วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศสหรัฐฯนำเครื่องบินโจมตีเบาใบพัด AT-6E Wolverine เข้าประจำการ

USAF inducts Wolverine light attack aircraft into service


The first of two Textron AT-6E Wolverine light attack aircraft for the US Air Force was received on 17 February. 

Along with a pair of SNC-Embraer A-29 Super Tucanos, these aircraft will be used to continue its Light Attack Experiment (LAE). (Air Force Life Cycle Management Center)



กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้รับเครื่องบินโจมตีเบาเครื่องยนต์ใบพัด turboprop สองที่นั่งเรียงกัน Textron AT-6E Wolverine ชุดแรกของตนเข้าประจำการ 
ศูนย์บริหารจัดการวงรอบอายุการใช้งานกองทัพอากาศ(AFLCMC: Air Force Life Cycle Management Center) กองทัพอากาศสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2021

เครื่องบินโจมตีเบาใบพัด AT-6E Wolverine เป็นเครื่องชุดแรกจำนวน 2เครื่องควบคู่ไปกับเครื่องบินโจมตีเบาใบพัด SNC-Embraer A-29 Super Tucano จำนวน 2เครื่อง
ที่กองทัพอากาศสหรัฐฯได้สั่งจัดหาในต้นปี 2020 เพื่อเดินหน้าโครงการเครื่องบินโจมตีเบา Light Attack Experiment(LAE) ของตนต่อไป(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/light-attack-experiment.html)

"อากาศยานใหม่เพิ่งได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯ! ขอแสดงความยินดีต่อสำนักงานโครงการเครื่องบินโจมตีเบา(Light Attack Aircraft Program Office) กรมเครื่องบินขับไล่และอากาศยานขั้นก้าวหน้า(Fighters and Advanced Aircraft Directorate)
สำหรับความพยายามในการนำเพื่อจัดหาและวางกำลังเครื่องบินโจมตีเบา AT-6 Wolverine! ของ Textron Aviation" ศูนย์บริหารจัดการวงรอบอายุการใช้งานกองทัพอากาศสหรัฐฯ กล่าวในบัญชี Twitter อย่างเป็นทางการของตน

กองทัพอากาศสหรัฐฯระบบการกำหนดแบบเป็นเครื่องบินโจมตีและฝึก AT-6E สำหรับเครื่องบินโจมตีเบาใบพัด Wolverine ที่ดูเหมือนจะอยู่ในตระกูลเครื่องบินโจมตีเบาใบพัดที่ประกอบด้วย AT-6/AT-6B/AT-6B
ซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องบินฝึกใบพัด T-6 Texan II เสริมด้วยระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม(สายอากาศติดอยู่ด้านบนส่วนหัวเครื่อง) และอุปกรณ์อื่นๆของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ไม่ถูกเปิดเผย

ที่น่าสนใจคืดชุดภาพที่ถูกเผยแพร่โดยกองทัพอากาศสหรัฐฯแสดงให้เห็นถึงเครื่องบินโจมตีเบา AT-6E Wolverine ทำลวดลายสีลายพรางแบบ European One ซึ่งไม่ได้ถูกใช้งานโดยทั่วไปตั้งแต่ปี 1980s
อากาศยานของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่เคยทำสีลายพราง European One รวมถึงเครื่องบินโจมตี Fairchild Republic A-10 Thunderbolt II ซึ่งปัจจุบันเครื่องบินโจมตี A-10C ที่ประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯส่วนใหญ่จะทำสีพรางเทา

กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) มีโครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา AT-6E Wolverine จะถูกกำหนดแบบเป็นเครื่องบินโจมตี A-6TH จำนวน ๘เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/at-6e-wolverine.html)
ตามการจัดหาเครื่องบินฝึกใบพัด T-6C Texan II จำนวน ๑๒เครื่อง ที่จะถูกกำหนดแบบเป็นเครื่องบินฝึก T-6TH(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/t-6c.html) ภายใต้นโยบายจัดหาและพัฒนา Purchase and Development ระยะ ๑๐ปี และนโยบาย Common Fleet ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ภาพเปิดเผยกองทัพอากาศไทยนำอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลาง KS-1C เข้าประจำการที่กองบิน๔ ตาคลี



KS-1CM Surface to Air Missiles of Royal Thai Air Force (RTAF) Security Force was displayed at Wing 4 Takhli RTAF Base in 17 February 2021.

