น,
มีรูปแบบปีกปรับแต่งสำหรับการบินที่ความเร็วต่ำกว่า, มีความเสถียรในการบินระดับต่ำมากขึ้น และถอดปืนใหญ่อากาศออก เช่นเดียวกับการใช้เครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ Honeywell/ITEC F124-200TW รุ่นไม่มีสันดาปท้าย(non-afterburner) ครับ

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563

อินโดนีเซียลงนามสัญญาเบื้องต้นสำหรับแบบเรือฟริเกตชั้น Iver Huitfeldt เดนมาร์กลำแรก

Indonesia signs preamble contract for first Iver Huitfeldt-variant frigate


Denmark’s all of three Iver Huitfeldt-class frigates. Indonesia has signed a preamble contract, with the intention to eventually procure a variant of the ship for its requirements. (Guy Toremans)

กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้ลงนามสัญญาเบื้องต้นที่จะนำทางสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) เพื่อการจัดหาเรือฟริเกตจากเดนมาร์กครั้งแรกของอินโดนีเซีย สัญญาได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2020 
การลงนามสัญญาเบื้องต้นโดยมีตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย, PT PAL รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการสร้างเรืออินโดนีเซีย และ PT Sinar Kokoh Persada บริษัทตัวแทนอินโดนีเซียของ บริษัท Odense Maritime Technology(OMT) เดนมาร์ก

ท่ามกล่างข้อกำหนดที่ครอบคลุมในสัญญาเบื้องต้นรวมถึงการจัดเตรียมการแบ่งปันการทำงาน ที่จะมีขึ้นเมื่อสัญญาจริงสำหรับเรือฟริเกตลำแรกเป็นรูปเป็นร่างขึ้น แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวได้ยืนยันกับ Jane's ขณะที่มอบเอกสารหลักฐานของเหตุการณ์
ตามที่รายงานครั้งแรกโดย Jane's ในเดือนมีนาคม 2019 อินโดนีเซียได้มีการขยายความกระตือรือร้นเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากต่อการจัดหาเรือรบใหม่ที่มีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกตชั้น Iver Huitfeldt เดนมาร์ก(https://aagth1.blogspot.com/2019/03/iver-huitfeldt.html)

เรือฟริเกตชั้น Iver Huitfeldt ทั้งสามลำซึ่งประจำการในกองทัพเรือเดนมาร์ก(Royal Danish Navy, Søværnet) ประกอบด้วย F361 Iver Huitfeldt, F362 Peter Willemoes และ F363 Niels Juel(https://aagth1.blogspot.com/2016/11/sm-2-iver-huitfeldt.html)
อยู่ในความต้องการสำหรับเรือรบผิวน้ำ 2ลำของกองทัพเรืออินโดนีเซีย ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงความทันสมัยกำลังรบจำเป็นขั้นต่ำ(MEF: Minimum Essential Force) ของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย

ส่วนหนึ่งของจดหมายโต้ตอบที่ไม่เป็นความลับระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย Ryamizard Ryacudu และเลขานุการคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Joko Widodo ที่ Jane's ได้รับในเดือนมีนาคม 2019 นั้น
ได้สร้างกรณีสำหรับเรือฟริเกตชั้น Iver Huitfeldt ตามหนึ่งในหลายคุณสมบัติคือ "ขีดความสามารถการรบที่น่าเชื่อถือ และสามารถปฏิบัติการในสภาพพื้นที่ที่รุนแรงของเขตเศรษฐกิจจำเพาะของอินโดนีเซียได้"

เรือฟริเกตชั้น Iver Huitfeldt มีระวางขับน้ำเต็มที่ 6,600tonnes และติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล MTU 20V 8000 M70 จำนวน 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) ให้ความเร็วเรือสูงสุดราว 28knots
มีความยาวเรือ 138.7m ถูกใช้เป็นเรือฟริเกตป้องกันภัยทางอากาศโดยติดตั้งแท่นยิงแนวดิ่ง Mk41 VLS(Vertical Launch System) 32ท่อยิง พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ RIM-66 SM-2IIIA(Standard Missile-2) และ RIM-162 ESSM(Evolved SeaSparrow Missile) ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เยอรมนีล่าช้าในการทดแทนปืนเล็กยาวจู่โจม G36 และจะได้รับมอบปืนกลเบา MG4 A3 ในปี 2021

