แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CH-47D แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CH-47D แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568

อังกฤษปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ Puma หลังประจำการมา 54ปี

UK retires Puma helicopter after 54 years of service







A pair of UK-based Pumas at the type's farewell flypast out of RAF Benson. With the helicopter also operated out of Brunei and Cyprus-based RAF Akrotiri, its retirement comes after 54 years of operational service. (Crown Copyright)







สหราชอาณาจักรได้ปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง Airbus Helicopters Puma HC2 ที่ยังมีอยู่ของตนหลังประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) มาเป็นเวลา 54ปี
การบินผ่านอำลาได้ถูกจัดขึ้นสำหรับเฮลิคอปเตอร์ Puma HC2 ณ ฐานปฏิบัติการสุดท้ายสามแห่งของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ในบรูไน, ไซปรัส และสหราชอาณาจักร ก่อนการปลดประจำการจากกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2025

กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรมีเฮลิคอปเตอร์ Puma จำนวน 23เครื่อง(เฮลิคอปเตอร์ Westland Puma HC1 จำนวน 24เครื่องที่เข้าประจำการตั้งแต่ปี 1971 ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยเป็นมาตรฐานนี้ แต่มี 1เครื่องที่ได้สูญเสียไปในปฏิบัติการที่อัฟกานิสถาน)
เฮลิคอปเตอร์ Puma จำนวนหนึ่งที่มีที่ตั้งฐาน ณ ฐานทัพอากาศ RAF Benson ในสหราชอาณาจักรได้ถูกเก็บรักษาไว้ในคลังหลายเดือนก่อนหน้าการปลดประจำการแล้ว โดย ฮ.เครื่องอื่นๆตอนนี้มีกำหนดที่จะถูกนำไปเก็บในคลังตามไป

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรไม่ได้กล่าวว่าตนมีความตั้งใจที่จะขายเฮลิคอปเตอร์ Puma หรือจะแยกชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้หรือไม่ ทั้งยังไม่ได้กล่าวว่าเครื่องที่วางกำลัง ณ British Forces Brunei บรูไน
และที่ฐานทัพอากาศ RAF Akrotiri ในไซปรัสจะถูกส่งคืนเพื่อไปเก็บรักษาในคลังในสหราชอาณาจักรหรือไม่ หรือเฮลิคอปเตอร์ Puma เหล่านี้จะยังคงอยู่ในที่ตั้งนั้นก่อนที่จะถูกขายหรือแยกชิ้นส่วนหรือไม่

ก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักรได้บริจาคเฮลิคอปเตอร์ Westland Sea King แก่ยูเครน เช่นเดียวกับที่เยอรมนีได้บริจาคเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Sea King Mk 41 ของตน และนอร์เวย์ที่บริจาคชิ้นส่วนอะไหล่ของ ฮ.Sea King ที่ปลดประจำการไปแล้วของตน
และโดยที่ล่าสุดโปรตุเกสได้บริจาคเฮลิคอปเตอร์ Puma ส่วนเกินของตนแก่รัฐบาลยูเครนในนครหลวง Kyiv อาจจะเป็นไปได้ว่าเฮลิคอปเตอร์ Puma ของสหราชอาณาจักรอาจจะถูกส่งมอบให้ยูเครนด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/sea-king.html)

ความพยายามต่างๆเหล่านี้จะทำให้ยูเครนมีเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลางที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงในจำนวนที่เพียงพอในการสนับสนุนกำลังรบของตน ที่จะไม่มีผลกระทบหากว่าสูญเสียการสนับสนุนใดๆจากสหรัฐฯ
เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลางแบบอื่นๆที่ยูเครนมีใช้งานอยู่แล้วรวมถึงเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Mil Mi-8/Mi-17 ยังได้ถูกบริจาคให้ก่อนหน้าโดยชาติยุโรปเช่นโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/mi-24-mi-17.html)

ตามการทบทวนยุทธศาสตร์กลาโหม(SDR: Strategic Defence Review) ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2025 สหราชอาณาจักรวางแผนที่จะปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ทางทหารที่้มีอายุการใช้งานมานานที่สุดของตนเพื่อประหยัดงบประมาณกลาโหมวงเงิน 500 million British pound sterling($632.4 million) 
นอกจากเฮลิคอปเตอร์ Puma HC2 ที่ถูกปลดประจำการไปแล้ว เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing Chinook HC6A รุ่นเก่าจำนวน 14เครื่องที่ประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 1981 เป็นเวลา 35ปีจะถูกปลดประจำการลงตามมาด้วยครับ