พลอากาศโท สมควร  รักดี ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน พร้อมคณะตรวจเยี่ยมสายวิทยาการอากาศโยธิน กองบิน ๔ โดยมี นาวาอากาศเอก เนาวมรัตน์  ประพัฒน์ทอง ผู้บังคับการกองบิน ๔ ให้การต้อนรับ ณ กองบิน ๔ เมื่อ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔



ระบบอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะปานกลาง KS-1C ที่พัฒนาโดย China Aerospace Science and Industry Corporation(CASIC) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศอัตตาจร ที่กองทัพอากาศไทยจัดหามาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016)
ซึ่ง ๑ระบบ ประกอบด้วยรถที่บังคับการ KZH, รถ Radar ค้นหา KMZ, รถ Radar ติดตามเป้าหมาย KLD, รถระบบแปลงความถี่ KBP, รถแท่นยิง KFC ๔ระบบ โดยหนึ่งแท่นยิงอัตตาจรมีจรวด ๒นัดระยะยิง 70km, ที่จ่ายพลังงาน KDP, รถบรรทุกลูกจรวด และรถบรรทุกเครื่องมือ

กองทัพอากาศไทยได้นำระบบอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะปานกลาง KS-1C เข้าประจำการใน กองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนครั้งแรกในงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี พ.ศ.๒๕๖๐ ที่กองบิน๗ โดยกองบิน๗ มีหน่วยบินที่ขึ้นตรงคือ 
ฝูงบิน๗๐๑ มีเครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐ บ.ข.๒๐/ก Saab Gripen C/D ๑๑เครื่อง และฝูงบิน๗๐๒ มีเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศแบบที่ ๑ บ.ค.๑ SAAB 340 AEW(Airborne Early Warning Radar) Erieye ๒เครื่อง และเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๗ บ.ล.๑๗ SAAB 340B ๔เครื่อง

การพบภาพของระบบอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะปานกลาง KS-1C ที่กองบิน๔ ตาคลีล่าสุด น่าจะเป็นการแสดงถึงว่ากองทัพอากาศไทยน่าจะมีการจัดหา KS-1C เพิ่มเติมอย่างน้อย ๑ระบบมาก่อนหน้าแล้วและถูกนำเข้าประจำการใน กองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน๔ ที่น่าจะหน่วยล่าสุด
โดยกองบิน๔ มีหน่วยบินที่ขึ้นตรงประกอบด้วย ฝูงบิน๔๐๑ ประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ Korea Aerospace Industries(KAI) T-50TH Golden Eagle จำนวน ๑๒เครื่อง,

ฝูงบิน๔๐๒ ประจำการด้วยเครื่องบินตรวจการณ์และฝึกแบบที่๒๐ บ.ตฝ.๒๐ Diamond DA42 MMP จำนวน ๕เครื่อง, ฝูงบิน๔๐๓ ประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก Lockheed Martin F-16AM/BM EMLU Fighting Falcon จำนวน ๑๘เครื่อง 
และฝูงบิน๔๐๔ ประจำการด้วยอากาศยานไร้คนขับทางยุทธวิธี Aeronautics Aerostar จำนวน ๒ระบบ, อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก Aeronautics Orbiter II และอากาศยานไร้คนขับพิสัยกลาง Aeronautics Dominator จำนวน ๑ระบบ เป็นต้น

ตามแผนในสมุดปกขาวกองทัพอากาศไทย 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/2020.html) ในส่วนการป้องกันฐานบินได้ระบุถึงโครงการจัดหาระบบป้องกันฐานบิน ระยะที่๑ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๖๘(2023-2025), ระยะที่๒ งป.๒๕๖๙-๒๕๗๑(2026-2028) 
และระยะที่๓ งป.๒๕๗๒-๒๕๗๔(2029-2031) สำหรับระบบอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะปานกลาง(MEDRAD: Medium Range Air Defence) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศและภาคพื้นแก่ที่ตั้งฐาน ทอ.ให้รองรับภัยคุกคามในอนาคตและทดแทนระบบเก่าที่ใช้งานมานานครับ

DTI และกองทัพเรือไทยเสร็จสิ้นการวิจัยและพัฒนายานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AAPC 8x8 สำหรับนาวิกโยธินไทย


Naval Research & Development Office (NRDO), Royal Thai Navy (RTN) and Defence Technology Institute (DTI) was concluded Research and Development (R&D) on prototype of Amphibious Armored Personnel Carrier (AAPC) 8x8 wheeled amphibious armored vehicle for Royal Thai Marine Corps (RTMC) at meeting in 15 February 2021.


DTI's AAPC 8x8 wheeled amphibious armored vehicle for RTMC, RTN was test firing weapons at Ban Chan Krem, Chanthaburi, Thailand in 11-13 January 2021.