Bundeswehr's G36 rifle replacement reportedly delayed, MG4 A3 LMG to be delivered in 2021


Parliamentary approval of the replacement of the Bundeswehr’s G36 assault rifle has been delayed again. (Bundeswehr)



German paratroopers have tested the MG4 A3 machine gun for three weeks. (Bundeswehr/Maximilian Schulz)


The MG5 machine gun. (Bundeswehr)







การอนุมัติของรัฐสภาเยอรมนีในการทดแทนปืนเล็กยาวจู่โจม Heckler & Koch G36 ของกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) ได้มีความล่าช้าอีกครั้ง หนังสือพิมพ์ Bild am Sonntag รายงานเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2020

หนังสือพิมพ์เยอรมัน Bild am Sonntag อ้างคำกล่าวของโฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนีที่ว่า รัฐสภาเยอรมนีจะต้องพิจารณาประเด็นปัญหาในเดือนตุลาคม 2020
ตรงข้ามกับแผนการเดิมที่วางไว้ก่อนหน้าที่จะพิจารณาในเดือนมิถุนายน 2020 นี้ Bild am Sonntag กล่าวโทษการร้องเรียนทางกฎหมายที่ถูกยื่นโดยผู้ผลิตอาวุธที่ไม่ระบุชื่อ

โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนียืนยันกับ Jane's เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2020 ว่ารัฐสภาเยอรมนีจะพิจารณาการทดแทนปืนเล็กยาว H&K G36 ในปี 2020 นี้ ขณะที่ปฏิเสธที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
"ตัวเลือกของระบบ(อาวุธปืนเล็กยาวจู่โจม)ทดแทนจะถูกเจ้าถึงผ่านขั้นตอนที่ยุติธรรมโดยข้อกำหนดความต้องการที่ชัดเจนและโปร่งใส" โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนีกล่าว

"กองทัพเยอรมนีมีแผนที่จะทดแทนปืนเล็กยาวจู่โจม G36 ด้วยอาวุธใหม่ จนกว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ ปืนเล็กยาว G36 ยังเป็นปืนประจำการโดยปราศจากข้อจำกัดการใช้ปฏิบัติการ" เธอกล่าว
ขณะเดียวกันทหารพลร่มเยอรมนี(German paratrooper, Fallschirmjäger) ได้ทดสอบปืนกลเบา Heckler & Koch MG4 A3 เป็นเวลาสามสัปดาห์ ณ สนามฝึกยิงอาวุธใน Baumholder กองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer) รายงานเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2020

ปืนกลเบา MG4 A3 ได้รับการทดสอบโดยทหารพลร่มเยอรมันที่นำโดย จ่าสิบตรี(Oberfeldwebel) C Meier ผู้บังคับหมู่ในกรมทหารพลร่มที่26(Parachute Regiment 26, Fallschirmjägerregiment 26) ผู้ที่ถูกอ้างคำกล่าวว่า
"ปืนกลเบาเติมเต็มช่องว่างระหว่าง ปลย. G36 และปืนกล MG5(https://aagth1.blogspot.com/2015/09/hk-mg5.html) ในการปฏิบัติงานเราใช้ ปกบ.MG4 สำหรับ(การยิง)คุ้มกัน หรือเป็นกำลังประกอบส่วนจู่โจมต่อเป้าหมายบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมาย"

"พลปืนเล็กสามารถใช้อาวุธสำหรับการการโจมตีหลากหลายรูปแบบ ในท่าทางทั้งกำลังหมอบ, นั่งคุกเข่า หรือแม้แต่ยืน มันเป็นอาวุธในอุดมคติเพื่อตอบโต้ต่อข้าศึกที่ปรากฎขึ้นโดยฉับพลัน" จ่าสิบตรี C Meier เสริม
ทั้งปืนเล็กยาวจู่โจม G36 และปืนกลเบา MG4 ต่างใช้กระสุนขนาด 5.56x45mm NATO ขณะที่ปืนกลเอนกประสงค์ Heckler & Koch MG5 ใช้กระสุนขนาด 7.62x51mm NATO ครับ