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567

สหรัฐฯได้รับสัญญาจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk แก่กรีซและสวีเดน

US contracts Black Hawk helos for Greece, Sweden




The US DoD has contracted new UH-60M Black Hawk helicopters for Sweden (an example of one already in service pictured) and Greece as part of a wider FMS deal announced on 28 October. (Jorgen Nilsson, Lockheed Martin/Sikorsky)

รัฐบาลสหรัฐฯได้ทำสัญญากับบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯเพื่อจะสร้างเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk สำหรับกรีซและสวีเดน สัญญาวงเงิน $1.2 billion ที่ประกาศเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2024
ครอบคลุมเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk ที่ไม่เปิดเผยจำนวนแก่ทั้งสองประเทศ เช่นเดียวกับลูกค้าอื่นๆที่ไม่ใช่ EMEA รูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) งานจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2027

การประกาศสัญญาของกระทรวงกลาโหมมีขึ้นตามมาหลายเดือนหลังจากกรีซได้ลงนามการลงนามจดหมายขอข้อเสนอและตอบรับ(LOA: Letter of Offer and Acceptance) เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดกลาง UH-60M Black Hawk จำนวน 35เครื่องในเดือนเมษายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/uh-60m-35.html)
ขณะที่สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) ประกาศในเดือนกรกฎาคม 2024 ว่าตนกำลังจัดหาเฮลิคอปเตอร์ UH-60M Black Hawk เพิ่มเติมจำนวน 12เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet)

กองทัพบกกรีซ(Hellenic Army) กำลังจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk จำนวน 35เครื่องเพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ตระกูล Huey ที่ยังมีอยู่คือ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell UH-1H จำนวน 20เครื่อง
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Agusta-Bell 212 จำนวน 1เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Agusta-Bell AB205 จำนวน 10เครื่อง ที่ถูกนำเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1969, 1972, และ 1974 ตามลำดับ

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk จะเสริมต่อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปทางยุทธวิธี NHIndustries(NHI) NH90 TTH(Tactical Transport Helicopter) จำนวน 15เครื่อง
(เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป NH90 TTH อีก 5เครื่องจะถูกส่งมอบเพิ่มเติมรวมทั้งหมด 20เครื่อง) และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Boeing CH-47D Chinook จำนวน 24เครื่องในประจำการกองทัพบกกรีซ

กองทัพอากาศสวีเดนกำลังจัดหาเฮลิคอปเตอร์ UH-60M Black Hawk เพิ่มเติม 12เครื่อง เพื่อเสริมต่อที่ ฮ.UH-60M ที่มีอยู่แล้ว 15เครื่องที่จัดหาในปี 2012 ซึ่งกำหนดแบบเป็นเฮลิคอปเตอร์ HKP 16 ในประจำการกองทัพสวีเดน
จากเดิมที่เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่ออุดช่องว่างระหว่ารอรับมอบเฮลิคอปเตอร์ NH90 จำนวน 18เครื่อง(กำหนดแบบเป็นเฮลิคอปเตอร์ HKP 14) อย่างไรก็ตามด้วยความพร้อมปฏิบัติการที่ต่ำและค่าใช้จ่ายการปฏิบัติการที่สูง 

สวีเดนกำลังมองที่เลิกใช้งาน ฮ.NH90 ของตน โดยรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป NH90 TTH จะถูกปลดประจำการในปี 2024 และรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH(NATO Frigate Helicopter) จะถูกปลดประจำการในปี 2030
โดยจะถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ UH-60M ซึ่งเครื่องที่มีอยู่ 15เครื่องกำลังได้รับการปรับปรุงขีดความสามารถในการติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกขนาด 200 US gallon(ประมาณ 750 litre) ที่จะเพิ่มระยะปฏิบัติการขึ้นร้อยละ50 ที่จะเสร็จสิ้นงานในสิ้นปี 2024 ครับ

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ฟิลิปปินส์ยกเลิกการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Mi-17 รัสเซีย

Philippines scraps Mi-17 order with Russia





The cancellation of an order for Mil Mi-17s from Russia has the Philippines seeking alternative heavy-lift rotorcraft. (Mil)