โครงการวิจัยและพัฒนาร่วมยานเกราะล้อยาง 8x8 สำหรับปฏิบัติภารกิจของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.)
โครงการวิจัยและพัฒนาร่วมยานเกราะล้อยางสำหรับปฏิบัติภารกิจของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ในนามผู้แทนของ สทป. ได้เข้านำเสนอ “แถลงปิดโครงการฯ” ต่อกองทัพเรือ 
โดยมี พลเรือตรี อะดุง พันธุ์เอี่ยมเป็นประธานและมีคณะกรรมการจากหน่วยต่าง ๆ ให้การพิจารณาตามข้อกำหนดของ MOA ที่ลงนามไว้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 59 
ซึ่งยานเกราะล้อยางคันนี้ได้ดำเนินการตั้งแต่การวิจัยหาข้อมูลและการออกแบบ การประกอบรวม การทดสอบทดลองใช้โดย สทป. และหน่วยงานผู้ใช้ในปี 61-64 
โดยข้อกำหนดทั้งหมดคณะกรรมการพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นสมควรให้ดำเนินการเข้าการรับรองมาตฐานของ กมย.ทร. ต่อไปในเดือนมีนาคม 64 ณ ห้องประชุม สวพ.ทร. เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 64

ภาพเคลื่อนไหว สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ทำการทดสอบต้นแบบยานเกราะล้อยาง 8x8 สำหรับปฏิบัติภารกิจของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  (AAPC) ในการทดสอบและประเมินผล โดยร่วมกับคณะทำงานร่วมของกองทัพเรือ  
ทั้งนี้คณะทำงานทั้งหมดได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค covid-19 ตามที่รัฐบาลประกาศในการเดินทางข้ามจังหวัดอย่างเคร่งครัด 

โดยในครั้งนี้ไฮไลท์ของการทดสอบคือ การยิงทดสอบปืนกลหลักขนาด 30 มม. และปืนกลรอง ขนาด 7.62 มม. ยิงใส่เป้าหมายอยู่นิ่ง ในระยะ 2 กิโลเมตร รูปแบบการยิงคือ ยิงทีละนัด และยิงเป็นชุด แบบรถอยู่นิ่ง และยิงในขณะที่รถเคลื่อนที่ 
โดยทดสอบต่อเนื่องในห้วงวันที่ 4-13 ม.ค. 64  ณ สนามฝึกยิงปืนหมายเลข 16 กองทัพเรือ บ้านจันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ  จ.จันทบุรี

พล.ร.ต.อะดุง  พันธุ์เอี่ยม ผอ.สวพ.ทร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานวิจัย สวพ.ทร. เพื่อพิจารณาปิดโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมยานเกราะล้อยางสำหรับปฏิบัติภารกิจของ นย. และประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาความถูกต้องของผลงานวิจัย 
ในวันจันทร์ที่ ๑๕ ก.พ.๖๔ ณ ห้องประชุม สวพ.ทร.ชั้น ๕

การประชุมเพื่อพิจารณาปิดโครงการและพิจารณาความถูกต้องของผลงานของโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมยานเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบกต้นแบบ 8x8 Amphibious Armored Personnel Carrier(AAPC) สำหรับปฏิบัติภารกิจของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นย.
ระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป. และ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร. กองทัพเรือไทย เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาของโครงการเพื่อเข้าสู่ขั้นต่อไป

DTI ได้มีการส่งมอบรถต้นแบบคันแรกแก่กองพันรถถัง นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย ทดลองใช้งาน ๑คันตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/dti-aapc_22.html) โดยกองทัพเรือไทยมีแผนจะจัดหายานเกราะล้อยาง AAPC จำนวน ๕คันหรือราว ๑หมวด
ซึ่งยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AAPC ในสายการผลิตระดับต่ำก่อนสายผลิตจำนวนมาก(Pre-Production) ที่ดำเนินการผลิตโดย บริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน)(CHOTHAVEE PLC) ไทย คาดว่าจะมีราคาคันละราว ๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($5 million) ซึ่งมีการทดสอบต่างๆตามลำดับ อาทิ

DTI ไทยได้สั่งจัดหาป้อมปืนใหญ่กล 30mm Remote Weapons Station(RWS) แบบ ADDER M30 จากบริษัท ST Kinetics สิงคโปร์วงเงิน ๖๙,๓๐๐,๐๐๐บาท($2,281,356) ซึ่งได้เปิดตัวการติดตั้งกับ AAPC จริงครั้งแรกในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Defense and Security 2019
โดยป้อมปืน RWS แบบ ADDER M30 สิงคโปร์ติดปืนใหญ่กล Mk44 Bushmaster II ขนาด 30x173mm ความจุกระสุน ๒๕๐นัด และปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62x51mm ความจุกระสุน ๗๕๐นัด(https://aagth1.blogspot.com/2019/11/defense-security-2019-dti-black-widow.html)