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563

กองทัพเรือไทยจะจัดหาปืนซุ่มยิงแบบเปลี่ยนลำกล้องขนาด .375CheyTac และ .50BMG สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ



The example of interchangeable barrel bullpup bolt-action sniper rifle in chambers .375 Cheyenne Tactical and .50 BMG cartridges include Desert Tech HTI (Hard Target Interdiction).



Royal Thai Navy SEAL's Sniper Rifle include SR-25 7.62x51mm NATO, Barrett M98B .338 Lapua Magnum(8.58x70mm) and Barrett M95 .50 BMG(12.7x99mm)

Naval Ordnance Department, Royal Thai Navy announced to acquire 15 interchangeable barrel .375 CheyTac and .50 BMG sniper rifles for RTN's Naval Special Warfare Command, Royal Thai Fleet.
ซื้อปืนซุ่มยิง แบบเปลี่ยนลำกล้อง ขนาด .375 นิ้ว และ .50 นิ้ว ในกระบอกเดียวกัน จำนวน 15 กระบอก

ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างและราคากลางกองทัพเรือไทย ประกาศเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓(2020) ถึงโครงการจัดซื้อปืนซุ่มยิงแบบเปลี่ยนลำกล้อง ขนาด .375 Cheyenne Tactical(9.5x77mm) และขนาด .50 BMG(12.7x99mm) ในกระบอกเดียวกัน จำนวน ๑๕กระบอก 
สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ โดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ เป็นวงเงิน ๒๑,๕๖๐,๐๐๐บาท($696,247.49) ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย ๑,๔๓๗,๓๓๓.๓๓บาท($46,424) แหล่งที่มาราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ประกอบด้วย
บริษัท เอชแอนด์พี มิลสเปก จำกัด(H&P Milspec Company Limited) ไทย, บริษัท นีออนเวิรคส์ คอมมูนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด(Neonworx Communications (Thailand) Ltd.) และ บริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด(FIKTECH Company Limited) ไทย

การกำหนดร่างขอบเขตของงาน(TOR: Terms of Reference) จัดซื้อปืนซุ่มยิงแบบเปลี่ยนลำกล้อง ขนาด .375 CheyTac และขนาด .50 BMG ในกระบอกเดียวกัน  สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ จำนวน ๑๕กระบอก มีดังนี้

กองทัพเรือโดยกรมสรรพาวุธทหารเรือ มีความประะสงค์จัดซื้อปืนซุ่มยิงแบบเปลี่ยนลำกล้องขนาด .375 inch และขนาด .50 inch ในกระบอกเดียวกัน จำนวน ๑๕ กระบอก เพื่อสนับสนุนให้แก่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ นสร.กร.
สำหรับใช้ในการปฏิบัติภารกิจการซุ่มยิงกับเป้าหมายบุคคลระยะใกล้ถึงเป้าหมายวัตถุระยะไกล และเตรียมกำลังสำหรับการปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ รวมทั้งปฏิบัติภารกิจในด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของกองทัพเรือ (หน่วยปฎิบัติการพิเศษกองทัพเรือ นปพ.ทร)
เป็นปืนที่มีความแม่นยำสูง สามารถเปลี่ยนสลับใช้ลำกล้องระหว่างขนาด .375 inch และขนาด .50 inch ในชุดโครงปืนเดียวกัน วัสดุที่ใช้ผลิตอาวุธปืนทุกส่วนต้องมีความมั่นคงแข็งแรง ทนทาน สามารถถอดประกอบได้ง่าย