ฟิลิปปินส์ได้ยกเลิกข้อตกลงวงเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯกับรัสเซียที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Mil Mi-17(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/mi-17.html)
แหล่งข่าวในกองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) ยืนยันการยกเลิกโครงการต่อ Janes และเสริมว่ากลุ่มทำงานทางเทคนิค(Technical Working Group ) ของโครงการขณะนี้กำลังพิจารณาเฮลิคอปเตอร์แบบอื่นที่มีขีดความสามารถเช่นเดียวกันเพื่อการจัดหา

การยกเลิกการสั่งซื้อได้ขัดขวางความสามารถของรัฐบาลฟิลิปปินส์ใน Manila ที่จะเข้าใกล้ความต้องการที่มีมายาวนานของประเทศสำหรับเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักและเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป
ตามแหล่งข่าวในกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ เฮลิคอปเตอร์ Mi-17 จะมีภารกิจหลักในการถูกใช้งานสำหรับปฏิบัติการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่(high cargo) เกี่ยวกับกำลังพลและยุทโธปกรณ์

กองทัพฟิลิปปินส์ยังมีแผนที่จะใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Mi-17 สำหรับภารกิจการกู้สาธารณภัยความพร้อมสูง(HADR: High Availability Disaster Recovery) ด้วย
การยกเลิกมีขึ้นตามมาไม่กี่เดือนหลังจากอดีตรัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Delfin Lorenzana รับทราบเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2022 ว่าข้อตกลงได้รับการลงนามโดยรัฐบาลรัสเซียใน Moscow ในเดือนพฤศจิกายน 2021

ข้อตกลงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 จากรัสเซียเป็นหนึ่งในหลายๆโครงการจัดหาทางทหารหลักที่ได้รับการอนุมัติโดยอดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ Rodrigo Duterte ก่อนหมดวาระจากตำแหน่งของเขาในเดือนมิถุนายน 2022
อดีตรัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Lorenzana เน้นหนักในเดือนมีนาคม 2022 ว่าข้อตกลงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 จำนวน 16เครื่องวงเงิน 12.7 billion Philippine Peso($229 million) กับรัสเซียได้รับการลงนามก่อนรัสเซียจะเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน 

เฮลิคอปเตอร์ Mi-17 จะได้รับการจัดหาผ่านงบประมาณของรัฐ และภายใต้การอุปถัมภ์ของโครงการปรับปรุงความทันสมัยกองทัพฟิลิปปินส์แก้ไขใหม่(RAFPMP: Revised Armed Forces of the Philippines Modernization Program)
ตามข้อมูลจากอดีตรัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Lorenzana การจ่ายเงินดาวน์สำหรับเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 รัสเซียได้มีขึ้นในเดือนมกราคม 2022

อย่างไรก็ตามอดีตรัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Lorenzana กล่าวกับสื่อเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2022 ว่าเขาได้ยกเลิกการจัดหาในเดือนมิถุนายน 2022 เนื่องจากเค้าลางของการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ได้กำหนดความต้องการที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักในปี 1990s อย่างไรก็ตามความพยายามในอดีตที่ผ่านมาที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47 Chinook ได้ถูกละทิ้งไปเนื่องจากขาดงบประมาณครับ

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

สหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47F Chinook แก่อียิปต์

US approves Chinook sale to Egypt



Egypt has been cleared to buy the latest CH-47F Chinook helicopter, as fielded by the US Army and other international customers. (Janes/Patrick Allen)




The Egyptian Air Force fields 19 CH-47D Chinooks, the first of which it received in 1999. (getttyimages)



สหรัฐฯได้อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47F Chinook แก่อียิปต์ การประกาศความเป็นไปได้ในการขายวงเงิน $2.6 billion มีขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2022
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติการขายรูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) ของเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47F จำนวน 23เครื่อง เช่นเดียวกับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง(รวมอาวุธป้องกันตัวและระบบมาตรการต่อต้าน), อะไหล่, การฝึก และการสนับสนุน

"ข้อเสนอการขายนี้จะสนับสนุนนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯโดยการช่วยเหลือที่จะเพิ่มความมั่นคงของพันธมิตรนอก NATO(MNNA: Major Non-NATO Ally) ที่ต่อเนื่องจะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในตะวันออกกลาง
ข้อเสนอการขายจะเพิ่มขีดความสามารถการลำเลียงหนักของอียิปต์ ที่จะใช้ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้สร้างความแข็งแกร่งการป้องกันบ้านเกิดของตนและป้องปรามภัยคุกคามในภูมิภาค" สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) กล่าว