ต้นแบบยานเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก DTI AAPC 8x8 ได้ทำการทดสอบการขนถ่ายขึ้น-ลงเรือและการทดสอบเคลื่อนที่จากเรือสู่ฝั่งครั้งแรก ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓(2020)
ยานเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AAPC 8x8 ต้นแบบได้ทดสอบการเคลื่อนที่ในทะเลเปิดโดยปล่อยจากเรืออู่ยกพลขึ้นบก(LPD: Landing Platform Dock) เรือหลวงอ่างทอง กลางทะเลห่างฝั่ง 5km และสามารถขับเคลื่อนขึ้นสู่ชายฝั่ง ณ หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

และล่าสุดการทดสอบยิงอาวุธที่สนามฝึกยิงปืนหมายเลข๑๖ กองทัพเรือ บ้านจันทเขลม วันที่ ๑๑-๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/dti-aapc-8x8.html)
เป็นที่เข้าใจว่าหลังจากที่เข้าสู่การรับรองมาตรฐานของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพเรือ กมย.ทร. ยานเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AAPC 8x8 จะสามารถเข้าสู่สายการผลิตระดับต่ำเพื่อมีการจัดหาเข้าประจำการในกองพลนาวิกโยธินต่อไป

ปัจจุบันกองร้อยยานเกราะ กองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน มียานเกราะล้อยางลำเลียงพล BTR-3E1 8x8 ประจำการ ๑๒คัน ซึ่งมีขีดความสามารถในการเคลื่อนที่ในทะเลจากเรือยกพลขึ้นบกสู่ชายฝั่งด้วยตนเองที่จำกัดต้องบรรทุกไปกับเรือระบายพล(รถถูกออกให้เคลื่อนที่ในน้ำจืดบนบกเป็นหลัก)
AAPC 8x8 จะถูกนำมาใช้ในการยกพลขึ้นบกคลื่นที่สอง(Second Wave) หลังจากคลื่นแรกคือรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2019/11/defense-security-2019-chaiseri-first.html) และยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/vn16.html)

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ฟิลิปปินส์จัดแสดงเครื่องบินโจมตีใบพัด A-29B เฮลิคอปเตอร์ S-70i และอากาศยานอื่นๆที่จัดหาล่าสุด

Philippine Air Force displays recently acquired aerial assets



The PAF displayed several of its recently acquired aerial assets during a 12 February visit to Clark Air Base by President Rodrigo Duterte. 
The assets included S-70i Black Hawk helicopters, A-29B Super Tucano aircraft, a C-130H transport, as well as Hermes 900 and 450 UAVs. (Philippine Air Force)

กองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) จัดแสดงอากาศยานแบบต่างๆจำนวนมากที่ตนจัดหาเข้าประจำการล่าสุดระหว่างที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ Rodrigo Duterte เยือนฐานทัพอากาศ Clark ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Manila เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2021
กองทัพอากาศฟิลิปปินส์กล่าวในแถลงการณ์ว่าอากาศยานแบบต่างๆที่ได้รับการตรวจรับโดยประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ Duterte ประกอบด้วย

เครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี Lockheed Martin(Lockheed) C-130H มือสองจำนวน 1เครื่องที่จัดหาจากสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/c-130h.html),
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Lockheed Martin/Sikorsky S-70i Black Hawk สหรัฐฯที่สร้างใหม่ในโปแลนด์จำนวน 6เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/s-70i-black-hawk-6.html),

เครื่องบินฝึก/โจมตีเบาใบพัด A-29B Super Tucano จำนวน 6เครื่องที่จัดหาผู้ผลิตบริษัท Embraer Defense & Security บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/29b-super-tucano.html),
เช่นเดียวกับอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบ Hermes 900 จำนวน 6เครื่อง และ Hermes 450 จำนวน 4เครื่องจากบริษัท Elbit Systems อิสราเอล

เครื่องบินลำเลียง C-130H ที่ถูกจัดแสดงเป็น 1ใน 2เครื่องที่ได้รับการคืนสภาพใหม่(refurbished) ที่ถูกจัดหาโดยกองทัพอากาศฟิลิปปินส์
ภายใต้ความช่วยเหลือในโครงการยุทโธปกรณ์ส่วนเกิน(EDA: Excess Defense Articles) ของสหรัฐฯ โดย C-130H เครื่องที่สองถูกระบุว่าจะได้รับมอบภายหลังในปี 2021 นี้