คุณลักษณะเฉพาะ
๑.ความยาวของปืนทั้งกระบอก(Overall lenght) เมื่อประกอบลำกล้องขนาด .375 inch และขนาด .50 inch ไม่มากกว่า 120cm
๒.ระบบการทำงานเป็นแบบลูกเลื่อน(Bolt Action)
๓.ลักษณะโครงสร้างตัวปืนเป็นแบบ Bullpup Design
๔.คันบังคับการยิงสามารถปรับได้ ๒ระดับ คือ ห้ามไก(Safe) และยิง(Fire)
๕.การบรรจุกระสุนด้วยซองกระสุน(Magazine)
๖.พานท้ายสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้(Monopod Adjustment)
๗.มีความแม่นยำมากกว่า 0.59 MOA หรือดีกว่า
๘.น้ำหนักปืน(Weight complete) เมื่อประกอบลำกล้องขนาด .375 inch ไม่รวมกล้องเล็งและซองบรรจุกระสุน ไม่มากกว่า 9kg
๙.น้ำหนักปืน(Weight complete) เมื่อประกอบลำกล้องขนาด .50 inch ไม่รวมกล้องเล็งและซองบรรจุกระสุน ไม่มากกว่า 9.5kg
๑๐.อุปกรณ์มาตรฐานเมื่อประกอบลำกล้องขนาด .375 inch ประกอบด้วย
-ซองกระสุน(Magazine) ขนาดบรรจุ ๕นัด จำนวน ๗๕ซอง
-ลำกล้อง(Barrel Caliber) ขนาด .375 inch ยาว 29+-3 inch จำนวน ๑๕ลำกล้อง
-ชุดลูกเลื่อน(Sliding Bolt set) จำนวน ๑๕ชุด
-ท่อลดเสียง(Sound Suppressor) จำนวน ๑๕อัน
-ชุดทำความสะอาด(Cleaning Set) และชุดซ่อมบำรุงปืน(Maintenance Set)  จำนวน ๑๕ชุด
-คู่มือการใช้งานและการซ่อมบำรุง(Technical Manual) ตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตเป็นภาษาอังกฤษ จำนวน ๑๕เล่ม และฉบับภาษาไทย จำนวน ๑๕เล่ม
๑๑.อุปกรณ์มาตรฐานเมื่อประกอบลำกล้องขนาด .50 inch ประกอบด้วย
-ซองกระสุน(Magazine) ขนาดบรรจุ ๕นัด จำนวน ๗๕ซอง
-ลำกล้อง(Barrel Caliber) ขนาด .50 inch ยาว 29+-3 inch จำนวน ๑๕ลำกล้อง
-ชุดลูกเลื่อน(Sliding Bolt set) จำนวน ๑๕ชุด
-ท่อลดเสียง(Sound Suppressor) จำนวน ๑๕อัน
-ชุดทำความสะอาด(Cleaning Set) และชุดซ่อมบำรุงปืน(Maintenance Set)  จำนวน ๑๕ชุด
-คู่มือการใช้งานและการซ่อมบำรุง(Technical Manual) ตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตเป็นภาษาอังกฤษ จำนวน ๑๕เล่ม และฉบับภาษาไทย จำนวน ๑๕เล่ม
๑๒.อุปกรณ์ประกอบเพิ่มเติม
-ขาทราย(Bipod) ติดบริเวณด้านหน้าปืนจำนวน ๑๕ชุด
-รางมาตรฐานแบบ Picatinny Rail หรือราง MIL-STD-1913 จำนวน ๑๕อัน
-กล้องเล็งติดปืนและแหวนรัดกล้อง จำนวน ๑๕ชุด
--กล้องเล็งติดปืนสามารถติดตั้งบนโครงปืนที่สามารถเล็งยิงได้ทั้งลำกล้องขนาด .375 inch และขนาด .50 inch
---มีกำลังขยาย 5-25X
---มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อ(Tube diameter) 34mm เส้นผ่าศูนย์กลาง Lens รับภาพขนาด 56mm
---สามารถปรับทางระดับได้ไม่ต่ำกว่า 35MIL สามารถปรับทางข้างได้ไม่ต่ำกว่า 23MIL
---ปรับความชัดของ Lens ได้ตั้งแต่ 45 yard ขึ้นไป สาามารถใช้งานได้แม้ในสภาพแสงจำกัด
---มีปุ่มปรับเส้นเล็งแก้ค่าตำบลกระสุนตกระดับสูง-ต่ำอยู่ด้านบนของกล้อง และปุ่มปรับเส้นเล็งแก้ค่าตำบลกระสุนตกซ้าย-ขวาอยู่ด้านขวาของกล้อง โดยการปรับกล้อง 1 Click มีค่าเท่ากับ 0.1 Mil Rad ส่วนปุ่มปรับความคมชัดของระยะ(Parallax) อยู่ด้านซ้ายของกล้อง
---ระบบเส้นเล็งภายในเป็นแบบ Mil-R พร้อมจุดเล็งแบบเรืองแสง(illuminated reticle) มีความคมชัดสูง
---มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการใช้งานทางทหารในทุกสภาพพื้นที่ปฏิบัติการ
---สามารถป้องกันน้ำได้(Waterproof)
---สีของลำกล้องเป็นสีดำด้าน
--แหวนรัดกล้อง
---ใช้กับกล้องที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อ(Tube diameter) 34mm
---น้ำหนักประมาณ 6.4oz.
---มีระดับน้ำเพื่อให้ผู้ยิงสามารถตรวจสอบได้ว่าปืนอยู่ในลักษณะตั้งตรง
---สีของแหวนรัดกล้องเป็นสีดำด้าน
-กล้องตรวจการณ์กลางคืนประกอบด้วยด้านหน้าติดกับกล้องปืน ในลักษณะ Clip-on Sniper Night Sight (CoSNS) จำนวน ๘ชุด
--น้ำหนักไม่มากกว่า 1.34kg
--สามารถกันน้ำที่ความลึกประมาณ 3ft. ได้นาน ๔ชั่วโมง
--สามารถตรวจการณ์บุคคลในระยะ 1,000m ในสภาวะเดือน ๑/๔
๑๓.ลูกปืน จำนวน ๒ รายการ
-ลูกปืนขนาด .375 inch น้ำหนักหัวลูกปืน 352 grain จำนวน ๑,๙๔๐ นัด
-ลูกปืนขนาด .50 inch น้ำหนักหัวลูกปืน 750 grain จำนวน ๔๐๐ นัด 