กองทัพอากาศอียิปต์(EAF: Egyptian Air Force) มีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47D Chinook จำนวน 19เครื่อง ซึ่งเครื่องแรกได้รับมอบในปี 1999
เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47D เหล่านี้ประจำการในฝูงบินที่18(18 Squadron) ของกรมเฮลิคอปเตอร์ทางยุทธวิธี(Tactical Helicopter Regiment) Kom Awshim ที่ Kom Awshim ทางตอนใต้ของนครหลวง Cairo ราว 50km

กองทัพอากาศอียิปต์กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนกำลังอากาศยานรบที่มีในประจำการของตนใหม่ โดยทดแทนระบบอากาศยานเก่าหลายแบบจากตะวันตกและยุคอดีตสหภาพโซเวียตด้วยอากาศยานแบบล่าสุดจากทั่วโลก
ที่รวมถึงการปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64D Apache Longbow จำนวน 43เครื่องของอียิปต์ให้เป็นมาตรฐานเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian รุ่นล่าสุด(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/ah-64d-ah-64e.html)

ยังมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะอนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15 Eagle รุ่นใหม่ล่าสุดให้อียิปต์ ตามที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯกล่าวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2022
โดยปกติการอนุมัติการขายรูปแบบ FMS โดยรัฐบาลสหรัฐฯจะมีการประกาศแจ้งต่อสาธารณะจาก DSCA ตามมา อย่างไรก็ตามในเวลาที่เขียนบทความนี้ยังไม่เกิดขึ้นครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/f-15.html)

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2565

ฟิลิปปินส์จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Mi-17 รัสเซีย

Philippines to acquire Mi-17 transport helos



The Philippine Air Force will start receiving the first batch of 17 new Mil Mi-17 helicopters by the end of 2023. (Russian Helicopters)





กองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) คาดว่าจะเริ่มต้นการรับมอบเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพหุภารกิจสองเครื่องยนต์ Mil Mi-17 ใหม่ชุดแรกจากทั้งหมด 17เครื่องจากรัสเซียภายในสิ้นปี 2023 ท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครนที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2022 รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ Delfin Lorenzana กล่าวในการแถลงต่อสื่อว่าสัญญาและการจ่ายเงินดาวน์เริ่มต้นสำหรับโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 ได้เสร็จสิ้นแล้วก่อนรัสเซียจะเริ่มต้นปฏิบัติการทางทหารของตนในยูเครน
"เรากำลังยึดถือภาระผูกพันทางสัญญาของเราและกำลังสังเกตสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบโครงการ ณ ปัจจุบัน ภาระการเติมเต็มการปฏิบัติตามและการส่งมอบภายใต้สัญญาขึ้นอยู่กับฝ่ายรัสเซียผู้นำเสนอ"

Lorenzana กล่าวว่าการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 ชุดแรกคาดว่าจะเป็นภายใน 24เดือนจากประกาศสัญญา เขายังยืนยันว่าข้อตกลงเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 จำนวน 17เครื่อง
ซึ่งตรงความต้องการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักที่มีมายาวนานของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ วงเงิน 12.7 billion Philippine Peso($243.6 million) ได้รับการลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2021 และจ่ายเงินดาวน์ตามมาในเดือนมกราคม 2022

โครงการได้รับเงินทุนผ่านงบประมาณของรัฐและเงินภายใต้โครงการปรับปรุงความทันสมัยกองทัพฟิลิปปินส์แก้ไขใหม่(RAFPMP: Revised Armed Forces of the Philippines Modernization Program)
Lorenzana ไม่ได้ยืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 รุ่นใดที่กองทัพอากาศฟิลิปปินส์จะรับมอบ แม้ว่าน่าจะเป็นเฮลิคอปเตอร์ Mi-171 รุ่นส่งออกของเฮลิคอปเตอร์ Mi-8AMT(https://aagth1.blogspot.com/2018/11/mi-171a2-ansat.html)

กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ได้กำหนดความต้องการที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักในปี 1990s อย่างไรก็ตามความพยายามในอดีตที่ผ่านมา
ที่จะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47 Chinook ได้ถูกละทิ้งไปเนื่องจากขาดงบประมาณ(https://aagth1.blogspot.com/2018/04/bell-bell-412epi.html)

กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ยังกำลังอยู่ระหว่างการรับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี T129B ATAK จำนวน 6เครื่องจาก Turkish Aerospace ตุรกี(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/t129b-atak.html)
และจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Lockheed Martin S-70i Black Hawk เพิ่มเติม 32เครื่องจากที่สั่งจัดหาแล้ว 16เครื่องด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/s-70i-black-hawk-32.html)