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป S-70i ซึ่งได้รับมอบในปี 2020 เป็นชุดแรกจำนวน 6เครื่องจากทั้งหมด 16เครื่องที่กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ในปี 2019
โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 ว่ายังจะอนุมัติการจัดหา ฮ.S-70i เพิ่มอีกอย่างน้อย 15เครื่องเพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell UH-1 Huey ที่ใช้งานมานาน

เครื่องบินฝึก/โจมตีเบาใบพัด A-29B จำนวน 6เครื่องได้รับการสั่งจัดหาในปี 2017(https://aagth1.blogspot.com/2017/12/super-tucano.html) และถูกนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2020
สำหรับอากาศยานไร้คนขับตามการแถลงล่าสุดยืนยันว่า Hermes 900 UAV อย่างน้อย 6ระบบจาก 9ระบบ และ Hermes 450 UAV ทั้งหมด 4ระบบที่ถูกสั่งจัดหาโดยกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ได้ถูกนำเข้าประจำการแล้วครับ

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เวียดนามสั่งจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG สาธารณรัฐเช็ก 12เครื่อง

Vietnam orders L-39NG jets from Czech Republic






Seen during NATO Days 2020 in September 2020, the L-39NG has now been acquired by Vietnam for pilot training. (Janes/Gareth Jennings)







สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามจะรับมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น Aero Vodochody L-39NG จำนวน 12เครื่องจากสาธารณรัฐเช็ก Omnipol ผู้ส่งออกด้านกลาโหมของเช็กประกาศการขายเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2021
มีข้อสังเกตว่าเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Albatross จะถูกส่งมอบให้กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ตั้งแต่ปี 2023-2024

"สัญญารวมถึงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG จำนวน 12เครื่อง บวกการฝึกนักบิน, ครูการบิน, เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน และช่างอากาศยาน ยังรวมถึงจะจัดส่งอะไหล่เครื่องบิน 
เช่นเดียวกับการจัดส่งอุปกรณ์สำหรับการฝึกภาคพื้นดิน, การส่งกำลังบำรุง หรือระบบท่าอากาศยานเป็นพิเศษ นี่จะทำให้ลูกค้ามีขีดความสามารถในการฝึกนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่สมบูรณ์ Omnipol สาธารณรัฐเช็กกล่าว

เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกโดยบริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กผู้ผลิตอากาศยานในเดือนตุลาคม 2018(https://aagth1.blogspot.com/2018/10/l-39ng.html) โดยการบินทดสอบได้เสร็จสิ้นในช่วงต้นปี 2020
L-39NG ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan แบบ Williams International FJ44-4M สหรัฐฯที่มีกำลังมากขึ้น, ปีกแบบมีถังเชื้อเพลิงภายใน(wet wing), ห้องนักบินที่ทันสมัย และโครงสร้างอากาศยานที่เบากว่าเครื่องรุ่นก่อนหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2018/12/l-39ng.html)

ในภารกิจโจมตีเบา L-39NG มีตำบลอาวุธ 5จุดแข็ง(เปรียบเทียบกับ 2จุดแข็งสำหรับ L-39 รุ่นพื้นฐาน) สำหรับรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นได้หลายแบบ 
เช่นเดียวกับอาวุธและระบบตรวจจับอื่นๆ ยังรวมถึงการนำกระเปาะปืนใหญ่อากาศมาเป็นตัวเลือกที่ติดตั้งได้ด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/blog-post_20.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/11/l-39ng.html)

ตามข้อมูลจาก Janes All the World’s Aircraft: Development and Production เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG มีความเร็วสูงสุดที่ 420knots, มีน้ำหนักบรรทุกที่ 1,200kg 
มีระยะเวลาปฏิบัติการบินนาน 4ชั่วโมง 30นาที, มีพิสัยทำการบิน 1,400nmi และมีเพดานบินสูงสุดที่ 38,000feeet มีรายงานว่าราคาของเครื่องที่จะจัดหาอยู่ที่ต่ำกว่า $10 million

ลูกค้าของเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39NG มีเช่น บริษัท RSW Aviation สหรัฐฯจำนวน 12เครื่อง และบริษัท SKYTECH โปรตุเกสจำนวน 10เครื่อง ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นผู้ให้บริการการฝึกบินทางทหารเอกชน
รวมถึงกองทัพอากาศเซเนกัล(Senegalese Air Force) จำนวน 4เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/fa-259-l-39ng.html) ปัจจุบัน L-39NG ได้ถูกเสนอให้แก่ชาติสมาชิก NATO ในยุโรปคือฮังการีและสโลวาเกียด้วย