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ(Royal Thai Navy SEALs) มีปืนซุ่มยิงหลายแบบใช้งาน โดยเฉพาะที่เป็นปืนซุ่มยิงลูกเลื่อนแบบ Bullpup นั้นก็มีปืนซุ่มยิง Barrett M95 ขนาด .50 BMG(12.7x99mm) ใช้งานอยู่ ขณะกระสุนขนาด .375 CheyTac ดูจะเป็นแบบกระสุนสำหรับปืนซุ่มยิงใหม่
ซึ่งปืนซุ่มยิง Barrett M95 เคยถูกนำไปใช้งานโดยชุดปฏิบัติการพิเศษของ นสร.กร.ประจำหมู่เรือปราบโจรสลัด(Royal Thai Navy Counter Piratcy Task Unit) ที่อ่าว Aden โซมาเลีย ช่วงปี พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๔(2010-2011) มาแล้ว
แม้ว่าตอนนี้จะไม่ทราบว่าทั้งสามบริษัทที่เสนอราคากลางในโครงการจะเสนอปืนซุ่มยิงใหม่แบบใดบ้าง แต่เป็นที่เข้าใจว่าปืนซุ่มยิงลูกเลื่อน Bullpup แบบเปลี่ยนลำกล้องได้นั้นในตลาดปัจจบันก็มีเช่น ปืนซุ่มยิง Desert Tech HTI(Hard Target Interdiction) สหรัฐฯ เป็นต้นครับ

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563

การปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52M รัสเซียติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนใหม่จะเสร็จในปี 2022

Russia’s upgraded Ka-52 gunship with long-range cruise missile to complete trials in 2022 



Ka-52 helicopter(https://russianplanes.net/)
During its upgrade, the Ka-52 helicopter will get a new long-range cruise missile codenamed ‘item 305’ 