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนเธอร์แลนด์ปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47D Chinook

Netherlands retires CH-47D Chinooks



A Dutch CH-47D seen on operations. The variant has now been replaced in RNLAF service by the latest CH-47F standard Chinook. (Janes/Patrick Allen)

กองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์(RNLAF: Royal Netherlands Air Force) ได้ปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47D Chinook เครื่องสุดท้ายของตนแล้ว
กองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์ประกาศเหตุการณ์นี้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2021 ย้ำว่าหลังจากปฏิบัติการมา 25ปี เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47D ได้ถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F รุ่นล่าสุดแล้ว
"มันถูกห่อเก็บแล้ว ม้างาน CH-47D ปลดประจำการด้วยเที่ยวบินฝึกครั้งสุดและการลงจอดครั้งสุดท้าย(ที่ฐานทัพอากาศ Woensdrecht) ภารกิจของเราคงมีต่อเนื่องกับ CH-47F ฝูงบิน298" กองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์กล่าวในบัญชี Twitter ทางการของตน

ฮ.ลำเลียง CH-47D ถูกนำเข้าประจำการในปี 1995 เครื่องเหล่านี้ถูกเสริมด้วยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F รุ่นมาตรฐานแรกจำนวน 6เครื่อง(เนเธอร์แลนด์เป็นลูกค้าส่งออกรายแรกสำหรับ ฮ.รุ่นนี้)
ในปี 2016 เนเธอร์แลนด์ได้จัดหา ฮ.ลำเลียง CH-47F สร้างใหม่เพิ่มเติม 12เครื่องผ่านโครงการความช่วยเหลือทางทหารรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
และ ฮ.ลำเลียง CH-47F เพิ่มเติมอีก 2เครื่องได้ถูกเพิ่มเข้าไปในคำสั่งจัดหาในปี 2017 ทำให้จำนวนที่สั่งจัดหาทั้งหมดรวมเป็น 14เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/ch-47f-chinook.html)

ฮ.ลำเลียง CH-47F จำนวน 6เครื่องรุ่นก่อนหน้ากำลังได้รับการปรับปรุงและจะเข้าประจำการ่วมกับ ฮ.CH-47F สร้างใหม่ 14เครื่องจะทำให้กองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์มี ฮ.Chinook รุ่นมาตรฐานแบบเดียวกัน 20เครื่อง
ที่จะถูกใช้ในการเคลื่อนย้ายกำลังพล, การส่งกลับทางสายแพทย์, การกู้อากาศยาน, การโดดร่ม, การค้นหาและกู้ภัย, การบรรเทาภัยพิบัติ, การดับเพลิง และการสนับสนุนงานก่อสร้างขนาดหนัก
รูปแบบมาตรฐานร่วมกันนี้จะรวมถึงการบูรณาการแบบเต็มรูปแบบของระบบสถาปัตยกรรม Avionic ร่วม(CAAS: Common Avionics Architecture System) ประกอบด้วยขีดความสามารถห้องนักบิน glass cockpit, ระบบควบคุมการบินอัตโนมัติ Digital และระบบการบรรทุกสัมภาระขั้นก้าวหน้าครับ 

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศสิงคโปร์รับมอบเฮลิคอปเตอร์ H225M เครื่องแรก

Republic of Singapore Air Force receives its first H225M helicopter


Airbus Helicopters announced on 29 March that the RSAF has received its first H225M medium-lift rotorcraft. (Airbus Helicopters)

H225M helicopters are set to replace the RSAF’s ageing and obsolescence AS332M Super Pumas. (RSAF)

MINDEF had also ordered an undisclosed number of CH-47F Chinook helicopters to replace its ageing CH-47D. (RSAF)



กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง Airbus Helicopters H225M เครื่องแรกของตนแล้ว
บริษัท Airbus ยุโรปกล่าวในการแถลงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2021 ว่าเฮลิคอปเตอร์ H225M ได้ถูกส่งมอบแล้ว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆเกี่ยวกับจำนวนเครื่องที่สั่งจัดหา หรือระบุว่าเมื่อไรที่การส่งมอบจะเสร็จสิ้น