L-39 รุ่นก่อนหน้าถูกผลิตเป็นจำนวนมากกว่า 2,800เครื่องได้ถูกส่งมอบให้หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงเวียดนามในรุ่นเครื่องบินฝึก L-39C จำนวน 31เครื่อง ขณะที่กองทัพอากาศกัมพูชา(Royal Cambodian Air Force) เคยมี L-39C จำนวน 6เครื่อง โดยมีรายงานว่าจะจัดหา L-39NG จำนวน 4เครื่อง 
และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) จะปลดประจำการเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๑ บ.ขฝ.๑ L-39ZA/ART ที่จัดหาจำนวนรวม ๔๐เครื่อง ที่ปัจจุบันประจำการในฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ ลงในอนาคตครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/2020.html) 

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado เยอรมนีเครื่องแรกที่ผ่านการยืดอายุการใช้งานทำการบินครั้งแรก

First German Tornado to pass through life-extension programme makes maiden flight




The maiden flight of the first Luftwaffe Tornado to go through a service life extension upgrade was announced on 10 February. (Airbus)

เยอรมนีได้ทำการบินเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado เครื่องแรกที่ผ่านการยืดอายุการใช้งาน โดยเป้าหมายที่มองจะยืดระยะเวลาการปลดประจำการของฝูงบินออกไปเป็นปี กองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ประกาศเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 ว่า
เครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado เครื่องแรกหมายเลข 43+42 จากกองบินกองทัพทัพอากาศทางยุทธวิธีที่33 ได้ผ่านกระบวนการที่จะได้เห็นโครงสร้างอากาศยานของมันถูกยืดอายุการใช้งานเป็น 8,000ชั่วโมงบิน จากปัจจุบันที่เดิมอยู่ที่  6,000ชั่วโมงบิน

"การตัดสินใจโดยกระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้เด็ดขาดสำหรับขั้นตอนที่ยากลำบากของการถอดถอนโครงสร้างลำตัว ตามเรื่องนี้เครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado ทั้ง 85เครื่อง
ควรจะยังคงประจำการไปจนถึงสิ้นปี 2030 สิ่งนี้จะเกิดประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อถ้างานที่เข้มงวดดังกล่าวเสร็จสิ้นเท่านั้น" กองทัพอากาศเยอรมนีกล่าว

ตามการเน้นโดยกองทัพอากาศเยอรมนี การปรับปรุงเกี่ยวข้องกับการถอดถอนของเครื่องบินที่โรงงานอากาศยาน Manching ของบริษัท Airbus Defence and Space ยุโรปในตอนใต้เยอรมนี
จากนั้นบริษัทวิเคราะห์และทดสอบทางวิศวกรรม Industrieanlagen-Betriebsgesellschaft(IABG) ใน Ottorbrunn ได้กำหนดว่าชิ้นส่วนใดของเครื่องบินที่ใกล้หมดอายุและจำเป็นต้องเปลี่ยน ซึ่งจากนั้นจำเป็นจะต้องสร้างขึ้นใหม่และติดตั้งพวกมัน

"การสับเปลี่ยนส่วนโครงสร้างที่สำคัญ อย่างเช่นโครงวงแหวนเป็นอย่างแรก ดั้งเดิมมันไม่เคยมีแผนที่ชิ้นส่วนประกอบที่เชื่อมระหว่างส่วนด้านหน้าและส่วนกลางของโครงสร้างลำตัวจำเป็นจะต้องถูกเปลี่ยนทดแทนมาก่อน
ดังนั้นทีมพลเรือน-กองทัพจะไม่สามารถทำแต่เพียงสั่งจัดหาชิ้นส่วนทดแทน ชิ้นส่วนโครงสร้างแต่ละชิ้นราว 400หรือมากกว่าจำเป็นต้องถูกผลิตใหม่และติดตั้งใหม่เป็นครั้งแรก มันไม่มีของเหล่านี้พร้อมจากแหล่งขาย" กองทัพอากาศเยอรมนีกล่าว

กองทัพอากาศเยอรมนีเสริมว่ามีราว 2,000ขั้นตอนที่จำเป็นที่จะต้องรื้อถอนและประกอบกลับใหม่ของเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/airbus-eurofighter-typhoon-tranche-5.html)
ในเดือนธันวาคม 2021 บริษัท Airbus ได้เสนอเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 5 มาตรฐานใหม่ล่าสุดในอนาคตเพื่อทดแทนฝูงเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado กองทัพอากาศเยอรมนี