เฮลิคอปเตอร์โจมตี Kamov Ka-52M รุ่นปรับปรุงใหม่ที่ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนพิสัยไกลแบบใหม่มีกำหนดจะเสร็จสิ้นขั้นตอนการทดสอบภายในเดือนตุลาคม 2022 ตามข้อมูลที่เผยแพร่บน Website การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลรัสเซียเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2020
"การมีส่วนในการทดสอบร่วมของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52M ที่ได้รับการปรับปรุง เฮลิคอปเตอร์จะเสร็จสิ้นตามผลการทดสอบร่วม ช่วงเวลาจำกัดสำหรับสัญญางานคือ 1 ธันวาคม 2020 เป็นการเริ่มต้น และ 30 กันยายน 2022 เป็นการเสร็จสิ้น" เอกสารกล่าว

ระหว่างการปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52 จะได้รับอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนพิสัยไกลใหม่รหัส 'item 305' ซึ่งเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-28NM ได้รับการติดตั้งก่อนหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/mi-28nm-mi-38t-2019.html
ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างสิ่งอุปกรณ์รัฐบาลรัสเซียบ่งชี้ว่า ฮ.โจมตี Ka-52 ที่ได้รับการปรับปรุงจะติดอุปกรณ์ส่วนติดต่อสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี, แท่นยิงอาวุธติดกับตำบลอาวุธเพื่อยิงกลางอากาศ และ Link วิทยุควบคุมสำหรับการใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีนี้

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52 ที่ปรับปรุงแล้วยังจะได้รับการติดตั้งระบบกล้องเล็งทุกกาลเวลา, ระบบสื่อสารประจำเครื่องและระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบใหม่ล่าสุด, อุปกรณ์นำร่องดาวเทียม และอุปกรณ์อื่นๆ(https://aagth1.blogspot.com/2019/10/ka-52m-aesa-radar.html)
ตามที่ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างชี้ ฮ.โจมตี Ka-52M สองเครื่องแรกจะได้รับการปรับปรุงก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2020 นี้การติดอุปกรณ์ใหม่และบรรลุผลการปฏิบัติการอากาศยานปีกหมุน Ka-52M มีกำหนดจะเข้าสู่การบินทดสอบก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2021

แหล่งข่าวของ TASS รายงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ว่าการปรับปรุงจะทำให้เฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52M สามารถติดอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อน 'item 305' ใหม่ล่าสุดโดยมีพิสัยยิงไกลถึง 100km
ตามที่อีกแหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวกับ TASS ในเดือนมีนาคม 2019 อาวุธปล่อยนำวิถี 'item 305' ใหม่ได้ดำเนินการทดสอบกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28NM ในสภาพแวดล้อมการรบจริงที่ซีเรีย ณ เวลานั้นแล้ว

รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Alexei Krivoruchko กล่าวในเดือนพฤษภาคม 2019 ว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียกำลังจะเข้าสู่การสรุปสัญญากับ Russian Helicopters Group ผู้ผลิตอากาศยานปีกหมุนของรัสเซีย
(เป็นส่วนหนึ่งของ Rostec รัฐวิสาหกิจกลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย) เพื่อส่งมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52M จำนวน 114เครื่อง Andrei Boginsky ผู้อำนวยการบริหารของ Russian Helicopters ระบุในเวลานั้่นว่า

ผู้เชี่ยวชาญได้นำประสบการณ์การรบในซีเรียมาใช้ในการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์โจมตีและ ฮ.โจมตีรุ่นปรับปรุงจะได้รับระบบตรวจจับและพิสูจน์เป้าหมายใหม่และระบบอาวุธพิสัยไกลขึ้น
โดยชุดระบบอาวธของ Ka-52M จะเป็นมาตรฐานเดียวกับเฮลิคอปเตอร์โจมตีตระกูล Mil เมื่อเปรียบเทียบกับ Ka-52 แล้ว K-52M รุ่นปรับปรุงใหม่จะมีคุณสมบัติเพิ่มขยายการป้องกันมากขึ้น ผู้อำนวยการบริหารของ Russian Helicopters กล่าวครับ