การส่งมอบของเฮลิคอปเตอร์ H225M เครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศสิงคโปร์เดิมมีกำหนดในปลายปี 2020 แต่ได้ล่าช้าออกไปตามผลจากการระบาดของ coronavirus Covid-19(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/rss-invincible-h225m-ch-47f-covid-19.html)
กองทัพอากาศสิงคโปร์ขณะนี้จะเริ่มต้นการดำเนินการบินทดสอบและการฝึกนักบินและลูกเรือกับเฮลิคอปเตอร์ H225M ใหม่ล่วงหน้าก่อนนำเครื่องเข้าประจำการเพื่อปฏิบัติการ

เฮลิคอปเตอร์พหุภารกิจสองเครื่องยนต์ H225M ซึ่งได้รับการสั่งจัดหาโดยกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ ภายใต้สัญญาที่ลงนามในปี 2016
กำลังจะถูกนำมาทดแทนเฮลิคอปเตอร์ AS332M Super Puma ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1983 และกำลังเผชิญหน้ากับความล้าสมัย

"ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ H225M ของสิงคโปร์คาดว่าจะถูกนำในปฏิบัติการในหลายภารกิจ รวมถึงการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search and Rescue), การส่งกลับทางสายแพทย์ทางอากาศ 
เช่นเดียวกับปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief)" Airbus กล่าว ฮ.H225M ยังคาดว่าจะถูกนำมาวางกำลังในปฏิบัติการรักษาความมั่นคงทางทะเลด้วย

การประกาศสัญญาเฮลิคอปเตอร์ H225M ในเดือนพฤศจิกายน 2016 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงความทันสมัยฝูงบินอากาศของกองทัพอากาศสิงคโปร์
กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์กล่าวว่าตนยังได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47F Chinook ที่ไม่เปิดเผยจำนวนด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2020/03/ch-47-chinook-2025.html)

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47F ใหม่จะถูกนำมาเพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47D ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1994
การส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47F Chinook ใหม่ยังได้รับความล่าช้าที่เป็นผลจากการระบาด Covid-19 เช่นกัน และขณะนี้คาดว่าจะเริ่มต้นการส่งมอบได้ในปี 2021 นี้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R สหรัฐฯถูกเลือกสำหรับกองทัพเรือเกาหลีใต้

MH-60R helicopter selected for South Korean navy's MOH Batch II programme



The Lockheed Martin MH-60R Seahawk (seen here in US Navy service) has been selected to meet the RoKN's requirement for 12 additional anti-surface- and anti-submarine-warfare-capable helicopters. (US Navy)

Leonardo supplied eight AW159 Wildcat helicopters to the RoKN in 2016. (RoKN)

The committee also approved upgrades for the RoKAF's F-15K multirole fighter aircraft. (RoKAF)

The committee decided to discontinue a project to upgrade the RoK Army’s CH/HH-47D helicopters. (RoKA)

คณะกรรมาธิการการส่งเสริมโครงการกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีได้เลือกเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลพหุภารกิจ Lockheed Martin MH-60R Seahawk เพื่อที่จะตรงความต้องการของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) 
สำหรับอากาศยานปีกหมุนที่มีขีดความสามารถสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface-Warfare) และสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine-Warfare) เพิ่มเติม 12เครื่อง

สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2020 ว่า
เฮลิคอปเตอร์สองเครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ MH-60R Seahawk(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/mh-60r.html) ได้ถูกเลือกเหนือเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Leonardo AW159 Wildcat

MH-60R Seahawk จะถูกจัดหาภายใต้สัญญาที่คาดว่าจะถูกลงนามก่อนสิ้นปี 2020 ภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางทะเลชุดที่สอง(MOH Batch II, Maritime Operation Helicopter Batch II) ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี
วงเงินรวม 960 billion Korean Won($881.4 million) ที่ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการ ซึ่งถูกกำหนดให้เสร็จสิ้นในปี 2025 และมุ่งเป้าที่จะเพิ่มขีดความสามารถการตรวจจับและโจมตีเป้าหมายผิวน้ำและใต้น้ำระยะไกลของกองเรือ ตามที่ DAPA เกาหลีใต้ระบุ

ภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางทะเลชุดที่หนึ่ง MOH Batch I บริษัท Leonardo สหราชอาณาจักร/อิตาลีได้ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AW159 Wildcat จำนวน 8เครื่องแก่กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีในปี 2016
เฮลิคอปเตอร์ AW159 Wildcat ถูกเลือกเหนือเฮลิคอปเตอร์ MH-60R Seahawk ในโครงการ MOH Batch I ณ เวลานั้นหลังจากที่มีรายงานว่าบริษัท Leonardo ได้ลดราคาสุดท้ายของชุดการจัดหา ฮ.AW159 ของตนแก่เกาหลีใต้

ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการการส่งเสริมโครงการกลาโหมเกาหลีใต้ยังได้อนุมัติในวันที่ 15 ธันวาคม 2020 สำหรับการปรับปรุงระบบต่อต้านการก่อกวนระบบนำร่องดาวเทียม GPS, ระบบพิสูจน์ฝ่าย IFF(Identification Friend-or-Foe)
และระบบเครือข่าย datalink ทางยุทธวิธี Link 16 ของเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Boeing F-15K Slam Eagle กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force)

วงเงินรวม 3000 billion Korean Won ที่ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-15K ซึ่งโดยหลักมุ่งเป้าไปที่การเพิ่มพูนการสื่อสารกับกองกำลังสหรัฐฯระหว่างภารกิจร่วมหรือการฝึกผสม สัญญากับบริษัท Boeing สหรัฐฯคาดว่าจะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้
DAPA เกาหลีใต้ยังได้ประกาศว่าคณะกรรมาธิการฯตัดสินใจที่จะยุติโครงการปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Boeing CH-47D/HH-47D Chinook ของกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี(RoKA: Republic of Korea Army) หลังจากพิจารณาในหลายแง่มุมเกี่ยวกับกำหนดการ, สมรรถนะ และราคาครับ

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็กกำลังเริ่มก่อตัวในเอเชียแปซิฟิก

Small aircraft carriers pick up steam in Asia-Pacific



Source: Royal Australian Navy
South Korea and Japan continue to progress their plans for small aircraft carriers, while the Singapore air force has operated Boeing CH-47Ds to the HMAS Adelaide.


South Korea’s defence ministry provided Yonhap News with an artist’s impression of the planned aircraft carrier


The JS Izumo undergoing modification work in Yokohoma.




Thailand’s Royal Thai Navy HTMS Chakri Narubet with SH-60B Seahawk helicopters.



สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/lpx-ii.html) และญี่ปุ่น(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/izumo-ski-jump-f-35b.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/07/izumo-f-35b.html) กำลังเดินหน้าแผนของพวกตนเพื่อการมีเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก
ขณะที่กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้ปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก Boeing CH-47D ของตนบนเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Canberra กองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy) L01 HMAS Adelaide

องค์ประกอบหลักของแผนกลาโหมในปี 2030s จะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเบาขนาดระวางขับน้ำ 30,000tonne สำหรับกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี
เรือบรรทุกเครื่องบินของเกาหลีใต้นี้จะได้รับการวางกำลังด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II Joint Strike Fighter รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง STOVL(Short Take-Off Vertical Landing)

รายงานตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องบินขับไล่ F-35B จำนวน 20เครื่องจะได้รับการจัดหาควบคู่ไปกับเครื่องบินขับไล่ F-35A เพิ่มเติมจำนวน 20เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) 
ถ้ามีคำสั่งซื้อขึ้นจริงจะทำให้เกาหลีใต้มีเครื่องบินขับไล่ F-35 รวมทั้งหมด 80เครื่อง แบ่งเป็น F-35A จำนวน 60เครื่อง และ F-35B จำนวน 20เครื่อง เป็นที่เข้าใจว่าเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่จะพร้อมในปี 2033 และมีราคาที่ 2 trillion Korean Won($1.8 billion)

เมื่อวันที่ 27ตุลาคม 2020 สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีประกาศว่าการประชุมจะมีการจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับวิทยาการหลักสำหรับโครงการเรือบรรทุกเครื่องบิน
ภาคส่วนหนึ่งได้ปรากฏว่าเกาหลีใต้ให้ความสนใจในการพัฒนาขีดความสามารถของตนเองคือวัสดุดาดฟ้าที่สามารถทนความร้อนจากท่อไอพ่นที่ 1,000 degree Celsius โดยมีบริษัทท้องถิ่นของเกาหลีใต้จำนวนหนึ่งจะมีส่วนร่วมในงานนี้

อีกด้านหนึ่งสื่อรายงานจากญี่ปุ่นบ่งชี้ว่าได้มีการเริ่มดำเนินการงานดัดแปลงเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Izumo ทั้งสองลำของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force) คือ DDH-183 JS Izumo และ DDH-184 JS Kaga 
ให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่รองรับ F-35B ซึ่งญี่ปุ่นจะจัดหาเช่นกัน ภาพที่เผยแพร่ในสื่อสังคม Online ญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่าเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ DDH-183 Izumo กำลังได้รับการทำงานดัดแปลงอย่างมากในอู่เรือที่เมืองท่า Yokohama

กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดการเปลี่ยนแบบเรือ อย่างไรก็ตาม Janes ได้รายงานล่าสุดว่าเรือชั้น Izumo ทั้งสองลำจะไม่มีทางวิ่งขึ้น ski-jump เพื่อช่วยในการวิ่งขึ้นของ F-35B แต่จะมีหัวเรือทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส
เช่นเดียวกับเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ที่ปฏิบัติด้วย F-35B ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) โดยญี่ปุ่นมีแผนที่จะประจำการเครื่องบินขับไล่ F-35B STOVL จำนวน 42เครื่อง

ความคืบหน้าการพัฒนาด้านเรือบรรทุกเครื่องบินในอีกรายคือ กองทัพเรือออสเตรเลียและกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ประกาศว่าเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47D กองทัพอากาศสิงคโปร์ซึ่งมีที่ตั้งวางกำลังในออสเตรเลีย
ล่าสุดได้ดำเนินการปฏิบัติงานบนดาดฟ้าบินของเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ L01 HMAS Adelaide เพื่อรับรองคุณสมบัติการลงจอดบนดาดฟ้าเรือพี่สาวคือเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ L02 HMAS Canberra

มีการคาดการณ์ว่ากองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) น่าจะต้องการมีเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ดาดฟ้าเรียบตลอดลำที่ปฏิบัติการด้วย F-35B ที่สิงคโปร์สั่งจัดหา 12เครื่องได้(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/f-35b-12.html)
สิงคโปร์กำลังประเมินค่าแผนที่จะทดแทนเรืออู่ยกพลขึ้นบก(LPD: Landing Platform Dock) ชั้น Endurance ทั้ง 4ลำด้วยเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมแบบใหม่ที่มีความทันสมัยมากกว่า(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/endurance-170-lpd.html)

ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทะเล IMDEX 2019 ที่สิงคโปร์ในปี 2019 มีผู้สร้างเรือหลายบริษัทได้แสดงแบบจำลองเรือดาดฟ้าเรียบในอนาคต เช่น บริษัท ST Engineering สิงคโปร์ที่แสดงแบบเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Endurance 160 ขนาด 14,500tonne ของตน
ขณะที่บริษัท Navantia สเปนได้แสดงแบบจำลองเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Juan Carlos I กองทัพเรือสเปน(Spanish Navy) ซึ่งเรือชั้น Canberra ทั้งสองลำของกองทัพเรือออสเตรเลียมีพื้นฐานจากเรือชั้นนี้

ไม่เคยมีประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็กแบบดาดฟ้าเรียบมาก่อน เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์เรือหลวงจักรีนฤเบศรของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) มีพื้นฐานจากเรือบรรทุกเครื่องบิน Príncipe de Asturias กองทัพเรือสเปนที่ปลดประจำการไปแล้ว
ร.ล.จักรีนฤเบศรรองรับการปฏิบัติการด้วยเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ฮ.ปด.๑ Sikorsky SH-60B Seahawk บนดาดฟ้าบินได้พร้อมกัน ๖เครื่อง แต่สามารถเพิ่มจำนวน ฮ.ที่จะปฏิบัติการได้ถ้าจำเป็น เช่น เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง ฮ.ลล.๕ Sikorsky MH-60S Knighthawk ที่มี ๒เครื่อง

ร.ล.จักรีนฤเบศรยังเคยปฏิบัติการด้วยเครื่องบินขับไล่ บ.ขล.๑ McDonnell Douglas AV-8S Harrier ๙เครื่องที่ปลดประจำการไปในปี 2006 ที่สามารถบินขึ้นจากเรือด้วยทางวิ่งขึ้น Ski-jump ที่หัวเรือและกลับมาลงจอดทางดิ่งบนเรือได้(https://aagth1.blogspot.com/2019/07/blog-post_3.html)
การที่สิงคโปร์มีที่ดินจำกัดทำให้ต้องดิ้นรนเพื่อหาพื้นที่สำหรับตั้งฐานทัพ การที่มีเรือรบผิวน้ำที่สามารถวางกำลังหน่วยแยกของเครื่องบินขับไล่ได้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แม้ว่าจะจัดการด้านกำลังพลบนเรือขนาดใหญ่ดังกล่าวจะเป็นที่พิสูจน์ถึงความท้าทายก็ตามครับ