การพูดคุยกับ Wolfgang Gammel หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจอากาศยานรบของ Airbus ในเวลานั้นกล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon มาตรฐานอนาคต Tranche 5 นี้จะถูกเสนอแก่กองทัพอากาศเยอรมนีที่มองที่จะทดแทน
เครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado IDS(Interdiction and Strike) และเครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ Tornado ECR(Electronic Combat Reconnaissance) จำนวน 90เครื่องด้วยเครื่องบินใหม่ 85เครื่องตั้งแต่ปี 2030 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ประวัติศาสตร์เรือดำน้ำแห่งราชนาวี บทที่๑ โดยกองทัพเรือไทย

History of Royal Thai Navy's Submarine - Chapter 1 by Thai Submarines























ประวัติศาสตร์เรือดำน้ำแห่งราชนาวี บทที่ 1
การป้องกันประเทศด้วย “กำลังทางเรือ” แบบตะวันตกเริ่มเห็นความจำเป็นและเห็นภาพที่ชัดขึ้น นับเนื่องจากการรับมือกับภัยของการล่าอาณานิคมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จนถึงแนวคิดในการใช้ “เรือดำน้ำ” ในรัชสมัยต่อมา  
แนวคิดที่ปรากฏจากเจ้านายพระองค์สำคัญหลายพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับกิจการทหารเรือไทย ตลอดจนบุคคลสำคัญในอดีตที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแนวคิดของการมีเรือดำน้ำไว้ประจำการในราชนาวีสยาม ซึ่งได้มีการรวบรวมไว้ดังในบทแรกนี้...เชิญติดตามอ่านได้เลยครับในบทแรกนี้

Facebook Page "เรือดำน้ำไทย Thai Submarines" ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ กุมาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๔ เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์(PR: Public Relation) ล่าสุดของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ในการสนับสนุนโครงการจัดหาเรือดำน้ำของตนมีถูกผู้ไม่หวังดีต่อชาติต่อต้านมาตลอดเวลา
ปัจจุบันกองทัพเรือไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T ระยะที่๑ จำนวน ๑ลำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน วงเงิน ๑๓,๕๐๐,๐๐๐บาท($410 million) ที่ที่ทำพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒(2019)(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/s26t.html)

อย่างไรก็สำหรับสำหรับการจัดหาเรือดำน้ำ S26T ระยะที่๒ และระยะที่๓ ลำที่๒ และลำที่๓ อีก ๒ลำวงเงินประมาณ ๒๒,๕๐๐,๐๐๐บาท($688,284,000) ได้ถูกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงมติออกเสียงให้ชะลอโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔(2021)
การตัดลดงบประมาณกลาโหมที่มีผลจาการแพร่ระบาดของ coronavirus Covid-19 ยังทำให้การพิจารณางบประมาณประจำปี พ.ศ.๒๕๖๕(2022) โครงการจัดหาเรือดำน้ำ S26T ของกองทัพเรือไทยจะถูกชะลอต่อไปอย่างเนื่องด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/covid-19.html)

กองทัพเรือไทยถูกกลุ่มเคลื่อนไหวรณรงค์ต่อต้านการมีเรือดำน้ำทุกรูปแบบที่มีมีความแข็งแกร่งอย่างมากในการโฆษณาชวนด้วยข้อมูลเท็จและหยาบคายให้ประชาชนหลงเชื่อว่า "ไทยมีทะเลเล็กนิดเดียวและไม่มีสงครามกับใคร จึงไม่จำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ-เรือรบ ไม่จำเป็นต้องมีทหารเรือ-กองทัพเรือ"
การเรียกร้องให้มีการสอบสวนคดีทุจริตเกี่ยวกับโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทยที่ถูกผู้ไม่หวังดีอ้างว่าเพื่อเป็นการคืนภาษีจากประชาชน ๓๖,๐๐๐,๐๐๐บาท ถ้าประสบผลสำเร็จจะทำให้กองทัพเรือไทยอ่อนแอลงอย่างมากเมื่อจะไม่ได้รับมอบเรือดำน้ำลำแรกในปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023) ครับ

ยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 กองพันทหารม้าที่๗ กรมทหารม้าที่๒ กองพลทหารม้าที่๑ กองทัพบกไทยฝึกประจำปี พ.ศ.๒๕๖๔
















Royal Thai Army's Norinco VN1 8x8 and V-150 4x4 Commando wheeled armoured vehicle of 7th Cavalry Battalion, 2nd Cavalry Regiment, 1st Cavalry Division at open ceremony for units training Fiscal Year 2021 in 3 February 2021.

3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 1100 กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 จัดกำลังพล เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกและการตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองร้อย ประจำปีงบประมาณ 2564 ของ กรมทหารม้าที่ 2 และหน่วยขึ้นตรงกรมทหารม้าที่ 2 
เพื่อทำการทดสอบและประเมินผล ความรู้ ความสามารถของกำลังพล อันเป็นมาตราฐานในการปฏิบัติทางทหาร ของหน่วยทหารม้ายานเกราะ 
โดยมี พันเอก ธรรมรัตน์ เหรียญทอง ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 2 เป็นประธานในพิธีฯ ณ สนามหน้า กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 ค่ายพิชัยดาบหัก ตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์



ชุดภาพพิธีเปิดการฝึกและการตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองร้อย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ของ กรมทหารม้าที่๒ กองพลทหารม้าที่๑ ณ กองพันทหารม้าที่๗ ม.๒ พล.ม.๑ ค่ายพิชัยดาบหัก อ ตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
ได้แสดงให้เห็นว่า กองพันทหารม้าที่๗ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยขึ้นตรงของ กรมทหารม้าที่๒ ได้รับมอบยานเกราะล้อยาง Norinco VN1 8x8 จีนเข้าประจำการแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/vn1-vt4.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/12/vn1-stryker-rta-icv.html)
โดยหน่วยขึ้นตรงของ ม.๒ ทั้งสามกองพันคือ กองพันทหารม้าที่๑๐ กองพันทหารม้าที่๗ และกองพันทหารม้าที่๑๒ กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนอัตราจัดกำลังจากกองพันทหารม้าลาดตระเวนที่ใช้รถเกราะล้อยาง V-150 4x4 มาเป็นกองพันทหารม้าบรรทุกยานเกราะที่ใช้ยานเกราะล้อยาง VN1 8x8

ม.๒ พัน.๑๐ พล.ม.๑ ที่ได้นำยานเกราะ VN1 เข้าประการไปแล้วเดิมเคยได้รับมอบยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8 แทนรถเกราะ V-150 มาก่อน ที่ต่อมาได้โอนย้าย BTR-3 ได้โอนย้ายไปกรมทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ และ กรมทหารราบที่๒๑ รักษาพระองค์ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์
ซึ่งก่อนหน้าในการสาธิตสมรรถนะและอำนาจการยิงของเหล่าทหารม้า กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) แก่นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ วปอ.สปท.(Thailand National Defence College)
ณ ค่ายอดิศร ศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี ในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๓(2020) น่าจะเป็นครั้งแรกที่กองทัพบกไทยได้เปิดตัวยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 แก่สาธารณชนได้รับชม(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/walkaround-vn1-8x8.html)

กองทัพบกไทยได้จัดหายานเกราะล้อยาง VN1 ระยะที่๑ วงเงินประมาณ ๒,๓๐๐ล้านบาท($68 million) ในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) ประกอบด้วยรถเกราะลำเลียงพล VN1 APC ๓๔คัน,ยานเกราะกู้ซ่อม VS27 ๒คัน, รถซ่อมบำรุงเครื่องมือทางกล ๑คัน และรถซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ๑คัน
และระยะที่๒ วงเงิน ๒,๒๕๑,๙๒๘,๐๘๖บาท($66,233,17) ประกอบด้วยรถเกราะลำเลียงพล VN1 APC ๓คัน, รถเกราะติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดหนักขนาด 120mm SM4A ๑๒คัน, รถเกราะกู้ซ่อม VS27 8x8 Recovery Vehicle ๙คัน,
รถเกราะที่บังคับการ(Reconnaissance and Command Vehicle) VE36 ๑๒คัน, รถเกราะพยาบาล VN1 Ambulance ๓คัน และรถซ่อมบำรุง ๒คัน รถซ่อมบำรุงเครื่องมือทางกล ๑คัน และรถซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ๑คัน พร้อมกระสุนต่างๆ รวมจำนวนที่สั่งจัดหาในทุกรุ่นเป็น ๗๕คัน

ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Defense and Security 2019 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๒(2019)(https://aagth1.blogspot.com/2019/11/defense-security-2019-norinco-vn1.html) 
China North Industries Corporation(Norinco) รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์รายหลักของสาธารณรัฐประชาชนจีนผู้ผลิตได้เปิดเผยวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์การการทดสอบยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ติดป้อมปืน Remote แบบ UW4B ของกองทัพบกไทย
โดยรวมการทดสอบยิงอาวุธทั้งปืนใหญ่กล 30mm ปืนกลร่วมแกน 7.62mm เครื่องยิงลูกระเบิด 40mm และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Red Arrow 73D ที่จีน ซึ่งไทยเป็นลูกค้าส่งออกรายแรกที่จัดหา VN1 พร้อมป้อมปืน Remote แม้ว่าจะไม่ได้จัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังด้วยก็ตามครับ